อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424209?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

25 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
เบอร์สายด่วน,อ๊อด เทอร์โบ,กระทรวงอุตสาหกรรม,อยู่บ้าน–หยุดเชื้อ–เพื่อชาติ
เปิดอ่าน 266 ครั้ง

กทม.และอีกหลายจังหวัดดำเนินมาตรการเข้มข้น # อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ คอลัมน์ ‘ดับเครื่องชน’ โดย อ๊อด เทอร์โบ

  ‘ดับเครื่องชน’ ได้รับข้อความ ‘อยู่บ้าน–หยุดเชื้อ–เพื่อชาติ’ ซึ่งโดนใจมากและอยากจะเป็นสื่อกลางนำมาแจ้งให้ทราบ เพราะเวลานี้ กทม.และอีกหลายจังหวัดดำเนินมาตรการเข้มข้นเพื่อหยุดการแพร่ระบาด

พร้อมกันนี้ได้รับจดหมายที่เป็นประโยชน์มากเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ที่จำเป็นและการขอความร่วมมือจากกระทรวงต่างๆ

ในฐานะประชาชนคนไทยจึงขอให้ทุกท่านตระหนกและมีความสามัคคีเพื่อผ่านพ้นวิกฤตินี้ และเราต้องมีมติ มีความอดทนอย่างถึงที่สุด

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ตัวเลขของผู้ป่วยมีมากขึ้นเหลือเกินอย่างน่าตกใจและเวลานี้มีคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดมากมายเพราะความจำเป็น เนื่องจากกิจการหลายอย่างในกรุงเทพฯ ปิดลง ขืนอยู่ไปก็เดือดร้อน

     มีความห่วงใยว่าผู้เดินทางกลับบ้านนับล้านคนนี้จะเป็นการนำเชื้อไวรัสนี้แพร่ขยายออกไปซึ่งขอให้เตรียมป้องกันรับมือ

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องคำนึงถึงต่อไปคือ ต้องช่วยเหลือคนไทยให้อยู่รอดตลอดไปเพราะผลกระทบมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี, ลดดอกเบี้ย, ลดค่าน้ำ-ไฟ หรือการขนส่งต่างๆ ดีกว่าจะเอาเงินไปแจกเฉยๆ

อยากจะขอร้องนักการเมืองทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล หรือบรรดาผู้มีเกียรติในสภาทั้งหลาย เวลานี้ต้อง ‘นิ่ง’ และทำทุกอย่างเพื่อชาติ-ประชาชน มิใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวหรือการค้ากำไรบนความทุกข์ยากของผู้อื่น

ขอเรียนว่าเวลานี้เราต้องสามัคคี อดทนและอยู่กับบ้านเพื่อยุติการแพร่กระจาย และหากร่วมมือกันแล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายด้วยดี

อ๊อด เทอร์โบ

กระทรวงอุตสาหกรรม

ขอความร่วมมือ 6 กฎเหล็ก (ผ่านไปยังทุกโรงงาน)

วันก่อนผมได้รับข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 80,000 แห่ง ซึ่งขอนำมาแจ้งให้ทราบเพราะสามารถนำเป็นกฎเหล็กได้ครับ

  1.จัดให้ผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงงานและบุคคลภายนอกที่มาติดต่อในโรงงานดูแลสุขภาพส่วนบุคคล ทำความสะอาดมือด้วยการล้างด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ กรณีผู้ที่มีอาการไอ จาม ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค นอกจากนี้อาจจัดให้มีการเฝ้าระวังและคัดกรองโดยการวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงงานและบุคคลภายนอกที่มาติดต่อในโรงงาน

   2.ให้ดูแลอนามัยในโรงงาน อาทิ การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นทางเดินเข้า–ออกอาคาร ลิฟต์ ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ตรวจเช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสสาธารณะต่างๆ

  3.ขอความร่วมมือผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงงาน งดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปหรือแวะผ่านประเทศหรือเขตปกครองที่เสี่ยง อาทิ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ เยอรมนี อิตาลี อิหร่าน รวมทั้งประเทศหรือเขตปกครองที่อาจมีความเสี่ยงตามที่ทางราชการจะได้มีการประกาศในอนาคต จนถึงเดือนเมษายน 2563 หรือจนกว่าจะมีประกาศของทางราชการเปลี่ยนแปลง

 4.กรณีมีผู้ปฏิบัติงานต้องเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่หรือผ่านประเทศเสี่ยงก่อนวันที่มีประกาศขอความร่วมมือนี้ ขอให้พิจารณาความจำเป็นของการเดินทาง หากจำเป็นให้ระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ให้เฝ้าระวัง 14 วัน โดยให้หยุดงานเพื่อแยกตัวเองออกไป

   5.กรณีที่จะมีผู้ปฏิบัติงานเดินทางกลับมาจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดให้บุคคลดังกล่าวแจ้งเจ้าของโรงงาน และให้มีการเฝ้าระวัง 14 วัน โดยให้หยุดงานเพื่อแยกตัวเองออกไป เมื่อครบกำหนดหากไม่ติดเชื้อกลับมาปฏิบัติงานปกติจะต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตลอดเวลา

   6.ให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานติดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือติดการแถลงข่าวของรัฐบาลเพื่อปฏิบัติตามอย่างใกล้ชิด

ทั้ง 6 กฎเหล็กนี้น่าสนใจและขอให้นำไปปฏิบัติเพราะโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศเป็นแหล่งชุมนุมผู้คนและต้องให้ทุกคนเข้มข้น-เข้มแข็ง

ขอให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและแจ้งผ่านมาเพื่อโปรดพิจารณา

สมบูรณ์ (ปากน้ำ)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

ส่งท้ายด้วยหมายเลขโทรศัพท์เกี่ยวกับโควิด-19 ซึ่งขอรวบรวมมาให้ทราบไว้เพื่อติดต่อในยามจำเป็น

ขอให้ทุกหมายเลขมีผู้รับและประจำอยู่เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนยามเดือดร้อน

อ๊อด เทอร์โบ

เบอร์สายด่วนควรทราบ

สายด่วน 111 ของศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) สำนักนายกฯ รวมทั้งรับเรื่องร้องเรียนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2288-6070 ต่อ 4

 สายด่วน 1422 และโทรศัพท์ 0-2590-3000 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 สายด่วน 1669 ศูนย์นเรนทร สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

สายด่วนสุขภาพ 0-2590-2000 ของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

  สายด่วนปรึกษาเรื่องยา 0-2644-8850 กด 73 ขององค์การเภสัชกรรม

สายด่วน 1330 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)หรือโทร.0-2831-4000 ต่อ 1330

 สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)

ศูนย์ Hot Line สปส.เพื่อประสานการใช้สิทธิผู้ประกันตน สถานพยาบาล นายจ้าง ติดต่อที่หมายเลข 0-2956-2513-4 ในวันและเวลาราชการ

จึงแจ้งมาให้ทราบเพื่อความสะดวกในการติดต่อด้วย

มารู้จัก มาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สู้’โควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424161?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

มารู้จัก มาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สู้’โควิด-19

24 มีนาคม 2563 – 16:54 น.
รู้จัก พรกฉุกเฉินฯ,มาตรการขั้นสูงสุดสู้,สู้โควิด-19
เปิดอ่าน 1,369 ครั้ง

สุดท้าย ‘ครม.ประยุทธ์’ ก็ตัดสินใจ ใช้มาตรการขั้นสูงสุดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หวังสกัดการแพร่ระบาดของไวรัส ‘โควิด-19’ ไม่ให้ลุกลามจนยากที่จะควบคุมซึ่งอาจทำให้คนล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง..แล้วคุณรู้หรือยังว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เปิดช่องให้รัฐบาลใช้มาตรการอะไรได้บ้าง

สุดท้าย ครม.เห็นชอบการใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  โดยจะเริ่มประกาศวันที่ 26 มี.ค.นี้

ก่อนหน้านี้ก็มีการทยอยใช้มาตรการ”ชัตดาวน์” ทีละขั้น ปิด 26 ธุรกิจ อาทิ ห้างสรรพสินค้า สนามกอล์ฟ  สถานบันเทิง ร้านอาหาร  เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

   และตอนนี้ก็มาถึงมาตรการขั้นแรงสุด คือ การ “ประกาศภาวะฉุกเฉิน” โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ”

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อปี 2548 ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รุนแรงอย่างหนักในขณะนั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ “ดับเมืองยะลา” เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ปี 2548
สาระสำคัญของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้มีไว้แค่ “ดับไฟใต้” หรือเอาไว้ควบคุมสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสถานการณ์ภัยคุกคามด้านอื่นๆ ที่กระทบของสาธารณะ หรือที่เข้าข่ายเป็นภัยพิบัติสาธารณะด้วย

       ตามนิยามที่กฎหมายเขียนไว้ในมาตรา 4 ที่ว่า “สถานการณ์ฉุกเฉิน “ให้หมายรวมถึงสถานการณ์ที่กระทบกับความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน หรือการป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง” ด้วย

เมื่อประกาศใช้แล้ว อำนาจของทุกส่วนราชการ จะไปรวมศูนย์อยู่ที่นายกฯ ตามมาตรา 7  ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯฉบับนี้ ซึ่งจะทำให้การสั่งการของนายกฯเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ข้ามขั้นตอนหรือสายการบังคับบัญชาตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน

โดยการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สามารถประกาศได้เฉพาะพื้นที่ (เหมือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้) หรือครอบคลุมทั่วประเทศก็ได้ และการประกาศแต่ละครั้ง จะมีระยะเวลานานที่สุด 3 เดือน หากสถานการณ์ฉุกเฉินจบลง ก็ให้นายกฯยกเลิกการประกาศได้ทันที  แต่หากสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงอยู่ ก็ให้ขยายเวลาได้คราวละ 3 เดือน / ทำให้สามารถรีวิวสถานการณ์ได้ทุกๆ 3 เดือน

    สำหรับอำนาจพิเศษที่สามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน มีบัญญัติในมาตรา 9 และ 11 รวมๆ ประมาณ 16 มาตรการ อาทิ

    – ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือ “เคอร์ฟิว” ตามเวลาที่กำหนด

   – ห้ามชุมนุมมั่วสุม หรือไปรวมตัวกันจำนวนมากๆ

   – สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่

   – สั่งปิดเส้นทางคมนาคม

   – ห้ามใช้อาคารสถานที่ตามที่กำหนด

   – ห้ามนำเสนอข่าวสารที่กระทบกับสถานการณ์

    -ประกาศให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น “เจ้าพนักงาน” ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้นด้วย

แต่มาตรการพิเศษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ / แต่ต้องให้นายกฯประกาศ “ข้อกำหนด” เป็นเรื่องๆ เป็นมาตรการๆ ไป / เหมือนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประกาศใช้ทั้งกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

     แต่หากพิจารณาจากผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นใกล้ถึงหลักพัน และการติดตามกลุ่มเสี่ยงยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ จนอาจเกิดการระบาดใหญ่ “ระยะ 3”  ก็มีความเหมาะสมที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้ “เครื่องมือพิเศษ” นี้

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ถึงเวลา?… พึ่ง’เคอร์ฟิว’ ยาแรงปราบ’โควิด-19

พญาเสือ เชิญอ่าน “เคอร์ฟิว” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424155?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พญาเสือ เชิญอ่าน “เคอร์ฟิว”

24 มีนาคม 2563 – 14:45 น.
ศอฉโควิด,เคอร์ฟิว,พรกฉุกเฉิน
เปิดอ่าน 2,145 ครั้ง

พญาเสือ เชิญอ่าน “เคอร์ฟิว” คอลัมน์… คลุกวงใน โดย… พญาเสือ

ทันทีที่ นายกฯแถลงจบ “พญาเสือ” ยิ้มเลยว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน2548 นั้น เริ่มมีผลวันที่ 26 มีนาคม. นั้น หมายความว่า นายกฯเริ่ม “กระชับพื้นที่” และ”กระชับอำนาจ” เข้ามาทุกขณะ

อ่านข่าว…   ด่วน ดีเดย์ 26 มี.ค.ครม.ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้โควิด
00000แต่สิ่งที่จะตามมา หลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจาก รัฐบาลจะมี “ศอฉ.โควิด” แล้ว ยังจะมีการประกาศ”เคอร์ฟิว”ตามมา ขึ้นกับ ผอ.ศอฉ.โควิด ว่าจะเอามาหมดหรือไม่ เพราะประเด็น”เคอร์ฟิว” อยู่ในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ดังกล่าว000000

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

   มาตรา ๙
ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)   ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น
(๒)   ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

(๓)   ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร

(๔)   ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
(๕)   ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ

(๖)   ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดพื้นที่และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุก็ได้

เบื้องหลัง ‘เพื่อนบ้าน’ รับแรงงานคืนถิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424080?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เบื้องหลัง ‘เพื่อนบ้าน’ รับแรงงานคืนถิ่น

24 มีนาคม 2563 – 10:10 น.
โควิด 19,โรคระบาด,ประเทศเพื่อนบ้าน,ลาว,เมียนมาร์,กัมพูชา,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 1,576 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 24 มี.ค.63

*****************************

ภาพข่าว แรงงานเพื่อนบ้าน” นับแสนคนทะลักหน้าด่านชายแดนควรจะเกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ แต่ปีนี้ไวรัสโควิดส่งผลให้พวกเขาเหล่านั้นกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปิดด่านตามแนวชายแดนเพื่อสกัดโควิด-19 รวมถึงปิดจุดผ่อนปรน ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าฯ อยู่แล้ว ประกอบกับกรุงเทพมหานครสั่งปิดห้าง ทำให้แรงงานเพื่อนบ้านตกงานชั่วคราว จึงหลั่งไหลกลับประเทศ ก่อนเส้นตายปิดด่าน 23 มีนาคม 2563

ลาว’ ตั้งตัวไม่ทัน

เดิมทีคณะรัฐมนตรีรัฐบาลลาวได้ประชุมประจำเดือนมีนาคม 2563 และพิจารณาเร่งด่วนเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ สปป.ลาว ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเพราะประเทศเพื่อนบ้านพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลลาวจึงออกมาตรการสกัดกั้นปิดด่านท้องถิ่นและด่านประเพณีในขอบเขตทั่วประเทศ และกำหนดเงื่อนไขการเข้า-ออก ในด่านสากล

บันทึกประวัติ ก่อนส่งตัวกลับบ้าน

ลึกๆ รัฐบาลลาวต้องการห้ามคนลาวไปเที่ยวและชอปปิงที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี และเชียงราย

อีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตลาวประจำไทย ได้พูดคุยกับแรงงานลาวเพื่อให้เลื่อนการเดินทางกลับบ้านช่วงบุญปีใหม่ลาวหรือสงกรานต์ เพราะรัฐบาลสั่งห้ามเล่นน้ำสงกรานต์ หรือจัดงานคอนเสิร์ตปีใหม่ลาว

นายกฯ ทองลุน สีสุลิด มาตรวจศูนย์ประชุมที่เตรียมทำโรงพยาบาลสนามรองรับหากมีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก

เมื่อมีมาตรการปิดห้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล บวกกับมหาดไทยปิดด่าน แรงงานลาวจึงรีบเดินทางกลับประเทศเกือบแสนคน

กระทรวงสาธารณสุขลาวจึงรีบออกมาตรการให้แรงงานลาวที่กลับบ้านต้องกักตัวเอง 14 วัน โดยมอบให้ “นายบ้าน”(ผู้ใหญ่บ้าน) เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

คนลาวส่วนหนึ่งตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวเพื่อนร่วมชาติเกรงจะนำเชื้อโควิดติดตัวมา เหมือนครั้งหนึ่งคนไทยกลัวผีน้อย

เขมร’ ปรับแผนใหม่

สถานการณ์ไวรัสโควิดในกัมพูชา มียอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด 84 คน (ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2563) ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเขมรที่เดินทางกลับจากมาเลย์

นายกฯ ฮุน เซน สั่งผู้ว่าฯ 25 จังหวัดเตรียมโรงเรียน และศูนย์ประชุม เป็นโรงพยาบาล

รัฐบาลกัมพูชาได้มอบหมายให้ทูตกัมพูชาประจำไทย เข้าพูดคุยและขอร้องแรงงานเขมรไม่ควรออกจากไทยหากไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ขอให้เลื่อนการเดินทางกลับ

พลันไทยปิดด่านแรงงานเขมรหลายหมื่นคนแห่กลับบ้าน สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเตรียมหาสถานที่เช่นโรงเรียนและศูนย์ประชุม ปรับสภาพให้เป็นโรงพยาบาลชั่วคราวทันที

ผู้เชี่ยวชาญจีน มาช่วยเขมรสู้โควิด

เช้าวันที่ 23 มีนาคม 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของจีน 7 คน พร้อมเวชภัณฑ์ เดินทางมาถึงพนมเปญ เพื่อช่วยกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชารับมือโควิด ตามคำร้องขอของกัมพูชา

นับว่าเป็นข่าวดีในวันที่มีข่าวร้าย..การเคลื่อนย้ายแรงงานครั้งใหญ่จากไทยสู่กัมพูชา

เมียนมาร์’ ป่วนหนัก

เมียนมาร์เป็น 1 ใน 2 ชาติอาเซียนที่ยังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ก่อนหน้านี้ ทางการเมียนมาร์ได้มีมาตรการสกัดกั้นที่ชายแดนโดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าประเทศให้เข้มข้น

เหนืออื่นใดรัฐบาลเมียนมาร์สั่งงดจัดสงกรานต์ หรือเทศกาลตะจานทั่วประเทศ รวมถึงระงับกิจกรรมที่มีการชุมนุมของผู้คน

การคัดกรองของเจ้าหน้าที่เมียนมาร์

งานสงกรานต์หรือตะจาน เป็นเทศกาลที่ใหญ่มาก สมัยรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาร์เคยหยุดงานถึง 10 วัน แต่รัฐบาลซูจีลดเหลือ 5 วัน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 สถานทูตสหภาพเมียนมาร์ประจำไทย ได้แจ้งกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ประสานขอความร่วมมือจากแรงงานเมียนมาร์ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์

เมียนมาร์ พบผู้ติดเชื้อโควิด 2 รายแรก

สิ่งที่ทางการเมียนมาร์คาดไม่ถึงก็คือคำสั่งปิดห้างในกรุงเทพฯ ตามมาด้วยการปิดด่านพรมแดนไทย-พม่าทุกจุด ทำให้มีแรงงานชาวกะเหรี่ยง ชาวมอญ และชาวไทใหญ่ เดินทางกลับมาหลายหมื่นคน

ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาร์จึงสั่งการให้เตรียมการหาโรงแรม โรงเรียน และอาคารในวัดบางแห่งมาแปรสภาพเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว

รัฐบาลซูจีประเมินแล้วแรงงานเมียนมาร์คืนถิ่นเที่ยวนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดเป็นรายแรกแน่

ซ้ำซาก ‘สื่อไทย’ ดูถูก ‘คนลาว’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424071?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ซ้ำซาก ‘สื่อไทย’ ดูถูก ‘คนลาว’

24 มีนาคม 2563 – 08:05 น.
สปปลาว,โควิด-19,สื่อไทย,เพื่อนบ้าน,โคโรน่า,ไวรัส
เปิดอ่าน 2,942 ครั้ง

ซ้ำซาก ‘สื่อไทย’ ดูถูก ‘คนลาว’ คอลัมน์… กระดานความคิด โดย… บางนา บางปะกง

เกือบบานปลาย เมื่อผู้ประกาศข่าว รายการ “ข่าวเย็นช่องวัน” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง one 31 กล่าวทำนองไม่เชื่อมั่นว่า เมียนมาร์และลาว ไม่มีใครติดเชื้อโควิด เนื่องจากสองประเทศนี้ ไม่มีเทคโนโลยีในการตรวจ คือไม่มีแล็บ แม้แต่ชุดตรวจก็ยังไม่มี แถมโรงพยาบาลไม่มีมาตรฐาน

อ่านข่าว…  “ช่องวัน” ขอโทษแล้ว ดราม่าผู้ประกาศข่าวดังบูลลี่ลาว

แล้วกรณีดังกล่าวก็จบลงด้วยดี หลังผู้บริหาร และผู้ประกาศข่าวได้เข้าขอโทษขออภัยประชาชนลาวผ่านทูตลาวประจำกรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จริงๆ แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับ “สื่อไทย” ย้อนไปก่อนหน้านั้น ก็มีหลายกรณี แต่ไม่อยากฟื้นฝอย แต่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการ เกี่ยวกับการรับข้อมูลข่าวสารจากเพื่อนบ้าน สื่อไทยยังดูเบาเรื่องนี้

ในยุคสมัยไร้พรมแดน มีเฟซบุ๊ก มียูทูบ เป็นเครื่องมือสื่อสาร คนลาวอ่านภาษาไทยได้ จึงติดตามข่าวสารฝั่งไทยได้ง่ายขึ้น อาศัยเสพข่าวฝั่งขวาจากสำนักข่าวออนไลน์ ไม่ต้องรอชมทางทีวีของไทยเหมือนในอดีต

ขณะที่สำนักข่าวหลักในเมืองไทย ยังอาศัยการติดตามข่าวสาร “เพื่อนบ้าน” จากสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น เอพี, เอเอฟพี, รอยเตอร์, วีโอเอ และซินหัว แต่สำนักข่าวเหล่านั้น ก็เลือกแปลบางข่าวจากเพื่อนบ้าน

อันที่จริง สำนักข่าวของรัฐบาลลาว ได้พัฒนาการนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวสารปะเทดลาว, นสพ.ลาวพัดทะนา, นสพ.เวียงจันทน์ใหม่ และ นสพ.เสดถะกิดการค้า รวมสำนักข่าวออนไลน์ลาวของเอกชนก็มีเยอะ

หากสำนักข่าวหลักในเมืองไทย หาคนเกาะติดข่าวสารเพื่อนบ้านจากแฟนเพจเฟซบุ๊กของสำนักข่าวในลาว ก็จะรับรู้การเคลื่อนไหวในทุกมิติของ สปป.ลาว ไม่ต้องมารอให้สำนักข่าวฝรั่งแปล หรือฟังขี้ปากใครบางคน แล้วเอามาเล่าผ่านหน้าจอ

ที่แย่ไปกว่านั้น สื่อออนไลน์ไทยบางจำพวก คอยส่องเฟซบุ๊กลาว เอาเรื่องไร้สาระ ไม่มีที่มาที่ไปมาเสนอ เรียกยอดไลค์ ยอดวิว รวมถึงนักข่าวภูมิภาคบางคน ดันไปหยิบเอาข่าวปลอมมาส่งส่วนกลาง ทำให้การเสนอข่าวจากเพื่อนบ้านไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

สำหรับเรื่องมาตรฐานการตรวจหาเชื้อโควิดของลาว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 สื่อออนไลน์ลาวทุกสำนักได้รายงานข่าวกรณีกระทรวงสาธารณสุขลาว ได้เชิญตัวแทนสถานทูตต่างชาติ มาฟังการแถลงเตรียมความพร้อมรับมือไวรัสโควิด โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด

ถ้ากองบรรณาธิการช่องวัน ได้ติดตามข่าวนี้ ก็คงไม่ปล่อยให้ผู้ประกาศข่าวออกไปจ้อหน้าจอหยามหยันเพื่อนบ้านว่า ไม่มีเครื่องมือตรวจหาเชื้อโควิด

ปัจจุบัน สปป.ลาว มีห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อโควิด 3 แห่งคือ 1.ศูนย์วิเคราะห์และระบาดวิทยา 2.สถาบันปาสเตอร์ ลาว โดยการช่วยเหลือของสถาบันปาสเตอร์ ฝรั่งเศส 3.ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา ของโรงพยาบาลมะโหสด หรือ สูนวิใจพะยาดชมเชื้อลาว-คริสตีฟ เมอริเออร์

เมื่อพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะเก็บตัวอย่างส่ง 3 ห้องแล็บ และเพื่อความมั่นใจในการวิเคราะห์แต่ละครั้ง กระทรวงสาธารณสุขลาว ยังได้ส่งตัวอย่างไปให้ห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่ออสเตรเลียวินิจฉัย จึงจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ

นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม จนถึง 20 มีนาคม 2563 สปป.ลาว พบผู้ต้องสงสัย 106 กรณี เมื่อนำตัวอย่างมาตรวจหาเชื้อ ผลเป็นลบ 103 กรณี และกำลังรอผลจากออสเตรเลียอีก 3 กรณี

สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้แปลข่าวชิ้นนี้เป็นภาษาไทยเหมือนกัน บังเอิญกองบรรณาธิการช่องวัน หรือผู้ประกาศข่าวคนนั้น ไม่ได้ติดตามหาข้อมูล จึงด้นสดตามประสานักเล่าข่าว เลยเกิดเรื่องบาดหมางกับเพื่อนบ้าน

กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่องวัน ก็มาจากความผิดพลาดในการเสาะแสวงหาข้อมูลข้างต้น เมื่อเจ้าตัวออกมาขออภัยประชาชนลาวผ่านหน้าจอ ก็จบด้วยดี แต่รู้สึกรำคาญพวกนักเล่าข่าวหน้าจอบางช่อง ที่ไปลากประวัติศาสตร์บาดแผลมาวิเคราะห์เป็นตุเป็นตะ

เรื่องนี้แก้ไม่ยาก หากสื่อไทยให้ความสำคัญกับ “สื่อเพื่อนบ้าน” ไม่งอมืองอเท้ารอให้ฝรั่งแปลข่าวให้เราแต่ฝ่ายเดียว ภาษาลาว เขมร และเมียนมาร์ เรียนรู้ไม่ยากหรอก

พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423893?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง”

23 มีนาคม 2563 – 11:25 น.
มวยถูกคู่,เก่ง การุณ,สิระ เจนจาคะ,เก่ง ดอนเมือง,เพื่่อไทย,พลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 5,975 ครั้ง

พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง” คอลัมน์… คลุกวงใน โดย… พญาเสือ

เรียกว่า มวยถูกคู่ คนดูถูกใจ ชอบฝ่ายไหนเชียร์ฝ่ายนั้น เชียร์ทางออนไลน์ปลอดภัยปลอดโควิด-19 “พญาเสือ” เห็นข่าวคั่นรายการ โควิด เสาร์ อาทิตย์ แล้วมันมืออยากร่วมวงไพบูลย์ด้วย

00000ก็ศึกระหว่างคนดังแห่งยุคสมัยโควิดระบาดไปทั่วโลก “สิระ เจนจาคะ “แห่งค่ายพลังประชารัฐ กับ “เก่ง การุณ โหสกุล” แห่งค่ายเพื่อไทย คนหนึ่งยึดหลักสี่ อีกคนยึดดอนเมือง เป็นฐานบัญชาการ

00000จะว่าไปแล้ว พรรษาการเมือง หากนับการเป็น สส. นั้น เก่ง ดอนเมือง แก่กว่า สิระ หลักสี่ เพราะลงสส.และได้เป็นสส.ก่อน ส่วน สิระ ไต่เต้ามาจากสนามท้องถิ่นของกทม.

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

00000แต่พรรษามากน้อยไม่เกี่ยว อยู่ที่ลีลาการออกหมัด ใครจะเจ้งโจ้งๆกว่ากัน กรรมการเห็นมากกว่าคนนั้นได้เปรียบ “พญาเสือ” คิดในใจว่า สักวัน ทั้ง “สิระ” และ “เก่ง” อยากให้โคจร มาเจอกันในสนามเลือกตั้ง ลงเขตเดียวกัน ปะทะกันตรงๆ จะได้รุ้ดำรู้แดงว่า ประชาชี จะเชียร์ใคร

00000”พญาเสือ” รู้ข่าววงในมาว่า เลือกตั้งหนที่แล้ว “เก่ง ดอนเมือง” พยายามจะข้ามเขตมาช่วย สรวงศ์ เทียนทอง หวังเขี่ย สิระ ให้ร่วงสอบตก นั้นจึงเป็นความแค้นของทั้งสอง และยิ่ง สรวงศ์ สอบตก เก่ง ยิ่งแค้น สิระ เป็นสองเท่า แบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

00000ทั้งสองเมื่อมีโอกาสโคจรมาเจอกันไม่ว่าจะเห็นตัวหรือไม่เห็นตัว มักจะฝากข้อความท้าทายเย้ยหยันกันตลอดเวลา ล่าสุด ชาวบ้านร้องเรียน สิระ ให้ไปจัดการเรื่องที่ดินที่เกาะเต่าให้หน่อย สิระ ก็ลงพื้นที่ พอไปถึงโรงพัก ก็นึกได้ว่า มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว หางานให้ตำรวจเกาะเต่า ทำเสียหน่อย เลยแจ้งความหมิ่นประมาท “เก่ง ดอนเมือง” เสียเลย

00000ที่แสบกว่านั้น “เก่ง ดอนเมือง” จะต้องขึ้นเครื่องมาลงสมุย แต่ว่าช่วงนี้โควิดกำลังอาละวาด ใครไปใครมาโดยเฉพาะมาจากกทม.จะต้องคัดกรองและกักตัว14วัน นี่แหละ มวยเหนือชั้นอย่าง สิระ วางแผนเอาไว้แล้ว ข่าวลึกว่าวันนี้ตำรวจจะส่งหมายเรียกมาถึง “เก่ง ดอนเมือง”

00000ยังไม่จบ”พญาเสือ” เหลือบไปเห็น เฟซบุ๊ก เก่ง ดอนเมือง ก็ออกมาท้าทายไม่หยุดเหมือนกัน และไม่กลัวที่ สิระ ไปฟ้องถึงเกาะเต่า ก็ยิ่งทำให้ “สิระ” ของขึ้นอีก

00000แต่ที่ฮากว่านั้น “พญาเสือ” ได้ยินว่า วันหนึ่งในการประชุมสภา ทั้งสอง ไปจ๊ะเอ๋กันในห้องน้ำสภา สิระ ก็ปรี่ไปถาม “เก่ง” เลยว่าทีปัญหาอะไร ฝ่ายเก่ง ตัวเล็กกว่า ปอดแหกขึ้นมาทันที ตอบกลับว่า “เกม”ครับ “เกม” แต่ระหว่างที่ “เก่ง” กำลังยืนฉี่อยู่ “สิระ” เลยถีบให้ทีจนฉี่กระจาย จบยกแรก มาต่อกันวันหน้า00000

ลับลวงพราง ‘คณะก้าวหน้า’ ลุยเลือกตั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423867?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ลับลวงพราง ‘คณะก้าวหน้า’ ลุยเลือกตั้ง

23 มีนาคม 2563 – 09:50 น.
คณะก้าวหน้า,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร,เจาะประเด็นร้อน,เลือกตั้งท้องถิ่น,นายก อบจ,ยุบพรรค,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,พรรคก้าวไกล
เปิดอ่าน 3,069 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 23 มี.ค.63

**************************************

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย คนไทยกำลังวิตกทุกข์ร้อนเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล และ “สาวช่อ” พรรณิการ์ วานิช ได้ร่วมกันแถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เปิดตัว คณะก้าวหน้า” (Progressive Movement) เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในโอกาสนี้ “เสี่ยเอก” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจมาต่อสู้กับโควิด เพราะขืนปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ นำพาการแก้ปัญหานี้ ประชาชนไทยตายหมด

สานต่อยึด อบจ.

คณะก้าวหน้า ที่ตั้งชื่อขึ้นมาล้อไปกับ “พรรคก้าวไกล” เป็นแผนการของ “เอก-ป๊อก” ที่ได้ร่วมกันออกแบบไว้แล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ตอนแรกจะตั้งชื่อ “คณะอนาคตใหม่” สำหรับภารกิจของคณะก้าวหน้า 1.การสร้างเครือข่ายทั่วประเทศไทย เหมือนการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน

เปิดตัวคณะก้าวหน้า

สำนักงานสาขาพรรคอนาคตใหม่ ก็จะแปลงกายเป็นคณะก้าวหน้าระยองคณะก้าวหน้าชลบุรีคณะก้าวหน้าเชียงใหม่คณะก้าวหน้าปัตตานี ฯลฯ เต็มแผ่นดิน

อนาคตใหม่ระยองแปลงกายเป็นคณะก้าวหน้า

2) รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศไทย หมายถึงความคิดอุดมการณ์หลัก คนเท่ากัน ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต่างจากอุดมการณ์พรรคก้าวไกล

3) รณรงค์หาเสียงให้แก่การเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับทั่วประเทศไทย ชัดเจนว่า พรรคก้าวไกล สู้ในเวทีการเมืองระดับชาติ แต่คณะก้าวหน้า จะปักธงการเมืองท้องถิ่น

ถูกตัดสิทธิการเมืองไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอเล่นบทกองเชียร์เหมือนนักเลือกตั้งขาใหญ่หลายคน นี่แหละการเมืองไทย

ก้าวแรก 15 อบจ.

สมัยที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์สู่การเลือกตั้งท้องถิ่น โดยพรรคอนาคตใหม่ จะคัดสรรผู้สมัครนายก อบจ. ลงสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต้นปี 2563  พรรคอนาคตใหม่ได้มีการพิจารณาคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. เสร็จสิ้นไปแล้ว 15 จังหวัด แยกออกเป็นภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ, จ.นครปฐม ชัชวาล นันทะสาร, จ.พระนครศรีอยุธยา วัสพงษ์ วิทูรเมธา, จ.ระยอง สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์, จ.สระบุรี วิฑูลย์ แก้วสุวรรณ และ จ.สิงห์บุรี อุดม จำปาสัก

สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ตัวแทนก้าวหน้าระยอง

ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก ณชพล พลอาสา และ จ.ตาก คริษฐ์ ปานเนียม

ภาคอีสาน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.มุกดาหาร สุพจน์ สุอริยพงษ์, จ.ยโสธร รุ่งโรจน์ แก่นแก้ว, จ.ร้อยเอ็ด สถาพร ว่องสันธนพงษ์, จ.สกลนคร ณรงเดช อุฬางกูร, จ.หนองคาย กฤศภณ หล้าวงศา, จ.หนองบัวลำภู สมเกียรติ เชษฐสุมน และ จ.อุบลราชธานี เชษฐา ไชยสัตย์

ยังมีเวลามากพอ คณะก้าวหน้าคงสยายปีก คัดคนลงสนามท้องถิ่นมากกว่านี้แน่นอน

ดับบ้านใหญ่

หากโฟกัสตัวแทนของคณะก้าวหน้า ที่จะลงชิงชัยนายก อบจ. มีความน่าสนใจอยู่ที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งดูเหมือน “ธนาธร-ปิยบุตร” ฝากความหวังไว้มากทีเดียว เพราะผลคะแนนจากการเลือกตั้งใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ได้มาเป็นกอบเป็นกำ

นครปฐม “หมอชัช” หรือ ส.นพ.ชัชวาล นันทะสาร ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ได้ “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นพี่เลี้ยง คงทำให้ตระกูล สะสมทรัพย์” หนักใจพอประมาณ

ตัวแทนคณะก้าวหน้านครปฐม

พระนครศรีอยุธยา วัสพงศ์ วิทูรเมธา ในนามอยุธยากรุงศรี หาญต่อกรกับ บ้านใหญ่วังน้อย” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา 3 สมัย คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ระยอง สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ในนามระยองดีกว่านี้ได้ มีทีมคนรุ่นใหม่ไฟแรงช่วยหนุน ต้องเจอศึกหนักเพราะตระกูล ปิตุเตชะ” แห่งบ้านใหญ่บ้านค่าย คงไม่ยอมให้ผ่านง่ายๆ

ฉะเชิงเทรา ตัวแทนของคณะก้าวหน้าคือ “นายกสิงห์” จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สามีของสุรีรัตน์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

จ.อ. ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ธนาธร และ จาตุรนต์ ฉายแสง

พูดถึง “นายกสิงห์” ถือว่าชื่อชั้นไม่ธรรมดา ตัวเขาเองก็สนิทสนมกับตระกูล “ฉายแสง” และฝ่ายภรรยา ก็อยู่ในซุ้มบ้านใหญ่ชลบุรี

เจ๊เปิ้ล ฐิติมา ฉายแสง กับ ยศสิงห์ ตัวแทนคณะก้าวหน้าแปดริ้ว

ฐิติมา ฉายแสง จึงวางแผนดัน “นายกสิงห์” ล้มผู้ใหญ่ไก่ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สายบ้านริมน้ำให้ได้

ศึกชิงนายก อบจ. สนามแปดริ้วคราวหน้า…ลุ่มน้ำบางปะกง คงลุกเป็นไฟ

“ชาติพัฒนา”แนะรัฐเลื่อนเสียภาษี-ลดVATเหลือ 5%สู้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423669?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ชาติพัฒนา”แนะรัฐเลื่อนเสียภาษี-ลดVATเหลือ 5%สู้โควิด

21 มีนาคม 2563 – 19:39 น.
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ,โควิด-19,นายเทวัญ ลิปตพัลล,ชาติพัฒนา,COVID-19,ภาษี
เปิดอ่าน 309 ครั้ง

“ชาติพัฒนา”เสนอมาตรการแบ่งเบาภาระประชาชนช่วงโควิด-19  ระบาด แนะ แนะรัฐเลื่อนการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปเป็น ก.ย.63 ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน,  เลื่อนจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลไป ป็น ส.ค.63 , พิจารณาลดภาษี VAT จาก 7% เหลือ 5%  ถึงสิ้นปี 63

 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลล รัฐมนตรีรประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้แถลงถึงข้อเสนอแนะของพรรคชาติพัฒนาต่อสถานการณ์ COVID-19 ระบุว่า

ตามที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตลอดระยะเวลาสองสามเดือนที่ผ่านมา มีผลให้ขณะนี้ (20 มีนาคม) มียอดผู้ติดเชื้อสะสมของไทยเพิ่มเป็น 322 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น

พรรคชาติพัฒนามีความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากการแก้ไขปัญหาเรื่อโควิด-19 แล้ว รัฐบาลยังได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ที่จะทำคู่ขนานเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงาน และประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาการว่างงาน การเลิกจ้าง ภาระการผ่อน หนี้สิน ฯลฯ โดยมอบให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

พรรคชาติพัฒนาเห็นว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้องที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ เยียวยาแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนโดยด่วน คู่ขนานกับการจัดการปัญหาโควิด-19 แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาเองก็ได้กำหนด

มาตรการทางเศรษฐกิจในวงเงินประมาณ 1 ล้านล้าน ดอลล่าร์ (ประมาณ 30 ล้านล้าน บาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ว่างงาน รวมทั้งมาตรการเลื่อนชำระภาษี เพื่อพยุงเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

พรรคชาติพัฒนาใคร่ขอเสนอแนะข้อคิดเห็นให้รัฐบาลรับไปพิจารณา คือ ควรกำหนดมาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ และประชาชน ผู้เดือดร้อนในขณะนี้ คือ

1. สำหรับประชาชนทั่วไป ควรพิจารณาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2562 ที่กำหนดจากเดิมชำระในเดือน มิ.ย.63 นี้ (หลังจากที่รัฐบาลได้เลื่อนให้แล้ว 3 เดือน) จากอัตราก้าวหน้า 10-35% เป็น 5-35% และเลื่อนการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมจากเดือน มิ.ย. 2563 เป็น ก.ย. 2563 รวมทั้งการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน ของเงินได้ประเภทจ้างแรงงานหรือรับจ้าง ออกไป 6 เดือน โดยให้ไปชำระคราวเดียวกันในเดือนมีนาคม 2564 ก็จะเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชนโดยตรง ในภาวะวิกฤตปัจจุบัน


2. เลื่อนการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล (อัตรา 20% ของกำไร) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2562 ที่จะต้องจ่ายในเดือน พ.ค. 2563 เป็น ส.ค. 2563 และเลื่อนการยื่นเสียภาษีกลางปีของปี 2563 ที่จะครบกำหนดเดือน ส.ค.2563 ออกไปเป็น พ.ย. 2563 และลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 20% ลงเหลือ 10% สำหรับปี 2563 ผู้ประกอบธุรกิจก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้น

3. เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านราคาสินค้าและบริการในช่วงวิกฤต เห็นสมควรพิจารณาลดภาษี VAT จาก 7%  เป็น 5% ให้มีผลโดยเร็วถึงสิ้นปี 2563 นี้ เพื่อให้สินค้าราคาถูกลง เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน

4. เลื่อนการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายใหม่ คือ ภาษีที่ดินแล ะสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี ในช่วงวิกฤต ซึ่งยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ณ ขณะนี้

5. ขอความร่วมมือจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ในการลดอัตราดอกเบี้ย และผ่อนผันการชำระคืนเงินต้นต่างๆ ของผู้ประกอบการ SME และประชาชนทั่วไป ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ สอดคล้องกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของ กบง. จาก 1% เหลือ 0.75%

6. เสริมสร้างการจ้างงานในชนบทให้ถึงมือประชาชน และผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรโดยตรง ผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนพัฒนาชุมชนเมือง ในลักษณะคล้ายโครงการเงินผันในอดีต เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน และสร้างรายได้ให้รากหญ้า

7. รัฐบาลต้องเตรียมตั้งรับกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างรุนแรงจากเดิมที่โลกเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากสงครามการค้า และเมื่อมีเหตุการณ์โควิด-19 ที่แพร่ขยายไปทั่วโลก และยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ที่ชัดเจนได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกจะติดลบ (Negative Growth) คือ การว่างงานจะเพิ่มขึ้น การผลิตและบริการจะลดลง GDP ของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะติดลบ ราคาน้ำมันที่ถูกลง จะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ ราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ


พรรคชาติพัฒนาใคร่ขอเสนอให้มีการปรับแผนการใช้จ่ายเงินของประเทศภายใต้งบประมาณปี 2563 (ประมาณ 3.2 ล้านล้าน บาท) และปรับปรุงงบประมาณปี 2564 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำและยังไม่ได้เสนอสภา (ประมาณ 3.3 ล้านล้าน บาท) ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันและสถานการณ์โควิด-19  ในด้านการแก้ปัญหาโควิด-19 จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขที่เพียงพอกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แพทย์ โรงพยาบาล อุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์อย่างจริงจัง เพื่อระงับยับยั้งโควิด-19 ให้ทันกับสถานการณ์ และเป็นบรรทัดฐานในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนให้กับประเทศ

ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและติดลบ รวมถึง GDP ของประเทศที่มีแนวโน้มติดลบ อาจนำไปสู่ DEMAND ด้านต่างๆ ที่ลดลงอย่างมาก ควรทบทวนงบประมาณด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ให้เหมาะสมกับระยะเวลา ขนาดการลงทุน และความต้องการและให้ลำดับความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณประเทศให้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และพัฒนาศักยภาพ ด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่ประเทศไทยเป็นครัวของโลก ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เรื่องอาหาร กับการเกษตร จะเป็นสินค้าที่มีความต้องการอย่างมากในตลาดโลก ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้น ก็อาจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423659?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น

21 มีนาคม 2563 – 18:07 น.
ปิดเมือง,อู่ฮั่น,โควิด-19
เปิดอ่าน 4,546 ครั้ง

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น คอลัมน์… Editor Talk

ผมยังเชียร์นายกฯอยู่นะครับ

แต่เมื่อเช้าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 89 ราย ซึ่งสูงกว่าทุกวันที่บางวันอยู่ระดับ30-40คนเท่านั้น

เป็นไปได้หรือไม่ว่า คนติดเชื้อเพิ่มสะท้อนว่าเราควบคุมไม่อยู่ เมื่อเราควบคุมไม่อยุ่จะทำอย่างไรดี

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

มาตรการที่ใช้อยู่แสดงว่าไม่ได้ผล

เพราะจุดแพร่กระจายยังมาจากสนามมวยลุมพินี ร้านอาหารทองหล่อ และคนที่เดินทางเข้าออกต่างประเทศ

นี่คือ 3 จุดที่เป็นจุดแพร่เชื้อ

แต่แปลกใจว่าทำไมไม่จัดการกับ 3 จุดนี้ คือสนามมวยลุมพินี ของทหาร ทำไมไม่มีการสอบสวนว่า คนที่นำเชื้อมาปล่อยต่อ แมทธิว ดีน คือใคร

แก๊งทองหล่อใครคือคนนำเชื้อมาปล่อย

และทางเข้าออกประเทศคือสุวรรณภูมิและดอนเมือง

หากเราปิด 3 จุดนี้เบื้องต้นเราจะสามารถควบคุมการเข้าออก การเคลื่อนย้ายของคนไทย แต่เราไม่ทำ จำนวนคนติดเชื้อจึงเพิ่มมากขึ้น

การที่มีข่าวว่า จะปิดห้างสรรพสินค้า ขอความร่วมมือให้คนอยู่แต่ในบ้าน จะช่วยได้แค่ไหนยังไม่มีใครทราบ ในเมื่อต้นตอของเชื้อยังไม่ได้รับการจัดการให้เป็นที่หายข้องใจว่า เชื้อมันมาจากไหน

เราจึงเหมือนตาบอดงมเข็มในมหาสมุทร

ต่างจากจีน เมื่อจีนทราบว่า อู่ฮั่น คือจุดแพร่เชื้อ จีนสั่งปิดทันทีทันควัน เขาจึงสามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อได้

ตรงกันข้ามหากจีนไม่ปิดเมืองอู่ฮั่น หลงเชื่อว่าตนเองมีศักยภาพ มีหมอเก่ง มีบุคลากรทางการแพทย์ครบ มีโรงพยาบาลมากมายที่ทันสมัย

ป่านนี้ลามทั่วประเทศแล้วครับ จะมีคนติดเชื้อเป็นพันล้านคน

เราทำไมไม่ทำเหมือน จีนละครับ ท่านนายกฯสูดหายใจลึกๆและแรงๆแล้วสั่งปิดกรุงเทพฯ จะเรียกว่าชัตดาวน์หรือล็อคดาวน์แล้วแต่ เพื่อให้เชื้อมันๆไม่แพร่กระจาย

ตอนนี้เชื้อมันแพร่จากกรุงเพทฯลามไปเกือบทุกจังหวัดแล้วครับ จะทำอะไรก็รีบทำครับ อย่าเชื่อพวกกองเชียร์ทั้งหลายว่าปิดกรุงเทพฯแล้วจะเสียหายโน่นนี่นั่น

เศรษฐกิจพังสร้างใหม่ได้ แต่คนตาย ปลุกให้คืนชีพไม่ได้นะครับ

อย่าให้ถั่วสุกก่อนงาจะไหม้

จีนทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว

ผมยังเชียร์นายกฯอยู่นะครับ.

เป็นหยัง ‘คนลาว’ ยังบ่ติดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423605?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เป็นหยัง ‘คนลาว’ ยังบ่ติดโควิด

21 มีนาคม 2563 – 11:55 น.
โควิด 19,ลาว,ศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดลาว,ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 63,529 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 21 มี.ค.63

***************************

สปป.ลาว และสหภาพเมียนมา เป็น 2 ประเทศเดียวในอาเซียน ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งหลายคนอาจคลางแคลงสงสัย แต่หากได้ติดตามข่าวจากลาวและเมียนมาโดยตรง ก็หายความกังขา

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กรณีผู้ประกาศข่าวช่องวัน ได้พาดพิงถึงมาตรฐานการสาธารณสุขของ 2 ชาติดังกล่าว หากกองบรรณาธิการได้ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าวใหญ่ของเพื่อนบ้าน ก็จะไม่เกิดปัญหาการสื่อสารผิดพลาด

อย่างว่าแหละ สำนักข่าวในประเทศไทยส่วนใหญ่ ติดตามข่าวเพื่อนบ้านผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างครบด้าน

กระทรวงสาธารณสุขลาว แถลงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ว่า สปป.ลาวพบผู้สงสัยติดเชื้อโควิด 106 กรณี เมื่อตรวจหาเชื้อแล้ว มีผลเป็นลบ 103 กรณี และรอผลการตรวจอีก กรณี

ประชากรไม่หนาแน่น

ดร.รัดตะนะไช เพ็ดสุวัน รองรัฐมนตรีสาธารณสุข สปป.ลาว ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนลาวที่สงสัยว่า เหตุใดคนลาวยังไม่พบผู้ติดเชื้่อโควิด-19 ซึ่งมีคำตอบแบบกว้างๆ ดังนี้

ดร.รัดตะนะไช เพ็ดสุวัน

1.ประชากรไม่หนาแน่น ลาวมีพลเมือง 7 ล้านคน อาศัยอยู่ในเนื้อที่ทั้งประเทศ 2 ล้านกว่าตารางกิโลเมตร ผู้คนอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย อย่างนครหลวงเวียงจันทน์ มีประชากร 7 แสนคน ฉะนั้น โอกาสติดเชื้อจึงมีน้อย

2.ขนส่งมวลชนลาวมีจำกัด คนลาวใช้รถส่วนตัว โดยเฉพาะใช้มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนใหญ่ การกระจายเชื้อในรถขนส่งสาธารณะจึงแทบไม่มี

ศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดของลาว

3.รัฐบาลลาว ได้ดำเนินมาตรการป้องกันโควิดมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 เช่นการคัดกรองผู้มาถึงลาวอย่างเข้มงวด โดยการตรวจสอบอุณหภูมิ และแยกผู้ต้องสงสัยที่ติดเชื้อออกไปกักตัว 14 วัน

โรงหมอมิตรภาพ เตรียมรักษาผู้ป่วย

สปป.ลาว มีศูนย์วิเคราะห์และควบคุมโรค แห่ง ด้วยเครื่องมือทันสมัยจากการร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก และเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาล แห่งในนครหลวงเวียงจันทน์ และโรงพยาบาลประจำแขวง หากพบผู้ป่วยหากติดเชื้อโควิด

โรงหมอของกองทัพประชาชนลาว

รัฐบาลลาวตระหนักดีว่า การป้องกันโควิดเป็นมาตรการเดียวที่จะทำให้ลาวอยู่รอด จึงโฆษณาให้คนลาวตระหนักถึงการป้องกันตัวเองเป็นอันดับแรก

ข่าวสารจากเมืองลาวทำนองนี้ สื่อหลักของไทย ไม่ค่อยสนใจ รอแต่แปลข่าวจากเอพี รอยเตอร์ จึงเกิดความไม่เข้าใจเพืื่อนบ้าน

สกัดคนจีนเป็นด่านแรก

ทันทีที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 รัฐบาลลาว ได้สั่งให้คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีคำสั่งห้ามบุคคลสัญชาติจีน เข้า-ออก เป็นเวลา 10 วัน พูดง่ายๆคือ ปิดกาสิโนที่ใหญ่ที่สุด

ปิดสามเหลี่ยมทองคำ เป็นอันดับแรก

ต่อมา เขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้ยกระดับห้ามบุคคลทุกสัญชาติ เข้า-ออก เป็นเวลา 17 วัน และวันนี้ ได้ขยายเวลาการปิดสามเหลี่ยมทองคำออกไปอีกเป็น 15 วัน

ทางการลาวได้ระงับการออกวีซ่ากับด่านสากล ที่มีชายแดนติดจีน ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าลาว ตั้งแต่วันที่ กุมภาพันธ์นี้ และปิดด่านท้องถิ่น 24 แห่ง ด้านที่ติดพรมแดนเวียดนามและกัมพูชา

ห้ามคนจีนเข้าลาว

สำหรับกรรมกรจีน ที่มาทำงานก่อสร้างเขื่อน และทางรถไฟในลาว ได้กลับไปเยี่ยมบ้านช่วงตรุษจีน ทางการลาวได้ประสานกับบริษัทก่อสร้างของจีน ขอให้กรรมกรจีนเลื่อนการเดินทางกลับลาวออกไปก่อน

ช่วงแรกๆ ตำรวจลาวยังออกไล่ล่า “รถคนจีน” ที่วิ่งเข้ามาในลาว และนำตัวคนจีนไปกักตัว 14 วัน

กึ่งปิดประเทศ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีลาวเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ สปป.ลาว ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะประเทศเพื่อนบ้านพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สปป.ลาว จึงมีมาตรการสกัดกั้นดังนี้

ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว

1.ปิดด่านท้องถิ่น และด่านประเพณี ในขอบเขตทั่วประเทศ ส่วนด่านสากล ให้รับประกันอุปกรณ์ และการตรวจ กลั่นกรองผู้ติดเชื้อไวรัส หากมีความพร้อม จึงอนุญาตให้เปิดเข้า-ออก ได้ตามปกติ

2.ระงับการออกวีซ่าท่องเที่ยวกับด่านทุกประเภท รวมทั้ง E-visa และการท่องเที่ยว เป็นเวลา 30 วัน

3.หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศของพลเมืองลาว ยกตัวอย่างห้ามคนลาวมาเที่ยวหรือชอปปิงในไทย แต่อนุญาตให้ไปราชการ และพบแพทย์ได้

4.ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงติดโควิด ต้องแยกเดี่ยวเป็นเวลา 14 วัน

5.ห้ามจัดงานที่มีการชุมนุมของมวลชน อาทิ งานบุญประเพณี งานแสดงสินค้า การแข่งกีฬา ฯลฯ แม้กระทั่งงานแต่งงานก็ถูกห้ามจัดเด็ดขาด

การซ้อมรับมือผู้ป่วยโควิดของลาว

6.ปิดกิจการร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ และร้านนวด ทั่วประเทศ

7.ปิดโรงเรียน ตั้งแต่โรงเลี้ยงเด็ก อนุบาล มัธยม มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาอื่นๆ

การทำงานของศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดลาว

8.กำหนดสถานที่กักตัว 14 วัน สำหรับคนลาวที่อยู่ในต่างประเทศจะกลับบ้าน โดยเฉพาะแรงงานลาวในไทย

9.แนะให้คนลาวที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เลื่อนการเดินทางกลับประเทศ

มาตรการดังกล่าว ก็คล้ายเมืองไทย ไม่ปิดประเทศ ก็เหมือนปิด เพราะเข้า-ออกยากขึ้น