พยัคฆ์ติดปีก “ประวิตร” คุมทุกก๊ก พปชร.เหนือ “ประยุทธ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511046

10 เม.ย. 2565

พยัคฆ์ติดปีก "ประวิตร" คุมทุกก๊ก พปชร.เหนือ "ประยุทธ์"

กลับบ้านสงกรานต์ไม่เหงา “ประวิตร” ติดป้ายประชัน “ประยุทธ์” สะท้อนภาพผู้คุม ส.ส. และอดีตนายทหารใน พปชร.เบ็ดเสร็จ อนาคตของน้องตู่ จึงอยู่ในมือพี่ป้อม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ป้ายใหญ่รับสงกรานต์ “ประวิตร” จัดเต็ม พร้อมข่าวลือแต่งตัวรอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร้อนถึงโฆษก พปชร.ต้องออกมาแก้ข่าวพัลวัน

เบ็ดเสร็จ “ประวิตร” คุมทุกก๊กทุกก๊วน พปชร. ทั้งสาย ส.ส.และสายอดีตนายทหาร ไม่มีปีก พล.อ.ประยุทธ์ แทรกเข้ามาได้ อนาคตของน้องตู่ จึงอยู่ในมือพี่ป้อมโดยแท้

สงกรานต์ปีนี้ คนอีสานและคนเหนือ เดินทางกลับบ้านไม่มีเหงา เพราะมีป้ายลุงป้อม ทั้งป้ายบิลบอร์ดและป้ายไวนิลติดเสาไฟฟ้าเป็นเพื่อนระหว่างทาง ช่วงถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ

ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.2565 มีการติดตั้งป้ายภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมข้อความอวยพร “สวัสดีปีใหม่ไทย 2565 ขอให้คนไทย มีสุขภาพดี มีความสุข อยู่ดีกินดีตลอดไป” ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายในโซเชียล

จริงๆแล้ว ป้ายบิ๊กเบิ้มของลุงป้อม อาจไม่มีวาระซ่อนเกมการเมืองอะไรก็ได้ เพราะเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2564 พรรคพลังประชารัฐ ก็แจกจ่ายขันน้ำพลาสติกให้กับ ส.ส.เขตของพรรค พร้อมกับข้อความบนขันว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค” และ “สุขสันต์วันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย”

ปีที่แล้ว ลุงป้อมเตรียมการแจกขัน 2 แสนใบ บังเอิญเจอโควิดกลับมาระบาด ศบค.ประกาศห้ามเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ทีมงาน พปชร.จึงแนะนำให้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น แต่ ส.ส.ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เอาขันไปแจกชาวบ้าน เพราะหวั่นกระแสตีกลับ ยกเว้น ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่นำขันนับพันใบไปแจกแถว อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม

  • ‘ระแวงมือดีลลับ’

เรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “ประวิตร” บอกจะเสนอชื่อเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่สื่อมวลชนก็ไม่ค่อยเชื่อ เจอหน้าลุงป้อมก็ถามย้ำแล้วย้ำอีก จนบางครั้งลุงป้อมชักมีอาการโมโห

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2565 พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องการขึ้นป้ายอวยพรเทศกาลสงกรานต์ของ พล.อ.ประวิตร ว่า เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ที่จะเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองแต่อย่างใด

โฆษกพรรค พปชร. อธิบายว่า ความสัมพันธ์ของ 3 ป. พล.อ.ประวิตร ,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังคงแนบแน่น ไม่มีรอยร้าวอย่างที่ถูกฝ่ายการเมืองบางกลุ่มพยายามบิดเบือน และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.ยังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนเดิม

ขณะเดียวกัน นักสังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มที่ไม่เชื่อว่า พี่น้อง 3 ป.จะรักกันเหนียวแน่นเหมือนในอดีต เพราะการเดินเกมยึด พปชร.ของบิ๊กป้อม และกลเกมที่ส่ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปร่วมกันปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย บ่งชี้ว่า บิ๊กป้อมมีอำนาจต่อรองสูง

ถ้าเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ พลังประชารัฐได้ประมาณ 50-60 ที่นั่ง บวกพรรคเศรษฐกิจไทย ประมาณ 15 ที่นั่ง บิ๊กป้อมย่อมถือไพ่เหนือกว่าฝ่ายทักษิณ เพราะมีเสียง ส.ว.จำนวนหนึ่งอยู่ในมือ

เหนืออื่นใด ร.อ.ธรรมนัส เป็นอาวุธลับสำหรับบิ๊กป้อม เป็นมือประสานสิบทิศ หลังทราบผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า บิ๊กป้อมยังไปต่อ แต่บิ๊กตู่มีทางเลือกไม่มาก

  • ‘พรรคบ้านป่ารอยต่อ’

สภาพของพรรคพลังประชารัฐวันนี้ “ประวิตร” ดึงน้องรักอดีตนายทหารเข้ามาประจำการที่บ้านป่ารอยต่อเป็นแผง บางคนเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค และอีกหลายคนทำงานหลังม่าน

ไม่เพียงแต่ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ คณะอนุกรรมการฝ่ายหารายได้มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่เข้ามานั่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังมีอดีตนายทหารน้องรักลุงป้อมที่ถูกดึงมาช่วยงานในคณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี

อย่างเช่น พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม มาสวมหัวโขนประธานคณะทำงาน ติดตามและขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน , พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคเขตตรวจราชการที่ 7 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) และพล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ อดีตเสนาธิการทหารเรือ ตท.รุ่นที่ 18 ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาค (พื้นที่ภาคใต้) และพล.อ.สุชาติ ผ่องพุฒิ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขตตรวจราชการที่ 1

สำหรับนักเลือกตั้งหลายเผ่าพันธุ์ ล้วนอยู่ในมือ “บิ๊กป้อม” ทั้งพลังประชารัฐและเศรษฐกิจไทย อาจรวมถึงพรรคเล็กบางพรรค ดังนั้น การที่ “บิ๊กป้อม” ขึ้นป้ายบิลบอร์ด ย่อมทำให้สะเทือนกันไปทั้งประเทศ

อหังการ์ “พิธา” ทะลวงที่มั่น “ทักษิณ” สลายเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/511038

10 เม.ย. 2565

อหังการ์ "พิธา" ทะลวงที่มั่น "ทักษิณ" สลายเสื้อแดง

อหังการ์ก้าวไกล “พิธา” ท้ารบ ส.ส.กินบุญเก่า “ทักษิณ” มั่นใจเจาะ 15 เขตภาคอีสาน เครื่องจักรสีส้มพร้อมสลายเสื้อแดง ปักธงเมืองอุดรฯ 2 เขต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อหังการ์ก้าวไกล “พิธา” ท้ารบเพื่อไทย ขอปักธง 15 เขตภาคอีสาน มั่นใจสลายเสื้อแดงได้ ไม่กลัว ส.ส.กินบุญเก่าทักษิณ

เครื่องจักรสีส้ม “พิธา” กุมยุทธศาสตร์ชิงสมรภูมิอีสาน ผ่านการทดสอบในสมรภูมิท้องถิ่น คะแนนนิยมก้าวไกลพุ่งทุกเขต

ปลายปี 2564 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ และได้หยอดคำหวานๆว่า “ใครที่บอกว่าพรรคก้าวไกลไม่เข้าใจคนอีสาน อันนั้นไม่จริงครับ ผมเข้าใจครับว่า การที่ใครจะเป็นนายกฯ จะเป็นรัฐบาลของประเทศไทย จะต้องชนะใจคนอีสานให้ได้”

วันที่ 15 ต.ค.2564 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น และประกาศปักธงชัยหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวในการอบรมสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล(อีสานตอนบน) ที่ จ.อุดรธานี ว่า “เรามีความมั่นใจในพื้นที่ภาคอีสาน..เรามั่นใจว่าจะสามารถชนะเลือกตั้งได้มีไม่ต่ำกว่า 15 เขต”

เฉพาะ จ.อุดรธานี เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า จะชนะไม่ต่ำกว่า 2 เขต “..เรามั่นใจว่าจะปักธงที่เมืองหลวงของคนเสื้อแดงได้ เพราะทิศทางการทำงานของพรรคก้าวไกล ตอบโจทย์พี่น้องคนเสื้อแดงมากที่สุด”

อุดรธานี 2 เขตเป้าหมายของพรรคก้าวไกลคือ เขต 1 ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่บวกแดงก้าวหน้า ที่ไม่ใช่แดงทักษิณ และเขต 5 อานันท์ อมรินทร์ อาศัยฐานเสียงท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ทั้งระดับเทศบาล และ อบต.

ความเคลื่อนไหวของเครื่องจักรสีส้มในอุดรธานี ทำให้กลุ่มแคร์ปั้นแคมเปญครอบครัวเพื่อไทย และเปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่เมืองอุดรฯ เพื่อย้ำแบรนด์เดิมเพื่อไทยหัวใจสีแดง

ทักษิณ ชินวัตร ครองใจคนรากหญ้าอีสานมานานเกือบ 2 ทศวรรษ และการปรากฏตัวของพรรคอนาคตใหม่ ที่เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกลในปัจจุบัน กลับส่งผลสะเทือนต่อคะแนนนิยมของทักษิณแบบมองข้ามไม่ได้

  • ‘เจาะสองตัวเต็ง’

“พิธา” และพลพรรคก้าวไกล ยึดหลักการทำโพลสำรวจความนิยมของผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ และอาศัยฐานข้อมูลเดิม ดังกรณีของ 2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี

ผลเลือกตั้ง ส.ส.อุดรธานี เขต 1 (อ.เมืองอุดรธานี) สมัยที่แล้ว แชมป์เก่า ศราวุธ เพชรพนมพร เพื่อไทย ได้ 30,963 คะแนน และณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ พรรคอนาคตใหม่ได้ 26,552 คะแนน

เคน-ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไทยพิพัฒน์ ที่ขายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นร้านค้าเก่าแก่ในตัวเมืองอุดรฯ ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน และเพิ่งตัดสินใจลงสนาม หลังมีคนชักชวนให้ไปร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรตก้าวไกลชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรตก้าวไกล

เคนมั่นใจในต้นทุน 26,552 คะแนน ที่คาดว่าจะเอาชนะคู่แข่งสมัยหน้าได้ แต่แชมป์เก่าอย่างศราวุธ เพชรพนมพร ลูกเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร. ก็มีคอนเนกชั่นไม่ธรรมดา

สำหรับ อานันท์ อมรินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 5 (อ.ศรีธาตุ อ.วังสามหมอ อ.ไชยวาน และ อ.กู่แก้ว) ผลคะแนนของอานันท์ครั้งที่แล้ว ค่อนข้างห่างจากแชมป์เก่า จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย แต่เขามีประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า จ.อุดรธานี

อย่างที่รู้กัน คณะก้าวหน้า มีสมาชิกสภา อบจ.อุดรฯ ประมาณ 10 คน รวมถึงระดับเทศบาลก็ได้มา 3 เทศบาล ซึ่งมีเทศบาลตำบลบลศรีธาตุด้วย และได้นายก อบต. 5 แห่ง

  • ‘แดงไม่ถอย”

แม้เพื่อไทยจะชนะยกจังหวัดที่อุดรฯ แต่คะแนนก็หดหายไปเยอะ จึงไม่มองข้าม “พิธา” และสมาชิกสีส้ม โดยเฉพาะปลายปี 2563 มีการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรฯ ปรากฏว่า คณะก้าวหน้าได้ ส.อบจ.กว่า 10 ที่นั่ง

ดังนั้น ต้นปี 2564 ศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ได้สนับสนุน ดร.หรั่ง-ธนดร พุทธรักษ์ ลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี และโค่นแชมป์เก่าหลายสมัย อิทธิพนธ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี ได้สำเร็จ

สำหรับอิทธิพนธ์ อดีตนายกเล็กอุดรธานี กลุ่มนครหมากแข้ง มีกลุ่มทุนใหญ่เมืองอุดรฯ เป็นกองหนุนทั้งกลุ่ม อุดรเจริญศรีและกลุ่มศรีรุ่ง โดยการเลือกตั้ง ส.ส.อุดรฯ ทุนกลุ่มนี้อยู่ตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด

การที่คนของค่ายเพื่อไทยได้เข้าบริหารเทศบาลนครอุดรฯ ทำให้ความมั่นใจในศึกเลือกตั้ง ส.ส.กลับคืนมา ไม่กังวลค่ายสีส้มที่พยายามแย่งยึดฐานเสียงคนในเขตเทศบาลฯ

ชัยชนะที่สนามเทศบาลนครอุดรธานี บวกกับการรักษาฐานที่มั่น อบจ.อุดรธานี ไว้ได้ ย่อมสะท้อนว่า อุดรธานียังเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง แต่การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า อาจไม่เหมือนเดิม

บิดเบือน-ใส่ร้าย “พรรคประชาธิปัตย์” รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510987

นายหัวไทร

10 เม.ย. 2565

บิดเบือน-ใส่ร้าย "พรรคประชาธิปัตย์" รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปี

เมื่อ “พรรคประชาธิปัตย์” เริ่มเป็นเป้าถูกโจมตีการเมืองในภาคใต้ เมื่อนาย “จุรินทร์” หัวหน้าพรรค จัดงานครบรอบวันสถาปนาพรรคประชาธิปัตย์ 76 ปี

ช่วงวันศุกร์-เสาร์ที่ผ่านมา “จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หอบหิ้ว “นิพนธ์ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย รองหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ “ตะลอนทัวร์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” กับภารกิจมากมาย แต่ในเวลาเดียวกันมีผู้ไม่หวังดี เจตนาร้ายต่อประชาธิปัตย์ ส่งข้อความ-ภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง หวังทำลายพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม
มีคนแชร์ภาพในการจัดงานครบรอบวันสถาปนาพรรคประชาธิปัตย์ 76 ปี เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา กันมากว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้นิมนต์พระไปทำพิธีทางสงฆ์ มีแต่อิสลามเข้าร่วม 
มีการแชร์ภาพเพียงภาพเดียว เป็นภาพที่จุรินทร์ไปนั่งถ่ายรูปกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เข้าร่วมงานวันสถาปนาพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่มีภาพมุมอื่นอีกมากมายบิดเบือน-ใส่ร้าย "พรรคประชาธิปัตย์" รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปีบิดเบือน-ใส่ร้าย "พรรคประชาธิปัตย์" รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปี

เจตนาของคนแชร์ภาพๆเดียว ที่มีพี่น้องมุสลิมเข้าร่วมงานวันสถาปนาพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่มีการแชร์ภาพอื่น เช่น พิธีตักบาตรพระสงฆ์ พิธีพราหมณ์ ซึ่งในวันงานสถาปนาพรรคประชาธิปัตย์ครบ 76 ปี มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อโซเชี่ยลมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานมากมาก ได้เห็นภาพทั้งพระสงฆ์ พราหมณ์ และพี่น้องมุสลิม เข้าร่วมในพิธี 
จะให้คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ก็ต้องบอกว่า เป็นการกระทำของกลุ่มคนจ้องทำลายพรรคประชาธิปัตย์นั้นเอง สร้างประเด็นความขัดแย้งทางศาสนากับการเมือง เป็นการแสดงเจตนาบิดเบือนข้อมูลให้คนเข้าใจผิดอย่างมีนัยยะสำคัญ
เพราะข้อความที่ส่งกันพร้อมภาพเพียงภาพเดียว อันเป็นภาพพี่น้องมุสลิมเข้าร่วมงาน มีข้อความทำนองผิดหวังกับพรรคการเมืองพรรคนี้ที่ละเลยต่อพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงบิดเบือน-ใส่ร้าย "พรรคประชาธิปัตย์" รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปีบิดเบือน-ใส่ร้าย "พรรคประชาธิปัตย์" รำคาญ โดนจ้องทำลายในถิ่นครั้งแรกของปี

ขออนุญาตนำภาพอีกมุมที่มีการทำพิธีสงฆ์ พิธีพราหมณ์มานำเสนอ เพื่อให้เห็นว่า เขาทำพิธีครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งพุทธ มุสลิม และพราหมณ์ 
เพียงแต่มีคนเลวบางพวกบางกลุ่มต้องการบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริง จึงต้องนำมาบอกกล่าวกันว่า พรรคประชาธิปัตย์เขาจัดพิธีถูกต้องครบถ้วนตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว
“พรรคประชาธิปัตย์” ส่ง “ราเมศ รัตนะเชวง” โฆษกพรรคออกมาชี้แจง โดยยืนยันว่า มีการส่งต่อข้อความพร้อมภาพที่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนคือกล่าวหาว่าวันเกิดครบรอบของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีพิธีทางศาสนาพุทธ มีแต่พิธีทางศาสนาอิสลาม ต้องขอชี้แจงข้อมูลต่อพี่น้องประชาชนว่า ในงาน “ครบรอบ 76 ปี วันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์” ในวันที่ 6 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา มีกำหนดการของงานและปรากฏเป็นภาพข่าวชัดเจน คือ เวลา 8.15 น มีพิธีทางศาสนาอิสลาม เวลา 8.49 น พิธีบวงสรวงสักการะองค์พระแม่ธรณีฯ เวลา 9.29 น มีพิธีทางศาสนาพุทธ มุสลิม และพราหมณ์ การจัดพิธีเหมือนเช่นทุกปี

ราเมศ กล่าวเรียกร้อง บุคคลที่พยายามสร้างข่าวเท็จให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระหนักในความสำคัญของทุกศาสนา รวมถึงคุณธรรม จริยธรรมในทางสังคม เร่งปรับปรุงองค์กรด้านศาสนา ซึ่งรวมการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อให้การบริหารจัดการทุกศาสนาเพื่อให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่งเสริมการศึกษา อบรมบุคลากรของทุกศาสนา เพื่อให้นำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาสังคม ปรับปรุงค่าตอบแทนผู้นำทางศาสนาให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและบทบาทภารกิจในปัจจุบัน

รวมทั้งต้องเน้นย้ำการสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนาทั้งระดับผู้นำศาสนาและศาสนิกชน สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาตามวาระต่างๆ เพื่อช่วยกล่อมเกลาจิตใจศาสนิกชน ให้มีความเอื้ออาทร มีความรัก ความสามัคคี และดำรงชีวิตอย่างสงบสุขในสังคม นำไปสู่การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน ส่งเสริมและทำนุบำรุงศาสนา นโยบายเหล่านี้มีความชัดเจนจวบจนถึงปัจจุบันและในอนาคต บุคลากรในพรรคที่นับถือศาสนาในทุกศาสนา ที่ร่วมกันทำงาน คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด


การออกมาโต้กลับของ “พรรคประชาธิปัตย์” โดยให้โฆษกแถลงกับกระแสที่แรงมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใต้ น่าจะยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะหยุดขบวนการเหล่านี้ได้ ต้องระดับหัวหน้า รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ หรือเลขาธิการ เพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น ต้องรีบดับไฟตั้งแต่ต้นลม

อย่าปล่อยให้พวกย่ามใจ พยายามบิดเบือน สร้างความขัดแย้งแตกแยก นี้คือการกระทำของพวกจ้องทำลาย

เรื่อง : นายหัวไทร

ศึกโพธารามเดือด “ฝ่ายค้าน-รัฐบาล” แลกหมัดก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510976

นายหัวไทร

10 เม.ย. 2565

ศึกโพธารามเดือด “ฝ่ายค้าน-รัฐบาล” แลกหมัดก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

หนีไม่พ้น…เลือกตั้งซ่อมราชบุรี เขต 3 “พปชร.-ฝ่ายค้าน”กรำศึก-แลกหมัดกันอีกรอบ 15 พ.ค. “สจ.เส็ง” เต็งจ๋า “ปารีณา” ลุยหนักซัดกลุ่มแพ้จุดประทัด

คดีละเมิดจริยธรรมร้ายแรงของ “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้จบลงแล้วจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ด้วยให้ให้ สส.ปารีณา พ้นจาก สส.ทันที ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต หรือพูดได้ว่าประหารชีวิตทางการเมือง และห้ามดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เหลือรอดูว่าปารีณาจะยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ และที่ประชุมใหญ่ของผู้พิพากษาศาลฎีกาจะรับพิจารณาหรือไม่
แต่สำหรับคดีอาญาของ “ปารีณา” ก็จะยังเดินหน้าต่อไปโดยอัยการนัดฟังคำสั่ง “ปารีณา” รุกที่ป่าในจังหวัดราชบุรีในวันที่ 20 เม.ย.นี้ หลังเพิ่งโดนศาลฎีกามีคำพิพากษาพ้นจากตำแหน่งส.ส. 

ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีพนักงานสอบสวน ปทส. นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในข้อหาบุกรุกที่ป่าสงวน และพื้นที่ป่า โดยการทำ และจัดสร้างฟาร์มไก่ หมู่ 16 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งมีการส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดราชบุรีเมื่อช่วงปี2564 ที่ผ่านมาว่า

ก่อนหน้านี้น.ส.ปารีณา ผู้ต้องหายื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาหลายประเด็น ล่าสุดผู้ต้องหายื่นร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ อธิบดีอัยการภาค7 จึงมีคำสั่งตามร้องขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมเเละนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 20 เม.ย.นี้

กล่าวสำหรับทางการเมืองในเวลานี้บนเวทีรัฐสภา สำหรับ “ปารีณา” ได้จบลงแล้ว แต่ปารีณาไม่น่าจะจบบทบาทของตัวเองแค่นี้ เพราะเธอโพสต์ล่าสุดทำนองว่า “เจอกันนอกสภา” และจะรุกหนักกว่าเดิม 100 เท่าก็ไม่รู้ว่าปารีณาจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป แต่เป็นการฟาดกลับกลุ่มที่แพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และชักชวนคนโพธารามมาจัดประทัด 1 แสนนัด
แต่แน่นอนว่าสำหรับ “ไกรคุปต์” ไม่น่าจะหยุดเพียงเท่านี้
เพราะการพ้นจากตำแหน่ง สส.ของปารีณา จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมใน 45 วัน “ไกรคุปต์” จะต้องรักษาฐานที่มั่นไว้ แม้จะมีชาวโพธาราม ประมาณ 30 คน จุดประทัดส่งสัญญาณ “ไม่เอาแล้ว” ก็ตาม แต่ไม่ควรลืมว่า “ทวี ไกรคุปต์” ผู้พ่อ เป็น สส.ราชบุรีมาหลายสมัย ไต่เต้าจนได้เป็นรัฐมนตรี และส่งปารีณา ลูกสาวเป็น สส.ต่ออีกหลายสมัยอันเป็นตัวบ่งชี้ว่า “ไกรคุปต์” มีฐานคะแนนอยู่ไม่น้อย และเหนียวแน่นตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ในนาม “พรรคประชาธิปัตย์”

ประชาธิปัตย์น่าจะส่ง “สจ.เส็ง” ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่การเลือกตั้งปี 2562 คะแนนของ “สจ.เส็ง” ก็ไม่ได้น่าเกลียดมาเป็นอันดับที่ 2 รองจากปารีณาก็ไม่มาก

ส่วน “พลังประชารัฐ” ยังรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เดิมมีข่าวว่า น่าจะส่ง “สีหนาท ไกรคุปต์” พี่ชายปารีณา ไกรคุปต์ ลูกชายของทวี ไกรคุปต์ ปัจจุบันเป็นนายกฯอบต.
 

แต่ “ปารีณา” ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าจะไม่ส่งพี่ชายลงสมัครรับเลือกตั้งแทนแน่นอน เพราะพี่ชาย คือ “สีหนาท ไกรคุปต์” เพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกฯอบต.และเพิ่งเข้าทำหน้าที่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ที่แน่ชัดแล้วคือพรรคท้องถิ่นไทย “ชัชวาลย์ คงอุดม” หรือ “ชัช เตาปูน” หัวหน้าพรรคประกาศชัดบนเวทีประชุมใหญ่ว่าจะไม่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 3 ราชบุรี

น่าสนใจข้อเสนอของ “เทพไท เสนพงศ์” ต่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยเทพไทเสนอว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งสนามราชบุรีคราวนี้ อยากปล่อยให้เป็นการพิสูจน์กันระหว่างพรรคฝ่ายค้านกับพรรครัฐบาล เพื่อวัดกระแสความนิยมระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ก่อนสู้ศึกใหญ่เลือกตั้งทั่วไปปีหน้า
แต่สไตล์ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวทีเปิด และมีตัวดี จะต้องส่งทีมขึ้นแลกหมัดแน่นอน ส่วนจะเป็น สจ.เส็ง ที่เจ้าตัวประกาศพร้อมสู้ศึกหรือไม่ รอฟังการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรค

แต่ที่แน่ๆ พลังประชารัฐ เจ้าของเข็มขัดจะต้องลงรักษาแชมป์แน่นอน ส่วนจะส่งใคร รอ “ทวี ไกรคุปต์” ส่งชื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคเคาะ “สนามเลือกตั้งซ่อมราชบุรี เขต 3”  จะเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่พรรคร่วมรัฐบาล พลังประชารัฐ ต้องเผชิญศึกกับพรรคฝ่ายค้าน และอาจจะมีประชาธิปัตย์ร่วมแจมด้วย
เรื่อง : นายหัวไทร  

ขาลง “แรมโบ้อีสาน” ลาก “ประยุทธ์” เซ่นเกมหวยขาใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510961

10 เม.ย. 2565

ขาลง "แรมโบ้อีสาน" ลาก "ประยุทธ์" เซ่นเกมหวยขาใหญ่

คลิปร้อน 15 ล้านเขย่า “แรมโบ้อีสาน” จากปราบหวยแพงแทงทะลุขาใหญ่หวย กลายเป็นเกมซ่อนเงื่อนสะเทือน “ประยุทธ์” แรมโบ้อาจต้องเจ็บคนเดียวหรืออย่างไร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อลวนแก้หวยแพง “แรมโบ้อีสาน” ตกเป็นจำเลยสังคม เพราะมีคนนำคลิปฉาวออกมาแฉ พัวพันจุรีพร สินธุไพร แกนนำ พปชร.ร้อยเอ็ด

ปมปริศนา “แรมโบ้อีสาน” มือปราบหวยฉวยจังหวะสางแค้นใคร จึงถูกเอาคืนเจ็บแสบ จุรีพรชี้เป้าไปที่นายกิ๊ก ตัวละครลับ รับงานใครมา

เกมซ่อนเงื่อนถล่ม “แรมโบ้อีสาน” สะเทือนถึงทำเนียบ พล.อ.ประยุทธ์จะแก้เกมแบบไหน แรมโบ้อาจต้องเจ็บคนเดียวหรืออย่างไร

แรมโบ้อีสาน หรือ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับการโปรโมตจากฝั่งทำเนียบรัฐบาล เป็นมือปราบหวยแพง สร้างผลงานลุยแพลตฟอร์มล็อตเตอรี่ออนไลน์ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง

พลันที่มี คลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง เสกสกล อัตถาวงศ์ กับ “จุรีพร สินธุไพร” ข้าราชการการเมืองประจำสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเงิน 15 ล้านบาท และโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลุดออกมา ก็ทำให้มือปราบแรมโบ้สะดุด

ด้วยต้นทุนการเมืองที่ต่ำอยู่แล้ว เมื่อมีคลิปร้อนๆหลุดออกมา คนก็พร้อมจะเชื่อ แม้เสกสกลและจุรีพร จะยืนยันว่าเป็นการพูดเล่น หยอกล้อเรื่องยืมเงิน ก่อนที่ทั้งคู่จะเสกสกลเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิ๊ก ที่ถูกมองว่าคือมือปล่อยคลิป

เกมดิสเครดิตแรมโบ้ หรือต้องการเขย่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะคนที่แต่งตั้ง แรมโบ้อีสาน เป็นรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล

ต่อกรณีคลิปฉาว พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้โอกาสแรมโบ้อีสานพิสูจน์ตัวเอง หากมีความผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้รับที่จะดำเนินการตรวจสอบคลิปเสียงสนทนาระหว่างเสกสกลกับจุรีพร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเงิน 15 ล้านบาทที่ใช้ในการเลือกตั้ง

คลิปร้อน 15 ล้าน ทำให้แรมโบ้อีสาน ต้องเผชิญวิบากครั้งสำคัญในชีวิตการเมือง ดูจะหนักหนากว่าช่วงที่แยกตัวออกจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ

  • ‘แรมโบ้สลับขั้ว’

แกนนำ นปช.รู้ดีว่า “แรมโบ้อีสาน” มีเหตุผลลึกๆอะไร จึงต้องย้ายขั้วจากทักษิณ มาอยู่กับกลุ่ม 3 ป. และกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่

ถ้าจำกันได้ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เสกสกลหรือชื่อเดิม สุภรณ์ มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินสายจัดตั้งอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ทั่วภาคอีสาน เขาจึงถูกประทับตราแดงฮาร์ดคอร์

หลังรัฐประหาร 2557 แรมโบ้ถูกนำตัวเข้าค่ายสุรนารี นครราชสีมา และเมื่อกลับออกมาจากค่าย แรมโบ้ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน พาแม่ไปกราบสาบานต่อหน้าย่าโม ขอวางมือจากยุทธจักร

ปี 2561 แรมโบ้กลับไปกราบย่าโม ขออนุญาตถอนคำสาบานกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง เพื่อรับใช้ประชาชน โดยตอนนั้น แรมโบ้เป็นแกนนำคนหนึ่งของพลังประชารัฐ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

เสกสกลรู้ดีว่า ศึกเลือกตั้งหนนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะเขาต้องลงสนามชนค่ายแป้งมันพันล้าน นำโดยกำนันป้อ-วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล พรรคภูมิใจไทย คู่รักคู่แค้นของแรมโบ้

การเลือกตั้งปี 2562 กกต.โคราชแบ่งเขตใหม่ โดยเขตเลือกตั้งที่ 10 อ.ครบุรี อ.เสิงสาง และเพิ่ม อ.วังน้ำเขียว (เฉพาะ ต.วังน้ำเขียว และ ต.ไทยสามัคคี) เสกสกลลงสมัคร ส.ส.เขตนี้ โดยมีกำนันประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ที่ได้ฉายาเจ้าพ่อวังน้ำเขียว คอยช่วยเหลือแรมโบ้

แรมโบ้ยอมรับว่าตกเป็นรอง เพราะกำนันป้อ ฉายาแป้งมันพันล้าน เพิ่งลงสนามด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ย่อมจะต้องรักษาศักดิ์ศรีชื่อเสียง พูดง่ายๆ แพ้ไม่ได้ เท่าไหร่เท่ากัน

  • ‘แป้งมัน..โจทย์เก่า’

เดิมทีกำนันป้อก็เคยช่วย “แรมโบ้อีสาน” ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู เวลานั้น ค่ายแป้งมันเอี่ยมเฮง ที่มีฐานธุรกิจอยู่ที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ยังไม่คิดจะลงเล่นการเมือง

การเลือกตั้งปี 2554 แรมโบ้อีสานให้น้องชาย สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ลงสมัคร ส.ส.เขต 10 พรรคเพื่อไทย ชนกับจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ตัวแทนค่ายแป้งมันเอี่ยมเฮง พรรคภูมิใจไทย ปรากฏว่า น้องชายแรมโบ้ ได้ 44,184 คะแนน ชนะจิตรวรรณที่ได้ 36,635 คะแนน

การเลือกตั้งปี 2562 กำนันป้อในฐานะแม่ทัพโคราช พรรคภูมิใจไทย ส่งคนสนิท พรชัย อำนวยทรัพย์ อดีต ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.ครบุรี ลงแข่งกับแรมโบ้ คราวนี้ ค่ายแป้งมันพันล้านทุ่มสรรพกำลังเต็มที่บดขยี้แรมโบ้พ่ายยับ

ผลเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 พรชัย อำนวยทรัพย์ ได้ 51,728 คะแนน ส่วนแรมโบ้ ได้ 28,778 คะแนน แม้จะได้กำนันประนอมมาช่วย ก็ไม่สามารถเอาชนะค่ายแป้งมันได้

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว เสกสกลไม่ได้สังกัดกลุ่มวิรัช รัตนเศรษฐ หรือ “กลุ่มสามมิตร” เพราะมีอดีตนายทหารสายบิ๊กตู่เป็นพี่เลี้ยง ดังนั้น แรมโบ้จึงได้รับแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และกลายมาเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ

เสกสกลจึงลาออกจากพลังประชารัฐ ไปก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่เหตุจากคลิปร้อนคลิปฉาว อาจส่งผลกระทบถึงอนาคตของพรรคใหม่ป้ายแดงด้วย

ทำใจได้แล้ว “ปารีณา” ลุ้นพี่ชาย “สีหเดช” สู้ศึกเลือกซ่อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510840

08 เม.ย. 2565

ทำใจได้แล้ว "ปารีณา" ลุ้นพี่ชาย "สีหเดช" สู้ศึกเลือกซ่อม

ไม่ทันข้ามวัน “ปารีณา” ทำใจได้แล้ว ขอเป็นผู้แทนนอกสภา ลุ้นพี่ชาย “สีหเดช” ลงป้องกันแชมป์เขต 3 ราชบุรี ปะทะคู่ปรับเก่า สจ.เส็ง คนใจถึงพึ่งได้ ค่าย ปชป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่ทันข้ามวัน “ปารีณา” ทำใจได้แล้ว แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊คถึงพี่น้องโพธาราม-จอมบึง ขอเป็นผู้แทนนอกสภาฉบับบ้านๆ เชิญก็ไปไม่เชิญก็ไป

“ปารีณา” หมดสิทธิ์ลงสนามตลอดชีวิต คาดว่า สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายอดีต ส.ส.เอ๋ จะลงป้องกันแชมป์ หลังปลายปีที่แล้ว เพิ่งได้เป็นนายก อบต.ที่บ้านเกิด

ปี่กลองเลือกตั้งซ่อมกระหึ่ม สจ.เส็ง ค่าย ปชป. คู่ปรับเก่า “ปารีณา” ออกตัวแรง เพราะมีกองหนุนตระกูลจังพานิช บ้านใหญ่โพธาราม สนับสนุน

ช่วงบ่ายวันที่ 7 เม.ย.2565 หลังศาลฎีกาพิพากษาให้ปารีณา ไกรคุปต์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เเละดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต นักข่าวก็เดินทางไปที่บ้านพักอดีต ส.ส.ปารีณา ที่บ้านดอนมะเดื่อ ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พบว่า ประตูรั้วบ้านถูกปิดสนิท

จากนั้น นักข่าวโทรศัพท์ติดต่อเพื่อขอเข้าพบ ปารีณาตอบกลับมาว่า ตนเองขอน้อมรับคำพิพากษาของศาล และไม่ขอพูดคุยแสดงความคิดเห็นใดๆในเวลานี้ ขอเวลาทำใจสักพัก

กลางดึกวันเดียวกัน ปารีณา ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบายความในใจแบบยาวๆ “ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี บนถนนการเมือง ปารีณาตั้งใจทำหน้าที่ผู้แทนทั้งในสภาและนอกสภาอย่างเต็มที่ ปารีณาทุ่มเทจิตใจ และทุนทรัพย์ให้กับพวกพ้องและพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ได้รับการยอมรับ และชนะเลือกตั้งตลอด ไม่เคยสอบตก..”

ตอนท้าย ปารีณาได้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า “..ถึงแม้ปารีณาไม่สามารถเป็นผู้แทนของท่านได้อีกต่อไป ปารีณาขอขอบคุณทุกกำลังใจ และจะขอยึดมั่นอุดมการณ์ของปารีณาต่อไป และเราจะได้พบกันอีก”

พร้อมกับติดแฮชแท็ก #ปิดฉากปารีณาไม่เชิญก็ไปมีอะไรก็มา #ผู้แทนบ้านๆฉบับปารีณา #เกมส์ในสภา แต่พบกันอีกเร็วๆนี้นอกสภานะคะ

แม้ปารีณาจะไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เเละดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต แต่บทบาทกองเชียร์ยังทำได้ตามปกติ ฉะนั้น ปารีณาจึงบอกว่า “..พบกันอีกเร็วๆนี้ นอกสภานะคะ”

ล่าสุด กกต.พร้อมจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง (วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา) ซึ่งคาดว่า จะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ประมาณกลางเดือน พ.ค.2565

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี เขต 3 เมื่อ 24 มี.ค.2562 พบว่า ปารีณา ไกรคุปต์ พลังประชารัฐ ได้46,409 คะแนน ,ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรค ปชป. ได้ 29,423 คะแนน และวรชาติ ภูมิอุไร พรรคอนาคตใหม่ 15,621 คะแนน

พรรคไทยรักษาชาติ ก็ส่ง ณัฎฐพัชร์ จันทร์แม้น ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 แต่พรรคถูกยุบ ฐานเสียงคนเสื้อแดงราชบุรี คงเทไปเลือกพรรคอนาคตใหม่

สจ.เส็ง ชัยทิพย์ พรรค ปชป. พร้อมทำศึกล้างตาตระกูลไกรคุปค์สจ.เส็ง ชัยทิพย์ พรรค ปชป. พร้อมทำศึกล้างตาตระกูลไกรคุปค์

มีรายงานข่าวว่า เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป.คงจะส่ง สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ลงทำศึกล้างตากับ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายของปารีณา ที่จะลงสนามในสีเสื้อพลังประชารัฐ

  • ‘ขวัญใจชาวบ้าน’

ครูการเมืองของ “ปารีณา” คือ ทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี 7 สมัย ซึ่งส่งไม้ต่อให้ลูกสาวลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มา 4 สมัยติดต่อกัน (ปี 2548,2550,2554,2562)

สมัยแรกในการหาเสียงเลือกตั้ง ปารีณาได้แจกหนังสือแนะนำตัว มีประวัติของปารีณาเพียงเล็กน้อย และมีประวัติการทำงานของทวี ไกรคุปต์ เสียเป็นส่วนใหญ่ และในเล่มนั้น มีภาพเธอตอนประกวดนางสาวไทยด้วย

จริงๆแล้ว ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา แม้ทวีจะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ได้ออกไปพบชาวบ้าน โดยมีลูกสาวตามไปเป็นเงาทุกหมู่บ้าน

“ผมอายุมากแล้ว ผมจึง ตัดสินใจมอบหมายให้ปารีณาออกงานเป็นตัวแทนของผม เป็นสายใยอยู่กับพี่น้องแทนผม” ทวี ไกรคุปต์พูดถึงลูกสาว

ปารีณาเคยให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่ง เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ว่า เป็น ส.ส.งานศพ ปรากฏว่า เธอไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ขยายความว่าไปทุกงาน งานแต่ง งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ พร้อมทิ้งท้ายว่า ปารีณา ไม่เชิญก็ไป

คำว่า “ปารีณา ไม่เชิญก็ไป” กลายเป็นกลยุทธ์ชนะใจชาวบ้าน ปารีณาจะวิ่งรอกวันละ 7-8 งาน รวมถึงงานบวช และงานแต่ง แม้ ส.ส.คนรุ่นใหม่อาจมองว่า การทำแบบนี้เป็น ส.ส.ตลาดล่าง แต่สำหรับชาวบ้านไม่คิดเช่นนั้น

ฉะนั้น ปารีณาจึงไม่แคร์เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์ เพราะเชื่อมั่นว่า ผู้ใช้สิทธิ์เลือกเธอที่อยู่ตามหมู่บ้าน และไม่ได้หมกมุ่นสื่อโซเชียลเหมือนคนบางกลุ่ม

  • ‘ตัวแทนปารีณา’

มีรายงานข่าวจาก จ.ราชบุรี ว่า ทางตระกูลไกรคุปต์ จะส่งพี่ชายของ “ปารีณา” คือ “สีหเดช ไกรคุปต์” นายก อบต.บางโตนด ลงสมัคร ส.ส. เป็นตัวแทนน้องสาว

ช่วงกลางปี 2564 ตอนที่ปารีณา ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่เธอก็ไม่หยุดทำหน้าที่คนของประชาชน ส่องเข้าไปดูเฟซบุ๊กของปารีณา จะพบว่า ส.ส.หญิงคนนี้ วิ่งรอกงานศพวันละ 7-8 งาน

“..วัดบางโตนดไปไม่ทัน ให้พี่ชายไปแทนค่ะ” คำว่า พี่ชายไปแทนค่ะ หมายถึง “ก้อง-สีหเดช ไกรคุปต์” ซึ่งพักหลัง พี่ชายของเธอได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องที่ดิน ถนนหนทาง และไฟฟ้า พร้อมเป็นตัวแทนน้องสาวไปงานสังคมถี่ขึ้น

ปลายปี 2564 สีหเดช ไกรคุปต์ ลงสมัครรับเลือกเป็นนายก อบต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และได้รับชัยชนะ เพราะตำบลนี้เป็นบ้านเกิดของทวี ไกรคุปต์

ปกติ “ก้อง สีหเดช” ไปพบประชาชน จะสวมเสื้อยืดที่สกรีนชื่อ “ก้อง..พี่ชาย ส.ส.ปารีณา” ไว้ที่ด้านหลัง เป็นการแนะนำตัวในพื้นที่มานานกว่า 2 ปีแล้ว

ขั้ว “พลังประชารัฐ” รอฟังคำตอบจากพลเอก “ประยุทธ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510710

นายหัวไทร

07 เม.ย. 2565

ขั้ว "พลังประชารัฐ" รอฟังคำตอบจากพลเอก "ประยุทธ์"

ปรากฏการณ์ทางการเมืองในเวลานี้เป็นอาการอิหลักอิเหลื่อของขั้ว “พลังประชารัฐ” คำตอบอยู่ที่ “ประยุทธ์” คนเดียว

มองเส้นทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งวิถีแห่ง ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วันนี้ฉายภาพ 2 ภาพทางการเมืองที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด  ภาพ 1 เป็นภาพการประชุมใหญ่พรรครวมไทยสร้างชาติภาพที่ 2 เป็นภาพการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ

ขั้ว "พลังประชารัฐ" รอฟังคำตอบจากพลเอก "ประยุทธ์"

ภาพแรกปรากฏเงาร่าง ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ภาพหลังปรากฏเงาร่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณบนเวทีปราศรัยของพล.อ.ประวิตร มั่นใจว่าพรรคมีความแข็งแกร่ง ไม่ต้องเสริมอะไรอีก จะสามารถกวาด ส.ส.เข้ามาได้ไม่ต่ำกว่า 150 พรรค โดยไม่มีตรรกะอะไรมารองรับความมั่นใจ ท่ามกลางการประกาศแลนด์สไลท์ของพรรคเพื่อไทย หวังกวาด 300 ที่นั่ง แค่สองพรรคนี้ก็กินเข้าไป 450 ที่นั่งแล้ว

ส่วนที่ประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ออกมากล่าวคำขอโทษต่อสังคมที่ไม่สามารถสร้าง ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้าได้ โดยขอเวลาแต่งตัวให้พรรคดูหล่อขึ้นมากกว่านี้ การประชุมใหญ่จะมีขึ้นอีกครั้งไม่มิถุนายน ก็กรกฎาคม

ขั้ว "พลังประชารัฐ" รอฟังคำตอบจากพลเอก "ประยุทธ์"

คำว่า ”บิ๊กเซอร์ไพรส์” สังคมเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะไปปรากฏตัวพร้อมบิ๊กเนม อีกหลายคน แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างพรรคก็ไม่มี เห็นเพียง พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้ไปปรากฏตัวในเวทีประชุมของพรรครวมไทยสร้างชาติ

มองผ่านสถานการณ์นี้ เห็นว่า อนาคตของพรรครวมไทยสร้างชาติไทย ไม่แตกต่างจากพรรคเศรษฐกิจไทยเมื่อครั้งเก่าก่อน ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาหลังให้ “บิ๊กฉิ่ง” ใช้ฐานของนักปกครอง มาเป็นฐานทางการเมือง แต่เมื่ออะไรๆก็ไม่ชัด ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ก็คลุมเครือ พรรคบิ๊กฉิ่งก็ค่อยๆฝ่อไปตามกาลเวลา และถูกเจ้าของพรรคตัวจริงยกให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปเสกสรรปั่นแต่งใหม่

เมื่อท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ชัดเจนว่าจะยึดหัวหาดพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นฐานด้วยความไม่มั่นใจต่อ พล.อ.ประวิตร ไม่มั่นใจต่อพรรคพลังประชารัฐชื่อพรรคไทยสร้างสรรค์ พรรคไทยชนะ จึงเริ่มปรากฏขึ้นมาแบบบางๆ มีแต่ชื่อหัวพรรค แต่ไม่ปรากฏตัวของแกนนำ ผู้ริเริ่มก่อตั้ง ทิศทาง แนวทางของพรรค รู้แต่ว่า เป็นพรรคสำรอง สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนทำงานในระดับพื้นที่ก็ตัดสินใจยาก ทำงานลำบากจะบอกว่าอยู่พรรคนั้น พรรคนี้ก็ลิ้นจุกปาก จะเดินหน้าหรือถอยก็ให้คำตอบอะไรไม่ได้

มันกึ๊กๆ กั๊กๆแบบว่า “จั๊งซี้มันต้องถอน” พล.อ.ประยุทธ์ จะทิ้งพี่ พล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้ ตัวเองก็ขาลอย สส.ในมือก็ไม่มีจึงจำต้องเดินตามเส้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขีดไว้

ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนผ่าน ดร.เสกสกล หรือการปรากฏตัวของไทยสร้างสรรค์ ไทยชนะ เป็นอาการอันสะท้อนเป็นรูปธรรมของความอิหลักอิเหลื่อในทางการเมือง มองไปทางพลังประชารัฐ 150 ที่นั่งจะเอามาจากไหน ตรงไหนจะชนะเพิ่ม เหนือ-อีสาน เพื่อไทยก็ตีตราจอง กรุงเทพก็ไม่ง่าย รักษาของเดิมไว้ได้หรือเปล่า ภาคใต้ 14 คน ก็ไม่รู้ว่าจะถูกตีคืนจากประชาธิปัตย์หรือไม่ หรือพรรคภูมิใจไทย จะตีรุกคืบมาเพิ่ม

นี่คือเนื้อในที่ พล.อ.ประยุทธ์ลังเลใจว่าจะวางตำแหน่งตนเองไว้ตรงไหน คำตอบของคำถามอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียว

ลบอดีตไม่ได้ “จิราพร” หลาน “จุรีพร” สินธุไพรสายป้อมอาจพลิกขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510705

07 เม.ย. 2565

ลบอดีตไม่ได้ "จิราพร" หลาน "จุรีพร" สินธุไพรสายป้อมอาจพลิกขั้ว

ลบอดีตไม่ได้ “จิราพร” แจงคนละอุดมการณ์ “จุรีพร” แม้นามสกุลเดียวกัน แต่การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน วันนี้ จุรีพรอยู่ค่าย 3 ป. พรุ่งนี้อาจกลับไปหานายใหญ่ดูไบก็ได้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ต่างคนต่างคิด “จิราพร” แจงคนละอุดมการณ์กับจุรีพร แม้จะใช้นามสกุลเดียวกัน ย้อนยุคแดงทั้งแผ่นดิน นิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. มีน้อง 2 คนเป็นแกนนำแดงฮาร์ดคอร์

หน่อเนื้อเชื้อเสื้อแดง “จิราพร” ลูกสาวแกนนำ นปช. สร้างดาวกันคนละดวงกับจุรีพร มือทำงานของ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส

การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน “จิราพร” เพิ่งก้าวสู่ถนนการเมือง แต่น้องสาวพ่อ-จุรีพร มีประสบการณ์โชกโชน วันนี้จุรีพรอยู่ค่าย 3 ป. พรุ่งนี้อาจกลับไปหานายใหญ่ดูไบก็ได้

สืบเนื่องจากคลิปหวย 15 ล้าน ที่เป็นการสนทนาของ “เสกสกล อัตถาวงศ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กับ “จุรีพร สินธุไพร” ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กำลังถูกขยายในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2565 จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ จิราพร สินธุไพร (น้ำ) @j_sindhuprai ระบุว่า “ดิฉันชื่อ #จิราพรสินธุไพร เป็น ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด เขต 5 #พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจมาทำงานการเมืองเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของคุณพ่อนิสิต สินธุไพร ยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตยมาตลอด ไม่เคยมีแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวที่คิดจะฝักใฝ่เผด็จการ..”

เหตุที่ ส.ส.น้ำ จิราพร ต้องลุกขึ้นมาชี้แจงเร่งด่วน เพราะมีกองเชียร์ค่ายสีส้มบางกลุ่มนำไปโยงว่ารู้เห็นเป็นใจกัน เพราะตัวละครหญิงในคลิปร้อนนั้น มีศักดิ์เป็นอาของ ส.ส.ร้อยเอ็ด

เรื่องมีอยู่ว่า “จุรีพร สินธุไพร” เป็นน้องสาวของนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ซึ่งนิสิตหายไปจากสังคมไทย มาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.2562 หลังตัวเขาไม่ได้เดินทางมาฟังศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552

ช่วงก่อนวันเลือกตั้งหนที่แล้ว นิสิตยังอยู่ในเมืองไทย และประกาศตัดญาติขาดมิตรกับน้องสาว จุรีพรที่ย้ายข้างไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

  • ‘สองศรีพี่น้อง’

วันนี้ “จิราพร” เป็น ส.ส.ดาวจรัสแสง และเป็นเน็ตไอดอลมีเอฟซีมากมาย แถมมีน้องสาว ชญาภา สินธุไพร ได้รับตำแหน่งรองโฆษกพรรคเพื่อไทย

นิสิต สินธุไพร เกิดที่บ้านโนนชัยศรี ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บุตรของผาด-ใส สินธุไพร มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน และในนี้มี 3 คน ที่เล่นการเมือง เริ่มจากนิสิต ,จุรีพร และวิเชียรชนินท์ โดยตัวเขาสมรสกับเอมอร สินธุไพร มีบุตร 2 คน คือ น้ำ-จิราพร สินธุไพร และเบียร์-ชญาภา สินธุไพร

หลังโลดแล่นในยุทธจักรผู้นำครูภาคอีสานอยู่นานหลายสิบปี นิสิต จึงลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ปี 2544 สังกัดพรรคความหวังใหม่ และได้เป็นเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก ต่อมา พรรคความหวังใหม่ยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย นิสิตจึงย้ายมาอยู่กับทักษิณ ชินวัตร

ปี 2552 นิสิตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ในคดียุบพรรคพลังประชาชน จึงส่งภรรยา เอมอร ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ในปี 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย และผลเลือกตั้ง เอมอรเอาชนะคู่ไปขาดลอย ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

ปี 2562 เอมอรหลีกทางให้ลูกสาว จิราพรลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ส่วนนิสิตขยับไปอยู่บัญชีรายชื่อ ปรากฏว่า จิราพรได้รับเลือกตั้ง แต่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นิสิตจึงสอบตก

แม้ พ.ศ.นี้ ไม่มีพ่อนิสิตอยู่ที่พรรคเพื่อไทย แต่สองพี่น้อง น้ำ จิราพร และเบียร์ ชญาภา กลับเป็นมีบทบาทโดดเด่น และเป็นกำลังหลักให้พรรค

  • ‘พี่น้องต่างอุดมการณ์’

ลูกสาวนิสิต “จิราพร” ต้องรีบเคลียร์ประเด็นคนนามสกุลเดียวกัน เพราะในอนาคต จุรีพร สินธุไพร เตรียมตัวจะลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

ช่วงปี 2553-2554 นิสิตเป็นแกนนำ นปช. และ ผอ.โรงเรียนการเมืองคนเสื้อแดง ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนดูไบ พร้อมกันนี้ เขายังมีน้องสาว “จุรีพร” เป็นแกนนำแดงพัทยา และน้องชาย “วิเชียรชนินทร์” เป็นแกนนำ นปช.ภาคอีสาน

จิราพร-ชญาภา สองพี่น้องตระกูลสินธุไพรจิราพร-ชญาภา สองพี่น้องตระกูลสินธุไพร

อีกด้านหนึ่ง “จุรีพร” เป็นแกนนำเสื้อแดงที่ค่อนข้างมีฐานะ มีสามีเป็นนายตำรวจใหญ่ จึงกลับไปเป็นรองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด สมัยที่มังกร ยนต์ตระกูล เป็นนายก อบจ.

เนื่องจากมีปมปัญหาเรื่องส่วนตัว “จุรีพร” จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางความไม่พอใจของนิสิต พี่ชายคนโต และคนเสื้อแดง

ส่วน “วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร” อดีตประธาน นปช.ภาคอีสาน น้องชายนิสิต ก็แยกตัวออกจากเพื่อไทยไปเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล และสมาชิกคณะก้าวหน้า

วิเชียร์ชนินทร์เติบโตมาก็เห็นพี่ชาย นิสิต เคลื่อนไหวงานการเมืองภาคประชาชน ร่วมกับนักสู้ครูประชาบาล และทนายทองใบ ทองเปาด์ ดังนั้น วิเชียรชนินทร์ จึงเลือกพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคเชิงอุดมการณ์เข้มข้นกว่าพรรคเพื่อไทย

สำหรับ “จุรีพร” เองยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ในอนาคต เธออาจจะลาออกไปเล่นการเมืองท้องถิ่น เพราะตอนนี้ “เอกภาพ พลซื่อ” นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เจอวิบากกรรม เมื่อ กกต.ได้มีคำวินิจฉัยให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้เพิกถอนสิทธิสิทธิสมัครและสิทธิรับเลือกตั้งของเอกภาพ จากกรณีปราศรัยในการเลือกตั้ง อบจ.

“จุรีพร” เองก็เตรียมตัวจะลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จึงได้มาปรึกษาหารือกับแรมโบ้ เสกสกล และไม่น่าเชื่อว่า จะมีคนชื่อ “กิ๊ก” เป็นผู้บันทึกเสียง และนำคลิปร้อนไปเผยแพร่

ทั้งนิสิต ,จุรีพร และวิเชียรชนินทร์ มาจากเถือกเถาเหล่ากอเดียวกัน ตระกูลสินธุไพร แห่ง อ.พนมไพร แต่การเมืองทำให้พี่น้องท้องเดียวกัน ต้องห่างเหินกันไป แต่อนาคต จุรีพรอาจย้ายกลับไปอยู่ฝั่งนายใหญ่ดูไบก็ได้

อวสาน “ปารีณา” สะเทือน “พปชร.” ราชบุรีแตก 2 ก๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510645

07 เม.ย. 2565

อวสาน "ปารีณา" สะเทือน "พปชร." ราชบุรีแตก 2 ก๊ก

จบชีวิตทางการเมือง “ปารีณา” สะเทือน “พปชร.” จากผู้พิทักษ์ลุงตู่-ลุงป้อม บอบช้ำไปทั้งตระกูล เลือกตั้งซ่อมราชบุรี ลุงป้อมก็เหนื่อย ค่าย พปชร.เมืองโอ่งแตก 2 ก๊ก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนนเ้ำหมึก

ไม่ได้ไปต่อ “ปารีณา” จบชีวิตทางการเมือง ทวี ไกรคุปต์ จอมยุทธ์โพธาราม จะส่งลูกชายลงสนามรักษาฐานเสียงหรือไม่

เผชิญวิบากกรรม “ปารีณา” ผู้พิทักษ์ลุงตู่-ลุงป้อม ยอมเจ็บทั้งในและนอกสภาฯ สุดท้ายบอบช้ำไปทั้งตระกูลไกรคุปต์

เลือกตั้งซ่อมราชบุรีแทน “ปารีณา” ลุงป้อมก็เหนื่อย เพราะพลังประชารัฐเมืองโอ่ง แตกเป็น 2 ก๊ก ตระกูลไกรคุปต์ แยกทางตระกูลนิติกาญจนา

ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี สมัยที่ 4 ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แสดงบทบาทองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเป็นหลานสาวที่น่ารักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นสายล่อฟ้า ทำให้มีทั้งคนรักคนชังมากมายทั่วประเทศ

วันที่ 7 เม.ย.2565 ที่ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฏีกากล่าวหา ปารีณา ไกรคุปต์ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง บุกรุกที่ป่าทำฟาร์มไก่ ใน จ.ราชบุรี หลังถูกศาลฎีกาสั่งให้หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่การเป็น ส.ส.มาตั้งแต่ 25 มี.ค.2564

อันเนื่องจากการถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711 ไร่ ต่อมา ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ที่มีการชี้มูลความผิดใน 2 ข้อหาคือ เป็น ส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือที่เรียกว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็น ส.ส.กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ปารีณามีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

คดีของปารีณา ถือเป็นคดีแรกที่มีการอ่านคำตัดสินในคดีคำร้อง ป.ป.ช. และยื่นศาลฏีกาเอาผิดนักการเมืองทำผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ผลพวงจากคำพิพากษาคดีปารีณา ย่อมส่งผลให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนปารีณา และจะเลือกวันไหน ก็ต้องรอฟังทาง กกต.

น่าสนใจว่า เมื่อปลายปี 2564 “สีหเดช ไกรคุปต์” พี่ชายของเอ๋ ปารีณา เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งทวี ไกรคุปต์ จะให้ลูกชายคนโตลงสนามแทนน้องสาวหรือไม่ ก็น่าติดตาม

  • ‘ที่มั่นจอมบึง-โพธาราม’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “ปารีณา” ลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาโหนกระแสลุงตู่ เอาชนะคู่แข่งขาดลอย โดยพ่อทวีทุ่มหาเสียงช่วยลูกสาวเต็มที่ เพื่อรักษาฐานเสียง

ปารีณา ไกรคุปต์ และสีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนดปารีณา ไกรคุปต์ และสีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนด


ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี เขต 3 อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม (ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง ต.บ้านสิงห์ และต.ดอนทราย) ปารีณานำโด่งม้วนเดียวจบ ได้ 46,409 คะแนน ตามด้วย ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรค ปชป. และ วรชาติ ภูมิอุไร พรรคอนาคตใหม่ ได้ 15,621 คะแนน

เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2554 ที่เขต 3 ราชบุรี ปารีณาได้ 32,702 คะแนน ชนะสายัณห์ จังพานิช พรรคเพื่อไทย ได้ 31,531 คะแนน และปรีชญา ขำเจริญ อดีต ส.ส.พรรค ปชป.ได้ 30,663 คะแนน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี 7 สมัย เป็นเสาหลักของตระกูลไกรคุปต์ และเป็นผู้สร้างลูกสาว จากเวทีนางสาวไทยสู่เวทีสภาฯ ด้วยต้นทุนการเมือง ซึ่งทวีสะสมมาตั้งแต่ครั้งที่เป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2522 โดยไม่สังกัดพรรค

ทวีเล่นการเมืองมานานกว่า 30 ปี เป็น ส.ส.ราชบุรี มาหลายสมัย และสังกัดหลายพรรค ไล่มาแต่พรรคชาติไทย, พรรคกิจสังคม, พรรคความหวังใหม่, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยรักไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ

ปี 2548 ทวีตัดสินใจพาลูกสาว ลงสนามเลือกตั้ง ปารีณาอาศัยการประกวดนางสาวไทย เป็นการแนะนำตัวให้คนรู้จัก บวกกลยุทธ์การหาเสียงของทวี เป็นตัวชี้ขาดที่ทำให้เธอเป็น ส.ส.สมัยแรก

  • ‘กลุ่มก๊วนเมืองโอ่ง’

พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.ราชบุรี 3 คน แต่ “ปารีณา” แยกตัวมาขึ้นตรงบ้านป่ารอยต่อ ส่วน บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.เขต 2, กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.เขต 1 สังกัดกลุ่มสามมิตร

สถานการณ์การเมือง พ.ศ.นี้ ที่เมืองราชบุรี แยกออกเป็น 3 ก๊กใหญ่คือ ก๊กราชันมังกร นำโดย กำนันตุ้ย วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และเจ้าของอาณาจักรธุรกิจกาญจนากรุ๊ป ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ชวนกำนันตุ้ยมาสร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย และมาจอดป้ายที่พลังประชารัฐ


ช่วงที่ลงสมัครนายก อบจ.ราชบุรี กำนันตุ้ยเจรจาขอความร่วมมือกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสรอรรถ และ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ค่าย ปชป. รวมใจกันยึด อบจ.ราชบุรี

ก๊กดำเนินสะดวก มี สรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จับมือ บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ยึดพื้นที่สายคลองมาหลายสมัย

นัยว่า สมัยหน้า สรอรรถ พยายามดึง กุลวลี นพอมรบดี ลูกสาว มานิต นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี ให้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

ก๊กตลาดศรีเมือง ของ นภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เจ้าของตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี

ช่วงเลือกเลือกตั้งปี 2562 คนราชบุรีรู้สึกแปลกๆ ที่ “เสี่ย นภินทร” ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และปัจจุบัน นภินทรเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา)

ปารีณา ไกรคุปต์ เลือกอยู่กับค่ายเสี่ยนภินทร เพราะมีความสนิทสนมกันมาแต่สมัยสังกัดพรรคเพื่อไทย และอีกไม่นาน ก็คงจะรู้ว่า ตระกูลไกตรคุปต์ จะส่งใครลงสมัคร ส.ส.แทนเอ๋ ปารีณา

“สุนทร รักษ์รงค์” ลุ้นได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร “ส.ส.ปชป.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/510561

นายหัวไทร

06 เม.ย. 2565

"สุนทร รักษ์รงค์" ลุ้นได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร "ส.ส.ปชป."

เสนอตัวสมัคร “ส.ส.ปชป.” เขตชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช “สุนทร รักษ์รงค์” เดินสายเข้าหาผู้ใหญ่เป็นหลัก

“สุนทร รักษ์รงค์” ผู้ซึ่งเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช เขตอำเภอชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ เดินทางเข้าพบคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำนองฝากเนื้อฝากตัวขอคำแนะนำ โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในเขตเลือกตั้ง

       เมื่อเดือนก่อนเห็นไปพบปราชญ์ย่านชะอวด และล่าสุด สุนทร เข้าคารวะ “โกหว่า” วรศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์ คหบดีใจบุญ ผู้มากบารมีที่บ้านพักในอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

      โกหว่า มีคาถาอาคม มีอักขระ สร้างพระช่วยเหลือสังคมมามาก และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง คนที่ลงสมัคร สส.ย่านทุ่งสง จะต้องไปคารวะโกหว่า

"สุนทร รักษ์รงค์" ลุ้นได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร "ส.ส.ปชป."

      โกหว่า ยังมีลูกชายที่เดินมาในแนวทางนี้ แต่เน้นไปทางอำนาจบารมี ตั้งค่ายมวย “ค่ายพรัญชัย” หรือ “โกเด๊ะ” พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์ได้ยินนามสกุลอาจจะคุ้ยๆ แต่คงคุ้นเพราะที “นริศา อดิเทพวรพันธ์” เป็น สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ด้วย ซึ่งโกเด๊ะก็ผลักดันให้นริศาได้ลงสมัครแน่นอน ส่วนจะเขตไหน พรรคไหน ยังพูดยาก  แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ยังไม่รู้ว่า นริศา ยังจะลงสมัคร สส.อยู่อีกหรือไม่ และถ้าลงยังจะลงในนามพรรคประชาธิปัตย์อยู่อีกหรือไม่ เพราะเขต 1 เดิม มีการเปิดตัว “ราชิต สุดพุ่ม” อดีตผู้ว่าฯปัตตานีไปแล้ว     เดิมนริศา เป็น สส.เขต 1 ของนครศรีธรรมราช แต่เมื่อมีการแบ่งเขตใหม่ นริศาไปลงเขตอีกเขตที่ไม่ใช่เขต 1 เดิม และนริศาก็แพ้เลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ทยอยเปิดตัวผู้สมัครไปบ้างแล้ว แน่นอนว่า สส.เก่าน่าจะลงเขตเดิม เพียงแต่รอความแน่ชัดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

       แต่ สส.เก่าก็ต้องลงเขตที่ตนเองมีฐานเสียงหลักอยู่ เช่น ชัยชนะ เดชเดโช ชินวรณ์ บุณยเกียรติ์ ประกอบ รัตนพันธ์ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือบางคนอาจจะย้ายเขต ตามการแบ่งเขตของ กกต.

       ถ้าเพื่อความเหมาะสม นริศา ควรจะได้ลงเขตเมือง (บางส่วน) อ.พระพรหม และ อ.ปากพนัง (ฝั่งตะวันตก) แต่เขตนี้ประชาธิปัตย์ได้เปิดทางให้ พิทักษ์เดช เดชเดโช น้องชายของชัยชนะ เดชเดโช ทำพื้นที่ไปแล้ว

       ส่วนเขตชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเดิมพงศ์สิน เสนพงศ์ น้องชายของเทพไท เสนพงศ์ เคยลงเมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อม เขต 3 แต่แพ้ให้กับอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถ้าเลือกตั้งใหม่พงศ์สินก็น่าจะเสนอตัวลงเหมือนเดิม และน่าจะทับซ้อนกับเขตที่สุนทรเสนอตัวลงเลือกตั้ง

      ชัยชนะ (แทน) เคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้า กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่แล้ว อ.ร่อนพิบูลย์อยู่เขตไหนเป็นหลักแทนก็จะลงเขตนั้น ซึ่งเขตเดิมของแทน ก็จะมีร่อนพิบูลย์ ลานสกา เป็นต้น ก็ต้องรอ กกต.แบ่งเขตเช่นกัน แต่เข้าใจว่า เขตเลือกตั้งใหม่ กกต.น่าจะซอยย่อย อ.ร่อนพิบูลย์ออกเป็นสองเขตเลือกตั้ง อยู่ที่แทนว่าจะลงเขตไหน ซึ่งมีร่อนพิบูลย์อยู่ทั้งสองเขตเลือกตั้ง

       สำหรับชินวรณ์ฐานแน่นอยู่ย่าน อ.ฉวาง ก็ต้องลงโซนเดิม แต่ที่น่าเป็นห่วง คือประกอบ รัตนพันธ์ สส.ย่านทุ่งสง ที่คราวที่แล้วชนะไปเพียง 2000 กว่าคะแนน แต่คราวหน้าจะมีคู่ชิงหลายคนมีแย่งคะแนนไป มีข่าวที่ไม่ยืนยันว่า เห็นประกอบไปปรากฏตัวย่านทุ่งใหญ่-บางขัน คู่กับชินวรณ์บ่อยครั้ง จึงตั้งข้อสังเกตว่า ประกอบจะย้ายเขตหรือเปล่า เพราะเขตนั้นยังว่าง สส.อยู่ และน่าจะปล่อยภัยกว่าลงย่านทุ่งสง

       ส่วนพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็น สส.ประชาธิปัตย์มาหลายสมัย ตั้งแต่คุณพ่อ(มาโนช วิชัยกุล) ยังอยู่ ขยันขันแข็งลงพื้นที่ต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน แต่หลังจากมาโนชจากไปก็มีสัญญาณแปลกๆจากหนูปุ้ย เช่น เขตในเฟสบุ๊ค ทำนองว่ามีอิสระแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไร

       ส่วนสุนทร รักษ์รงค์ ถือว่าเป็นหน้าใหม่ที่เสนอตัวลงในนามประชาธิปัตย์ แต่เป็นการเปิดตัวอย่างสวยงามกับวลี “ลูกชาวบ้าน” หรือ “การเมืองไม่ใช่เรื่องของการแสวงหา (ประโยชน์) ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ถึงขั้นดีมาก เพราะแม้นสุนทรจะเป็นมือใหม่ทางการเมืองในรูปแบบการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่สุนทรเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมายาวนาน ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษา ช่วงพฤษภาประชาธรรม สุนทรก็หอบหิ้วนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ( มอ.ปัตตานี) ซึ่งสุนทรเป็นนายกองค์การนักศึกษาอยู่ ขึ้นมาร่วมขบวนการรัฐบาลสืบทอดอำนาจด้วย

      จบออกมาแล้ว สุนทรก็ยังคงเคลื่อนไหวทางสังคมต่อเนื่อง แต่มุ่งเป้าไปสู่ชาวสวนยังที่ยังมองเห็นความเสียเปรียบ และด้อยโอกาสหลายประการ รวมถึงการขับเคลื่อนช่วยเหลือชาวสวนปาล์มด้วย

       จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สุนทรจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย และล่าสุดยังได้รับความไว้วางใจให้เป็น 1 ในรัฐมนตรียางพาราด้วย

       สุนทรผ่านการต่อสู้ ผ่านแนวรบเพื่อประชาชนมามาก หรือแม้กระทั่งการปลดล็อคกระท่อม ปลดล็อคกัญชง กัญชา เพื่อให้พ้นจากพืชเสพติด เป็นพืชเศรษฐกิจ “สุนทร” ก็มีส่วนร่วมอยู่ในบางบริบท

         สุนทรจะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.หรือไม่ อยู่ที่ขบวนพิจารณาของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีขั้นตอนในการสรรหา ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา หรืออาจจะต้องทำโพลล์ ทำไพรมารี่โหวต ผ่านกรรมการบริหารพรรค