แกะรอยคลิป “จุรีพร” ทำไมหวยออกแรมโบ้อีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511910

19 เม.ย. 2565

แกะรอยคลิป "จุรีพร" ทำไมหวยออกแรมโบ้อีสาน

แรมโบ้ลาแล้ว “จุรีพร” ยังอยู่ ตัวละครเอกใน”คลิปหวย” มีปริศนาเรื่องบทสนทนาที่รอเฉลย อดีตแกนนำแดงพัทยา คิดอะไรอยู่ จึงหยอกล้อแรมโบ้เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

แรมโบ้ลาแล้ว “จุรีพร” จะขยับตามหรือไม่ เธอยังเป็นข้าราชการเมือง และเป็นตัวละครคนหนึ่งในคลิปหวย 15 ล้าน มีปริศนาเรื่องคลิปเสียงที่รอเฉลย


หลายคนยังกังขา “จุรีพร” คิดอะไรอยู่ จึงพูดหยอกล้อแรมโบ้เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แต่ที่เป็นเรื่องจริง เธอเตรียมจะลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด


วันที่ 18 เม.ย.2565 แรมโบ้อีสาน หรือเสกสกล อัตถาวงศ์ ยุติบทบาทผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจสอบผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด


สาเหตุที่แรมโบ้ต้องอำลาทำเนียบรัฐบาล เพราะปรากฏว่า มีผู้ที่นำคลิปเสียงเสียงสนทนาของเสกสกลกับจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ มาเผยแพร่ ซึ่งในคลิปมีการกล่าวถึงประเด็นการจับกุมขบวนการลอตเตอรี่ออนไลน์ และการใช้ทุนหาเสียงเลือกปี 2562 จนนำไปสู่การแจ้งความเอาผิดคนที่นำมาเผยแพร่ โดยอ้างว่าเป็นการใส่ร้ายกลั่นแกล้งทางการเมือง
 

จุรีพร ออกพบปะชาวบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์จุรีพร ออกพบปะชาวบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 19 เม.ย.2565 ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำ “นายกิ๊ก” สุดสยาม มากแก้ว บุคคลที่ทางจุรีพร พาดพิงว่าเป็นผู้อัดคลิปเสียง เข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สน.ดุสิต


แม้จุรีพร สินธุไพร จะยอมรับว่าพูดจาหยอกล้อกับแรมโบ้อีสาน เพราะรู้จักคุ้นเคยกันมานาน แต่สังคมทั่วไปก็ยังกังขา เพราะน้ำเสียงในคลิปนั้นดูจริงจัง ทำไมจุรีพรไม่ฉุกใจคิดกรณีนายกิ๊กแอบอัดเสียง ขณะที่นั่งอยู่ข้างเธอในร้านอาหาร 


ขนาดโทนี่ หรือ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ที่ดูไบ ยังพูดถึงเรื่องคลิปหวยในแคร์คลับเฮาส์ว่า “คลิปแรมโบ้หลุดเหรอ แหม.. ก็รู้ ๆ กันอยู่ คลิปมันจะหลุดได้ยังไง ก็หลุดเพราะเกาเหลานี่แหละ เพราะคนคุยก็อยู่คนละ ป.นี่”


คนแดนไกลรู้จักจูลี่หรือจุรีพร แดงพัทยาเป็นอย่างดี และรู้ลึกว่า แรมโบ้อยู่กับ ป.ทำเนียบ และจูลี่อยู่ ป.บ้านป่ารอยต่อ

‘สาย ป.ป้อม’

“จุรีพร” หรือจูลี่ของคนเสื้อแดงพัทยา ในวันนี้ จูลี่เดินไปบนถนนการเมือง ชาวบ้านแถวร้อยเอ็ดเรียกเธอคุณนายจุรีพร มีตำแหน่งข้าราชการเมืองประจำสำนักนายกฯ และที่ปรึกษารองประธานสภาฯ 

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในฐานะน้องสาวแท้ ๆ ของ นิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และแกนนำ นปช.จึงเข้ารับตำแหน่งรองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในช่วงที่ มังกร ยนต์ตระกูล เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ปี 2555


ปี 2562 จุรีพรในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินสายร่วมปราศรัยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐในหลายเวที โดยประสานกับเอกภาพ พลซื่อ และภรรยา รัชนี พลซื่อ ที่ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐเช่นกัน


ปรากฏว่า เอกภาพและภรรยา สอบตก และตัวเธอเองก็ไม่ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยช่วงแรก คนสอบตกหลายคนได้ตำแหน่งทางการเมืองเป็นรางวัลปลอบใจ อย่างเช่นแรมโบ้อีสาน ได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่จุรีพรไม่มีตำแหน่งใด ๆ


กระทั่งปลายปี 2563 จุรีพร สินธุไพร ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สมัยเป็น รมช.แรงงาน เป็นผู้รับรอง


จุรีพรได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐเวลานั้นให้ดูแลสาขาพรรคที่ร้อยเอ็ด พร้อมมอบหมายให้เธอเป็นผู้สรรหาตัวผู้สมัคร ส.ส.ในโซนอีสานกลาง


เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย จุรีพรก็ยังทำงานให้พรรคพลังประชารัฐ โดยเดือน ก.พ.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่ร้อยเอ็ด จุรีพรยังนำเอกภาพ และภรรยามาพบพูดคุยกับบิ๊กป้อม


วันที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สวมหัวโขนเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ยกคณะไปร้อยเอ็ด จุรีพรก็มาต้อนรับ และพาผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด มาเปิดตัวในนามเศรษฐกิจไทย


นี่คือสายสัมพันธ์อันแนบแน่นของจุรีพร กับบิ๊กป้อม-ธรรมนัส หลายคนจึงประหลาดใจที่จุรีพรมาหยอกล้อเรื่องเงิน 15 ล้านกับแรมโบ้อีสาน ที่ทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ 


‘ลุยนายก อบจ.ร้อยเอ็ด’
ปลายปี 2563 “จุรีพร” ก็ช่วยหาเสียงช่วย เอกภาพ พลซื่อ จนได้เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เอกภาพต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่


สืบเนื่องจาก กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด และสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ดใหม่ เมื่อ 1 มี.ค.2565 และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และให้เอกภาพหยุดปฏิบัติหน้าที่ 


จุรีพร สินธุไพร จึงวางแผนจะลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในกรณีศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งซ่อม ด้วยเหตุนี้ เธออ้างว่าได้นัดหมาย “นายกิ๊ก” มาคุยเรื่องทำเสื้อทีม และได้ปรึกษาหารือกับแรมโบ้อีสานทางโทรศัพท์


ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จุรีพรได้ออกเยี่ยมชาวบ้านในหลายอำเภอ เหมือนปูทางสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่จะมีขึ้นในอนาคต หากศาลมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่

ปริญญ์เอฟเฟกต์ “สุชัชวีร์” เหมือนโดดเดี่ยวในเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511877

18 เม.ย. 2565

ปริญญ์เอฟเฟกต์ "สุชัชวีร์" เหมือนโดดเดี่ยวในเมืองหลวง

ซูเปอร์โพลชี้ปริญญ์เอฟเฟกต์ไม่มีผลต่อ “สุชัชวีร์” แต่ความเป็นจริงทางการเมือง พรรค ปชป.เลี่ยงอาฟเตอร์ช็อกยาก จะเสียหายมากหรือน้อย รอดูผลเลือกตั้ง 22 พ.ค.2565 คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แม้ซูเปอร์โพลจะชี้ปริญญ์เอฟเฟกต์มีผลต่อ “สุชัชวีร์” ไม่มากนัก แต่ความเป็นจริงทางการเมือง ปชป.ย่อมเลี่ยงอาฟเตอร์ช็อกไม่พ้น เสียหายมากหรือน้อย รอดูผลเลือกตั้ง 22 พ.ค.2565

ลำพังไม่มีปริญญ์เอฟเฟกต์ “สุชัชวีร์” ก็วิ่งไล่จี้กลุ่มนำชัชชาติ อัศวิน วิโรจน์ พลันที่เกิดกรณีปริญญ์ขึ้นมา ทำเอากองเชียร์เข่าทรุด

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2565 นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่องปริญญ์เอฟเฟกต์ เลือกตั้ง กทม. กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร

ซูเปอร์โพลระบุ ผลกระทบของข่าวปริญญ์ พานิชภักดิ์ ต่อการตัดสินใจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลังจากทดสอบค่านัยสำคัญทางสถิติ พบว่า ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์

ตรงกันข้าม จาก “ปริญญ์เอฟเฟกต์” ส่งผลให้ สกลธี ภัททิยกุล มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.7 ในครั้งที่ 1 มาเป็นร้อยละ 10.1 ในการสำรวจครั้งล่าสุด และขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 9.8 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 มาอยู่ที่ร้อยละ 5.5

อย่างไรก็ตาม “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.ตรัง ได้ทวงถามหาความรับผิดชอบของแกนนำพรรคต่อกรณีปริญญ์ว่า “ขออนุญาตนะครับ เรื่องที่เป็นข่าวฉาวในขณะนี้ กระทบคนที่ทำที่พื้นที่อย่างหนัก ผมเชื่อว่าผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก. จะยิ่งหนักกว่า หนักที่สุดคือชื่อเสียงของพรรคเรา ที่อีกไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว..”


ส่วน ดร.เอ้ หรือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พูดกับนักข่าวหลังทราบเรื่องปริญญ์กับเด็กสาวอายุ 18 ว่า ยอมรับว่าแรกๆ รู้สึกตกใจ แต่ไม่ห่วงว่ากระแสความนิยมหรือคนกรุงเทพฯ จะไม่เลือก เพราะเชื่อว่าคนจะแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของพรรคได้

  • ‘เสี่ยงอย่างมีหวัง’

จากผลการสำรวจทุกโพล “สุชัชวีร์” เป็นรองคู่แข่งอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ค่อนข้างเยอะ แม้แต่คนในปชป.ต่างก็ประเมินว่า ยากมากแล้วที่ สุชัชวีร์ จะพลิกเกมเอาชนะการเลือกตั้ง เหมือนกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ชนะ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เพื่อไทย มาได้ชนิดหักปากกาเซียน

เนื่องจากสถานการณ์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2556 บริบทการเมืองมีความแตกต่างจากปี 2565 ค่อนข้างเยอะ แม้สังคมยังมีการแบ่งขั้วอยู่ ไม่ใช่เรื่องเหลือง-แดง แต่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย-ฝ่ายเผด็จการ ซึ่งในแต่ละขั้ว ก็มีความซับซ้อนอยู่

ฝั่งหนึ่งก็เป็นการต่อสู้กันเองระหว่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ,วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และศิธา ทวารี อีกฝั่งหนึ่ง สุชัชวีร์ ก็ต้องแข่งกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สกลธี ภัททิยกุล และรสนา โตสิตระกูล

เหนืออื่นใด “สุชัชวีร์” ก้าวเข้าสู่พรรค ปชป. ในวันที่ไม่มี ส.ส.กทม.แม้แต่คนเดียว ต่างปี 2556 ที่พรรค ปชป.มีทั้ง ส.ส.กทม. และกองทัพ ส.ก.-ส.ข.เต็มพื้นที่

ดร.เอ้-สุชัชวีร์ เกิดที่ จ.ชลบุรี แต่มาใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ราว 32 ปี ในวันที่ตัดสินใจลงสนามการเมือง นักข่าวถามว่า ระหว่างความเสี่ยงกับความหวัง “…บางอย่างเสี่ยงก็ต้องทำนะ อย่าคิดว่าวิศวกร เสี่ยงแล้วจะไม่ทำ แต่ต้องมีการประเมินความเสี่ยง และความเสี่ยงจัดการได้ด้วยความรู้”

มาถึงวันที่ ดร.เอ้ ต้องมาเผชิญกับปัญหาปริญญ์เอฟเฟกต์ ก็ทำให้นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งของเขาที่ว่า ความเสี่ยงสูงสุด ที่ประเมินไว้ก่อนกระโจนเข้าสู่โลกการเมืองคือความท้อ

  • ‘ทดสอบฐาน ปชป.’

“สุชัชวีร์” ในวันที่สวมเสื้อ ปชป. ก็หวังในฐานเสียงเมืองหลวงของพรรคเก่าแก่ ในสถานะของ ปชป. มีขึ้น มีลง มีรุ่ง มีร่วง แต่แฟนคลับเสื้อสีฟ้ายังเหนียวแน่น

หากพิจารณาจากผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้ 804,272 คะแนน, พลังประชารัฐ ได้ 791,893 คะแนน,เพื่อไทย 604,699 คะแนน และ ปชป. 474,823 คะแนน

ทีมงาน ปชป.ยังเชื่อมั่นว่า คะแนนเสียงที่หายไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จะคืนกลับมาเลือกสุชัชวีร์ และทีม ส.ก. เพราะการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว มันเป็นเรื่องกระแสลุงตู่ ที่ทำให้ ปชป.ได้รับผลกระทบทั้งประเทศ

ต้นทุนของ ปชป.อีกอย่างคือ อดีต ส.ก.ที่ฝังอยู่ใน 50 เขต จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมา 12 ปี อดีต ส.ก.พรรค ปชป.ทั้ง 45 คน มีบางคนขยับไปสมัคร ส.ส. ,หลายคนย้ายไปสมัคร ส.ส.กทม. ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย

เลือกตั้ง ส.ก.ปีนี้ มีอดีต ส.ก.ค่ายสีฟ้า ย้ายไปพรรคเพื่อไทย, พรรคไทยสร้างไทย และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ แต่ก็มี อดีต ส.ก.เกือบ 20 คน ก็ยังอยู่กับ ปชป. และเป็นกองหนุนสำคัญของสุชัชวีร์

ว่ากันว่า สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โอกาสของสุชัชวีร์ ที่จะพลิกแซงชัชชาติคงยาก แต่แกนนำ ปชป.คงขอลุ้นสนามเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต เพราะเกณฑ์การลงคะแนนเลือก ส.ก.ในแต่ละเขต น่าจะมีปัจจัยเรื่องฐานเสียงของผู้สมัคร ส.ก.แต่ละเขตเป็นสำคัญ

สรุปว่า ในความเป็นจริงทางการเมือง “ปริญญ์เอฟเฟกต์” กระทบต่อ “สุชัชวีร์” แน่นอน จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่ทางพรรค ปชป. จะปรับกลยุทธ์สื่อสารถึงประชาชนอย่างไร และทำความกระจ่างในประเด็นต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน

เซ่นคลิปหวย “แรมโบ้” ลาประยุทธ์ หยุดแผนพรรคสำรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511868

18 เม.ย. 2565

เซ่นคลิปหวย "แรมโบ้" ลาประยุทธ์ หยุดแผนพรรคสำรอง

คลิปหวยเอฟเฟกต์ “แรมโบ้” ยอมทิ้งตำแหน่งองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ กระทบแผนปั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ ทิ้งปมปริศนาเรื่องลับในคลิปฉาว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เงียบหายไปพักใหญ่ “แรมโบ้” ตัดสินใจลาออกจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี หลังเกิดกรณีคลิปฉาว เพื่อไม่ให้กระทบ พล.อ.ประยุทธ์

กระทบการสร้างพรรค “แรมโบ้” ลาทำเนียบเที่ยวนี้ ส่งผลถึงอนาคตพรรครวมไทยสร้างชาติ คงต้องพับแผนพรรคสำรองหนุนลุงตู่

วันที่ 18 เม.ย.2565 เสกสกล อัตถาวงศ์ ได้อ่านแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี มีผล 19 เมษายน ด้วยเหตุสำนึกรับผิดชอบกรณีคลิปเสียงของตนกับจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

แรมโบ้ระบุว่า ได้กราบลานายกฯแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ปลด เป็นความประสงค์ ต้องการของตนเอง ไม่ให้กระทบต่อนายกฯ เพื่อพิสูจน์กระบวนการทางกฎหมายกรณีคลิปเสียง อย่างบริสุทธิ์ใจ และถือว่าได้ทำงานเสร็จสิ้นภารกิจในการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ แรมโบ้หรือเสกสกล ได้รับตำแหน่งรองประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา การเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด ในสลากกินแบ่งรัฐบาล และได้มีบทบาทในการปราบปรามและเข้าตรวจค้นบริษัทผู้ค้าหวยออนไลน์

จังหวะนั้น เกิดมีคลิปเสียงกรณีที่เกี่ยวโยงกับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ด้วยเงินจำนวน 15 ล้านบาท มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จึงทำให้แรมโบ้ต้องทบทวนบทบาทตัวเอง

  • ‘เกมซ้อนเกม’

ขณะที่ “แรมโบ้” ถือดาบปราบหวยแพง ก็มีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างตัวเขากับ “จุรีพร สินธุไพร” เกี่ยวกับเงิน 15 ล้านบาท และโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลุดออกมา ก็ทำให้มือปราบแรมโบ้สะดุด

บังเอิญแรมโบ้อีสาน ต้นทุนการเมืองที่ต่ำอยู่แล้ว เมื่อมีคลิปเสียงหลุดออกมา คนก็พร้อมจะเชื่อ แม้เจ้าตัวและ “จุรีพร” จะยืนยันว่าเป็นการพูดเล่น หยอกล้อเรื่องยืมเงิน ก่อนที่ทั้งคู่จะเสกสกลเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิ๊ก ที่ถูกมองว่าคือมือปล่อยคลิป

หลังจากนั้น เกมเขย่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ตามมา เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนแต่งตั้งแรมโบ้อีสาน เป็นรองประธานคณะกรรมการแก้หวยแพง

เฉพาะหน้านี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้รับที่จะดำเนินการตรวจสอบคลิปเสียงสนทนาระหว่างเสกสกลกับจุรีพร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเงิน 15 ล้านบาทที่ใช้ในการเลือกตั้ง

แรมโบ้ ถือใบลาออกจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีแรมโบ้ ถือใบลาออกจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี

ที่น่าสนใจ กรณีความสัมพันธ์ระหว่างเสกสกล อัตถาวงษ์ กับจุรีพร สินธุไพร ต่างก็เป็นอดีตแกนนำเสื้อแดง แต่ในวันนี้ ได้เข้ามาอยู่ใต้ร่มธง 3 ป. ตั้งแต่ปี 2561

“จุรีพร” ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ทำงานการเมืองในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นพี่เลี้ยง เนื่องจากทั้งคู่รู้จักกันมา ตั้งแต่สมัยแดงทั้งแผ่นดิน

กระทั่ง “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ได้รับตำแหน่ง รมช.แรงงาน จุรีพร จึงถูกดึงตัวมาเป็นคณะทำงาน และเมื่อ 8 ก.ย.2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง จุรีพร สินธุไพร ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ลงชื่อรับรอง

วันนี้ “จุรีพร” ยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และทำงานการเมืองให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขณะเดียวกัน จุรีพรก็ยังช่วยงาน ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะคนคุ้นเคยกัน

ไม่แปลกใจที่ทักษิณ ชินวัตร พูดในคลับเฮาส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เรื่องคลิปหวย เป็นเรื่องคนสองคนคุยกัน แต่สองคนนี้อยู่คนละ ป.

  • ‘พับแผนรวมไทยสร้างชาติ’

“แรมโบ้” ยุติบทบาททางการเมือง ย่อมสะเทือนไปถึงอนาคตพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเดิมที มีข่าวว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ ผนึกกำลังอดีต กปปส. เตรียมปั้นพรรคใหม่ให้เป็นพรรคสำรองของ พล.อ.ประยุทธ์ กรณีหากมีปัญหากับพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2565 มีการประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่อาคารหอประชุมใหญ่ (BTU Hall) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่สถานการณ์พลิกผัน ไม่มีอะไรที่บิ๊กเซอร์ไพร์ส เนื่องจากมีผู้ใหญ่ในทำเนียบเบรกไว้

วันนั้น แรมโบ้หรือเสกสกล ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงว่า “ผู้ใหญ่ที่เราได้ประสานไว้ บอกให้พวกเราเตรียมการให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าหากยังไม่เรียบร้อยเดี๋ยวผู้ใหญ่ที่จะมาร่วมอุดมการณ์กับเราจะไม่สะดวกใจ หากพรรคยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งนับแต่วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติถือว่าสมบูรณ์แล้ว ตั้งใจว่าจะมีการประชุมเพื่อเปิดตัวบิ๊กเซอร์ไพรส์ ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม..”

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามนักข่าวเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จะมานั่งในตำแหน่งสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้ นายกฯจะไปไหน นายกฯจะอยู่กับผม”

เมื่อนักข่าวถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังอยู่พรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบทันที “ใช่ นายกฯ อยู่กับผมนี่แหละ”

ถัดจากวันนั้นมาไม่กี่วัน ก็เกิดเหตุคลิปเสียงฉาวเรื่องโควตาหวย และแรมโบ้อีสาน กลายเป็นหมู่บ้านตำบลกระสุนตก พร้อมกับขอลาทำเนียบรัฐบาลเมื่อสิ้นสงกรานต์

ตำรวจไทย “โกอินเตอร์”เสริมเขี้ยวเล็บ บินลัดฟ้าอบรมหลักสูตร “เอฟบีไอ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511806

หนึ่งตะวัน พันดาว

18 เม.ย. 2565

ตำรวจไทย "โกอินเตอร์"เสริมเขี้ยวเล็บ บินลัดฟ้าอบรมหลักสูตร “เอฟบีไอ”

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ถึงแม้…“ผู้เกี่ยวข้อง” ทั้งหลายแหล่ เพียรพยายามงัดมาตรการสารพัดรูปแบบ หวัง..ลดอุบัติภัย “บาดเจ็บ-ล้มตาย”บนถนนหลวง..ทั้ง..รณรงค์-ตั้งด่านคุมเข้ม-กวดขันวินัย “ผู้ใช้รถใช้ถนน” แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง “มัจจุราช”บนท้องถนนหลวงได้..OO

สถิติ “บาดเจ็บ-ล้มตาย” ยังสูงลิ่ว เพียงแค่..6 วัน “ล้มหายตายจาก” 237 ศพ  “บาดเจ็บ-ทุพลภาพ” 1,696 ราย  “ต้นสายปลายเหตุ” ยังซ้ำซากเหมือนเดิม หนีไม่พ้น “ขับรถเร็ว-เมาแล้วขับ” ซิ่งฝ่านรก  “มอเตอร์ไซด์” ยังนำโด่งครองแชมป์ “บาดเจ็บ-ล้มตาย-ทุพพลภาพ”..การบ้านข้อใหญ่ “ผู้เกี่ยวข้อง”ต้องสังคยนายกเครื่อง ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง โดยเฉพาะ..อุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซด์ ต้อง อุดจุดบอด-ช่องโหว่ ครบวงจร ลดความสูญเสีย..หนทาง..สู่..ความสำเร็จ..ลดอุบัติภัยบนท้องถนนหลวง..OO

ลดความสูญเสีย  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2  เนรมิตโครงการ “ฝากรถจักรยานยนต์ – รถยนต์ไว้กับหัวหน้าชุมชน และผู้นำท้องถิ่น”ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มอบหมาย พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 หัวเรือใหญ่ “รณรงค์ประชาสัมพันธ์” ประชาชนแห่ร่วมโครงการ หวั่นสามีขับขี่รถระหว่างมึนเมา หวั่น..บุตรหลานนำมอเตอร์ไซด์ขี่ซิ่งบนถนนหลวง ต้นเหตุความสูญเสีย ผลการดำเนิน ลดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ-ล้มตาย ได้14.5 เปอร์เซ็นต์  ใครสนใจเชิญ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ..OO

ใส่เกียร์เดินหน้า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”..ยุค..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี บัญชาการ “ผู้บัญชาการ-ผู้การจังหวัด”คุมเข้ม “มือปราบ-นักสืบ-หัวหน้าโรงพัก” ป้องกันระวังภัยโจรผู้ร้าย ไม่ว่า..เทศกาลใด ห้ามเกียร์ว่าง ขจัดปัดเป่าทุกข์ภัย “ชาวบ้าน-ชาวช่อง”อาญาสิทธิ์..เมื่อเกิดเหตุต้องจับกุมให้ได้ สร้างความอุ่นใจ “ชาวบ้าน-ร้านตลาด”สุจริตชนผู้หาเช้ากินค่ำ..OO

ไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวล พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 บัญชาการ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 นำทีมแกะรอยไล่ล่าวายร้าย อาศัยช่องโหว่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ บุกเดี่ยว“ชิงทรัพย์ร้านทอง“ภายในห้างเทสโก้โลตัส กวาดทองรูปพรรณหนัก 153 บาท มูลค่า 4.6 ล้านบาทเผ่นหนี..OO

มอบหมาย พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.อำนาจเจริญ ปฏิบัติราชการ บก.นครราชสีมา พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สส.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ประสานข้อมูล พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ. 3 พ.ต.อ.สิทธิชัย ธัญญาบาล  ผกก.สส. 2 พ.ต.อ.สุกาญจน์ นิลอ่อน ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.3 จัดกำลังแกะรอย..OO

ได้ พ.ต.ท.สุวนัย พิทักษ์ รอง ผกก.สส.3 พ.ต.ต.สมพร ทองประดับ สว.กก.3บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง ผกก.สส.สภ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา พ.ต.ต.ณัฐพล เฉลิมนพกุล สว.กก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.อุกฤษฏ์ แพงไธสง สว.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา เป็นตัวหลักไล่“กล้องวงจรปิด” จนได้เบาะแสสู่การนำจับนายกิตติพงษ์ แพไธสง “อดีตทหารเกณฑ์”ค่ายสุรนารี คนร้ายคาโรงแรมเมืองพัทยา ปิดฉาก..วายร้ายเมืองย่าโม ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีมนักสืบ-มือปราบ”อีสานใต้.. OO

ไม่นิ่งดูดาย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา แม่ทัพนครบาล พลัน..สถิติรถหายพุ่งพรวด เพียงแค่..เดือนเดียว..มอเตอร์ไซด์หลายสิบคันในหลายท้องที่ ขันน็อต “มือปราบ-นักสืบ-หัวหน้าโรงพัก”เมืองกรุง แกะรอยล่าตัว ขจัดทุกข์ภัย “คนเมืองกรุง”ไม่รอช้า..พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.บางโพงพาง สั่งการ พ.ต.ท.ประเสริฐ อักษร รอง ผกก.สส.สน.บางโพงพาง พ.ต.ท.ศุภรุจ ทูนไธสงค์ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ สว.สส.สน.บางโพงพาง กระจายกำลังไล่ล่าได้เบาะแสกล้องวงจรปิด นายภาคิน  ภูษิตวณิช หัวหน้าแก๊งจนมุม พร้อมสมุน คืนความสงบสุข “คนเมืองหลวง”..OO

ขุดราก-ถอนโคน..ทีม PCT ภายใต้กุมบังเหียน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย“ค้าปืนเถื่อนทางออนไลน์” ปิดล้อมตรวจค้น 77 เป้าหมายใน 51 จังหวัด รวบ “หัวโจก- ช่างผลิต -คนดูแลบัญชีการเงิน-คนซื้อ” 34 คน ของกลาง อาวุธปืนสั้น 17 กระบอก ปืนยาว 41 กระบอก เครื่องกระสุน 6,421 นัด หยุดยั้ง..อาชญากรรมได้เปราะหนึ่ง..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ.นำทีมลัดฟ้า หารือ นายฮาว ควาง ฮวี ผอ.สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ประเทศสิงคโปร์ แลกเปลี่ยนข้อมูล แสวงความร่วมมือต่อกร องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กวาดล้าง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หยุดยั้ง..มหันตภัยร้ายต้มตุ๋น “ประชาชนคนไทย”สร้างความสูญเสียเงินทองมหาศาล อันดับต้นๆ..OO

เสร็จภารกิจ “โกอินเตอร์” พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ  พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี อดีต รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส อดีต รอง ผบก.ตม.6 2 ที่ปรึกษา“หลักสูตรสืบสวนคดีอาญารุ่นพิเศษ 5 G”  พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ. 2 หัวหน้าครูพี่เลี้ยง นำทีม  42 ทายาทนักสืบรุ่นใหม่ เสริมเขี้ยวเล็บองค์ความรู้หลักสูตร “เอฟบีไอ” ณ เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา นำองค์ความรู้ประสบการณ์ถ่ายทอด ขับเคลื่อน “องค์กร-หน่วยงาน”..บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน”.. รับมือโจรไฮเทค..OO

ไม่พ้นเงื้อมือ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท. 1 พ.ต.อ.มิลิน  เพียรช่าง ผกก. 3 พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รอง ผกก. 1 พ.ต.ท.อภิรุ่ง เพียรมงคล รอง ผกก. 3 บก.ทท. 1  พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม ผกก.2 บก.ทท.3 ประสานข้อมูล พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต  พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต ตุ๋นเหยื่อขาย“บิสคอยน์ทิพย์”สูญเงินนับ 10 ล้านบาท..OO

ได้เบาะแสคนร้าย..เพียงแค่..“ภาพถ่ายใบเดียว” โชว์ฝีไม้ลายตะครุบนายอัลนายยาน บิน วาฮีด แอบบาซี่ ชาวปากีสถาน ภายในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ กำลังเดินทางออกนอกประเทศ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท.คนเป็นนาย สบายใจ..OO

ผลของงาน…น.ส.เพ็ญประภา ภุมรินทร์ นักการทูตชำนาญการ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  ลูกสาว พล.ต.ต.นิพนธ์ ภุมรินทร์ อดีต รอง ผบช.น.ได้รับคัดเลือกเป็น“ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” ของกระทรวงการต่างประเทศประจำปี 2564 ท่ามกลางความปลาบปลื้มของผู้เป็นพ่อ “หนึ่งตะวัน พันดาว” ขอแสดงความยินดีไว้ ณ ที่นี้..OO

บอกกล่าวเล่าสิบ เรียนเชิญครูบาอาจารย์ เพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่คุ้นเคยร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ที่เคยสังกัด “สืบสวนเหนือ-สืบสวน 1” ณ คณะ 2 วัดชนะสงคราม ในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. ตีฆ้องร้องป่าวมา..OO..สวัสดี


หนึ่งตะวัน พันดาว

เสือซุ่ม “จักรทิพย์” ตีฐาน “แม้ว” เพื่อไทยหนองคาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511730

17 เม.ย. 2565

เสือซุ่ม "จักรทิพย์" ตีฐาน "แม้ว" เพื่อไทยหนองคาย

รุกเงียบเฉียบขาด “จักรทิพย์” เจาะฐาน “ทักษิณ” ลุยหนองคาย นำข้าวจากโพนพิสัยแจกชาวบ้าน 12 จังหวัด จัดฟุตซอลรับสงกรานต์ บิ๊กแป๊ะแตะมือนายก อบจ.หนองคาย ฟอร์มทีมล้มแชมป์เพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เสือซุ่ม “จักรทิพย์” ลุยหนองคาย นำข้าวสารจากโพนพิสัยมาแจกชาวบ้าน 12 จังหวัด แถมจัดแข่งฟุตซอล Chakthip Cup 2022 รับสงกรานต์

เขย่าฐานเพื่อไทย “จักรทิพย์” แตะมือนายก อบจ.หนองคาย ทำกิจกรรมในพื้นที่ชายโขง บังเอิญว่าเป็นทีมพลังประชารัฐ ที่เคยโค่นเด็กแม้วมาแล้ว

วันที่ 17 เม.ย.2565 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. มีความเคลื่อนไหวผ่านแฟนเพจจักรทิพย์คนทำงาน เกี่ยวกับการแจกข้าว 4 แสนถุง แจกจ่ายประชาชน 12 จังหวัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในยามโควิด

“ผมได้ลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนาที่โพนพิสัย จังหวัดหนองคายและได้เห็นว่าชาวนาได้ใช้ถุงกระสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงกระสอบเก่าจากปีก่อนหรือกระสอบปุ๋ย ที่คละกัน หากซื้อใหม่จะมีราคาต้นทุนที่สูงถึงถุงละ 6-10 บาท เมื่อผมได้ทราบถึงข้อมูลดังกล่าว จึงอยากเข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผมจึงนำถุงข้าวมาแจกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวครับ โดยผมได้แจกจ่ายไป 12 จังหวัด รวมทั้งหมด 400,000 ถุง”

อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ในมิติทางการเมืองคือ เขตการเลือกตั้งที่ 1 อ.สระใคร, อ.เมืองหนองคาย (ยกเว้นตำบลเวียงคุกและตำบลพระธาตุบังพวน) และ อ.โพนพิสัย (เฉพาะตำบลเหล่าต่างคำ ตำบลทุ่งหลวง และตำบลสร้างนางขาว)

การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.2562 สนามหนองคาย เขต 1 กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เพื่อไทย ได้ 33,492 คะแนน ชนะกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ พลังประชารัฐ ได้ 26,695 คะแนน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เพิ่งร่วมกับ ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย และกระแส ตระกูลพรพงศ์ รองนายก อบจ.หนองคาย จัดแข่งฟุตซอลจักรทิพย์คัพ เฉพาะพื้นที่ อ.เมือง ,อ.สระใคร และ อ.โพนพิสัย

การปรากฏตัวของบิ๊กแป๊ะ ทำให้ กฤษฎา ตันเทิดทิตย์ ส.ส.หนองคาย สมัยแรกปหนาวๆร้อนๆ เพราะเมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคาย ทีมเพื่อไทย ที่ ส.ส.กฤษฎาหนุน ก็พ่ายทีมยุทธนาขาดลอย

  • ‘ลุยฝั่งโขงหนองคาย’

“จักรทิพย์” ไม่ได้หายไปไหน ทุกวันนี้ ยังเดินสายไปทั่วภาคอีสาน ปูทางจัดอีเวนท์กีฬาฟุตบอลจักรทิพย์คัพ และซื้อข้าวช่วยเหลือเกษตรกร นำมาทำเป็นข้าวถุงแจกคนยากคนจน

ถ้าจำกันได้ เมื่อ 10 ธ.ค.2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และ หิมาลัย ผิวพรรณ ได้ลงพื้นที่ ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาหนองคาย และติดต่อซื้อข้าวจากกลุ่มเกษตรกรมาทำข้าวถุง

ข้าวจักรทิพย์ จาก อ.โพนพิสัย จ.หนองคายข้าวจักรทิพย์ จาก อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

ตอนนั้น ก็มีข่าววงในจากพรรคพลังประชารัฐว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะได้เป็นแม่ทัพอีสานคนใหม่ แต่ภายหลัง พล.อ.ประวิตร กลับดัน พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 คุมภาคอีสานแทน

วันที่ 10 เม.ย.2565 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล Chakthip Cup 2022 และชมการแข่งขันฟุตซอลฯ คู่ชิงชนะเลิศระหว่างทีมเมืองหนองคายกับทีมรัตนวาปี ที่สนามฟุตซอล องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย

ผู้จัดการแข่งขันจักรทิพย์คัพ คือ ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดหนองคาย และมีอุรุยศ เอียสกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย เข้าร่วมการแข่งขัน

ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย 4 สมัย กลุ่มรักหนองคาย ซึ่งการเลือกตั้งหนล่าสุด เอาชนะธนพล ไลละวิทย์มงคล นักธุรกิจขนส่งสินค้า พรรคเพื่อไทย ที่มี ประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย ,กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย สนับสนุน

ส่วน อุรุยศ เอียสกุล นายกเล็กเมืองหนองคาย หัวหน้ากลุ่มพลังสามัคคี เป็นหลานชายของ ฉัตรชัย เอียสกุล อดีต ส.ส.หนองคาย ซึ่งตระกูลเอียสกุล ห่างหายไปการเมืองหนองคายมานานกว่า 20 ปี

จังหวะก้าวของ “จักรทิพย์” ในหนองคาย ทำให้ทีมเพื่อไทย เขต 1 เฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด แถมมีข่าวลือว่า ส.ส.หนองคาย ค่ายเสี่ยแม้วคนหนึ่งเตรียมจะย้ายพรรค

  • ‘เขย่าฐานแม้ว’

มีข้อน่าสังเกตว่า “จักรทิพย์” เข้ามาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเรื่องกีฬาฟุตซอล และช่วยเกษตรกร ในพื้นที่ อ.เมืองหนองคาย ,อ.สระใคร และ อ.โพนพิสัย ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ที่อยู่ในเครือข่ายบ้านริมน้ำ ของสุชาติ ตันเจริญ เป็นแม่ทัพเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่ง กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ลงสมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ แม้จะพ่ายแพ้ แต่กระแสร์ก็ได้คะแนนสองหมื่นกว่า

กองหนุนที่สำคัญของยุทธนา ศรีตะบุตร ในสนามการเมืองท้องถิ่น ก็คือกลุ่มรักหนองคาย ที่มี ปราการ อินทร์รอด อดีตประธานสภา อบจ.หนองคาย เป็นผู้ก่อตั้ง และปราการยังเป็นบิดาของ เอกธนัช อินทร์รอด ส.ส.หนองคาย เขต 3 พรรคเพื่อไทย

ตอนเลือกตั้ง ส.ส.หนองคายสมัยที่แล้ว ปราการ อินทร์รอด ก็สนับสนุน กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าลูกชายของปราการ จะลงสมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคเพื่อไทย

การที่ “บิ๊กแป๊ะ” เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่หนองคาย โดยมีกลุ่มรักหนองคาย ให้การสนับสนุน ย่อมทำให้ กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย เพื่อไทย ต้องขยับปรับเกมสู้

วันนี้ “บิ๊กแป๊ะ” เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง ส.ว.มาปีเศษ หากจะครบ 2 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) และมาตรา 98(14) ประมาณเดือน ต.ค.2565 จึงสามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส.และรัฐมนตรีได้ แต่ในทางส่วนตัว “บิ๊กแป๊ะ” สามารถแสดงบทบาทกองเชียร์ได้

สมมติว่า “บิ๊กแป๊ะ” ไปรับบทกองเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ค่ายกลุ่มรักหนองคาย ฝ่ายแชมป์เก่า เพื่อไทยก็คงหนาวไปเหมือนกัน

ส่องม้ามืด “อัศวิน” สะเทือน “ชัชชาติ” ปรับแผนลุยกราวนด์วอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511725

17 เม.ย. 2565

ส่องม้ามืด "อัศวิน" สะเทือน "ชัชชาติ" ปรับแผนลุยกราวนด์วอร์

สะเทือนแอร์วอร์ชัชชาติ “อัศวิน” ลุยกราวนด์วอร์ ระดมกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และชาวยุทธจักรเมืองหลวงสแกนทุกชุมชน มี พล.ต.ท.ชาญเทพ เพื่อนจักรทิพย์ นั่งบัญชาการในวอร์รูม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แอร์วอร์เป็นรอง “อัศวิน” ลุยยุทธศาสตร์กราวนด์วอร์ ระดมกลุ่มรักษ์กรุงเทพเจาะทุกชุมชนและบ้านมีรั้ว ส่งผลสะเทือนเต็งหนึ่ง ชัชชาติต้องปรับแผนลงพื้นที่หนักขึ้น

ตัดกันเอง “อัศวิน” มีฐานเสียงซ้ำซ้อนกับสุชัชวีร์ และสกลธี มีคะแนนอยู่ในตะกร้าเดียวกัน ปชป.สะดุดกรณี “ปริญญ์” เหนื่อยหนัก

แต้มต่อ “อัศวิน” ได้ชาวยุทธจักรเมืองหลวงมาช่วยหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเฮียหมู-เฮียต่าย สายตรงธรรมนัส และกลุ่มพลังใหม่ของโปรโมเตอร์มวยมหาชนศึก ส.สมหมาย

วันที่ 16 เม.ย.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับว่า พื้นที่ฝั่งธนบุรี ยังถือว่าเป็นจุดอ่อน คะแนนนิยมไม่ค่อยดี จึงต้องปรับกลยุทธ์หาเสียงลงพื้นที่ให้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ทีมงานเพื่อนชัชชาติจะเน้นกลยุทธ์แอร์วอร์ ไม่ใช้รถแห่หาเสียง ตอนหลัง “ชัชชาติ” เริ่มตระหนักว่า เสียงดีอาจไม่มีคะแนน โพลดีอาจไม่มีคะแนน จึงหันมาเล่นกราวนด์วอร์ ต้องมีทีมงานลงพื้นที่ไปช่วยด้วย เพราะมีคนในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ติดตามโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่นิด้าโพลล่าสุด มีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 2 รองจาก “ชัชชาติ” โดยยังผู้ไม่ตัดสินใจเลือกใคร ร้อยละ 26.58

“ผมไม่มีนโยบายที่เลิศหรูมากมาย ผมคือนักปฏิบัติ ไม่ต้องมีนโยบายใดที่ดูโก้หรือดูเท่ เพียงแค่เราลงมือทำ ซึ่งแบบนี้ในภาษามวยเรียกว่า พูดน้อยแต่ต่อยหนัก ทำมากๆ แล้วจะดีเอง” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. จัดอยู่ในขั้วการเมืองเก่า ที่มีฐานเสียงซ้อนกับสุชัชวีร์ พรรค ปชป. และสกลธี อิสระ ซึ่งเผชิญหน้ากับขั้วการเมืองใหม่อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล

กลยุทธ์การหาเสียงของ พล.ต.อ.อัศวิน เน้นจัดตั้งเครือข่ายมวลชน และติดแผ่นป้ายโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ ขณะที่ชัชชาติ และวิโรจน์ จะใช้สื่อออนไลน์ เครือข่ายโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

  • ‘ทีมบิ๊กตำรวจ’

ทีมงานเบื้องหลัง “อัศวิน” มีทั้งทีมอดีตบิ๊กตำรวจ และทีมเจ้ายุทธจักรเมืองหลวง สองทีมต่างชำนาญการทำงานในพื้นที่ทุกตรอกซอกซอยทั่วกรุงเทพฯ

อาคารรักษ์กรุงเทพ ที่ใหญ่โต ตั้งตระหง่านอยู่ ถ.บรมราชชนนี ซอย 4 เป็นกองบัญชาการของทัพอัศวิน ที่รวมตัวเหล่าจอมยุทธ์ไว้ในตึกหลังนี้

พล.อ.อัศวิน เน้นรถแห่ลงพื้นที่ เจาะชุมชน บ้านมีรั้วพล.อ.อัศวิน เน้นรถแห่ลงพื้นที่ เจาะชุมชน บ้านมีรั้ว

หลัง พล.ต.อ.อัศวิน ตัดสินใจลงสนามผู้ว่าฯ กทม. “บิ๊กหยม- พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช” อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็เคลื่อนทัพเข้าสู่ตึกรักษ์กรุงเทพ ในฐานะ “ผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.”

พล.ต.ท.ชาญเทพ จบนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 (นรต.36) เป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. และได้รับการแต่งตั้งจากถาวร เสนเนียม สมัยเป็น รมช.คมนาคม ให้เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การทุจริตในบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินแห่งชาติ

สมัยที่ บิ๊กแป๊ะ- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังลงพื้นที่พบชาวบ้านปูทางสู่สมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็จะเห็น “บิ๊กหยม” เดินเคียงข้างอยู่เรื่อยๆ กระทั่ง “บิ๊กแป๊ะ” ถอนตัวจากสนามผู้ว่าฯ กทม. บิ๊กหยมตัดสินใจรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคไทยภักดี

พล.ต.ท.ชาญเทพ ไม่ได้เข้ามาตึกรักษ์กรุงเทพเพียงคนเดียว ยังตามด้วยเครือข่ายเพื่อนจักรทิพย์,เพื่อนพ้องน้องพี่ กปปส. และชาวยุทธจักรเมืองหลวง เมื่อจัดทัพไว้พร้อมสรรพ พล.ต.อ.อัศวิน จึงพร้อมสู้อาวุธขั้นเทพแอร์วอร์ของชัชชาติ ด้วยสงครามกราวนด์วอร์

  • ‘รวมดาวเจ้ายุทธจักร’

จุดแข็งของ “อัศวิน” อีกอย่างคือกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ทีมจิตอาสาทำงานพื้นที่กรุยทางมาร่วม 2 ปี ก่อนที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มว่าผู้ที่ผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต

เมื่อเอ่ยถึงเฮียต่าย- สุชัย พงษ์เพียรชอบ แกนนำกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็ต้องพูดถึงเฮียหมู-สุธีร์ พงษ์เพียรชอบ พี่ชายเฮียต่าย ที่เคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มายาวนาน

ร.อ.ธรรมนัส ให้เฮียต่ายมาร่วมเป็นกรรมการบริษัท ตลาดคลองเตย (2561) จำกัด ซึ่งได้รับสิทธิบริหารตลาดคลองเตย รวมถึงเป็นยี่ปั๊วขายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ ตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันแนล จำกัด ระหว่างปี 2552 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากกลุ่มเฮียหมู-เฮียต่าย สองพี่น้องที่สนิทกับ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว พล.ต.อ.อัศวิน ยังมีกองหนุนที่ไม่ธรรมดาในแวดวงมวยไทย นั่นคือ กลุ่มพลังใหม่ องค์กรของคนในยุทธจักรมวยไทย นำโดย สมหมาย สกุลเมตตา โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง และเจ้าของ”ค่ายมวย ส.สมหมาย”

โดยส่วนตัว พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ที่ชื่นชอบกีฬามวยไทย จึงทำค่ายมวย อ.ขวัญเมือง โดยมอบหมายให้ สมหมาย บริหารค่าย อ.ขวัญเมือง แทน และเมื่อสมหมายตั้งกลุ่มพลังใหม่ ก็ได้ พล.ต.อ.อัศวินเป็นที่ปรึกษา

ด้วยเหตุนี้ กระถิน-นฤมล มิ่งขวัญ หนึ่งในทีมงานกลุ่มพลังใหม่ จึงจะลงสมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ ในนามกลุ่มรักษ์กรุงเทพ โดยมีเสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เจ้ายุทธจักรมวยไทยออกเดินหาเสียงช่วยเต็มที่

ทั้งชัชชาติ-วิโรจน์ เชื่อว่าภูมิทัศน์การเมืองไทยเปลี่ยน ยุทธศาสตร์การหาเสียงสมัยใหม่ “แนวรบแอร์วอร์” ชี้ขาดชัยชนะ ตรงกันข้ามกับ พล.ต.อ.อัศวัน ที่ยังเชื่อใน “แนวรบกราวนด์วอร์” ที่ได้ทีมอดีตบิ๊กตำรวจ และทีมเจ้ายุทธจักรเมืองหลวงหนุน

เนื่องจากชูวิทย์ คุ้นเคยกับบรรดาเจ้ายุทธจักรเมืองหลวง จึงรู้ว่าทุกซุ้มหนุนใคร เลยกล้าฟันธงว่า “บิ๊กวิน” จะเป็นม้ามืดเข้าป้ายโค้งสุดท้ายในสนามผู้ว่าฯ กทม.

แรงกรรมไล่ล่า “ปริญญ์” ทิ้ง “ปชป.” สู้คดีฉาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511560

15 เม.ย. 2565

แรงกรรมไล่ล่า "ปริญญ์" ทิ้ง "ปชป." สู้คดีฉาว

แรงกรรมไล่ล่า “ปริญญ์” อำลา “ปชป.” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดเยาวชนอายุ 18 ปี เรื่องส่วนตัวแต่กระทบทั้งพรรค แค่ลาออกจากทุกตำแหน่งยังไม่พอ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อำลา ปชป. “ปริญญ์” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดเยาวชนอายุ 18 ปี โฆษก ปชป.ย้ำพรรคไม่ปกป้องคนผิด

เรื่องส่วนตัวแต่กระเทือนพรรค “ปริญญ์” แค่ลาออกจากทุกตำแหน่งยังไม่พอ เพราะ ปชป.เตรียมตั้งกรรมการสอบจริยธรรม สุดท้ายเจ้าตัวชิงโบกมือลา

กรณีของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากทุกตำแหน่ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดเยาวชนอายุ 18 ปี ดูจะยังไม่จบเพียงแคนี้ในทางการเมือง

เบื้องต้น ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค ปชป. เพื่อดึงตัวเองออกจากสปอตไลท์ ให้ข่าวฉาวจบเร็วที่สุด เพราะการลาออกจากตำแหน่งในพรรค จะลดแรงกดดันลงได้ระดับหนึ่ง แต่แรงกดดันทางสังคมถาโถมเข้ามามาย เพราะการเปิดหน้าของผู้เสียหายหลายคน

วันที่ 15 เม.ย.2565 ราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค หลังถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ

ส่วนทางพรรค ปชป. จะมีการตั้งกรรมการสอบในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค ที่จะเป็นผู้พิจารณา หากพิจารณาเห็นแล้วว่า “ปริญญ์” มีความผิดจริงกรณีดังกล่าวโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรค

ล่าสุด “ปริญญ์” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตนพูดแล้วว่ามีความบริสุทธิ์ใจ และได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค ปชป. ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคฯแล้ว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องส่วนตัวของ “ปริญญ์” ส่งผลกระทบทางการเมืองต่อพรรค ปชป.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เฉพาะหน้าคือ สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

แม้ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตน และคิดว่าไม่เป็นผลกับความน่าเชื่อถือของพรรค แต่ในความเป็นจริงทางการเมือง ฝ่ายตรงข้ามย่อมนำเรื่องนี้ไปขยายผลด้านลบ

สำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.คนใหม่ ดร.เอ้ ยังมองไม่ออกว่าควรเป็นใคร ทั้งนี้ถือเป็นหน้าที่ของพรรค โดยในระหว่างนี้ ตนกับส.ก.ยังทำงานต่อไปได้ เพราะได้วางแผนการหาเสียงไว้ล่วงหน้าแล้ว

  • ‘มาตรฐาน ปชป.’

กรณี “ปริญญ์” เหมือนพายุลูกใหญ่ถล่ม ปชป. ดังนั้น ชาวพรรคสีฟ้าจึงอยู่นิ่งไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิสตรี

“รัชดา ธนาดิเรก” กรรมการบริหารพรรค ปชป. ออกมาแถลงเรื่องข้อกล่าวหาคดีคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้น พรรค ปชป.เข้าใจในความรู้สึกทั้งของผู้เสียหายและสังคม ทั้งนี้พรรคสนับสนุนให้ผู้เสียหายจากการถูกคุกคามหรือล่วงละเมิด ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้เดินหน้าโดยเร็ว

อดีต ส.ส.หญิงแถวหน้าย้ำอย่างหนักแน่นว่า พรรคจะไม่แทรกแซงหรือดำเนินการใดที่เป็นการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับ “รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเคยทำงานเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พรรคการเมืองละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะพรรค ปชป. เป็นสถาบันการเมือง ต้องเคร่งครัดเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างบรรทัดฐานเป็นแบบอย่างต่อสังคม

  • ‘จำอำลา ปชป.’

หลังตั้งหลักได้ “ปริญญ์” ให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า กรณีที่มีหญิงสาวอีกหลายรายออกมาแจ้งความว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ อยากให้สื่อมวลชนลองไปตรวจสอบดูให้ดีว่า คนที่มาร้องเรียนนั้น บางคนเป็นใคร มีประวัติ มีที่มาเป็นอย่างไร เพราะหลายคนตนไม่รู้จักเลย

“ปริญญ์” ชี้แจงว่า คดีความของตนสมัยที่อยู่ในประเทศอังกฤษนั้น ศาลตัดสินยกฟ้องแล้วว่าไม่ได้กระทำผิด เรื่องจึงจบนานไปแล้ว แต่กลับมีคนหยิบยกมาเขียนกันอีก ซึ่งทำให้ตนได้รับความเสียหาย

ส่วนการเข้าพบกับตำรวจนั้น “ปริญญ์” กล่าวว่า ตนมีความบริสุทธิ์ใจ และได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค ปชป. ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงบอกชัดอยู่แล้วว่าพร้อมไปชี้แจงกับตำรวจทุกเมื่อ

ในที่สุด “ปริญญ์” ก็ต้องลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. เพราะหากยังไม่ลาออก กลุ่มนักการเมืองหญิงในพรรค ก็จะเดินหน้ากดดันคณะกรรมการบริหารพรรคให้ตั้งกรรมการสอบจริยธรรม เพื่อดำเนินหาข้อเท็จและมีบทลงโทษตามข้อบังคับพรรค

แผนดูไบ “ทักษิณ” ทดสอบ “อุ๊งอิ๊ง” ชิงเจ้าสนาม ส.ก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511564

15 เม.ย. 2565

แผนดูไบ "ทักษิณ" ทดสอบ "อุ๊งอิ๊ง" ชิงเจ้าสนาม ส.ก.

สงกรานต์การเมือง “ทักษิณ” พบ “อุ๊งอิ๊ง” พ่วงแกนนำเพื่อไทยสายเมืองหลวงที่ดูไบ ในวันที่สมรภูมิชิงเจ้าสนาม ส.ก.สู้กันดุเดือด ชัชชาติขี่กระแสลอยลำ แถมส่งสัญญาณชิ่งหนีทีม ส.ก.เพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สงกรานต์การเมือง “ทักษิณ” พบแกนนำเพื่อไทยสายเมืองหลวงที่นครดูไบ ท่ามกลางสถานการณ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

เดิมพันอนาคต “ทักษิณ” ส่งลูกสาว-อุ๊งอิ๊ง ลุยการเมือง ด่านทดสอบแรก สมรภูมิ ส.ก.50 เขตไม่ฉลุย เมื่อชัชชาติขี่กระแสมาแรง ส่งสัญญาณชิ่งหนีทีม ส.ก.เพื่อไทย

วันที่ 14 เม.ย.2565 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร โพสต์ไอจี ingshin21 ภาพชุดทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมกับครอบครัวอุ๊งอิ๊ง และนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ที่บ้านพักในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมแคปชั่นว่า สงกรานต์ รดน้ำดำหัว

มีข้อน่าสังเกตว่า ผู้มาร่วมอวยพรสงกรานต์จากเมืองไทย ส่วนใหญ่เป็นแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และอดีต ส.ส.เพื่อไทย อาทิ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ,พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ,วิชาญ มีนชัยนันท์ และวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

นอกจากนี้ หลายคนยังสวมหัวโขนแกนนำเพื่อไทย กทม. เริ่มจากพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก. ,วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และ วราวุธ ยันต์เจริญ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง (วราวุธ อดีตสมาชิก ทษช. ,คนสนิท พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต)

ที่ขาดไม่ได้คือทีมอุ๊งอิ๊ง อย่าง “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เพื่อนสนิทและเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ “ปิฎก สุขสวัสดิ์” สามีอุ๊งอิ๊ง ซึ่งคณาพจน์เป็นคลังสมองของเพื่อไทยยุคใหม่

การที่แกนนำเพื่อไทยสายเมืองหลวงไปรวมตัวที่นครดูไบ ใน “วันสงกรานต์” ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน ดังที่รู้กัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กระแสแรงไม่ตก แต่ทีมผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย ยังลูกผีลูกคน

ทีมเพื่อนชัชชาติ พยายามมีระยะห่างระหว่างชัชชาติกับผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย เนื่องจากเกรงกระแสเลือกชัชชาติได้ทักษิณ ในโค้งสุดท้าย แต่ผู้สมัคร ส.ก.บางคนบางเขตก็ขอโหนชัชชาติ

  • ‘ขายฝันฝืด’

“ทักษิณ” ส่งอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ไปลุยการเมืองเต็มตัว ก็หวังที่จะรักษาฐานเสียงเดิมและเพิ่มเติมการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ โดยหวังให้การเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. เป็นด่านทดสอบแรก

ก่อนสงกรานต์ หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ส.ก. จึงลงพื้นที่เขตบางแค ไปเปิดตัวนโยบายขายฝัน 437 สถานศึกษา สร้างรายได้, กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท ,50 เขต 50 ซอฟต์เพาเวอร์, 30 บาท ถึงที่หมาย และ 50 เขต 50 โรงพยาบาล

คนระดับ “หมอมิ้ง” แบกสังขารลงไปเดินท่อมๆหาเสียง ได้ประกาศว่า พรรคเพื่อไทยชนะได้ด้วยปัจจัย 3 ประการ คือมีผู้นำที่ดี ชนะใจประชาชน มีนโยบายที่ดีสามารถแก้ปัญหาประชาชนได้ และมีความใกล้ชิดอยู่ในหัวใจของประชาชน

บังเอิญว่า ศึกชิงเมืองหลวงรอบนี้ เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มีแต่ส่ง ส.ก. แถม “ชัชชาติ” ลงในนามอิสระ และพยายามจะฉีกหนีออกจากค่ายทักษิณอีกต่างหาก ฉะนั้น ผู้นำที่ดีตามที่หมอมิ้งบอก ก็ต้องเป็นอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

วันที่พรรคเพื่อไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต และนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียง ภายใต้สโลแกน Bangkok Bling (กรุงเทพฯ มั่งคั่ง) ซึ่งวันนั้น แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พูดคุยกับสื่อมวลชนตอนหนึ่งว่า ยืนยันจะลงพื้นที่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร สก.ทุกคน แต่ขอเคลียร์ตารางงานก่อน

อีกด้านหนึ่ง หาก “อุ๊งอิ๊ง” ลงพื้นที่หาเสียงช่วย ส.ก.จริง อาจทำให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่สบายใจนัก เพราะทีมงานเพื่อนชัชชาติ หวั่นอารมณ์ของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนบ้านมีรั้ว และคอนโดมิเนียมในชั่วโมงนี้ ที่ยังมีอาการ “แหยงโทนี่ เบื่อลุงตู่”

ก่อนหน้านั้น ผู้สมัคร ส.ก.พรรคเพื่อไทยอยากได้ไปลงในเขตของตัวเอง แต่ด้วยกระแสโจมตีเรื่องชัชชาติ-เพื่อไทยฮั้วกัน จึงต้องแยกกันทางเดิน

  • ‘สมรภูมิ ส.ก.เดือด’

“ทักษิณ” ยอมรับว่า อุ๊งอิ๊งเป็นลูกไม้ใต้ต้น และวางบทบาทไว้ที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเป็นลำดับแรก ส่วนจะถึงขั้นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ทักษิณบอกยังไม่คิดถึงขั้นนั้น

ดังนั้น กลยุทธ์ครอบครัวเพื่อไทย จึงถูกนำใช้ในสมรภูมิเลือกตั้ง ส.ก.เป็นสนามแรก ซึ่งผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย 50 เขต 50 คน ร้อยละ 90 เป็นคนหนุ่มสาวสายเลือดใหม่ เหมือนเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย ส่งผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ลงสนามเกินร้อยละ 70 ในภาคอีสาน แต่ด้วยผู้นำที่ดี และนโยบายโดนใจจึงกวาดเก้าอี้ ส.ส.มาเกือบทั้งภาค

ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวชินวัตรปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวชินวัตร

คู่แข่งที่สำคัญของเพื่อไทยในสนาม ส.ก.คือ พรรคไทยสร้างไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เนื่องจากสองพรรคมีฐานเสียงเดียวกัน คุณหญิงหน่อยผูกพันอยู่กับสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ มา 30 ปี นับแต่พรรคพลังธรรม จนมาถึงพรรคเพื่อไทย

ที่ผิดหูผิดตาคือ ทีมผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ล้วนๆ แต่แบรนด์สีส้มนั้น คนกรุงเทพฯซับซับแบรนด์นี้มาแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ผู้สมัคร ส.ก.เหล่านี้จึงได้ใจ Gen X Gen Z

นอกจากนี้ ทีมผู้สมัคร ส.ก.พรรค ปชป.ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีอดีต ส.ก.ระดับบ้านใหญ่ลงสนามจำนวนมาก ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ปชป.กวาด ส.ก.ไปกว่า 40 ที่นั่ง จึงประมาทไม่ได้

ทีมผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็มองข้ามไปไม่ได้ เพราะผู้สมัคร ส.ก.ส่วนใหญ่ลงพื้นที่มานานกว่า 2 ปี และส่วนหนึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เคยสังกัด ปชป. และเพื่อไทย

สมรภูมิ ส.ก.ปี 2565 เพื่อไทยเจอคู่แข่งเจ้าเก่าอย่าง ปชป. บวกกลุ่มรักษ์กรุงเทพ แถมคนกันเองอย่างไทยสร้างไทย และก้าวไกล โค้งสุดท้ายก็น่าจะเห็นอุ๊งอิ๊งออกนำทัพ ไม่ว่าชัชชาติจะได้ผลกระทบอย่างไร บวกหรือลบ ก็เลี่ยงไม่ได้

จาก “บุกรุกป่า” ถึง “คุกคามทางเพศ” จริยธรรมนักการเมืองบกพร่อง ถามถึง หน.พรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511540

นายหัวไทร

15 เม.ย. 2565

จาก "บุกรุกป่า" ถึง "คุกคามทางเพศ"  จริยธรรมนักการเมืองบกพร่อง ถามถึง หน.พรรค

เริ่มเกิดคำถามมากมายถึง “จริยธรรมนักการเมือง” ผู้ขันอาสาเข้ามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ทำนองเป็นผู้เสียสละ แต่กลับเป็นกลุ่มคนที่แสวงหาประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง จากการได้มาซึ่งตำแหน่ง และอำนาจ

หลังเกิดกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งลงโทษ “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ
เมื่อเกิดกรณี “ปารีณา” ก็มีการสาวต่อไปถึงนักการเมืองคนอื่นที่มีฐานการกล่าวหาใกล้เคียงกับปารีณามากถึง 5-60 คน บางคนเรื่องอยู่มนขั้นตอนการตรวจสอบ สอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกรรมการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว สอบเวลา ป.ป.ช.สรุปสำนวนฟ้อง พูดได้ว่ากรณีปารีณาสะเทือนซางนักการเมืองหลายคน และปารีณาก็เดินเกมจี้เอง ทำนองว่า ทำไมเรื่องของเธอจึงเร็ว แต่ของนักการเมืองคนอื่นอีกหลายคนซึ่งถูกร้องเรียนในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช.แต่ของเธอเองศาลตัดสินแล้ว
ประเด็นของปารีณา ที่ถูกศาลตัดสินแล้วว่า บุกรุกที่ดินของรัฐ และศาลสั่งลงโทษห้ามลงเลือกตั้งตลอดไป (ประหารชีวิตทางการเมือง) และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี เป็นการ “ละเมิดจริยธรรม” ของนักการเมืองอย่างร้ายแรง และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงโทษรุนแรงไปหรือเปล่า
เสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีปารีณายังไม่ทันจางหายก็มีเรื่องของรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ มีพ่อที่มีชื่อเสียงระดับโลกล่วงละเมิดทางเพศต่อหญิงสาว และเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในร้านอาหารกลางเมืองย่านสุขุมวิท


แค่วันเดียวที่ “ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด” (ทนายตั้ม) ออกมาเปิดเผยถึง พฤติกรรมของรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ กระแสเริ่มพุ่งไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถูกสื่อแซะถามเป็นคนแรกๆ ซึ่งเข้าใจว่า ราเมศก็ยังงงๆอยู่ว่าจะตอบสื่อว่าอย่างไร แต่ก็ตอบไปตามหลักการ “ไม่ว่าใครก็ตามทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ไม่มียกเว้น”

กระแสข่าวแรงไปถึงเจ้าตัว และกรรมการบริหารพรรคหนักแน่นอน บ่ายสามของวันต่อมา “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ปรากฏตัวแถลงข่าว ปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม ในการพิสูจน์ตัวเอง ทุกตำแหน่งที่ลาออกหมายถึงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย และผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เป็นต้น
แน่นอนว่า สองประเด็นนี้ ทั้งเรื่องบุกรุกที่ดินรัฐ และการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนไปถึงนักการเมืองทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นด้วย มีคำถามถึงคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมือง และคำถามรุกหนักไปถึงความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

“ลูกนัท” แนะสอบจริยธรรม กก.บห. ปชป. ทั้งคณะ เหตุรับ “ปริญญ์” เข้าพรรค


 
ซึ่งภายหลังที่มีความชัดเจนว่า รองหัวพรรคคนดังกล่าวที่ถูกเอ่ยอ้างถึงเป็นใคร ทำให้ผู้คนในโซเชียลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก หนึ่งในชาวโซเชียลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นคือ ไฮโซลูกนัท หรือ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nat Thanakitamnuay ระบุว่า 
“ขอยืนยันให้เลยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางที่จะไม่รู้ถึงพฤติกรรมของนายปริญญ์ แท้จริงแล้ว ก่อนที่นายปริญญ์จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการคุยกันก่อนแล้วว่า ต้องไปหาวิธีไล่ลบหลักฐาน เรื่องข่าวฉาว คดีข่มขืนที่ london ไม่ให้หาเจอได้ง่ายๆ ปิดให้มิดชิด และปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ขายได้ ทั้งนั้น ในแวดวงนักธุรกิจ นักการเมือง ใครๆ เค้าก็รู้ๆ กันอยู่”

“ผมทราบจากการบอกเล่าของอดีตหัวหน้าพรรคคนนึง ยังจำได้ว่ายังมีคนพูดว่า ถ้าคนนี้เข้าพรรค มีปัญหาแน่ๆ พฤติกรรมเช่นนี้ ควรถูกสอบจริยธรรมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด”

สำหรับ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” นักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ คณะทำงานของรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
“ปริญญ์ พานิชภักดิ์” เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2520 ที่ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายของ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ และนางศสัย พานิชภักดิ์ มีน้องสาว 1 คน 
 

เปิดชีวิต “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” บนเส้นทางสายการเมือง

ปริญญ์ พานิชภักดิ์ เข้าศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนจะย้ายไปศึกษาระดับไฮสคูลต่อที่ Millbrook House school และ Charterhouse School ประเทศอังกฤษ 
นาย “ปริญญ์” จบปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และการเงิน BSc. Economics and International Relations จาก L.S.E. (London School of Economics and Political Science) ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2542 
ต่อมาได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง อีกหลายครั้ง อาทิ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม (วธอ.) รุ่นที่ 2 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 15
หน้าที่การงานของ “ปริญญ์” จะวนเวียนอยู่กับนักเศรษฐศาสตร์และการเงิน เรื่องหุ้นในหลายๆสถาบันการเงิน และถือเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ ถึงที่สุดแล้ว ปริญญ์ก็ก้าวเข้ามาสู่แวดวงการเมือง ที่ผู้พ่อ “ศุภชัย พานิชภักดิ์” ได้ถากถางไว้ให้แล้วในนาม “พรรคประชาธิปัตย์” แต่จากข้อกล่าวหาเรื่อง พฤติกรรมล่วงละเมิด คุมคามทางเพศ จนต้องยุติบทบาททางการเมือง เพื่อออกไปสู้ความจริง พิสูจน์ตัวเอง
 แม้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา ศาลยังไม่ตัดสินถูกผิด แต่ในทางการเมืองสำหรับ “ปริญญ์” ถือว่า มันได้จบลงแล้ว พร้อมคำถามเรื่อง “จริยธรรมนักการเมือง” ที่สะเทือนไปทั้งวงการ เมื่อบวกรวมกับเรื่องของปารีณา ยิ่งมีคำถาม มีกระแสกระทุ้งหนักสาหัส ร้อนฉ่าถึงนักการเมืองขาลงทุกคน

ถึงเวลาหามาตรการตรวจสอบ “จริยธรรม” ก่อนรับใครเข้าเล่นการเมือง
เรื่อง : นายหัวไทร 

ด้อยค่าเด็ก “ทักษิณ” เจอ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ติ่งส้มติ่งแดงแทงกันเละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511470

14 เม.ย. 2565

ด้อยค่าเด็ก "ทักษิณ" เจอ "เจี๊ยบ ก้าวไกล" ติ่งส้มติ่งแดงแทงกันเละ

เอฟเฟกต์ด้อยค่าเด็ก “ทักษิณ” เจอ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” อัดสู้ไปกราบไป ติ่งส้มถล่มติ่งแดง ปีกซ้ายสิ้นหวังเพื่อไทย คนดูไบไม่สนใจ เดินหน้าผูกใจรากหญ้าผ่านเทคโนโลยี AR คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เอฟเฟกต์เด็กไม่รู้ไม่เข้าใจ “ทักษิณ” เจอเจี๊ยบ ก้าวไกล อัดด้อยค่าสามนิ้ว และกองเชียร์สีส้มถล่มเละ ตอกย้ำสู้ไปกราบไป

ปีกแดงซ้ายสิ้นหวัง “ทักษิณ” หมดความศรัทธา ขอเลือกก้าวไกล เช่นเดียวกับแกนนำสามนิ้ว รู้สึกผิดหวัง 2 อดีตนายกฯ ที่ถูกรัฐประหารสองครั้ง

ฐานใครฐานมัน “ทักษิณ” ไม่สนกระแสด้อยค่าสามนิ้ว เดินหน้าหาเสียงด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เชื่อคนรากหญ้ายังภักดีต่อแบรนด์ชินวัตร

อันเนื่องจากกรณีทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ กล่าวในรายการ CARE Talk x CARE Clubhouse ตอนหนึ่งว่า “เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ก็คิดว่าต้องปฏิรูปสถาบัน วันนี้เราได้รัฐบาลที่มาจากรูปแบบที่ไม่ดีแล้วยังไม่เก่ง และยังคอร์รัปชัน ตามโลกไม่ทันและไม่สนใจจะตามโลก ทำให้เด็กไม่มีอนาคต เด็กก็เลยไปโทษว่าเกี่ยวกับสถาบัน ความจริงมันไม่เกี่ยวเลย”

พลันที่ทักษิณหลุดความเห็นเกี่ยวกับเด็กสามนิ้วกับข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันฯ ส.ส.พรรคก้าวไกลบางคนก็โจมตีว่า สู้ไปกราบไปทันที รวมถึงกองเชียร์สีส้มถล่มปมทักษิณด้อยค่าเด็ก

ขณะที่แกนนำกลุ่มแคร์ปิดปากเงียบ รวมถึงค่ายวอยซ์ทีวี กระบอกเสียงค่ายชินวัตร ก็ไม่เสนอข่าวเรื่องนี้ หากแต่เลี่ยงไปเล่นข่าวทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชวนแฟนคลับใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เพื่อรับชมคำอวยพร สวัสดีปีใหม่ไทย 2565 เนื่องในวันสงกรานต์

ทักษิณเป็นนักการตลาดชั้นเซียน รู้ดีว่าการจงใจเสนอความเห็นเกี่ยวกับกลุ่มคนรุ่นใหม่กับแนวคิดปฏิรูปสถาบันนั้น ย่อมมีกระแสตีกลับมาจาก Gen Z แต่ฐานหลักของเพื่อไทยคือ คนรากหญ้า ทักษิณจึงให้ ส.ส.เพื่อไทย และสมาชิกเพื่อไทยไปเล่นเทคโนโลยี AR พาทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ไปพบกับชาวบ้านในทุกสถานที่

ดังนั้น ช่วงสงกรานต์ ทักษิณจึงไปปรากฏตัวที่เวทีหมอลำหลายคณะ รวมงานบุญรดน้ำสงกรานต์ในภาคเหนือ ก็มียิ่งลักษณ์โผล่ไปอยู่เฟรมเดียวกับชาวบ้าน

  • ‘เจี๊ยบไม่ทน’

จริงๆแล้ว “ทักษิณ” เจอข้อหาสู้ไปกราบไปมานานแล้ว โดยเฉพาะจากกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ แต่พักหลังเจ๊เจี๊ยบหรือเจี๊ยบ ก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็กระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย

ปฏิกิริยาหลังแคร์คลับเฮาส์จบลง เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ในโซเชียลการเมืองก็ดุเดือดไปด้วยการหยิบเอาคำพูดของทักษิณที่ว่า “เด็กไม่รู้ไม่เข้าใจ โทษแต่สถาบัน” มาวิพากษ์วิจารณ์

ส.ส.เจี๊ยบ ก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊คด้วยข้อความสั้นๆว่า “เอ้า..กราบ” ซึ่งแฟนคลับสีส้มก็รู้ได้ทันทีว่า ส.ส.เจี๊ยบเหน็บใคร ถัดมา ส.ส.เจี๊ยบโพสต์เฟซบุ๊คอีกว่า “ไม่ถูกต้องหรอก ที่ออกมาด้อยค่าคนที่เค้ากล้าออกมาสู้”

ปีที่แล้ว อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้เปิดศึกวิวาทะกับลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา พิธีกรช่องวอยซ์ทีวี อยู่บ่อยๆ ซึ่งแขก คำผกา ประกาศตัวว่า เป็นนางแบกเพื่อไทย

อย่างกรณี ส.ส.เจี๊ยบ ก้าวไกล โพสต์ว่า ใช้เงินเดือนประกันม็อบสามนิ้ว ม็อบทะลุฟ้า จนเงินเดือนเกือบเต็มวงเงิน และเรียกร้องพรรคอื่นร่วมเคียงข้าง

แขก คำผกา ก็ตอบโต้ว่า “ถ้าคนเราจะเอาเงินเดือนไปประกันตัวคนไปม็อบจนหมดตัว แปลว่าคนๆนั้นมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากร ถ้าเป็นแขก แขกจะไม่เลือกคนแบบนี้ไปทำงานแทนแขกนะ เพราะมันสะท้อนว่า คนคนนี้ขยันแต่โง่”

กรณีติ่งเพื่อไทยและติ่งก้าวไกลฟาดฟันกันเองในโซเชียล “อานนท์ นำภา” แกนนำกลุ่มราษฎรก็เสนอว่า “ประเด็นหนึ่งที่เราต้องเข้าใจร่วมกันคือ อย่าให้กลายเป็นว่า ฝ่ายสนับสนุนก้าวไกลก็จ้องด่าเพื่อไทย ฝ่ายสนับสนุนเพื่อไทยก็จ้องด่าก้าวไกล หรือไปกว่านั้นคือ พอฝ่ายไหนพลาด คนที่สนับสนุนก็ออกมาปกป้องแบบไม่ลืมหูลืมตา”

อานนท์ยังมองโลกในแง่ดีว่า “…ผมเห็นว่าคนหัวๆของทั้งสองพรรคส่วนใหญ่ก็มีความใจกว้างและวุฒิภาวะในการรับฟังการวิจารณ์รวมทั้งคุณทักษิณด้วย”

ด้านพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “เด็กไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือผู้ใหญ่ไม่กล้าพูด” และ “ครั้งที่แล้วผมเลือกเพื่อไทยครับ”

  • ‘ปีกซ้ายสิ้นหวัง’

ปฏิกิริยาต่อการด้อยค่าสามนิ้วของ “ทักษิณ” เที่ยวนี้ แดงฮาร์ดคอร์หลายคนตกอยู่ในภาวะหวานอมขมกลืน อิหลักอิเหลื่อ เพราะมีเรื่องบุญคุณที่คอยเกื้อกูลกันมาในอดีต จึงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์

ตรงกันข้าม “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ทำไมถึงรังเกียจทักษิณในการไลฟ์เมื่อวาน ก่อนอื่นต้องบอกว่า ดิชั้นไม่ได้เป็นโรค Thaksinophobia และมีหลายครั้งที่ดิชั้นดีเฟนด์ทักษิณจากการโจมตีของติ่งก้าวไกล แต่เมื่อวานเหลืออดจริงๆ คือการที่คุณต้องการคืนดีเจ้า ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่คุณบอกว่าเด็กๆ ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ เลยไปเรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน อันนี้เป็นเรื่องที่แย่มาก”

เช่นเดียวกับ “จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระ ที่เคยฝากความหวังจะให้ทักษิณเป็นผู้นำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อุตส่าห์ลงทุนไปลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ แต่ทักษิณก็ไม่สู้จริง และระยะหลัง จอมรู้สึกผิดหวังครอบครัวชินวัตร

อย่างกรณีด้อยค่าสามนิ้ว จอมโพสต์เฟซบุ๊คว่า “…ถ้าคุณทักษิณคิดเพียงว่า การจะสร้างการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพียงแค่การแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ก็เพียงพอแล้วโดยไม่แตะเรื่องการปฎิรูปสถาบันฯ หรือไม่ต้องเรียกร้องให้สถาบันปรับตัว และยังมองว่า กลุ่มประชาชนและเยาวชนที่เสนอปฎิรูปสถาบัน เพราะไม่เข้าใจ ไม่ได้ใกล้ชิดเจ้านายเหมือนที่ตัวเองได้รับใช้ใกล้ชิด ผมว่า นี่เป็นความคิดหรือมุมมองที่ตื้นเขินอย่างยิ่ง”

ตอนท้าย จอมสรุปว่า “ไม่อยากพูดซ้ำว่า ผิดหวังกับคุณทักษิณ เพราะเคยพูดมาหลายครั้งแล้ว คงถึงเวลาที่จะบอกว่า สิ้นหวัง หมดหวัง ไปเลยดีกว่า”