ฝ่าวิกฤตปริญญ์ “จุรินทร์” ไปต่อ รอปมขัดแย้งระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512507

23 เม.ย. 2565

ฝ่าวิกฤตปริญญ์ "จุรินทร์" ไปต่อ รอปมขัดแย้งระเบิด

แค่พิธีกรรม “จุรินทร์” ประชุมใหญ่ ปชป. ท่ามกลางวิกฤตปริญญ์ ซ้ำเติมกระแสพรรคขาลง ปมขัดแย้งในพรรคคือระเบิดเวลา ผลเลือกตั้งสมัยหน้าชี้อนาคตอู๊ดด้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แค่พิธีกรรม “จุรินทร์” ประชุมใหญ่พรรค ปชป. ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤต ปริญญ์เอฟเฟกต์ ซ้ำเติมกระแสพรรคขาลง

กองแช่งผิดหวัง “จุรินทร์” กรรมการบริหารพรรคไม่ลาออก พร้อมจะยืนหยัดกู้วิกฤตศรัทธา แต่ปมขัดแย้งในพรรคคือระเบิดเวลา และผลเลือกตั้งสมัยหน้าชี้อนาคตหัวหน้าอู๊ดด้า

หลายคนอาจคาดหวังว่า การประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2565 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สำนักงานใหญ่ ในวันที่ 23 เม.ย.2565 พรรค ปชป.อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่กองเชียร์ ปชป.บางส่วนอาจผิดหวัง เพราะการประชุมครั้งนี้ก็แค่พิธีกรรมทั่วไป

หลังเกิดกรณี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อกรณีคดีฉาวได้ยาก เพราะ “จุรินทร์” เป็นคนที่ขอยกเว้นข้อบังคับพรรค เพื่อดึงปริญญ์เข้าพรรค ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภารกิจ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย

“ผมมีส่วนสำคัญในการพาคุณปริญญ์เข้ามาในพรรค แม้ว่าต้องผ่านขั้นตอนในพรรค ต้องมีการลงมติให้ความเห็นชอบ แต่สุดท้ายผมก็ต้องรับผิดชอบ” จุรินทร์แถลงยอมรับเมื่อวันก่อน

จุรินทร์แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจาก 2 ตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านสตรีในรัฐบาล ได้แก่ 1.คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และ 2.คณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายสตรีแห่งชาติ

ขณะที่สมาชิกพรรค ปชป.จำนวนหนึ่งมองว่า การลาออกจาก 2 ตำแหน่ง ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพรรคเก่าแก่ที่เป็นสถาบันการเมืองได้ ทางออกที่ควรจะเป็นนั้น จุรินทร์ควรจะลาออกจากหัวหน้าพรรค

จุรินทร์กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคนั้น เพราะเขามีการไตร่ตรองแล้ว ซึ่งหากลาออก ก็จะกลายเป็นการทิ้งปัญหา จึงคิดว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็จะต้องแก้ปัญหา ไม่ต้องให้กรรมการบริหารชุดอื่นต้องมารับผิดชอบ

  • ‘ไม่มีอะไรในกอไผ่’

“จุรินทร์” ปัญหาของปริญญ์ที่เกิดขึ้น พรรค ปชป.ได้รับผลกระทบมาก และยังไม่สามารถตอบได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งหน้าหรือไม่

แม้จะมีความเคลื่อนไหวจากกรรมการบริหารพรรคบางคน ที่จะยื่นใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรค เพื่อเขย่าเก้าอี้หัวหน้าพรรค และเซตซีโร่กรรมการบริหารพรรค แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่มีใครกล้าขยับ

การประชุมใหญ่ ปชป.ครั้งล่าสุด จัดรูปแบบการประชุมใหญ่กึ่งออนไลน์-ออฟไลน์ โดยกังวลเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีทั้งหมด 5 วาระ ล้วนเป็นวาระทางพิธีกรรมตามข้อบังคับพรรค

ที่น่าสนใจคือ วาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นวาระที่เปิดกว้าง อาจมีสมาชิกพรรคลุกขึ้นมาอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้

เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคว่า “….เชื่อว่าจะไม่มีใครหยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่ามกลางมรสุมทางการเมือง กระแสความกดดันของสังคม ที่มีต่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้อย่างแน่นอน ด้วยความเกรงใจ หรือการรักษามารยาทก็ตาม”

นอกจากขาประจำอย่าง “อันวาร์ สาและ” ส.ส.ปัตตานี ที่จะเสนอความเห็นต่อพรรคแบบตรงไปตรงมา ด้วยเหตุนี้ เทพไทจึงฟันธงว่า “เชื่อว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ คนที่อยากเห็น คณะกรรมการบริหารพรรคลาออกทั้งชุด ต้องฝันค้าง”

  • ‘ขุนพลหาย’

นับแต่ “จุรินทร์” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. ได้มีปรากฏการณ์เลือดไหลออก มีทั้งอดีต ส.ส.หลายสมัยและเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะระดับขุนพล ปชป. ที่หายไปหลายคน

ลองย้อนไปดูรายชื่ออดีต ส.ส.ปชป.ระดับแม่เหล็กที่ลาออกไป อย่าง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, กรณ์ จาติกวณิช ,อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ,ถาวร เสนเนียม ,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์

รวมถึงอดีตขุนพลอีสาน วิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และแม่ทัพเหนือ นพ.ปรีชา มุสิกุลอดีต ส.ส.กำแพงเพชร 11 สมัย

จุรินทร์คงปฏิเสธได้ยากว่า ขุนพล ปชป.ที่หายไป ทำให้คุณภาพ ปชป.เกรดตกลงไปด้วย หลังจากอดีต ส.ส.ระดับแม่เหล็กทยอยเดินออกจากพรรค

จุรินทร์ แถลงหลังประชุมใหญ่ เดินหน้าสร้างพรรคต่อไปจุรินทร์ แถลงหลังประชุมใหญ่ เดินหน้าสร้างพรรคต่อไป

เฉพาะขุนพลเศรษฐกิจ ของ ปชป. แทบไม่เหลือใครให้เชิดหน้าชูตา จากที่หวังจะได้ ศุภชัย พานิชภักดิ์ บิดาของปริญญ์ มาช่วยปั้นนโยบายเพื่อเป็นจุดขาย แต่ปมคดีฉาวของลูกชาย กลับเป็นการปิดประตู ดร.ซุปในการกู้กระแสพรรคไปอย่างสิ้นเชิง

คนในพรรค ปชป.ต่างเฝ้ามองว่า หัวหน้าจุรินทร์ และเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. จะกอบกู้ภาพลักษณ์ สร้างคะแนนนิยมของพรรคให้คืนกลับมาได้อย่างไร ในปีสุดท้ายรัฐบาลประยุทธ์ และการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นประมาณต้นปีหน้า

สถานการณ์ ปชป.จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ น่าติดตาม เพราะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะผลการเลือกตั้งปี 2562 ได้ ส.ส.ต่ำร้อยตามที่ประกาศเอาไว้

เฉลิม ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ก็ประกาศไว้ที่ประจวบคีรีขันธ์ว่า หากเลือกตั้งสมัยหน้า ได้ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง จะเลิกเล่นการเมืองไปตลอดชีวิต แล้วหัวหน้าจุรินทร์ จะเอายังไงในวันนั้น อีกไม่นานคงได้รู้กัน

หยุดฝันแม้ว “อนุทิน” ดูดบ้านใหญ่อยุธยา ชนะยกจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512502

23 เม.ย. 2565

หยุดฝันแม้ว "อนุทิน" ดูดบ้านใหญ่อยุธยา ชนะยกจังหวัด

หยุดฝันเพื่อไทย “อนุทิน” ประชุมใหญ่ภูมิใจไทยที่กรุงเก่า เปิดตัวหลานสาวซ้อสมทรง นายก อบจ.อยุธยา อดีตคนสนิททักษิณ และแม่ยายปรีชาพล กางแผนปักธง ส.ส. 5 เขตยกจังหวัด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หยุดฝันแม้ว “อนุทิน” ประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทยที่พระนครศรีอยุธยา เปิดตัว พิมพฤดา ตันจรารักษ์ หลานสาวซ้อสมทรง บ้านใหญ่วังน้อย

“อนุทิน” จับมือ สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.อยุธยา อดีตคนสนิททักษิณ และแม่ยายปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กางแผนปักธง 5 เขต ส.ส.กรุงเก่าสมัยหน้า

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือก จ.พระนครศรีอยุธยา จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่สำคัญและมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก

เดิมทีพรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.อยุธยา 2 คนคือ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.เขต 1 และสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.เขต 3 โดยการเลือกตั้งสมัยหน้า อยุธยาจะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 5 คน แกนนำค่ายสีน้ำเงินจึงตั้งเป้าชนะยกจังหวัด

ไฮไลต์การประชุมใหญ่ภูมิใจไทย จึงอยู่ที่การเปิดตัว สจ.พิม หรือ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 3 (อ.วังน้อย, อ.อุทัย และอ.ภาชี) โดยมีคุณยายของ สจ.พิม คือ สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา 4 สมัย ขึ้นเวทีร่วมกับหลานสาว

ดังที่ทราบกัน คนในตระกูลของซ้อสมทรง ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในสีเสื้อไทยรักไทย ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพลังประชาชน และเพื่อไทย แต่สมัยที่แล้ว ซ้อสมทรงย้ายออกจากเพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย ท่ามกลางความงุนงงของชาวอยุธยา เนื่องจากปี 2562 ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกเขยซ้อสมทรงก็เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

ยี่ห้อซ้อสมทรงอยู่พรรคไหนก็ชนะ เพราะคนกรุงเก่ายังผูกพันกับตระกูลพันธ์เจริญวรกุล โดยไม่สนใจสีเสื้อพรรค ไม่มีกระแสแอนตี้ทีมซ้อสมทรงเรื่องทิ้งทักษิณไปอยู่กับเนวิน

  • ‘ซ้อสั่งลุย’

“อนุทิน” รู้ดีว่า ภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคที่ขี่กระแสเหมือนเพื่อไทยหรือก้าวไกล จึงต้องพุ่งเป้าไปที่การดึงบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดเข้ามาร่วมงาน นักการเมืองบ้านใหญ่จะมีฐานเสียงเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่อกระแสแลนด์สไลด์

ยกตัวอย่างในภาคกลาง ภูมิใจไทยมีบ้านใหญ่อยู่ในหลายจังหวัด อาทิตระกูลไทยเศรษฐ อุทัยธานี,ตระกูลวิลาวัลย์ ปราจีนบุรี, ตระกูลปริศนานันทกุล อ่างทอง ฯลฯ บ้านใหญ่อยุธยา ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ต้องพึ่งกระแสทักษิณ ก็เป็น ส.ส.ได้

ยายสมทรง ขอปั้นหลานสาวเป็น ส.ส.ยายสมทรง ขอปั้นหลานสาวเป็น ส.ส.

สำหรับ “พิมพฤดา ตันจรารักษ์” เป็นลูกสาวสมศรี พันธ์เจริญวรกุล นายกเทศมนตรีตำบลลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (สมศรีเป็นลูกสาวคนโตของซ้อสมทรง) และเอนก ตันจรารักษ์ ประธานสภา อบจ.พระนครศรีอยุธยา

ปลายปี 2563 “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา ผลักดันหลานสาว พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ลงสนามการเมืองท้องถิ่น ได้เป็น ส.อบจ.อยุธยา เขต อ.วังน้อย ก่อนที่คุณยายสมทรง จะชงหลานเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติสมัยหน้า

  • ‘บ้านใหญ่วังน้อย’

บนเวทีประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย “อนุทิน” กล่าวยกย่องซ้อสมทรง ผู้มีแต่ให้ ขออะไร ซ้อก็จัดให้ทุกอย่าง สมัยที่ยังไม่มีโควิดระบาด ทุกวันเกิดของเนวิน ชิดชอบ ซ้อสมทรงก็ไปอวยพรครูใหญ่เนวินถึงถิ่นเซราะกราว

ซ้อสมทรง เป็นคน อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังแต่งงานกับวีระชัย พันธ์เจริญวรกุล จึงมาอยู่ที่ อ.วังน้อย ทำธุรกิจค้าไม้ ค้าวัสดุและรับเหมาก่อสร้าง ก่อนที่จะเป็นกรรมการสุขาภิบาล ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย และลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นผู้ใหญ่บ้านมายาวนาน และเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของมนตรี พงษ์พานิช ในพื้นที่ อ.วังน้อย

ปี 2544 ซ้อสมทรง ส่งลูกสาวสุวิมล ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (วังน้อย,อุทัย และภาชี) ในนามพรรคไทยรักไทย ปี 2550 สุรศักดิ์ก็มารับไม้ต่อจากพี่สาว เป็น ส.ส.ผูกขาดเขต 3 อยุธยา

หลังเลือกตั้งปี 2554 มีอภิมหาวิวาห์ ระหว่างปรีชาพล พงษ์พานิช กับนภัสวรรณ พันธ์เจริญวรกุล ลูกสาวคนสุดท้องของซ้อสมทรง นภัสวรรณมีชื่อเสียงในแวดวงสังคมเงาแสงเพชร ผู้บริหารบริษัท นราวดีพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ส่วนปรีชาพล เป็นลูกชายสุดหล่อของเสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช

ปี 2562 ปรีชาพล ลูกเขยซ้อสมทรง เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ขณะที่ สุรศักดิ์ พี่ชายนภัสวรรณ ย้ายจากเพื่อไทยไปภูมิใจไทย และผลเลือกตั้งปีนั้น สุรศักดิ์ โค่นวิทยา บูรณศิริ อดีต ส.ส.อยุธยา ค่ายเพื่อไทยชนิดคะแนนทิ้งห่างกันถึง 6 หมื่นคะแนน

สมัยหน้า แปะชื่อ “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” และ “พิมพฤดา ตันจรารักษ์” ไว้ในฐานะว่าที่ ส.ส.พระนครศรีอยุธยาไว้ได้เลย สโลแกนเพื่อไทยแลนด์สไลด์ คงใช้ที่สนามกรุงเก่าไม่ได้

เหมือนลอยแพ “ปารีณา” พปชร.ยอมแพ้ศึกราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512420

22 เม.ย. 2565

เหมือนลอยแพ "ปารีณา" พปชร.ยอมแพ้ศึกราชบุรี

เหมือนลอยแพ “ปารีณา” พปชร.ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ราชบุรี เหตุไม่ทันตั้งตัว แถมตัวแทนคุณสมบัติไม่ครบตระกูลไกรคุปต์ ต้องรอทำศึกล้างตาสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พักยกยาว “ปารีณา” พลังประชารัฐ ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ราชบุรี เหตุผลไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า เพราะตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ มีคุณสมบัติไม่ครบตามกฎหมายพรรคการเมือง

ปมขัดแย้งเมืองโอ่ง “ปารีณา” โพสต์ปริศนา สะท้อนความขัดแย้งในพลังประชารัฐ เมืองราชบุรี เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แกนนำพลังประชารัฐ ต้องขอยกธงขาวสนามนี้

ช่วงเย็นวันที่ 22 เม.ย.2565 คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.ราชบุรี แทนปารีณา ไกรคุปต์ หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเดินทางกลับจากการพักผ่อนในต่างประเทศ

ที่ประชุมกรรมการบริหารพลังประชารัฐ มติเป็นเอกฉันท์ โดยเหตุผลไม่ส่งครั้งนี้ เนื่องจากผู้ที่จะส่งลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

เบื้องต้น มีรายงานข่าวว่า ปารีณา ไกรคุปต์ หมดสิทธิ์ลงสนามตลอดชีวิต คาดว่า สีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนด จะลงป้องกันแชมป์ แต่เวลาถัดมา ปารีณาก็ให้สัมภาษณ์ว่า พี่ชายจะไม่ลงสมัคร ส.ส.อย่างแน่นอน

  • ‘พักยกยาว’

หลังศาลฎีกาพิพากษาให้ “ปารีณา” พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เเละดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต เธอก็โพสต์เฟซบุ๊คว่า สภาก็ไม่ได้ไป ฟาร์มไก่ก็ไม่ได้เลี้ยง

“ถึงแม้ปารีณาไม่สามารถเป็นผู้แทนของท่านได้อีกต่อไป ปารีณาขอขอบคุณทุกกำลังใจ และจะขอยึดมั่นอุดมการณ์ของปารีณาต่อไป และเราจะได้พบกันอีก”

ตอนแรกคล้ายปารีณา ยังมีหวังที่จะหาตัวแทนลงสนามเลือกตั้งซ่อมได้ แต่นานวันไป ภายในพรรคพลังประชารัฐก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

ลึกๆ ปารีณาคงรู้อยู่แก่ใจว่า ตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ขาดคุณสัมบัติข้อใด เธอจึงไม่โพสต์เฟซบุ๊คกดดันพรรค เพียงแต่เธอไม่พอใจ คนบางกลุ่มในพรรคเดียวกัน นำเรื่องในพื้นที่ไปรายงานลุงป้อม

  • ‘รอสมัยหน้า’

“ปารีณา” ในวันนี้ ได้เริ่มบทบาทผู้แทนนอกสภา หรือนักร้องเรียน ระหว่างเว้นว่างจากการงานการเมือง แต่คนโพธารามและจอมบึง ก็คงจดจำผลงานของ ส.ส.หญิงคนนี้ได้ดี

เมื่อ 18 เม.ย.2565 ปารีณา ไกรคุปต์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ตลอด 4 สมัยที่ปารีณาชนะเลือกตั้ง คือ…ชนะ โดยมีพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนไม่ว่าจะอยู่พรรคเล็ก พรรคใหญ่ บัตร 1ใบ บัตร 2 ใบ ได้เบอร์เดียว กาได้ 3 เบอร์ เขตเล็ก 2 อำเภอหรือเขตใหญ่ 5 อำเภอ สามารถชนะเลือกตั้งทุกสนาม ทุกรัฐธรรมนูญ..เพราะปารีณา #ใจถึง และตัวจริงน่ารักมาก ทุกคนก็ทำความดีในพื้นที่ทั้งนั้น อยู่ในใจประชาชน”

ปารีณาย้ำชัดว่า ส.ส. 4 สมัยนั้น ผ่านมาทุกกติกาเลือกตั้ง และสังกัดหลายพรรคการเมือง แต่คนเขต 3 ก็เลือกตระกูลไกรคุปต์

ปี 2544 ทวี ไกรคุปต์ ลาออกจาก ปชป. มาสังกัดพรรคไทยรักไทย ลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แต่พ่ายแพ้แก่สาววัย 25 ปี(ตอนนั้น) ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ ค่าย ปชป.

ทวีเขียนบันทึกความเจ็บปวดว่า “ผมต้องพบความพ่ายแพ้ แพ้ใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ค่ำคืนนั้นผมนั่งดูผลการเลือกตั้งอยู่กับภรรยา และปารีณาลูกสาว ที่เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมบ้าน..”

ปี 2548 ทวีจึงส่งปารีณา ลูกสาว ลงสมัครในนามพรรคไทยรักไทย ซึ่งปีนั้นประไพพรรณได้ลาออกจากพรรค ปชป. และลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไทยรักไทย ช่วยหาเสียงให้ปารีณา ดีกรีนางงามได้เป็นผู้แทนสมัยแรกแบบไม่ยากเย็น

สมัยที่แล้ว ปารีณาลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ นำโด่งม้วนเดียวจบ เอาชนะชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต ส.อบจ.ราชบุรี ค่าย ปชป.ไปขาดลอย

มาถึงวันนี้ ตระกูลไกรคุปต์ คงต้องรอไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ จึงจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความรักและศรัทธาของกองเชียร์ทวี-ปารีณา ในพื้นที่เขต 3 อีกครั้ง

คลิปสางแค้น “จุรีพร” พันแรมโบ้ เหยื่อเกมซ่อนกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512344

22 เม.ย. 2565

คลิปสางแค้น "จุรีพร" พันแรมโบ้ เหยื่อเกมซ่อนกล

วัวพันหลักคลิปหวย “จุรีพร” ป้องแรมโบ้ แฉนายกิ๊กตีสนิทหวังพบผู้ใหญ่ เบื้องหลังคลิปฉาว เหมือนน้ำท่วมปาก กลายเป็นเหยื่อซ้อนเหยื่อของเกมล้างแค้นทางการเมือง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

วัวพันหลักคลิปหวย “จุรีพร” แฉนายกิ๊ก ตัวละครปริศนา เข้ามาตีสนิทหวังพบผู้ใหญ่ แต่ฝ่ายนายกิ๊กปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่ได้อัดคลิปหวย


เบื้องหลังคลิปฉาว “จุรีพร” เหมือนน้ำท่วมปาก เพราะตกเป็นเหยื่อซ้อนเหยื่อของเกมล้างแค้นทางการเมือง จับตาจุรีพรจะทนแรงเสียดทานอยู่ในตำแหน่งข้าราชการการเมืองไปได้นานแค่ไหน เมื่อเจอกรณีรับของขวัญมูลค่าเกิน 3 พันบาท


ยังวุ่นไม่จบ มหากาพย์คลิปหวย 15 ล้าน ระหว่างแรมโบ้ เสกสกล อัตถาวงศ์ ,จุรีพร สินธุไพร และนายกิ๊ก ซึ่งทั้งหมดได้เปิดหน้าเปิดตาออกมายืนซดหมัดกันกลางแจ้งหมดแล้ว
 

จุรีพร สินธุไพร ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนายกิ๊กจุรีพร สินธุไพร ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนายกิ๊ก

ล่าสุด จุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ และที่ปรึกษารองประธานสภาฯ (สุชาติ ตันเจริญ) ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องนายกิ๊ก ที่ทำการสาขาพรรคพลังประชารัฐ ริมถนนเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 


ในการแถลงข่าววันนั้น “จุรีพร”ยังนำเอารองเท้าแบรนด์เนม กุซชี่(ผู้หญิง)และรองเท้าแบรนด์เนม หลุยส์ วิตตอง(ผู้ชาย)ออกมาโชว์สื่อมวลชน โดยบอกว่า นายกิ๊กนำมามอบให้ แต่ตัวเธอเองไม่ยอมรับ และขอให้รับคืนไป


เรื่องรองเท้าแบรนด์เนมกลายเป็นประเด็น เมื่อสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ชี้ว่า จุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมือง ได้รับรองเท้าแบรนด์เนม 2 คู่ รวมมูลค่า 61,700 บาท ซึ่งเป็นกรณีเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ หรือสิ่งตอบแทนที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ขัดต่อประกาศ ป.ป.ช.


ส่วนจุรีพรเองก็รับทราบแล้ว กำลังจะนำรองเท้าคู่นี้ไปคืนที่สำนักนายกฯ เพราะตามประกาศ ป.ป.ช.ระบุชัดว่า หากรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทมาแล้ว ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบใน 30 วัน เพื่อวินิจฉัยว่าเหมาะสม หรือควรเก็บรักษาไว้หรือไม่


สถานการณ์การเมืองเรื่องคลิปหวย ลามมาถึงรองเท้าแบรนด์เนม อาจส่งผลให้จุรีพร ต้องยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เหมือนแรมโบ้หรือไม่ น่าติดตามยิ่ง

‘คลิปอลวนคนอลเวง’
แรมโบ้อีสานยอมรับว่าเป็นผู้ชักนำให้ “จุรีพร” เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันมานาน ตั้งแต่สมัยแดงทั้งแผ่นดิน แต่ข้อมูลอีกด้านระบุว่า จุรีพรเจรจากับนายทหารใหญ่ขอเข้าพลังประชารัฐ พร้อมอดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด 


ระยะใกล้ ๆ นี้ แรมโบ้อีสานกับจุรีพร ก็ทำงานให้นายคนละคน ฝ่ายชายประจำการทำเนียบเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ ฝ่ายหญิงมีตำแหน่งข้าราชการการเมืองในทำเนียบ แต่กลับทำงานมวลชนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า


กระทั่ง แรมโบ้อีสานรับบทมือปราบหวยแพง มีอำนาจวาสนา จุรีพรจึงขอเข้าพบ และกลายเป็นที่มาของคลิปฉาวอันลือลั่น โดยมีตัวละคร 3 คนดังที่กล่าวมาข้างต้น


แรมโบ้ เสกสกล ยืนยันไม่รู้จักนายกิ๊ก แต่จุรีพรพานายกิ๊กมาพบ แต่ไม่อนุญาตให้พบ ไม่ได้คุยกัน เพียงแต่ก่อนลากลับ ได้ขอให้นายกิ๊กมาไหว้ลา ก็อนุญาตให้ไหว้ลาตามประเพณีไทย แต่ไม่ได้คุยอะไรกัน 


วันเดียวกันนั้น แรมโบ้ได้โทรศัพท์ไปหาจุรีพร โดยอำเล่นๆเรื่องยืมเงิน โดยไม่ทราบว่ามีการแอบอัดคลิป แต่ตัวเขาก็ยอมรับว่าคลิปแรกเป็นเสียงตัวเอง แต่ไม่เกี่ยวข้องเรื่องการอัดเสียง ด้านจุรีพรก็ยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้อัดคลิป จึงร่วมกับแรมโบ้ไปแจ้งความดำเนินคดีผู้กลั่นแกล้งใส่ร้ายเธอ ที่ สน.ดุสิต


ส่วนคลิป 2 จุรีพรยอมรับว่าเป็นคนทำขึ้นเอง เพื่อให้นายกิ๊กรับสารภาพ แต่นายกิ๊กก็แถลงว่าคลิปแรกที่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้นตนเองไม่รู้เรื่อง รวมคลิปที่ 2 ก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น


‘กิ๊กคือใคร’
เมื่อตัวละครลับชื่อนายกิ๊กเปิดตัวมาแจ้งความที่ สน.ดุสิต พร้อมปฏิเสธไม่รับรู้คลิปเสียงทั้งสองครั้ง “จุรีพร” ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงที่มาที่ไปของนายกิ๊กกับตัวเธอ


จุรีพรอ้างว่า นายกิ๊กและพี่สาวชื่อน๊อต อ้างว่าเป็นเจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมาพบตนที่บ้าน โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน โดยมาขอเสนอตัวทำเสื้อให้ เนื่องจากมีโรงงานผลิต แต่ยังไม่ทันตกลงกัน


แหล่งข่าวคนหนึ่งที่ได้รู้จักกับนายกิ๊กให้ข้อมูลกับทีมข่าวเนชั่นทีวีว่า นายกิ๊กเข้าหานักการเมืองหญิง เพราะต้องไปพบผู้กว้างขวางในวงการสลากกินแบ่ง ไม่ได้ต้องการเจอแรมโบ้


บุคคลที่นายกิ๊กต้องการเจอตัวนั้น ในวันนี้เป็นนักการเมืองใหญ่ ซึ่งนักการเมืองหญิงรู้จักเป็นอย่างดี แต่เหตุใดจึงไม่พานายกิ๊กไปพบตามที่ต้องการ


จากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2565 พบว่า นายกิ๊ก หรือสุดสยาม มากแก้ว ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท สยามรอยัลอินดัสเทรียส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2563 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 628/11 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการประมูลเพื่อรับจ้างทำของ ตามวัตถุที่ประสงค์ทั้งหมด


นักสังเกตการณ์ทางการเมืองวิเคราะห์ว่า นายกิ๊กอาจตกเป็นเหยื่อซ้อนเหยื่อ ของเกมการเมืองล้างแค้นภายในกลุ่มผู้ถืออำนาจปัจจุบัน

ปริศนาพบแม้ว “ประวิตร” ยื้อประยุทธ์หยุดฝ่ายแค้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512303

22 เม.ย. 2565

ปริศนาพบแม้ว "ประวิตร" ยื้อประยุทธ์หยุดฝ่ายแค้น

เบื้องหลัง “ประวิตร” บินไปต่างประเทศ อื้ออึงเรื่องภารกิจพิเศษ สมกับฉายามิสเตอร์ดีล ได้เจอทักษิณหรือไม่ เป็นคำถามที่หลายคน มีคำตอบอยู่แล้ว คอลัมนฺ… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เบื้องหลัง “ประวิตร” บินไปต่างประเทศ มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างดังไล่หลัง เรื่องภารกิจพิเศษ ด้านเจ้าตัวลั่นไม่ได้ไปพบ “ทักษิณ” ไม่ได้ไปอังกฤษ ไปหาหมอตรวจสุขภาพ


บังเอิญ “ประวิตร” ได้ฉายามิสเตอร์ดีล ขยับซ้ายขยับขวา ย่อมถูกจับตามอง จริง ๆ แล้ว มีข่าวว่าบิ๊กป้อมไปอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ แต่ไปทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จึงหลุดคำพูดว่า ไปทำงาน


ช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย.2565 มีกระแสข่าวบิ๊กป้อมได้พบทักษิณที่อังกฤษสะพัดทำเนียบรัฐบาล นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า ตนได้พบ พล.อ.ประวิตร และสอบถามเรื่องการพบกับทักษิณนั้นจริงหรือไม่ ทำให้ พล.อ.ประวิตร นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบว่า ทักษิณฝากความคิดถึงให้ตนด้วย ก่อนจะถามกลับว่าตนเป็นผู้สื่อข่าวสำนักไหน เพราะถามเหมือนเป็นนักข่าว
 

หลังข่าวบิ๊กป้อมเจอ “ทักษิณ” เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ยิ่งกว่าไฟไหม้ลามทุ่ง ใครต่อใครก็ตกใจข่าวนี้ นิโรธจึงชี้แจงว่า “ท่านอำผมเล่น ไม่ได้ไปพบกันจริง ๆ เป็นการพูดหยอกล้อกันเท่านั้น”


ถัดมา พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า “ไม่ได้ไปพบ(ทักษิณ) อยู่คนละประเทศ จะไปเจอกันได้อย่างไร ไม่เคยเจอหน้า ไม่เคยคุยกันเลย ตั้งแต่ปี 2548 แล้ว(สมัยเป็น ผบ.ทบ.) และผมไม่ได้ไปประเทศอังกฤษด้วย ผมขอลาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลเท่านั้น ยืนยันไม่ได้ไปไหนเลย”


จะว่าไปแล้ว พล.อ.ประวิตรไม่เดินทางไปต่างประเทศ กระแสข่าวเรื่องอภิมหาดีลระหว่างบ้านป่ารอยต่อกับจันทร์ส่องหล้า ก็มีคนพูดถึงมาโดยตลอด 


แม้คนใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จะระแวงแคลงใจ พล.อ.ประวิตร ในระยะหลัง นับแต่เกิดปรากฎการณ์ธรรมนัสเอฟเฟกต์ ถึงกับมีการวางแผนให้แรมโบ้ เสกสกล อัตถาวงศ์ ไปตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคสำรองหนุนบิ๊กตู่ แต่แรมโบ้ก็สะดุดคลิปหวยกลายเป็นรถผ้าป่าคว่ำ


ลึก ๆ แล้ว บิ๊กตู่เองก็ทิ้งบิ๊กป้อมไม่ได้ เพราะสถานการณ์สู้รบในสภาฯ บิ๊กป้อมคือผู้กุมจำนวนมือของ ส.ส.ทั้งพลังประชารัฐ, เศรษฐกิจไทย และพรรคเล็ก 

‘ตู่อยู่ยาว’
ดังที่รู้กัน ในหมู่พี่น้อง 3 ป.นั้น “ประวิตร” มีความเป็นนักการเมืองที่ลูกเล่นแพรวพราว และสื่อภาษากับนักเลือกตั้งได้ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ 


เมื่อมีข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางไปพักผ่อนที่อังกฤษ ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ในวันประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 เม.ย.2565 นักข่าวก็ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้ความว่า “ไม่ได้ไปพักผ่อน ท่านไปทำงาน” 


พลันที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไปทำงาน นักข่าวก็รุกถามต่อ การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ ได้ไปพบกับใครด้วยหรือไม่ บิ๊กตู่ตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ถามอะไรแปลก ๆ บ้าหรือเปล่า ไม่เคยสร้างสรรค์”


ประกอบกับวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ พูดกลางวง ครม.ว่า “รัฐบาลชุดนี้ครบเทอมวันที่ 23 มี.ค.66..” พร้อมขอความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมพร้อมรับเปิดสภาในวันที่ 22 พ.ค.นี้ 


“อย่าขัดแย้ง อยู่ด้วยความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจ เพื่อเร่งผ่านกฎหมายสำคัญ” นายกฯประยุทธ์ส่งสัญญาณในที่ประชุม ครม.


ฝ่ายรัฐบาลไล่ไทม์ไลน์ ตั้งแต่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญปีที่ 4 ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-18 ก.ย.2565 ต่อเนื่องถึงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญปีที่ 4 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2565-28 ก.พ.2566 ซึ่งจะครบวาระ 4 ปีพอดี


นักสังเกตการณ์ทางการเมืองตั้งข้อสังสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เอาความมั่นใจมาจากไหนเรื่องการยื้อไปจบครบวาระ 4 ปี หากไม่ได้รับสัญญาณบางอย่างจากวงเจรจาลับ ตามที่มีข่าวร่ำลือกันในเวลานี้


‘ป้อม-จันทร์ส่องหล้า’
ในอดีต “ประวิตร” มักมีข่าวว่า เป็น 1 ใน 3 ป.เพียงคนเดียว ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และหลายกรณีที่พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ได้คลี่คลายสถานการณ์การเผชิญหน้า


นักข่าวสายทหารทราบดีว่า พล.อ.ประวิตรได้เป็น ผบ.ทบ. สมัยรัฐบาล“ทักษิณ” ก็มีพลังหนุนจากบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยคุณหญิงอ้อ 


แถมมีเรื่องร่ำลือกันว่า บิ๊กป้อมใกล้ชิดบ้านจันทร์ส่องหล้า ถึงขั้นจะมีการจับคู่แต่งงานให้พี่ใหญ่ 3 ป. เพื่อสร้างคอนเน็กชั่น แต่สุดท้าย พี่ใหญ่เลือกครองสถานะโสดมาถึงปัจจุบัน


ทักษิณหรือโทนี่ จึงพูดถึง พล.อ.ประวิตร ด้วยท่วงท่าประนีประนอม “..ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผมคือ พล.อ.พัชรวาท..” 


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่ได้ชื่อว่า มีความใกล้ชิดกับเครือข่ายชินวัตร นับแต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ถูกสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สมัยนั้น สั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการ ทำให้หวยมาออกที่ พล.ต.อ.พัชรวาท


กรณีของ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบิ๊กป้อม ผู้มากด้วยคอนเนกชั่น และสามารถเชื่อมต่อกับทุกขั้วการเมือง โดยเฉพาะขั้วตรงข้ามกับ 3 ป. เนื่องจากมีมือทำงานอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และน้องชาย-พล.ต.อ.พัชรวาท


พี่ใหญ่ 3 ป. จึงเป็นอาวุธลับอีกชิ้นหนึ่ง สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเดินกลยุทธ์หนีเอาตัวรอดจากวงล้อมนักไล่ล่าทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายเดียวกัน

ส่องสนามราชบุรี “สจ.เส็ง” สู้ศึกกลางวิกฤติ ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512244

21 เม.ย. 2565

ส่องสนามราชบุรี "สจ.เส็ง" สู้ศึกกลางวิกฤติ ปชป.

เลือกตั้งซ่อมราชบุรี “สจ.เส็ง” ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ในวิกฤตศรัทธา ปชป. ขายแบรนด์พรรคคงยาก สำรวจพบ ค่ายสีฟ้า มีต้นทุนอยู่ 3 หมื่นแต้ม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

เลือกตั้งซ่อมราชบุรี “สจ.เส็ง” ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สวมเสื้อ ปชป. รอวัดฝีมือตัวแทนปารีณา ศึกนี้ไม่ใช่แค่เลือกผู้แทนฯ แต่เป็นไฟต์ล้างตาของ 2 ตระกูลอันระอุเดือด


วิกฤตศรัทธา ปชป. “สจ.เส็ง” ขายแบรนด์พรรคคงยาก พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ปชป.เคยมี ส.ส.เขตโพธาธาม 2 คน และมีต้นทุนอยู่ 3 หมื่นแต้ม


วันที่ 21 เม.ย.2565 สจ.เส็ง หรือชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ นำทีมไปสมัครเลือกตั้งสมาชิกสมาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ราชบุรี แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมี องอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม ส.ส.พรรค อาทิ พิสิฐ ลี้อาธรรม, สุทัศน์ เงินหมื่น ,สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาให้กำลังใจ    

สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ มุ่งมั่นจะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี มานานแล้ว แต่ห้วงเวลานี้ พรรค ปชป.เผชิญกับปริญญ์เอฟเฟกต์ ส่งผลให้กระแสพรรคลดต่ำลง บวกกับปัญหาภายในพรรคที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้ สจ.เส็ง คงเหนื่อยเอาการ หากเจอคู่แข่งโจมตีจุดอ่อนเรื่องปริญญ์และเด็กสาว 

สจ.เส็ง ลงสนามในยามที่พรรค ปชป.ขาลงสจ.เส็ง ลงสนามในยามที่พรรค ปชป.ขาลง


“กลุ่มทุนโพธาราม”
“สจ.เส็ง” เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี มาตั้งแต่พ่ายศึกครั้งที่แล้ว พลันที่ทราบข่าวศาลมีคำสั่งให้ ปารีณา ไกรคุปต์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สจ.เส็งก็ออกแรงเดินพบปะชาวบ้านในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง


ตระกูลกมลพันธ์ทิพย์ ทำธุรกิจร้านทอง และลิสซิ่งใน อ.โพธาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และมีธุรกิจรีสอร์ตหลายแห่งใน จ.กาญจนบุรี


กองหนุนที่สำคัญของ สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ คือพี่ชาย สมชาย กมลพันธ์ทิพย์ เจ้าของ The Resort Water Park อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  โดยเสี่ยสมชาย นักธุรกิจที่กว้างขวางในราชบุรี, สมุทรสาคร, นครปฐมและกาญจนบุรี  


ส.จ.เส็ง ยังมีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ อดีตประธานสภา อบจ.ราชบุรี และวันนี้เป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี ซึ่งสังกัดกลุ่มพัฒนาราชบุรี ของวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี

“สาว ปชป.โพธาราม”
จะว่าไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีฐานเสียง และเคยมี ส.ส.อย่างน้อย 2 คน อยู่ในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง หากพลิกแฟ้มเลือกตั้งย้อนหลังตั้งแต่ปี 2544 มาถึงปี 2562


การเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี ปี 2544 ใช้กติกาใหม่เขตเดียว เบอร์เดียว มีปรากฏการณ์ล็อกถล่มที่เขต 3 (โพธาราม-จอมบึง) เมื่อ ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ พรรค ปชป. ล้มขาใหญ่ ทวี ไกรคุปต์ พรรคไทยรักไทย


ประไพพรรณ ลูกสาวกำนันคนดังแห่งโพธาราม ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน อาศัยบารมีพ่อ และทีม ปชป.ราชบุรีเอาชนะแชมป์เก่าหลายสมัยไปได้ ความปราชัยครั้งนั้น ทวีเจ็บปวดที่สุดในชีวิตการเมือง 


ปี 2548 ทวี ไกรคุปต์ ส่งลูกสาว ปารีณา ไกรคุปต์ ในสีเสื้อไทยรักไทย ลงเลือกตั้งเขตเดิม(โพธาราม-จอมบึง) เอาชนะปรีชญา ขำเจริญ พรรค ปชป.ไปได้ ซึ่งตอนนั้น ปรีชญาก็ได้ 3 หมื่นคะแนน 


ปรีชญา ขำเจริญ ลูกสาวกำนันสำเนียง ขำเจริญ แห่ง ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ลงสนามแทนประไพพรรณ ที่ย้ายไปพรรคไทยรักไทย และลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ


ปี 2550 การเลือกตั้งแบบพวงใหญ่(3 คน) ปารีณา ย้ายไปพรรคชาติไทย แข่งกับปรีชญา พรรค ปชป.อีกรอบ แต่หนนี้ สาวโพธารามได้ ส.ส.ทั้งสองคน พ่วงด้วยหนุ่มดำเนินสะดวก บุญลือ ประเสริฐโสภา 


ระหว่างเป็น ส.ส. ปารีณาและปรีชญา ก็ปะทะคารมกันหลายรอบ และต้องโคจรมาเจอกันแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ในการเลือกตั้งปี 2554 ผลปรากฏว่า ปารีณา พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 32,702 คะแนน ,สายัณห์ จังพานิช เพื่อไทย 31,531 คะแนน และปรีชญา ขำเจริญ ปชป. 30,663 คะแนน    


ปี 2562 ปรีชญาไม่ลงสนาม โดย สจ.เส็ง ชัยทิพย์ อาสาสวมเสื้อ ปชป.ลงปะทะปารีณา แชมป์เก่า แต่สุดท้ายก็พ่ายลูกสาวทวี ไกรคุปต์ แบบไม่ได้ลุ้น


สรุปว่า 20 ปีมานี้ พรรค ปชป. มี ส.ส.ในเขตโพธาราม-จอมบึง มาแล้ว 2 คนคือ ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ และปรีชญา ขำเจริญ ทั้งคู่ต่างก็เป็นลูกสาวกำนันดังเมืองโพธาราม 

ยึดอีอีซี “สุชาติ” ดึงเด็กฉายแสง ชนน้องเสี่ยอ๋อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512199

21 เม.ย. 2565

ยึดอีอีซี "สุชาติ" ดึงเด็กฉายแสง ชนน้องเสี่ยอ๋อย

มังกรน้ำเค็มรุกแปดริ้ว “สุชาติ” ดึงเด็กบ้านใหญ่ฉายแสง สวมเสื้อ พปชร. สมัยหน้า จ่าสิงห์อดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ชนน้องชายเสี่ยอ๋อย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

มังกรน้ำเค็มรุกแปดริ้ว “สุชาติ” เปิดตัว 2 ผู้สมัคร ส.ส.ชนทีมน้องจาตุรนต์ ฉายแสง พปชร.หวังชนะยกจังหวัด 4 ที่นั่ง


สมรภูมิอีอีซี “สุชาติ” ตลบหลังบ้านใหญ่แปดริ้ว ดึงอดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ที่ตระกูลฉายแสงหนุนมาสวมเสื้อ พปชร.


วันที่ 20 เม.ย.2565 สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และสุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ในพื้นที่ จ.กระบี่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี จ.ลพบุรี จ.ตราด และ จ.นนทบุรี 

ที่น่าสนใจคือ จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย เขต 1 มติชน ชูทับทิม ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน และเขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ซึ่งเป็น 2 เขตที่พลังประชารัฐพ่ายไปหนที่แล้ว


พูดง่าย ๆ ว่า ทั้งสองคนเป็นเด็กในคาถาของ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี ที่เป็นสหายร่วมรบกับต้อย แปดริ้ว-ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2


ผลเลือกตั้ง ส.ส.ฉะเชิงเทรา ปี 2562 เขต 1 กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ อนาคตใหม่(ปัจจุบันภูมิใจไทย)ได้ 35,045 คะแนน ชนะบุญเลิศ ไพรินทร์ พลังประชารัฐ ได้ 30,116 คะแนน ส่วนเขต 4 จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อนาคตใหม่(ก้าวไกล) ได้ 42,342 คะแนน ชนะพล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ พลังประชารัฐ ได้ 39,361 คะแนน


น่าจับตาว่า บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา และ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา จะย้ายไปอยู่พรรคไหนในสมัยหน้า 

จ่าสิงห์ มังกรน้ำเค็ม หรือยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศจ่าสิงห์ มังกรน้ำเค็ม หรือยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

“มังกรอีอีซี”
ชัดเจนว่า “สุชาติ” รุกคืบเข้ายึดอีอีซี จากชลบุรีเข้ามาฉะเชิงเทรา โดยการวางตัวคนสนิทของตัวเองลงสมัคร ส.ส.แปดริ้ว เขต 1 และเขต 4 


สำหรับเขต 4 อ.บางปะกง, อ.แปลงยาว และ อ.บ้านโพธิ์ เป็นรอยต่อ อ.เมืองชลบุรี และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของสุชาติ ชมกลิ่น


จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 นั้นมาจากนายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นสามีของ สุรีรัตน์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี 


โดยความสัมพันธ์ส่วนตัว จ่าเอกยศสิงห์เป็นหัวคะแนนของตระกูลฉายแสงมานานแล้ว แต่ฝ่ายภรรยา กลับอยู่ในสังกัดเสี่ยเฮ้ง “สุชาติ ชมกลิ่น” ดังนั้น ช่วงการเลือกตั้งนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ตระกูลฉายแสง จึงสนับสนุนจ่าเอกยศสิงห์ ลงสมัครนายก อบจ. ในสังกัดคณะก้าวหน้า

ช่วงการหาเสียงนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา จาตุรนต์ ฉายแสง นำพี่น้องตระกูลฉายแสง อย่างกลยุทธ์,วุฒิพงศ์ และฐิติมา ออกหาเสียงช่วยจ่าเอกยศสิงห์ อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 ก็อุ้มจ่าเอกยศสิงห์ ในฐานะหัวคะแนนใหญ่ในพื้นที่ อ.บางปะกง 


หลังจ่าเอกยศสิงห์พ่ายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 5 สมัย ก็ตัดสินใจลาออกจากคณะก้าวหน้า และได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.แรงงาน 


สมัยหน้า จ่าสิงห์ มังกรน้ำเค็ม ขอวัดฝีมือกับลูกพี่เก่า วุฒิพงศ์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย รับประกันเดือดสะท้านบางปะกง


“อนาคตฉายแสง”
ได้เวลาของซุ้มมังกรน้ำเค็ม “สุชาติ” ผงาดเหนือสมรภูมิอีอีซี ขณะที่ตระกูลฉายแสง กำลังอยู่ในช่วงขาลง ตอนนี้เหลือพื้นที่การเมืองอยู่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราเท่านั้น


อนันต์ ฉายแสง ในวัย 94 ปี มีบุตร-ธิดา 4 คน ล้วนแต่รับมรดกเตี่ยคือเป็นนักการเมืองหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง,ก้อย-กลยุทธ ฉายแสง ,โก้-วุฒิพงศ์ ฉายแสง และเปิ้ล-ฐิติมา ฉายแสง     


ตระกูลฉายแสง ยืนยงอยู่ในเวทีการเมืองนานกว่า 50 ปี จนมาถึงยุคไทยรักไทย บ้านใหญ่ฉายแสง ก็ปักหลักอยู่กับตระกูลชินวัตรเรื่อยมา กระทั่งปี 2563 มีข่าวว่า จาตุรนต์จะไปตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ร่วมกับกลุ่ม นปช. แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยกครอบครัวกลับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากกติกาเปลี่ยนเป็นบัตร 2 ใบ


เลือกตั้งปี 2562 ตระกูลฉายแสงโชคร้าย พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ พลอยทำให้จาตุรนต์ ,วุฒิพงศ์ และฐิติมา ไม่ได้เป็น ส.ส. และส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เป็น ส.ส.แปดริ้ว 2 คน


สมัยหน้า ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ต้องเจอกับ มติชน ชูทับทิม(อาร์ม แปดริ้ว) เจ้าของบริษัท ไก่เทพฟาร์ม จำกัด เด็กปั้นอีกคนในค่ายพลังเฮ้ง ที่เขต 1 ฉะเชิงเทรา


อนาคตของตระกูลฉายแสง จึงอยู่ที่สนามเขต 1 และเขต 4 ในการเลือกตั้งสมัยหน้า เป็นการต่อสู้ระหว่างพลังเฮ้งกับบ้านใหญ่ฉายแสงโดยแท้

ปั้นแบรนด์ “สมคิด” ยุทธการดับฝันโทนี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512110

20 เม.ย. 2565

ปั้นแบรนด์ "สมคิด" ยุทธการดับฝันโทนี่

พรรคสร้างอนาคตไทยปักหมุดชื่อ “สมคิด” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เน้นเศรษฐกิจเพียวๆ ไม่มีสีไม่มีขั้ว เหมือนโทนี่ปั้นอุ๊งอิ๊งนำเศรษฐกิจดิจิตอลมาฟื้นฟูประเทศ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ปักหมุดสร้างอนาคตไทย “สมคิด” ชื่อนี้เปรียบสินค้าขึ้นห้าง แบรนด์อินเตอร์ขายได้ในตลาดบน ผ่านประสบการณ์การเมืองสองยุค ทั้งรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลประยุทธ์


ตอบโจทย์คนเบื่อขัดแย้ง ยี่ห้อ “สมคิด” เน้นเศรษฐกิจเพียว ๆ เจาะตลาดคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ แต่ไม่ทิ้งรากหญ้า


วันที่ 20 เม.ย.2565 พรรคสร้างอนาคตไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ประกาศบนเวทีว่า “เราจะเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสร้างอนาคตไทย..”


วิเชียร ชวลิต กรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวย้ำว่า “เราจะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่ง และนายอุตตม สาวนายน เป็นอันดับสอง ส่วนอันดับสาม จะประเมินสถานการณ์ในตอนนั้นอีกครั้ง” และการเปิดตัว “สมคิด” พรรคจะรอจังหวะเวลาที่พร้อมกว่านี้ มีทีมแข็งแกร่ง มีฐานมวลชน 

แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย วางโพสิชั่นนิ่งไว้เป็นพรรคทางเลือก พรรคแห่งความหวังในการฟื้นฟูประเทศจากมหาวิกฤติโควิด ตอบโจทย์คนที่เบื่อความขัดแย้ง และเน้นเศรษฐกิจเพียว ๆ 


พรรคสร้างอนาคตไทย จะเป็นศูนย์รวมมือบริหารอาชีพ ผสมผสานเทคโนแครต ชูจุดขายกู้วิกฤติปากท้อง และฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด  โดยมีจอมยุทธ์กวง-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้นำทัพ


การเปิดตัวของพรรคสร้างอนาคตไทย อาจแตกต่างจากหลายพรรค ที่ขายภาพทีมนักบริหารอาชีพ ไม่ชูจำนวนนักเลือกตั้ง อดีต ส.ส.มีใครบ้าง หรือนักการเมืองท้องถิ่นกี่คน

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย

‘แสงสว่างแห่งยุคสมัย’
“สมคิด” เป็นลูกคนไทยเชื้อสายจีน มีชื่อในวัยเยาว์ว่า หั่งกวง แซ่จัง จึงถูกเลี้ยงมาแบบจีนอย่างเข้มข้น บรรพบุรุษของเขาเป็นพ่อค้าธรรมดา ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างตัวในยุคหลังสงครามโลกเหมือนคนอื่น ๆ


เหตุที่พ่อตั้งชื่อว่า หั่งกวง เพราะช่วงที่สมคิดลืมตาดูโลก กิจการของพ่อเขาใกล้จะเจ๊งเต็มที พ่อจึงตั้งชื่อว่าหั่งกวง ซึ่งหมายถึงแสงสว่าง พ่อคงหวังจะให้มีแสงสว่างนำทางครอบครัวในยามยากลำบาก


แล้ววันหนึ่ง เฮียกวง-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้มาร่วมงานกับทักษิณ ชินวัตร เป็น 1 ใน 23 ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2541 อาศัยความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการด้านการตลาด ร่วมปลุกปั้นนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่จับต้องได้ ทำให้พรรคการเมืองน้องใหม่ชนะการเลือกตั้งปี 2544 กวาด ส.ส. เข้าสภาได้ 248 คน 


สมคิดกลายเป็นขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาลทักษิณ แม้มีการปรับ ครม.นับสิบครั้ง แต่เฮียกวงยังมั่นคงบนเก้าอี้ รมว.คลัง สลับกับรองนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องไปจนถึงรัฐบาลทักษิณหลังเลือกตั้งปี 2548 ที่พ่วงเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ เป็นบางช่วง
 

ชื่อเสียงของทักษิณโดดเด่นเป็นขวัญใจคนรากหญ้า ขุนพลเศรษฐกิจอย่างเฮียกวง ก็พลอยมีชื่อชั้นในเวทีไทยและเวทีโลก จนเกิดภาพทับซ้อนกันระหว่างนายห้างใหญ่กับเฮียกวง มีเรื่องเล่าจากแกนนำไทยรักไทยว่า ครั้งหนึ่งทักษิณเคยออกปากถามสมคิดว่า “วัดรอยเท้าผมหรือ”


เกจิการเมืองมองว่า การที่โทนี่หรือทักษิณส่งลูกสาวลุยสมรภูมิเลือกตั้ง ชูธงเรื่องกอบกู้เศรษฐกิจไทย ก็ต้องเจอเฮียกวง ยอดฝีมือที่รู้ตื้นลึกหนาบางค่ายชินวัตรเป็นอย่างดี


‘ขอยืนแถวหน้า’
ทั้งยุครัฐบาลทักษิณ และยุครัฐบาลประยุทธ์ “สมคิด” ก็รับบทเบอร์รอง แต่นับจากวันนี้ไป เฮียกวงกับพรรคสร้างอนาคตไทย ก็จะต้องผลิตนโยบายใหม่ ๆ ให้โดนใจชาวบ้าน และนำไปสู่ชัยชนะในสนามเลือกตั้ง


สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทยชุดแรก แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ปีกคนใกล้ชิดอย่างอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ กรรมการบริหาร, สันติ กีระนันท์ เหรัญญิกพรรคพรรค และวิเชียร ชวลิต กรรมการบริหารพรรค


ปีกนักเลือกตั้งที่ยังมีจำนวนไม่มากนัก นำโดยสุพล ฟองงาม อดีต  ส.ส.อุบลราชธานี และนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง 


เบื้องแรก สนธิรัตน์ได้เดินสายไปพบปะอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.มาแล้ว ทั้งในภาคอีสาน และภาคใต้ คาดว่าหลังจากนี้ คงมีการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.ในขอบเขตทั่วประเทศ

นัยว่า สองกุมาร-อุตตมและสนธิรัตน์ คงจะปั้นแบรนด์สร้างอนาคตไทยให้เป็นศูนย์รวมเทคโนแครต วัดใจตลาดการเมืองแบบไทย ๆ เพราะประเมินว่า คนรุ่นใหม่เบื่อการเมืองเน่า และการแบ่งขั้วขัดแย้งไม่เลิกรา ดังนั้น พรรคสร้างอนาคตไทยตอบโจทย์ตรงนี้ได้

ถ่ายเลือด “ทักษิณ” เช็คชื่อ 15 ส.ส.เพื่อไทยย้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/512053

20 เม.ย. 2565

ถ่ายเลือด "ทักษิณ" เช็คชื่อ 15 ส.ส.เพื่อไทยย้ายพรรค

เลือดไหลไม่หยุด “ทักษิณ” ฝันแลนด์สไลด์ แต่มีชื่อ 15 ส.ส.ติดบัญชีเตรียมย้ายพรรค มีทั้งตั้งใจไปหารังใหม่ และยุทธการกดดัน ส.ส.รุ่นใหญ่ย้ายพรรค ตามแผนเปลี่ยนถ่ายเลือด คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ครอบครัวใหญ่ “ทักษิณ” ฝันแลนด์สไลด์ แต่ข่าว ส.ส.เพื่อไทย ติดบัญชีเตรียมย้ายพรรคมีมากถึง 15 คน นี่คือปรากฏการณ์เลือดไหลหรือเปลี่ยนถ่ายเลือด


เอาไม่อยู่ “ทักษิณ” ดันอุ๊งอิ๊งชิมลางสนามใหญ่ และส่งสัญญาณถึงพลพรรคเสื้อแดงว่าคนแดนไกลเอาจริง ถึงกระนั้น ก็มี ส.ส.รุ่นใหญ่บางคนปิดดีลกับค่ายสีน้ำเงินไปแล้ว


นับแต่พรรคเพื่อไทย จัดอีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย..บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม ชูลูกสาวทักษิณคือ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อดึงเอฟซีแม้ว 14 ล้านเสียงคืนกลับมา 


แม้พรรคเพื่อไทยจะดันลูกสาวทักษิณขึ้นชั้นหัวหน้าครอบครัว แต่ก็มีกระแสข่าว ส.ส.เพื่อไทย เตรียมทิ้งนายใหญ่ไปหารังใหม่ที่อบอุ่นกว่า จากการตรวจสอบข่าวในเบื้องต้นพบมี 15 ส.ส. ทั้งใน กทม. ,ภาคกลาง และภาคอีสาน 
 

ส.ส.เพื่อไทยที่ถูกขึ้นบัญชีย้ายพรรค มี 3 ลักษณะคือ กลุ่มแรก ตั้งใจจะย้ายไปสร้างอนาคตใหม่ กลุ่มที่สอง มีปัญหาขัดแย้งภายในพื้นที่ และกลุ่มที่สาม ถูกกดดันให้ย้ายออกไป


‘เด็กคุณหญิงหน่อย’
วันแรกที่มีข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โบกมือลา “ทักษิณ” ไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ก็มีข่าว ส.ส.กทม.เพื่อไทย น่าจะย้ายไปอยู่กับเจ้าแม่เมืองหลวงอย่างน้อย 2 คน เนื่องจากมีความสนิทสนมกันมายาวนาน


มาถึงวันนี้ การุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ เขต 10 แสดงเจตจำนงชัดว่าสมัยหน้าไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย ด้วยการส่งมือขวา ลงสมัคร ส.ก.ในสีเสื้อพรรคแม่หน่อย


น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพ เขต 11 ที่มีความสนิทใกล้ชิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ เหมือนเก่ง การุณ ก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อไทยมานานแล้ว 


อีก 2 รายที่ขอนแก่น ข้าวฟ่าง- สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น เขต 8 ลูกสาวพงศกร อรรณนพพร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรรคไทยสร้างไทย และบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น เขต 10 น้องชายพงศกร 


ส่วน จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี เขต 6 น้องชายต่อพงษ์ ไชยสาส์น แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ปลดป้ายเพื่อไทยในพื้นที่ออกหมดแล้ว

3 ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย ถ่ายภาพกับอนุทิน ยืนยันย้ายพรรคแน่3 ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย ถ่ายภาพกับอนุทิน ยืนยันย้ายพรรคแน่

‘หลงมนต์กัญชา’
ส.ส.เพื่อไทยย้ายไปไทยสร้างไทย “ทักษิณ” พอเข้าใจได้ แต่กรณีลูกพรรคย้ายไปภูมิใจไทย คนแดนไกลรู้สึกไม่ปลื้ม ถึงกับแฉเรื่องขบวนการดูด ส.ส.กลางคลับเฮาส์


ที่ตกเป็นข่าวไปหลายรอบแล้ว กรณี 3 ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ทั้งผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8, จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 เปิดตัวต้อนรับอนุทิน ชาญวีรกูล ในงานมหกรรมกัญชาที่ศรีสะเกษอย่างเอิกเกริก


ส่วน เสี่ยอ๋า-วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก สมัยหน้าคงพักรักษาสุขภาพ ตอนนี้ ส่งลูกชายเสี่ยอ๋อง-ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.นครนายก พรรคภูมิใจไทย 


ศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ลูกชายสายัณ นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อยู่คนละขั้วกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี แกนนำค่ายสีน้ำเงินกำลังตามจีบ มีโอกาสย้ายพรรคสูง


ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี เขต 4 มีสภาพกับศุภชัย เมื่อเครือข่าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กดดันให้ย้ายพรรค เพราะมีอดีต ส.ส.ปทุมธานีที่สนิทกับบิ๊กแจ๊สรอเสียบอยู่แล้ว แกนนำภูมิใจไทยจึงต่อสายกับชัยยันต์ ชวนให้มาร่วมงานกัน


ระดับ ส.ส. 8 สมัยอย่างไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 ก็เจออดีต ส.ว.นครพนม ติดป้ายประกบในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 3 เพราะปีกเฮียเพ้ง ระแวงไพจิตหุ้นส่วนการเมืองท้องถิ่นกับศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ อาจย้ายไปค่ายสีน้ำเงิน


นอกจาก 12 ส.ส.เพื่อไทย ที่ตกเป็นข่าวจะย้ายไปอยู่พรรคไทยสร้างไทย และพรรคภูมิใจไทย ก็ยังอีก 3 ส.ส.ค่ายเสี่ยแม้ว มีข่าวจะไปอยู่พลังประชารัฐ, เศรษฐกิจไทย และชาติไทยพัฒนา


ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 ก็ปลดป้ายเพื่อไทยแล้ว หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปเยือน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เมื่อปลายปีที่แล้ว นัยว่า ส.ส.ทายาท จะมาสานฝันลุงป้อมยึดปากน้ำโพ


หลัง วิชิต ปลั่งศรีสกุล ลาเพื่อไทย มานั่งเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคเศรษฐกิจไทย ก็มีข่าวแว่วๆว่า พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 จะย้ายตามมาอยู่พรรคเดียวกัน 


ส่วน ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 ก็ตกอยู่ในอาการเดียวกันกับไพจิต ศรีวรขาน เจอแรงกดดันให้ย้ายพรรค ก่อนสงกรานต์ สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม สายเฮียเพ้งปักป้ายเป็นว่าที่ ส.ส.นครพนม เขต 4 โดยฝ่ายนั้นบอกว่า ส.ส.ชวลิต จะย้ายไปสังกัดชาติไทยพัฒนา


ที่น่าสนใจ ปรากฏการณ์ถ่ายเลือดเพื่อไทยในภาคอีสาน อาจทำให้มี ส.ส.เพื่อไทยอีกนับสิบคน ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ หลังยุบสภาฯ

ศึกราชบุรี “ปารีณา” แยกขั้วซุ้มราชันมังกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511981

19 เม.ย. 2565

ศึกราชบุรี "ปารีณา" แยกขั้วซุ้มราชันมังกร

เลือกตั้งซ่อมราชบุรี “ปารีณา” ดันตระกูลไกรคุปต์ป้องกันแชมป์ ในวันที่ พปชร.เมืองโอ่งแยกสองขั้ว ปารีณายืนอยู่คนละมุมกับกำนันตุ้ย สามีของ บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคเดียวกัน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

กกต.กำหนดวันเลือกตั้งแล้ว “ปารีณา” รอเข็นพี่ชายลงสนาม ช่วงสงกรานต์ พล.อ.ประวิตร ไปพักผ่อนที่อังกฤษ กรรมการบริหารพรรค พปชร.มองหน้ากันเลิกลั่ก


ตระกูลไกรคุปต์ “ปารีณา” หวังป้องกันแชมป์เต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ผันเปลี่ยนรวดเร็ว พปชร.เมืองโอ่งมังกร เกิดไม่เป็นเอกภาพ 


สองก๊กค่ายลุงป้อม “ปารีณา” ยืนอยู่คนละมุมกับกำนันตุ้ย นายก อบจ.ราชบุรี ที่มีภรรยาชื่อ บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี 


ในที่สุด กกต.กำหนดวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.2565 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 โดยเปิดรับสมัครเลือกตั้งวันที่ 21-25 เม.ย.2565 แต่พรรคพลังประชารัฐก็ยังไม่มีความชัดเจน 


วันที่ 19 เม.ย.2565 ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่าจะส่งพี่ชายของปารีณา ไกรคุปต์ ลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 นั้น ยังไม่ทราบ ต้องดูรายละเอียดครั้ง และเรื่องนี้ยังไม่ได้นำเข้าหารือในกรรมการบริหารพรรค

บังเอิญสัปดาห์นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศอังกฤษ ทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ต้องรอการตัดสินใจของบิ๊กป้อมอีกที


จริง ๆ แล้ว ตระกูลไกรคุปต์ ชัดเจนแต่แรกแล้วว่า จะส่ง สีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ลงสนามแทนน้องสาว แต่ติดขัดตรงที่บิ๊กป้อมไม่เคาะ เนื่องจากมีข้อมูลมาจากคนในพรรคเดียวกัน ทำให้ต้องมานั่งทบทวนผลได้ผลเสีย หากส่งพี่ชายปารีณาลงสนาม


อย่างที่ทราบกันดี เลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส. 3 คนคือ กุลวลี นพอมรบดี เขต 1,บุญยิ่ง นิติกาญจนา เขต 2 และปารีณา ไกรคุปต์ เขต 3 โดยบุญยิ่ง-กุลวลี สังกัดกลุ่มสามมิตร แต่เอ๋ โพธาราม ก็ขึ้นกับบ้านป่ารอยต่อ

ส.ส.บุญยิ่ง เจ้าของทีมฟุตบอลราชบุรี มิตรผลส.ส.บุญยิ่ง เจ้าของทีมฟุตบอลราชบุรี มิตรผล

‘ซุ้มจอมบึง’
ในทางการเมือง “ปารีณา” ถอดแบบมาจาก ทวี ไกรคุปต์ มีความเชื่อมั่นตัวเองสูง และมีลักษณะความเป็นผู้นำ ไม่เช่นนั้นแล้ว ปารีณา คงไม่ครองใจคน อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ได้เป็นผู้แทนมา 4 สมัย


สมรภูมิการเมืองราชบุรี มีตระกูลการเมืองเก่าแก่อย่างกลิ่นประทุม และไกรคุปต์ ที่ยังมีที่ยืนอยู่ในสนามเลือกตั้ง ทวีเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ ย้ายพรรคไปเรื่อย เพราะฐานเสียงยึดติดแบรนด์ไกรคุปต์มากกว่าพรรค


ระยะหลัง ปารีณา ใกล้ชิดสนิทสนมกับนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เจ้าของตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี


ตอนเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เสี่ยนภินทร ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยการชักชวนของสรอรรถ กลิ่นประทุม และปัจจุบัน นภินทรเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา)      


ปลายปี 2563 สจ.นก- ภรมน นรการกุมพล อดีต ส.อบจ.ราชบุรี เขต อ.สวนผึ้ง ลงสมัครนายก อบจ.ราชบุรี ในสังกัดคณะก้าวหน้า และวันเปิดตัว สจ.นก ก็ไปใช้ที่ตลาดศรีเมือง จึงมีข่าวลือเรื่องเสี่ยนภินทร หนุนผู้สมัครนายก อบจ.ราชบุรี ค่ายสีส้ม


ข่าวลือยังกระพือต่อไปไกล ขนาด ส.ส.เอ๋ยังเชียร์ เพราะโยงความสัมพันธ์ของเสี่ยนภินทรกับอดีต ส.ส.ราชบุรี แต่เรื่องนี้ ปารีณาก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่เป็นความจริง


‘ซุ้มราชันมังกร’
ช่วงก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี “ปารีณา” โพสต์เฟซบุ๊กตรงไปตรงมาว่า เชียร์เสี่ยนภินทร เพราะเคารพนับถือน้ำใจกันมานาน แต่เจ้าของตลาดศรีเมืองก็ไม่ได้ลงสมัครนายก อบจ.คราวนั้น


สำหรับกำนันตุ้ย และเจ๊บุญยิ่ง ร่วมกับสมศักดิ์ เทพสุทิน สร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย เพื่อไทยและมาจอดป้ายที่พลังประชารัฐ


การเลือกตั้งท้องถิ่นหนที่แล้ว กลุ่มราชันมังกร โดยกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี และเจ้าของอาณาจักรธุรกิจกาญจนากรุ๊ป ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้รวบรวมกลุ่มการเมืองในราชบุรีให้มาร่วมทีมนายก อบจ.ราชบุรี และ ส.อบจ.ราชบุรี 


ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสรอรรถ กลิ่นประทุม, กลุ่มกำนันน้อง-เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ (น้องชายกอบกุล นพอมรบดี) รวมถึง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ทายาทเครือวงษ์พิทักษ์ อ.บ้านโป่ง


รวมถึงจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ อดีตประธานสภา อบจ.ราชบุรี (ปัจจุบันเป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี) และชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต ส.อบจ.ราชบุรี และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์


ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี กำนันตุ้ยโกยแต้มทิ้งคู่แข่งขาดลอย และได้ ส.อบจ.มาเกือบเต็มสภา นี่เป็นการประกาศศักดาของกลุ่มราชันมังกร

เนื่องจากความใกล้ชิดของตระกูลนิติกาญจนา กับ สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ คู่ปรับทางการเมืองของปารีณา จึงทำให้ตระกูลไกรคุปต์ ระแวงกำนันตุ้ยและเจ๊บุญยิ่งว่า จะไปช่วยอีกฝั่งหนึ่ง ไม่ช่วยพลังประชารัฐ