กลัวแพ้ “ชัชชาติ” หนีเงา “ทักษิณ” กระชากลงหลุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510110

01 เม.ย. 2565

กลัวแพ้ "ชัชชาติ" หนีเงา "ทักษิณ" กระชากลงหลุม

การเมือง 2 ขั้ว “ชัชชาติ” ทิ้งเพื่อไทยลงสมัครอิสระ หนีเงา “ทักษิณ” หวั่นกองเชียร์ขั้วตรงข้ามไล่ล่า ปลุกกระแสต้าน กลัวพลิกพ่ายโค้งสุดท้ายเหมือนปี 2556 คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การเมือง 2 ขั้ว “ชัชชาติ” จึงทิ้งเพื่อไทยมาลงสมัครอิสระ แต่ก็หนีไม่พ้นเงาทักษิณ เมื่อกองเชียร์ขั้วตรงข้ามตามไล่ล่าอดีตผ่านโซเชียล

คะแนน 2 ตะกร้า “ชัชชาติ” รวมกับผู้สมัครอีก 2 คน อยู่ในขั้วประชาธิปไตย และขั้วอนุรักษ์นิยมก็มีผู้สมัคร 3 คน ต่างฝ่ายต่างก็แย่งคะแนนในตะกร้าเดียวกัน

นักสังเกตการณ์การเมืองฟันธงว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 ยังหนีไม่พ้นวังวนความขัดแย้งในสังคมไทย หรือการเมือง 2 ขั้วคือ ขั้วประชาธิปไตย กับขั้วอนุรักษ์นิยม

วิเคราะห์จากผลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม.ปี 2562 ตะกร้าหนึ่ง พรรคอนาคตใหม่ 804,272 คะแนน, พรรคเพื่อไทย 604,699 คะแนน รวมแล้ว 1,408,971 คะแนน อีกตะกร้าหนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ 791,893 คะแนน,พรรคประชาธิปัตย์ 474,820 คะแนน รวม 1,266,713 คะแนน และที่เหลือเป็นพรรคอื่นๆ 426,596 คะแนน

เมื่อวิเคราะห์อย่างรอบด้าน นักสังเกตการณ์การเมืองระบุว่า น่าจะเป็นชิงดำกันระหว่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งทั้งคู่ต่างก็ต้องหาคะแนนนอกตะกร้าของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ “ชัชชาติ” และ “อัศวิน” จึงประกาศลงสมัครอิสระ ฝ่ายแรกก็ไม่อยากแบกป้ายทักษิณไปหาเสียงทำนองเดียวกันฝ่าย หลังก็ไม่อยากชูลุงตู่ให้ชาวบ้านร้านตลาดตั้งคำถาม

พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย และพลังประชารัฐ ก็จับอารมณ์กลัวทักษิณ-เบื่อลุง ของคนเมืองหลวงได้ เลยตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และส่งแต่ผู้สมัคร ส.ก. เพื่อรักษาฐานเสียงไว้สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.

จะว่าไปแล้ว คนกรุงเทพฯ อ่อนไหวต่อกระแส ไม่ว่าจะเป็นเบื่อจำลองเลือก ดร.โจ ,อยากลองใช้งานสมัคร และกลัวทักษิณ
 

  • ‘กลัวทักษิณ’

เมื่อการเมืองยังไม่เปลี่ยน “ชัชชาติ” กับเพื่อไทย จึงต้องแยกทางกัน ทั้งที่เมื่อปี 2562 ชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

ย้อนไปดูการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในรอบ 18 ปีที่ผ่าน ล้วนอยู่ในสถานการณ์การเมือง 2 ขั้วมาตั้งแต่การเลือกตั้ง 29 ส.ค.2547 อภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรคประชาธิปัตย์ ชนะปวีณา หงสกุล ผู้สมัครอิสระ

เวลานั้น ทักษิณ ชินวิตร นายกรัฐมนตรีและพรรคไทยรักไทย กำลังไล่ควบรวมพรรคการเมือง และมีอำนาจเหนือสภาฯ คนกรุงเทพฯจึงกลัวทักษิณผูกขาดอำนาจ จึงเทใจเลือกอภิรักษ์ แม้ปวีณา จะลงสมัครอิสระ แต่คนก็เชื่อว่าไทยรักไทยสนับสนุน

หลังรัฐประหาร 2549 มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 5 ต.ค.2551 พรรคพลังประชาชน ส่งประภัสร์ จงสงวน แข่งกับอภิรักษ์ ปรากฏว่า พรรค ปชป.ชนะสบายๆ ซึ่งช่วงนั้น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดทำเนียบรัฐบาลไว้ คนเมืองหลวงก็ยังกลัวทักษิณ

11 ม.ค.2552 เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทนอภิรักษ์ ที่ลาออกไป ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรค ปชป.เอาชนะยุรนันท์ ภมรมนตรี พรรคเพื่อไทยขาดลอย

เวลานั้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และกระแสความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลือง กำลังขยายวงไปในขอบเขตทั่วประเทศ

สังเกตได้ว่า พรรค ปชป.ได้โอกาสผู้บริหาร กทม.ติดต่อกันมา 3 สมัยรวด ก็มาจากกระแสคนกรุงไม่เชื่อใจทักษิณ รวมถึงสมัยที่ 4 เมื่อคุณชายหมูพลิกเอาชนะ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์

  • ‘หนีแม้ว’

“ชัชชาติ” มีประสบการณ์ตรงจากการเลือกตั้งปี 2562 ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้เห็นปรากฏการณ์ความสงบจบที่ลุงตู่ และพ่อฟ้า ทำให้พรรคเพื่อไทยคะแนนหดหาย จึงตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม.อิสระ

หากชัชชาติ ยอมสวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามผู้ว่าฯ กทม. ย่อมเลี่ยงที่จะถูกลากเข้าสู่วังวนความขัดแย้งไม่ได้ และชัชชาติเห็นคะแนนของเพื่อไทยในกรุงเทพฯ แล้ว มันไม่พอที่จะทำให้เขาชนะได้

ความเป็นอิสระของชัชชาติ ก็ถูกตั้งคำถามมากมาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ผู้ที่ชักนำชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าสู่ถนนการเมืองตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

เมื่อ 12 มี.ค.2562 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมัยที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1 ใน 3 คน พรรคเพื่อไทย ได้เปิดใจในรายการ THE STANDARD Daily ว่า เฮียเพ้ง สมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม รัฐบาลทักษิณ ในฐานะรุ่นพี่วิศวะจุฬาฯ มาชวนให้ไปช่วยงานในกระทรวงคมนาคม ระหว่างนั้น ชัชชาติรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เฮียเพ้งก็ดึงไปเป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม “ตอนนั้นมันเป็นช่วงเสี้ยววินาที เราเป็นอาจารย์อยู่ เป็นข้าราชการ แต่ต้องตัดสินใจ แต่ก็คิดว่าเราน่าจะทำประโยชน์ได้บ้าง แล้วเราก็บ่นนักการเมืองมาเยอะ พอมีโอกาสแล้วไม่ทำก็คงบ่นเขาได้ไม่เต็มปาก แต่การเมืองก็เปลี่ยนชีวิตตัวเองไปเยอะ เพราะต้องลาออกจากราชการ”

นับแต่ชัชชาติ ประกาศจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และขอลุยในนามอิสระ เพื่อนพ้องน้องพี่ในเครือข่ายวิศวะจุฬาฯ หรือจุฬาคอนเนกชั่น ก็ช่วยชัชชาติเต็มที่

โค้งสุดท้าย ชัชชาติเจอเกมใต้ดินเรื่องวิศวะจุฬาคอนเนกชั่น และลามไปถึงคนแดนไกลอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะชื่อทักษิณยังทำให้คนเมืองหลวงมีอาการแหยง พอๆกับชื่อลุงตู่ที่คนก็เบื่อเต็มที

ส่องสนาม ส.ก. “สุชัชวีร์” มีแต้มต่อ “เพื่อไทย” เหนือค่ายหน่อย-ลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510086

01 เม.ย. 2565

ส่องสนาม ส.ก. "สุชัชวีร์" มีแต้มต่อ "เพื่อไทย" เหนือค่ายหน่อย-ลุงป้อม

ส่อง ส.ก.ค่าย ปชป. “สุชัชวีร์” มีแต้มต่อ “เพื่อไทย” เพราะเต็มไปด้วย ส.ก.บ้านใหญ่ ได้เปรียบคนรุ่นใหม่จากไทยสร้างไทย ,พลังประชารัฐ ,ก้าวไกล และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ คอลัมน์ท่องยุทธ โดยขุนน้ำหมึก

พึ่งฐาน ส.ก. “สุชัชวีร์” มีต้นทุนสู้กระแสชัชชาติ-วิโรจน์ ส่องค่าย ปชป. เต็มด้วยไป ส.ก. 4-5 สมัย บางเขตเป็นบ้านใหญ่ในเมืองหลวง

ดวลแชมป์สภาเมืองหลวง “สุชัชวีร์” นำทัพ ส.ก. เจอคู่แข่งเพื่อไทย ,ไทยสร้างไทย ,พลังประชารัฐ และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ มินับรวมทีมคนรุ่นใหม่ค่ายสีส้ม

การเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม.(ส.ก.) ปี 2565 ต่างจากการเลือกตั้ง ส.ก.หนล่าสุดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว จาก 50 เขต ส.ก. 61 คน ลดเหลือ 50 เขต ส.ก. 50 คน โดยไม่มีสมาชิกสภาเขต

พลิกแฟ้มเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) 50 เขตพื้นที่ 61 เขตเลือกตั้ง เมื่อ 30 ส.ค.2553 ผลปรากฏว่า จำนวน ส.ก. 61 คน แยกเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 45 คน ,พรรคเพื่อไทย 15 คน และผู้สมัครอิสระ 1 คน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมา 12 ปี อดีต ส.ก.พรรค ปชป.ทั้ง 45 คน มีบางคนขยับไปสมัคร ส.ส. ,หลายคนย้ายไปสมัคร ส.ส.กทม. ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 2562 ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก.หนนี้ ก็มีอดีต ส.ก.ค่ายสีฟ้า ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย, พรรคไทยสร้างไทย และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ

อย่างไรก็ตาม อดีต ส.ก.เกือบ 20 คน ก็ยังอยู่กับ ปชป. และเป็นกองหนุนสำคัญของ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในสมรภูมิชิงเมืองหลวง

พรรคเพื่อไทยยังมีอดีต ส.ก.นับสิบคนลงสนาม เช่นเดียวกับพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่มี ส.ก.เก่ายกทีมมาร่วมงานด้วยหลายคน

  • ‘รวมพล ส.ก.เก่า’

แม้การสำรวจความนิยมของหลายสำนักระบุว่า “สุชัชวีร์” จะห่างจากชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แบบไม่ได้ลุ้น แต่การต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง อะไรก็เกิดขึ้นได้ และพรรค ปชป.มีต้นทุนฐานเสียงเดิมใน กทม.อยู่ไม่ใช่น้อย


นับแต่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จนมาถึงยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัย พรรค ปชป.ก็กุมเสียงข้างมากในสภา กทม.เช่นกัน

วันนี้ในทีมผู้สมัคร ส.ก.ค่ายสีฟ้า จึงเห็น ผุสดี วงศ์กำแหง อดีต ส.ก.เขตราชเทวี 5 สมัย, อมรเทพ เศตะพราหมณ์ อดีต ส.ก.เขตยานนาวา 5 สมัย และ สุธา นิติภานนท์ อดีต ส.ก.เขตภาษีเจริญ 5 สมัย ลงสนามสู้กับผู้สมัคร ส.ก.คนรุ่นใหม่จากหลายพรรค

ตามมาด้วย พินิจ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์, ประสิทธิ์ รักสลาม อดีต ส.ส.เขตวัฒนา, นฤมล รัตนาภิบาล อดีต ส.ก.เขตบางกะปิ, ธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล อดีต ส.ก.เขตประเวศ, ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ อดีตส.ก.เขตบางบอน,สารัช ม่วงศิริ อดีต ส.ก.เขตบางขุนเทียน, วิรัช คงคาเขตร อดีต ส.ก.เขตบางกอกใหญ่,สมชาย เต็มไพบูลย์กุล อดีต ส.ก.เขตคลองสาน และนภาพล จีระกุล อดีต ส.ก.เขตบางกอกน้อย

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กับทีม ส.ก.50 เขตดร.เอ้ สุชัชวีร์ กับทีม ส.ก.50 เขต

นอกจากนี้ สุไหง แสวงสุข อดีต ส.ก.ผูกขาดเขตทวีวัฒนา ส่งลูกชาย ประเวช แสวงสุข ลงสนามแทน,อภิมุข ฉันทวานิช อดีต ส.ก.เขตบางคอแหลม ก็ส่งตัวแทนเหมือนกัน และ เจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต ส.ส.กทม.ส่งลูกสาว นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ลงสมัคร ส.ก.เขตป้อมปราบศรัตรูพ่าย แทนบิดา เอก จึงเลิศศิริ อดีต ส.ก.

  • ‘ค่ายสีแดงพรึ่บ’

เห็นมีอดีต ส.ก.ค่าย ปชป.ทิ้ง “สุชัชวีร์” ไปซบค่ายเพื่อไทยหลายคน เที่ยวนี้ มาดามแจ๋น พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รับบทแม่ทัพเมืองหลวง ได้คัดสรรคนรุ่นใหม่ลงสมัคร ส.ก.สู้ศึกตามเทรนด์ใหม่ แต่ก็มีอดีต ส.ก.นับสิบคนที่ลงสนามด้วย

เริ่มจากเฮียล้าน สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย, ศิริพงษ์ ลิมปิชัย อดีต ส.ก.เขตดุสิต 4 สมัย,กวี ณ ลำปาง อดีต ส.ก.เขตพญาไท, กนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต ส.ก.เขตดอนเมือง, สายัณต์ จันทร์เหมือนเผือก อดีต ส.ก.เขตบางเขน, ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ก.เขตคันนายาว, วิรัตน์ มีนชัยนันท์ อดีตส.ก.มีนบุรี, ไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ก.หนองจอก และนวรัตน์ อยู่บำรุง อดีต ส.ก.หนองแขม 6 สมัย

จะว่าไปแล้ว “มาดามแจ๋น” ได้คัดสรรผู้สมัคร ส.ก.คนรุ่นใหม่มาแต่กลางปีที่แล้ว พร้อมกับเปิดตัวทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงโควิด ซึ่งแกนนำเพื่อไทย มั่นใจว่า ส.ก.เพื่อไทย จะแลนด์สไลด์ตามกระแสชัชชาติ

  • ‘ค่ายวังทองหลาง’

ที่น่าสนใจ มีอดีต ส.ก.เพื่อไทย ย้ายมาพรรคไทยสร้างไทยเพียง 2 คน ตรงกันข้ามกลับมี อดีต ส.ก.พรรค ปชป.ย้ายมาซบคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มากกว่า

30 ปีบนถนนการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ จะผูกพันอยู่กับสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ นับแต่พรรคพลังธรรม จนมาถึงพรรคไทยรักไทย จึงช่ำชองในสมรภูมินี้ และเชื่อมั่นว่า “น.ต.ศิธา ทิวารี” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคจะได้รับชัยชนะ

สำหรับผู้สมัคร ส.ก.พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 90 เป็นคนหนุ่มสาวไฟแรง ที่ทำงานในพื้นที่มานานแล้ว นอกนั้นก็มีอดีต ส.ก.จาก ปชป.ย้ายมาสมทบอย่าง พรพิมล คงอุดม อดีต ส.ก.เขตบางซื่อ,ประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก.เขตบางกะปิ,สายรุ้ง ปิ่นโมรา อดีต ส.ก.เขตคลองสาน,ไสว โชติกะสุภา อดีต ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ และรัตติกาล แก้วเกิดมี อดีต ส.ก.เขตสายไหม

มีอดีต ส.ก.เพื่อไทย 2 คนย้ายมาซบคุณหญิงหน่อยคือ พนา วุฒิเดช อดีต ส.ก.เขตดอนเมือง มือขวาเก่ง การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. และวิชัย หุตังคบดี อดีต ส.ก.เขตธนบุรี หลายสมัย

  • ‘ค่ายลุงป้อมเหงา’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว มีอดีต ส.ก.พรรค ปชป.ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. 2 คน ได้แก่ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ และกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา

ดังนั้น ธวัชชัย ปิยนนทยา อดีต ส.ก.เขตสาทร ที่ย้ายมาจาก ปชป.มาเป็นแกนนำทัพ ส.ก.พลังประชารัฐ ที่มีอดีต ส.ก.หลายคนลงสนาม อย่างอนงค์ เพชรทัต อดีต ส.ก.เขตดินแดง,พ.ต.ท.วันชัย ฟักเอี้ยง อดีต ส.ก.เขตตลิ่งชัน, ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ อดีต ส.ก.เขตพระโขนง และวิรัช อินช่วย อดีต ส.ก.เขตคลองสามวา

เนื่องจากมีการตั้งกลุ่มรักษ์กรุงเทพ หนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จึงทำให้ผู้สมัคร ส.ก.ของพลังประชารัฐ และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ต้องมาแข่งขันตัดคะแนนกันเอง

ภาพรวมของสนามเลือกตั้ง ส.ก. พรรค ปชป.ยังดูเหนือกว่าพรรคอื่น เนื่องจากมีอดีต ส.ก.สมัยที่แล้ว ลงสนามหลายสิบคน หากเกิดกระแสชัชชาติแลนด์สไลด์จริง ส.ก.ค่ายเพื่อไทยคงเข้าสภาฯเป็นแผง

บ้านใหญ่ขาลง “ปรเมศวร์” พ่วง “สนธยา” สู้นิวโหวตเตอร์สีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510013

31 มี.ค. 2565

บ้านใหญ่ขาลง "ปรเมศวร์" พ่วง "สนธยา" สู้นิวโหวตเตอร์สีส้ม

ป้องกันแชมป์ “ปรเมศวร์” ตัวแทน “สนธยา” บ้านใหญ่ชลบรี ลุยศึกนายกเมืองพัทยา เจอกระแสคนรุ่นใหม่ นิวโหวตเตอร์ 8 หมื่นเสียง เป็นตัวแปรสนามพัทยา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ป้องกันแชมป์ “ปรเมศวร์” ตัวแทน “สนธยา” บ้านใหญ่แสนสุข ลุยสนามเมืองพัทยา ปีนี้ บริบทการเมืองเปลี่ยน “นิวโหวตเตอร์” 8 หมื่นเสียงคือตัวแปร

ก้าวหน้าท้ารบ “ปรเมศวร์” กลุ่มรักพัทยา อาจทำให้การสร้างสถิตินายกเมืองพัทยา เป็นคนบ้านใหญ่สมัยที่ 4 ไม่เกิดขึ้น


บังเอิญสนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ถูกกำหนดเลือกพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คือ 22 มี.ค.2565 จึงมีสื่อส่วนกลางให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

จริงๆแล้ว ประชากรเมืองพัทยา 4 ตำบล มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 116,546 ราย และในนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง(อายุ 18 ปีขึ้นไป) รวม 83,183 ราย

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง มีนายกฯ 3 คนคือ ครั้งที่ 1 วันที่ 27 มี.ค.2547 นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มไทยรักไทยพัทยา, ครั้งที่ 2 วันที่ 4 พ.ค.2551 อิทธิพล คุณปลื้ม และครั้งที่ 3 วันที่ 17 มิ.ย.2555 อิทธิพล คุณปลื้ม กลุ่มเรารักษ์พัทยา

สำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 เมื่อการเปิดรับสมัครไปแล้ว ปรากฏว่า ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ กลุ่มเรารักษ์พัทยา หมายเลข 1 ,ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 2 ,กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย คณะก้าวหน้า หมายเลข 3 และสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มพัทยาร่วมใจ หมายเลข 4

เมื่อปี 2555 อิทธิพล คุณปลื้ม กลุ่มเรารักษ์พัทยา ก็ได้หมายเลข 1 แต่ปีนั้น อิทธิพล ไม่มีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และกำนันเป๊าะ ยังมีชีวิตอยู่ บ้านใหญ่แสนสุข ยังเป็นเอกภาพ

พ.ศ.นี้ ได้เกิดกลุ่มพลังใหม่ของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ขึ้นมาเป็นคู่เปรียบเทียบกับกลุ่มบ้านใหญ่ ซึ่งตอนแรก มีข่าวสุชาติ จะไปสนับสนุนกลุ่มอดีตนายกฯ นิรันดร์ เนื่องจากมีความขัดแย้งกับสนธยา คุณปลื้ม แต่ภายหลัง อิทธิพล คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุขเคลียร์ใจกับเสี่ยเฮ้งแล้ว

  • ‘ฉลามเบียร์’

สนธยามองเกมข้ามช็อตส่ง “ปรเมศวร์” ลงสนามนายกเมืองพัทยาแทน เพราะมีศึกเลือกตั้ง ส.ส.รออยู่ข้างหน้า จะอยู่พลังประชารัฐ หรือจะกลับพลังชล

“เบียร์-ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” ลูกชายของ สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ หรือ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี 3 สมัย และดูแลพื้นที่ อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ และ อ.เกาะสีชัง

ปี 2554 “เบียร์ ปรเมศวร์” ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชลบุรี เขต 7 สมัยแรกในนามพรรคพลังชล และสันตศักดิ์ หรือจรูญ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ปี 2562 เลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 7 เสี่ยเบียร์พลาดท่าสอบตกแบบไม่น่าเชื่อ

ธนาธร ลุยหาเสียงผู้สมัครนายกเมืองพัทยา คณะก้าวหน้าธนาธร ลุยหาเสียงผู้สมัครนายกเมืองพัทยา คณะก้าวหน้า

ถ้ากลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี ต้องสู้กับนิรันดร์ วัฒนศาสตรสาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ก็คงไม่เท่าไหร่ เพราะมวยรู้ทางกัน ซึ่งตอนเลือกตั้งปี 2562 นิรันดร์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และจัดทีม ส.ส.ชลบุรี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหวนกลับมาส่งน้องชายชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยา

นิรันดร์เป็นนายกเมืองพัทยาคนแรก ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยการสนับสนุนของกำนันเป๊าะ ในนามไทยรักไทยพัทยา เมื่อกำนันเป๊าะวางมือ นิรันดร์ก็แยกทางกับบ้านใหญ่

  • ‘นิวโหวตเตอร์’

คู่แข่งที่น่ากลัวของ “ปรเมศวร์” จึงกลายเป็นคณะก้าวหน้าพัทยา ที่มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จับมือจิรวุฒิ สิงห์โตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี เป็นกองหนุน

บ๊อบ-กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย แกนนำกลุ่มพัทยาฟิวเจอร์ อาจดูโนเนมในสนามการเมืองที่เป็นลักษณะท้องถิ่นอุปถัมภ์ แต่คณะก้าวหน้าก็มั่นใจในฐานเสียงสีส้ม เนื่องจากเลือกตั้งปี 2562 สนามชลบุรี เขต 7 กวินนาถ ตาคีย์ พรรคอนาคตใหม่ เฉือนชนะปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พรรคพลังประชารัฐ 3 พันคะแนน

อีกด้านหนึ่ง คณะก้าวหน้า ได้ นิชนันท์ วังคะฮาต แกนนำแดงแหลมฉบัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 8 (สัตหีบ) ที่ลาออกจากเพื่อไทยมาสังกัดก้าวไกล และลงลุยช่วยหาเสียงเมืองพัทยา

ถ้าจำกันได้ ยุคแดงทั้งแผ่นดิน เมืองชลบุรี มีแกนนำคนเสื้อแดงชื่อดัง 2 คนคือ จุรีพร สินธุไพร แดงพัทยา และนิชนันท์ วังคะฮาต หัวหน้าสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง 88.75 FM แหลมฉบังพีเพิลเรดิโอ

เบื้องหลังชัยชนะของอนาคตใหม่ที่เขต 7 ชลบุรี มาจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ทำให้คนเสื้อแดงและเอฟซีเพื่อไทยเทคะแนนให้กวินนาถ ค่ายสีส้มจึงผงาดแถวบางละมุงและพัทยา

การเลือกตั้งเมืองพัทยาปีนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา จึงไม่ได้หนุนกลุ่มใด ดังนั้น การที่คณะก้าวหน้า ได้นิชนันท์ แกนนำแดงแหลมฉบังมาช่วยอีกแรง ก็คงเคลียร์ปัญหาคนเสื้อแดงพัทยาไปได้

เหนืออื่นใด เมืองพัทยา มีนิวโหวตเตอร์ 8 หมื่นเสียง หากคณะก้าวหน้าดึงเสียงส่วนใหญ่ของนิวโหวตเตอร์มาได้ ก็อาจพลิกเกมเอาชนะบ้านใหญ่ได้

“ชัชชาติ” เต็งหนึ่ง “วิโรจน์” ตีตื้น พ่วงอัศวิน-ดร.เอ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509991

31 มี.ค. 2565

"ชัชชาติ" เต็งหนึ่ง "วิโรจน์" ตีตื้น พ่วงอัศวิน-ดร.เอ้

สมรภูมิไฟลุก “ชัชชาติ” ออกสตาร์ทนำหน้าคู่แข่ง “วิโรจน์” ไล่บี้ ตามด้วยอัศวิน และสุชัชวีร์ เกจิการเมืองฟันธง มี 4 เบอร์ มีโอกาสเข้าทำเนียบเสาชิงช้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปี่กลองดังแล้ว “ชัชชาติ” ออกสตาร์ทนำหน้าคู่แข่ง ตามมาด้วยวิโรจน์ ,สุชัชวีร์ และอัศวิน เกจิการเมืองฟันธง มี 4 เบอร์เท่านั้นที่มีโอกาสเข้าทำเนียบเสาชิงช้า

9 ปีที่รอคอย “ชัชชาติ” หรือวิโรจน์ จะเป็นสินค้าใหม่ที่คน กทม.อยากทดลองหรือไม่ เหมือนยุคหนึ่งที่สินค้าแบกะดินอย่างมหาจำลอง เคยได้รับโอกาสนั้น

สนามปราบเซียน “ชัชชาติ” อาจได้เป็นแค่ผู้ว่าฯ กทม.ในนิด้าโพล หากมีกระแสเปลี่ยนเกม ที่ทำให้คนเมืองหลวงเปลี่ยนใจในโค้งสุดท้าย

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มี.ค.2565 หลังห่างหายจากการเลือกตั้งมา 9 ปี

“การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” ครั้งล่าสุด (3 มี.ค.2556) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ เฉือนชนะ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคเพื่อไทย คว้าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 15

สำหรับ “ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.” ที่เป็นคนดัง ได้จับหมายเลขใช้หาเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาทิ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล หมายเลข 1, สกลธี ภัททิยกุล อิสระ หมายเลข 3, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อิสระ หมายเลข 6, รสนา โตสิตระกูล อิสระ หมายเลข 7 ,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อิสระ หมายเลข 8 และน.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 11

นักสังเกตการณ์ทางการเมืองต่างฟันธงว่า จะมีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เพียง 4 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสกำชัยชนะคือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

  1. ‘ชัชชาติ-เพื่อไทย’

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ถูกวางให้เป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่” มาโดยตลอด โดยเฉพาะทุกสำนักโพลต่างยกให้ “ชัชชาติ” มาอันดับ 1

ทีมงานเพื่อนชัชชาติ ได้ปรับภาพจำรัฐมนตรีบุรุษที่แข็งแกร่งสุดในปฐพีในอดีต ให้มีภาพลักษณ์ใหม่เป็นคนทำงาน เน้นบุคลิกภาพผู้บริหารมืออาชีพ,ไม่ทะเลาะ และพร้อมแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ที่น่าสนใจ ชัชชาติ ได้ดึง พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. ,นิคม ไวรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตรองปลัดกรุงเทพมหานคร และปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ มาเป็นที่ปรึกษา และช่วยหาเสียงในพื้นที่

ความเป็นอิสระของ “ชัชชาติ” นั้น เป็นกลยุทธ์ที่ต้องการขยายฐานเสียงให้กว้างออกไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ ชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

ชัชชาติ มาแรงชัชชาติ มาแรง

สอดรับกับพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ส่งผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต โดยมี “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก. ซึ่งพวงเพ็ชรเป็นสายตรงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคนสนิทของเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล

ใครก็รู้ว่า “เฮียเพ้ง” ผู้มากบารมีพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ที่ชักนำ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เข้าสู่ถนนการเมืองตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย และผลักดันให้เป็น รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์

  • ‘ดีเอ็นเอสีส้ม’

ออกตัวช้ากว่า “ชัชชาติ” แต่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ก็มาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะฐานเสียงเดิมของอนาคตใหม่ บวกนิวโหวตเตอร์ 7 แสนคน จะเป็นตัวชี้ขาดชัยชนะของพลพรรคค่ายส้มหวาน

วิโรจน์ ก้าวไกล คะแนนดีวันดีคืนวิโรจน์ ก้าวไกล คะแนนดีวันดีคืน

“วิโรจน์” มีจุดเด่นเป็นนักการเมืองดีเอ็นเอก้าวไกล ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส. และโชว์ลีลาดาวสภาฯรุ่นใหม่ จึงมีคำขวัญพร้อมชนทุกปัญหา ดังจะเห็นได้จากปฏิบัติการทวงคืนสนามหลวง เป็นนโยบายที่แหลมคม และละเอียดอ่อน มีเสียงตอบรับจาก “นิวโหวตเตอร์” ของเขาคือคนรุ่นใหม่

การเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ 804,272 คะแนน จากสนามกรุงเทพฯ และมี ส.ส.กทม. 9 คน นี่คือต้นทุนของวิโรจน์

ช่วง 2 ปีมานี้ การเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร และเครือข่าย ได้ปลุกกระแสความตื่นตัวทางการเมืองของเยาวชนคนหนุ่มสาว ซึ่งทีมงานก้าวไกลก็คาดหวังเสียงสนับสนุนจากฐานคนรุ่นใหม่ จึงเน้นการหาเสียงเชิงอุดมการณ์เคียงคู่การขายนโยบายใหม่ๆ

  • ‘อัศวินเมืองหลวง’

เซียนการเมือง ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ชี้ “ชัชชาติ” น่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.โพล แต่ม้ามืดต้องยกให้ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ แต่ก็มีกลุ่มรักษ์กรุงเทพ เป็นกองหนุน

กองบัญชาการสู้รบของ พล.ต.อ.อัศวิน ตั้งอยู่ที่ตึกรักษ์กรุงเทพฯ แถว ถ.บรมราชชนนี โดยมี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรคไทยภักดี เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง และถาวร เสนเนียม เป็นที่ปรึกษา

จุดแข็งของ พล.ต.อ.อัศวิน อยู่ที่ทีมงานผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ โดยการนำของ “เฮียต่าย คลองเตย” ที่ได้ทำงานจิตอาสาในพื้นที่ กทม.มาเป็นเวลา 2 ปี

  • ‘สปิริตพรรคเก่าแก่’

การหยั่งเสียงผ่านโพลหลายสำนัก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ มีคะแนนนิยมเป็นรอง “ชัชชาติ” หลายช่วงตัว หาก ดร.เอ้หวังเบียดชนะ ก็ต้องปลุกกระแสสปิริตชาว ปชป.เมืองหลวงให้คืนกลับมา

ดร.เอ้ หรือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัวช้ากว่าคู่แข่งตัวเต็ง จึงต้องพึ่งพาฐานเสียงของ ปชป.เป็นสำคัญ

ดร.เอ้ จะมีโอกาสชนะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวแปรฐานเสียง ปชป.เมืองหลวง ที่เคยเทไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จะหวนกลับมาเลือก ปชป. เนื่องจากเลือกตั้งปี 2562 สนาม กทม. พลังประชารัฐได้ 791,893 คะแนน ส.ส.12 คน แต่ ปชป.กลับได้ 474,823 คะแนน ไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียว

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2554 ปชป.ได้ 1,356,672 คะแนน เปรียบเทียบกับปี 2562 แสดงว่า ฐานคะแนนของ ปชป.ได้หายไป 9 แสนคะแนน

ถ้าชาว ปชป.รวมใจกันเลือก ดร.เอ้ ก็อาจพลิกเข้าป้ายเหมือนปี 2556 ที่คุณชายหมูเอาชนะพล.ต.อ.พงศพัศ ไปแบบเฉียดฉิว

เกมรบซ่อนกลลวง “สุเทพ” ซุ่มปั้นพรรคใหม่รอ “ประยุทธ์” ไฟเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509929

30 มี.ค. 2565

เกมรบซ่อนกลลวง "สุเทพ" ซุ่มปั้นพรรคใหม่รอ "ประยุทธ์" ไฟเขียว

ออกอาการสะดุด “สุเทพ” ซุ่มปั้นรวมไทยสร้างชาติ รองรับ “ประยุทธ์” สะเทือนประมุขบ้านป่ารอยต่อ ต้องเบรกเกมทัพ กปปส.พาเหรดเข้าพรรคใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ออกอาการสะดุด “สุเทพ” เตรียมปั้นรวมไทยสร้างชาติ รองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เจอเบรกเกมเปิดตัวแกนนำตัวจริง ต้องรอไปก่อน

ลับลวง “สุเทพ” ดันแรมโบ้ออกหน้าท้ารบ เบื้องหลังฉากมีการต่อสายอดีต ส.ส.ปชป.สายมวลมหาประชาชนให้มาร่วมช่วยกัน

การเคลื่อนไหวของ “สุเทพ” ย่อมทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่สบายใจ แต่หากไม่มีการขยับ คนในบ้านป่ารอยต่อ ก็เล่นเกมสองหน้าไม่เลิก

จากกรณีการประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 31 มี.ค.2565 ที่อาคารหอประชุมใหญ่ (BTU Hall) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พร้อมกระแสข่าวการเปิดตัวแกนนำระดับบิ๊กเนม

วันที่ 30 มี.ค.2565 นักข่าวเจอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงสอบถามเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมานั่งในตำแหน่งสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งจะมีการเปิดตัวแกนนำพรรคฯ ในวันที่ 31 มี.ค.นี้

พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้ นายกฯจะไปไหน นายกฯจะอยู่กับผม” เมื่อนักข่าวถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังอยู่พรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบทันที “ใช่ นายกฯ อยู่กับผมนี่แหละ”

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากคณะผู้ก่อการพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ผู้ใหญ่ในรัฐบาลมีคำสั่งให้ระงับการเปิดตัวแกนนำคนสำคัญที่จะเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค โดยจะเป็นการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อดำเนินการด้านธุรการเท่านั้น

ดังนั้น กรณีที่มีข่าวว่า พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค รวมถึงอดีต ส.ส.กลุ่ม กปปส. ก็คงยังไม่เข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

มีข้อน่าสังเกต เดิมทีการประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะจัดที่สโมสรราชพฤกษ์ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การประชุมไปเป็นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา ซึ่งเป็นของมารดาดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาติไทย

  • ‘แต่งตัวรอ’

พลันที่แรมโบ้อีสานชงพรรครวมไทยสร้างชาติ “สุเทพ” เป็นคนแรกๆ ที่ออกมาสนับสนุนการตั้งพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ถัดมา มีข่าวว่า “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลูกเลี้ยงของสุเทพ จะมาร่วมงานกับพรรคนี้ด้วย

ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง จะได้เป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง จะได้เป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่

เมื่อเร็วๆนี้ เอกนัฏโพสต์เฟซบุ๊กประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสทำงานมากว่า 10 ปี พร้อมทิ้งท้ายว่า “จะทำงานการเมืองต่อไป” ทุกคนก็คาดว่า เอกนัฏจะไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 22 มี.ค.2565 ที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)เสนอแต่งตั้ง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

แสดงว่า เอกนัฏ คงไปฝึกวิทยายุทธ์อยู่ที่บอร์ดอวกาศของกระทรวง อว.ไปพลางๆก่อน เหมือน “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ” ที่ยังนั่งอยู่ทำเนียบรัฐบาล ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

ดังนั้น พีระพันธุ์จึงบอกกับนักข่าวว่า ยังไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และยังเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคอยู่ ส่วนเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ คงต้องไปอีกสักระยะหนึ่ง

  • ‘รปช.รอเปลี่ยน’

การเคลื่อนไหวหลังม่านของ “สุเทพ” ในภารกิจรวมไทยสร้างชาติ จึงมีคำถามว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะเอายังไงในอนาคต

เมื่อปลายปีที่แล้ว พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้จัดประชุมใหญ่ที่อาคารหอประชุมใหญ่ (BTU Hall) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ซึ่งที่ประชุมได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นหัวหน้าพรรค และดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง

ที่น่าสังเกต มีการแจ้งย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรค จากเดิมตั้งอยู่ที่อาคารทูแปซิฟิคเพลส ชั้น 21 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 29 ซอยเพชรเกษม 102/3 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค ซึ่งเป็นที่มั่นของเลขาธิการพรรคคนใหม่

“ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง” เป็นลูกชายบังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยที่ผ่านมา บังอรเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้นำมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตั้งแต่สมัยที่เป็นวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

การเลือกตั้งปี 2562 “ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์” ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะลาออกมา และย้ายเข้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน

เมื่ออาจารย์อเนก ได้เป็นรัฐมนตรีการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดวงฤทธิ์ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการรัฐมนตรี และโฆษกกระทรวง อว.


ประมาณกลางเดือน มี.ค.2565 มีกระแสข่าวว่า “ลุงตู่” ส่งซิกให้มีการทาบทาม ดร๊าฟย้ายเข้าสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และจะได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม การประชุมใหญ่นัดแรกวันที่ 31 มี.ค.2565 น่าจะมีตัวละครอย่าง “เสกสกล อัตถาวงศ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมกับสองพ่อลูกตระกูลอดิเรกสาร “ปองพล-ปรพล” เป็นตัวชูโรงไปก่อนเป็นการชั่วคราว

ส่วนทัพหลวงของสุเทพ เทือกสุบรรณ น่าจะรอดูสถานการณ์ในวันข้างหน้า เพราะยามนี้ ลุงป้อมกับลุงตู่เคลียร์ใจกันได้ และฝ่ายบ้านป่ารอยต่อให้ความมั่นใจว่า จะหนุน “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

รบไปเจรจาไป “ทักษิณ” อุ้ม “อุ๊งอิ๊ง” ฝ่าด่าน ส.ว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509910

30 มี.ค. 2565

รบไปเจรจาไป "ทักษิณ" อุ้ม "อุ๊งอิ๊ง" ฝ่าด่าน ส.ว.

วัดใจคนไทย “ทักษิณ” ขอโอกาสให้ “อุ๊งอิ๊ง” วันนี้ไม่มีการเจรจากับ 3 ป. แต่วันหน้าเห็นด้วยกับลุงป้อม ทุกอย่างต้องรอผลเลือกตั้งสมัยหน้า การเจรจาคือทางออกของบ้านเมือง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัดเจนแล้ว “ทักษิณ” อุ้มลูกสาวคนเล็กลุยสมรภูมิชิงทำเนียบ หากอุ๊งอิ๊งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่หวั่นรัฐประหาร เพราะมีบ้านอยู่หลายประเทศ มีเครื่องบินส่วนตัว

วัดใจคนไทย “ทักษิณ” ขอโอกาสครั้งสุดท้าย ยันไม่มีการเจรจา ไม่มีดีลลับกับพี่น้อง 3 ป. แต่เห็นด้วยกับ พล.อ.ประวิตร ที่บอกทุกอย่าง ต้องรอผลการเลือกตั้งสมัยหน้า

ยอมรับสภาพ “ทักษิณ” ชี้พรรค ส.ว.ใหญ่ที่สุด และความเป็นจริงในสนามเลือกตั้งสมัยหน้า ยากที่เพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ ทางออกคือการเจรจา

เอาเข้าจริง คนไทยทั้งประเทศแทบไม่มีใครสนใจว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยจะพูดว่าอย่างไร เพราะตัวจริงเสียงจริงจะโผล่มาในคืนวันอังคาร (อังคารเว้นอังคาร) และทุกคำพูดล้วนส่งสัญญาณทิศทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

คืนวันอังคารที่ 29 มี.ค.2565 ช่วงท้ายของรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse ที่มีนักข่าวและผู้คนสนใจกันมาก เพราะทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม จะเปิดโอกาสให้คนทางบ้านได้ถามในทุกเรื่อง

สรุปว่า คืนอังคารที่ผ่านมา โทนี่ตอบคำถามสำคัญอยู่ 2 ประเด็นคือ กรณีอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนั้น จะลุยสมรภูมิเลือกตั้งในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และกรณีการเจรจากับพี่น้อง 3 ป. ในวันนี้โทนี่บอกสาบานได้ว่าไม่มี แต่เห็นด้วยกับ พล.อ.ประวิตร ต้องรอผลเลือกตั้ง

  • ‘ท้ายึดอำนาจ’

มีเสียงวิจารณ์เรื่องอุ้มลูกสาวลงสู่สนามการเมืองเป็นสายล่อฟ้า “ทักษิณ” ดูจะไม่สนใจฟังเสียงนกเสียงกา ถ้าประชาชนเลือก ก็ไม่มีอะไรจะขวางทางอุ๊งอิ๊งได้

ช่วงท้ายรายการ CARE Talk อดีตผู้ประกาศวอยซ์ทีวี ถามโทนี่ ว่าจะทำอย่างไรให้อุ๊งอิ๊ง ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย มีภูมิคุ้มกันทางการเมือง

โทนี่ตอบแบบกั๊กๆ ทำนองว่า “อุ๊งอิ๊ง” เป็นเด็กหัวใจประชาธิปไตย และพยายามเอาแนวทางเทคโนโลยีมาเสริมให้พรรคเพื่อไทย ไม่ได้คิดจะเป็นนักการเมืองและเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยังไม่รู้เล่นการเมืองหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่เขาจะใส่ความคิด

วันที่ 24 เม.ย.2565 พรรคเพื่อไทยจะประชุมใหญ่พรรค “อุ๊งอิ๊ง” จะพูดเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายไปทำเรื่องซอฟท์เพาเวอร์ และจะแนะนำให้พรรคเพื่อไทยไปไหนอย่างไร ตามแนวของคนรุ่นใหม่ ที่คิดเรื่องเทคโนโลยีใหม่

“ถ้าสมมติว่าเขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ จริง ประชาชนเกิดเลือกขึ้นมาเต็มที่แล้ว และได้เป็นจริง ถามว่ากลัวจะมีชะตากรรมเหมือนผมและคุณปู(ยิ่งลักษณ์)ไหม ผมว่า วันนี้ต้องถามประชาชน 16 ปีที่ผ่านมาช้ำพอหรือยัง ระบบพังไป เศรษฐกิจพังไป ครอบครัวพังไป เป็นหนี้เป็นสินมหาศาลจากการล้มลุกคลุกคลาน จากการปฏิวัติแล้วปฏิวัติอีก ถามว่าประชาชนเข็ดไหม ถ้าไม่เข็ดไม่เป็นไร มีอีกทีไม่เป็นไร”

โทนี่ยังย้ำประเด็น “อุ๊งอิ๊ง” กับชะตากรรมซ้ำรอยเดิม คือหากอุ๊งอิ๊งเป็นนายกรัฐมนตรี อาจนำมาสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ และจบด้วยรัฐประหาร เขาก็ไม่กลัว

“…ลูกอยากทำสานเจตนารมณ์ของพ่อ อยากให้ชาวบ้านหายความยากจนจริงๆ อยากจะทำต่อเป็นเรื่องของลูก ผมเป็นพ่อที่รักลูกให้ความอบอุ่นกับลูก และพร้อมปกป้องลูก ไม่มีปัญหาครับ เครื่องบินส่วนตัวก็มี มีบ้านอยู่หลายประเทศ บินมาปุ๊บ สบาย ไม่เคยกลัว ดังนั้น อย่ามาขู่ เรื่องกลัว ไม่มีกลัว”

  • ‘อภิมหาดีลลับ’

เรื่องอภิมหาดีลลับระหว่างขั้วอำนาจปัจจุบันกับ “ทักษิณ” ถูกพูดถึงบ่อยๆในแวดวง ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านบางพรรค แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง

รายการแคร์ทอล์คครั้งล่าสุด นักข่าวมติชนได้ถามโทนี่เรื่องมีข่าว 3 ป. ได้ส่งคนไปคุยกับทักษิณ ทั้งเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และศึกซักฟอก

“ไม่มี สาบานได้ ลูกผู้ชาย ไม่มี ไม่มีใครมาคุยกับผม และไม่ได้คุยกับใคร มีแต่คุยเรื่องสถานการณ์การเมืองทั่วไป กับคนไทยที่มาเยี่ยม แต่ไม่เคยคุยกับใคร และไม่เคยขอร้องใคร ไม่เคยมีใครเอาคำพูดใครมาเจรจากับผม ไม่มีจริงๆ”

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร มีดีเอ็นเอการเมืองของทักษิณ 100% อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร มีดีเอ็นเอการเมืองของทักษิณ 100%

โทนี่พูดว่า เขาไม่มีสถานะอะไร จะเจรจาอะไร ถ้าเจรจากับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังมีโอกาสเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า

“ผมไป over rule เขาไม่ได้ วันนี้เขาอยู่หน้างาน รู้สถานการณ์ดีกว่าผม ผมอยู่ไกลไปบอกเขา ผมทำไม่ได้ ผมมีนิสัยประชาธิปไตย ไม่เคยไปสั่งใคร ครอบงำใคร ไม่มี อย่างที่ พล.อ.ประวิตรบอก ให้เลือกตั้งเสร็จก่อนค่อยเจรจา นั่นเป็นหลักทั่วไปของการเมือง ประชาชนเลือกใครมาเท่าไหร่ กี่ที่นั่ง ก็จะเริ่มคุย ตอนนี้ bug ใหญ่สุด คือพรรค ส.ว.”

สิ่งที่โทนี่พูดถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นหมายถึงการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อนักข่าวถามนำเรื่องพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย จะร่วมมือกันทำงานในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เอาให้เลือกตั้งเสร็จก่อนดีกว่า

ทั้งโทนี่และแกนนำพรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบให้ฝ่ายพี่น้อง 3 ป.ได้เปรียบ เพราะกำหนดให้ ส.ว. 250 คน เป็นผู้ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ฝ่ายยุทธศาสตร์กลุ่มแคร์ จึงออกแคมเปญเพื่อไทยแลนด์สไลด์ และเปิดกลยุทธ์ครอบครัวเพื่อไทย 14 ล้านเสียง เพื่อตัดความกังวลเรื่อง ส.ว.

ในความเป็นจริง เพื่อไทยจะได้ 14 ล้านเสียงในการเลือกตั้งสมัยหน้า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีพรรคก้าวไกล คอยตัดแต้มและเบียดแย่งเก้าอี้ ส.ส.ในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคอีสาน

ดังนั้น โทนี่จึงไม่ปิดทางเรื่องการเจรจา แต่ไม่ขอพูดตอนนี้ เพราะทุกพรรคยังไม่เห็นตัวเลขจำนวน ส.ส. ซึ่งลุงป้อมก็คิดเหมือนคนดูไบ

“นิพนธ์” ตอบ 3 คำถาม “คดีรุกป่า” ของ “ธนาธร” พร้อมแม่-พี่สาว ข้อเท็จริงคืออะไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509901

30 มี.ค. 2565

"นิพนธ์" ตอบ 3 คำถาม "คดีรุกป่า" ของ “ธนาธร” พร้อมแม่-พี่สาว ข้อเท็จริงคืออะไร

“นิพนธ์ บุญญามณี” รมช.มหาดไทย เปิดใจ “คมชัดลึกออนไลน์” ตอบ 3 คำถาม คดีรุกป่าไม้ถาวร-ป่าสงวนแห่งชาติ ฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ “ธนาธร-สมพร-ชนาพรรณ” จึงรุ่งเรืองกิจ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่?

พลันที่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย (มท.) เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่าอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนโฉนด น.ส.3 ก. ในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 59 ฉบับ เนื้อที่รวม 2,111 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา(ตรว.) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 นั้น กระแสสังคมมีคำถามว่า ทั้ง 3 คน “ธนาธร-สมพร-ชนาพรรณ” จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกกลั่นแกล้ง หรือเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง จาก “คดีรุกป่า”  หรือไม่? 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “นายนิพนธ์ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มหาดไทย) มีความชัดเจนจาก3 คำถามนี้

1.ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดิน ได้มีการเร่งรัดคดีรุกป่าเคสนี้หรือไม่ อย่างไร?

เมื่อมีการร้องเรียนมายังกรมที่ดินว่ามีการรุกป่าสงวนแห่งชาติก็ต้องตรวจสอบ ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง มาดูข้อเท็จริง กำชับให้ปฏิบัติตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือเร่งรัด “คดีรุกป่า” หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน

แต่ “คดีรุกป่า” เคสนี้มีการนัดตรวจที่ดินกันมานานมาก กว่ากรมป่าไม้ และ กรมพัฒนาที่ดิน ทั้ง 2 หน่วยงานรัฐจะยืนยันที่ดิน 60 แปลงนี้ ผลการตรวจสอบพบว่าในจำนวนนี้มีโฉนด น.ส.3 ก. 59 แปลง/ฉบับ จำนวนเนื้อที่รวม 2,111 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา(ตรว.) อยู่ในพื้นที่ตำบลด่านทับตะโก อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ที่ได้ออกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2521 ตามโครงการเดินสำรวจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศ (หรือ RTK เป็นระบบที่แม่นยำที่สุด) แต่ไม่ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน

ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต่อมาได้ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 จึงเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินที่ห้ามดำเนินการในเขตป่าไม้ถาวร และเป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออก น.ส.3 ก. ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2527) ข้อ 3 ซึ่งบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น

ที่ดินส่วนที่ 2 ออก น.ส.3 ก. อีก 52 ฉบับ เป็น น.ส.3 ก. พื้นที่ตำบลรางบัว อำเอภจอมบึง จังหวัดราชบุรี ออกเมื่อ ปี 2521 ตามโครงการเดินสำรวจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศ แต่ไม่ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน และไม่มีหลักฐานการครอบครองที่ดิน

"นิพนธ์" ตอบ 3 คำถาม "คดีรุกป่า" ของ “ธนาธร” พร้อมแม่-พี่สาว ข้อเท็จริงคืออะไร

จึงเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ห้ามดำเนินการในเขตป่าไม้ถาวร และเป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออก น.ส.3 ก. ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2527) วรรค2 และวรรค3

โฉนด น.ส.3 ก.59 แปลง/ฉบับจำนวนเนื้อที่รวม 2,111 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา กรมที่ดินสรุปว่าออกโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะตำแหน่งที่ดิน 59 แปลงอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาซี ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2512

แต่การออก น.ส.3 ก. เกิดขึ้นภายหลัง เพราะออกเมื่อปี2521 จึงเป็นการฝ่าฝืน มาตรา58 แห่งประมวลกฏหมายที่ดิน ที่ห้ามดำเนินการในเขตป่าถาวร และเป็นที่ดินต้องห้าม ไม่ให้ออก น.ส.3 ก. ตามกฏกระทรวงหมาดไทย ฉบันที่ 2 พ.ศ 2497 ข้อ3 ซึ่งออกตามความกฏหมายที่ดิน 2497

“สรุปสั้น ๆ ที่ดินแปลงนี้เป็นเขตป่าถาวร โดยมติครม. เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2512 ห้ามบุกรุก ต่อมาอีก 10 ปี ก็มีคนมาออก น.ส.3 ก. ในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย นี่คือสาระสำคัญว่าทำไมที่ดินดังกล่าวถึงถูกเพิกถอนสิทธิ์” รมช.มหาดไทย อธิบาย

2.ขั้นตอนหลังจาก “ธนาธร” พร้อมแม่และพี่สาว ถูกเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแล้ว?

กรมที่ดินจะแจ้งการเพินถอนสิทธิ์ที่ดินทั้ง 59 แปลง แต่ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันต่อกรมที่ดิน  จากนั้นเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกเพิกถอนร้องศาลปกครองได้ เพราะคำสั่งของกรมที่ดินนั้นเป็นคำสั่งฝ่ายปกครองผู้ได้รับผลกระทบนำไปสู่การร้องศาลปกครองได้

3.ที่ดินอีก 1 แปลง จากทั้งหมด 60 แปลง กรมที่ดินจะดำเนินการอย่างไร?

มีที่ดินอีก 1 แปลงที่ยังไม่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ รอการพิสูจน์ว่าออกชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ กรมที่ดินจะต้องดำเนินการรังวัดใหม่ ว่าพื้นที่ดินส่วนไหนอยู่ในป่าถาวรหรือป่าสงวนแห่งชาติ หากที่ดินอยู่ในพื้นที่ป่าถาวร หรือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ ต้องแยกกันให้ชัดเจน

"นิพนธ์" ตอบ 3 คำถาม "คดีรุกป่า" ของ “ธนาธร” พร้อมแม่-พี่สาว ข้อเท็จริงคืออะไร

“กรมที่ดินจะดูแลเรื่องนี้ ให้รอบคอบที่สุด ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ต้องปฏบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ผมยืนยันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง และคดีรุกป่าฯ ใช้เวลานานมากในการตรวจสอบ เพื่อให้รอบคอบ รอบด้าน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งกรมที่ดินได้ตรวจสอบความถูกต้องที่ดินแต่ละแปลงโดยใช้ระบบดาวเทียมมาตรวตจสอบ หรือ RTK เป็นระบบที่แม่นยำสูงที่สุดที่กรมที่ดินมีอยู่ในปัจจุบันนี้” นายนิพนธ์กล่าวให้คำมั่น

…กมลทิพย์ ใบเงิน…เรียบเรียง

ลุ้น “ลงคะแนน” “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” อาจได้คนละเบอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509874

นายหัวไทร

30 มี.ค. 2565

ลุ้น "ลงคะแนน" "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ"  อาจได้คนละเบอร์

เช็คเสียงสองสภา มีแนวโน้มสูงที่จะ “ลงคะแนน” ให้ใช้ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ” ส.ส.แบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ ใช้คนละเบอร์

การเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะต้องใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ แยกระหว่างเลือกพรรคกับเลือกคน ตามรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขใหม่ แต่ประเด็นวันนี้คือ ระหว่างพรรคกับคนจะใช้เบอร์เดียวกัน หรือคนละเบอร์ ความคิดเห็นในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส…. มีความเห็นไม่ตรงกันชัดเจน ฝ่ายหนึ่งอยากให้ใช้สองเบอร์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่อีกฝ่ายอยากให้ใช้เบอร์เดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของประชาชน

      เมื่อความเห็นแย้งกันอยู่ก็ต้องใช้วิธีการโหวต แต่ทั้งกรรมาธิการ และสมาชิกรัฐสภาทุกคนมีสิทธิ์ในการขอสงวนคำแปรญัตติ เพื่อไปอภิปรายอธิบายเหตุผลกันในที่ประชุมใหญ่

ลุ้น "ลงคะแนน" "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ"  อาจได้คนละเบอร์

     การประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่….) พ.ศ…..วันที่ 30 มี.ค.  เพื่อที่จะลงมติประเด็นบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตและ สส.บัญชีรายชื่อว่าจะให้ใช้เป็นหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศหรือไม่ หรือจะให้แยกเบอร์กัน อย่างที่บอก ขณะนี้เสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่ให้ใช้หมายเลขเดียวกันทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อกับฝ่ายที่อยากให้ใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ เป็นคนละเบอร์กัน

ก่อนจะมีการโหวตกันในคณะกรรมาธิการฯ จากการเช็คกระแสแล้วโดยแนวโน้มค่อนชัดเจนว่า เสียงส่วนใหญ่ในคณะกรรมาธิการจะลงมติไปในทางให้ใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ เป็นคนละเบอร์กัน โดยสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เกินครึ่ง หรือ 25 เสียงแล้ว จากจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด 49 คน ได้แก่ ส.ว.14 เสียง ครม. 8 เสียง พลังประชารัฐ 6 เสียง  ภูมิใจไทย 3 เสียง ชาติไทยพัฒนา 1 เสียง รวมแล้ว 32 เสียง

ขณะที่ฝ่ายที่สนับสนุนให้ใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ เบอร์เดียวกัน  ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย 8 เสียง พรรคก้าวไกล 3 เสียง พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคละ 1 เสียง ได้เพียง 13 เสียง เท่านั้น พรรคประชาธิปัตย์ที่มี 3 เสียง ล่าสุดแม้ท่าทีของพรรคต้องการให้เบอร์แยกกันแต่ในกรรมาธิการแตกเป็นสองฝ่ายมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับการใช้บัตรเลือกตั้งส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อเป็นหมายเลขเดียวกัน

ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มี รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คุมเสียงอยู่ในสภา 18 เสียง ยังสงวนท่าที ยังไม่รู้ว่าจะลงคะแนนไปทางไหน

 เท่านี้ก็เห็นชัดแล้วครับว่า ผลโหวตในคณะกรรมาธิการฯจะออกมาอย่างไร คือ จะต้องใช้เบอร์แยกกันระหว่างพรรค (ปาร์ตี้ลิสต์) กับคน( สส.เขต) ส่วนใครจะได้จะเสียกับการใช้วิธีการนี้ ค่อยว่ากัน

โดยสรุปในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ “เลือกคนกับเลือกพรรค” และคนกับพรรคก็ใช้คนละเบอร์กัน ส่วนวิธีการในการคำนวณ สส.ที่แต่ละพรรคจะได้จะใช้สูตรไหน 100 หาร หรือ 400 หาร ก็ต้องลุ้นกันต่อไป

ส่อง ส.ส.เลย “เลิศศักดิ์” เจอเกมปั่นลูกหนัง “มังกรฟ้า”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509823

29 มี.ค. 2565

ส่อง ส.ส.เลย "เลิศศักดิ์" เจอเกมปั่นลูกหนัง "มังกรฟ้า"

ส่องเบื้องหลัง “เลิศศักดิ์” ส.ส.เลย สมัยแรก หลังโดนแรมโบ้ชี้เป้าสนามบอล “มังกรฟ้า” เจ้าของทีมเมืองเลยฯ โต้กลับทุกดอก ไม่ใช่เรื่องจริง แค่เกมดิสเครดิตทางการเมือง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แรมโบ้อีสานงานงอก “เลิศศักดิ์” ส.ส.เลย เพื่อไทย โวยกรณีถูกชี้เป้าสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด พัวพันกลุ่มทุนหวยมังกรฟ้า เป็นเกมดิสเครดิตทางการเมือง

สนามมังกรฟ้าไม่เกี่ยวกับ “เลิศศักดิ์” ส.ส.เลย เพียงแต่ทีมเมืองเลยฯ ได้รับเชิญไปเตะที่สนามมาตรฐาน ที่มีนักธุรกิจ 10 คนเป็นเจ้าของ


จากนายกเล็กวังสะพุง “เลิศศักดิ์” ค่ายตระกูลทิมสุวรรณ ก้าวสู่ ส.ส.เลย สมัยแรก หลังเอาชนะอดีต ส.ส.เลย ค่ายตระกูลเร่งสมบูรณ์สุข

สืบเนื่องจากปฏิบัติการแก้หวยแพง ที่นำโดย เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รองประธานฯ ได้เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลอาญา ที่บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด สำนักงานใหญ่ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นักข่าวพยายามถามเสกสกลว่า ปฏิบัติการดับมังกรฟ้าเที่ยวนี้ เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือไม่ สไตล์ “แรมโบ้อีสาน” ก็บอกว่า ให้ไปดูป้ายโฆษณามังกรฟ้าที่สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอล ที่มีนักการเมืองคนหนึ่งใน จ.เลย เป็นผู้บริหาร

จริงๆแล้ว บริษัทมังกรฟ้าล็อตเตอรี่ ได้เข้ามาสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย โดยเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลไทยลีก 3 ในชื่อ มังกรฟ้าลีก เริ่มจากฤดูกาลนี้(ปี 2564-2565) และมีสโมสรฟุตบอลทั่วทุกภาคเข้าร่วมการแข่งขัน 74 ทีม

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2564 มีรายงานข่าวว่า ผู้บริหารสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ได้แถลงข่าวเปิดตัวนักเตะเตรียมสู้ศึกไทยลีก 3 พร้อมเปิดตัวรังเหย้าแห่งใหม่ สนามมังกรฟ้า เมืองเลย สเตเดี้ยม ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.เลย

ผู้ก่อตั้งสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ดคือ “เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล” ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย โดยร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจก่อตั้งสโมสรฟุตบอลท้องถิ่น ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง

  • ‘ไม่รู้จักมังกรฟ้า’

แม้เป็น ส.ส.พรรษาแรก “เลิศศักดิ์” ก็ไม่ยอมให้นักการเมืองรุ่นพี่มาตีกินง่ายๆ จึงตอบโต้ “แรมโบอีสาน” ทุกเม็ด และตั้งข้อสังเกตการเร่งสร้างผลงานของรัฐบาลประยุทธ์ยามขาลง

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565 เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้เปิดการแถลงข่าวกรณีถูกพาดพิงว่ามีสโมสรฟุตบอลเมืองเลย ยูไนเต็ด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินสนับสนุนจากมังกรฟ้า

“ส.ส.ป๊อก เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล” ชี้ว่า เสกสกลพยายามโยงให้เป็นเรื่องเป็นการเมือง ถือเป็นการตีกิน สร้างชื่อตัวเอง ดิสเครดิตพรรคอื่น เพราะการเปลี่ยนชื่อสนามเป็นมังกรฟ้า เมืองเลย สเตเดียม ไม่เกี่ยวกับสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด

สนามมังกรฟ้า เมืองเลย สเตเดียม เกิดขึ้นจากนักธุรกิจหนุ่ม 10 คน รวมตัวกันสร้างสนามฟุตบอลมาตรฐาน โดยบริษัทมังกรฟ้าล็อตเตอรี่ สาขา จ.เลย ได้สนับสนุนงบประมาณปีละ 5 แสนบาท เป็นเวลา 2 ปี จึงเปลี่ยนชื่อสนามให้เป็นเกียรติแก่สปอนเซอร์

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทยเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย

ต่อมา ผู้บริหารสนามดังกล่าว ได้เชิญทีมเมืองเลย ยูไนเต็ด ให้ไปใช้สนามมังกรฟ้าฯ เป็นสนามเหย้า เพราะสนามเดิมที่ศาลากลางจังหวัดนั้นทรุดโทมมาก

ส่วนสโมสรเมืองเลยฯ ดำเนินการในลีกอาชีพมา 5 ปี มีผู้สนับสนุนอย่าง น้ำตาลมิตรผล ,เมืองไทยประกันภัย, ไทยยามาฮ่ามอเตอร์, บุญรอด ฯลฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมังกรฟ้า

“ผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่เคยติดต่อกับมังกรฟ้า แม้แต่นิดเดียว..” ส.ส.ป๊อก ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจในการทำธุรกิจลูกหนังอาชีพ

สนามฟุตบอลมังกรฟ้า เมืองเลย สเตเดียมสนามฟุตบอลมังกรฟ้า เมืองเลย สเตเดียม

สโมสรฟุตบอลเมืองเลยยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนชื่อจากวังสะพุงฟุตบอลคลับ และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 19 ธ.ค.2559 ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 3 ภาคอีสาน โดยใช้สนามกีฬากลางอำเภอวังสะพุง เป็นรังเหย้า

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุงในเวลานั้น ได้เป็นประธานสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ซึ่งปัจจุบัน มีณัฐกร พัฒนชัยกุล เป็นผู้อำนวยการสโมสร และธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายก อบจ.เลย เป็นที่ปรึกษา

  • ‘ส.ส.ดาวรุ่ง’

คนเมืองเลยรู้จัก “เลิศศักดิ์” ในฐานะนักบริหารท้องถิ่นมานานกว่า 10 ปี ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. และประสบความสำเร็จทันที

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เลย สมัยที่แล้ว ปรากฏว่า ส.ส.ทั้งสามคน เป็นคนหน้าใหม่ เฉพาะเขต 1 อ.เมืองเลย อ.ปากชม อ.นาด้วง และอ.เอราวัณ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล พรรคเพื่อไทยได้ 53,289 คะแนน เอาชนะอดีตส.ส.เลย อย่างทศพล สังขทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย และวันชัย บุษบา พรรคพลังประชารัฐไปขาดลอย

“เลิศศักดิ์” เป็นชาว อ.วังสะพุง ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถมอเตอร์และรถยนต์ ทั้งในเมืองเลยและขอนแก่น ส่วนตัวมีความสนใจการเมืองมาแต่วัยเด็ก เมื่อประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงได้เริ่มตั้งกลุ่มการเมืองท้องถิ่นขึ้น และรวมทีมคนรุ่นใหม่สมัครลงสมาชิกสภาเทศบาล ก็ได้รับชัยชนะ เลิศศักดิ์ได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง 2 สมัย

จังหวะที่ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย 9 สมัยยกทีมออกจากเพื่อไทยไปพลังประชารัฐ จึงเปิดทางให้นักการเมืองท้องถิ่นอย่าง “เลิศศักดิ์” ก้าวขึ้นเป็น ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย

ด้วยประสบการณ์การทำงานการเมืองท้องถิ่นมานาน “เลิศศักดิ์” ฉายแววนักการเมืองดาวรุ่ง หน่วยก้านดีมีวิสัยทัศน์ จึงได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

สู้เพื่อใคร “เฉลิม” ย้ำแบรนด์ “อยู่บำรุง” จากลูกถึงหลาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509774

29 มี.ค. 2565

สู้เพื่อใคร "เฉลิม" ย้ำแบรนด์ "อยู่บำรุง" จากลูกถึงหลาน

มาแล้วขาใหญ่ “เฉลิม” ป้องอุ๊งอิ๊ง ชิงย้ำแบรนด์ “อยู่บำรุง” บ้านใหญ่หนองแขม-บางบอน มี ส.ส.วัน เป็นผู้สืบทอดมรดกการเมือง เตรียมปั้นกาโม่ลุยตลาด Gen Y Gen Z คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มาแล้วขาใหญ่ “เฉลิม” ออกโรงปกป้อง “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แถมอภิปรายนอกสภาถล่มอู๊ดด้าและหมอหนู

บ้านใหญ่ริมคลอง “เฉลิม” สร้างที่มั่นการเมืองหนองแขม-บางบอน มีลูกชาย วัน อยู่บำรุง และน้องชาย นวรัตน์ อยู่บำรุง เป็นคนดูแลพื้นที่

อนาคตอยู่บำรุง “เฉลิม” ขึ้นอยู่กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน และอาจฝากความหวังไปถึงหลานชาย “กาโม่” ที่กำลังฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.

หลังมีกระแสโจมตี “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ถาโถมเข้าใส่อย่างหนักหน่วง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ทนนั่งอยู่ในบ้านริมคลอง หลังวัดบางบอน ไม่ไหว เลยต้องออกมาตั้งโต๊ะอภิปรายนอกสภาฯ เมื่อ 28 มี.ค.2565

วันนั้น ร.ต.อ.เฉลิม พูดอยู่ 2 ประเด็นคือ ปกป้องอุ๊งอิ๊ง และซัดกลับ 2 หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข และ “จุรินทร์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์

ถ้าจำกันได้ เมื่อต้นปี 2565 บริเวณหน้าอู่บริการรถยนต์ ถ.เอกชัย เขตบางบอน กทม. ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่โหมโรงพรุ่งนี้เพื่อไทย เหมือนส่งสัญญาณป๋าเหลิม ลุงเหลิม อาเหลิม น้าเหลิม..ยังอยู่ดีมีสุขพร้อมลุยเลือกตั้งแล้ว

การเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.2565 บ้านใหญ่ริมคลองในสีเสื้อเพื่อไทย ต้องลุ้น 2 สนามคือเขตหนองแขม นวรัตน์ อยู่บำรุง อดีต ส.ก. 6 สมัย และเขตบางบอน เมืองชัย จันทวิมล หรือเมืองชัย กิตติเกษม อดีตแชมป์โลกมวยสากลอาชีพ WBC และ IBF

“นวรัตน์ อยู่บำรุง” น้องชายคนเล็กของเฉลิม ยังมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง และคู่ต่อสู้ล้วนเป็นคนกันเอง ไม่น่าพลาดแชมป์สมัยที่ 7 ส่วนเมืองชัย ต้องออกแรงหนัก หากจะโค่นแชมป์เก่า ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ปชป.

  • ‘ใจถึงพึ่งได้’

กว่า 3 ทศวรรษแล้ว “เฉลิม” ได้สร้างแบรนด์อยู่บำรุงไว้ที่เขตหนองแขม และต่อสู้ช่วงชิงเขตบางบอนจากตระกูลม่วงศิริ จนถึงรุ่นลูก-วัน อยู่บำรุง

เลือกตั้งปี 2526 สนามกรุงเทพฯ เขต 12 (ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ และหนองแขม) ร.ต.อ.เฉลิมลาออกจากตำรวจกองปราบฯ ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรค ปชป. ชนทีม ปลิว ม่วงศิริ อดีตกำนันแขวงบางบอน พรรคประชากรไทย ผลการเลือกตั้ง เฉลิมได้อันดับหนึ่ง 4.3 หมื่นคะแนน กำนันปลิวได้ 3.8 หมื่นคะแนน และวัชระ ประภาพัฒน์ อันดับสาม เข้าสภาทั้งหมด

ปี 2529 ร.ต.อ.เฉลิมได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 และตั้งพรรคมวลชนขึ้นมาเป็นของตัวเอง ก็ปักหลักอยู่ที่เขตหนองแขม เป็น ส.ส.กทม.อยู่หลายสมัย ก่อนขยับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ปี 2544 ร.ต.อ.เฉลิม ส่งทายาท วัน อยู่บำรุง ในนามพรรคความหวังใหม่ ลงสนาม กทม. เขต 37 (เขตทวีวัฒนา, เขตหนองแขม และเขตบางแค เฉพาะแขวงหลักสอง) ปรากฏว่า วันสอบตก ได้ 17,074 คะเเนน

ปี 2554 มีการแบ่งเขตใหม่ กกต.ผ่าเขตหนองแขมออกเป็น 2 ซีก โดยแขวงหนองแขม ไปอยู่เขต 28 รวมกับเขตบางบอน ส่วนแขวงหนองค้างพลูไปอยู่เขต 29 รวมกับเขตทวีวัฒนา

วัน อยู่บำรุง สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามเขตบางบอน(บวกแขวงหนองแขม) พ่าย พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ลูกชายกำนันประเสริฐ ม่วงศิริ ค่าย ปชป.แบบน่าเจ็บใจ ซึ่งหนนั้น วันได้ 40,465 คะเเนน

ปี 2562 วัน อยู่บำรุง ค่ายเพื่อไทย โคจรมาพบกับ พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ในเขต 26 (เขตบางบอน และเขตหนองแขม เฉพาะแขวงหนองแขม) ผลเลือกตั้ง วันชนะเลือกตั้งได้ 30,538 คะแนน ขณะที่ พ.ต.อ.สามารถหลุดไปอยู่อันดับสาม ได้ 19,202 คะแนน

ที่น่าสนใจ ผู้สมัคร ส.ส.โนเนม พรรคอนาคตใหม่ ได้ 27,244 คะแนน ทำเอากองเชียร์เสื้อแดง-เสื้อฟ้างงเป็นไก่ตาแตก ดังนั้น เลือกตั้งสมัยหน้า ส.ส.วันก็ต้องทำการบ้านสู้ค่ายสีส้มเป็นหลัก

กาโม่ อาชวิน อยู่บำรุง ความหวังของปู่เฉลิมกาโม่ อาชวิน อยู่บำรุง ความหวังของปู่เฉลิม

  • ‘จับตากาโม่’

การเมืองยุค Gen Y Gen Z “เฉลิม” ก็มีหลานรัก “กาโม่-อาชวิน อยู่บำรุง” ที่เริ่มสะสมประสบการณ์ในตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.(วัน อยู่บำรุง) และวันข้างหน้าจะลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ ต้องรอดูปู่และพ่อ ผู้กำหนดเกม

วันนี้ หนุ่ม-วัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. มีฐานเสียงที่เข้มแข็ง โดยอาศัยต้นทุนของพ่อเฉลิม และฐานเสียงของอา นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.หนองแขม 6 สมัย

จากนั้น ส.ส.วัน ได้ต่อยอดด้วยการสร้างครอบครัวใจถึง..พึ่งได้ ผ่านแพล็ตฟอร์มออนไลน์ จนหนุ่มใหญ่ไว้หนวดกลายเป็นเน็ตไอดอล ซึ่งจุดเริ่มต้นสโลแกนใจถึง..พึ่งได้ มาจากแอ๊ด คาราบาว แต่งเพลงชื่อนี้ เพื่อใช้หาเสียงเมื่อการเลือกตั้งต้นปี 2557 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกับบุคลิกส่วนตัวของ ส.ส.วัน

ด้านหนึ่ง โครงสร้างประชากรในบางบอน-หนองแขม มีชาวอีสานมาตั้งถิ่นฐานประกอบอาชีพค้าขาย และเป็นเจ้าของโรงงานขนาดย่อมอยู่จำนวนไม่น้อย คนอีสานพลัดถิ่นเหล่านี้เป็นคนเสื้อแดงและเลือกพรรคเพื่อไทย

เมื่อไม่นานมานี้ ส.ส.วัน พา “กาโม่” ลูกชายสุดหล่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ ส.ส.วันยังไม่พูดเรื่องการลงสมัคร ส.ส.ของลูกชาย แม้อายุ 26 ปีแล้ว ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต

วันที่ 17 มี.ค.2565 ส.ส.วัน ได้แต่งตั้ง “กาโม่ อาชวิน อยู่บำรุง” เป็นผู้ช่วยดำเนินงาน ส.ส.คนใหม่ หลังเมืองชัย จันทวิมล ลาออกไปลงสมัคร ส.ก.เขตบางบอน พรรคเพื่อไทย

วิถีของกาโม่ ไม่ต่างสมัยหนึ่งที่ ส.ส.วัน ใช้ชื่อวันเฉลิม เดินตาม ร.ต.อ.เฉลิม ขุนศึกฝั่งธนฯ หัวหน้าพรรคมวลชน เข้าสภาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว