“ปชป.” แดนทักษิณ คะแนนหาย-คนดังร่วง ปิดฉาก “เสาไฟฟ้า”อนาล็อก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366397?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ปชป.” แดนทักษิณ คะแนนหาย-คนดังร่วง ปิดฉาก “เสาไฟฟ้า”อนาล็อก

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 09:04 น.
พรรคประชาธิปัตย์,พรรคสะตอ,พื้นที่ภาคใต้,เสาไฟฟ้า,ชวน หลีกภัย,สุเทพ เทือกสุบรรณ,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร,เลือกตั้ง 2562,หาเสียงเลือกตั้ง
เปิดอ่าน 21,144 ครั้ง

อดีตส.ส.ค่ายสะตอ ทำท่าว่าจะสอบตก พอนายชวนมากล่อม คนก็กลับมาเลือกอีกสมัย

000 สภากาแฟเริ่มพูดกันหนาหู กรณี “คนดังคนเด่น” ของ 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะ “สอบตก” อันเนื่องมาจากกติกาเลือกตัั้ง ส.ส.แบบใหม่ คือ “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” หมายถึง “บัตรใบเดียว” แต่ยังมี “ส.ส. 2 ระบบ” กรณีคะแนนเฉลี่ย 8 หมื่นคะแนนต่อ ส.ส. 1 คน สมมุติว่า พรรคใหญ่ได้ ส.ส.เขต 200 คน เมื่อนำคะแนน ส.ส. เขตรวมทั้งประเทศและคิดสูตร ส.ส.พึงมีลบด้วย ส.ส.เขตพรรคใหญ่อาจจะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยแม้แต่คนเดียว

000 เหตุนี้เอง “นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” จึงออกมาเสนอ “โหวตยุทธศาสตร์” พรรคเพื่อไทยชนะในเขตเลือกตั้งยิ่งมากเขตเท่าใด จะยิ่งยกระดับคะแนนที่ต้องการเพื่อได้ “ส.ส.พึงมี” มากขึ้นเท่านั้น เช่นเพื่อไทยได้เขตละ 8 หมื่นคะแนน ไปถึงมากกว่า 1 แสนคะแนน ก็จะทำให้คะแนน “ส.ส.พึงมี” 1 ต่อ 1 แสนคะแนน ไม่ใช่ 1 คนต่อ 8 หมื่น ทำให้พรรคขนาดกลางจำนวน ส.ส.ลดวูบ และพรรคขนาดเล็กไม่ได้ ส.ส.เลย

000 พรรคประชาธิปัตย์ก็คิดได้ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จึงประกาศทุกเวทีในโค้งสุดท้ายต้องเลือกแบบไม่เกรงใจใคร เลือกผู้สมัคร ปชป.ระบบเขต ให้ได้คะแนนเกิน 8 หมื่นคะแนน เพราะคะแนนที่เหลือถือว่าได้กำไร และทำให้หัวหน้ามาร์ค และประธานชวน ไม่สอบตก

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

000 ส่วน “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” พูดย้ำแล้วย้ำอีกเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์เลือก “เพื่อไทย” อย่างถล่มทลาย หมายถึงต้องได้มากกว่า 8 หมื่นคะแนนขึ้นไป เหมือนกับที่ ปชป.เสนอ หากไม่เป็นไปตามนี้คงได้เศร้าทั้งพรรค เมื่อคุณหญิงหน่อย และ “เหลิม บางบอน” ไม่ได้เข้าสภา

000 พรรคใหญ่พยายามสร้างกลยุทธ์ “เบ่งคะแนน” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ก็ลุ้นปาฏิหาริย์ครั้งที่ 3 ให้ประชาชนออกมาเทคะแนนให้ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” โดยปาฏิหาริย์ครั้งที่ 1 คนไทยหลั่งไหลออกมาหลายล้านคนโค่นรัฐบาลภายใต้ระบอบทักษิณได้สำเร็จ และปาฏิหาริย์ครั้งที่ 2 ประชาชนลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 16.8 ล้านเสียง

000 เนื่องจาก “ลุงกำนัน” แสดงตัวหนุน “ลุงตู่” สุดกำลัง แต่เวลานี้กองเชียร์ลุงตู่ทุ่มเทสุดหัวใจเลือก “พรรคพลังประชารัฐ” อาจทำให้คะแนนที่พรรค รปช.วาดหวัง ไม่ได้ตามเป้าหมาย

000 สนามชุมพร เขต 3 “สุเทพ” หวังได้ ส.ส.เขต 1 ที่นั่ง จาก “ลูกช้าง” สุพล จุลใส อดีตนายกอบจ.ชุมพร ที่สร้างฐานการเมืองมานานหลายปี แต่ “โกจ้าว” ธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ แชมป์เก่า ปชป. คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การต่อสู้ยกแรก “ลูกช้าง” เสียงดีกว่า “โกจ้าว” แต่ยกหลังๆ ลุงกำนันออกมาอาละวาดลำเลิกเบิกประจาน “อภิสิทธิ์” และปชป. ก็ส่งผลให้ลูกช้างคะแนนเสียงตกวูบ

ลูกช้าง สุพล จุลใส หาเสียงค่ำไหนนอนนั่น มุ่งล้มเสาไฟฟ้า

000 สังเกตว่าลุงกำนันลดการวิพากษ์อภิสิทธิ์ลงทันที หลัง “นายชวน” ออกมาปรามแบบนิ่มๆ ฉะนั้น สองวันสุดท้าย “ลูกช้าง” อาจต้องออกแรงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อจะเบียดเข้าป้าย แต่ “โกจ้าว” ยังต้องพึ่ง “นายชวน” โฉบมาที่เขต 3 แค่ไม่กี่นาทีก็คงได้เป็น ส.ส.อีกสมัย

โกจ้าว ธีระชาติ ยังพึ่งบารมีชวน เข้าสภา

000 มิเพียงเท่านั้นลุงกำนันยังเจอ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นำทัพอนาคตใหม่ ลุยเมืองหอยใหญ่ โดยวันก่อนมีการปราศรัยใหญ่ที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีคนมาให้กำลังใจมากกว่า 4 พันคน

ธนาธร ปราศรัยใหญ่ที่สุราษฎร์ธานี

หากดูรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคส้มหวาน ก็ไม่ต้องแปลกใจ อย่างเขต 1 “ส.จ.แอ๊ด” ธีรพงศ์ศักดิ์ เมืองราม ที่เคยลงสมัคร ส.ส.สังกัดพรรคชาติพัฒนามาแล้ว หรือเขต 2 ณัฐดนัย หิมทอง หรือ กำนันยศ อดีตกำนันดังในเกาะสมุยที่มีฐานเสียงหลักใน อ.เกาะสมุยและเกาะพะงัน

กำนันณัฐดนัย ที่ธนาธร หวังปักธง ส.ส.เขต 2 สุราษฎร์ธานี

000 สำหรับพรรค ปชป.ยังดำเนินกลยุทธ์ปราศรัยใหญ่ทั่วภาคใต้ และที่ขาดไม่ได้คือ “ชวน หลีกภัย” ที่มาวอนขอให้คนใต้เลือก “พรรคคนใต้” ซึ่งลีลาการปราศรัยโน้มน้าวใจคนบ้านเดียวกัน มักจะส่งผลต่อการตัดสินใจของชาวบ้าน หลายเขตหลายจังหวัด อดีตส.ส.ค่ายสะตอ ทำท่าว่าจะสอบตก พอนายชวนมากล่อม คนก็กลับมาเลือกอีกสมัย

ชวน หลีกภัย เทพเจ้าการเมืองของคน ปชป.

000 ครั้งนี้กลับมีปรากฏการณ์ธนาธรเกิดขึ้น ทำให้แกนนำพรรค ปชป.กังวลเรื่องคะแนนเสียงภาพรวมจะลดลง เฉพาะสนามพัทลุงที่เจอสองเด้งทั้ง “ไพร่หมื่นล้าน” และ “เจ๊เปี๊ยะ” ค่ายภูมิใจไทย ทำให้ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ต้องมาย้ำ “พัทลุง เปรียบเสมือนเมืองหลวงของพรรค ปชป.” หากว่าที่สนามเมืองลุงแพ้ 1-2 เขต ก็ถือว่าพ่ายแพ้ทั้งภาค

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พัทลุง

000 คอการเมืองเฝ้าจับตาสนามภาคใต้อย่างใกล้ชิด ต่างลุ้นกันว่า “ปรากฏการณ์ธนาธร” จะสร้าง “เสาไฟฟ้า” ยุคดิจิทัล ขึ้นมาได้หรือไม่? และจะถึงกาลอวสานของ “เสาไฟฟ้า” ยุคอนาล็อก ใช่หรือไม่?

ระวังทักษิณคืนชีพ! สกัดพรรครับใช้ “ชินวัตร”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ระวังทักษิณคืนชีพ! สกัดพรรครับใช้ “ชินวัตร”

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 08:45 น.
ทักษิณ ชินวัตร,พรรคเพื่อไทย
เปิดอ่าน 10,625 ครั้ง

คอลัมน์…  รักแผ่นดิน   โดย…  ฅนไท  ที่มา นสพ. กรุงเทพธุรกิจ

มีความพยายามของนักยุทธศาสตร์เลือกตั้งในระบอบทักษิณ ที่จะเอาชนะรัฐธรรมนูญ 2560 ของพรรคเพื่อไทย ด้วยการแตกตัวเป็นพรรคเพื่อไทย เพื่อชาติ ไทยรักษาชาติ และประชาชาติ พร้อมสร้างพรรคพันธมิตรทางการเมือง อย่างเสรีรวมไทย และอนาคตใหม่ เพื่อมุ่งหวัง ตั้งรัฐบาลยึดอำนาจรัฐสภา เหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้ว 4 ครั้ง ในรอบ 20 ปี

ที่น่าตกใจคือ บรรดานักการเมืองหน้าเก่าและรุ่นใหม่ ที่เข้ามาสังกัดพรรคเหล่านี้ ทั้งที่กำลังอุ้มชู “ระบอบทักษิณ”ให้คืนชีพกลับมา หลังจากถูกทั้ง อำนาจทหารและตุลาการภิวัฒน์ พยายามสกัดกั้นการครองอำนาจในระบอบคณาธิปไตยของทักษิณ ชินวัตร มาหลายครั้ง ด้วยเหตุผลที่ระบอบทักษิณเข้ามาโกงบ้านกินเมือง มหกรรมการโกงทั้งแก้กฎหมาย เพื่อขายหุ้นให้ต่างชาติแบบไม่เสียภาษี โกงการก่อสร้างและการประมูลงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ภาคแรก (2549) โกงจำนำข้าวและอีกมากมายแห่งมหากาพย์การทุจริต เกิดขึ้นในรัฐบาล 2 ชินวัตร (ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์)

แต่นักการเมืองเก่า-ใหม่ ที่ยังอยู่และตั้งพรรคใหม่ รับใช้ระบอบทักษิณ ยังอาจหาญประกาศตัวประกาศตัว อ้างรับใช้ประชาชน แต่ที่แท้รับใช้ “ชินวัตร” อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ทั้ง ยงยุทธ ติยะไพรัช แห่ง ”เพื่อชาติ” บอกภารกิจครั้งนี้ “เอาทักษิณกลับบ้าน “ ส่วน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศว่า “get him back” แบบนี้เหรอเจตนาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ หรือเบื้องหลังคือ เจตนาฟื้นระบอบทักษิณ

กว่า 10 ปี ที่ระบอบทักษิณ โกงกินประเทศ เอาทรัพย์สินสร้างความร่ำรวยให้คนในครอบครัว”ชินวัตร”และเครือข่าย

กว่า 10 ปี ที่ระบอบทักษิณ “ปลุกคนไทยมาฆ่ากัน” เพื่อหวังยึดอำนาจล้างมลทินให้ตัวเอง

วันนี้เราจะปล่อยให้ ระบอบทักษิณ ฟื้นคืนชีพ เข้ามาโกงกินและสร้างความไม่สงบให้แผ่นดินอีกหรือ รักแผ่นดินช่วยกันสกัดเครือข่ายระบอบทักษิณ! ก่อนไม่มีอะไรในแผ่นดินจะเหลือไว้เล่าขานให้ลูกหลานเราภาคภูมิใจ

หลังหย่อนบัตร เมืองไทยไปทางไหน?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366265?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หลังหย่อนบัตร เมืองไทยไปทางไหน?

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 12:20 น.
หย่อนบัตร,เลือกตั้ง 62,ทิศทาง,จี้จุดตายคลายจุดเป็น,ประชาธิปไตย,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 991 ครั้ง

คอลัมน์… จี้จุดตาย..คลายจุดเป็น โดย… เร้นกาย ไร้เงา

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 51,427,890 คน คือผู้กำหนดเส้นทางประชาธิปไตยของไทย เเละไม่กี่อึดใจข้างหน้าคนไทยส่วนใหญ่จะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเเล้ว หลังจากมีการเลือกตั้งในต่างประเทศเเละเลือกตั้งล่วงหน้าไปเเล้ว

โดยบรรยากาศในช่วงที่ผ่านมาเเม้จะมีอะไร “พิลึกๆ” ออกมาเเบบไม่น่าจะเกิดขึ้นหลายกรณี เเต่สิ่งหนึ่งที่ควรจดจำ คือ ความตื่นตัวที่น่าประทับใจของคนไทยที่มีมากกว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านๆ มา เเละหวังใจว่าผู้ที่อาสามาทำงานการเมืองคราวนี้ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเเละเหมาะกับการไว้วางใจของคนไทย

วันอาทิตย์นี้ตั้งเเต่เเปดโมงเช้ายันห้าโมงเย็น หน่วยเลือกตั้ง 92,336 หน่วยจะรองรับคนไทยที่จะออกไปเเสดงเจตจำนง

ขอเพียงว่า…อย่าให้สิ่งนอกเหนือความคาดหมายบังเกิดขึ้นตามการคาดการณ์ของคนวงในการเมืองบางคนที่จับจ้องจังหวะนี้อยู่….

เนื่องจากคนวงในการเมืองบางคนสะท้อนมุมมองที่น่าไตร่ตรองว่า เลือกตั้งครั้งนี้เสมือน “การเผาหลอก” เพราะมีเเนวโน้มความวุ่นวายหลากปัจจัยที่อาจเเป็นชนวน “เลือกตั้งโมฆะ” หลังการหย่อนบัตรยุติเเละทราบผลคะเเนนเบื้องต้นว่าใครเเละพรรคใดได้รับการชูมือจากประชาชน

มีการประเมินเบื้องต้นของคนวงในหลายพรรคเเล้วว่าเเนวโน้มเลือกตั้งคราวนี้จะฟาวล์ จะมาจากหลายปัจจัยจนโอกาสเลือกตั้งใหม่มีสูง ทราบว่าที่ผ่านมาบางพรรคลดหรือระงับน้ำเลี้ยงให้ผู้สมัครส.ส. เเม้บางพรรคยังเดินหน้าก็ตาม

เลือกตั้งครั้งนี้พ่วงทีเดียวสามนัย ทั้งการมี ส.ส. โอกาสการตั้งรัฐบาลเเละว่าที่นายกฯ ที่ผ่านมา เมื่อผลคะเเนนออกมาเบื้องต้นก็รู้สูตรเลยว่าการเมืองไทยจะไปเเบบใด เเต่ตอนนี้มองสูตรตั้งรัฐบาลลำบาก เพราะอันดับหนึ่งคราวนี้ไม่พ้นพรรคเพื่อไทย เเต่หากไม่มีพรรคอันดับสองหรือพรรคอันดับสามจับมือกับเพื่อไทยตั้งรัฐบาล จะตั้งรัฐบาลยาก เเม้เพื่อไทยจะมีพรรคเครือข่ายไม่เอาการสืบทอดอำนาจมาร่วมก็ตาม เเต่คะเเนนเสียงโดยรวมเเล้วหากไม่มีพรรคอันดับสองหรืออันดับสามมาร่วมเพื่อไทยเเละพรรคเเนวร่วมน่าจะทะลุสามร้อยส.ส.ยาก

ประชาธิปัตย์วันนี้ไม่เอาทั้งระบอบทักษิณเเละการสืบทอดอำนาจของคสช.เหมือนอ่านเกมออกว่า อย่างไรเสียอันดับหนึ่งเเละอันดับสามต้องมาเจรจาด้วย เพราะตัวเเปรคืออันดับสอง เเละปชป.น่าจะมองว่าอันดับสามเบียดขึ้นมาตรงนี้ยาก ตอนนี้ปชป.ทำอย่างเดียวคือเก็บส.ส.เขตให้มากที่สุดเเละรอเวลา เพราะธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ต้องรออันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่ได้อันดับสองจะรับสิทธิ์ หากอันดับสามมีการขยับรับรองปชป.ออกมาถล่มเเน่

พลังประชารัฐตอนนี้อยู่อันดับสาม เเม้จะพยายามเร่งเครื่องเข้าป้ายอันดับสองให้ได้ เเต่เวลาที่เหลือนี้ต้องดูว่าจะทะลุไปอันดับสองด้วยส.ส.กี่คนเเละจะใช้วิธีใด ตอนนี้คนวงในรับรู้กันเเล้ว เพียงเเต่รอดูว่าผลจะสัมฤทธิ์เเค่ไหน

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็น่าจะเป็นองค์ประกอบ ขั้วไม่เอาบิ๊กตู่ เเน่นอนไปร่วมกับเพื่อไทย ส่วนพรรคขนาดกลางไปทางไหนก็ได้ เเละพรรคหนุนบิ๊กตู่ไปจับมือกับพปชร.เเน่นอน ตรงนี้ต้องรอดูว่าพรรคเหล่านี้จะมีส.ส.กี่คน

เเละรอดูว่าบางพรรคอาจเจอเเจ็กพอตเหมือนพรรคที่เพิ่งโดนยุบไปในไม่ช้านี้

ตรงนี้จะเป็นอีกตัวเเปรที่จะส่งผลการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เเละอาจส่อเค้าให้คนที่เลือกพรรคนี้ไม่พอใจเเละอาจออกมาเคลื่อนไหวข้างนอก รวมทั้งการเเสดงออกในโลกออนไลน์ที่น่าจะเข้มข้น

คนวงในมองกันไปอีกสถานการณ์หนึ่งเเล้วว่า “หากการรับรองผลส.ส.ที่น่าจะออกมาหลังช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปเเล้ว หากวุ่นวาย รับรองเลือกตั้งใหม่ชัวร์ เเละรอดูว่าใครคือเเพะ”

ส่วนการดูเเลความเรียบร้อยนั้น คนในเเวดวงท็อปบู๊ทที่เกาะติดเเละวิเคราะห์การเมืองกำลังถอดรหัสว่า “การเมืองไทยหลังการหย่อนบัตรจะเดินไปในเเนวทางใด…” โดยยกสมมุติฐานจากการเลือกตั้งในประเทศเพื่อนบ้านมาเทียบเคียงว่าหลังการหย่อนบัตรในวันอาทิตย์นี้เมืองไทยจะเดินไปในเเนวทางใดของทางสองเเพร่ง

“การเลือกตั้งในเเดนเสือเหลืองที่มหาธีร์ มูฮัมหมัด กลับมาชนะลูกศิษย์ “นาจิบ ราซัก” เมื่อปีที่เเล้วโดยคนรุ่นใหม่มาเลเซียเป็นตัวเเปรหลักที่ทำให้เกิดภาวะนี้ขึ้น”

“เเละเหตุการณ์ 8888 เเห่งลุ่มน้ำอิรวดีเมื่อกว่าสามสิบปีที่เเล้วซึ่งชาวพม่าออกเรียกร้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งเเละทวงคืนประชาธิปไตยจนเกิดเหตุที่มิน่าจดจำ…”

คำตอบที่พอเจาะมาได้คือ “หลังเลือกตั้งเเนวโน้มหากไม่วุ่นวายเหมือนการเลือกตั้งเเดนเสือเหลือง ส่วนผลเลือกตั้งจะเหมือนกันหรือไม่นั้น หากมีการยอมรับผลการเลือกตั้งเเบบมาเลย์ มันก็น่าจะดี หากไม่มีการยอมรับ หรือมีปัญหาเกิดขึ้น จนเกิดการเคลื่อนไหวของหลากฝ่าย สถานการณ์ตรงนี้อาจลุกลามไปเหมือนพม่า…”
เมื่อฟังการประเมินสถานการณ์เเละความเป็นไปได้นั้น ภาวนาอย่างเดียวว่าเลือกตั้งครั้งนี้เมืองไทยอย่าเดินย้ำรอยประวัติศาสตร์ด้านมืดของเพื่อนบ้านที่เป็นตราบาปหนึ่งของประชาธิปไตยโลกที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีที่เเล้วเลย

เราควรมีด้านสวยงามของประชาธิปไตยที่สร้างด้วยมือคนไทยไว้บันทึกให้ลูกหลานจดจำน่าจะดีกว่า….

สนับสนุนให้ล่า (เสือดำ) แต่ไม่ได้ครอบครองซาก?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366258?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สนับสนุนให้ล่า (เสือดำ) แต่ไม่ได้ครอบครองซาก?

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 11:30 น.
เสือดำ,เปรมชัย
เปิดอ่าน 840 ครั้ง

คอลัมน์… ล่าความจรืง..พิกัดข่าว โดย… ปกรณ์ พึ่งเนตร

 คดีล่าเสือดำมีคำถามให้สังคมคาใจจนได้…

แม้การพิพากษาลงโทษจำคุก 16 เดือนกับ “เจ้าสัวเปรมชัย” โดยไม่รอลงอาญา ดูจะทำให้หลายฝ่ายพึงพอใจในผลคำตัดสินในช่วงแรกๆ ที่มีข่าวออกมา แต่เมื่อข้อมูลเริ่มปรากฏมากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามและข้อสังเกต

          เพราะศาลตัดสินคุณเปรมชัย ว่ามีความผิดฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีโทษจำคุก 8 เดือน ซึ่งโดยนัยน่าจะหมายถึงสนับสนุนให้ล่าเสือดำ แต่กลับยกฟ้องในข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำไว้ในครอบครอง ขณะที่ลูกน้องอีก 3 คนมีความผิดข้อหานี้

ขณะที่ความผิดฐานมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น คุณเปรมชัยมีความผิดเฉพาะการครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทา มีโทษจำคุก 2 เดือน

จุดนี้ทำให้เกิดปัญหาว่าคุณเปรมชัยสนับสนุนให้ล่าเสือดำ จึงมีความผิด แต่กลับไม่ผิดครอบครองซากเสือดำ ส่วนลูกน้องอีก 3 คน มีเพียง 1 คนที่ผิดล่าเสือดำ แต่อีก 2 คนกลับโดนโทษจำคุกฐานร่วมกันครอบครองซากเสือดำ

หรือว่าคุณเปรมชัยผิดฐานสนับสนุนให้ล่าไก่ฟ้าหลังเทา ไม่ได้ผิดฐานสนับสนุนให้ล่าเสือดำ จุดนี้ต้องรอดูคำพิพากษาฉบับเต็มอีกครั้ง

แต่ข้อมูลที่พึงทราบก็คือสถานะการเป็น “ผู้สนับสนุน” ตามประมวลกฎหมายอาญา รับโทษเพียง 1 ใน 3 ของความผิดนั้น หากเป็นผู้ก่อ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน จึงจะรับโทษเท่า “ตัวการ”

แปลกไหมอีก 3 คนเป็นลูกน้องคุณเปรมชัย แต่คุณเปรมชัยสนับสนุนให้ไปล่าสัตว์ ไม่ได้ใช้ หรือจ้างวานให้ไปล่า ทั้งหมดนี้คงต้องรอฟังคำชี้แจงจากอัยการและตำรวจ

คุณผู้อ่านที่ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ต้นจะทราบดีว่าเป็นคดีที่ถูกสังคมจับตามากที่สุดคดีหนึ่ง เพราะผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนร่ำรวย มีสถานะทางสังคมสูง และการทำงานของกระบวนการยุติธรรมลำดับต้น โดยเฉพาะตำรวจ ถูกมองอย่างไม่ไว้ใจ

ตลอดอายุของรัฐบาลคสช. มีความพยายามปฏิรูปตำรวจ แต่ก็ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะช่วง 3 ปีแรกแทบไม่แตะงานปฏิรูปตำรวจเลย มีแต่ออกคำสั่ง คสช.ทำให้โครงสร้างการบังคับบัญชามีลักษณะคล้ายทหาร ต่อมามีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ก็ใช้ “ทหาร” เป็นประธานคณะปฏิรูป และเน้นไปที่โครงสร้างกับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นหลัก

ทั้งๆ ที่งานตำรวจและการปฏิรูปตำรวจ หากต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและต่อส่วนรวมอย่างแท้จริงแล้ว ต้องเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและจังหวัดเป็นตัวตั้ง เพราะงานตำรวจมุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนได้

แต่การบริหารงานตำรวจไทยเป็นแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง บังคับบัญชาจาก “บนลงล่าง” ในรูปแบบพีระมิด ทั้งที่การบริหารงานตำรวจที่ถูกต้องควรเน้นไปที่การบริหารแบบ “ล่างขึ้นบน” โดยผู้บังคับบัญชาควรรับฟังปัญหาที่ตำรวจสายตรวจ สายสืบ และพนักงานสอบสวนประสบมา แล้วช่วยสนับสนุนด้านการวางนโยบายแก้ไข การฝึกฝนอบรม และการเสริมความพร้อม ตลอดจนให้อุปกรณ์ในการทำงานเพื่อช่วยให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่แบบมืออาชีพ

ขณะที่ประเภทของอาชญากรรมก็มีหลายประเภท ที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุดคือ “คดีมโนสาเร่” เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แต่เกิดมากที่สุดและรบกวนความสงบสุขของประชาชนมากที่สุด เช่น การเปิดดนตรีหรือจัดงานเสียงดังรบกวนชาวบ้าน จอดรถไม่เป็นที่ ฯลฯ แต่คดีประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากตำรวจ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเรื้อรัง และมองตำรวจในแง่ไม่ดี

นอกจากนั้นยังมีอาชญากรรมเฉพาะ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นกรณีพิเศษ แน่นอนว่า “คดีล่าสัตว์ป่า” ก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงต้องสนับสนุนให้ตำรวจมีองค์ความรู้และเครื่องมืออันทันสมัย ตลอดจนช่องทางการเชื่อมประสานกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การทำสำนวนคดีมีความแน่นหนา เอาผิดผู้กระทำผิดได้ ลดความสงสัยและความคาใจของสังคม

ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้ง ไล่ดูหน้าตาผู้สมัครระดับแกนนำพรรค ก็พบมีอดีตตำรวจอยู่หลายคน เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรองผู้การกองปราบ และอดีตอธิบดีดีเอสไอ เป็นเลขาธิการพรรคประชาชาติ นอกจากนั้นก็มี ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ เป็นนายทะเบียนพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่วนคนในกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ ก็เช่น แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด

แต่นโยบายการปฏิรูปตำรวจที่แต่ละพรรคนำเสนอและส่งให้ กกต. ก็ไม่ค่อยมีของพรรคไหนที่ละเอียด ลงลึก และมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาใกล้ตัวประชาชน และสังคมไทยคาดหวังอย่างมาก เท่าที่ไล่ดูก็มีนโยบายของพรรคประชาชาติที่มีความละเอียดและดูจะเข้าใจปัญหามากที่สุด

          5 ปีของคสช.งานปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร คงต้องรอรัฐบาลเลือกตั้งว่าจะสานงานนี้ต่อ หรือจะปล่อยให้มีคดีดังที่เต็มไปด้วยประเด็นคาใจเหมือนเดิม

ชุมพรเดือด “เสธ.แอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ ไล่บี้ ปชป.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366254?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชุมพรเดือด “เสธ.แอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ ไล่บี้ ปชป.

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 10:15 น.
สังเวียนเลือกตั้งช้างชนช้าง,สราวุธ อ่อนละมัย,พรรคประชาธิปัตย์,เสธแอ๊ด,พลตกลชัย สุวรรณบูรณ์,ชวน หลีกภัย,สมบูรณ์ หนูนวล,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 3,786 ครั้ง

คอลัมน์…  สังเวียนเลือกตั้ง..ช้างชนช้าง

สนามชุมพรไม่ได้มีแค่เขต 3 ที่เป็นสังเวียนเดือด คนทั้งประเทศจับตามองระหว่าง “ลูกช้าง” ศิษย์ลุงกำนัน กับ “โกจ้าว” ศิษย์นายชวน และที่เขต 2 ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน

         เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.ท่าแซะ อ.ปะทิว และอ.เมืองชุมพร (เฉพาะ 6 ตำบล) แชมป์เก่าคือ “สราวุธ อ่อนละมัย” พรรคประชาธิปัตย์ เจอของแข็ง “สมบูรณ์ หนูนวล” พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้พี่เลี้ยงชื่อ “พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์” สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 

สราวุธ อ่อนละมัย พรรคประชาธิปัตย์

“ส.ส.เอก” สราวุธ อ่อนละมัย เป็นบุตรชายของศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร 6 สมัย ซึ่งเป็นอดีตนักจัดรายการวิทยุชื่อดังในนาม “โทน ท่าตะเภา” ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ยุคชวนฟีเวอร์

เลือกตั้ง 2550 “ศิริศักดิ์” ตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัคร ส.ส.ชุมพรในระบบเขต เพื่อเปิดทางให้ลูกชายลงสนามแทน นัยว่าตอนนั้นมีเรื่องคดีความที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบฉวยมาโจมตี ศิริศักดิ์เลยหันมาดันลูกเป็น ส.ส.ชุมพร

สำหรับคู่แข่งพรรคปชป.คือ “โกหมู” สมบูรณ์ หนูนวล อดีตหัวหน้าศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 11.4 ชุมพร และอดีตเลขานุการ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ชื่อชั้นอาจดูเสียเปรียบ “ส.ส.เอก” แต่การได้ “เสธ.แอ๊ด” มาเป็นที่ปรึกษานั้น ทำให้การต่อสู้ในสนามเขต 2 เข้มข้นขึ้น

สราวุธ อ่อนละมัย พรรคพลังประชารัฐ

“เสธ.แอ๊ด” หรือ “ลุงแอ๊ด” พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เตรียมทหารรุ่น 12 เป็นเพื่อนรักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแต่สมัยเรียนแล้ว เส้นทางชีวิตราชการทหาร ก็เริ่มต้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ร 25 พัน 1 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร และผบ.ร.25 พัน 2 ค่ายรัตนรังสรรค์ จ.ระนอง นอกจากนี้ยังเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการและข่าวกองกำลังผสมเฉพาะกิจไทย-มาเลเซีย จ.สงขลา และหัวหน้าชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า จ.ระนอง

“เสธ.แอ๊ด”  พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เพื่อนรัก บิ๊กตู่ 

บทบาททางการเมือง “เสธ.แอ๊ด” ทำงานร่วมกับสองพี่น้องตระกูล “จุลใส” คือ ลูกช้าง-สุพล กับลูกหมี-ชุมพล จึงส่งผลไปถึงช่วงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2551 “เสธ.แอ๊ด” ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ว.ชุมพร และสมัยอยู่ในสภาสูง เพื่อนรักบิ๊กตู่คนนี้ก็เข้าร่วมกลุ่ม 40 ส.ว. ดำเนินงานการเมืองเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลนอมินีทักษิณ

ทุกวันนี้ “เสธ.แอ๊ด” แยกทางกับพี่น้อง “จุลใส” โดยหันมาสร้างฐานกำลังมวลชนของตัวเอง เมื่อมีการทำรัฐประหาร 2557 “เสธ.แอ๊ด” ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. จึงก่อตั้ง “กลุ่มฟ้าใหม่ชุมพร” ทำงานในนามภาคประชาชน

ชวน หลีกภัย ช่วยหาเสียงที่ชุมพร 

“เสธ.แอ๊ด” เคยเปิดใจกับสมาชิกกลุ่มฟ้าใหม่ชุมพรว่า “หลังรัฐบาล คสช. เข้าบริหารประเทศ จ.ชุมพร ได้รับจัดสรรงบประมาณพัฒนาในด้านต่างๆ จำนวน 22,000 ล้านบาท โดยเฉพาะถนนเส้นทางคมนาคมสำคัญ ทางหลัก ทางเชื่อม ทางรอง โครงการเขื่อนเรียงหินกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง”

อีกเรื่องหนึ่งที่ “เสธ.แอ๊ด” มอบหมายให้เลขานุการคือ โกหมู ไปทำร่วมกับสภาองค์กรชุมชนคือ เรื่องสิทธิในที่ดินในโครงการของคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพราะชาวบ้านแถว อ.ปะทิว และอ.ท่าแซะ มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินมาก

ด้าน “ส.ส.เอก” ก็เชื่อว่า “นายชวน” และพรรค ปชป.ยังครองใจคนใต้ แม้คู่แข่งหน้าใหม่จะกุนซือดีและมีแต้มต่อจากปัจจัยแวดล้อม แต่โค้งสุดท้ายนายชวนมาปราศรัยอ้อนขอคะแนน ก็ปิดกล่องได้ทันที

คราวนี้คะแนนของ “ส.ส.เอก” จะไม่นำคู่แข่งขาดลอยเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะชื่อชั้นบารมี “ลุงแอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ คงไม่ยอมแพ้กันง่ายๆ

พ่อหลอกฟ้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366257?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พ่อหลอกฟ้า

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 09:14 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ,พ่อหลอกฟ้า
เปิดอ่าน 87,191 ครั้ง

คอลัมน์… ออฟเรคคอร์ด ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

พ่อของฟ้า ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ แสดงความโปร่งใส เซ็นโอนหุ้นธุรกิจในเครือมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ให้ บล.ภัทร ไปบริหาร และ ดูแลทรัพยสินทั้งหมด ในรูปแบบ Blind Trust มาพร้อมกับเอ็มโอยู ห้ามบล.ภัทร เอาไปลงทุนในหุ้นในประเทศ และจะขอคืนทรัพย์สินพร้อมผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อหลังออกจากตำแหน่ง 3 ปี

เป็นอีกกลยุทธ์การตลาด ที่ถูกตีปี้บ เพื่อโกยคะแนนโค้งสุดท้าย หวังเคลียร์ตัวเอง ก่อนเข้าสู่การการมือง เป็นที่ถูกใจกองเชียร์ “ฟ้ารักพ่อ” ยิ่งนัก

แต่ไม่ทันจะข้ามคืน กลายเป็นว่า กระแสในโซเชียลตีกลับ หลังถูกฝ่ายๆต่างออกมาตรวจสอบอย่างหนัก โดย เฉพาะ “ธนาธร” ไม่ใช่คนแรกตามที่กล่าวอ้าง ในอดีตยังเคยมี 15 รัฐมนตรี ก็เคยกระทำการในลักษณะที่คล้ายๆแบบนี้มาก่อนแล้ว

ส่วน “เอ็มโอยู” 2 ข้อพ่วงท้าย ที่กองเชียร์ “ฟ้ารักพ่อ” บอกว่าเป็นมาตรฐานขั้นสูง ทำเกิน 15 นักการเมืองในอดีตนั้น กรณ์ จาติกวณิช นักการเมืองรุ่นพี่ ที่รู้กลไกตลาดทุนยิ่งกว่าลายมือตนเอง บอกว่า ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะโปร่งใส ทุกคนตรวสอบได้ เพราะทรัพย์สินที่โอนไปจะ “มองไม่เห็น”

เมื่อทุกคนบอดสนิท (สมชื่อกองทุน) กับข้อเท็จจริงว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเกิดขึ้นไม่ได้ ตรรกะง่ายๆไม่ต้องตีความให้ซับซ้อน

หากอยากจะโปร่งใส ปลดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ต้องขายขาด แต่ถ้าไม่อยากขาย ก็เลือกเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ ไม่ใช่เลือกโอนเข้าไปในที่ๆ“มองไม่เห็น”แบบนี้

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎ กระแสโซเชียลที่ ชื่นชม กลายเป็น ชัง ในข้ามคืน ช่างขมขื่นเหลือเกิน เมื่อ พ่อที่ฟ้ารัก กลับมา หลอกฟ้า ได้ลงคอ

อีสานสะเทือน แดงใหม่หนุน “ธนาธร” เมิน “แม้ว” สู้ไม่จริง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366251?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อีสานสะเทือน แดงใหม่หนุน “ธนาธร” เมิน “แม้ว” สู้ไม่จริง

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 08:55 น.
พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ปิยุบตร แสงกนกสกุล,หาเสียง,เลือกตั้ง 2562,นักการเมือง,แดงอีสาน,พื้นที่อีสาน,ยุทธภูมิอีสาน,ชัน ภักดีศรี,กลุ่มคนเสื้อแดงสายประชาธิปไตยประชาชน แดงใหม่,นปช,คนเสื้อแดง,คนอีสาน
เปิดอ่าน 8,396 ครั้ง

 “ปรากฏการณ์ธนาธร” ในเวทีปราศรัยใหญ่กลางเมืองอุบลราชธานี และอุดรธานี คนฟีงร่วม 5 พันคน โดยไม่มีการบริหารจัดการ ทำให้ผู้แทนเก่าหลายคนหนาวๆ

000 ในที่สุดพรรคการเมืองที่พยายามแบ่งขั้ว “ฝ่ายประชาธิปไตย” หรือ “ฝ่าย คสช.” ก็หันมาบอกหัวคะแนนเลือก “โหวตยุทธศาสตร์” หมายถึงไม่ต้องเกรงใจใคร เลือกพรรคเพื่อไทยให้คะแนนนำขาดไปเลย แม้แต่ขั้วหนุนประยุทธ์ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยังแอบกระซิบบนเวทีปราศรัยให้ “คนรักลุงตู่” หันมาเลือก รปช.บ้าง อย่าคิดแต่จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ

000 แกนนำพรรคเพื่อไทยสายที่ราบสูง เริ่มออกอาการหวั่นไหว เมื่อพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ “กระแสแรง” แค่กรุงเทพมหานคร หากแต่ภาคอีสาน คะแนนนิยมดีวันดีคืน ดูจาก “ปรากฏการณ์ธนาธร” ในเวทีปราศรัยใหญ่กลางเมืองอุบลราชธานี และอุดรธานี ที่มีผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยประมาณ 4-5 พันคน โดยไม่มีการบริหารจัดการ ทำให้ผู้แทนเก่าหลายคนต้องจับตามองพรรคของคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ปิยบุตร เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ลุยอีสาน

000 สังเกตให้ดี “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะให้ความสำคัญของ “ยุทธภูมิอีสาน” มากเป็นพิเศษ เนื่องจาก “คนอีสาน” เคยมีประวัติศาสตร์การต่อสู้กับอำนาจรัฐส่วนกลางมานับร้อยปี และระหว่างปี 2552-2553 คนเสื้อแดงอีสานกลายเป็นกองหน้าของขบวนการ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

นักวิชาการหนุ่มในมาดนักเลือกตั้ง

000 แม่ทัพอีสานของพรรคอนาคตใหม่คือ “ชัน ภักดีศรี” นักกิจกรรมมวลชน ที่เคยจัดตั้งกลุ่มรักษ์ภูเวียง และผู้ประสานงานเครือข่ายที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ แต่คนที่อยู่เบื้องหลัง “ชัน” น่าสนใจกว่า เพราะเป็น “นักจัดตั้ง” หัวแถวภาคอีสาน และฝ่ายความมั่นคง เฝ้าติดตามทุกฝีก้าวมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549

ชัน ภักดีศรี แม่ทัพอีสานอนาคตใหม่

000 กุนซือเงาพรรคส้มหวานสายอีสานคนนี้ชื่อ “พิชิต พิทักษ์” แกนนำ “กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน” และผู้ปฏิบัติงานระดับสูงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ภาคอีสาน ยุคสมัยไทยรักไทย “พิชิต” เป็นเอ็นจีโอปีกซ้าย และเคยทำงานที่มูลนิธิดวงประทีป ของประทีป อึ้งทรงธรรม มาก่อน

เวทีปราศรัยใหญ่ของอนาคตใหม่ที่อุดรธานี

000 ช่วงแดงทั้งแผ่นดินปี 2554-2556 “พิชิต” พยายามยกระดับการศึกษาความคิดการเมืองของ “คนเสื้อแดง” ให้เป็นกองหน้าประชาชน โดยการจัดตั้ง “กลุ่มคนเสื้อแดงสายประชาธิปไตยประชาชน” (แดงใหม่) ที่ไม่ได้ขึ้นต่อ นปช. แต่หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มพลังเหล่านี้ก็สลายตัวไป

000 การตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ของ “พิชิต” น่าจะมาจากการได้เคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทหาร ร่วมกับกลุ่มดาวดิน และกลุ่มของ “รังสิมันต์ โรม” ศิษย์เอกของปิยบุตร แสงกนกกุล อีกด้านหนึ่ง กลุ่มจัดตั้งมวลชนก้าวหน้าสายอีสาน หรือ “แดงใหม่” ใฝ่ฝันถึง “พรรคมวลชน” ที่มีลักษณะก้าวหน้ามานานแล้ว เพราะรู้สึกผิดหวัง “พรรคเพื่อไทย” ที่ยังถูกครอบงำโดยตระกูล “ชินวัตร” มาแต่สมัยไทยรักไทย

000 สปิริตแรงจัด “อนุชา นาคาศัย” ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง พรรคพลังประชารัฐ วิ่งรอกขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ไม่เฉพาะภาคกลาง ทีมแกนนำ พปชร.ไปภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ ก็เห็นหน้า “เสี่ยแฮงก์” บนเวที เหมือนจะไม่ได้ลงหาเสียงในพื้นที่เขต 1 ชัยนาทเลยแม้แต่วันเดียว

อนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท

000 “เสี่ยแฮงก์” และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป 5 ปี รวมแล้วไม่ได้สัมผัสการเมืองมา 10 ปี ก็ได้ “พรทิวา นาคาศัย” มาลงสนามส.ส.แทน ส่วนตัวเขาเองทำทีมลูกหนัง “ชัยนาท ฮอร์นบิล” จนได้ขึ้นชั้นไทยลีก เที่ยวนี้เสี่ยแฮงก์ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 และวันก่อนลงพื้นที่หาเสียงตลาดภาษีซุง อ.เมืองชัยนาท กลัวชาวบ้านลืมหน้าลืมเบอร์

000 รายนี้ก็ขยันสุดยอด “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเหนือล่องใต้ไม่มีวันหยุด แม้แต่สนามอีสานที่ ปชป.มีหวัง ส.ส.แค่ 3 คน “นายชวน“ ก็ควง “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ออกเดินสายแบบจรยุทธ์ โดยชูคำขวัญ “ไม่เอาประยุทธ์” หวังได้แต้มเพิ่มจากคนเบื่อรัฐบาลทหาร

ป้ายหาเสียง ปชป.อีสาน “ไม่เอาประยุทธ์”

000 เย็นวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2562 พรรคพลังประชารัฐ ยกทัพปราศรัย จ.อุบลราชธานี ที่ศาลากลางหลังเก่า สอบถามสมาชิกสภากาแฟแถวทุ่งศรีเมือง ประเมิน พปชร.อุบลฯ น่าจะสอบผ่าน 6 เขต ได้แก่เขต 3 “โยธากาญจน์ ฟองงาม” (ลูกสาวสุพล ฟองงาม) เขต 4 “ตวงทิพย์ จินตะเวช” (ลูกสาวตุ่น จินตะเวช) เขต 5 “สุทธิชัย จรูญเนตร” อดีต ส.ส.สมัยที่แล้ว เขต 6 “ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์” (พี่ชายสิทธิชัย โควสุรัตน์) เขต 9 “รำพูล ตันติวณิชชานนท์” (ภรรยาสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ)  และเขต 10 “ประจักษ์ แสงคำ” ส.จ.เขต อ.น้ำยืน

สุทธิชัย จรูญเนตร พลังประชารัฐอุบลฯ

000 พรรคพลังประชารัฐ ยังมีความหวังจะเบียดแนวต้านจาก “คนรักทักษิณ” เจาะบางพื้นที่ของอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ นครพนม นครราชสีมา และสุรินทร์ แต่ก็คงจะเหนื่อยมากขึ้น เมื่อเจอกระแสธนาธรเข้ามาชิงคะแนนในหลายจังหวัด

มอเตอร์เวย์ไปโคราช

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366147?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

มอเตอร์เวย์ไปโคราช

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 08:40 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,มอเตอร์เวย์,สายบางปะอิน-นครราชสีมา,ถนนสวยที่สุดของไทย
เปิดอ่าน 4,870 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

 ถนนสวยที่สุดของไทย
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมมีเพื่อนทำงานอยู่กรมทางหลวง เมื่อวันก่อนได้ส่งข่าวดีมาให้ทางไลน์ให้ทราบว่ามอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา จะเสร็จใช้งานได้ปีหน้าคือ พ.ศ.2563 แล้วครับ

บริษัท ซีวิล เอนจีเนียริ่ง ผู้รับเหมาก่อสร้างส่งมอบงานเสร็จก่อนกำหนดถึง 9 เดือน และได้แชร์ภาพมาให้ดูด้วย ซึ่งเห็นแล้วต้องยกนิ้วให้ว่าต่อไปจะเป็นถนนที่สวยที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ผมเห็นแล้วยังคิดว่าเป็นเมืองนอกเสียอีก

เส้นทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 หรือมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก และถนนพหลโยธิน บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มอเตอร์เวย์สายนี้จะตัดเป็นถนนเส้นใหม่ขนานกับถนนพหลโยธินและ ถนนมิตรภาพมีช่วงยกระดับเหนือถนนมิตรภาพตอนที่อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ไปสิ้นสุดที่ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (บายพาส) จังหวัดนครราชสีมา หากใช้มอเตอร์เวย์สายนี้ จะใช้เวลาเดินทางเพียง 127 นาที ที่ระยะทาง 196 กม.เชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร และภาคกลาง เข้ากับศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือจังหวัดนครราชสีมา และเมืองอื่นๆ ในภาคอีสานให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รองรับการเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม และจีนตอนใต้โครงการตัดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด

การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ช่วง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย อำเภออุทัย จังหวัดสระบุรี อำเภอหนองแค อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอแก่งคอย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอเมืองนครราชสีมา แบ่งโครงการการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา พื้นที่โครงการ ผ่าน 3 จังหวัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา รวมระยะทาง 196 กม. มูลค่าโครงการ 84,600 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 77,970 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินอีก 6,630 ล้านบาท แบ่งสัญญาการก่อสร้างออกเป็น 40 สัญญา เพื่อการก่อสร้างที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้งบประมาณปี 2559 จำนวน 25 สัญญา แล้วเสร็จ ปี 2562 เปิดให้บริการ ปี 2563

ผมเป็นคนโคราช ต้องทนทรมานกับการขับรถไปบ้านมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวอย่างปีใหม่-สงกรานต์ จะใช้เวลานานกว่าปกติ

จึงรอคอยมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ด้วยใจระทึกและด้วยความยินดีมากๆ ครับ
บุญถึง (โคราช)


ตอบ คุณ ‘บุญถึง’ โคราช
ผมก็ติดตามข่าวนี้เช่นกันและต่อไปมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช จะทำให้การเดินทางไปเมืองย่าโมและจังหวัดใกล้เคียงรวมถึงภาคอีสานสะดวกสบายรวดเร็วปลอดภัยขึ้น

เดิมทีนั้น จะไปโคราชต้องใช้ถนนมิตรภาพเป็นหลัก ซึ่งการจราจรติดขัดมากดังที่คุณแจ้งมา โดยเฉพาะช่วงขึ้นภูเขาใกล้มวกเหล็ก-ปากช่อง-ลำตะคอง

สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้คือผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะการจำกัดความเร็วและการบรรทุกให้อยู่ในพิกัด

การบำรุงรักษาดูแลมอเตอร์เวย์ ตลอดจนหน่วยช่วยเหลือต้องรวดเร็วทันสมัย

โดยเฉพาะบริเวณที่พักริมทางต้องจัดระเบียบให้มีร้านอาหาร-ห้องน้ำ ต้องดีสะอาดมีมาตรฐานและจัดระเบียบจราจรเพราะเป็นบริเวณมีรถเข้าออก อย่าให้เกิดจุดต้นเหตุรถติดเหมือนมอเตอร์เวย์ไปพัทยา

เมื่อมีของดีใช้แล้วพวกเราทุกคนต้องช่วยกันดูแลเพราะสร้างจากเงินภาษีของคนไทย ทุกคน
อ๊อด เทอร์โบ


อาทิตย์ 24 มีนาคม 2562 จะมีเลือกตั้งทั่วประเทศและเมื่อ 17 มีนาคม สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ไปใช้สิทธิ์มากเกินคาดคิด ดังจดหมายจากคุณ ‘เทพชัย’ ห้วยขวาง แจ้งมา

‘อ๊อด เทอร์โบ’ เชื่อมั่นว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมีผู้ไปลงคะแนนมากขึ้นและจะเป็นการเมืองยุคใหม่ที่เข้าสู่จุดเปลี่ยนการเมืองของไทย

ผลการเลือกตั้งจะฟันธงชัดเจนว่าประชาชนต้องการใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาล
อ๊อด เทอร์โบ


 สัญญาณจากเลือกตั้งล่วงหน้า
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่ ร.ร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เขตห้วยขวาง กทม. และเรียนให้ทราบว่าตกใจมากครับเพราะมีผู้ไปใช้สิทธิ์มากเหลือเกิน

ส่งผลกระทบถึงการจราจรติดขัดเป็นวงกว้างไปทั่วกทม. ขนาดอากาศก็ร้อนแต่ผู้คนก็ไม่กลัว ที่น่าเห็นใจคือผู้สูงอายุก็ยังนั่งรถเข็นให้ลูกหลานพาไป เรียกว่ารักประชาธิปไตยในสายเลือดจริงๆ

เห็นรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม บอกว่ารวมเฉลี่ยแล้วมีผู้มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 80%

นี่คือสัญญาณที่ดีครับเพราะอาทิตย์ 24 มีนาคม จะเป็นวันเลือกตั้งใหญ่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์ประเทศไทยและจะเป็นเครื่องชี้วัดว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี

โปรดอย่ากะพริบตา อาจจะมีพลิกล็อกถล่มทลายก็เป็นได้
เทพชัย (ห้วยขวาง)

“ทุกฝ่ายควรยอมรับสิ่งที่ประชาชนตัดสิน” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366255?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ทุกฝ่ายควรยอมรับสิ่งที่ประชาชนตัดสิน” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 08:38 น.
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,พรรคเพื่อไทย,เลือกตั้ง62
เปิดอ่าน 2,181 ครั้ง

โดย…  สมัชชา หุ่นสาระ 

“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย หนึ่งในสามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศว่า เลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยขออาสาพาสังคมข้ามความยากลำบากจากยุคของการยึดอำนาจ

สตรีวัย 58 ปีคนนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวบนสังเวียนการเมืองมา 27 ปี เป็นอดีตส.ส.กทม. 3 สมัย และเคยเป็นเลขาธิการพรรคพลังธรรม จากนั้นย้ายไปเป็นหัวหน้ากลุ่มรวมพลังไทย และลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2543 ก่อนที่จะผันตัวเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และคว้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย รวมทั้ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ส่วนดีกรีทางการเมืองนั้นเคยทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“คุณหญิงหน่อย” อ่านหมากกระดานการเมืองไว้อย่างไรหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ และ “เพื่อไทย” จะฝ่าดงระเบิดที่คนในพรรคตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ (ไทยรักไทย, พลังประชาชน, เพื่อไทย) วางไว้ รวมทั้งมรสุมกระสุนที่ฝ่ายตรงข้ามตั้งป้อมกราดยิงมายังพรรคเพื่อไทยไปได้อย่างไร เพราะบางฝ่ายมองว่าครั้งนี้อาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของพรรคซึ่งคนไกลบ้านให้การสนับสนุน

          ผ่านเหตุการณ์ยึดอำนาจมา 3 ครั้งในช่วงทำงานการเมือง 27 ปีนั้น มองการเมืองวันข้างหน้าอย่างไร และพรรคจะโดนกลั่นแกล้งเหมือนในอดีตหรือไม่
“ดิฉันเข้ามาทำงานการเมืองครั้งแรกในการเลือกตั้งวันที่ 22 มีนาคม 2535 จากนั้นเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ต่อมาก็อยู่ร่วมในช่วงที่ รสช.ยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และเป็นประชาชนในช่วงการยึดอำนาจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2557 ขอเรียนว่า พรรคเพื่อไทย, พลังประชาชน และไทยรักไทย เป็นฝ่ายถูกกระทำ หากไปย้อนดูคดีความที่เกี่ยวกับการยุบพรรค จะพบว่าพวกเราไม่มีความผิด (พรรคไทยรักไทย) เพราะการดำเนินคดีทางอาญา ศาลระบุแล้วว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความผิด แต่ธงการเมืองช่วงนั้นตั้งไว้

วันนี้มีการต่อสู้ทางการเมืองสองขั้วคือ พรรคที่มาจากประชาชนกับบางกลุ่มในสังคมที่ “อภิสิทธิชนและทหารบางนาย” หนุนหลัง แต่จากนี้ควรยอมรับสิ่งที่ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้ง”

    หนักใจหรือไม่ที่รับหน้าที่ 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้
“กดดันนะ เพราะหลังยึดอำนาจแล้ว พรรคต้องมาปรับระบบใหม่ วันนั้นสภาพพรรคเหมือนโดนระเบิด ขวัญกำลังใจหายหมด ทุกคนต้องมาช่วยกันบูรณะพรรคในทุกด้าน จากนั้นแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส.ก็ลงพื้นที่ทั่วประเทศ ประชาชนสะท้อนความลำบาก ตรงนี้คือภาระที่พรรครับมาและอาสาแก้ไข อีกทั้งยังต้องสู้กับอำนาจ และกติกาที่ไม่เป็นธรรมอีก

ดิฉันทำงานการเมือง ผ่านการยึดอำนาจมา 3 ครั้ง ครั้งนี้ยอมรับว่าหนักมาก แต่ต้องสู้ เพราะประชาชนฝากความหวังไว้กับพรรค

เมื่อมติกรรมการบริหารพรรคออกมาแบบนี้และตกลงใจแล้ว ก็ต้องสู้ แม้รู้ว่าครั้งนี้สู้กับคนที่มีเส้น(ยิ้ม) แต่ต้องอดทนเพราะรับมอบหมายมาแล้วต้องทำหน้าที่ให้ลุล่วงและสำเร็จให้ได้ วันนี้พวกเราจึงระวังตัวทุกก้าวเพราะบางฝ่ายจับตา”

     เลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยหรือไม่
“พรรคไม่ได้ทำสงครามกับใคร พรรคเพื่อไทยจะทำงานเพื่อคนไทยทุกคนในทุกวัน วันที่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคและได้โอกาสทำงาน ตั้งความหวังไว้ว่าจะทำให้พรรคเป็นสถาบันและปรับให้เข้ากับยุคสมัย ตั้งใจว่าจะรักษาไว้ให้ได้เพื่อให้พรรคมีโอกาสทำงานให้สังคมต่อเนื่อง วันนี้พรรคพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพหลายด้านให้มีโอกาสทำงานการเมืองและเพื่อได้มีโอกาสทำงานให้สังคม”

          กังวลกับข้อกล่าวหาด้านทุจริตในรัฐบาลไทยรักไทย, พลังประชาชน และเพื่อไทย ที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้ทางการเมืองได้เสมอหรือไม่
“หลายคดีที่ผ่านมามีการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรมแล้วว่าไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา วันนี้ขอชี้แจงว่า นักการเมืองและทุกพรรคต้องพร้อมถูกตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนั้นตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำต้องเป็นธรรมโดยแท้จริง เพราะในอดีตที่ผ่านมาเช่นการยุบพรรคไทยรักไทยนั้นจะพบว่าหลายประเด็นไม่เป็นธรรม ตรงนั้นมันเป็นตะกอนที่สะสมมาจนวันนี้

คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน หรือผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ก็ชี้ว่า การขาดความยุติธรรมเป็นหนึ่งในสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

ย้ำว่าพรรคพร้อมรับการตรวจสอบแต่ควรมีความยุติธรรมและเที่ยงธรรมเพื่อให้ปัญหาร้าวใจมันหมดไป”

   หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ความวุ่นวายทางการเมืองจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่
“ไม่ทราบ ไม่ใช่หมอดู(ยิ้ม) แต่พื้นฐานประชาธิปไตยและการเลือกตั้งนั้น เป็นความหวังของคนไทยที่รอมาหลายปี ส่วนตัวมองว่าเลือกตั้งครั้งนี้คนไทยมีความคาดหวังมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ควรนำไปสู่การไม่ติดขัดในการมีรัฐบาลใหม่

ควรมีการวางแนวทางป้องกันไว้ 3 ข้อดังนี้คือ การซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐ และการโกงการเลือกตั้ง เพราะหลายฝ่ายบอกมาแล้วว่าเลือกตั้งครั้งนี้ไม่แฟร์จากกติกาที่วางไว้ วันนี้สองข้อแรกที่ดิฉันระบุมันเกิดแล้ว หากข้อที่สามยังเกิดขึ้นอีก เลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับการยอมรับหรือ

ฉะนั้นต้องฝากความหวังไว้กับ กกต. ว่าจะจัดการ 3 ข้อในข้างต้นเพื่อให้ความหวังของคนไทยเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะดิฉันหวังว่า 3 ข้อที่กล่าวไว้ต้องไม่มีขึ้นและการแจกใบสีต่างๆ ควรชัดเจนและเป็นธรรม”

หารือเบื้องต้นกับพรรคอื่นๆ ไว้บ้างแล้วหรือไม่ในการเดินเข้าสู่รัฐสภาและตึกไทยคู่ฟ้า
“รอดูผลเลือกตั้งก่อน(ยิ้ม) แต่ย้ำว่าหลังทราบผลเลือกตั้งทุกพรรคควรยึดกติกาและประเพณีปฏิบัติ คือพรรคอันดับหนึ่งควรได้สิทธิเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก่อน”

          “เลือกตั้งครั้งนี้คนไทยมีความคาดหวังมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ควรนำไปสู่การไม่ติดขัดในการมีรัฐบาลใหม่”

ตร.เข้มเลือกตั้งหวั่นมือที่สามป่วน!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366145?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตร.เข้มเลือกตั้งหวั่นมือที่สามป่วน!

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 00:00 น.
สายตรวจระวังภัย,พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล,เลือกตั้ง62,มือที่สาม,ป่วน
เปิดอ่าน 473 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย  โดย…  สุริยา ปะตะทะโย

อีกไม่เกิน 5 วัน คนไทยผู้มีสิทธิ์ออกเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการ “กำหนดอนาคตประเทศ” ที่ต้องจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่หลายฝ่ายเรียกร้องหาประชาธิปไตย แต่เพื่อความบริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงเป็นหน้าที่หลักของตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายต้องรักษาความสงบเรียบร้อย วางแผนรับมือสิ่งที่ไม่คาดคิด

แม้ที่ผ่านมาจนมาถึงโค้งสุดท้ายแบบท้ายที่สุดจะยังไม่มีเรื่องต้องกังวลเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่สถานการณ์ในภาคใต้ที่มีกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้ง จึงไม่อาจปฏิเสธความกังวลนี้ได้ ด้วยเพราะอาจมี “มือที่สาม” อาศัยสถานการณ์เช่นนี้มาสร้างความปั่นป่วนในกระบวนการประชาธิปไตยครั้งนี้ได้

ด้วยอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงเช่นนี้ เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ที่ดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ และในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศลต.ตร. ประกอบกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จึงได้มีหนังสือสั่งการด่วนที่สุดถึง ผบช.น., ผบช.ภ.1-9, ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.ทท. และ ผบช.สตม. ความว่า เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยสั่งการให้ดำเนินการดังนี้ 1.ตั้งจุดตรวจจุดสกัดร่วมทหารฝ่ายปกครอง ตำรวจและภาคประชาชน โดยแบ่งเป็น 3 วงรอบ ประกอบด้วย วงรอบชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นในเพื่อปิดทางลำเลียง ตัดโอกาสการกระทำความผิดและสกัดกั้นการหลบหนี กรณีมีคนร้ายก่อเหตุโดยใช้ยานพาหนะ, อาวุธหรือวัตถุระเบิด 2.ปิดล้อมตรวจค้น ตรวจสอบ พิสูจน์ทราบ บ้านเช่า หอพัก แหล่งซุกซ่อนอาวุธ ยานพาหนะ อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด เพื่อพิสูจน์ทราบกลุ่มที่น่าจะก่อเหตุร้าย 3.ควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอุปกรณ์ที่คนร้ายจะนำมาประกอบเป็นระเบิดเพื่อการก่อเหตุร้าย โดยจัดทำทะเบียนผู้ซื้อขายในกลุ่มร้านค้าที่จำหน่ายโทรศัพท์ เครื่องไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ปุ๋ยเชื้อเพลิง ถังแก๊ส ถังดับเพลิง ตรวจและควบคุมอู่ซ่อมรถ โรงโม่ เพื่อป้องกันการจัดทำวัตถุระเบิด 4. นำอุปกรณ์พิเศษมาเสริมในการปฏิบัติโดยการจัดทำแผ่นพับใบปลิว ป้ายไวนิล เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติในการป้องกันเหตุและแจ้งข่าว ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีในพื้นที่รับผิดชอบให้สามารถใช้งานได้ โดยตั้งทิศทางให้ถูกต้องและกำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เก็บภาพถ่ายทะเบียนรถ บัตรประชาชนของผู้ขับขี่บริเวณจุดตรวจจุดสกัด นำสุนัขดมกลิ่นระเบิด ยาเสพติด มาร่วมปฏิบัติ ณ จุดตรวจจุดสกัดและชุดอีโอดี พร้อมปฏิบัติการเมื่อได้รับแจ้งเหตุ

5.แสวงหาความร่วมมือจากพลังมวลชนและกลุ่มประชาชนแจ้งข่าวและช่วยสังเกตวัสดุสิ่งของ ยานพาหนะ บุคคลต้องสงสัย 6.ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหมายจับคดีค้างเก่า เกี่ยวกับคดีความมั่นคงและคดีอื่นๆ 7.ระดมกวาดล้าง ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด ของหนีภาษีที่เป็นปัจจัยหนุนต่อการก่อเหตุร้าย 8.กำหนดแผนเผชิญเหตุการณ์ก่อเหตุร้ายและซักซ้อมตามแผนดังกล่าว และ 9.หากมีเหตุฉุกเฉิน เหตุด่วนเหตุร้ายในพื้นที่รับผิดชอบให้ทุกหน่วยงานรายงานให้ ตร.ทราบ โดยผ่านศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)

ทั้งนี้ยังให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) สืบหาข่าวที่เกี่ยวกับการก่อเหตุร้ายอันอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ส.ส. และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การก่อเหตุร้ายอีกด้วย

เลือกตั้งหนนี้คนไทยตื่นรู้ ต้องการเดินหน้าไปตามระบอบประชาธิปไตย หวังว่ามาตรการที่ตำรวจงัดมาใช้จะเอาอยู่..!!