ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423285?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่

20 มีนาคม 2563 – 18:10 น.
ไวรัสโคโรน่า,โควิด-19,COVID-19,ปิดประเทศ,่ นายกฯ,ผู้ป่วยใหม่,รัสเซีย,วลาดีมีร์ ปูติน,สี เจิ้นผิง
เปิดอ่าน 7,311 ครั้ง

ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาแน่ เมื่อกระทรวงสาธารณสุข แถลงจำนวนผู้ติดเชื้อวันเดียวถึง 2 ครั้ง..

คลิปที่ 1

  เช้าผู้ป่วยใหม่ 35 ราย

          บ่ายผู้ป่วยเพิ่มเป็น 60 ราย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

19 มีนาคม 2563 นับเป็นวันแรก  และครั้งแรกที่กระทรวงสาธารณสุขออกแถลงการณ์ วันเดียวถึงสองรอบต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตัวเลขก็เพิ่มเป็น “ดับเบิ้ล” เล่นเอาโลกโซเชียลรุมถล่มรัฐบาลแบบไม่ยั้งมือ

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

      ด่วน ! สธ.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 35 ราย

      ด่วน ไทยติดเชื้อเพิ่มตัวเลขพุ่งกระฉูด 60 ราย

โดนหนักสุด ตกยกให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เจ้าของวลีเด็ด โคโรนาไวรัส2019 หรือโควิด-19 แค่ “ไข้หวัดธรรมดา” ตามมาด้วยอีกวลี “จะติดตั้งจุดคัดกรองที่สนามบินหาสวรรค์วิมานอะไร??” 

ณ วันนี้  สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 คงไม่ใช่ “ไข้หวัดธรรมดา”อีกแล้ว เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มทวีคูณ ขณะที่เดียวกันท่าทีของรัฐบาลเริ่มขยับและปรับกระบวนยุทธ์ในการทำงาน เพื่อรับมือโควิด-19 มากขึ้น

อีกทั้ง การปรากฏตัวของ  “พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ” ผู้บัญชาการสำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงโหม พร้อมด้วย นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย่อมไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาแน่

ไม่เพียงเท่านั้น ระดับผู้นำ อย่าง“พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ต้องวางมือทุกภารกิจ เพื่อเดินทางด่วน เพื่อมานั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมที่กระทรวงสาธารณสุข จากทำเนียบรัฐบาลสู่จังหวัดนนทบุรี “ย่อมไม่ธรรมดา” กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสร้าย “โควิด-19”

ยังมีอะไรอีกมั๊ยที่คนไทยไม่รู้  หรือว่าเราคนไทยต้องพึ่งตัวเอง ดูแลตัวเอง เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มส่อเค้าจะซ้ำรอยเมืองอู่ฮั้น  ที่วันแรกพบผู่ติดเชื้อ 300 คน วันที่สองเพิ่มเป็น 700 คน และวันที่ เพิ่มเป็น1,700 คนในที่สุด “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องประกาศ “ปิดประเทศ”

เฉกเช่นเดียวกับ มาเลเซีย ออสเตรเลีย ที่สั่งปิดประเทศไปก่อนหน้านัั้น  แต่ที่ฉงนช็อกโลกต้องยกให้ “วลาดิมีร์ ปูติน” ผู้นำรัสเซีย ที่สั่งปิดประเทศเป็นเวลา 2 เดือน วงในระบุว่า“ปูติน”สั่งทุกภาคส่วนคุมเข้มความปลอดภัยด้านสุขภาพให้ประชาชน ตรวจคัดกรองแบบเข้มข้น หลังพบผู้ป่วยเพียง 90 ราย ขณะเดียวกันขอให้ทุกครัวเรือนเตรียมอาหารให้พร้อมสำหรับการดำรงชีพนาน 2 เดือน และให้อยู่ในบ้านเรือนไม่พบปะสังสรรค์

ย้อนมาดูประเทศไทย 19 มีนาคม 2563 ช่วงบ่ายๆ “นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่าการรับมือโควิด-19 ของประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุขมา”ถูกทางแล้ว“ แต่เพิ่มความเข้มข้นทุกประเทศที่จะเดินทางเข้าไทย

     “ต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 และใบรับรองแพทย์มีอายุไม่เกิน3วันและต้องซื้อประกันสุขภาพ เมื่อมาถึงไทยต้องผ่านการคัดกรองและกักตัว14วัน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

เหนืออื่นใด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเคลื่อนย้าย หรือออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น แม้ประเทศไทยยัง “ไม่มีประกาศเคอร์ฟิว” ก็ตาม..

ขณะที่กระแสเรียกร้องให้ “ปิดประเทศ” กระหึ่มโชเชียล พร้อมวลีเด็ด “เจ็บ…แต่จบ” เมื่อสิ้นถ้อยแถลงของกระทรวงสาธารณสุข มีจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มทวีคูณ และกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่เกาะกลุ่มเฉพาะกรุงเทพมหานคร อีกต่อไป แบบนี้แล้ว รัฐบาลยัง “เอาอยู่” มั๊ย??

วันนี้คนไทยจะเป็นอย่างไร

แล้วพรุ่งนี้ละ??

 0 กมลทิพย์  ใบเงิน 0 รายงาน 

รู้จัก ‘ผู้ใหญ่ไก่’ ใหญ่กว่า ‘ฉายแสง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423377?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รู้จัก ‘ผู้ใหญ่ไก่’ ใหญ่กว่า ‘ฉายแสง’

20 มีนาคม 2563 – 09:35 น.
ผู้ใหญ่ไก่,กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์,ฉะเชิงเทรา,แปดริ้ว,ผู้ใหญ่ รักแปดริ้ว,ต้อย แปดริ้ว,สุชาติ ชมกลิ่น,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 5,243 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 20 มี.ค.63

****************************

สืบเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่คนในวงการมวยที่เข้าไปรับชมมวย “ศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร” ที่สนามมวยลุมพินี รามอินทรา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 และมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันเป็นจำนวนมาก

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หนึ่งในนั้นคือ “ผู้ใหญ่ไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ในแวดวงมวยไทย ไม่มีใครไม่รู้จักผู้ใหญ่ไก่ ผู้สนับสนุนหลักของ 2 ค่ายมวยดังคือ ค่าย สจ.วิชิตแปดริ้ว และค่าย สจ.ต้อยแปดริ้ว

จังหวะที่ผู้ใหญ่ไก่ เตรียมตัวลงป้องกันตำแหน่งนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา จึงเปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ผู้ใหญ่ รักแปดริ้ว” เป็นกระบอกเสียง และแฟนเพจผู้ใหญ่ไก่ได้ช่วยกระจายข่าวให้ทราบว่า นายก อบจ.แปดริ้ว ติดเชื้อโควิด และขอให้คนที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิด ได้สังเกตอาการอยู่บ้านและไปพบแพทย์

บ้านเปี่ยมทรัพย์

บ้านเปี่ยมทรัพย์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กลายเป็น “บ้านใหญ่” ในยุคนี้ อย่างงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด สุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ คู่ชีวิตผู้ใหญ่ไก่ เมื่อกลางปีที่แล้ว มีนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นมาร่วมอวยพรกันอย่างคับคั่ง

ผู้ใหญ่ไก่ นายก อบจ.แปดริ้ว

จากอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2(บ้านสัมปทวน) ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่ไก่” ได้ก้าวสู่ถนนการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา และปี 2547 ลงสมัครนายก อบจ.สมัยแรก ก็ได้รับชัยชนะ

สุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ 

ผู้ใหญ่ไก่สั่งสมบารมี และสร้างฐานคะแนนทางการเมืองในพื้นที่ จึงเป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่ 3 โดยเป็นพันธมิตรกับ สุชาติ ตันเจริญ” บ้านใหญ่พนมสารคาม และ จินดา มะลิผล” พี่สาวสุชาติ (ภรรยา รส มะลิผล อดีต ส.ส.แปดริ้ว) ซึ่งเป็นบ้านใหญ่สนามชัยเขต

บ้านใหญ่เป้าเปี่ยมทรัพย์ เบ่งบานบารมี…ขณะที่ตระกูล “ฉายแสง” พื้นที่การเมืองหดแคบลงเรื่อยๆ เหลือแค่เขตเทศบาลเมืองเท่านั้น

การมวยการเมือง

ชื่อ “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นที่รู้จักของโปรโมเตอร์มวยชั้นนำของประเทศ โดยมีขุนพลคู่ใจคือ สจ.วิชิต อ่องลออ หัวหน้าค่าย สจ.วิชิตแปดริ้ว และ สจ.ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หัวหน้าค่าย สจ.ต้อยแปดริ้ว

ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์” หรือฉายาในวงการมวย ต้อย แปดริ้ว” เป็นบุตรชายคนโตนายกไก่ และเป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง ถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมือง

 สจ.ต้อย แปดริ้ว

ปลายปี 2556 “นายกไก่” ส่งลูกชาย “ต้อย แปดริ้ว” สวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา โดยลงสมัครที่เขต 2 ชนกับแชมป์เก่า สมชัย อัศวชัยโสภณ พรรคเพื่อไทย เอาชนะได้ด้วย แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ

“ต้อย แปดริ้ว” เป็นคนกว้างขวาง มีเพื่อนมิตรทั้งวงการมวย และการเมือง อย่าง “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ก็สนิทกับ ส.จ.ต้อย

ตอนแรก ส.จ.ต้อยไปคุยกับกลุ่มสามมิตร ก่อนเข้าพลังประชารัฐ เมื่อสุชาติ ลุยจัดทัพเอง ก็ดึง ส.จ.ต้อยมาร่วมทีม

ตระกูลยึดแปดริ้ว

การเลือกตั้งปี 2562 สุชาติ ตันเจริญ จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.แปดริ้วในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยสุชาติผันตัวเองไปลง ส.ส.เขต 3 พร้อมให้พี่เขย รส มะลิผล อดีต ส.ส. ลงเขต 3 และหลานชาย ณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส. ลงเขต 1 สังกัดพรรคภูมิใจไทย

สุชาติ นำทีมอวยพรวันเกิดชัยวัฒน์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา

“ส.จ.ต้อย” สวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนามเขต 2 เจอกับคู่ปรับเก่า “เฮียเน้า” สมชัย อัศวชัยโสภณ อดีต ส.ส. 2 สมัยพรรคเพื่อไทย เฮียเน้าเป็นเพื่อน “อิทธิ ศิริลัทธยากร” อดีต ส.ส. 4 สมัย พรรคเดียวกัน แต่สมัยนี้ อิทธิย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้ง ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ชนะสมชัย อัศวชัยโสภณ ได้เป็น ส.ส.แปดริ้วสมัยแรก สมใจผู้ใหญ่ไก่ และสุชาติ ประมุขบ้านริมน้ำ

สุชาติ และชัยวัฒน์ ลูกผู้ใหญ่ไก่

ทุกวันนี้ สุชาติจับมือผู้ใหญ่ไก่ ในนาม “อบจ.แปดริ้ว” ออกหาเสียงอย่างหนัก ด้วยหวังจะดันผู้ใหญ่ไก่ เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่ 4 ให้ได้ ซึ่งสมัยที่แล้ว ประสิทธิ์ ตันเจริญ เป็นรองนายก อบจ. และลูกชายสุชาติ “มดเล็ก” ศักดิ์ชาย เป็นรองประธานสภา อบจ.

สำหรับ “กิตติชัย เรืองสวัสดิ์” ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 อดีตอนาคตใหม่ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่ในซุ้ม “อบจ.แปดริ้ว” ของสุชาติและผู้ใหญ่ไก่

จะเห็นได้ว่า สุชาตินั้นลีลาการเมืองชั้นเซียนเหยียบเมฆ จึงวางคนไว้ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย

แนะเคล็ดลับ เช็ก 4 เงื่อนไข…ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423295?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แนะเคล็ดลับ เช็ก 4 เงื่อนไข…ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19”

19 มีนาคม 2563 – 17:19 น.
โควิด19,ประกันโควิด-19,เงื่อนไข,ซื้อประกัน
เปิดอ่าน 4,822 ครั้ง

ตัวแทนขายประกันแนะเคล็ดลับ 4 เงื่อนไขที่ต้องตอบตัวเอง ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19” ที่สำคัญคือต้องรู้เงื่อนไขว่า ตรวจพบโควิด – 19 เท่านั้นถึงจ่ายค่าคุ้มครอง

หลายคนกำลังเป็นห่วงภาวะแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการหาซื้อ “ประกันภัยโควิด-19” เพื่อลดภาระทางการเงิน หากโชคร้ายติดเชื้อนี้ขึ้นมา… แต่ใครจะรู้ว่าผู้ซื้ออาจกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มธุรกิจที่ฉวยโอกาส... ก่อนควักเงินซื้อโปรดอ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตัวแทนขายประกัน!

ตอนนี้ตลาดแข่งขันขายประกันโควิด–19 กำลังเดือดสุดขีด เปิดราคาสู้กันตั้งแต่ถูกสุด 99 บาทจนถึง 1,500 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจไม่ถูกว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี เพราะแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ยังมีขายประกันภัยแบบเลือกซื้อเบี้ยเพียง 117 บาทต่อปี หรือใช้แต้มสะสมแลกก็ยังได้ หากพบเชื้อโควิดจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล 7 พันบาท และป่วยขั้น “ภาวะโคม่า” จ่ายให้ทันที 7 หมื่นบาท หรือกรณีบางบริษัทเสนอแผนความคุ้มครองจ่ายค่าเบี้ย 1,300 ตรวจพบโควิด-19 จ่ายทันที 2 แสนบาท หากเข้ารักษาในภาวะโคม่าจะมีวงเงินคุ้มครองอีก 1 ล้านบาท

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official              

             หลายคนสับสนว่าควรดูเงื่อนไขก่อนซื้อประกันอย่างไรบ้าง?

ตัวแทนขายประกันจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึก” ว่าก่อนเลือกซื้อประกันภัยโควิด–19 ต้องอ่านรายละเอียดและพิจารณา 4 เงื่อนไขสำคัญดังนี้

1. บริษัทที่เลือกต้องเป็นบริษัทมีชื่อเสียงเชื่อถือได้เท่านั้น ไม่ควรเลือกซื้อบริษัทเล็กหรือเปิดใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะที่ผ่านมาเคยมีบริษัทเปิดใหม่ขนาดเล็กมาขาย “ประกันวินาศภัย” แล้วสักพักก็ปิดตัวเองหายไป เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเคลมหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของลูกค้าที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หลายรายในเวลาใกล้เคียงกัน

2.ไม่ควรซื้อประกันที่ราคาถูกมากเกินไป เช่น 99 บาท เพราะจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพียงแค่ 1-2 หมื่นบาท ซึ่งไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ควรเลือกซื้อราคาตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป จะจ่ายประมาณ 1 แสนบาท

3. ไม่ต้องจ่ายซ้ำซ้อนหากมี “กรมธรรม์ประกันชีวิต” พ่วง “ประกันภัยสุขภาพ” ซึ่งปกติจะมีการคุ้มครองโรคร้ายอยู่แล้ว เพราะการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วป่วย ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล จะได้รับการคุ้มครองตามสิทธิเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าเจ็บป่วยไม่สบายจากเชื้อไวรัสตัวใดก็ตาม นอกจากอยากซื้อ“ประกันภัยโควิด-219” เพิ่มเติมเป็นพิเศษ

4.ควรศึกษา “เงื่อนไขที่เขียนซ่อนไว้” หรือรายละเอียดยิบย่อยในกรมธรรม์ ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท เช่น บางแห่งระบุว่า “ผู้ซื้อ” ต้องไม่เคยมีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไทยเป็นเวลา 30 วัน ในวันเริ่มต้นที่กรมธรรม์คุ้มครอง หรือ ต้องมีร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว“ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นผู้ติดโรค” หรือ“ไม่เคยอยู่ในกลุ่มที่เคยถูกสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” หรือบางบริษัทกำหนดว่าขายเฉพาะคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น อยู่ต่างประเทศซื้อไม่ได้

ตัวแทนขายประกันข้างต้นกล่าวแนะนำต่อว่า“ ที่สำคัญคือต้องรู้เงื่อนไขว่า ตรวจพบโควิด – 19 เท่านั้นถึงจ่ายค่าคุ้มครอง หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าไปโรงพยาบาลเพื่อขอตรวจก็คุ้มครองแล้ว จ่ายค่าตรวจไป 5 -7 พันบาทแต่ไม่พบโควิด แล้วมาเคลมว่าไปตรวจโควิด บริษัทไม่จ่ายเด็ดขาด จ่ายเฉพาะคนที่ตรวจแล้วเจอโควิด ตอนนี้คนสูงอายุก็ซื้อได้ เพราะระบุอายุตั้งแต่ 1 – 99 ปี แนะนำว่าอย่าซื้อราคาถูกเกินไป ตอนนี้มีบางบริษัทประกันภัยปิดการขายไปแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ให้พิจารณาว่าต้องการวงเงินคุ้มครองแบบไหน บางแห่งตรวจพบจ่ายทันที 5 หมื่นบาทแล้วจบกันไป คนที่ซื้อแบบนี้ควรเป็นผู้ที่เคยซื้อประกันสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว แต่ซื้อเพิ่มเพื่อความอุ่นใจ แต่ถ้าใครไม่มีอาจต้องซื้อแบบที่จ่ายหลักแสนบาทขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมขณะที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล เพราะแต่ละคนมีอาการหนักเบาไม่เท่ากัน”

ล่าสุด “คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” (คปภ.) มีคำสั่งห้ามผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยใช้ภาวะการประกาศโรคระบาดของรัฐบาล ในกรณีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 มาเป็น“ข้ออ้าง”หรือเป็น“ข้อยกเว้น”  ไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองกรณีผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ชีวิตหรือประกันสุขภาพไว้แล้ว

นอกจากนี้คปภ. ยังมีนโยบายช่วยเหลือการทำประกันให้กับชาวบ้านทั่วไปที่เป็นสมาชิกกองทันหมู่บ้านทั่วประเทศด้วย โดย“รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ” ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ระบุว่าปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านมีสมาชิกทั่วประเทศ 8 หมื่น กองทุน แต่ละกองทุนมีสมาชิกประมาณ 100 คน สำนักงาน คปภ.จะนำระบบประกันภัย หรือ “กรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19”เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะ สำหรับสมาชิกกองทุนมีความเสี่ยง

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจอยากตรวจสอบรายชื่อ “บริษัท” และ “สาขา” ของบริษัทประกันชีวิตสามารถเช็คได้ที่เวบไซด์สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  http://www.oic.or.th/th/industry/statistic/data/27/2

ส่องลึก ‘ที่ปรึกษาหญิง’ เกมหน้ากากผี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423159?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส่องลึก ‘ที่ปรึกษาหญิง’ เกมหน้ากากผี

19 มีนาคม 2563 – 09:35 น.
ติ่ง มัลลิกา,มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข,อัจฉริยะ เรืองรัตนพง,ที่ปรึกษารมวพาณิชย์,กักตุนหน้ากาก,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 4,606 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 19 มี.ค.63

***************************************

สัปดาห์ที่แล้ว อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำหลักฐานข้อมูลการกักตุนหน้ากากอนามัย มามอบให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนและการนำเข้า-ส่งออกหน้ากากอนามัย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

มาถึงสัปดาห์นี้ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีกับอัจฉริยะ กรณีระบุตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งตัวมัลลิกาเอง เป็นหนึ่งในจำนวนที่ได้รับการแต่งตั้ง

สำหรับทีมทนายความที่ “ติ่ง มัลลิกา” มอบให้ทำคดีคือสำนักงานนิติธร ล้ำเหลือ (KAT) โดยวันนั้น “ทนายนกเขา” ได้นำทีมเข้าแจ้งความที่ ปอท.ด้วยตัวเอง

ที่ปรึกษาติ่ง

หลังจากตกเป็นข่าวเม้าท์อยู่หลายวัน “ที่ปรึกษาติ่ง” ก็ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงกรณีที่ดำเนินคดีกับประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการส่งออกหน้ากากอนามัย หรือผู้ประกอบการหน้ากากอนามัย รวมถึงไม่เคยรู้จักกับผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับกิจการหน้ากากอนามัย

ที่ปรึกษาติ่ง

“ติ่ง” หรือ “มอลลี่” เป็นชาวไทลื้อ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา อดีตผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร ได้เข้าสู่วงการการเมืองโดยการสนับสนุนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้ก่อตั้งพรรคมหาชน

นับแต่ปี 2548 “ติ่ง ไอทีวี” พยายามจะปักธงเป็น “ส.ส.พะเยา” แต่ไม่เคยสำเร็จ ทั้งในสีเสื้อพรรคมหาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นตั้งมูลนิธิมัลลิกาช่วยเหลือประชาชน เพื่อกรุยทางมัดใจชาวบ้าน

เลือกตั้งปี 2562 ติ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และวางตัวน้องชาย มนัสศักดิ์ บุญมีตระกูล ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 พะเยา ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.ทั้งพี่ทั้งน้อง

สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ติ่งก็มีตำแหน่งทางการเมือง เป็นอดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สาวไทลื้อชื่อ ติ่ง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงคณะบริหาร ติ่งได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารพรรค หลัง ปชป.เข้าร่วมรัฐนาวาตู่ 2 “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ในฐานะ รมว.พานิชย์ เสนอชื่อติ่ง มัลลิกา เป็นที่ปรึกษา โดยการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

สมัย จุติ ไกรฤกษ์ เป็นเจ้ากระทรวงไอซีที ชื่อที่ปรึกษา “ต.เต่า” (ติ๊ก ติ่ง ตั๊น) ดังระบือลือลั่น…วันนี้ ต. แยกทางกันเดินเป็นที่เรียบร้อย

ที่ปรึกษาหญิง

วันที่ 16 มีนาคม 2563 แฟนเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีข้อความว่า “ที่ปรึกษา รมต.พาณิชย์ มีตั้งหลายคนที่เป็นผู้หญิง ชมรมยังไม่เคยระบุเลยว่า…เป็นใคร ทำไมมันร้อนตัวจัง อิอิ”

ในฐานะเจ้ากระทรวงพาณิชย์ “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้แต่งตั้ง “คณะที่ปรึกษา” ขึ้นมาชุดหนึ่งประมาณ 10 กว่าคน และในนั้นเป็นผู้หญิง คน

จุรินทร์เจอศึกหน้ากาก

ประกอบด้วย อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.กทม., พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ลูกสาวพิเชษฐ อดีต ส.ส.กระบี่ และส.ส.บัญชีรายชื่อ, อรอนงค์ คล้ายนก อดีต ส.ส.กทม., เบญญาภา เกษประดิษฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตหนองจอก, นาถยา แดงบุหงา อดีต ส.ส.กทม., นันทพร วีรกุลสุนทร อดีต ส.ส.กทม. และเยาวลักษมิ์ โตอนันต์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรี

จะว่าไปแล้วตำแหน่งคณะที่ปรึกษาก็เป็นรางวัลปลอบใจคนแพ้ ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย ต่างจากที่ปรึกษาติ่ง

เหนือทนาย

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” โดยเส้นทางชีวิตของเขาเริ่มจากอาชีพวิศวกร เพราะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธา จึงยึดอาชีพเป็นนักธุรกิจก่อสร้างก่อนจะมาทำชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและสำนักงานกฎหมายและทนายความควบคู่กันไป

อัจฉริยะ ตอนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ลาออกแล้ว

ประมาณต้นเดือนกันยายน 2562 “อัจฉริยะ” ได้สร้างความประหลาดใจให้แฟนคลับ เขาเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และเตรียมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.หลักเมือง ถนนมาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ของ สรชัด สุจิตต์” ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 1 ชาติไทยพัฒนา

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 อัจฉริยะ ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ผ่านทางแฟนเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยไม่มีคำชี้แจงใดๆ

อัจฉริยะผ่านศึกเสือเหนือใต้มาโชกโชน..มีเรื่องหน้ากากผีนี่แหละที่เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ

กรุงเทพมหานคร ต้อง รุกฆาตโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423075?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กรุงเทพมหานคร ต้อง รุกฆาตโควิด-19

18 มีนาคม 2563 – 17:55 น.
ไวรัสโคโรนา,โควิด-19,COVID-19,ผู้ว่าฯอัศวิน,อนุทิน,คมชัดลึกออนไลน์
เปิดอ่าน 708 ครั้ง

กรุงเทพมหานคร ต้องรุกฆาตโควิด-19 ….เพื่อให้สิ่งเหล่านี้… ความหวาดกลัว! ความหวาดผวา! ความวิตกกังวล! ทุกข์ใจ! ไร้ที่พึ่ง! เครียด! หมดไป ฯลฯ

        หวาดกลัว! หวาดผวา! วิตกกังวล! ทุกข์ใจ! ไร้ที่พึ่ง! เครียด! ฯลฯ

                นี่เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกของคนไทยค่อนประเทศ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเจ้าวายร้าย “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19” ที่กระจายไปทั่วโลก ยังไม่ทีท่าว่าจะ“หยุด”ซะทีเดียว 

        อ่านข่าว : รัฐบาลแถลงปิดสถานศึกษาทั่วไทย เพื่อควบคุมโควิด-19

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

                 เอาเถอะ!! แม้รัฐนาวา “ลุงตู่” แถลงว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยยังไม่เลวร้าย หรือยังอยู่ใน “ระยะที่2” เท่านั้น และรัฐบาลได้เตรียมพร้อมแผนสำรองเอาไว้แล้วเพื่อรองรับหากถึงขั้นแย่ที่สุด 

                จากนั้นครม.ลุงตู่ ก็เข็นมาตรการปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ ปิดเรือนจำ และตามด้วยปิดสถานบริการหลายประเภท อาทิ สนามมวย ผับ สถานบริการ ร้านนวด นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ โรงภาพยนตร์ พิกัดเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.2563

                 เชื่อหรือไม่ว่า มาตรการเหล่านี้คนไทยส่วนใหญ่รวมถึงพลเมืองกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 13 ล้านคน ยังไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะ “เอาอยู่” หรือเอาชนะเจ้าวายร้ายโควิด-19 นี้ได้แบบ “อยู่หมัด” 

         “คมชัดลึกออนไลน์” มีโอกาสได้รับคำชี้แนะ รวมถึงกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่ยุทธวิธีในการทำงานเชิงรุก ก้าวล้ำไปข้างหน้า จาก “คณะทำงานอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข” เพื่อปราบปรามเจ้าวายร้ายโควิด-19 ให้หยุดการแพร่เชื้อ และเรียกขวัญกำลังใจคนไทยและชาวกรุงเทพมหานครให้กลับคืนมา…

       ก่อนอื่น 2 ผู้นำ หมายถึง “พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  และ “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องหลอมรวมเป็น “ดรีมทีม” เพื่อสู้โควิด-19 โฟกัสเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ก่อนด้วยการทำงานเชิงรุก ดังนี้

 1.กทม.-สธ. 2 หน่วยงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

 2.ระดมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งจาก กทม.และสธ. จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลุยตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ เริ่มจากพื้นที่ “เซฟโซน5เขต” ได้แก่เขตพระนคร,เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,เขตสัมพันธวงศ์,เขตบางรัก และเขตปทุมวันที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร การคัดกรองสุขภาพประชาชน ไล่เรียงมาตั้งแต่ระดับเขต ลงไปแขวง และลงสู่ชุมชน  

 3.ประสานขอความร่วมมือจากหน่วยกู้ภัย จิตอาสา อาสามัคร ในการร่วมลงพื้นที่คัดกครองประชาชนชาวกรุงเทพฯ เพื่อให้ครบทั้ง 50 เขต และในการทำ “บิ๊กคลิ่นนิ่ง” ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ หากไม่มีอุปกรณ์ก็ขอความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นทีไ่ด้

 4.สำรวจสุขภาพของประชาชน ในแต่ละชุมชน ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ควบคุมโซนไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

5.เฝ้าระวังหากมีเคสเสี่ยงติดโควิด-19

 6.มีจุดบริการครบวงจร เจ้าหน้าที่พร้อมเคลื่อนย้ายหากพบผู้ป่วยฉุกเฉิน

7.ตรวจติดตามการคัดครองสุขภาพประชาชนแต่ละชุมชนซ้ำ บันทึก ข้อมูล จัดเก็บ รายงาน และเฝ้าระวังตลอด24ชั่วโมง

   8. มีจุดสื่อสารใกล้ชิดกับประชาชน อาจจะผ่าน “เพจผู้ว่าฯอัศวิน” เป็นช่องทางตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโควิด-19 ให้ชาวกรุงเทพฯ 13 ล้านคนอบอุ่นใจว่ามีผู้นำเป็นที่พึ่งได้และอยู่เคียงข้าง ยามยากลำบาก

  9.ประมวลผล ทั้งหมดนำเสนอระดับชาติ คลอดเป็นโมเดลเพื่อนำไปใช้ในอีก 76 จังหวัดที่เหลือ

  10 เดินหน้าลงชุมชนถี่ยิบ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนอย่างเข้มข้น แบบเชิงรุก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

    ด้วยจิตคารวะ ทั้งหมดทั้งมวล ผู้เขียนหวังเพียงว่า ยุทธวิธีเหล่านี้หากนำมาใช้จริงชาวกรุงเทพฯ คงอบอุ่นใจ และรู้สึก“ปลอดภัย” อาจจะนำไปสู่การผนึกกำลังลุกขึ้นสู้กับเจ้าวายร้ายโควิด-19 ในที่สุด..

       0 กมลทิพย์   ใบเงิน 0 รายงาน

ปิดเมือง ‘หลาดา’ พะยี่ห้อเนวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/422954?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปิดเมือง ‘หลาดา’ พะยี่ห้อเนวิน

18 มีนาคม 2563 – 09:20 น.
นายชาดา ไทยเศรษฐ์,อุทัยธานี,ปิดอุทัย,ปิดบุรีรัมย์,โควิด-19,ปิดเมือง,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์
เปิดอ่าน 1,566 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 18 มี.ค.63

**********************************

ปิดเมืองบุรีรัมย์ ปิดเมืองอุทัย ในความเป็นจริงก็คือปิดเมืองด้านสาธารณสุข ขั้นตอนการรับมือโรคระบาดระยะแพร่ จึงหยุดการสัญจร เพื่อหยุดเชื้อโรค

บังเอิญ “เนวิน ชิดชอบ” พ่อเมืองตัวจริง สนิทสนมกับ “พี่ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มายาวนาน ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จึงกล้าแหกขนบมหาดไทย

วันถัดมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จึงให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มที่ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ในการออกมาตรการปิดเมือง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถทำได้โดยไม่ต้องปรึกษาใคร

ปิดเมืองอุทัยฯ

ข่าวปิดเมืองบุรีรัมย์ ในเพจลุงเนวิน ยังแชร์ไปไม่ถึงแสน เพจ Chada Thaised ก็อัพสเตตัสปิดเมืองอุทัยธานี ตามกันมาติดๆ

ผู้แสดงตัวจริงอย่างเป็นทางการชื่อ ณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี แต่พ่อเมืองอุทัยฯ ตัวจริง ก็ต้องยกให้คนนี้ หลาดา” หรือ ชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี เขต 2

ผู้แทนของชาวบ้าน

“…พี่น้องชาวอุทัยธานีครับ เราต้องช่วยตัวเองก่อนครับ วันนี้เราหวังจากระบบไม่ได้ ด้วยรักและห่วงใยชาวอุทัยธานีทุกท่าน”

โพสต์นี้ของ “หลาดา” มีภาพประกอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายสาธารณสุข ตั้งด่านตรวจตรารถราที่วิ่งผ่านไปมา โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยแจกแผ่นพับ และทักถามคนในรถ

ปานัดฌา ร่วมกับฝ่ายปกครองอุทัยธานี แจกหน้ากากอนามัย

เธอชื่อ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์” ลูกสาวคนสวยของหลาดา และเป็น ส.อบจ.อุทัยธานี เขต 1 วันเดียวกันนั้น เธอโพสต์ว่า “…เริ่ม Kick off มาตรการลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ..#อุทัยต้องรอด #ทำต่อไม่รอแล้วจ้า…”

ปราสาทสายฟ้ามี “เนวิน” ลุ่มสะแกกรังก็ต้องมี “หลาดา” นี่แหละการเมืองแบบไทยๆ

เมืองหลาดา

ดังที่รู้กัน หลาดา” เล่นการเมืองท้องถิ่นในนามกลุ่มคุณธรรม ผูกขาดตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี กระทั่ง ชาดาลงเล่นการเมืองระดับชาติ “เบแหม่ม” มนัญญา ไทยเศรษฐ์ จึงสืบทอดเป็น “นายกเล็ก” เมืองอุทัยฯ

กระทั่ง “เบแหม่ม” จำต้องลาออกจากนายกเล็กเมืองอุทัยฯ ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ แทนพี่ชาย มิเพียงเท่านั้น “หลาดา” ยังหนุน เผด็จ นุ้ยปรี เป็นนายก อบจ.อุทัย แบบไร้คู่แข่งมา 2 สมัย

มนัญญาและหลานสาว ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์

ตระกูลไทยเศรษฐ์ มิได้ค้าเนื้อสัตว์อย่างเดียว ชาดายังเป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอุทัยธานี (ไทยเศรษฐ์) ที่นำพาชาวไร่ปลูกอ้อย ส่งโรงงานน้ำตาลของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลบ้านไร่ จำกัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

แม่บ้านสมาคมไร่อ้อยฯ ก็คือ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ ลูกสาวชาดานั่นเอง และการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เจ้าพ่อสะแกกรัง ยังปั้นหลานชาย “ชาร์จ” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ลูกชายมนัญญา) เป็น ส.ส.อุทัยธานี เขต 1

พ.ศ.นี้ “ไทยเศรษฐ์” แผ่บารมีเต็มพื้นที่เมืองอุทัยฯ ตั้งแต่การเมืองท้องถิ่นยันระดับชาติ

บ้านดอนหมื่นแสน

ทุกวันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปี ชาดา ไทยเศรษฐ์ จะเปิด “บ้านดอนหมื่นแสน” ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ต้อนรับคนใกล้ชิดและหัวคะแนน ที่เข้ามาอวยพรวันเกิดเขา และคาดว่า ปีนี้ “หลาดา” ครบรอบ 59 ปี งานวันเกิดคงยิ่งใหญ่อลังการ

ชาดา ให้การต้อนรับประธานชวน

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 แฟนเพจ Chada Thaised ได้โพสต์ข้อความว่า “ช่วงเช้าวันนี้ ผมได้มีโอกาสต้อนรับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านดอนหมื่นแสน ผมและครอบครัวไทยเศรษฐ์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับ”


ประธานชวน เดินชมบ้านดอนหมื่นแสน

ประธานชวน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้เกียรติ “คนการเมือง” ทุกสีทุกค่าย โดยเฉพาะนักการเมืองที่เป็น ส.ส.มาหลายสมัย เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 อดีตนายกฯ ชวน ก็ได้มาที่บ้านดอนหมื่นแสน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชาดา ซึ่งจัดงานแต่งงานลูกสาวคนสวย 2 คน วันนั้น ภายในงานมีแขกเหรื่อมาร่วมงานประมาณหมื่นคน

บุรีรัมย์มีบ้านชัย ชิดชอบ อุทัยธานีก็บ้านดอนหมื่นแสน เป็นที่พึ่งของชาวลุ่มน้ำสะแกกรัง

วัวพันหลัก “ประสิทธิ์ (ปทาน) ศรีสุวรรณ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/422941?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

วัวพันหลัก “ประสิทธิ์ (ปทาน) ศรีสุวรรณ”

18 มีนาคม 2563 – 08:14 น.
ปทาน ศรีสุวรรณ,คิงส์ฟอร์ด,ผู้ถือหุ้น
เปิดอ่าน 159 ครั้ง

วัวพันหลัก “ประสิทธิ์ (ปทาน) ศรีสุวรรณ”

ฉบับก่อน เจ๊เมาธ์ไม่ได้เขียนแค่เอามันส์ เรื่องของท่าน “ปทาน ศรีสุวรรณ”  นะคะ ด้วยหลักฐานที่เจ๊เมาธ์ได้มาทั่วทุกทิศ ทั้งจากผู้เสียหาย หรืองบการเงินย้อนหลัง การถือหุ้นกลุ่มคิงส์ฟอร์ด ของ “ท่านปทาน” ก็ทำเอาคุณท่านนั่งก้นไม่ติดเหมือนกันค่ะ วิ่งพล่านหาคนเคลียร์ แล้วยังมาขู่เจ๊เมาธ์…ฟอดๆ เชอะ !!!! ให้รีบ ๆ เลยค่ะ อย่าให้เจ๊ต้องใช้รถแม็กโครขุดความฉาวมากไปกว่านี้เลยค่ะ…

ที่เจ๊เมาธ์ทำไป แค่สงสารนักลงทุน ที่นำเงินมาร่วมลงทุน บางคนเพิ่งเริ่ม อีกหลายๆ คนเริ่มมาหลายปีไม่น้อยกว่า 3 ปี คนมีชื่อเสียง แม้กระทั่งพนักงานของคิงส์ฟอร์ด ลูกน้องท่านปทานก็ไม่เว้นระดมเงินลงทุน ถามหน่อยเถอะผ่านไปหลายปี มีใครได้ผลตอบแทนบ้าง?

เจ๊เมาธ์บอกตรงๆ เลยค่ะ สงสารพนักงาน อุตส่าห์เก็บออมมาทั้งชีวิต หรือโครงการออมเงินเพื่อลูก สงสารเด็กน้อยตาดำ ๆ เถอะค่ะ

กลับมาที่เรื่องที่เจ๊เมาธ์ แอบได้ยินมาใน “บล.คิงส์ฟอร์ดฯ” เมาธ์กันให้แซดว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีการจัดประชุมกรรมการและมีการนำชายชุดดำมาผลักอกอดีตผู้บริหารและกีดกันไม่ให้เข้าห้อง..

      ไม่รู้กรรมการอย่าง     
พล.อ.อ.สามารถ โสดสถิตย์, นางบุษบา บุนนาค, นายสมสัก นนทกนก, นางสาวไพลิน กอวัฒนา, พล.ต.ชาคริต สวัสดี, นายวรากรณ์ กุนทีกาญจน์, นายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร, นายวิมุตติ สุขทิพยาโรจน์

   จะรู้เรื่องมั้ยกับการกระทำเยี่ยงนี้!! 
ฟังความอะไร ฟังสองฝั่งอย่าหูเบา… ควรรำลึกในใจเสมอว่า บริษัท คิงส์ฟอร์ดฯ (โฮลดิ้ง) มีผู้ถือหุ้นหลายร้อยรายที่ชีชํ้ากับผลขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี…

อีกทั้งเหล่ากรรมการควรระวังให้ดีกับการมีแนวคิดแอบนำเงินฝากลูกค้าที่วางเป็นหลักประกัน (NCR) ไปใช้นอกวัตถุประสงค์หรือวางคํ้าประกันใดๆ ที่ ก.ล.ต. ห้ามนะคะ!!

เงินลูกค้าฝากเพื่อซื้อขายหุ้นกว่าพันล้านเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์… ก.ล.ต. ดูดีๆ เดี๋ยวลูกค้า บล. มีชื่อนี้อาจเสียหายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว!

แค่เตือนหลังจากได้ฟังเทปเพลงเจ็บกระดองใจของแหวน-ธิติมา…

กลับสู่เรื่องภาพรวมตลาดหุ้น… สัญญาณยังไม่ค่อยจะดี หมี…หมี มาแล้วค่า เห็นตลาดหมีกันหรือเปล่าคะ ตอนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่ภาวะตลาดหมีเต็มตัว ติดเชื้อ COVID-19 เต็มตัวแล้วค่ะ …ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) งัดเอาไม้ตายเรื่องลดดอกเบี้ย ตูมเดียวเสียวทั้งโลก 1% กดลงจนหมดเหลือ 0- 0.25 % รวมถึงการอัด QE เข้าไปในระบบอีก 7 แสนล้านดอลลาร์ เอาเป็นว่าตอนนี้หมีมาแล้วค่ะ อัดกันขนาดนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ 2 ครั้งแล้ว เหมือนตลาดหุ้นไทยเลยค่ะ …

เจ๊เมาธ์ไม่จำเป็นต้องบรรยายอะไรเยอะค่ะ เจ็บคอ ลำพังมาตรการที่คุณพี่ “ภากร” เอ็มดีตลาดหุ้นไทย กว่าจะงัดออกมาได้ ทำเอาเม่าน้อย เกือบตายหมู่ ห้ามทำชอร์ตเซล โน่นนี่นั่น เจ๊เมาธ์ถามคำเถอะ “ภากร” ห้ามโบรกเกอร์ต่างชาติทำเน็กเก็ตชอร์ต ได้ยัง บังคับได้มั้ยคะให้มีหุ้นในมือ หรือในศูนย์รับฝากก่อน ทำชอร์ตเซล …เน็กเก็ตชอร์ตนี่แหละค่ะตัวดี ทำตลาดหุ้น “เละ” เป็น“โจ๊ก”

หุ้นร่วงแรงๆ ที่เจ็บหนักที่สุด ก็คงจะไม่มีใครเกิน GULF BGRIM GPSC ซึ่งถือว่าเป็น 3 ทหารเสือโรงไฟฟ้าขาใหญ่ ก็อย่างที่เจ๊เมาธ์คอยบอกคอยแซะไปหลายรอบ ว่าลูกพี่ใหญ่ทั้ง 3 มีอาการบวมจนอืดเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเอาฝันระยะยาวอีก 4-6 ปีมาขาย หรือแม้แต่ค่าพี/อีระดับใกล้ๆ 100 ถ้าใครเผลอลงทุนด้วยก็ต้องทิ้งช่วงยาว ๆ ให้หลานหญิงหลานชายมาช่วยรับมรดกไปโน่นเลยถึงจะคุ้มทุนนะคะ พอเกิดวิกฤติ…ความจริงปรากฏนั้นละค่า แต่หนักขนาดนี้ก็แค่ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงนิดเดียวเองค่ะ

ไปที่หุ้นธนาคารอย่าง SBC, KBANK, BBL ทั้ง 3 ถือว่าเป็นหุ้นธนาคารใหญ่ระดับแนวหน้ากันบ้างค่ะ มีข่าวซุบซิบออกมาว่าวันที่ 25 มีนาคมนี้ กนง.อาจจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอีก 0.25-0.5% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในการรับมือโรค COVID-19 ซึ่งมันก็แน่นอนว่าเรื่องนี้มันกลายเป็นกระแสกดดันให้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยังขยับไปไหนไม่ได้ แต่ถ้าไปดูไส้ในจริงๆ แล้ว จะเห็นว่าหุ้นกลุ่มธนาคารเหล่านี้ มีราคาหุ้นหน้ากระดานที่ลดลงมาจนตํ่ากว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีมากเกือบๆ เท่าตัว

เช่น SCB ปัจจุบันราคาหุ้นหน้ากระดานอยู่ที่ 60-62 บาท/หุ้น แต่มีมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 117.78 บาท/หุ้น ในขณะที่ KBANK ปัจจุบันราคาหุ้นหน้ากระดานอยู่ที่ 86-87 บาท/หุ้น มูลค่าหุ้นทางบัญชีราว 169.79 บาท/หุ้น

ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มธนาคารใหญ่เหล่านี้ พยายามรักษาเสถียรภาพราคาหุ้นด้วยการตั้งกองทุนในการซื้อหุ้นคืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนนั้นเอง

ดังนั้นถ้ามองให้ลึกลงไปจะเห็นได้ว่าหุ้นในกลุ่มธนาคารเหล่านี้ได้สะท้อนภาพของการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง.เอาไว้ล่วงหน้ามาตั้งนานแล้ว​​​​​​​​​​​​​​

คอลัมน์…  เมาธ์ทุกอำเภอ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2558 หน้า 13 ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค.63   By…เจ๊เมาธ์

พญาเสือ แนะเว้นภาษีบุคคลธรรมดา เยียวยา’โควิด-19′ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/422865?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พญาเสือ แนะเว้นภาษีบุคคลธรรมดา เยียวยา’โควิด-19′

18 มีนาคม 2563 – 00:05 น.
พญาเสือ,แนะเว้นภาษีบุคคล
เปิดอ่าน 1,173 ครั้ง

พญาเสือ แนะเว้นภาษีบุคคลธรรมดา เยียวยาโควิด-19 คอลัมน์..คลุกวงใน โดย… พญาเสือ

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว 00000    ”พญาเสือ” รายงานตัวร่วมฝ่าวิกฤติประเทศกับไวรัสโควิด-19 ใครไม่ปิดไม่ป้องเราทำเองก่อนเลย

00000  ”พญาเสือ”สะเทือนใจ นายกฯลุงตู่ ประกาศไม่ปิดประเทศ แม้วันเดียวก็ไม่ปิด เพราะว่า คนป่วยน้อย เอาอยู่ หมอเยอะ มีโรงพยาบาลแยะ ฟังแล้วขนลุก

00000 ”พญาเสือ”วอนประชาชนอย่าด่าว่ารัฐบาลเลย เมื่อรัฐบาลมีวิธีคิดแบบนี้ บอกคำเดียวว่า เราต้องพึ่งตนเอง ช่วยตัวเอง หรือภาษานักเลงเขาเรียก “ตัวใครตัวมัน ตัวฮูตัวอิท”

00000เมื่อรัฐบาลไม่เห็นว่า มันมีความจำเป็นต้องปิดประเทศ เหมือนประเทศอื่นๆที่เขาประกาศ ปิด14วันบ้าง ปิด1เดือนบ้าง แต่เราติดอะไร มีอะไรติดในลำคอหรือลูกกระเดือกใครหรือเปล่า จึงลั่นวาจาว่า ไทยไม่ปิดประเทศ ฟังแล้วสะอึกเหมือนกัน

00000 อย่างไรก็ตาม “พญาเสือ” เข้าใจและเห็นใจเพราะ”หมอ”ที่คอยให้ข้อมูลนายกฯ อาจจะเป็นประเภท “จิตแข็ง” เห็นว่าโอ้ย แค่เนี้ย ไม่ถึง200 ราย ไปกลัวอะไร คือติดตรงไหนก็ปิดเฉพาะตรงนั้น อาทิ สนามมวย สนามม้า สนามกีฬา มหาวิทยาลัย โรงเรียน เป็นต้น ปิด14วัน ตั้งแต่18มีนาคมจนถึง31 มีนาคม00000 ส่วนที่”พญาเสือ”เห็นว่ามันลักลั่น ย้อนแย้งคือมติครม.ที่ให้เล่นสงกรานต์ได้ในปีนี้เพียงแต่วันที่13-14-15 เมษายน ไม่ให้เป็นวันหยุดราชการ เมื่อไม่หยุดราชการ ก็ลดคนเคลื่อนย้ายได้ เท่ากับว่า สงกรานต์คนที่ไม่เป็นข้าราชการเขายังเล่นสาดน้ำกันได้ เขายังเคลื่อนย้ายกันได้ ก็แสดงว่า สงกรานต์คนยังเล่นได้ 00000ที่เห็นว่ามันลักลั่นนั้น ก็เพราะว่า แทนที่จะเลื่อนสงกรานต์ไป จะหยุดคนตายได้ทั้งตายเพราะอุบัติเหตุ ตายทั้งติดเชื้อโควิด ก็กลายเป็นว่า ตายสงกรานต์ก็หยุดไม่ได้ ติดเชื้อโควิดก็หยุดไม่ได้

00000ส่วนประเด็นที่ห้ามคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ และห้ามคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ให้เดินทางกลับไทย มันก็เป็นมติครม.ที่ลักลั่นอีก คือห้ามคนไทยไปต่างประเทศอันนี้”พญาเสือ”เห็นด้วย แต่การห้ามคนไทยไม่ให้เดินทางเข้าประเทศเพราะกลัวจะนำเชื้อเข้ามา แต่ไม่ห้ามคนต่างชาติ มันหมายความว่าอย่างไร มีเฉพาะคนไทยหรือที่นำเชื้อ แต่เท่าที่ติดกันอยู่นี่ ติดมาจากต่างชาติทั้งนั้น ก็ไม่ทราบว่าทำไมครม.คิดแบบนี้

00000ฮัดเช้ย!!!เรื่องปิดประเทศ ต้องฟัง หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แห่งจุฬาลงกรณ์ ที่ขอให้ปิดประเทศ21วัน เพราะจัดการกับคนที่ติดเชื้อเนื่องจากเชื้อฟักตัว14วัน ภายใน21วันจะได้รู้ว่าใครติดเชื้อใครรับเชื้อเพิ่ม พอจัดการเสร็จค่อยเปิดประเทศอีกครั้ง ดีกว่าปล่อยให้เชื้อคนประเทศทุกวัน แต่ว่ารัฐบาลไม่ได้ยิน กลัวเศรษฐกิจเสียหาย

00000ถามว่าเศรษฐกิจมันเกินเสียหายแล้ว เพราะหลายประเทศที่เขาปิดประเทศ เราจะทำธุรกิจกับเขาก็ทำไม่ได้ จะเดินทางเข้าประเทศเขาก็ทำไม่ได้เสมือนปิดประเทศโดยปริยายอยู่แล้ว ทำไมไม่ถือโอกาสที่เราติดต่อกับต่างชาติไม่ได้ปิดประเทศเราไปเลย ทุกประเทศทั่วโลกจะได้จัดการกับไวรัสโควิดให้อยู่หมัด

00000”พญาเสือ”เปิดอ่าน6มาตรการสู้โควิด-19ของรัฐบาลแล้ว บอกว่าละเอียดยิบ แต่สิ่งที่ขาดไปคือการเยียวยาคนธรรมดาทั่วไป คือมาตรการทางภาษี อย่าลืมว่า ภาษีบุคคลธรรมดา ที่สรรพากร กำลังเร่งถอนขนห่านอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่ประชาชน”ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ไหนจะเป็นหนี้เป็นสิน ขายของทำมาหากินไม่ได้ อาชีพอิสระต่างๆได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า พ่อค้าแม่ขายรายย่อย ขายของไม่ได้ เพราะคนไม่ออกบ้าน สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ เว้นภาษีบุคคลธรรมดา ปีนี้ไปเลย แล้วหันไปเก็บภาษีจากบรรดาเจ้าสัว เจ้าของกิจการทั้งหลาย ที่เลี่ยงและหนีภาษีทุกปี ให้เจ้าหน้าที่สรรพากร ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาเก็บให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แค่นี้ก็ชดเชยภาษีบุคคลธรรมดาที่หายไปได้แล้ว ว่าแต่กล้าแตะหรือเปล่า พับผ่า00000

   พญาเสือ

“โควิด ก้าวไกล เพื่อไทย” กับศึกใหญ่ของรัฐบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/422894?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“โควิด ก้าวไกล เพื่อไทย” กับศึกใหญ่ของรัฐบาล

18 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
ก้าวไกล,รัฐบาล,โควิด
เปิดอ่าน 623 ครั้ง

“โควิด ก้าวไกล เพื่อไทย และศึกใหญ่ของรัฐบาล” คอลัมน์ล่าความจริง โดย ปกรณ์ พึ่งเนตร

ตั้งไข่และเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ “พรรคก้าวไกล” ชายคาใหม่ของส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ หลังพรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ

ว่าที่หัวหน้าพรรคเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เจ้าของทฤษฎีกลัดกระดุม 5 เม็ดแก้ปัญหาการเกษตรไทย

ที่น่าสนใจคือ “ชัยธวัช ตุลาธน” ที่ขยับจากแกนนำแถว 2 ที่ไม่ค่อยเปิดตัวเปิดหน้ามากนัก ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำแถวหน้าในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่แทนแกนนำกลุ่มเดิมที่ถูกเบียดตกเวทีสภาไป

อ่านข่าว-(คลิป) โควิด-19หนักมาก”เพื่อไทย”ตื๊อเปิดวิสามัญแก้ปัญหา

ชัยธวัช หรือ “ต๋อม” คืออดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนนท. ในปี 2541 ที่เป็นประหนึ่งเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ “เอก” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเคยเป็นรองเลขาธิการ สนนท. ในปี 43

อีกคนหนึ่งคือ ศรายุทธ ใจหลัก หรือ “ติ่ง” อดีตเลขาธิการ สนนท. ในปีที่ ธนาธร เป็นรองเลขาฯ และยังเป็นอดีตผู้อำนวยการพรรคอนาคตใหม่ด้วย ทั้งสามเคยร่วมเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนนมาแล้วหลายครั้ง ทั้งเหตุการณ์ประท้วงคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและวางท่อก๊าซธรรมชาติที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และการชุมนุมใหญ่คนของคนเสื้อแดงในปี 2553

การวางตัว ชัยธวัช เป็นเลขาธิการพรรค ในจังหวะก้าวทางการเมืองยามนี้นับว่าน่าสนใจ เพราะ พิธา เองก็ประกาศแนวทางของพรรคก้าวไกลไว้แล้วว่าจะทำงานในสภาโดยผสานกับความเคลื่อนไหวนอกสภาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง

ขณะที่กิจกรรมนอกสภา โดยเฉพาะการเมืองบนท้องถนนมี “คณะอนาคตใหม่” นำโดย ธนาธร และปิยบุตร แสงกนกกุล ตลอดจนแกนนำเคลื่อนไหวอื่นๆ อุ่นเครื่องรออยู่แล้ว

ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองไม่เผชิญกับการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ต้องบอกว่าวันนี้ “แฟลชม็อบนักศึกษา” ที่มีฐานการจัดตั้งอย่างยาวนานของ “คณะอนาคตใหม่” ตั้งแต่ก่อนตั้งพรรค ผสานกับแกนนำคนเสื้อแดงที่สิ้นหวังกับพรรคเพื่อไทย น่าจะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และเบ่งบานทั่วประเทศไทยไปแล้ว เรียกว่างานนี้ไวรัสโคโรนาช่วยเซฟรัฐบาลเอาไว้

แต่ในระหว่างรอเคลื่อนไหวใหญ่นอกสภา ก็มีเกมถล่มรัฐบาลโดยใช้เวทีสภาได้อยู่ ทว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมจึงต้องล่าชื่อกันเพื่อขอเปิดการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 ติดอยู่แค่ว่าต้องใช้เสียงมากถึง 246 เสียง คือ 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา (ปัจจุบัน ส.ส.มี 488 คน และ ส.ว.250 คน สมาชิกทั้งหมดของ 2 สภาจึงอยู่ที่ 738 คน เสียง 1 ใน 3 คือ 246 เสียง) แต่ส.ส.ฝ่ายค้านมีเสียงในมือแค่ 213 เสียงเท่านั้น (คิดบนฐานพรรคก้าวไกลเหลือ ส.ส. 54 คน จากเดิมคาดว่า 55 คน)

การเปิดสภาสมัยวิสามัญจึงไม่ง่าย ตอนนี้พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะเพื่อไทยจึงพยายามสร้างกระแสกดดันจากสังคมอยู่เพื่อหวังให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญให้ได้ จากนั้นก็จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะของสมาชิกเกี่ยวกับปัญหาวิกฤติการณ์โควิด-19 ซึ่งรัฐบาลกำลังโดนถล่มจากสังคมจนเสียศูนย์อยู่ในปัจจุบัน

พลิกดูมาตรา 152 ใช้เสียง ส.ส.แค่ 1 ใน 10 หรือ 48-49 คนเท่านั้น ฉะนั้นเองถ้าฝ่ายค้านรวมเสียงกระทั่งสามารถเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญได้ก็เชื่อขนมกินได้เลยว่า การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติจะเกิดขึ้นแน่นอน

ปัญหาก็คือจะสร้างความมั่นใจแก่รัฐบาลได้อย่างไรว่างานนี้ไม่มี “รายการหลอกด่า” เพราะรัฐบาลคุมเสียงทั้งสภาบน (วุฒิสภา) และสภาล่าง (ส.ส.) แทบจะเบ็ดเสร็จ!

อย่าตื่นตระหนก อย่าสนใจข่าวลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/422896?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่าตื่นตระหนก อย่าสนใจข่าวลวง

18 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
อ๊อด เทอร์โบ,แห่ตุนสินค้า,โควิด19,กักตุนอาหาร
เปิดอ่าน 398 ครั้ง

ดับเครื่องชน…โดย อ๊อด เทอร์โบ เตือนคนไทยมีสติ !!!

‘ดับเครื่องชน’ วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่สร้างความตื่นกลัวตื่นตระหนกถึงขั้นมีข่าวว่ามีการกักตุนอาหารหรืองดกิจกรรมต่างๆ

 ในฐานะคนไทยด้วยกันจึงขอให้ทุกท่านมีสติ มีจิตใจเข้มแข็ง อย่าตื่นตระหนกหรืออย่าเชื่อในข่าวลวงออนไลน์ที่ปล่อยออกมาถาโถมเขย่าโลกบ่อยๆ เป็นรายวัน

จึงขอให้อยู่กับตัวเองและเวลานี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เป็นประธานตั้งวอร์รูม ‘โควิด-19’ ที่ทำเนียบรัฐบาล และจะมีการประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกวันเวลา 19.00 น. เพื่อหาทางป้องกันแก้ไข-การดำเนินการหรือการออกข่าวให้เป็นไปในทางเดียวกัน

 ไม่ใช่ต่างคนต่างพูด-ต่างคนต่างทำจนทะเลาะกันถึงขั้นปลด-โยกย้ายอย่างเวลานี้

จึงขอให้รัฐบาลได้ทำอะไร อย่าได้เกรงใจใครจนปิดประเทศหรืองด-เลื่อนกิจกรรมก็ไม่มีใครว่า !

จึงขอให้คนไทยปลอดภัยและอยู่ได้ในภาวะวิกฤติ

อ๊อด เทอร์โบ

00 ปรับวิธีบริการอาหารบุฟเฟ่ต์

เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ (ผ่านไปยังเจ้าของร้านอาหาร)

ดิฉันได้เห็นคลิปประชาสัมพันธ์ของใบหยกบุฟเฟ่ต์ในเรื่องการป้องกันไวรัสแล้วขอบอกว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดมาก จากเดิมที่มีลูกค้าไปใช้บริการกันแน่นทุกวัน ทั้งคนจีน คนต่างชาติ คนไทย คุยไปตักอาหารไป ที่ตักอาหารก็ผ่านมือทุกคนอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ พอเห็นคลิปนี้แล้วรู้สึกปลอดภัยกล้าออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ใช้ชีวิตนอกบ้านบ้าง ดิฉันไม่ได้ติดโควิด-19 ก็เหมือนกักตัวเองอยู่แล้ว

สำหรับท่านที่ไม่เห็นคลิปขอสรุปให้ฟังเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ

1.แจกฟรีสเปรย์แอลกอฮอล์ขนาดพกพาท่านละ 1 ขวด

2.อาหารปรุงสด ปรุงร้าน จานต่อจาน

3.พนักงานบริการตักอาหารให้ทุกจุด

4.จัดที่นั่งแต่ละโต๊ะ เว้นระยะห่าง 1 เมตร

5.ลิฟต์พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคทุก 30 นาที

6.มีพนักงานบริการกดลิฟต์

7.พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัย

8.ติดต่อเจลแอลกอฮอล์ทุกจุดที่ให้บริการลูกค้า

9.ทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกรอบบริการ

10.พ่นกำจัดไวรัสและจุลินทรีย์ด้วยเครื่อง Sanicom System โดยใช้น้ำยา Sterilizing Solution

KX เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ปลอดภัยมาตรฐานเดียวกับการฆ่าเชื้อทางการแพทย์ทุกวันก่อนเปิดห้องอาหาร

โรงแรมใบหยก แลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นของกรุงเทพฯ ทำถึงขนาดนี้เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ดิฉันอยากให้ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อื่นๆ ลองพิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสม แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปอย่างน้อยก็คนไทยนี่แหละออกไปรับประทานอาหารกัน เลือกที่สะอาดปลอดภัย ไม่ต้องกักตัวเองอยู่ในบ้านนานนับเดือน เศรษฐกิจยิ่งพังกันใหญ่

ซี (กรุงเทพฯ)

00 อย่าเชื่อข่าวลวงตามกระแส

คุณ ‘ขวัญชัย’ สีลม ได้ส่งเรื่องมาน่าสนใจมากและเป็นกระแสมาแรงที่ผู้คนไปซื้ออาหารและของใช้อื่นๆ

จึงขอให้ทุกคนมีสติ-อย่าตื่นตระหนกและคอยฟังประกาศจากรัฐบาลให้ดี

อ๊อด เทอร์โบ

00 เรื่อง อย่าตระหนก กักตุนอาหาร

เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ท่ามกลางกระแสความหวาดหวั่นต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในหลากหลายพื้นที่ แห่กักตุนสินค้า เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร น้ำเปล่า ยังมีกระดาษชำระ ทิชชู่เปียก ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด และอีกมากมาย จนทำให้หลายห้างสินค้าหมดไปจากชั้นวาง เนื่องจากมีการส่งต่อข้อความทางไลน์ ระบุว่า “พยาบาลศิริราชแจ้งหลังประชุมบอกให้ตุนอาหาร เพราะจะมีการปิดเมือง”

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เนื้อหาของข้อความดังกล่าวนั้นไม่มีมูลความจริง ขอให้ประชาชนทุกท่านอย่าเพิ่งแตกตื่น แนะนำว่าในระยะนี้ใครออกไปที่ต่างๆ ขอให้รีบตรงกลับบ้าน ถ้าทำงานที่บ้านได้ เรียนที่บ้านได้ ก็ควรทำ สถานที่ชุมชนต่างๆ สนามมวย สถานบันเทิง ห้างร้านต่างๆ ควรหลีกเลี่ยง และก่อนเข้าบ้านให้ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทันที เป็นการป้องกันการนำเชื้อเข้าไปในครอบครัว

ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น​ จะรุนแรงขั้นไหน​ ไม่ผิดที่ประชาชนจะออกมากักตุนอาหาร เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ทุกวันนี้ที่บ้านผมทำกับข้าวกินเอง อยู่บ้าน ไม่ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น เซฟตัวเองและครอบครัว

แต่ผมอยากให้ทุกคนตุนอย่างมีสติ เลือกซื้ออย่างมีสติ กักตุนมากเกินไป สุดท้ายอุปโภคบริโภคไม่ทัน หมดอายุต้องทิ้ง ซื้อสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เช่น น้ำ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทิชชู่ ผ้าอนามัย แชมพู สบู่ น้ำยาถูพื้น นม และอีกหลายๆ อย่าง มันต้องใช้อยู่แล้ว คำนวณให้ทันวันหมดอายุ อย่างน้อยให้เพียงพอ สัก 7-14 วัน จะได้ไม่ต้องทิ้ง ส่วนอาหารแช่แข็งอยู่ได้หายเดือน-หลายปี เลือกอันที่ชอบ

ผมว่าเชื้อโรคมันจะแพร่เชื้อก็ตอนคนแห่มาตุนอาหารกันเนี่ยแหละ ไอกันจามกันกระจาย บางคนปิดแมสก์บ้าง ไม่ปิดแมสก์บ้าง

การเตรียมความพร้อมไว้ก่อนถือว่าดี ไม่ประมาท แต่ต้องมีสติ ไม่ตื่นตระหนก