“ไวยาวัจกร” ทำหน้าที่อะไร ต้องสนิทแค่ไหน ถึงมีช่องโหว่ “ยักยอกเงิน” ได้ง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510555

06 เม.ย. 2565

"ไวยาวัจกร" ทำหน้าที่อะไร ต้องสนิทแค่ไหน ถึงมีช่องโหว่ "ยักยอกเงิน" ได้ง่าย

บทเรียนจาก “ยักยอกเงินวัดบวรฯ” เปิดหน้าที่ “ไวยาวัจกร” ทำหน้าที่อะไร ต้องสนิทแค่ไหน ถึงมีช่องโหว่ยักยอกเงินได้ง่าย

กรณีเกิดเหตุสะเทือนวงการสงฆ์ หลังตรวจสอบพบ คนสนิท “สมเด็จพระวันรัต” ซึ่งเป็น “ไวยาวัจกร” มีพฤติกรรม “ยักยอกเงินวัดบวรฯ” และวัดสาขา แล้วนำไปใช้ส่วนตัว โดยพฤติกรรมเกิดขึ้นในช่วงที่สมเด็จพระวันรัตอยู่ในอาการอาพาธ ทำการยักยอกเงิน ไปจำนวนร่วม 300 ล้านบาท และคดีในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

ทำให้หลายคนสงสัยว่า “ไวยาวัจกร” คือตำแหน่งอะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับวัด ต้องใกล้ชิดขนาดไหน จึงสามารถเข้าถึงบัญชีของวัดได้อย่างง่ายดาย 

“ไวยาวัจกร” (อ่านว่า ไวยาวัดจะกอน) แปลว่า ผู้ขวนขวายช่วยทำกิจของสงฆ์ หมายถึงผู้ช่วยเหลือรับใช้พระสงฆ์ ทำกิจธุระแทนสงฆ์ ตามกฎหมายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ และกำหนดให้ไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

การแต่งตั้งไวยาวัจกรเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส วัดหนึ่งอาจมีไวยาวัจกรได้หลายคน และความเป็นไวยาวัจกรสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งให้ออก หรือเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งพ้นจากความเป็นเจ้าอาวาส เช่น ลาออก ลาสิกขา มรณภาพ
 

นอกจากนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีที่มีการมอบหมายให้ “ไวยาวัจกร” ดูแลรักษาและจัดการทรัพย์สินของวัด ไวยาวัจกรยังมีฐานะเป็น “ตัวแทน” ของวัด ในการจัดการทรัพย์สินของวัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่นำเข้ามาใหม่ และยังมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาอีกด้วย แต่เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน

หน้าที่หลักของไวยาวัจกร ได้แก่ มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต หรือเงินเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับงบประมาณแผ่นดิน เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายถวายอุดหนุนแด่พระภิกษุผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระภิกษุสงฆ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในทางราชการต่าง ๆ เรื่อยไปจนถึงพระเปรียญธรรมเก้าประโยคของวัด ดูแลทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เป็นของวัด 
รวมถึงมีหน้าที่ทำกิจธุระต่าง ๆ แทนพระสงฆ์ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะกิจธุระที่เกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายของวัด แต่จะต้องเป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสเท่านั้น


คุณสมบัติของไวยาวัจกร 

  • จะต้องเป็นเพศชาย มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
  • มีความประพฤติเป็นที่น่านับถือ

เมื่อพิจารณาเลือกผู้ใดแล้ว ก็ให้เจ้าอาวาสแต่งตั้งคฤหัสถ์ผู้นั้นเป็นไวยาวัจกร โดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ

คฤหัสถ์ผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกรย่อมมีหน้าที่ในการเบิกจ่ายนิตยภัตประการหนึ่ง และมีหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสืออีกประการหนึ่ง นอกจากนี้ไวยาวัจกรยังเป็น “ตัวแทน” หรือ “ผู้แทน” ของวัดในการจัดการทรัพย์สินของวัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้รับการคุ้มครองและควบคุมตามประมวลกฎหมายอาญา กล่าวคือ “ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และถ้าหากเจ้าพนักงานกระทำความผิดเสียเอง หรือเป็นใจให้มีการทุจริตย่อมต้องถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าตำแหน่ง “ไวยาวัจกร” นั้น วัดหรือเจ้าอาวาส สามารถแต่งตั้งใครก็ได้ที่เป็นที่ไว้ใจ และมีความเต็มใจจะทำงานให้กับวัดได้ ประเด็นสำคัญคือ ไม่มีเงินเดือน และการคัดเลือก ก็มาจากการคัดเลือกกันเองโดยพระภายในวัด ไม่ได้มีคนภายนอกมาเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งอาจเป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหาการยักยอกเงินได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ก็น่าจะอยู่ที่จิตสำนึก ของแต่ละบุคคลด้วย

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย

เข็ดแล้ว “อนุทิน” ไม่นำ “ภูมิใจไทย” ผูกติดพรรคไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510496

05 เม.ย. 2565

เข็ดแล้ว "อนุทิน" ไม่นำ "ภูมิใจไทย" ผูกติดพรรคไหน

ภูมิใจไทยปีที่ 14 “อนุทิน” ไม่จับมือพรรคไหนล่วงหน้า บทเรียนปี 2554 เข็ดจริงๆให้ดิ้นตาย กลายเป็นฝ่ายค้าน ยึดหลักไม่รบรากับใคร ครูใหญ่เนวินบอกให้เดินแนวทางปรองดอง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

14 ปี พรรคภูมิใจไทย “อนุทิน” ไม่จับมือพรรคไหนล่วงหน้า มีบทเรียนมาแล้ว ต้องขอยืมสำนวนนักเขียนดังที่ว่า เข็ดจริงๆให้ดิ้นตาย

แบรนด์ใหม่ “อนุทิน” ยึดสโลแกนพูดแล้วทำ ไม่รบรากับใคร ครูใหญ่เนวินเดินแนวทางปรองดอง เลือกตั้งสมัย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วันก่อน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามนักข่าวเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีบางพรรคประกาศจะได้ ส.ส.150 คน บางพรรคก็บอกจะแลนด์สไลด์

พรรคภูมิใจไทยจะประกาศจับมือกันเป็นพรรคพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า ภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ไม่เชื่อเรื่องการจับมือก่อน เพราะเราเคยได้บทเรียนจากการทำเช่นนั้นมาแล้ว พอเลือกตั้งเสร็จ มีความผิดพลาด ก็ไม่มีความหมาย ฉะนั้น ต้องอยู่บนความเป็นจริง จะคิดจะอ่านอะไร ต้องรอดูผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หลังปิดหีบเลือกตั้ง

“ใครไม่เคยโดนสภาพนี้ไม่รู้หรอก เรามีบทเรียนมาก่อน เราอยู่ด้วยตัวเราเอง ทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปเที่ยวจับอะไรกับใคร ถ้าทำตัวให้ดีที่สุด เดี๋ยวก็มีคนมาชวนเราเอง ตรงนั้นแล้วเราค่อยพิจารณา สำหรับบทเรียนที่กล่าวมานั้นเป็นบทเรียนในอดีต ผมเห็นหัวหน้าพรรคเก่าโดนอะไรมา ก็จำเป็นบทเรียน..”

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคนเก่าก็คือ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” อดีต รมว.มหาดไทย บิดาของอนุทินนั่นเอง ซึ่งช่วงการเลือกตั้งปี 2554 “ปู่จิ้น ชวรัตน์” นำทีมสีน้ำเงินลงสนาม

6 เม.ย.2565 ก้าวสู่ปีที่ 14 ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเวลานี้ กำลังเป็นพรรคเนื้อหอม ที่มี ส.ส. และอดีต ส.ส.แห่เข้ามาซบ ทั้งที่จากผลการสำรวจความนิยมของนิด้าโพล หรือซุปเปอร์โพล ภูมิใจไทยยังอยู่อันดับท้ายๆ

  • ‘จากพ่อถึงลูก’

บทเรียนที่ “อนุทิน” พูดกับนักข่าวเรื่องการจับมือทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง เกิดขึ้นสมัยที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2554 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้นัดรับประทานอาหารระหว่าง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา เพราะทั้งสองพรรคจับมือกันเป็นพันธมิตรทางการเมือง

นัยว่า การรวมตัวกันครั้งนั้น เพื่อจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดความปรองดองกับประเทศชาติ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองแบ่งออกเป็น 2 ขั้วคือ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์

ผลการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยชนะอย่างถล่มทลาย ได้ 265 ที่นั่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงจัดตั้งรัฐบาลอย่างรวดเร็ว โดยมีพรรคชาติไทยพัฒนา (19 ที่นั่ง) ,พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (7 ที่นั่ง) ,พรรคพลังชล (7 ที่นั่ง), พรรคมหาชน (1 ที่นั่ง) และพรรคประชาธิปไตยใหม่ (1 ที่นั่ง) รวมแล้วมี 300 ที่นั่ง

แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับการทาบทามเข้าร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็รีบตัดสินใจทันที โดยไม่มีการพูดถึงสัญญาใจที่เป็นพันธมิตรทางการเมืองร่วมกัน ปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน

เรื่องนี้แหละ เสี่ยหนูบอกไม่เชื่อเรื่องการจับมือก่อนการเลือกตั้ง ไม่เอาแล้ว ถ้ายืมสำนวนของ พ.ต.ต.ประชา พูนวิวัฒน์ นักเขียนดังมาใช้ ก็ต้องบอกว่า เข็ดจริงๆ ให้ดิ้นตาย

  • ‘หนูดิ้นได้’

ปี 2555 ภูมิใจไทย มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค จากปู่จิ้นมาเป็น “อนุทิน” จึงสลัดจากขั้วความขัดแย้ง เพราะภูมิใจไทยถือกำเนิดมาจากพรรคพลังประชาชน หลังมีกรณียุบพรรค เนวิน ชิดชอบ ได้พา ส.ส.กลุ่มหนึ่งแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ และถูกประทับตราเป็นพรรคเนรคุณนายใหญ่

ช่วงที่พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคฝ่ายค้าน ภายในพรรคแยกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มเนวิน 27 คน และกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน 7 คน โดยตอนนั้น เนวินประกาศวางมือทางการเมือง หันไปทำทีมฟุตบอลอย่างเดียว

หลังยิ่งลักษณ์ยุบสภาฯ ปลายปี 2556 สมศักดิ์ได้นำ ส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมา ออกจากภูมิใจไทยกลับเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งต้นปี 2557 เป็นโมฆะ และตามมาด้วยการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557

ระหว่างที่ คสช.ครองอำนาจ อนุทินได้เดินสายไปสร้างเครือข่ายการเมืองทั่วประเทศ และปรับท่วงทำนองพรรคใหม่ให้เป็นเดินทางสายกลาง

“คนที่จะเชื่อมสองขั้วคือคนกลาง พรรคคือคนกลางทางการเมือง พรรคไม่ใช่คู่ขัดเเย้งเเละพร้อมโน้มน้าวทุกฝ่ายให้เห็นประโยชน์ของประเทศ” นี่คือคำพูดของอนุทิน เมื่อปี 2562

ครูใหญ่เนวิน ยังเป็นกุนซือให้อนุทินครูใหญ่เนวิน ยังเป็นกุนซือให้อนุทิน

ประเด็นที่อนุทินถูกจับตามองมาตลอดคือ เรื่องการฟื้นสัมพันธ์กับทักษิณ อนุทินก็เคยพูดกับสื่อมาหลายครั้งว่า “เราเคยเป็นลูกน้อง ท่านทักษิณก็เป็นผู้บังคับบัญชากันมา เราแค่มีปัญหานิดเดียวคือ ตอนที่มันต้องเลือกแยกขั้ว..”

เสี่ยหนูยืนว่า ยังเคารพรักทักษิณ ชินวัตร และเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ก็เคยไปพบทักษิณที่ต่างประเทศ “ท่านให้ผมเป็นรัฐมนตรี (รมช.สาธารณสุข รัฐบาลไทยรักไทย) ผมก็กราบตักขอบคุณท่าน ..ฉะนั้น ผมไหว้ท่านทักษิณสบายมาก ให้ไหว้วันละ10ทีก็ไหว้”

สาเหตุที่อนุทินต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร เพราะรู้ดีว่า สถานการณ์การเลือกตั้งครั้งใหม่ กลับไปใช้บัตร 2 ใบ 400 เขตนั้น ภูมิใจไทยไม่ได้เปรียบ

ลองไปดูข้อมูลการเลือกตั้งทั่วไป 2562 พรรคภูมิใจไทย ส่ง ส.ส.เขต ครบ 350 เขต ได้คะแนนเลือกตั้ง มากกว่า 3 ล้าน 7 แสนคะแนน ทำให้ได้ ส.ส.รวม 51 คน (ไม่นับรวม ส.ส.อนาคตใหม่ที่ย้ายเข้ามาตอนหลัง)

ตัวเลข ส.ส.เขต เพียง 38 คนนั้น ถือได้ว่า ไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากปี 2554 มากนัก หากใช้ระบบบัตร 2 ใบ หากเกิดเพื่อไทยแลนด์สไลด์ เหมือนปี 2554 ภูมิไจไทยก็คงเหลือ ส.ส.ไม่เกิน 30 คน

นี่คือความเป็นจริงทางการเมือง เสี่ยหนูจึงพูดว่า จะไม่ประกาศจับมือกับพรรคไหน ก่อนการเลือกตั้งเด็ดขาด ขอให้ทราบผลเลือกตั้ง แล้วจึงค่อยตัดสินใจ

2 ป.ห้ามยุ่ง “ประวิตร” ยึด “พปชร.” ควบพรรคผู้กอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510443

05 เม.ย. 2565

2 ป.ห้ามยุ่ง "ประวิตร" ยึด "พปชร." ควบพรรคผู้กอง

พรรคข้าใครอย่าแตะ “ประวิตร” คุม “พปชร.” เบ็ดเสร็จ นฤมลสะพานเชื่อมผู้กองธรรมนัส ส.ส.ต่างพรรคแต่ไม่ต่างใจ มีหัวหน้าครอบครัวใหญ่คนเดียวกัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หัวหน้าครอบครัวใหญ่ “ประวิตร” คุมพลังประชารัฐเบ็ดเสร็จ เสริมทัพ 2 อดีตนายทหารคู่ใจ มือปฏิบัติการ ปิดทาง 2 ป.จะส่งคนเข้ามาแทรกซึม

พรรคพี่พรรคน้อง “ประวิตร” กับ ร.อ.ธรรมนัส ต่างพรรคแต่ไม่ต่างใจ มี นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นสะพานเชื่อมพลังประชารัฐ-เศรษฐกิจไทย

ครอบครัวเดียวกัน “ประวิตร” ไปตรวจราชการภาคเหนือตอนล่าง ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ตบเท้ามาต้อนรับบิ๊กป้อมพร้อมหน้า แถมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคธรรมนัส

วันที่ 4 เม.ย.2565 ภาคเช้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ ต.ท่าแฝก อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ มี สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และวารุจ ศิริวัฒน์ ที่ปรึกษา รมช.คลัง ร่วมคณะไปด้วย

วารุจ ศิริวัฒน์ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ สมัยที่แล้วสวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนาม แต่สอบตก จึงเตรียมแก้มือในสมัยหน้า บิ๊กป้อมเลยต้องมาลงพื้นที่เมืองเจ้าพ่อพระยาพิชัยดาบหัก

ภาคบ่าย พล.อ.ประวิตร เดินทางต่อไปยังบึงสีไฟ ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาบึงสีไฟ จากนั้น ได้เดินทางไปติดตามโครงการบางระกำโมเดล อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

ที่น่าสังเกต บริเวณโครงการบางระกำ มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 2 และเขต 4 พรรคเศรษฐกิจไทย มาแนะนำตัวให้ พล.อ.ประวิตร ได้รู้จัก โดยการประสานงานของ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย

ก่อนหน้านั้นที่บึงสีไฟ จ.พิจิตร พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ได้ไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์แห่งประเทศไทยสนามแรก โดยมี ส.ส.พิจิตร พรรคเศรษฐกิจไทย เป็นแม่งาน

ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร พร้อมกับ ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ดูเหมือนต่างพรรคแต่ไม่ต่างใจ เพราะศูนย์กลางอยู่ที่บ้านป่ารอยต่อ

  • ‘พรรคลุงป้อม’

ดังที่รู้กัน “ประวิตร” จัดทัพพลังประชารัฐ ให้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ หรือครอบครัวบ้านป่ารอยต่อ ด้วยดึงตัวอดีตนายทหารใหญ่มาเป็นมือทำงานการเมือง

ผลการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐที่นครราชสีมา ไม่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นอะไร สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ,สุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรค และสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ นายทะเบียนพรรค

เหนืออื่นใด “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ยังเป็นเหรัญญิกพรรค ซึ่งช่วงที่มีการขับ ส.ส.กลุ่มธรรมนัสออกจากพรรค นฤมลไม่ได้ตามผู้กองไปด้วย เนื่องจากบิ๊กป้อมต้องการให้ช่วยงานในพรรคพลังประชารัฐ

นฤมลยังเป็นคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนกรรมการบริหาร ร่วมกับสันติ พร้อมพัฒน์ ,นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ,พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ,สุชาติ ชมกลิ่น และรงค์ บุญสวยขวัญ

ไผ่ ลิกค์ นำทีม ส.ส.เศรษฐกิจไทย ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่ จ.พิจิตรไผ่ ลิกค์ นำทีม ส.ส.เศรษฐกิจไทย ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่ จ.พิจิตร

ที่สำคัญ บิ๊กป้อมดึง บิ๊กอี๊ด-พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และ เสธ.โย-พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ อนุกรรมการฝ่ายหารายได้ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ มาเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

เสธ.โย เป็นนายทหารคนสนิทของบิ๊กป้อม คนนอกพรรคอาจไม่คุ้น แต่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ รู้ดีว่า เสธ.โย เป็นเสนาธิการประจำตัวของนายป้อม

การจัดทัพพลังประชารัฐ ด้วยการดึงอดีตทหารมือทำงานคู่ใจบิ๊กป้อมมานั่งบริหาร ก็เท่ากับว่า พลังประชารัฐคือบ้านหลังใหญ่ ที่มีบิ๊กป้อมเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่

ดังนั้น ปีกทำเนียบหรือ 2 ป.ที่คิดจะส่งคนเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค ก็แทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย จึงไม่แปลกที่พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จะต้องร้องเพลงถอยดีกว่า

  • ‘พรรคพี่พรรคน้อง’

ปรากฏการณ์ “ประวิตร” ไปตรวจราชการภาคเหนือตอนล่าง แล้วมี ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ยกคณะมาต้อนรับกันพร้อมหน้าพร้อมตา

วันที่ 4 เม.ย.2565 พรชัย อินทร์สุข โพสต์เฟซบุ๊คว่า “เลขาฯพรรคเศรษฐกิจไทย สั่ง ส.ส.พรชัยไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร..วันนี้ต้องเศรษฐกิจไทย ส.ส.พรชัย อินทร์สุข พิจิตร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทยต้อนรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมบึงสีไฟ…เดินทางต่อไป อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย เขต 2 และเขต 4 พิษณุโลก แนะนำท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ..”

พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย ได้แจกแจงภารกิจต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่บึงสีไฟ และไปต่อที่โครงการบางระกำโมเดล อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย ก็พา ส.ส.ตาก พรรคเดียวกันมาต้อนรับบิ๊กป้อมทั้งสองเวที

อีกด้านหนึ่ง หิมาลัย ผิวพรรณ ก็นำคณะ ส.ส.พลังประชารัฐ อย่าง สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร เขต 3, สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3, ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 ,มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 ,ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย เขต 2 และภูดิท อินทรสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 มาต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่บึงสีไฟ จ.พิจิตร

แสดงว่า ทั้ง ส.ส.เศรษฐกิจไทย และ ส.ส.พลังประชารัฐ ต่างก็นายป้อมอยู่ในดวงใจ ฉะนั้น พล.อ.ประวิตร จึงพูดย้ำแล้วย้ำอีกกับนักข่าวว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องพรรคเศรษฐกิจไทย ตนดูแลเอง

รวมไทยสร้างตู่ “สุเทพ” เอายังไงดี “พีระพันธุ์” ถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510372

04 เม.ย. 2565

รวมไทยสร้างตู่ "สุเทพ" เอายังไงดี "พีระพันธุ์" ถอย

รวมไทยสร้างชาติสะดุด “สุเทพ” เอายังไงดี “พีระพันธุ์” ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคใหม่จะไปต่อแบบไหน แถมแรมโบ้อีสานเจอแผนดิสเครดิต ด้วยคลิปร้อนซ่อนเงื่อน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เอาไงดี “สุเทพ” กองเชียร์พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ แล้วพรรคใหม่จะไปต่อแบบไหน

ผู้ใหญ่เบรกเซอร์ไพรส์ “สุเทพ” สั่งถอยกระทันหัน ปล่อยแรมโบ้อีสานประชุมพรรคเงียบๆ และรอการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์

เป็นไปตามความคาดหมาย การประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ไม่มีอะไรที่บิ๊กเซอร์ไพร์ส เนื่องจากมีผู้ใหญ่ในทำเนียบเบรกไว้ ดังนั้น การประชุมพรรคจึงดำเนินไปตามระเบียบที่ กกต. กำหนดไว้ว่าจะต้องประชุมในรอบ 1 ปี

เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องออกมาชี้แจงว่า “ผู้ใหญ่ที่เราได้ประสานไว้ บอกให้พวกเราเตรียมการให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าหากยังไม่เรียบร้อยเดี๋ยวผู้ใหญ่ที่จะมาร่วมอุดมการณ์กับเราจะไม่สะดวกใจ หากพรรคยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งนับแต่วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติถือว่าสมบูรณ์แล้ว ตั้งใจว่าจะมีการประชุมเพื่อเปิดตัวบิ๊กเซอร์ไพรส์ ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม..”

ห้วงเวลาที่แรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ บอกว่าจะเปิดตัวบิ๊กเนมนั้น น่าจะเป็นช่วงการเมืองตรึงเครียด เพราะมีรายการศึกซักฟอกในสภาฯ และกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งคงมีความชัดเจน

ขณะที่การประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้จัดวางขุมกำลังของตัวเองไว้ในตำแหน่งที่สำคัญ ซึ่งพล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยที่โคราชตอนหนึ่งว่า พลังประชารัฐคือครอบครัวใหญ่ ฉะนั้น ลุงป้อมก็เป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่นั่นเอง

หัวหน้าครอบครัวใหญ่ ได้แต่งตั้ง พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ และ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร เป็นกรรมการบริหารพรรค ยิ่งตอกย้ำพรรคของลุงป้อม เพราะ พล.อ.กฤษณ์โยธิน-พล.อ.ธัญญา ล้วนเป็นเด็กในบ้านป่ารอยต่อ


ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า นับจากนี้ไป ยากที่ 2 ป.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะเข้ามามีส่วนร่วมในพรรคพลังประชารัฐ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ก็จะหนีบบิ๊กตู่ไว้ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

  • ‘ลาพลังประชารัฐ’

ก่อนหน้านี้ “สุเทพ” วาดฝันไว้เยอะสำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับตัวละครคนโน้นคนนี้ที่จะมาสานฝันหามลุงตู่ เป็นนายกฯอีกสมัย

ชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงอีกหลายคนที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคนี้ แต่เจ้าตัวยังไม่ตอบรับกับข่าวนี้

วันที่ 3 เม.ย.2565 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ทำหนังสือเอกสารการลาออกในการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไปแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนให้เจ้าหน้าที่จะไปยื่นให้กับทางพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงจะไปยื่นกับทาง กกต.ด้วย

การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ พีระพันธุ์ ไม่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นไปตามที่เคยกล่าวไว้ว่า จะเข้ามาเพื่อทำโครงสร้างพรรคให้เกิดความเข้มแข็ง ขณะนี้ได้จัดทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงหมดหน้าที่และได้ตัดสินใจลาออก

หลังจากนี้ จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว และยังไม่ตัดสินใจไปเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่สื่อมวลชนวิเคราะห์

ถ้าจำกันได้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่กลุ่ม 6 รัฐมนตรี กดดันให้ พล.อ.ประวิตร ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพื่อปรับโครงสร้างพรรคใหม่

พล.อ.ประวิตรเล่นเกมยื้อ ลากสถานการณ์ไปเรื่อยๆ กระทั่งมีการแยกตัวออกไปของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส แต่บิ๊กป้อมก็ไม่เปิดช่องให้มีคนฝั่งทำเนียบแทรกเข้าแทนที่ตำแหน่งสำคัญๆที่ว่างลง

ว่ากันว่า พิมพ์เขียวการปรับโครงสร้างพรรคของพีระพันธุ์ ก็ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ เพราะบิ๊กป้อมไม่ตอบรับ พีระพันธุ์จึงต้องยื่นใบลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ

  • ‘ลุงกำนันเอาไงดี’

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก “สุเทพ” คงต้องประเมินสถานการณ์ใหม่เรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อเจอเกมบิ๊กป้อมพยายามล็อกบิ๊กตู่ไว้ที่พลังประชารัฐ แถมตอนนี้ แรมโบ้อีสานโดนดราม่าคลิปร้อนเรื่องโควต้าหวย

ก่อนหน้านั้น เสกสกล รับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล และหัวหน้าชุดดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมาย กำลังสร้างผลงานปราบหวยออนไลน์ จัดระเบียบขายหวยใหม่ แต่ก็สะดุดคดีคลิปร้อน

ล่าสุด เสกสกล พร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต แจ้งความดำเนินคดีกับนายกิ๊ก บุคคลที่บันทึกเสียงระหว่างที่พูดคุยโทรศัพท์กับ “จุรีพร สินธุไพร” ข้าราชการการเมืองประจำสำนักนายกเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก่อนจะถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์

“จุรีพร” ยืนยันว่าเป็นการแซวกันเล่น เนื่องจากมีความสนิทสนมกันในฐานะพี่น้องกันมานาน และจะพูดคุยล้อเล่นกันเสมอทั้งเรื่องการขอยืมเงิน แต่ไม่เคยได้ยืมเงินกันจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมือง พรรคฝ่ายค้านกัดไม่ปล่อยแน่ และต้นทุนการเมืองของ “แรมโบ้อีสาน” ก็มีน้อยอยู่แล้ว ย่อมกระทบกับพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่องลึก “จุรีพร” คู่ซี้ “แรมโบ้” สายตรงป้อม-ธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510346

04 เม.ย. 2565

ส่องลึก "จุรีพร" คู่ซี้ "แรมโบ้" สายตรงป้อม-ธรรมนัส

ดราม่าคลิปร้อน “จุรีพร” กับ “แรมโบ้” ตัวละครเอก ต่างเป็นสหายเสื้อแดง ก่อนย้ายขั้วหนุน 3 ป. จุรีพรสนิทกับธรรมนัส และเป็นมือทำงานให้ลุงป้อมในภาคอีสาน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ดราม่าคลิปร้อน “จุรีพร” กับแรมโบ้อีสานเป็นตัวละครเอก เคยร่วมทางเส้นทางคนเสื้อแดง ก่อนจะย้ายขั้วหนุน 3 ป. ลุยเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ ต่างคนต่างมีวิถีของตัวเอง

แดงกลับใจ “จุรีพร” น้องสาว นิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ยังโลดแล่นบนถนนการเมือง มีพี่เลี้ยงชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถมลุงป้อมก็ให้การสนับสนุนทำงานการเมืองใน จ.ร้อยเอ็ด

สืบเนื่องคลิปร้อน แรมโบ้อีสาน หรือเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พูดคุยกับ จุรีพร สินธุไพร เรื่องโควตาลอตเตอรี่ ซึ่งเวลานี้ แรมโบ้อีสานและจุรีพร ได้ร่วมกันดำเนินคดีกับคนปล่อยคลิปนั้นแล้ว

จากเหตุคลิปร้อนโควตาหวย ทำให้คนทั้งประเทศอยากรู้จักว่า จุรีพรคือใคร มีบทบาททางการเมืองอย่างไร และมีความสัมพันธ์กับแรมโบ้อีสานอย่างไรบ้าง

ปัจจุบัน “จุรีพร สินธุไพร” เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ,สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ รับผิดชอบสาขาพรรค จ.ร้อยเอ็ด และผู้สนับสนุนพรรคเศรษฐกิจไทย


อดีต จุรีพร สินธุไพร หรือคุณนายจุรีพร ของชาวบ้านแถวร้อยเอ็ด หรือเจ๊ลี่ หรือจูลี่ ของคนเสื้อแดงพัทยา มีประวัติการต่อสู้โชกโชน บนถนนสายเสื้อแดง

จุรีพรเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ นิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และแกนนำ นปช. ซึ่งครอบครัวสินธุไพร มีความใกล้ชิดกับทักษิณ ชินวัตร และตัวเจ๊ลี่เอง ได้รับความไว้วางใจให้ติดต่อกับทักษิณ ได้ตลอดเวลา

เดือน พ.ค.2555 เมื่อ มังกร ยนต์ตระกูล เข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด “จุรีพร” ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด นัยว่า จุรีพรปูทางสำหรับการลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ตามที่พี่ชาย นิสิต สินธุไพร วางแผนไว้

ปลายปี 2561 จุรีพร ปรากฏตัวที่พรรคพลังประชารัฐ ทำเอาคนเสื้อแดงช็อกตาตั้ง คิดไม่ถึงว่า แกนนำแดงพัทยา จะแปรพักตร์ไปร่วมงานกับ 3 ป.

  • ‘น้องผู้กองหลานลุง’

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “จุรีพร” ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินสายร่วมปราศรัยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐในหลายเวที โดยไม่ใส่ใจกระแสต้านจากคนเสื้อแดง

หลังเลือกตั้ง “จุรีพร” ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ก็ยังทำงานการเมืองในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นพี่เลี้ยง เนื่องจากทั้งคู่รู้จักกันมา ตั้งแต่สมัยแดงทั้งแผ่นดิน

กระทั่ง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้รับตำแหน่ง รมช.แรงงาน จุรีพร จึงถูกดึงตัวมาเป็นคณะทำงาน และเมื่อ 8 ก.ย.2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง จุรีพร สินธุไพร ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ลงชื่อรับรอง

จุรีพร สินธุไพร แกนนำพลังประชารัฐในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ดจุรีพร สินธุไพร แกนนำพลังประชารัฐในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด


ช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส และนฤมล ถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ยังทำงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และเหรัญญิกพรรค ทั้งคู่จึงออกเดินสายไปจัดประชุมสาขาพรรคตามต่างจังหวัด

วันที่ 29 ต.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส และนฤมล เดินทางไปร้อยเอ็ด เพื่อประชุมคัดเลือกตัวแทนพรรค โดยมีจุรีพร สินธุไพร เป็นแม่งานใหญ่ วันนั้น ร.อ.ธรรมนัส มั่นใจว่า จุรีพรจะนำพาผู้สมัคร ส.ส. คว้าชัยชนะในทุกเขตเลือกตั้ง

วันที่ 14 ก.พ.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจุดแรก ที่บ้านแมต ต.สะอาดสมบูรณ์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

ในวันนั้น จุรีพร สินธุไพร ในฐานะหัวหน้าสาขาพรรคพลังประชารัฐ จ.ร้อยเอ็ด ได้นำชาวบ้านนับพันคนไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งการลงพื้นที่ร้อยเอ็ด มี พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เดินประกบบิ๊กป้อม แทนที่ ร.อ.ธรรมนัส

วันที่ 14 มี.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และภรรยา ธนพร ศรีวิราช เดินทางไปเปิดสาขาพรรคที่ร้อยเอ็ด ปรากฏว่า จุรีพร สินธุไพร ได้นำคณะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด มาให้การต้อนรับ

ภาพที่จุรีพร พาผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด มาเปิดตัวกับ ร.อ.ธรรมนัส ในสีเสื้อพรรคเศรษฐกิจไทย ย่อมสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นของอดีต รมช.เกษตรฯ กับอดีตแกนนำแดงพัทยา

กองเชียร์พลังประชารัฐเลยออกอาการงุนงง จุรีพรย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยแล้วหรือ

  • ‘ตำนานแดงพัทยา’

บนเส้นทางเสื้อแดง “จุรีพร” มีวีรกรรมมากมาย โดยเฉพาะช่วงปี 2552-2553 นปช.แดงพัทยา เป็นองค์กรที่มีเครือข่ายมวลชนเข้มแข็งที่สุดในกลุ่มแดงภาคตะวันออก

กล่าวสำหรับ จุรีพรเป็นใจถึงพึ่งได้ และรักพวกพ้อง ถึงไหนถึงกัน ด้วยพื้นฐานครอบครัว มีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเอง เปิดร้านตำนานคนอีสาน 2 สาขา รวมไปถึงธุรกิจที่ดิน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจส่วนตัวอีกมากมาย

สมัยโน้น จุรีพรเป็นแกนนำเสื้อแดงที่ค่อนข้างมีฐานะ เป็นที่รู้จักของคนในภาคตะวันออก ช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลคนในพื้นที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

นอกจากนี้  “จุรีพร” ยังเป็นภรรยาของ พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ (ปัจจุบันชื่อ พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย)ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ สภ.บางละมุง ซึ่งนายตำรวจคนนี้อยู่ในพื้นที่พัทยามายาวนาน จึงมีกลุ่มเพื่อนผุย 48

ดังที่ทราบกัน ปลายปี 2561 “จุรีพร” สร้างปรากฏการณ์แดงช็อกโลก ไปสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ และเดินสายหาเสียงทั่วไทย แต่แดงพัทยาส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจสภาวะที่จำเป็นต้องเลือกของอดีตแม่ทัพใหญ่แดงตะวันออก

จัดระเบียบ”สีกากีนอกแถว” มะเร็งร้ายทำลายชื่อเสียง เกาะกินองค์กร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510324

หนึ่งตะวัน พันดาว

04 เม.ย. 2565

จัดระเบียบ"สีกากีนอกแถว" มะเร็งร้ายทำลายชื่อเสียง เกาะกินองค์กร

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ

ใกล้อวสาน..“มหากาพย์” ปริศนาการตาย แตงโม-นิดา-ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์..ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา..หลัง..บรรดา“นักเลงคีย์บอร์ด” เล่นบท..“ซีเอสไอไซเบอร์”แกะรอยแสวงหาความจริง..OO

กลายเป็น..แหล่งชุมนุม..ทั้ง..กลุ่ม..“ผู้หวังดี”หวังช่วยตำรวจคลี่คลายคดี กับ..กลุ่ม..“พวกหิวแสง”ประสงค์ร้าย หวัง..ผลอะไรบางอย่าง แตกประเด็น “ดรามา”โยง..เรื่องนั้น..เรื่องนี้..หนำซ้ำ..บางกลุ่ม….“ปูดเรื่องเท็จ” ปั่นกระแสสังคม จุดประกาย ชวนเชื่อ..ฆาตกรรมอำพราง ไม่ใช่..อุบัติเหตุ..OO

ถึงเวลา..ชุดคลี่คลายบรรเลงบทฉากสุดท้าย ส่งสัญญาณ “ใกล้ปิดกล้อง” เริ่มเดินเรื่อง..บท 5ตัวละครนำ  “ความจริง ก้อ..คือ..ความจริง” ไม่ปล่อยให้ “พวกหิวแสง”สารพัดอาชีพ มโนภาพจินตนาการละเลงบทละคร“หิวแสง”เข้ารกเข้าพงอีกต่อไป..OO

เดินเรื่อง “2ตัวละครเอก” ปอ-นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์- โรเบิร์ต-นายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์  ฉากแรกโดนข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฉากสุดท้าย พ่วงข้อหา “ให้การเท็จ-ทิ้งของลงแม่น้ำ ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือฯ ”…OO

ไม่รอดสันดอน  “ฉากสุดท้าย”หนีไม่พ้นความผิด แซน-นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ สาวสองหนี ติดร่างแหโดนข้อหา “กระทำโดยประมาทและกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต” นี่..คือ..เริ่มต้น..โหมโรง.. “นิยายน้ำเน่า”..OO

สียงเล่า-เสียงลือ..บทสรุป..ตอนจบ “ตัวละคร”โดนกันทั่วหน้า  ไม่วายเว้น.. “บรรดา..กุนซือ- พวกหิวแสง”-ปูดเรื่องเท็จเตรียมเนื้อเตรียมตัว..รับผลแห่งการกระทำ..แบ่งปัน ..”โบนัสจอมขยันเสี้ยม” คนละข้อหา-สองข้อหา “ฉลองปิดกล้อง” ตอนจบได้ยลโฉมหน้า..OO

สงเอย..สงสาร.. “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”..ยุค..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ถึง..แม้..ขวบปีที่ผ่าน “ผู้นำองค์กรฯ”เพียรพยายามปัดกวาดขยะใต้พรม เร่ง..สร้างภาพพจน์-ลบภาพลักษณ์อันฉาวโฉ่ ด้วยน้ำมือ.. “เหลือบในเครื่องแบบ”..ประกาศิต.. “นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง”ก่อน..กลายเป็น.. “มะเร็งร้าย”เกาะกินองค์กรจนย่อยยับป่นปี้ ผลงาน 1 ปี ลงโทษทัณฑ์ “ 250 สีกากีนอกแถว” ไล่ออก-ปลดออก-ให้ออก..OO

ผลลัพธ์..ยังเอาไม่อยู่ เปิดศักราชใหม่ แค่..2  เดือน ลงทัณฑ์ 38 นาย ไล่ออก 34 นาย  ปลดออก 4 นาย หนำซ้ำ..แหกคอก สร้างวีรกรรมฉาวโฉ่ ทำลายภาพลักษณ์ “องค์กร”อยู่ร่ำไป..สดๆร้อน “สารวัตรไซเบอร์”นำทีม สมัครพรรคพวกนับสิบ ก่อเหตุอุ้ม 2 สามีภรรยานักพนัน พร้อมลูกชาย ข่มขู่ให้คืนเงินเล่นการ“พนันออนไลน์”ได้ 2 ล้านบาท  สุดท้าย..ตบทรัพย์เงิน 4 แสนบาท พระหนึ่งองค์ แลกอิสรภาพ ..OO

หลักฐานคลิปว่อนโซเชียล ไม่รอช้า.. “นายเล็ก-นายใหญ่”ลงดาบ พ.ต.ต.คม รอดเภา สว.(สอบสวน)บก.สอท.5 บช.สอท…ให้ออกราชการ พ่วงท้าย..คดีอาญา..นอนคุก..คิวต่อไป..ส.ต.ท.ร่วมทีม..สงสัย.. ปัญหา “สีกากีนอกแถว”..สร้างวีรกรรมฉาว ต้องเอาจริงใช้ยาแรงกำราบ.. “ลงทัณฑ์”..ตั้งแต่.. หัว..ยัน..หาง  “ผู้เป็นนาย” หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ กอบกู้ภาพลักษณ์องค์กร ขจัดภาพพจน์ “สีกากีต้นทุนต่ำ”หนทาง..สู่..ความสำเร็จ..น่าจะดี..OO

อุดจุดบอด-ช่องโหว่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ  ติวเข้ม “ผู้รับผิดชอบ 14 หน่วยงานสัมผัสประชาชน แจกการบ้าน 3 ข้อ ทำงานเชิงรุก  “เร่งรัดตรวจสอบเรื่องร้องเรียน” ในความรับผิดชอบตามที่ ผบ.ตร.สั่งการ -ให้ทุก บช.ตรวจราชการสถานีตำรวจที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นจริงหรือไม่ -.ผบช.–ผบก. ดูข้อมูลร้องเรียนดำเนินการวินัยของหน่วย วิเคราะห์หาสาเหตุและแก้ไขปัญหา.”..หวัง..สร้างภาพพจน์-ลบภาพลักษณ์-สร้างศรัทธาประชาชน..OO
 

รวดเร็ว.. “ศาลธนบุรี”พิพากษาจำคุกนายมนตรี ใหญ่กระโทก หัวหน้า “รปภ.หื่นกาม” ก่อเหตุบุกข่มขืนสาวลูกบ้านในห้องพักคอนโดฯ ย่านเพชรเกษม 10 ปี 10 เดือน 20 วัน สารภาพคงจำคุก 5 ปี 5 เดือน 10 วัน หลัง.. “พนักงานสอบสวน-พนักงานอัยการ”สรุปสำนวนสั่งฟ้อง 2 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ -เสพยาเสพติด”..OO

ตรงกันข้าม…ผลสอบ ใบอนุญาต รปภ.ต้องคดีต้องห้าม เอือดเป็นเรือเกลือ เหตุใด “ผู้เกี่ยวข้อง”กลับออกใบอนุญาตประกอบอาชีพ “พนักงานรักษาความปลอดภัย” กลับ..เงียบกริบ..สังคม..รอคำตอบ  “ความผิดพลาด..อยู่ตรงไหน” ใครต้องรับผิดชอบ..บาดแผลรอด่าง “วีรกรรมฉาว”ครั้งนี้.. “ผู้เกี่ยวข้อง”ชี้แจงแถลงไขสักหน่อย อย่า..ปล่อยให้สังคมเคลือบแคลงใจ ท่ามกลาง..กระแสถลาโถม “องค์กร” . อยู่..ณ..บัดนี้…OO

โบแดง.. “กองปราบปราม”..ไม่ว่า..ยุค..ไหน..สมัย..ไหน..ไม่เคยสร้างความผิดหวัง ยุค..นี้..ก้อ..ไม่ผิดแตกต่าง ยุค..พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน กุมบังเหียน “ผู้นำหน่วย” คดีเล็ก-คดีใหญ่ ส่ง “นักสืบ-มือปราบ” เสริมทัพ “ท้องที่”แกะรอยสางคดี ปิดฉากคดีแล้วคดีเล่า..OO

หมาดๆ บัญชาการ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.นำทีม สางคดียักยอกเงินบูรณะวัดของสมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร 190 ล้านบาท ที่แท้..ฝีมือไวยาวัจกรวัด”คนสนิท” รวบตัวดำเนินคดี ปิดฉาก.. “มารศาสนา”..OO

ยุค.. “ข้าวยาก-หมากแพง”..ส่อเค้า.. “บ้านนี้..เมืองนี้”ไร้ความปลอดภัย ภัยอันตรายเกิดได้ทุก แม้..แต่..โรงพยาบาล พลัน..นายสุทธิพงษ์ สุขกำปัง อดีต รปภ.ทาสยานรก สวมวิญญาณโจร ก่อเหตุชิงทรัพย์หมอสาวท้องแก่ ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านสาธร ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้าน ถือเป็น.. การบ้านข้อใหญ่.. “ผู้เกี่ยวข้อง”อุดรอยรั่วป้องกันระวังภัยโจรผู้ร้าย สร้างความอบอุ่นใจ “ชาวบ้าน-ชาวช่อง” สุจริตชนผู้หาเช้ากินค่ำ..OO

บันทึก..จดจำ “ข้าราชการตำรวจ”คว้ารางวัล “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” ประจำปี 2564 ระดับ “นายพล”พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน ผบก.อก.รพ.ตร. พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ.จ.สระบุรี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จ.นครสวรรค์ ..OO

ระดับ “รองผู้การ”พ.ต.อ.ธนเดช ตันติอาภา รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สุรชัย สุกใส รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผบก.ภ.จ.ลพบุรี พ.ต.อ.ไกร สอนสี รอง ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ธีรเดช แจ่มแจ้ง รอง ผบก.อก.ภ.6..OO

“ระดับ ผู้กำกับ”พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.สน.ปากคลองสาน พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ ผกก.ฝ่ายบริการศึกษา ศฝร.บช.น. พ.ต.อ.อมรชัย ลีลาขจรจิตร ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผกก.สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม พ.ต.อ.ปริวัฒน์ สัจจาพันธ์ ผกก.สภ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิวัฒนชัย ธรรมวิทยาภูมิ ผกก.นาหม่อม จ.สงขลา พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองเลย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี..OO

พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผกก.สส.ภ.จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง ผกก.ตม.จันทบุรี พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.8 บก.ทล…OO

ตบท้าย พ.ต.ท.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร รอง ผกก.สส.สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา พ.ต.ท.ศุภชัย จันทรา รอง ผกก.กลุ่มงานจราจร บก.ภ.จ.เชียงใหม่  พ.ต.ต.หญิง ภูชยา จำปาบุรี ครูโรงเรีย ตชด.บ้านคลองตะเคียนชัย จ.สระแก้ว ด.ต.หญิง วิไลลักษณ์ ยางงาม ผบ.หมู่ สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี นี่..คือ..รางวัลตอบแทนเกียรติยศคุณงามความดี..OO..สวัสดี


หนึ่งตะวัน พันดาว

แจงยิบเบื้องหลัง คนสนิท “สมเด็จพระวันรัต” โดน 4 ข้อหาหนัก ยักยอกเงินโกง 2 วัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510192

04 เม.ย. 2565

แจงยิบเบื้องหลัง คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" โดน 4 ข้อหาหนัก ยักยอกเงินโกง 2 วัด

เชื่อมีคนพัวพันอีก หลังเปิดที่มาเบื้องลึก คนสนิท “สมเด็จพระวันรัต” ยักยอกเงินวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่เจ้าของเงินบริจาคแห่ตรวจสอบเงินอีกหลายโครงการ

นับเป็นอีกเรื่องร้อนในวงการสงฆ์ หลังมีการจับกุมคนสนิทของ “สมเด็จพระวันรัต” อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในข้อหายักยอกทรัพย์จำนวนมากถึง 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นสมบัติของวัดบวรนิเวศวิหาร 

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังว่า

เมื่อประมาณปลายเดือน พ.ย. 2564 นาย น. นามสมมุติ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด ฝ่ายฆราวาสของ “สมเด็จพระวันรัต” ได้ใช้อุบายหลอกลวงให้สมเด็จพระวันรัต ลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน

จากนั้น นาย น. ได้นําใบถอนเงินฉบับดังกล่าว มาเขียนจํานวนเงินตามที่ตนเองต้องการ แล้วนําไปแสดงต่อพนักงานธนาคารกสิกรไทย แห่งหนึ่ง เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของ “วัดวชิรธรรมาราม”

ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2565 นาย น. ยังคงใช้อุบายหลอกลวงให้ “สมเด็จพระวันรัต” ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินแล้ว นํามาเขียนจํานวนเงินตามที่ตนเองต้องการ อีกเช่นเคย แต่ในครั้งนี้ นาย น. ได้มอบหมายให้ผู้ใกล้ชิดของ “สมเด็จพระวันรัต” อีกคนหนึ่งเป็นผู้นําใบถอนเงินฉบับดังกล่าว

จากนั้นไปแสดงต่อพนักงานธนาคารกสิกรไทย เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดวชิรธรรมาราม แล้วให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายทําธุรกรรมซื้อแคชเชียร์เช็ค ของธนาคารกสิกรไทย สั่งจ่ายให้แก่ นาย น. จากนั้น นาย น. ได้นําแคชเชียร์เช็คไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากของตนเอง 


ทาง “วัดวชิรธรรมาราม”ได้ตรวจพบการทุจริตของนาย น. จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในวันที่ 22 มีนาคม 2565

แจงยิบเบื้องหลัง คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" โดน 4 ข้อหาหนัก ยักยอกเงินโกง 2 วัด

หลังจากที่เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมาราม ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ตามกฎหมายแล้ว ทางวัดบวรนิเวศวิหาร เชื่อว่า นาย น. น่าจะทุจริต เอาเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดของวัดบวรนิเวศวิหารไปด้วย

จากนั้น  รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีคําสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของ “สมเด็จพระวันรัต” อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารด้วย

โดยจากการตรวจสอบ พบว่า “สมเด็จพระวันรัต” ได้เปิดบัญชีเงินฝากส่วนตัว และบัญชีที่เกี่ยวข้องกับวัดบวรนิเวศวิหาร ไว้กับธนาคารกสิกรไทย จํานวนหลายบัญชี  ซึ่งเมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2564 นาย น. ได้นําสมุดบัญชีเงินฝากจํานวนหลายเล่ม และบัตรประจําตัวประชาชนของสมเด็จพระวันรัต พร้อมโทรศัพท์มือถือของนาย น. มามอบให้บุคคลใกล้ชิดของสมเด็จพระวันรัตอีกคนหนึ่ง แล้วสั่งการให้บุคคลใกล้ชิดดังกล่าว นําไปติดต่อกับพนักงานธนาคาร เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

แจงยิบเบื้องหลัง คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" โดน 4 ข้อหาหนัก ยักยอกเงินโกง 2 วัด

หลังจากนั้น นาย น.ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง ทําธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสมเด็จพระวันรัต และบัญชีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดบวรนิเวศวิหาร มายังบัญชีเงินฝากของตนเอง เป็นเหตุให้วัดวชิรธรรมาราม ได้รับความเสียหายเป็นเงินจํานวน 80 ล้านบาทเศษ และวัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับความเสียหายเป็นเงินจํานวน 100 ล้านบาทเศษ รวมความเสียหายของทั้งสองวัด เป็นเงินจํานวนทั้งสิ้น 190 ล้านบาทเศษ

การกระทํา ของ นาย น. จึงเป็นความผิดฐาน 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ฉ้อโกง, ลักทรัพย์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และ ฟอกเงิน โดยวัดบวรนิเวศวิหาร ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ในวันที่ 1 เมษายน 2565 โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 พนักงานสอบสวนได้ดําเนินการออกหมายจับ นาย น. และสามารถ จับกุมตัวนํามาดําเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว

และจากการตรวจค้นบ้านพักของ นาย น. พบทรัพย์สิน เป็นจํานวนมาก อาทิ รถยนต์หรู ยี่ห้อเบนลี่ ยี่ห้อปอร์เช่ ยี่ห้อวอลโว่ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ยี่ห้อเล็กซัส , เงินสด , เงินฝากในบัญชี , อสังหาริมทรัพย์ , กระเป๋าแบรนเนม , พระเครื่องทองคํา

ขอบคุณภาพ วัดบวรนิเวศวิหาร

ไม่ง้อธรรมนัส “ประวิตร” ดัน “บิ๊กอี๊ด” แม่ทัพอีสานคู่วิรัช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510291

03 เม.ย. 2565

ไม่ง้อธรรมนัส "ประวิตร" ดัน "บิ๊กอี๊ด" แม่ทัพอีสานคู่วิรัช

ยึดโคราช “ประวิตร” เปิดตัว “บิ๊กอี๊ด” พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาค 2 เคียงข้าง วิรัช รัตนเศรษฐ คุมภาคอีสาน ปูทางสร้างเครือข่ายมวลชนผ่านองค์กรน้ำแห่งชาติ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ยึดโคราช “ประวิตร” จัดประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัว “บิ๊กอี๊ด” พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาค 2 ดูแลภาคอีสาน เคียงข้าง วิรัช รัตนเศรษฐ

การเมืองเรื่องน้ำ “ประวิตร” คุมสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ส่ง พล.อ.ธัญญา ไปแก้ปัญหาน้ำในภาคอีสาน ปูทางสร้างผลงานและเครือข่ายมวลชน

การประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.นี้ ที่ชั้น 4 เทอร์มินอลฮอลล์ เทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น เพราะเป็นเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง และเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น

ที่น่าสนใจสำหรับสนามเลือกตั้งภาคอีสานคือ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

ทุกวันนี้ พล.อ.ธัญญา สวมหมวกประธานอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาค (ภาคอีสาน) เดินสายพบประชาชนในภาคอีสาน คล้ายเป็นแม่ทัพภาคอีสาน ที่ดูแลเรื่องน้ำ

ปี 2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ไปตรวจราชการและติดตามสถานการณ์น้ำในภาคอีสานบ่อยครั้ง

ปลายปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ลุยพื้นที่ภาคอีสาน โดยที่ไม่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่กลับมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ตามประกบบิ๊กป้อมแทน

การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พรรคพลังประชารัฐ มีแม่ทัพเลือกตั้งในภาคอีสานหลายคน ทั้งสมศักดิ์ เทพสุทิน, วิรัช รัตนเศรษฐ, เอกราช ช่างเหลา, สุพล ฟองงาม และสุชาติ ตันเจริญ แต่ในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ จะทราบดีว่า มีแม่ทัพหลังม่านชื่อ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ซึ่งตอนนั้น ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2

ชัยชนะของพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.นครราชสีมา 6 ที่นั่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นผลงานของแม่ทัพหลังม่านชื่อ บิ๊กอี๊ด พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร นายทหารสไตล์ลูกทุ่ง ใจถึงใจ

  • ‘น้องรักบิ๊กป้อม’

แม้ “ประวิตร” จะได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แต่ช่วง คสช.เรืองอำนาจ นายทหารคนใดจะเป็นแม่ทัพอีสาน ก็ต้องมีผลงานเข้าตาบิ๊กป้อม

“บิ๊กอี๊ด-พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร” (ตท.21) เติบโตมาในกองทัพภาคที่ 2 ปักหลักอยู่ที่กรมทหารราบที่ 23 (ร.23) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก่อนจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) จ.ร้อยเอ็ด และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 ช่วงใกล้เลือกตั้งสมัยที่แล้ว

พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพอีสานพลังประชารัฐพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพอีสานพลังประชารัฐ

เดือน เม.ย.2562 พล.อ.ธัญญา ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ สืบต่อจาก พล.อ.ธรากร ธรรมวินทร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข้ารับตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิของกองทัพบก

ปลายปี 2563 พล.อ.ธัญญา ส่งมอบหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ให้แก่ พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม และรับตำแหน่งใหม่คือ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ควบประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาค (ภาคอีสาน) เดือน ต.ค.2564 พล.อ.ธัญญา เกษียณอายุราชการ จึงเข้ามาทำงานช่วยบิ๊กป้อมได้เต็มตัว โดยดูแลปัญหาเรื่องน้ำ และการเมือง

วันที่ 10 ธ.ค.2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร และหิมาลัย ผิวพรรณ ลงพื้นที่ ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อรับฟังปัญาหาความเดือดร้อนจากกลุ่มเกษตรกร

เป็นความเคลื่อนไหวแบบเงียบๆ แต่มีนัยยะทางการเมือง ในช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ และเตรียมตัวจะหันหลังให้พลังประชารัฐ

  • ‘น้ำกับการเมือง’

ทุกครั้งที่ “ประวิตร” ไปต่างจังหวัด ก็มักจะไปดูปัญหาเรื่องน้ำ เพราะบิ๊กป้อมนั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

ปี 2560 คสช.ใช้มาตรา 44 ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากรัฐบาลประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ และ สนช.ได้คลอดพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้ 27 ม.ค.2562

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ใช้กลไกสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เข้าช่วยเหลือประชาชน ทั้งแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง

นักการเมืองหลายคนอาจมองข้ามสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บิ๊กป้อมกลับใช้องค์กรนี้เป็นเครื่องมือเข้าถึงประชาชน

เหมือนปัจจุบัน พล.อ.ธัญญา ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาค (ภาคอีสาน)ได้ลงพื้นที่ดูแลเรื่องน้ำให้ชาวบ้าน และปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายทางการเมืองด้วย

เลียนแบบ “ชัชชาติ” ย้อนยุค “จำลอง” กลยุทธ์ฝาเข่งนำชัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510273

03 เม.ย. 2565

เลียนแบบ "ชัชชาติ" ย้อนยุค "จำลอง" กลยุทธ์ฝาเข่งนำชัย

ผ่ากลยุทธ์ “ชัชชาติ” เน้น Viral Marketing ผ่านสื่อ Social Media คล้าย “จำลอง” ที่ใช้การตลาดแบบปากต่อปาก สมัยสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. เพื่อนชัชชาติวันนี้ ก็คือกลุ่มรวมพลังในอดีต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เจาะลูกเล่นหาเสียง “ชัชชาติ” เน้นกลยุทธ์ Viral Marketing ผ่านสื่อ Social Media คล้ายมหาจำลองที่ใช้การตลาดแบบปากต่อปาก สมัยสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528

ไม่จัดตั้งหัวคะแนน “ชัชชาติ” ชูการมีส่วนร่วมตั้งเครือข่ายเพื่อนชัชชาติ เหมือนมหาจำลอง สร้างกลุ่มรวมพลังที่เป็นศูนย์รวมจิตอาสาการเมือง

วันที่ 3 เม.ย.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และทีมเพื่อนชัชชาติ ปล่อยขบวนหาเสียงด้วยรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ตามแนวคิดหาเสียงแบบรักเมือง โดยขบวนหาเสียงขับไปตามเส้นทาง ถ.จันทร์, ถ.พระราม 3 ,ถ.เจริญราษฎร์ และ ถ.สาธุประดิษฐ์

แนวคิดหาเสียงแบบรักเมืองของชัชชาติ กำลังถูกพูดถึงในโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการลดขนาดป้ายหาเสียงตามท้องถนน หรือการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหาเสียง เป็นการประหยัดและลดมลพิษ

ปี 2528 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง สมัยที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้ใช้ฝาเข่งทำป้ายหาเสียง และเวลาแจกใบปลิว ก็จะให้ผู้ที่ได้รับช่วยส่งใบปลิวแผ่นนั้นต่อๆกัน เพราะไม่มีงบฯ หาเสียง

  • ‘ไวรัลการเมือง’

“ชัชชาติ” มีความชัดเจนแต่แรก จะลงสมัครอิสระ ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ก. และไม่สนับสนุนแนวทางจัดตั้งฝังแกนในพื้นที่ หรือการตั้งหัวคะแนนในชุมชน

ศาสตร์และศิลป์ในการเลือกตั้ง ประกอบด้วย 2 แนวรบคือ แอร์วอร์ (AIR WAR) และกราวนด์วอร์ (GROUND WAR) ซึ่งขาดแนวรบใดแนวรบหนึ่งไม่ได้รับชัยชนะ ชัชชาติย้ำชัดว่า จะใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก

การหาเสียงเลือกตั้งไม่ว่าการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น หนีไม่พ้นเรื่องการสร้างเครือข่ายหัวคะแนน แต่ชัชชาติ เน้นการจัดตั้งมวลชนในลักษณะจิตอาสา อย่างเช่นการเปิดตัวแคมเปญเพื่อนชัชชาติ และสภากาแฟเพื่อนชัชชาติ

ล่าสุด ชัชชาติได้เปิดเผยถึงแนวทางการหาเสียงตามแนวคิดหาเสียงแบบรักเมือง โดยทีมงานเพื่อนชัชชาติได้กำหนดแนวทางไว้เบื้องต้น 4 แนวทาง

1.ลดป้ายหาเสียง (Reduce) ลดขนาด-ลดจำนวน 2.หมุนเวียน (Recycle) ป้ายไวนิลหาเสียงจะมีการนำกลับมาใช้ใหม่ 3.นำกลับมาใช้ใหม่ (reuse) แผ่นพับหาเสียงในรูปแบบหนังสือพิมพ์เอกสารฉบับดังกล่าวจะนำมาใช่เช็ดกระจก ,เช็ดซับความมันของเตา และอื่นๆ 4.ลดก๊าซเรือนกระจก ลด PM 2.5 โดยใช้รถหาเสียงไฟฟ้า(EV)

ชัชชาติ โชว์แผ่นพับหาเสียงใช้ประโยชน์ห่อช่อดอกไม้ชัชชาติ โชว์แผ่นพับหาเสียงใช้ประโยชน์ห่อช่อดอกไม้

เวลานี้ แค่การทำป้ายหาเสียงเท่าขนาดเสาไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดไวรัลแชร์ภาพป้ายชัชชาติ ทั้งในเฟซบุ๊ค, และทวิตเตอร์ เหมือนช่วยหาเสียงให้ชัชชาติทางอ้อม

  • ‘ฝาเข่งนำชัย’

แนวทางหาเสียงแบบรักเมืองของ “ชัชชาติ” ก็ไม่ต่างจากสมัยที่ “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” ลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรก

ปี 2528 พล.ต.จำลอง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ในนามกลุ่มรวมพลัง โดยคู่แข่งคนสำคัญประกอบด้วย “ชนะ รุ่งแสง” พรรค ปชป. ,ม.ร.ว.เจตจันทร์ ประวิตร พรรคประชากรไทย และมงคล สิมะโรจน์ กลุ่มกรุงเทพก้าวหน้า

ในการหาเสียง “พล.ต.จำลอง” ชูภาพคนสวมเสื้อม่อฮ่อม สมถะ ถือศีล กินมังสวิรัติ ไม่มีเงินหาเสียง ไปเดินที่ไหน คนก็เอาเงินมายัดใส่กระเป๋า จึงก่อให้เกิดกระแสเลือกคนดี ลามลึกลงไปในกลุ่มพลังเงียบ

พ.ศ.โน้น พล.ต.จำลอง เน้นความสมถะในการหาเสียง โดยใช้ฝาเข่งทำป้ายหาเสียง และยังขอร้องให้ผู้ที่ได้รับใบปลิวช่วยอนุเคราะห์ส่งใบปลิวดังกล่าวต่อๆกัน โดยระหว่างการหาเสียงยังมีผู้ต้องการบริจาคเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงนับล้านบาท แต่ พล.ต.จำลอง ได้ปฏิเสธ พร้อมกล่าวว่า ตนต้องการแค่คะแนนเสียงอย่างเดียว

ฟากพรรค ปชป.ที่ส่งอดีตนายแบงก์ ชนะ รุ่งแสง ลงสนามก็ได้รับความสนใจไม่น้อย แต่ “พิชัย รัตตกุล” หัวหน้าพรรคสมัยโน้น กลับให้สัมภาษณ์ว่า กลยุทธ์ของมหาจำลองเป็นการหาเสียงแบบแบกะดิน ส่วน ปชป.เป็นสินค้าห้าง ยิ่งทำให้ผู้คนสงสารมหาจำลองที่โดนปรามาส

โค้งสุดท้าย พล.ต.จำลอง และจิตอาสารวมพลังจากสันติอโศก ทำป้ายทำด้วยฝาเข่ง เขียนว่า “จำลองแพ้แน่ ถ้าพ่อแม่ไม่ช่วย” ก็ส่งให้มหาจำลองเข้าป้ายชนะคู่แข่งจาก ปชป.ขาดลอย

เปิดวิธีการนาย น.คนสนิท “สมเด็จพระวันรัต” ยักยอกเงินวัดบวรฯ และวัดอื่นอีก 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510192

03 เม.ย. 2565

เปิดวิธีการนาย น.คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" ยักยอกเงินวัดบวรฯ และวัดอื่นอีก 1

เปิดที่มาเบื้องลึก คนสนิท “สมเด็จพระวันรัต” ยักยอกเงินวัดบวรนิเวศวิหาร แยบยล และวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่ออาจมีคนพัวพันเพิ่มอีก เจ้าของเงินบริจาคแห่ตรวจสอบเงินอีกเพียบ

นับเป็นอีกเรื่องร้อนในวงการสงฆ์ หลังมีการจับกุมคนสนิทของ “สมเด็จพระวันรัต” อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในข้อหายักยอกทรัพย์จำนวนมากถึง 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นสมบัติของวัดบวรนิเวศวิหาร 

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังว่า เมื่อประมาณปลายเดือน พ.ย. 2564 นาย น. นามสมมุติ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด ฝ่ายฆราวาสของ “สมเด็จพระวันรัต” ได้ใช้อุบายหลอกลวงให้สมเด็จพระวันรัต ลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน จากนั้น นาย น. ได้นําใบถอนเงินฉบับดังกล่าว มาเขียนจํานวนเงินตามที่ตนเองต้องการ แล้วนําไปแสดงต่อพนักงานธนาคารกสิกรไทย แห่งหนึ่ง เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของ “วัดวชิรธรรมาราม”

ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2565 นาย น. ยังคงใช้อุบายหลอกลวงให้ “สมเด็จพระวันรัต” ลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน แล้วนํามาเขียนจํานวนเงินตามที่ตนเองต้องการ อีกเช่นเคย แต่ในครั้งนี้ นาย น. ได้มอบหมายให้ผู้ใกล้ชิดของ “สมเด็จพระวันรัต” อีกคนหนึ่งเป็นผู้นําใบถอนเงินฉบับดังกล่าว ไปแสดงต่อพนักงานธนาคารกสิกรไทย เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดวชิรธรรมาราม แล้วให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายทําธุรกรรมซื้อแคชเชียร์เช็ค ของธนาคารกสิกรไทย สั่งจ่ายให้แก่ นาย น. จากนั้น นาย น. ได้นําแคชเชียร์เช็คไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากของตนเอง 


ทางวัดวชิรธรรมารามได้ตรวจพบการทุจริตของนาย น. จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในวันที่ 22 มีนาคม 2565

เปิดวิธีการนาย น.คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" ยักยอกเงินวัดบวรฯ และวัดอื่นอีก 1

ต่อมาหลังจากที่เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมาราม ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ตามกฎหมายแล้ว ทางวัดบวรนิเวศวิหาร เชื่อว่า นาย น. น่าจะทุจริต เอาเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดของวัดบวรนิเวศวิหารไปด้วย ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีคําสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของ “สมเด็จพระวันรัต” อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารด้วย

โดยจากการตรวจสอบ พบว่า “สมเด็จพระวันรัต” ได้เปิดบัญชีเงินฝากส่วนตัว และบัญชีที่เกี่ยวข้องกับวัดบวรนิเวศวิหาร ไว้กับธนาคารกสิกรไทย จํานวนหลายบัญชี ซึ่งเมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2564 นาย น. ได้นําสมุดบัญชีเงินฝากจํานวนหลายเล่ม และบัตรประจําตัวประชาชนของสมเด็จพระวันรัต พร้อมโทรศัพท์มือถือของนาย น. มามอบให้บุคคลใกล้ชิดของสมเด็จพระวันรัตอีกคนหนึ่ง แล้วสั่งการให้บุคคลใกล้ชิดดังกล่าว นําไปติดต่อกับพนักงานธนาคาร เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

เปิดวิธีการนาย น.คนสนิท "สมเด็จพระวันรัต" ยักยอกเงินวัดบวรฯ และวัดอื่นอีก 1

หลังจากนั้น นาย น.ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง ทําธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสมเด็จพระวันรัต และบัญชีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดบวรนิเวศวิหาร มายังบัญชีเงินฝากของตนเอง เป็นเหตุให้วัดวชิรธรรมาราม ได้รับความเสียหายเป็นเงินจํานวน 80 ล้านบาทเศษ และวัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับความเสียหายเป็นเงินจํานวน 100 ล้านบาทเศษ รวมความเสียหายของทั้งสองวัด เป็นเงินจํานวนทั้งสิ้น 190 ล้านบาทเศษ การกระทํา ของ นาย น. จึงเป็นความผิดฐาน ฉ้อโกง, ลักทรัพย์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และ ฟอกเงิน โดยวัดบวรนิเวศวิหาร ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดําเนินคดีกับ นาย น. ในวันที่ 1 เมษายน 2565 โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 พนักงานสอบสวนได้ดําเนินการออกหมายจับ นาย น. และสามารถ จับกุมตัวนํามาดําเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว

และจากการตรวจค้นบ้านพักของ นาย น. พบทรัพย์สิน เป็นจํานวนมาก อาทิ รถยนต์หรู ยี่ห้อเบนลี่ ยี่ห้อปอร์เช่ ยี่ห้อวอลโว่ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ยี่ห้อเล็กซัส , เงินสด , เงินฝากในบัญชี , อสังหาริมทรัพย์ , กระเป๋าแบรนเนม , พระเครื่องทองคํา

ขอบคุณภาพ วัดบวรนิเวศวิหาร