ไฮไลต์จับจ้อง! เก้าอี้”รอง ผบ.ตร.” เส้นทางสู่ดวงดาว”ผู้นำองค์กร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520299

หนึ่งตะวัน พันดาว

27 มิ.ย. 2565

ไฮไลต์จับจ้อง! เก้าอี้"รอง ผบ.ตร." เส้นทางสู่ดวงดาว"ผู้นำองค์กร"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

ลั่นระฆัง..เตรียมพร้อม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี นับเวลาถอยหลัง อำลาชีวิตราชการบนตำแหน่ง“ผบ.ตร.คนที่.12” ส่งไม้ต่อ “3 ตัวเต็ง”  ชิงตำแหน่งเก้าอี้ “แม่ทัพปทุมวันคนที่ 13” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ใครจะเข้าวิน..ขึ้นอยู่ “ผู้มีอำนาจ”ในบ้านเมือง จะเลือกใคร..OO

ไฮไลต์จับจ้อง..ไม่แพ้กัน เก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง ที่ว่างลง ใครฝ่าด่านยึดเก้าอี้ไว้ได้ เส้นทางสู่ถนนแห่งดวงดาว “ผู้นำองค์กร”ใกล้แค่เอื้อม “ผบ.สุวัฒน์”บัญชาการ จัดทำบัญชี “ผู้ช่วย ผบ.ตร.”ตามลำดับอาวุโส..OO

ไล่ตั้งแต่..พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน เกษียณอายุราชการปี 2566 พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง เกษียณปี 2568 พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช เกษียณปี 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เกษียณ 2574 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เกษียณปี 2566..OO

ตามด้วย..พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์  เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  เกษียณ ปี 2568 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เกษียณปี 2568 สุดท้าย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกษียณปี 2567 เที่ยวนี้..ขับเคี่ยวกันน่าดูชม ใครเข้าป้ายเส้นทางสู่ “บัลลังก์เจ้าสำนักสีกากี” ไม่ไกลเกินฝัน..OO
 

ขจัดเนื้อร้าย..พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.นำทีม กำจัด “4 สีกากีนอกแถว” เช็กบิล พ.ต.ท.พิษณุ เตรียมดี รองผกก.สส.สภ.แม่เจดีย์ จ.เชียงราย ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จ.เชียงราย ร.ต.อ.วิเชิด กิติมา-ร.ต.อ.ประพันธ์ ทะรินทร์ รอง สว.กก.สส.ภ.จ.เชียงราย และ ส.ต.อ.ปิยกร แก่นพล ผบ.หมู่ สังกัดเดียวกัน..OO

ติดร่างแห..ต้องมลทิน รีดเงินล้านเปิดทาง“แก๊งมังกรจีน” ถ่ายหนังโป๊ไลฟ์ดสดกลางรีสอร์ทเมืองเชียงราย เจอ 2 ข้อหนัก “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือมาหาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น- ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” หลักฐานแน่นหนา งานนี้..รอดยาก..OO

สร้างผลงานไม่หยุดหย่อน..“ฉลามจ๋อ”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ผนึกกำลัง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม.นำทีม ชุดปฏิบัติการ PCT เปิดยุทธการ “ขุดราก-ถอนโคน” ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ…OO

สนธิกำลัง..พล.ต.ท.วัน วีระ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กัมพูชา พล.ต.จัตวา บุต พิน หัวหน้าชุดข่าวกรองฯ (อัยการจังหวัดพนมเปญ) บุกทลายรัง“แก๊งคอลเซ็นเตอร์” 2 แห่งใน จ.พระสีหนุ รวบผู้ต้องหาคนไทยได้ 21 คน ร่วมเครือข่ายหลอกลวง ต้มตุ๋นเหยื่อเพื่อนร่วมชาติ สูญเงินทองคนแล้วคนเล่า..เบื้องหลังความสำเร็จ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “บ้านพี่เมืองน้อง”..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.พลันรับรู้เรื่องราว “นายดาบ”ลูกน้องเก่าต้องสูญเสียลูกสาววัยแค่ 14 ด้วยน้ำมือ “ขยะสังคม” พลั้งพลาดตกเป็นเหยื่อ “คอสเพลย์ อวตาร” หลอกถ่ายคลิป-แบล็กเมล์ข่มขู่หาทางออกไม่ได้ คิดสั้นผูกคอตายหนีปัญหา..OO

เปิดเกมล่า..“จิ้งจอกโซเชียล”ประสาน พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม.นำทีม เปิดปฎิบัติการเช็กบิลลากคอนายปิยะบุตร อุไรงาม “เดนทรชน”คารังพักย่านปทุมธานี เจอหลักฐานเพียบ ยังเสียงแข็งประกันตัวสู้คดี อุทาหรณ์-บทเรียน..“พ่อแม่-ผู้ปกครอง”ต้องสอดส่องดูแลบุตรหลาน..OO

ไม่พ้นเงื้อมือ..พลันรับคำสั่ง พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 สางปมฆ่า “เจ้หญิง”นางจิตตภัส เชิดชูพงศ์เจริญ ของธุรกิจรถเช่าเมืองสุราษฎร์ธานี ไม่รอช้า พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.ภ.จ.ระนอง ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.8 นำทีมลงพื้นที่สางคดี เพียงไม่กี่วัน โชว์ฝีไม้ลายมือ ตะครุบ “ทีมสังหาร-ผู้จ้างวานฆ่า”ครบถ้วนกระบวนความ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจดรีมทีม“นักสืบ-มือปราบ”พันธุ์แท้..OO

เปื้อนมลทิน..พ.ต.อ.วรสรรค์ แสนสุข ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ปฎิบัติราชการ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.น.2 รักษาการ ผกก.สน.สุทธิสาร ขัดตาทัพแทน พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ  ถูกส่งไปเข้าคอร์ตอบรมหลักสูตรพัฒนาความรู้ด้านกฎหมาย ..OO

ซ้อมนั่งเก้าอี้..“หัวหน้าโรงพัก”เพียงไม่ทันไร เจอยุทธการ “จัดระเบียบสังคม” พล.ต.ท.สำราญ นวลมา แม่ทัพนครบาล บัญชาการ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว  ผบก.สปพ.“ปัดกวาดขยะใต้พรม” บุกจับบ่อนพนันบาคาร่าในพื้นที่ ได้นักพนัน 52 คน..OO

หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ..“5 เสือโรงพัก” เตรียมเนื้อเตรียมตัว รับโทษทัณฑ์ ปล่อยอุบายมุขผุด..ส่งสัญญาน..เตือน..อย่าหาญกล้า..แตกแถว..ไม่เห็นหัว “ผู้เป็นนาย” พล.ต.ต.อรรถพล  อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ตั้งแท่นลงดาบ..OO

ไม่เปลี่ยนแปลง..สถานบริการย่าน“บางบัวทอง-บางใหญ่” ยังคงเปิดแบบ“เย้ยฟ้าท้าดิน” แถมบางแห่ง“สาวเวียดนาม”เดินกันหน้าสลอน แต่หน่วยงานรับผิดชอบกลับมองไม่เห็น บางแห่งเส้นใหญ่เส้นโต แถมยังใกล้ชิด“คนมีสี” ปล่อยมั่วสุมยันหว่าง พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 รู้สึกอย่างไร..00..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

แพแตก “ประวิตร” ลูกพรรคดิ้นหนี พายุอุ๊งอิ๊งแลนด์สไดล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520280

26 มิ.ย. 2565

แพแตก "ประวิตร" ลูกพรรคดิ้นหนี พายุอุ๊งอิ๊งแลนด์สไดล์

นายกฯหญิงมาแรง สะเทือน “ประวิตร” ส.ส.พลังประชารัฐ เตรียมเผ่นทิ้งบ้านป่ารอยต่อฯ หลังเรตติ้งประยุทธ์ร่วงหนัก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กระแสอุ๊งอิ๊งสะเทือน “ประวิตร” ส.ส.พลังประชารัฐ เตรียมเผ่นทิ้ง บ้านป่ารอยต่อฯ หลังเรตติ้งประยุทธ์ร่วงหนัก

นายกฯหญิงมาแรง “ประวิตร” ยอมรับเป็นรองเพื่อไทย โอกาสจะกลับมาเป็นรัฐบาลสมัยหน้า เหลือน้อยเต็มทน

ผลสำรวจคะแนนนิยมนักการเมือง ไตรมาส 2 ของนิด้าโพล ระบุชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คะแนนนิยมลดลงเหลือร้อยละ 11.68 ขณะที่อุ๊งอิ๊ง คะแนนนิยมพุ่งขึ้นไปที่ร้อยละ 25.28

เมื่อเปรียบเทียบกับนิด้าโพล ไตรมาสแรก คะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ลดมาจากปีที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 12.67 เหนือกว่าอุ๊งอิ๊งเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 12.53

สำหรับคะแนนนิยมพรรคการเมือง นิด้าโพล ไตรมาส 2 พบว่า ถ้าวันนี้มีเลือกตั้ง ประชาชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 36.36 ,พรรคก้าวไกล ร้อยละ 18.68 และพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.0

เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราเป็นรองอยู่แล้วทุกที” หมายถึงเป็นรองพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยให้ความมั่นใจกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่า เลือกตั้งครั้งหน้า พลังประชารัฐ จะได้ ส.ส.150 ที่นั่งขึ้นไป

มาถึงวันนี้ มีคำถามมากมาย 150 ที่นั่งของพลังประชารัฐ จะเป็นไปได้หรือ

  • ‘กนกนุชโมเดล’

ชัชชาติฟีเวอร์บวกกระแสอุ๊งอิ๊ง ทำให้ลูกพรรคสายเมืองหลวงของ“ประวิตร” ปั่นป่วนวุ่นวาย แถมเลือกตั้ง ส.ก. พรรคพลังประชารัฐ ประสบความล้มเหลว ได้ ส.ก.แค่ 2 คน

ติดตามกระแสโซเชี่ยลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/komchadluek/

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 12 คน และมีคะแนนรวม 791,893 คะแนน แต่เลือกตั้ง ส.ก.ปีนี้ พปชร.ได้ ส.ก. 2 คน และได้คะแนนรวม 274,970 คะแนน

มีรายงานข่าวว่า ส.ส.กทม.ค่ายลุงป้อม อย่างน้อย 2-3 คน กำลังคิดถึง กนกนุชโมเดล ที่ประสบความสำเร็จในศึกเลือกตั้ง ส.ก.

ตอนเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง กนกนุช กลิ่นสังข์ สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ลงชนการุณ โหสกุล พรรคเพื่อไทย ปรากฏกนกนุชแพ้

ตอนเลือกตั้ง ส.ก.เขตดอนเมือง ที่ผ่านมา กนกนุช ย้ายจาก พปชร. มาสังกัดเพื่อไทย แข่งกับพนา วุฒิเดช พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นคนสนิทของเก่ง การุณ ผลคือ กนกนุช ชนะพนา ขาดลอย

สรุปว่า สนามกรุงเทพฯนั้นขึ้นอยู่กระแส และสีเสื้อ ถ้าพรรคใดมีกระแสตอบรับดี โอกาสที่ผู้สมัคร ส.ส. หรือ ส.ก. ย่อมได้รับชัยชนะค่อนข้างสูง

  • ‘ฝากผีฝากไข้บ้านใหญ่’

ว่ากันตามจริง “ประวิตร” ก็ฝากผีฝากไข้ไว้กับกลุ่มนักเลือกตั้งที่เรียกว่า ส.ส.บ้านใหญ่ ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง

บ้านใหญ่เหล่านั้น ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ,สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 

รมว.อุตสาหกรรม,อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ

หากประเมินจากซุ้มบ้านใหญ่ ค่ายลุงป้อมในการเลือกตั้งสมัยหน้า น่าจะได้ ส.ส.ไม่เกิน 30 คนเท่านั้น

ไม่ต้องไปพูดถึง 150 ที่นั่ง เพราะจุดอ่อนพลังประชารัฐคือภาคอีสาน และทักษิณ ชินวัตร มั่นใจว่าสมัยหน้า เพื่อไทยกวาดเก้าอี้ ส.ส.อีสานเกลี้ยงภาคแน่

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ พปชร.เคยได้ ส.ส.มากถึง 12 คน แต่สมัยหน้าก็คงเหลือไม่ถึงครึ่ง แม้กระแสลุงตู่จะยังดีอยู่ก็ตาม

สรุปแล้ว ค่ายพลังลุงป้อม ไม่น่าจะได้ ส.ส.เกิน 50 คน และหากผลเลือกตั้ง ส.ส.เป็นอย่างนี้ พี่น้อง 3 ป.ก็ตัวใครตัวมัน

เรตติ้งพุ่ง “อุ๊งอิ๊ง” จัดแถวถ่ายเลือด ล้างบางงูเห่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520275

26 มิ.ย. 2565

เรตติ้งพุ่ง "อุ๊งอิ๊ง" จัดแถวถ่ายเลือด ล้างบางงูเห่า

ได้เวลาถ่ายเลือด “อุ๊งอิ๊ง” คะแนนนิยมพุ่งอันดับหนึ่ง หลังไล่หนูตีงูเห่า เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ใกล้แค่เอื้อม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ได้เวลาถ่ายเลือด “อุ๊งอิ๊ง” เรตติ้งพุ่ง หลังไล่หนูตีงูเห่า เพื่อไทยแลนด์สไลด์ใกล้แค่เอื้อม

จัดทัพเลือดใหม่ ภารกิจของ “อุ๊งอิ๊ง” เลย์ออฟ ส.ส.เสาไฟฟ้า ไล่ล่าคนแปรพักตร์

เป็นไปตามแผนปั้นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองของนิด้าโพล ช่วงไตรมาส 2 วันที่ 20-23 มิ.ย.2565 พบว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร มีคะแนนนิยมอันดับหนึ่ง ร้อยละ 25.28 รองลงมา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 13.24 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 11.68

จากผลการสำรวจของนิด้าโพล เรตติ้งของพิธา คงที่ และ พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงเล็กน้อย ต่างจากอุ๊งอิ๊ง ที่ขยับจากการสำรวจครั้งแรก จากร้อยละ 12.53 เป็นร้อยละ 25.28

เหตุปัจจัยที่ทำให้อุ๊งอิ๊ง มีเรตติ้งสูงขึ้นเท่าตัว ก็มาจากผลการเลือกตั้ง ส.ก. ที่เพื่อไทยกวาดมาได้ 20 ที่นั่ง และยุทธการไล่หนู ตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ

20 มี.ค.2565 อุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีเป้าหมายต้องขยายฐานสมาชิกให้ได้ 14 ล้านคน

นวัตกรรมการเมืองชื่อ ครอบครัวเพื่อไทย ทำให้เกิดภาวะ 2 ผู้นำ 2 องค์กรในอาณาจักรชินวัตร คือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดปรากฏการณ์ ผู้เสนอตัวพรรคเพื่อไทย เขตโน้น เขตนี้ ติดป้ายกันทั่วประเทศ และผู้เสนอตัวเหล่านี้ ต่างก็อ้างว่า มีหน้าที่หาสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย ให้ได้ตามเป้า 14 ล้านคน

ผู้ที่รู้สึกอึดอัด ก็หนีไม่พ้น ส.ส.เก่าเจ้าของพื้นที่ แต่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ยิ่งเรตติ้งของอุ๊งอิ๊ง ทะยานแซงหน้าทุกหัวหน้าพรรค ส่อแววอนาคตนายกฯหญิงคนที่ 2 ยิ่งทำให้แผนการถ่ายเลือดใหม่เดินหน้าได้เร็วขึ้น

  • ‘สายตรงอุ๊งอิ๊ง’

ทักษิณเห็นดีกับกลุ่มแคร์ ปั้น “อุ๊งอิ๊ง” เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ถือว่าเป็นสนามทดสอบ ก่อนจะตัดสินใจวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ติดตามกระแสโซเชี่ยลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/komchadluek/

การส่งอุ๊งอิ๊งลุยการเมือง ทักษิณก็หวังจะเห็นเลือดใหม่ในเพื่อไทยมากขึ้น อย่าง ส.ก. 20 คน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่

จากแนวคิดถ่ายเลือดใหม่ของคนแดนไกล จึงทำให้มีผู้เสนอตัว พรรคเพื่อไทย ขึ้นป้ายในหลายสิบจังหวัดภาคอีสาน โดยอ้างว่าได้รับไฟเขียวจากคนใกล้ชิดลูกสาวนายใหญ่

แกนนำเพื่อไทยบางคน ยังร่วมมือกับประธานโซนบางคน จัดหาผู้สมัครหน้าใหม่ ทุนหนามาลงพื้นที่แทนคนเก่า

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงสื่อเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ว่า กรรมการโซนทั่วประเทศ 21 โซน จะทำตัวเป็นแมวมองหาผู้ที่มีความพร้อมเข้าสู่การคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.

ส่วน ส.ส.ปัจจุบัน พรรคจะให้โอกาสลงสนามก่อนคนอื่น ยกเว้น ส.ส.มีปัญหาสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็ต้องหาคนแทน

เมืองไทยอาจมีนายกฯหญิง คนที่ 2เมืองไทยอาจมีนายกฯหญิง คนที่ 2

  • ‘ล้างบางงูเห่า’

ความสำเร็จของยุทธการไล่หนู ตีงูเห่า ส่งผลให้เรตติ้ง “อุ๊งอิ๊ง” พุ่งแรง คนแดนไกลคงประเมินว่า มาถูกทางแล้ว ฉะนั้น การประนีประนอมต่อ ส.ส.บางคนที่มีอาการแปรพักตร์นั้น คงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

อย่างกรณีสนามเลือกตั้งนครพนม เขต 4 ส.ส.ปัจจุบัน ออกอาการแกว่งๆ จึงมีผู้เสนอตัวมาประกบถึง 2 คน โดยคนหนึ่ง มีเลขาธิการโซนเป็นกองหนุน อีกคนหนึ่งก็อ้างว่ามาจากสายครอบครัวเพื่อไทย

กรณีเครือญาติอยู่ต่างพรรค เช่นที่ขอนแก่น 2 เขต ลูกสาวกับพ่อ และน้องชายกับพี่ชาย อยู่คนละพรรค แกนนำพรรคก็ต้องให้เลือกทางใดทางหนึ่ง ไม่ให้แบ่งกันอยู่คนละพรรค

ยิ่งมีกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ ยิ่งทำให้แกนนำเพื่อไทย กดดัน ส.ส.ที่ส่อเค้าแปรพักตร์หนักขึ้น ตอบโจทย์ล้างบางงูเห่าของนายใหญ่

อดีตกาล “คาถาแก้จน” 4 ข้อ สร้างตัวให้เป็นเศรษฐี ตั้งตัวได้เพราะหนูตาย 1 ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520214

เปรียญ12

26 มิ.ย. 2565

อดีตกาล "คาถาแก้จน" 4 ข้อ สร้างตัวให้เป็นเศรษฐี ตั้งตัวได้เพราะหนูตาย 1 ตัว

ในอดีตกาล การสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี ตามตำรา พระพุทธเจ้า ทรงมอบคาถา “ทิฏฐะกัมมิกัตถะประโยชน์ ” ตามภาษาคาถาแก้จน” ด้วยคนจนมีมาก

ภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันฝืดเคืองแสนสาหัส หลายคนรำพึงรำพัน หากินลำบาก  แม่แต่โอกาสก็หายาก
 อีกหลายคนพยายามทุกอย่างแบบสุจริต ก็หากินไม่พอใช้
 ช่องทางที่เปิดกว้างก็เข้าไป ลอง ทั้งค้าขาย หรือเล่นหุ้น เล่นหวย เลขเด็ด
แต่ไม่ค่อยสมมโนรถปรารถนา หรือ ขึ้นอยู่กับโชควาสนา หรือคนมีหัวทางการค้ามากๆ ก็ไม่ทราบ

ในอดีต ครั้งพุทธกาล คนจนก็มีมากไม่ต่างจากสมัยนี้ 

พระพุทธเจ้าของเรา ทรงเห็นความทุกข์ยากของชาวบ้านทั่วๆ ไป จึงทรงแนะการสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี หรืให้พอมีพอกิน โดยมอบคาถา บทหนึ่ง เรียกเป็นบาลีว่า ทิฏฐะกัมมิกัตถะประโยชน์ ให้นำไปปฏิบัติ (แก้จน)
มีข้อความดังนี้
1. อุฏฐานสัมปทา ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน
2. อารักขสัมปทา รู้จักเก็บออมโภคทรัพย์ที่หามาได้
3. กัลยาณมิตตา รู้จักคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร
4. สมชีวีวิตา  รู้จักเลี้ยงชีวิตแต่พอดี (รู้จักกำหนดรายรับ และรายจ่าย)
ทั้ง 4 ข้อ ท่านย่อเพื่อให้จำง่าย เรียกว่า “หัวใจเศรษฐี” คือ
อุ. อา. กา. สะ.

ใครที่ปฏิบัติตามได้ ก็สามารถรักษาตัวตน มีที่ยืนในสังคมได้แบบไม่อายฟ้าดิน หรือแก้จนได้ก็แล้วกัน

“ตั้งตัวได้เพราะหนูตาย1ตัว”

เมื่อยกหัวใจเศรษฐีมาบอกเล่าแล้ว ก็ขอเล่าเรื่องคนสมองใส หรือมีปัญญาเฉียบคม ในอดีตมาเล่าให้ฟัง คนๆนี้ มีเศรษฐีคนหนึ่งบอกว่าเขาจะเป็นเศรษฐีต่อไป
ในที่สุดเขาได้เป็นจริงๆโดยลงทุนนิดหน่อย ต่อยอดไปเรื่อยๆ ที่เรียกในสมัยนี้ว่าใช้เงินต่อเงินจนกลายเป็นมหาเศรษฐี สิ่งที่เขาลงทุนนั้นนิดหน่อยจริงๆ คือ หนูตายเพียงตัวเดียว 


 เรื่องเกิดนานก่อนพุทธกาล แต่ยังยกมาอ้างกันบ่อยๆ เพราะ ชื่นชมปัญญาที่เฉียบแหลมของนักลงทุนคนนี้
 เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหนุ่ม ได้หนูตายมา 1 ตัว เอาไปขายให้คนเลี้ยงแมวได้เงินมา 1 กากะณิก เทียบเงินบาทไทยคงมีค่านิดหน่อย แต่ตอนนั้นเงินไม่เฟ้อ เหมือนสมัยนี้ จึงนำเงินน้อยนิดไปซื้องบน้ำอ้อย พร้อมกับหิ้วถังน้ำดื่ม ไปคอยบริการคนหาดอกไม้ป่า เมื่อคนหาดอกไม้ออกจากป่าได้กินน้ำ และงบน้ำอ้อย (ชื่นใจ) จึงให้ดอกไม้เป็นค่าตอบแทน เขาจึงเอาดอกไม้ไปขายต่อได้มา 8 กหาปณะ
นำเงิน 8 กหาปณะนั้นไปซื้อน้ำอ้อย หาน้ำดื่มไปด้วยเพื่อจ้างเด็กที่เล่นในสนามกีฬา ให้ขนกิ่งไม้ใบไม้จากสนามหลวงไปขายช่างปั้นหม้อ ทำให้เขาได้เงินมา 16 กหาปณะ ถึงตอนนี้เขามีเงิน 25 กหาปณะแล้ว จึงลงทุนตั้งตุ่มน้ำเพื่อบริการคนเกี่ยวหญ้า 500 คน ได้หญ้าเป็นค่าตอบแทนมา 500 กำ (ลงทุนน้อยแต่ได้ค่าตอบแทนสูง)

จึงเอาหญ้าไปขายให้เจ้าของม้า ได้มาอีก 1,000 กหาปณะ
โอกาสเป็นเศรษฐีอยู่แค่เอื้อม จึงใช้เงินนั้นเช่ารถ(อาจเป็นรถม้า) ตกแต่งโอฬาร แห่ไปท่าเรือ ที่เรือสินค้ามาเทียบท่าพอดี แล้วมอบแหวนตราแด่เจ้าของเรือเป็นค่ามัดจำสินค้า

ตนเองขึ้นไปนั่งชั้น 3 ที่มีม่านกั้นไว้ สั่งคนรับใช้ว่าถ้าพ่อค้ามาหาต้องผ่านคนเฝ้าประตู ถึง 3 ชั้นก่อน จึงจะให้พบได้
พ่อค้าพาราณสี 100 คน ทราบว่าเรือสินค้ามา จึงไปที่ท่าเรือ เพื่อซื้อสินค้า แต่เจ้าของเรือว่ามีพ่อค้าใหญ่มัดจำไปแล้ว หากจะซื้อต้องซื้อโดยตรงกับพ่อค้าใหญ่ท่านนั้น 
พ่อค้าพาราณสีต้องจ่ายคนละ 2,000 กหาปณะจึงได้สิ่งที่ต้องการ 
เฉพาะค่าผ่านประตู คนขายหนู(ตอนแรก) ได้เงินถึง 200,000 กหาปณะ
ลืมเล่าไปว่าก่อนที่เขาจะขายหนูตายนั้น มีเศรษฐีคนหนึ่งว่า เธอจะเป็นเศรษฐี เขา หรือ จูฬกะเศรษฐีคนนี้ รู้สำนึกในบุญคุณ จึงนำเงิน100,000 กหาปณะ ไปมอบให้เพื่อตอบแทนบุญคุณ


ส่วนเศรษฐีที่มีลูกสาวสวย เมื่อทราบเรื่องเงินต่อเงิน และมันสมองอันปราดเปรื่อง จึงชื่นชมมาก ในที่สุดได้ยกลูกสาวให้เป็นภรรยาเศรษฐีใหม่
เมื่อเศรษฐีเฒ่าถึงแก่กรรม ทรัพย์สินจึงเป็นของ จูฬกเศรษฐี (เศรษฐีใหม่) และภรรยาในที่สุด
ก่อนจบ จึงมีคาถาชมว่า..
คนมีปัญญาเฉียบแหลม ย่อมตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์ต้นทุนแม้เพียงเล็กน้อย ดุจก่อไฟเล็กน้อย ให้เป็นกองไฟใหญ่ ฉะนั้น

เรื่อง : เปรียญ12

โลกสวย “ชัชชาติ” เปิดเทศกาล “ม็อบ” เหมือนดนตรีในสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520080

24 มิ.ย. 2565

โลกสวย "ชัชชาติ" เปิดเทศกาล "ม็อบ"  เหมือนดนตรีในสวน

เวทีประชาธิปไตย “ชัชชาติ” ไฟเขียวเปิดพื้นที่รองรับม็อบ คิดบวกเหมือนดนตรีในสวน แต่โลกอาจไม่สวย ธรรมชาติม็อบต้องกดดันรัฐ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เวทีประชาธิปไตย “ชัชชาติ” ไฟเขียวเปิดพื้นที่ชุมนุมรองรับสารพัดม็อบ ปูทางสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

“ชัชชาติ” คิดบวก แต่ธรรมชาติม็อบ โลกไม่สวย อาจเมินพื้นที่ของ กทม. เพราะการชุมนุมต้องกดดันรัฐบาล ไม่ใช่เวทีไฮด์ปาร์ค

เป็นที่ฮือฮาทั้งประเทศ เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง จัดให้มีสถานที่เพื่อใช้สำหรับการชุมนุมสาธารณะ 7 แห่ง ประกอบด้วย ลานคนเมือง เขตพระนคร, ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง,ที่สาธารณะใต้สะพานรัชวิภา (ใกล้ซอยวิภาวดีรังสิต 36) เขตจตุจักร,ลานจอดรถหน้าสำนักงานเขตพระโขนง เขตพระโขนง,ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี,ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ และสวนมณฑลภิรมย์ เขตตลิ่งขัน

เหตุผลที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดพื้นที่รองรับม็อบ ก็เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

ประเด็นเนื้อหาการชุมนุม เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วน กทม.ดูแลความสงบเรียบร้อยในแง่การจราจร ขยะ

“เป็นการอินโทรสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประชาชนสร้างความไว้ใจ สามารถแสดงความเห็นได้ เหมือนงานดนตรีในสวนที่คนมาเยอะ ขออย่ากังวล” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ดังนั้น กลุ่มทะลุฟ้า จึงประเดิมการชุมนุมเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ลานคนเมือง เพื่อทำกิจกรรมฉลองวันชาติ คณะราษฎรยังไม่ตาย (นะ) ในวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย.2565

  • ‘ม็อบโหนชัชชาติ’

“ชัชชาติ” เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ได้ไม่ถึงสัปดาห์ แนวร่วมกลุ่มทะลุแก๊ส ก็จัดกิจกรรมเดินไล่ตู่ วันที่ 11 มิ.ย.2565

ติดตามกระแสโซเชี่ยลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/komchadluek/

ว่ากันว่า กลุ่มมวลชนอิสระมีแรงจูงใจจากชัยชนะของชัชชาติ จึงฟื้นการชุมนุมไล่ตู่อีกครั้ง ถือว่าการชุมนุมเป็นภาคต่อของชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของฝ่ายประชาธิปไตย

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มมวลชนอิสระหรือกลุ่มทะลุแก๊ส ก็เชื่อผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะไม่ขวางการชุมนุม และเปิดให้มีการชุมนุมโดยเสรี

อย่างไรก็ตาม ชัชชาติ ก็ระมัดระวังตัว เพราะรู้ดีว่า มวลชนสองขั้ว ต่างฝ่ายต่างใช้โซเชียลถล่มโจมตีกัน

วันที่ 14 มิ.ย.2565 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงดำริที่จะจัดหาสถานที่ของ กทม. สำหรับจัดชุมนุมไว้ให้ผู้ที่ต้องการแสดงออกทางการเมือง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ไม่ได้บังคับให้ชุมนุมที่นี่ ให้เป็นทางเลือก

พลันที่แนวคิดเรื่องจัดหาสถานที่ชุมนุม ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีปฏิกิริยาจากทั้ง 2 ขั้ว โดยฝ่ายม็อบไล่ตู่ มองว่า เหมือนถูกต้อนเข้าสู่เวทีไฮด์ปาร์ค ไม่กดดันรัฐบาล และอีกขั้วก็โจมตีชัชชาติหนุนม็อบอนาธิปไตย

ขณะที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิดชัชชาติ อย่างเช่น บก.ลายจุด หรือสมบัติ บุญงามอนงค์ สนับสนุนการเปิดพื้นที่ลานคนเมืองให้กลายเป็นเวทีไฮปาร์คของ กทม. จุดศูนย์รวมของประชาชนและประชาธิปไตย

  • ‘พ่อเมืองโลกสวย’

ดังที่ทราบกัน “ชัชชาติ” เป็นผู้ว่าฯ มหาชน ไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง การเปิดพื้นที่การชุมนุม จึงอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับแกนนำม็อบแนวฮาร์ดคอร์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปรียบการเปิดพื้นที่การชุมนุม 7 แห่ง เหมือนงานดนตรีในสวน “…คนมาเยอะ ขออย่ากังวล ถ้าไม่ดี กทม.จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จะมีการประสานกับตำรวจให้ประนีประนอม”

ชัชชาติ พยายามมองกลุ่มทะลุแก๊สแบบคิดบวก แต่ในความเป็นจริง คนทั่วไปมีภาพจำเกี่ยวกับกลุ่มนี้คือ ความรุนแรง

“เมืองไทยต้องเดินหน้าด้วยการคิดบวก อย่าไปคิดว่าทะลุแก๊สจะทำโน่นทำนี่ ฝากทุกคนมาแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างมีความสุข สนุก เคารพซึ่งกันและกัน” ชัชชาติมองการชุมนุมทางการเมืองแบบโลกสวย

ชัชชาติรู้ว่า ธรรมชาติของม็อบนั้นคุมยาก จึงเปิดทางถอยให้ตัวเองว่า หากการเปิดพื้นที่ชุมนุมแล้วมีปัญหา ก็จะสั่งยกเลิก

จับตาทางเดิน “พ่อมดดำ” หลังสอนมวยประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520072

24 มิ.ย. 2565

จับตาทางเดิน "พ่อมดดำ" หลังสอนมวยประยุทธ์

ทางที่เลือกแล้ว “พ่อมดดำ” หลังสอนมวยนายกฯประยุทธ์ กลางสภาฯ พลิกปูมสุชาติ ส.ส.แปดริ้ว 9 สมัย ย้ายค่ายทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เสียงชื่นชมดังกระหึ่ม “พ่อมดดำ” สอนมวยนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กลางสภาฯครั้งที่สองแล้ว ต้องรับผิดชอบตอบกระทู้ถามสด

ทางเดิน “พ่อมดดำ” สมัยหน้ายังไม่ชัด แต่ สุชาติ ตันเจริญ เป็น ส.ส.แปดริ้ว 9 สมัย ย้ายค่ายทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2565 กลายเป็นประเด็นเดือดกลางสภาฯ เมื่อสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ในช่วงกระทู้ถามสด ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดได้ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีคนอื่นมาตอบแทน ปรากฏว่า รัฐมนตรีรายนั้นก็หายตัวไป

สุชาติ ตันเจริญ จึงฝากเตือนนายกรัฐมนตรี ผ่านรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลว่า “ที่ผ่านมาผมได้ท้วงติงไปหลายครั้ง การมอบหมายคราวที่แล้ว ผมได้ท้วงติง รมว.มหาดไทย ไปว่าอย่าสักแต่มอบ ต้องถามผู้รับมอบด้วยว่า พร้อมหรือไม่พร้อม…แม้ข้อบังคับสภาฯจะไม่สามารถบังคับรัฐบาลได้ แต่สภาฯ มีข้อบังคับข้อที่ 151 ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

กรณีรองประธานสภาฯ สอนมวยนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กรณีหนีตอบกระทู้ถามสดเคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อต้นเดือน ก.พ.2565

“การมอบหมายอย่าสั่งเหมือนทหาร คือ สั่งไปแล้ว ถือว่า จบกัน นั่นไม่ใช่ แต่ขอให้สั่งเหมือนนักการเมืองหน่อย สอบถามกันหน่อยว่า ว่างหรือไม่ มาตอบได้หรือไม่ แบบนี้ถึงเรียกว่า มอบหมาย…” รองประธานสภาฯ กล่าวย้ำ

  • ‘วาสนาชะตาคน’

หากไม่ใช่ “พ่อมดดำ” คงไม่กล้าสอนมวยนายกฯ เพราะสุชาติเป็นนักการเมืองยุคเบบี้บูมเมอร์ ไม่มีพรรคแต่มีพวก รู้ว่าปีนี้ เป็นปีสุดท้ายของสภาฯชุดนี้ จึงต้องเร่งสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชน

สุชาติ ตันเจริญ เคยดำรงแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติมาสองหนแล้วคือ สมัยที่พรรคความหวังใหม่ยุบรวมพรรคไทยรักไทย สุชาติเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 (9 ก.พ.2545 – 5 ม.ค.2548)

ติดตามกระแสโซเชี่ยลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/komchadluek/

หลังเลือกตั้งปี 2548 พรรคไทยรักไทย ได้รับการเลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ สุชาติขยับเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 (7 มี.ค.2548 – 24 ก.พ.2549)

สุชาติ ตันเจริญ เดินสายงานบุญงานบวช ถี่ขึ้นในช่วงนี้สุชาติ ตันเจริญ เดินสายงานบุญงานบวช ถี่ขึ้นในช่วงนี้

ก่อนการประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เดือน พ.ค.2562 แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า จะเสนอชื่อ สุชาติ เป็นประธานสภาฯ แต่บังเอิญเกมต่อรองเรื่องตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ ต้องสนับสนุนชวน หลีกภัย เป็นประธาน สุชาติจึงถอยทัพ

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สุชาติ ตันเจริญ ประมุขบ้านริมน้ำ ตั้งใจกลับมาทวงพื้นที่ใน จ.ฉะเชิงเทรา พ่อมดดำจึงลงสมัคร ส.ส.เขต พร้อมกับดึง อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา มาช่วยอีกแรง โดยดันลูกชายของอิทธิคือ อรรถกร ศิริลัทธยากร ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

แม้ผลเลือกตั้ง กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.สายบ้านริมน้ำ ประมาณ 20 คนในภาคอีสาน สอบตกหมด แต่ก็เก็บคะแนนได้เฉลี่ยเขตละไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น

อย่างไรก็ตาม พ่อมดดำ ก็ผลักดันให้อดีต ส.ส.ในสังกัดได้ตำแหน่งเช่น เวียง วรเชษฐ์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และพิกิฏ ศรีชนะ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีวัฒนธรรม (อิทธิพล คุณปลื้ม)

  • ‘ทางเลือกใหม่’

แม้คนใกล้ชิดจะบอกว่า สมัยหน้า “พ่อมดดำ” ยังปักหลักอยู่พลังประชารัฐ เพราะเชื่อมั่นลุงป้อม แต่การเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้

50 กว่าปีที่แล้ว คนพนมสารคาม รู้จักบ้านโรงเลื่อยจักร ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของตระกูลตันเจริญ ในแวดวงการเมือง

ด้วยต้นทุนที่สร้างงาน สร้างบุญไว้เยอะของวิเชียร ตันเจริญ การเลือกตั้ง 2529 เสี่ยวิเชียรก็ให้สุชาติ ตันเจริญ ลูกชายที่เพิ่งเรียนจบนอกลงสมัคร ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา โดยสุชาติได้คะแนนสูงสุด และเป็น ส.ส.สมัยแรก สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

จากปี 2529 จนถึงปี 2562 สุชาติทำสถิติย้ายพรรคทุกครั้งที่ลงสมัคร ส.ส. ยกเว้นช่วงที่มาสังกัดพรรคไทยรักไทย

แม้แต่ปี 2539 สุชาติเผชิญวิกฤติการเมืองหาพรรคสังกัดไม่ได้ ต้องไปจัดตั้งพรรคขนาดเล็กชื่อพรรคไท ลงสนาม

“พ่อมดดำ” เป็นนักการเมืองสูตรโบราณ ที่คบหาอดีต ส.ส.ทุกสีเสื้อ และที่เหนียวแน่นคือ เพื่อน ส.ส. และอดีต ส.ส.กลุ่ม 16 อาทิ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สรอรรถ กลิ่นประทุม, เกษม รุ่งธนเกียรติ, สนธยา คุณปลื้ม ฯลฯ

เลือกตั้งสมัยหน้า พ่อมดดำ ประมุขบ้านริมน้ำจะยังอยู่พลังประชารัฐ หรือย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ ย่อมมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น

ภัทรประสิทธิ์สาย “เนวิน” ลุยศึกชาละวัน ไร้เงาเสี่ยอ๊อด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/519928

23 มิ.ย. 2565

ภัทรประสิทธิ์สาย “เนวิน” ลุยศึกชาละวัน ไร้เงาเสี่ยอ๊อด

ที่แท้ภัทรประสิทธิ์สาย “เนวิน” ประดิษฐ์ไม่คัมแบ็ค ปล่อยน้องและหลานลุยศึกชาละวัน คนละมุ้งกับชาติชาย เจียมศรีพงษ์ คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ฟ้าร้องที่พิจิตรสะเทือนถึง “เนวิน” หลังมีข่าว ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ จะคัมแบ็ค แท้จริงเป็นเรื่องน้องชายและหลาน เสี่ยอ๊อดยันไม่หวนคืนการเมือง


ลึก ๆ แล้ว แกนนำค่าย “เนวิน” อึดอัดใจ ต้องเคลียร์ใจทีมภัทรประสิทธิ์ และทีมอดีตนายก อบจ.พิจิตร เพราะมีปมร้าวมาจากศึกชิง อบจ.พิจิตร


สืบเนื่องจากข่าว เสี่ยอ๊อด- ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.คลัง และอดีต ส.ส.พิจิตร จะหวนคืนสังเวียนการเมือง และรับบทแม่ทัพภูมิใจไทย เมืองพิจิตร


คนวงในตระกูลภัทรประสิทธิ์ ได้อธิบายข้อเท็จจริงดังนี้ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นั้นได้เคยลั่นวาจาเอาไว้กับพระผู้ใหญ่ชั้นสูง ที่เคารพนับถือว่าจะไม่กลับเข้ามาสู่การเมืองอีก จึงยังยึดมั่นกับสัจจะวาจาดังกล่าว
 

สำหรับคนในตระกูลภัทรประสิทธิ์ ที่จะเข้าร่วมทำงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยคือ วินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ซึ่งเป็นน้องชายของประดิษฐ์ และหลานชาย ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กำนัน ต.หัวดง อ.เมืองพิจิตร


หลานชายคนดังกล่าว เป็นลูกชายของประวัติ ภัทรประสิทธิ์ พี่ชายของวินัยเอง โดยเกี่ยวดองเป็นหลานเขยของเนวิน ชิดชอบ


ดังนั้น ในวันที่มีข่าวพรรคภูมิใจไทย จะเปิดตัวประดิษฐ์ ภัทรประสิทธ์ นักข่าวทำเนียบรัฐบาล จึงสอบถามศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จึงตอบแบบไม่เต็มปากเต็มคำ และพูดสั้น ๆ ว่า กำลังพูดคุยกันอยู่


ในความเป็นจริง การเจรจาระหว่างตระกูลภัทรประสิทธิ์ กับแกนนำภูมิใจไทย ปิดดีลกันไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เนื่องจากที่เมืองพิจิตรนั้น มีตัวแทนของภูมิใจไทยอยู่แล้ว 


‘ชาละวันสองขั้ว’
ว่ากันตามจริง หากไม่ใช่ “เนวิน” ดีลนี้คงปิดลำบาก เพราะตระกูลภัทรประสิทธิ์ กับกลุ่มภูมิใจไทยพิจิตร เพิ่งสู้รบกันดุเดือดมาในศึกชิงนายก อบจ.พิจิตร บาดแผลยังสดใหม่


ย้อนไปเมื่อปี 2561 ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลูกชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ได้ลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยพ่วง ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ อดีตนายก อบจ.พิจิตร 6 สมัย พร้อมทีมงาน ส.อบจ.พิจิตร
 

ผลเลือกตั้ง ส.ส.พิจิตรหนที่แล้ว ทีมภูมิใจไทยพ่ายทั้ง 3 เขต แต่ศิริวัฒน์ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 


ปลายปี 2563 ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส่งน้องชาย พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ลงสมัครนายก อบจ.พิจิตร แข่งกับชาติชาย เจียมศรีพงษ์ แชมป์เก่า 6 สมัย 


ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมภัทรประสิทธิ์โค่นแชมป์เก่าสำเร็จ ทำเอาชาติชาย เจียมศรีพงษ์ เสียอาการพอประมาณ


อย่างไรก็ตาม สมัยหน้าตระกูลภัทรประสิทธิ์ และอดีตนายกฯชาติชาย จะมาอยู่พรรคเดียวกัน โดยมีการแบ่งพื้นที่ชัดเจนคือ เขต 1 ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ,เขต 2 วินัย ภัทรประสิทธิ์ และเขต 3 ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ 


‘คู่เอกเมืองชาละวัน’
คอการเมืองคงรู้สึกแปลกใจที่อิทธิพล “เนวิน” สยายปีกมาถึงพิจิตร ทำให้เกิดชาละวันสายพันธุ์บุรีรัมย์


หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ.พิจิตร ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ เจ้าของสโลแกน พบง่าย ใช้คล่อง ต้องชาติชาย ก็เปิดตัวจะลงสมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 3 ประกอบด้วย อ.บางมูลนาก, อ.โพทะเล, อ.บึงนาราง และ อ.โพธิ์ประทับช้าง 


เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ชาติชาย ส่ง วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ อดีต ส.ว.พิจิตร แข่งกับสุรชาติ  ศรีบุศกร พรรคพลังประชารัฐ แต่พ่ายไปแบบฉิวเฉียด


สมัยหน้า ชาติชาย อดีตนายก อบจ.พิจิตร ต้องเจอ ส.ส.ไก่ สุรชาติ  ศรีบุศกร ที่มีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.โพทะเล และ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร


ปัจจบัน ส.ส.ไก่ จะมีความใกล้ชิดกับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร โดย สุบิน ศรีบุศกร พี่ชาย ส.ส.ไก่ เป็นรองนายก อบจ.


ว่ากันว่า ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ค่ายภูมิใจไทย กับ สุรชาติ ศรีบุษกร ค่ายพลังประชารัฐ (สังกัดซุ้มหิมาลัย ผิวพรรณ) น่าจะเป็นคู่เอกของศึกเมืองชาละวัน 

“สหายแสง ศุภชัย” ปิดดีลขาใหญ่ ทีม ส.ส.เดือนรอเสียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/519899

23 มิ.ย. 2565

“สหายแสง ศุภชัย” ปิดดีลขาใหญ่ ทีม ส.ส.เดือนรอเสียบ

ศึกชายโขง “สหายแสง ศุภชัย” รอปิดดีลขาใหญ่นครพนม ส.ส.เดือนถ่ายเลือด ดันคนสนิทลง ส.ส.แทนคนเก่า คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ศึกนครพนม “สหายแสง ศุภชัย” ปะทะมนพร เจริญศรี สายตรงอุ๊งอิ๊ง ลุ้นชิงตัว ส.ส.ขาใหญ่ ซบภูมิใจไทย


เกมคนกันเอง “สหายแสง ศุภชัย” รอลุ้นส้มหล่น เมื่อมนพรวางแผนถ่ายเลือด ดันคนสนิทลง ส.ส.แทน ส.ส.เก่า 


สมรภูมิชายฝั่งโขง นครพนม มี ส.ส. 4 คน 4 เขต แต่ก็น่าจับตา เพราะสหายแสง หรือ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และรองประธานสภาฯ มีเดิมพันต้องเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้ได้


วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มอบให้ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 และทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย ดูแลพื้นที่อีสานเหนือ ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ค่ายสีน้ำเงิน เสียเปรียบค่ายสีแดงเยอะ
 

ฝั่งพรรคเพื่อไทย มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ก็เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่นครพนม 


นับแต่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และเฮียเพ้งเข้ามาดูแลภาคอีสาน ส.ส.เดือน หรือมนพร เจริญศรี ก็มีบทบาทมากขึ้น ในการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.


แม้ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 และชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ ส.ส.เดือน มนพร ก็ส่งคนของตัวเองเข้าไปประกบ อ้างว่าเสริมทัพ


ลึก ๆ แล้ว ส.ส.เดือน แอบลุ้นแกนนำเพื่อไทยดัน ส.ส.ไพจิต และ ส.ส.ชวลิต ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเปิดทางให้คนตัวเอง ลงสมัคร ส.ส.เขต

ส.ส.เดือน เตรียมดันคนสนิทลง ส.ส.นครพนม แทน ส.ส.คนเก่าส.ส.เดือน เตรียมดันคนสนิทลง ส.ส.นครพนม แทน ส.ส.คนเก่า


‘มีแต่พรรคพวก’
ชั่วโมงนี้ “สหายแสง ศุภชัย” บารมีเบ่งบานทั่วนครพนม หลังปั้นลูกสาวคนโต ศุภพานี โพธิ์สุ เป็นนายก อบจ.นครพนม ด้วยการล้มแชมป์เก่า 2 สมัย อย่าง สมชอบ นิติพจน์


เบื้องหลังชัยชนะของศุภพานีคือ การผนึกกำลังของสิงห์เหนือ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ภูมิใจไทย กับเสือใต้ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 เพื่อไทย ตามสโลแกนที่ว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก เรื่องของท้องถิ่นไม่เกี่ยวกับพรรค”


แถมสหายแสง ยังดึง 2 อดีต ส.ส.นครพนมคือ นพ.อลงกต มณีกาศ และ ชูกัน กุลวงษา มาเป็นรองนายก อบจ.นครพนม โดยสมัยที่แล้ว นพ.อลงกต และชูกัน ลงสมัคร ส.ส.ในสังกัดพลังประชารัฐ แต่สอบตก


สมัยหน้า สหายแสง วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้แล้ว 2 เขต โดยเขต 1 ตัวเขาจะลงป้องกันแชมป์ ส่วนเขต 2 ส่ง นพ.อลงกต มณีกาศ ชน ส.ส.เดือน มนพร เจริญศรี พรรคเพื่อไทย


ที่เหลืออีก 2 เขตคือ เขต 3 และเขต 4 จะรอการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของไพจิต ศรีวรขาน และชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าจะอยู่เพื่อไทย หรือย้ายไปภูมิใจไทย


‘แต่งตัวรอเสียบ’
เลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยหวังล้ม “สหายแสง ศุภชัย” ให้ได้ โดยมนพร เจริญศรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ได้แล้ว 2 คน 2 เขต
 

นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทยส่ง ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต ส.ส.นครพนม ลงสนามท้าชิงแชมป์จาก ศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งเทียบฟอร์มกันแล้ว สหายแสงเป็นต่ออยู่พอควร


เขต 2 ส.ส.เดือน มนพร เจริญศรี ลงสนามเอง ที่จะต้องเจอคู่ปรับเก่าอลงกต มณีกาศ พรรคภูมิใจไทย


ส่วนที่เหลืออีก 2 เขต เป็น ส.ส.นครพนม เพื่อไทย ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่กลับยังอึมครึม เพราะ ส.ส.เดือน กลับไปสนับสนุน สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม และสมนาม เหล่าเกียรติ อดีต สว.นครพนม ลงไปทำกิจกรรมในพื้นที่เขต 3 และเขต 4


พูดง่าย ๆ ส.ส.เดือน ส่ง สมนาม เหล่าเกียรติ ไปเป็นตัวสำรองของ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 และส่ง สมชอบ นิติพจน์ เป็นตัวสำรองของชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4


หากว่า สหายแสง ศุภชัย สามารถปิดดีลกับ ส.ส.ไพจิต และ ส.ส.ชวลิต ได้ ทาง ส.ส.เดือน ก็จะดันสมนาม และสมชอบ เข้าเสียบแทนทันที


อุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ก็แค่เปลือกนอก แต่ส่องไส้ในเพื่อไทย ก็ยังเต็มไปกลเกมพวกใครพวกมัน ใครเข้าถึงนายหญิงน้อยได้ ก็เสียงดังกว่าคนอื่น

กัญชาธิปไตย “อนุทิน” ดวลทักษิณ เบรกแคลิฟอร์เนียโมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/519789

22 มิ.ย. 2565

กัญชาธิปไตย “อนุทิน” ดวลทักษิณ เบรกแคลิฟอร์เนียโมเดล

ปล่อยผีกัญชา “อนุทิน” ดันแคลิฟอร์เนียโมเดล ทักษิณโผล่จวกเละ กัญชาเสรีเหมือนฝิ่นยุคแรก ๆ ระวังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ปล่อยผีกัญชา “อนุทิน” เจอปฏิกิริยาโต้กลับ ทักษิณโผล่จวกเละ กัญชาเสรีเหมือนฝิ่นยุคแรกๆ ระวังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่


แคลิฟอร์เนียโมเดล “อนุทิน” ฝันกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ แก้ความยากจน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ ยังกังวลเรื่องยาเสพติด


หลังปลดล็อกกัญชา พ้นบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีผลตั้งแต่ 9 มิ.ย.2565 สังคมไทยยังมีความสับสนอลหม่านเรื่องกัญชาเสรี เนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศ รอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง มีผลบังคับใช้ 
 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข จึงต้องออกกฎควบคุมการใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เหมือนวัวหายแล้วล้อมคอก โดยย้ำเรื่องนโยบายกัญชาเสรี ทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ด้านการรักษาสุขภาพ และทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น

วันที่ 21 มิ.ย.2565 โทนี่ วู้ดซัม หรือทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมสนทนารายการ CARE Talk ครั้งที่ 36 ได้มีคนทางบ้านถามเรื่องกัญชาเสรี ทักษิณตอบว่า กัญชาเสรีในไทยนั้น เหมือนเมื่อฝิ่นออกมาใหม่ ๆ ก็บอกมีสรรพคุณเยอะ สุดท้ายก็มีการเสพติดกันเยอะ 


“เรื่องกัญชาต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง และต้องทำพร้อมกันอย่างครบวงจร ไม่ใช่เอะอะให้คนปลูกได้ทุกอย่าง ควบคุมอย่างไร  คุณภาพต้องดีแค่ไหน  ส่งให้ใคร รัฐดูแลอย่างไร ไม่ใช่อยากหาเสียงว่าปลูกกัญชาได้  ไม่ใช่ว่ากัญชาเสรีแล้ว คือชัยชนะ วันนี้มีการใส่แม้กระทั่งในไข่เจียว ผมว่ามันเพี้ยนกันใหญ่แล้ว อาจจะเป็นความฉิบหายแทน อย่าลืมว่ากัญชาด้านดีก็มี ด้านที่ไม่ดีก็มีเพราะมันมีสารที่เป็นสารเสพติด อย่าทำเป็นเล่นไป”


ปฏิเสธไม่ได้ว่า กัญชาเสรีได้กลายเป็นเรื่องการเมืองไปแล้ว มิเช่นนั้นแล้ว ทักษิณไม่หลุดคำพูดที่ว่า “ไม่ใช่อยากหาเสียงว่าปลูกกัญชาได้  ไม่ใช่ว่ากัญชาเสรีแล้ว คือชัยชนะ”


ล่าสุด ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหา วิทยาลัยขอนแก่น เรื่องคนอีสานกับการปลูกกัญชาเสรี ได้เปิดเผยผลสำรวจช่วงเดือน มิ.ย.2565 ซึ่งตอนท้าย อีสานโพลได้ถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส.วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้พรรคใด


ผลการสำรวจความนิยมของชาวอีสานต่อพรรคการเมืองพบว่า  อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 36.0,  อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 19.5, อันดับ 3 ร้อยละ 13.7 พรรคภูมิใจไทย ,อันดับ 4 ร้อยละ 13.6 พรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 5 ร้อยละ 11.1 พรรคไทยสร้างไทย และอันดับ 6 ร้อยละ 2.9 พรรคประชาธิปัตย์ 


ที่น่าสนใจ ความนิยมของพรรคภูมิใจไทย เพิ่มจากร้อยละ 9 ในเดือน เม.ย.นี้ เป็นร้อยละ 13.7 หลังมีข่าวการปลดล็อกกัญชา

เนวิน ชิดชอบ ผู้อยู่เบื้องหลังกัญชาเสรี

‘กัญชาธิปไตย’
“อนุทิน” ชูประเด็นกัญชาเสรี หาเสียงมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 ด้วยการผุดนโยบายกัญชาแก้จน ดังเช่นในงานปราศรัยใหญ่ในการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ที่ลานด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อที่ 18 ม.ค.2562  


วันนั้น ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นมาร่ายยาวนโยบายกัญชาเสรี โดยอธิบายว่า พรรคต้องการใช้โมเดลของแคลิฟอร์เนีย ที่เรียกว่า แคลิฟอร์เนียโมเดล ซึ่งทำให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจ 


“ที่แคลิฟอร์เนีย อนุญาตให้ประชาชนปลูกกัญชาไว้ในบ้านได้ครอบครัวละ 6 ต้น โดยเก็บค่าธรรมเนียมการปลูกต้นละ 1 ดอลลาร์ คือ 30 บาทต่อปี ที่ให้ปลูกก็ไว้ให้ใช้เพื่อการพักผ่อน ใช้ผสมอาหาร ไว้รับประทาน และใช้ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่าง ๆ”


ถัดมา เนวิน ชิดชอบ และลูกสาว-ชิดชนก ชิดชอบ เป็นโต้โผจัดงานพันธุ์บุรีรัมย์ ที่สนามช้างฯ เซอร์กิตเมื่อ 19-21 เม.ย. 2562 เหมือนงานส่งเสริมการขายนโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย


ตัดภาพมาในวันนี้ หลังปลดล็อกกัญชา กัญชง สถานการณ์ทั่วประเทศ ก็มีสภาพไม่ต่างจากแคลิฟอร์เนียโมเดล ที่มีกลุ่มทุนได้ผลประโยชน์จากธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกัญชา


‘กฎหมายกัญชา’
ช่วงต้นปี 2565 “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทย กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างหนัก เพื่อให้มีการปลดล็อกกัญชา พ้นบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 


อีกด้านหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยก็ชงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสภาฯ โดยผ่านวาระแรกไปแล้ว แต่ก็มีเสียงค้านจากฟากฝั่ง ส.ว.ดังขึ้น จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง กำลังเข้าสู่ทางสามแพร่ง


ทางแรก กฎหมายผ่านทั้ง 2 สภาในเวลาอันรวดเร็ว พรรคภูมิใจไทย ได้ประโยชน์เต็ม ๆ สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า


ทางที่สอง ซื้อเวลาด้วยการตั้งกรรมาธิการศึกษาร่วมทั้ง 2 สภาโดยรัฐบาลและภูมิใจไทย สามารถนำมาเป็นประเด็นต่อยอดในการหาเสียงเลือกตั้งได้ 


ทางที่สาม ในชั้น ส.ว.มีการโหวตคว่ำกฎหมายกัญชา กัญชง เพราะไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัย เกี่ยวกับประเด็นการเอื้อประโยชน์นายทุนใหญ่ได้ 


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะออกทางไหน พรรคภูมิใจไทยก็ใช้นโยบายกัญชาหาเสียงล่วงหน้าไปก่อน ด้วยเหตุนี้ ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย จึงต้องชิงออกมาเล่นกับกระแสค้านกัญชาเสรีแบบสุดโต่ง 

สจ.โต้ง ลูกบุญธรรม “โกทร” ชื่อนี้หนาวทั้งปราจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/519740

22 มิ.ย. 2565

สจ.โต้ง ลูกบุญธรรม “โกทร” ชื่อนี้หนาวทั้งปราจีน

เปิดหน้าลูกบุญธรรม “โกทร” บ้านใหญ่ปราจีนบุรี ชื่อ สจ.โต้ง โด่งดังทั้งยุทธจักรผู้กว้างขวาง และวงการมวยไทย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เปิดหน้าลูกบุญธรรม “โกทร” บ้านใหญ่ปราจีนบุรี ชื่อ สจ.โต้ง โด่งดังทั้งยุทธจักรผู้กว้างขวาง และวงการมวยไทย


ในอดีต สจ.โต้ง มือขวา “โกทร” เคยเผชิญหน้าอดีตนายตำรวจมือปราบ ในยุทธการปราจีนโมเดล เขย่าขวัญบ้านใหญ่มาแล้ว


หลังกบดานเป็นขอมดำดินอยู่นานนับสัปดาห์ “โกทร” หรือ สุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ได้ปรากฏตัวที่สำนักงานอัยการระยอง และตำรวจได้เข้าเชิญตัวมาที่ชั้น 2 ห้องศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) สภ.เมืองระยองเพื่อลงบันทึกประจำวัน ในคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 
 

ต่อมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสุนทร วิลาวัลย์ เป็นจำเลย ในคดีร่วมกับพวกรวม 10 คน มีส่วนร่วมบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อช่วงปี 2545 โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำสั่งประทับฟ้อง 


วันเดียวกัน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยใช้หลักประกันเป็นเงินสด 600,000 บาท 


สุนทร วิลาวัลย์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ผ่านมาไม่ได้หลบหนีไปไหน อยู่ปราจีนบุรีโดยตลอด และมีอาการป่วย พออาการดีขึ้นก็มามอบตัว

สจ.โต้ง ทำกิจกรรมในนามคณะผู้ใจบุญ สจ.โต้ง ทำกิจกรรมในนามคณะผู้ใจบุญ


ที่น่าสนใจ โกทร เดินทางมาสำนักงานอัยการฯ พร้อมบุตรบุญธรรมชื่อชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง ปราจีนบุรี 


ในยุทธจักรภาคตะวันออก ไม่มีใครไม่รู้จัก สจ.โต้ง เช่นเดียวกัน ในแวดวงมวยไทย ค่ายมวย สจ.โต้งปราจีน ก็มีชื่อชั้นไม่แพ้ค่ายใหญ่ในเมืองหลวง


‘เขาชื่อ สจ.โต้ง’
ช่วงที่ตำรวจไล่ล่า “โกทร” ได้มีการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน จ.ปราจีนบุรี หลายจุด และในนั้น มีบ้านพักของ ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือชื่อเดิมคือ เต็มพงษ์ ฤทธิ์เดช หรือ สจ.โต้ง รวมอยู่ด้วย


คนแถวปราจีนฯ รู้ดีว่า สจ.โต้ง-เต็มพงษ์ ฤทธิ์เดช และตึ๋ง-อุทิศ ฤทธิ์เดช สองพี่น้อง เปรียบเหมือนมือขวามือซ้ายของ สุนทร วิลาวัลย์ 

ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือเต็มพงษ์ ฤทธิ์เดช เป็น ส.อบจ.ปราจีนบุรี หลายสมัย ยกเว้นสมัยที่แล้ว สจ.โต้ง ไม่ได้ลงสนามเลือกตั้ง


ปี 2555 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เปิดยุทธการปราจีนโมเดล นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมเป้าหมายเครือข่ายอิทธิพลใหญ่ที่สุดใน จ.ปราจีนบุรี โดย สจ.โต้ง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฮั้วประมูล 


ปี 2557 ศาลอาญา ยกฟ้อง คดี สจ.โต้ง กับพวกรวม 5 คน ฮั้วประมูลโครงการก่อสร้าง ชี้ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยขัดขวางการฮั้วประมูล


อย่างไรก็ตาม ปี 2563 ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด บังอร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี กับพวก 19 ราย ฮั้วประมูล 15 โครงการ และมีชื่อ สจ.โต้ง รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย


แม้ไม่มีตำแหน่ง ส.อบจ.ปราจีนฯ  ทุกวันนี้ สจ.โต้ง ก็ยังทำกิจกรรมในนามคณะผู้ใจบุญ และเป็นตัวแทนของโกทร ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ คอยช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก


‘ทายาทการเมือง’
“โกทร” ตกเป็นจำเลยคดีรุกป่าเขาใหญ่ ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี กระทรวง มหาดไทยจะถอดถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่


วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการถอดถอนสุนทร วิลาวัลย์ ออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ว่าเป็นเรื่องของจังหวัดปราจีนบุรี ต้องดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบ แล้วรายงานต่อไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ตรวจสอบก่อนที่จะรายงานให้ รมว.มหาดไทย ซึ่งหากเห็นชอบ ก็ให้ รมว.มหาดไทย ลงนามถอดถอน  


ปัจจุบัน โกทร มอบให้ ชาญชัย จินดาสถาพร รองนายก อบจ.ปราจีนบุรีปฏิบัติราชการแทนมาหลายเดือนแล้ว


เหนืออื่นใด บังอร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี 4 สมัย และน้องสาวของโกทร พร้อมกับ สจ.โต้ง ก็ยังช่วยกันดูแล ส.อบจ.ปราจีนฯ ในสังกัดบ้านใหญ่ปราจีนฯ อยู่เหมือนเดิม


ทายาทการเมืองตัวจริงของโกทร ก็น่าจะเป็น สจ.โต้ง ลูกบุญธรรมคนนี้ เพราะครบเรื่องเรื่องบู๊และบุ๋น