ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง (komchadluek.net)

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

14 ธันวาคม 2563 – 18:37 น.

ข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในผู้สูงวัย  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่น่าตกใจคือ กลุ่มคนวัยทำงานและวัยเรียนมีอาการข้อเสื่อมก่อนวัย 

ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการกองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในผู้สูงวัย ข้อมูลสถิติพบว่าปีที่ผ่านมามีคนไทยเป็นโรคข้อเสื่อมมากถึง 6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่น่าตกใจคือกลุ่มคนวัยทำงานและวัยเรียนมีอาการข้อเสื่อมก่อนวัย เช่น นิ้วล็อค เสียงกระดูกข้อลั่นกร๊อบแกร๊บ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงในอนาคต กรมแพทย์ฯ จึงสนับสนุนและผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่มีผลทางการวิจัย และมี อย.รับรอง จดทะเบียนการค้าอย่างถูกต้องเพื่อนำมาใช้เป็นแพทย์ทางเลือกสำหรับบรรเทาอาการข้อเสื่อม เมื่อประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2564 อย่างเต็มรูปแบบ จึงแนะนำให้ดูแลและรักษาสุขภาพกันถ้วนหน้า

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.อุษณีย์ วินิตเขตคำนวณนักวิชาการอดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเภสัชกร หริหระสุตระ บุตรชาย ผู้ร่วมก่อตั้ง บจก.ลำไยอินโนเทค ผลิตครีมสารสกัดจากเมล็ดลำไยต้านข้อเข่าเสื่อม-กล้ามเนื้ออักเสบภายใต้ชื่อ “ครีมลองกานอยด์” ซึ่งได้รับรางวัลจากกรมแพทย์ฯถึง 2 ปีซ้อน กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาไปอีกขั้นโดยเพิ่มส่วนผสมสารสกัดเมล็ดลำไย และเอสเซนเชียล-ออยล์จากสมุนไพรบางชนิด จนได้สูตรตำรับที่เข้มข้นในประสิทธิภาพ กลิ่นไม่ฉุนและไม่มีอาการแสบร้อนเหมาะกับผู้สูงวัยที่ผิวบอบบางรวมทั้งคนที่แพ้ง่าย ที่น่าตื่นเต้นคือเมื่อนำมาทดสอบในอาสาสมัครที่มีอาการข้อเสื่อมจำนวน 10 คน ติดต่อกัน 3 เดือน ปรากฏผลลัพธ์ดีขึ้นมากถึง 90% อาการปวดข้อลดลง เสียงหัวเข่าลั่นกร๊อบแกร๊บลดลง ผลทดสอบบ่งชี้ว่าสามารถป้องกันและยับยั้งการสลายกระดูกอ่อนที่ข้อ ช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อพยุงข้อ รวมทั้งช่วยให้เกิดน้ำหล่อเลี้ยงไขข้อได้ดี  

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ตัวอย่างที่น่าสนใจ คุณสุวรรณี อัชวงค์ วัย 71 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ปวดเข่าทั้งสองข้างมาก พอทานยาแก้ปวดมากก็มีปัญหาเรื่องไต สุดท้ายคุณหมอจึงผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมที่หัวเข่าข้างซ้าย หลังผ่าตัดก็ประสบปัญหางอเข่าลำบาก ทั้งกล้ามเนื้อพยุงเข่าเทียมอ่อนแรงทำให้เดินทรุดบ่อยๆ และมักมีอาการเสียวแปล๊บรอบเข่าเทียม จึงปฏิเสธการผ่าตัดหัวเข่าข้างขวา และมาเข้าโครงการอาสาสมัครใช้ลองกานอยด์ เมื่อทดลองทาวันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น ติดต่อกันสามเดือน ตอนนี้หัวเข่าข้างขวารู้สึกดีขึ้นมาก เดินได้คล่องขึ้น อาการปวดหัวเข่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเสียงหัวเข่าลั่นก็ลดลง จึงอยากแนะนำผู้ที่เป็นเข่าเสื่อมอย่าพึ่งหมดหวัง ให้ลองใช้ครีมลองกานอยด์ทาเป็นประจำทุกวันเชื่อว่าจะเห็นผลดีขึ้นแน่นอน 

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

สำหรับประชาชนทั่วไป ตลอดจนวัยรุ่นคนหนุ่มสาววัยทำงานคนเมืองหลวงที่ใช้เวลาในการเดินทางอย่างเร่งรีบ สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากกลุ่มอาการข้อเข่าเสื่อม ข้อลั่น ข้อนิ้วล็อค ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดแบบแพทย์ทางเลือกจากครีมลองกานอยด์ ทางเช้าหรือก่อนนอนเพื่อดูแลสุขภาพเข่าและข้อต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยสมุนไพรลองกานอยด์ซึ่งชนะเหรียญทองนวัตกรรมโลกจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และรางวัลจากกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกถึง 2 ปีซ้อน รวมทั้งรางวัลจากสถาบันทั่วโลกอีก 9 รางวัลการันตีคุณภาพ ผู้สนใจสามารถศึกษาผลิตภัณฑ์ครีมลองกานอยด์ได้ที่ www.longanoid.com หรือ โทรศัพท์ 053-931777 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว” (komchadluek.net)

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว”

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

12 ธันวาคม 2563 – 15:06 น.

ส.ค.ส. พระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้คือภาพ “สวัสดีปีฉลูวัว”

ในปีฉลู พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ รูปวัว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มาปักบนกระเป๋า  เสื้อโปโล ๕ สี  และเสื้อทีเชิ้ต ๔ สี   เสื้อทั้งหมดจะออกจำหน่ายเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

นอกจากพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพรปีใหม่แด่ชาวไทยทุกท่าน “สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ. ๒๕๖๔” ดังนี้

เมื่อนึกถึง “วัว” ผู้คนจะนึกถึงสัตว์สี่เท้า ที่ยังประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อวัว และนมวัว ซึ่งเป็นอาหารโปรตีนอันโอชะ และอิ่มเอมของมวลมนุษย์ โดยสามารถนำมาเป็นอาหารนานาชนิด  นำมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกายได้หลากหลาย ทำให้มนุษย์เติบโตแข็งแรง สมบูรณ์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

เมื่อได้อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์ “ปีฉลู” มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล และทีเชิ้ต ทั้ง ๙ สี ทางร้านภูฟ้าจึงได้นำคำว่า “อิ่ม” มาขึ้นต้นกับเสื้อทั้ง ๙ สี อย่างมีความหมายถึง ความอิ่มเอม เปรมใจ และมีความสุขยิ่ง ดังนี้
เสื้อโปโลทั้ง ๕ จะมีชื่อสีต่าง ๆ ที่มีความหมายของคำว่า “อิ่ม” ทั้งสิ้นดังนี้
– สีฟ้า         อิ่มใจ                
– สีน้ำเงิน        อิ่มบุญ
– สีแสด         อิ่มเอิบ                
– สีขาว        อิ่มอุ่น
– สีเขียว        อิ่มโอษฐ์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

พรพระราชทานข้างต้น ที่กล่าวมาแล้วจะปรากฏบนด้านหน้าของเสื้อทีเชิ้ต ๒ สี คือ
– สีครีม         อิ่มเอม                
– สีชมพู        อิ่มสุข

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

ถ้าท่านใดที่ชอบใส่เสื้อคอกลม แบบมีกระเป๋า ทางร้านภูฟ้าก็จะมีเสื้อให้ท่านเลือกซื้อ ๒ สี คือ
– สีเขียว        อิ่มจิต                
– สีม่วง        อิ่มทิพย์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

นอกจากเสื้อโปโล เสื้อคอกลม และทีเชิ้ตดังกล่าว ยังมีสินค้าอื่น ๆ ที่ท่านจะเลือกซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ ได้แก่ บัตรอวยพรปีใหม่ สมุดบันทึก ปากกา กระบอกน้ำเก็บความร้อน-เย็น และเครื่องใช้อื่น ๆ รวมทั้งยังจัดจำหน่าย กระเป๋าผ้าต่าง ๆ ทั้งนี้ทางร้านได้รับเกียรติจากผู้ออกแบบจากแบรนด์ THEATRE เป็นที่ปรึกษาในการให้สีสำหรับผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นทางร้านยังมีสินค้าผ้าไหม ผ้าห่มทอมือ และสินค้าที่แปรรูปมาจากผ้าปกากะญอ อันเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาจัดจำหน่ายอย่างมากมาย    

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง ๒๐ สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop  และติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA

มื้อเช้ากิน “ข้าวกล้อง” โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มื้อเช้ากิน “ข้าวกล้อง” โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี (komchadluek.net)

มื้อเช้ากิน “ข้าวกล้อง” โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

มื้อเช้ากิน "ข้าวกล้อง" โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

11 ธันวาคม 2563 – 17:59 น.

มื้อเช้ากิน “ข้าวกล้อง” โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี จะทำให้รู้สึกเบิกบาน ผ่อนคลาย ลดภาวะความตึงเครียดของร่างกายและสมองของเด็กๆ ได้ทุกวัน

เด็กเล็กช่วงวัย 1-3 ปี มีความเครียดได้ทุกวันเหมือนผู้ใหญ่   โภชนาการที่ดีจะช่วยจัดการความเครียดได้  มีคำแนะนำจากกุมารแพทย์ ระบุว่า เพียงปรับเปลี่ยนอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรทในมื้อเช้าของลูกโดยเลือกกินข้าวไม่ขัดสีแทนข้าวขาว หรือขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาวพร้อมกับเนื้อสัตว์ จะทำให้ร่างกายผลิตสารสื่อประสาทในสมองที่เป็นสารสร้างความสุข ชื่อว่า “เซโรโทนิน”  ทำให้รู้สึกเบิกบาน ผ่อนคลาย ลดภาวะความตึงเครียดของร่างกายและสมองของเด็กๆ ได้ทุกวัน แถมในข้าวไม่ขัดสียังมีวิตามินและแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาสมองในวัยเด็กเล็กได้ดีอีกด้วย 

มื้อเช้ากิน "ข้าวกล้อง" โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

แพทย์หญิงเสาวภา  พรจินดารักษ์   กุมารแพทย์ พัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์  ให้ข้อมูลว่า เด็กเล็กมีความเครียดไม่ต่างจากผู้ใหญ่ อยู่ที่ว่าพ่อแม่จะสังเกตเห็นหรือไม่  พฤติกรรมที่เด็กเล็กแสดงออกเวลาเครียด คือกริยาอาการรูปแบบต่างๆ อาจจะหงุดหงิดง่าย งอแงเอาแต่ใจ โดยเฉพาะเมื่อถูกขัดใจจะเห็นได้ชัดเจน เมื่อพ่อแม่เห็นลูกฮึดฮัด ร้องงอแง ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ จึงไม่คิดว่าเด็กๆ ก็เครียดเป็น  ยิ่งถ้าบ้านไหนชอบแหย่เด็กให้โวยวาย ให้นึกเลยว่า เรากำลังทำให้ลูกเผชิญกับความเครียดโดยไม่จำเป็น ผู้ใหญ่จึงไม่ควรแหย่เด็กเด็ดขาด เพราะความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนภาวะโภชนาการของเด็กได้            

“ตามธรรมชาติร่างกาย เมื่อเกิดภาวะตึงเครียด จะหลั่งสารอะดรีนาลีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะสู้หรือหนี  โดยระบบการหมุนเวียนเลือดและหัวใจจะทำงานหนักขึ้นและเร็วขึ้น หายใจถี่ขึ้น กล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง มีการยับยั้งการดูดซึมอาหารของลำไส้  ซึ่งการยับยั้งการดูดซึมอาหารของลำไส้นี่แหละ ที่ทำให้ร่างกายของเด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้ถ้ามีความเครียดต่อเนื่องยาวนาน เมื่อร่างกายดูดซึมสารอาหารไม่พอ ก็ต้องดึงเอาสารอาหารที่เก็บสะสมไว้ในร่างกายออกมาใช้แทน ดังนั้น ถ้าเด็กที่มีโภชนาการน้อยหรือไม่เหมาะสมอยู่เป็นทุนเดิม ก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคขาดสารอาหารได้ การเลี้ยงลูกให้มีโภชนาการที่สมบูรณ์ร่วมกับการเลี้ยงลูกเชิงบวก จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับลูก เพราะร่างกายเด็กจะสามารถรับมือกับความเครียดในปริมาณเหมาะสม โดยไม่ต้องดึงสารอาหารที่ควรใช้ในการเจริญเติบโตมาใช้งานแทน” แพทย์หญิงเสาวภา กล่าว และให้ข้อมูลน่าสนใจเติมเพิ่มว่า ทุกครั้งที่เกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนความเครียดอีกตัวชื่อว่าคอร์ติซอล ฮอร์โมนตัวนี้ถ้าเกิดขึ้นเรื้อรังและยาวนานก็จะส่งผลให้เซลล์สมองถูกทำลายได้           

มื้อเช้ากิน "ข้าวกล้อง" โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

อย่างไรก็ตาม ในสมองมีสารสื่อประสาทหลายชนิดที่ช่วยระงับความเครียด เราเรียกว่าสารสื่อประสาทที่สร้างความสุข  เช่น  “เซโรโทนิน” ซึ่งทำให้เราเบิกบานใจ ผ่อนคลาย อารมณ์ดี โดยอาหารกลุ่มโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ นม ไข่ กลุ่มถั่วและธัญพืชต่างๆ จะมีกรดอะมิโนทริพโตเฟนสูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตเซโรโทนิน โดยสมองจะมีระดับซีโรโทนินสูงก็เมื่อร่างกายได้รับอาหารกลุ่มดังกล่าวร่วมกับกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในเวลาเดียวกัน เช่น  กินข้าวกับไก่ทอด   หรือกินขนมปังคู่กับทูน่า  คุณหมอแนะนำให้เลือกข้าวไม่ขัดสี และขนมปังโฮลวีทดีกว่าข้าวขัดสีและขนมปังขาว  เมื่อเซโรโทนินเพียงพอ ลูกจะรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ มีความสุข  แต่ถ้าเซโรโทนินไม่เพียงพอ ลูกจะดูซึมๆ ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาหรืออาจตรงกันข้ามคือ หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี ดังนั้น  มื้อสำคัญของลูกคืออาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายมีความสุขได้ตลอดวัน  คุณแม่ควรจัดคาร์โบไฮเดรทที่ไม่ขัดสีบวกกับกลุ่มโปรตีนในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงจะทำให้เกิดสมดุลฮอร์โมนในสมองได้           

สำคัญคือมื้อเช้าสำหรับเด็กเล็ก  กินข้าวไม่ขัดสีพร้อมโปรตีนและห้าหมู่ครบถ้วน          

โดยคุณหมอ แนะนำเพิ่มเติมอีกว่า  คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับอาหารในกลุ่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย เพราะความเครียดที่เกิดขึ้นจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จะเจ็บป่วยง่ายขึ้น ถ้ากินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระทุกวันก็เท่ากับไปช่วยแก้กันได้ เช่น ผักและผลไม้หลากสี  ซึ่งเป็นอาหารในกลุ่มวิตามินและแร่ธาตุ          

มื้อเช้ากิน "ข้าวกล้อง" โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

แต่หลายครอบครัวมักเจอปัญหาลูกไม่ชอบกินผัก กินผลไม้น้อยหรือไม่กินเลย การเลือกนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาหารสำหรับเด็กเล็ก (Young Child Formula : YCF) ก็เป็นตัวช่วยของคุณแม่ได้ทางหนึ่ง เพราะนมกลุ่มนี้ นอกเหนือจากในนมจะมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรทและไขมันตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยังมีการเติมสารอาหารในกลุ่มวิตามินและแร่ธาตุ  เช่น  ธาตุเหล็ก ไอโอดีน  โฟเลต วิตามินบี12 และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตตามช่วงวัย โดยสารอาหารเหล่านี้ถูกเติมในปริมาณที่มีการวิจัยมาแล้วว่าเหมาะกับช่วงวัย 1-3 ปี          

มีคำแนะนำเรื่องการเลือกนมสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี  จากคุณหมอเสาวภา  โดยคุณหมอฝากย้ำว่า  คุณแม่ต้องรู้ว่านมเป็นอาหารหลักของลูกในช่วงปีแรก  และช่วง 6-12 เดือน ลูกต้องกินอาหารเสริมตามวัย เพื่อให้คุ้นชินกับอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมและเนื้อหยาบขึ้นทีละนิดๆ  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับหลังอายุ 1 ปีที่บทบาทอาหารจะสลับกัน โดยอาหารหลักจะเป็นอาหาร 3 มื้อ ที่มีความหลากหลาย และเนื้อหยาบขึ้นด้วย ส่วนนมจะกลายมาเป็นอาหารเสริม 2-3 ครั้งต่อวันแทน  “เราต้องยึดเรื่อง 3 มื้อหลักให้ได้ครบ 5 หมู่ ส่วนการกินนม  ถ้ากินนมแม่อยู่ก็ให้กินต่อไปยาวๆไปเลยเพราะข้าวเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว

มื้อเช้ากิน "ข้าวกล้อง" โภชนาการลดเครียดเด็กเล็กวัย 1-3 ปี

“การเลือกชนิดของนมให้ขึ้นอยู่กับสไตล์ของเด็ก  ถ้าวัย 1-2 ปี เด็กบางคนยังไม่ขอบดูดหลอด เราก็ใช้ดื่มแก้ว เป็นนมวัวก็ได้  นมเสริมสารอาหารก็ได้  แล้วนมสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน ก็ต่างตรงที่นมวัวทั่วไปไม่ได้เสริมเพิ่มอะไรลงไป แต่เพียงพอต่อร่างกาย (เพราะอาหารหลักอยู่ที่ 3 มื้อห้าหมู่) ส่วนนมเสริมสารอาหารก็จะมีการเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของช่วงวัย เหมาะกับเด็กที่พ่อแม่ประเมินว่าลูกอาจขาดสารอาหารจากมื้อหลักในระหว่างที่กำลังปรับพฤติกรรมการกิน อาจด้วยเพราะทะเลาะกันเยอะ ลูกต่อต้านจนเม้มปากหนัก คายอาหารทุกคำที่ป้อน ร้องไห้อาละวาด สัมพันธภาพไม่ดีแล้ว ความเครียดของลูกและแม่จะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านไม่กินมากขึ้นอีก สารอาหารต่างๆก็คงไม่ถึงท้องแน่ ถ้าเป็นแบบนี้ แนะนำให้ดื่มนมเสริมสารอาหารในช่วงมื้อนม เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารจำเป็นที่หลากหลายบ้าง และช่วยลดความเครียดของแม่ลง แล้วคุณแม่ก็มาตั้งหลักใหม่ สร้างวินัยการกินด้วยวิธีเชิงบวกแทนนะคะ  โดยคุณแม่บางท่านใช้เวลาปรับวินัยการกินเป็นสัปดาห์ แต่บางท่านก็เป็นเดือน ตรงนี้ไม่ว่ากัน เพราะแต่ละท่านมีพื้นฐานและบริบทไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้เวลาปรับลูกนานให้ประเมินด้วยว่า ลูกจะขาดอาหารที่จำเป็นหรือเปล่า การให้เป็นนมเสริมสารอาหารก็จะมีประโยชน์ต่อลูกในช่วงนี้ได้”  คุณหมอ กล่าวทิ้งทาย

“หวง เซิ่งอี” นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หวง เซิ่งอี” นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร (komchadluek.net)

“หวง เซิ่งอี” นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร

"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร

10 ธันวาคม 2563 – 17:51 น.

นางเอกดัง หวง เซิ่งอี คว้าชุดว่ายน้ำ เอบี แอนเจลิส บาเลก  ฝีมือไทยดีไซเนอร์ ใส่ออกรายการ Beijing Satellite TV Super Show

แบรนด์ AB. Angelys Balek (เอบี แอนเจลิส บาเลก)  กระหึ่มสายแฟแดนมังกร นางเอกดัง หวง เซิ่งอี (Eva Huang) คว้าชุดว่ายน้ำ   AB. Angelys Balek ฝีมือไทยดีไซเนอร์ ใส่ออกรายการ Beijing Satellite TV Super Show

"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร

                        
ฝีมือไทยดีไซเนอร์ก็เริ่ดปังไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อ หวง เซิ่งอี (Huang Shengyi) นางเอกดัง  ดีกรีนางเอกของ “โจว ซิงฉือ” ที่แจ้งเกิดในภาพยนต์เรื่อง Kung Fu Hustle และมี Follower ใน weibo ถึง 32 ล้าน Follower คว้าชุดว่ายน้ำสีดำปักเลื่อมสุดหรูจาก แคปซูลคอลเลกชั่น “Rainbow Glam” ของแบรนด์ AB. Angelys Balek ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทางแบรนด์ได้คอลลาบอเรชั่น กับ Anna Dello Russo (แอนนา เดลโล รุสโซ่) แฟชั่นไอคอนคนดังระดับโลก ใส่ออกรายการ Beijing Satellite TV Super Show 
    

"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร
"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร

เรียกว่าการปรากฏตัวของ หวง เซิ่งอี ในครั้งนี้กลายเป็นกระแสในโลกโซเซียลไม่น้อย โดยเฉพาะสายแฟแดนมังกรที่ต่างชื่นชมในลุคนางพญาสวยหรูด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ ชุดว่ายน้ำคอวีสีดำปักเลื่อม ชื่อชุด Black sequin Halterneck bodysuit ของ AB. Angelys Balek นำมาใส่เป็นบอดี้สูท เข้าคู่กับกระโปรงเลื่อมยาวผ่าสูง โชว์เรียวขาเรียวยาวสุดเซ็กซี่ เพิ่มความสวยหรูดูแพงแบบดับเบิ้ลด้วยต่างหูระย้า และรองเท้าส้นสูง งานนี้นางเอกสาว หวง เซิ่งอี นอกจากจะออกสเต็ปแดนซ์แบบเซ็กซี่สุดๆ แล้วยังโชว์น้ำเสียงหวานๆ ในเพลง “Why Don’t You Go to Heaven” อีกด้วย

"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร
"หวง เซิ่งอี" นางเอกดัง หยิบชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทย มิกซ์แอนด์แมทช์ กระหึ่มสายแฟแดนมังกร


สาวคนไหนอยากลองลุคสุดแซ่บแบบสาว หวง เซิ่งอี สามารถแวะมาชมได้ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี หรือ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth #AB #ABWorld #ABAngelysBalek 

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ “Madison Bag” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ “Madison Bag” (komchadluek.net)

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ “Madison Bag”

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

9 ธันวาคม 2563 – 13:02 น.

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ “Madison Bag”

จากฟาร์มจระเข้สมุทรปราการที่โด่งดังสู่แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก S’uvimol (สุวิมล) ที่โลดแล่นในตลาดแฟชั่นระดับโลกมากว่า 10 ปี นำโดย พัชรพิมล ยังประภากร ผู้ก่อตั้งแบรนด์  S’uvimol  จัดงานเปิดร้าน “S’uvimol Flagship Store (สุวิมล แฟลกชิพ สโตร์)” สุดหรูแห่งแรกพร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด “Madison Bag (เมดิสัน แบ็ก)” ที่วางจำหน่ายเฉพาะใน S’uvimol Flagship Store ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี 

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

พัชรพิมล ยังประภากร กล่าวว่า S’uvimol ได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์กระเป๋าประเภท Luxury และเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ได้มาเปิดร้านที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ซึ่งถือเป็นแฟลกชิพ สโตร์แห่งแรกของแบรนด์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงทำให้เราได้แสดง DNA ของแบรนด์ได้เต็มที่และชัดเจน  

โดยภายในแฟลกชิพ สโตร์แห่งนี้ เราได้ออกแบบร้านให้มี โทเทิล ลุค โทนสีม่วงทั้งร้าน เพราะเป็นสีซิกเนเจอร์ของแบรนด์ นอกจากนั้นเรายังได้สร้างสรรค์ห้องรับรองโดยยก S’uvimol Tea House (สุวิมล ทีเฮ้าส์) จากร้าน Chef-Table (เชฟ เทเบิล) ของแบรนด์มาไว้ที่นี่อีกด้วย โดยในส่วนของห้องรับรองนี้จะเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อของทางร้านอย่าง “มะม่วงน้ำปลาหวาน” ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อม และปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยมเสิร์ฟพร้อมกับชาสูตรพิเศษผสมสมุนไพรนานาชนิดที่เราปลูกเอง เช่น โรสแมร์รี่ ไทม์ สะระแหน่ และหญ้าหวาน เพื่อความพิเศษในโอกาสเปิด แฟลกชิพ สโตร์แห่งใหม่ของ S’uvimol ทางแบรนด์ได้ดีไซน์กระเป๋ารุ่นพิเศษ “Madison Bag” ภายใต้คอนเซ็ปต์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เน้นความทันสมัยและคลาสสิคในเวลาเดียวกัน สามารถใช้งานได้ตลอด ไม่ตกเทรนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงเรขาคณิตอันโดดเด่นเสมือนกรอบรูปที่โชว์ความสวยงามและเสน่ห์ของหนังเอ็กโซติก และที่สำคัญคือมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ S’uvimol Flagship Store Central Embassy เท่านั้น  

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

พัชรพิมล กล่าวถึง  “Madison Bag” ว่าเป็นกระเป๋าใบแรกที่ได้รับการดีไซน์ให้มีลักษณะ Slope แคบจากด้านบนลงมากว้างทางส่วนฐาน ทำให้กระเป๋าดูเพรียว และหูกระเป๋ายังออกแบบมาให้สูงขึ้นพิเศษ สร้างความภูมิฐานให้กับกระเป๋าอีกด้วย โดย “Madison Bag” มีทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ Large (ใหญ่) / Regular (กลาง) / Mini (เล็ก) มาพร้อมสายสะพายยาวเหมาะสำหรับการใช้งานในทุกโอกาส ราคาเริ่มต้นที่ 36,900 – 340,000 บาท

ภายในแฟลกชิพ สโตร์ นอกจากจะมีกระเป๋า S’uvimol ครบทุกรุ่น ครบทุกประเภทหนังเอ็กโซติกแล้ว ยังมีแบรนด์ในเครืออย่าง Maison SVM ซึ่งเน้น Timeless Accessory สามารถใช้ได้ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมถึง Clothing Line อย่าง S’uvimol Atelier ที่มีเสื้อผ้าและรองเท้าอีกด้วย ทำให้ S’uvimol Flagship Store (สุวิมล แฟลกชิป สโตร์) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซีเป็นร้านที่มีผลิตภัณฑ์ทุกประเภทครบถ้วน พร้อมรับรองลูกค้าทุกท่าน

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

ทั้งนี้แบรนด์ S’uvimol ได้ชื่อว่าเป็น Queen of Exotic (ควีน ออฟ เอ็กโซติก) ผลิตแต่กระเป๋าหนังเอ็กโซติกซึ่งเป็นหนังหายากเท่านั้น  ได้แก่ “หนังจระเข้” สุดยอดหนังที่ได้ชื่อว่าเป็น The King of Leather  “หนังนกกระจอกเทศ” จากฟาร์ม Klein Karoo อันดับ 1 จากแอฟริกาใต้ ซึ่งจัดเป็นประเทศที่ผลิตหนังนกกระจอกเทศที่ดีที่สุดในโลก “หนัง LIZARD (ลิซาร์ด)” โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์ผิวสัมผัส และความยูนิคของลวดลาย “หนัง STINGRAY” หรือ ปลากระเบน เป็นหนังที่มีลักษณะพื้นผิวพิเศษเหมือนลูกปัดอันเงางามและเรียงตัวอย่างละเอียด ทำให้หนังแข็งแรงที่สุดในบรรดาหนังเอ็กโซติกทั้งหมด “หนังงูหลามหรืองูเหลือม (PYTHON)”  ซึ่งหายากและมีขนาดใหญ่ ลวดลายของหนังงูมีรูปทรงคล้ายกับเพชร (Diamond Shape) ให้อารมณ์กราฟฟิกที่ทันสมัย

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

ในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ พัชรพิมล ยังประภากร เผยถึงเทคนิคการดูแลและการทำความสะอาด “กระเป๋าหนัง” ใบโปรด แบบง่ายๆ ว่ากระเป๋าหนังเอ็กโซติกโดยธรรมชาติแล้วค่อนข้างแข็งแรง ทนทาน และยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าหนังเอ็กโซติกของ S’uvimol ยิ่งดูแลรักษาง่ายเพราะทางแบรนด์ได้ให้โรงฟอกทำการฟอกกันฝุ่น กันน้ำในทุกประเภทหนังมาระดับหนึ่งแล้ว การทำความสะอาดจึงทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยการใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ดปัดฝุ่น ส่วนวิธีการเก็บกระเป๋าหนังเอ็กโซติกเมื่อไม่ใช้งานเพียงเก็บในถุงผ้าเนื้อนุ่มและหนาพอควร เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างกระเป๋าขณะเก็บในตู้ อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้ห้องอุณหภูมิปกติได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงห้องที่อับชื้น หรืออบอ้าว สำหรับกระเป๋า S’uvimol เนื่องจากเป็นหนังเอ็กโซติก หนังจะแข็งแรงอยู่แล้ว รวมทั้งมีดีไซน์ส่วนใหญ่ที่เป็นทรงตั้งตรง บวกกับซับในด้วยหนังวัว (ไม่ใช่พียู) ทำให้ทรงแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องใส่ตัวช่วยดันทรงใดๆ ด้วยคุณลักษณะพิเศษของกระเป๋าหนังเอ็กโซติกซึ่งมีลวดลายอันเป็นเสน่ห์ในตัวเอง การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก จึงทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะ “กระเป๋าถือ” คือภาพสะท้อนรสนิยมและส่งเสริมบุคลิกของคนๆ นั้น เซเลบริตี้สาวที่มาร่วมในงานได้ร่วมกันบอกเล่าเคล็ดลับการเลือกกระเป๋าใบโปรดที่ตอบไลฟ์สไตล์ของตัวเอง 

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

เมื่อถูกถามถึงหลักการเลือกซื้อกระเป๋า เซเลบสาวหวานซ่อนเปรี้ยว “ดาว” พอฤทัย ณรงค์เดช เล่าว่าสมัยเด็กตัวเองซื้อกระเป๋าไปทั่ว เห็นอะไรสวยก็ซื้อโดยไม่คำนึงว่าตัวเราชอบแบบไหน ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร ครั้นพอเราอายุมากขึ้น เริ่มรู้ใจตัวเองมากขึ้น ไม่ค่อยซื้อกระเป๋าแบบพร่ำเพรื่อ ไม่ซื้อกระเป๋าแฟชั่นแต่จะเลือกที่ใช้ได้นานๆ เรียกว่ารู้จักเลือกมากขึ้น โดยเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ว่าเราใช้ไปไหนบ้าง ถ้าออกงานต้องใช้แบบนี้ ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันต้องแบบนั้น รวมถึงเรื่องสี เพราะถึงสีสวยจริงแต่ถ้าไม่เหมาะกับเราก็ไม่ซื้อ เช่นระหว่างสีแดงกับสีส้ม คือสวยทั้งสองสี แต่ถ้าเราซื้อสีแดงได้ใช้บ่อยแน่นอน ส่วนสีส้มถ้าซื้อมาเก็บมากกว่าได้ใช้และเพราะว่าต้องพบกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม การแต่งกายจึงต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ  “กุ๊กกุ๊ก” รัสวดี ควรทรงธรรม  บอกว่าการแต่งตัวสวยครบทุกองศาจำเป็นต้องมีกระเป๋าเข้ามาช่วยเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์แบบ ดังนั้นการเลือกกระเป๋าหนึ่งใบจึงไม่ใช่แค่ไว้เก็บของเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ และความประณีตด้วย โดยเฉพาะหนังเอ็กโซติกที่มีเอกลักษณ์ สำคัญคือดีไซน์สามารถหยิบใช้กับชุดต่างๆ ได้ง่าย ทั้งนี้ก็เพื่อให้บ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเรา 

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

ด้านเซเลบริตี้สาวร่างเล็ก “พลอย” ณัฐพร โทณวณิก เผยว่า เพราะความที่ตัวเองมีรูปร่างเล็ก ปัจจัยในการเลือกซื้อกระเป๋าอย่างแรกคือ ต้องขนาดไม่ใหญ่มาก ประกอบกับมีสไตล์การแต่งตัวด้วยโทนสีเรียบๆ ดังนั้นการเลือกซื้อกระเป๋าจึงทำได้ค่อนข้างหลากหลายสี เพื่อเป็นการเพิ่มสีให้กับตัวเอง นอกจากนี้เรื่องดีไซน์ก็มีส่วนสำคัญโดยจะเน้นแบบสามารถใช้ได้นานๆ ไม่ชอบแบบมาไวไปไว ขณะเดียวกันต้องช่วยส่งเสริมลุคผู้ถือให้ดูดี สามารถเข้ากับชุดต่างๆ ได้ไม่ว่าจะทั้งในเวลาทำงานหรือออกงานสังคม เรียกว่าใบเดียวใช้ได้ทุกสถานการณ์ นี่คือกระเป๋าที่ตอบโจทย์มากที่สุด

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"

ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือ “เม” พิชชา ธนาลงกรณ์ ออกตัวว่าถึงลุคจะดูเป็นสาวเปรี้ยว แต่เรื่องสไตล์การแต่งตัวก็ดีหรือการเลือกกระเป๋าถือก็ดี ล้วนต้องช่วยส่งเสริมบุคลิก ดังนั้นการเลือกซื้อกระเป๋าแต่ละใบ เธอจึงเน้นเรื่องคุณภาพดี เพราะสามารถใช้ได้นาน ลำดับต่อมาคือเลือกที่โทนสีเรียบๆ อย่างสีดำ เทา น้ำตาล นอกจากนี้คงเป็นเรื่องดีไซน์ รูปทรง ขนาด ที่สามารถแมทช์เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่าย ถือไปได้ทุกที่ ตั้งแต่ลุคทำงานไปจนถึงวันสบายๆ และข้อสำคัญคือ การดูแลรักษาไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรมาก ทำได้ง่ายๆ 

S'uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด Flagship Store แห่งแรก พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ "Madison Bag"


ภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ อาทิ  กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ดร.กฤษติกา   คงสมพงษ์, จิตรลดา ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก, อรุโณชา ภาณุพันธุ์, อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา, นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์, ยลวารี สัตยนาวิน, ซาร่า เล็กจ์, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, ศรีสุภางค์ มอริส, อารีรัตน์ กฤษณะสมิต, ปนุ สมบัติยานุชิต, และรินทร์รตา อินทามระ มาร่วมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกของ S’uvimol Flagship Store พร้อมสัมผัสความพิเศษของกระเป๋ารุ่น Madison Bag ก่อนใคร  

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม ‘คน-รถ’ ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล (komchadluek.net)

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

ช่วงหยุดยาว 'หมอโอภาส' แนะ เตรียม'คน-รถ'ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

8 ธันวาคม 2563 – 14:40 น.

ช่วงหยุดยาว “หมอโอภาส” แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล เน้นย้ำให้ผู้ขับขี่เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (8 ธันวาคม 2563) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 10-13 ธันวาคม 2563 นี้ เป็นช่วงหยุดยาว ซึ่งประชาชนมักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จึงขอเน้นย้ำผู้ที่ขับขี่ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เตรียมความพร้อมทั้งคนขับและยานพาหนะให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

อ่านข่าว : เช็คด่วน ฟรีค่าทางด่วน 2 วัน 3 เส้นทาง

สำหรับวิธีการเตรียมความพร้อมในการเดินทางไกล มีดังนี้ 1.การเตรียมคนขับ ซึ่งเป็นคนที่ต้องดูแลชีวิตของคนบนรถ นอกจากตัวเองและผู้โดยสารบนรถ อาจส่งผลไปยังผู้ร่วมทางด้วย โดยผู้ขับควรวางแผนการเดินทาง และศึกษาเส้นทางเพื่อให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

เตรียมความพร้อมสภาพร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น และหาข้อมูลจุดบริการของหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในระหว่างเส้นทางของแต่ละจังหวัดที่เดินทาง

นอกจากนี้ แนะนำให้ผู้ขับควรหยุดพักรถทุก 150 กิโลเมตร หรือทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ขับผ่อนคลายความอ่อนเพลียเมื่อยล้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการหลับใน

2.การเตรียมรถ ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถ ตรวจเช็คลมยาง ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยว ตรวจระบบเบรกให้มีความสมบูรณ์และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่ เติมน้ำมันเครื่องให้พร้อม และควรมีเครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่างๆ สำรองติดรถไว้

หากเป็นรถเช่าควรเลือกรถที่จดทะเบียนถูกต้อง มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เลือกรถให้เหมาะสมกับการเดินทาง ขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

นายแพทย์โอภาส แนะนำประชาชนผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยว ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ แยกสิ่งของเครื่องใช้ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล

และลงทะเบียนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งก่อนเข้าและออกสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคน เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ปฏิบัติตามกฎจราจร ขับรถอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ โทรไม่ขับ ไม่แชท และง่วงไม่ขับ

ช่วงหยุดยาว 'หมอโอภาส' แนะ เตรียม'คน-รถ'ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

ที่สำคัญต้องคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่ยานพาหนะ หากพบเห็นอุบัติเหตุให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก (komchadluek.net)

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

'นพ.ธเรศ' เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

8 ธันวาคม 2563 – 10:00 น.

“นพ.ธเรศ” อธิบดี สบส.เผยปี 62 ไทยโกยรายทะลุกว่า 4,500 ล้านบาท จากการรักษาผู้มีบุตรยาก เดินหน้าพัฒนาสถานพยาบาลรักษาผู้มีบุตรยากทั้ง 102 แห่งทั่วประเทศ ตอบโจทย์คู่สมรส ลดปัญหาอัตราเกิดรองรับสังคมผู้สูงอายุ

วันนี้(8 ธ.ค.2563) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน หลายประเทศมีอัตราการเจริญพันธุ์หรือค่าเฉลี่ยการมีบุตรของผู้หญิงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว

อ่านข่าว : ทลายอุ้มบุญข้ามชาติ รวบนายทุนผัวเมียจีน

โดยพบว่าสถิติทางสาธารณสุขของอัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate – TFR) ของประเทศไทยลดลง เหลือเพียง 1.5 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ในอนาคตประเทศไทยจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้คู่สมรสหลายคู่ต้องหันมาพึ่งพิงเทคโนโลยีทางการแพทย์

ซึ่งในจุดนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาตินั้น

จากการสำรวจเชิงสถิติของกรม สบส.พบว่าในปี พ.ศ.2562 การให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมากรม สบส.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ก็ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลที่ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากอย่างต่อเนื่อง

จนขณะนี้มีสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ทั้งสิ้น 102 แห่ง มีอัตราความสำเร็จในการให้บริการตั้งครรภ์โดยเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 46 มีการให้บริการทำเด็กหลอดแก้วกว่า 20,000 รอบการรักษา การผสมเทียมกว่า 12,000 รอบการรักษา และอนุญาตให้ตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกกันว่าอุ้มบุญแล้วกว่า 400 ราย

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานของความสำเร็จ และยืนยันให้เกิดความเชื่อมั่นแก่คู่สมรสว่าการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จากสถานพยาบาลไทยจะช่วยให้คู่สมรสสามารถมีบุตรได้ตามที่หวัง ช่วยลดปัญหาอัตราเกิดที่ลดลงรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า นอกจาก ความก้าวหน้าของวิทยาการแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ของประเทศไทย ได้รับความเชื่อมั่นจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก็คือการมีกฎหมาย “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558” ควบคุม กำกับการใช้เทคโนโลยีฯ ให้มีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน

มีการกำหนดสิทธิ์ และคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีฯ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากมีการกระทำผิด ก็จะมีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างชัดเจน อาทิ หากผู้ใดรับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ซื้อ-ขายอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เป็นนายหน้าชี้ช่องทางให้มีการรับตั้งครรภ์แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯ ซึ่งกรม สบส.อยู่ระหว่างทบทวนปรับแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำรายได้เข้าสู่ประเทศไปไทย และเพิ่มการเข้าถึงบริการในการรักษาผู้มีบุตรยากต่อไป

'นพ.ธเรศ' เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

ทั้งนี้ หากสถานพยาบาลสนใจขอรับรองมาตรฐาน หรือประชาชนสนใจสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18418-18419 และสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ได้จากเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (https://mrd-hss.moph.go.th)

ขอบคุณที่มา : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 

ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์ (komchadluek.net)

ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์

ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์

7 ธันวาคม 2563 – 11:35 น.

ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์ : โดย… อ.นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร และ อ.นพ.พนัส บิณศิรวานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ต่อมไทรอยด์ ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย โดยจะอยู่บริเวณกลางลำคอใต้ลูกกระเดือก ทางด้านหน้าของลำคอ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นต่อมที่อยู่ข้างขวาและข้างซ้ายและจะมีแนวเชื่อมกันตรงกลางบริเวณหน้าหลอดลม ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยในการควบคุมระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยร่างกายจะสามารถผลิตฮอร์โมนได้จากการสั่งงานจากสมอง ซึ่งสมองจะหลั่งฮอร์โมนมาควบคุมต่อมไทรอยด์ให้หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงร่างกายต้องมีสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ คือ สารไอโอดีน ในปริมาณที่เพียงพอจึงจะทำงานได้ปกติ

ความผิดปกติที่สามารถเกิดได้ที่ต่อมไทรอยด์แบ่งเป็น 2 อย่างหลัก ๆ คือ ความผิดปกติที่ฮอร์โมน และความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้าง เช่นการเกิดเนื้องอกขึ้นในต่อมไทรอยด์ ซึ่งความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจพบร่วมกับการเกิดเนื้องอกขึ้นในต่อมไทรอยด์ได้  โดยความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจจะเกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปหรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และการผลิตฮอร์โมนที่น้อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากตัวต่อมไทรอยด์เองหรือส่วนของสมองที่ควบคุม  การรักษาในกลุ่มนี้จะมีเป้าหมายเพื่อทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ โดยทั่วไปจะรักษาด้วยการให้ยา อาจจะมีผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการกลืนแร่ และการผ่าตัด

ส่วนความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้างและการมีเนื้องอกขึ้นมาในต่อมไทรอยด์ ในอดีตนั้นเกิดจากประชาชนประสบปัญหาการขาดสารไอโอดีน จึงมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์โตที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า “โรคคอพอก”  ซึ่งในกลุ่มนี้พอได้รับยารักษา ก้อนก็จะยุบลง  แต่ในปัจจุบันการขาดสารไอโอดีนพบได้น้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมาด้วยก้อนเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่ไม่ค่อยตอบสนองกับการได้รับยา เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์จะได้รับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ และการเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอกไปตรวจ เมื่อได้ผล แพทย์จะประเมินจากผลตรวจ และแจ้งแนวทางการรักษา ซึ่งการรักษาเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ จะแบ่งเป็นการติดตามอาการที่ผิดปกติ ขนาดก้อน การเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก และการผ่าตัด   

การผ่าตัดในต่อมไทรอยด์จะทำต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ คือ ก้อนที่มีขนาดโตจนมีการกดเบียดอวัยวะข้างเคียงเช่น หลอดอาหารและหลอดลม ทำให้เกิดอาการกลืนลำบากหรือหายใจเหนื่อย,  ก้อนที่มีลักษณะที่สงสัยว่าจะเป็นกลุ่มมะเร็ง และก้อนที่ผู้ป่วยต้องการที่จะผ่าตัดเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ความสวยงาม เป็นต้น โดยการผ่าตัดจะมีความเสี่ยงที่สำคัญ แม้โอกาสเกิดขึ้นได้น้อย คือเสียงแหบจากการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงเส้นเสียง ซึ่งอยู่บริเวณใต้ต่อต่อมไทรอยด์ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดความเสี่ยงต่าง ๆ จากการผ่าตัดกับแพทย์ที่เป็นผู้ผ่าตัดเป็นรายบุคคล

การผ่าตัดโดยทั่วไปสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแบบเปิด โดยผู้ป่วยจะมีแผลบริเวณตรงกลางคอประมาณ 2 ถึง 4 นิ้ว  และการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีทางเข้าบริเวณอื่นทำให้ไม่เกิดแผลเป็นที่คอ ทั้งนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องสอบถามรายละเอียดเป็นรายบุคคลกับแพทย์ที่ทำการผ่าตัด

ในปัจจุบัน จะพบผู้ป่วยที่ตรวจพบเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดโต ประเภทที่ตรวจพิสูจน์แล้วว่าไม่พบลักษณะมะเร็ง ทั้งจากการตรวจอัลตราซาวด์และการเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีทางเลือกในการรักษาทางใหม่  นอกจากการผ่าตัด คือการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focus Ultrasound: HIFU) ส่งคลื่นความร้อนผ่านบริเวณผิวหนังเข้าไปทำให้ก้อนบริเวณเนื้องอกเกิดการยุบตัว ลดขนาดของเนื้องอกลงได้ ประมาณ 20 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ 

อย่างไรก็ตาม อาจมีรายละเอียดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้น ผู้ป่วยจึงควรสอบถามข้อมูลอีกครั้งกับแพทย์ผู้ทำการรักษา  ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่  19  ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 -12.00 น. ณ  ชั้น 1 แกรนด์ฮอล์ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี จะมีการจัดงานเสวนาเรื่อง “ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์” พร้อมเปิดตัวทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแนะนำบริการใหม่ของศูนย์รักษาไทรอยด์สมัยใหม่ ประกอบด้วย อ.นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร และ อ.นพ.พนัส บิณศิรวานิช  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นพ.ชาญสิริ เสกสรรค์วิริยะ  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน ในด้านพัฒนาและส่งเสริมความรู้ความร่วมมือทางการแพทย์ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน พร้อมกับการตรวจคัดกรองไทรอยด์พร้อมรับของที่ระลึก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  สนใจเข้าร่วมงาน ลงทะเบียนได้ที่ โทรศัพท์ 02-438-9000 หรือ กรอกข้อมูลเข้าร่วมงาน ที่  https://forms.gle/Jc3d4XnfGxigtXgz8 (รับจำนวนจำกัด)  หรือหากไม่สะดวกมาร่วมงาน รับชมการถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/SamitivejThonburiHospital 

‘รพ.เมดพาร์ค’ เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน ‘เอไอเอ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘รพ.เมดพาร์ค’ เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน ‘เอไอเอ’ (komchadluek.net)

‘รพ.เมดพาร์ค’ เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน ‘เอไอเอ’

'รพ.เมดพาร์ค' เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน 'เอไอเอ'

7 ธันวาคม 2563 – 11:20 น.

‘รพ.เมดพาร์ค’ เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน ‘เอไอเอ’

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.  2563 ศ.นพ.สิน อนุราษฎร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 4 จากขวา) และ นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากขวา)

ร่วมกับคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลเมดพาร์ค ให้การต้อนรับ นพ.สมสกุล ศรีพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทางการแพทย์และระบบประกันสุขภาพเครือข่าย เอไอเอ ประเทศไทย (ที่ 4 จากซ้าย) คุณกฤษณ์ ปิติมานะอารี ประธาน MDRT เอไอเอ ประเทศไทย (ที่ 3 จากซ้าย) และคณะตัวแทนประกัน ณ โรงพยาบาลเมดพาร์ค เมื่อเร็วๆนี้

'รพ.เมดพาร์ค' เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารและตัวแทน 'เอไอเอ'

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี (komchadluek.net)

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี

7 ธันวาคม 2563 – 10:27 น.

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี สาวๆ ที่เจอปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำไม่สดใส ลองมาทำความเข้าใจเรื่องการล้างหน้าให้สะอาดล้ำลึกอย่างถูกวิธี

“การล้างหน้า” คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพผิวที่ดีและแข็งแรง เพราะในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับสิ่งสกปรกมากมาย ทั้งมลพิษ, ฝุ่นควัน, ฝุ่นละออง, แบคทีเรีย และเชื้อโรคสารพัด ซึ่งล้วนสะสมอยู่ในรูขุมขนบนผิวหน้าตลอดทั้งวัน สาวๆที่ประสบปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำไม่สดใส ลองมาทำความเข้าใจเรื่องการล้างหน้าให้สะอาดล้ำลึกอย่างถูกวิธี รับรองว่าผิวหน้าจะเนียนใสและไร้สิวกวนใจอีกต่อไป

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี

เคล็ดลับการล้างหน้าที่ถูกต้อง ขั้นตอนแรกควรเริ่มจากล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะสัมผัสใบหน้า จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าธรรมดา แล้วจึงใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเทคนิคสำคัญอยู่ที่การนวดใบหน้าไปตามแนวรูขุมขน ประมาณ 15-20 วินาที เริ่มจากถูบริเวณกลางหน้าผากออกไปด้านข้าง แล้วถูไล่ลงมาตามสันจมูก จากนั้นค่อยๆไล่ออกไปข้างแก้มเป็นแนวเฉียงไปทางขากรรไกร และสุดท้ายนวดบริเวณริมฝีปากบนลงมาถึงคาง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด และซับหน้าให้แห้ง ทั้งนี้ เนื่องจากใต้ผิวหนังของเรามีโพรงขนอยู่จำนวนมาก และโพรงขนเหล่านี้ทำหน้าที่ยึดเกาะกับคอลลาเจนและอีลาสติน หากล้างหน้าสวนทางกับแนวรูขุมขน จะทำให้เส้นใยพันเป็นกระจุก และสิ่งสกปรกออกมาไม่หมด ส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน 

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าก็สำคัญไม่น้อย สาวไทยส่วนใหญ่มีสภาพผิวหน้าแบบผสม คือผิวมันเฉพาะบริเวณทีโซน คือหน้าผาก, จมูก และคาง ส่วนบริเวณแก้มค่อนข้างแห้ง การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีสูตรอ่อนโยนจากสารสกัดธรรมชาติ และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว จึงน่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด     

ว้าวๆๆหน้าใสไร้สิว ด้วยเทคนิคล้างหน้าถูกวิธี

ในฐานะผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามและสุขภาพมายาวนาน “กิฟฟารีน” เอาใจสาวๆ ที่อยากมีผิวหน้าชุ่มสะอาดใส ไม่แห้งตึง ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าสูตรใหม่ “Giffarine Hya Hydrating Whip Foam” สร้างประสบการณ์น่าสัมผัสด้วยวิปโฟมเนื้อนุ่มละเอียด ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ล้างออกง่ายไม่ทำร้ายผิว ด้วย Natural Amino Surfactant 100% (Ecocert)  สารทำความสะอาดผิวจากประเทศญี่ปุ่น  แถมอัดแน่นไปด้วยสารบำรุงอย่าง Natural  Hyaluron 100 % (Ecocert) จากเยอรมนี ให้ผิวชุ่มชื้นฉ่ำวาวไม่แห้งตึง ช่วยเติมน้ำให้ผิวอิ่มน้ำ ริ้วรอยตื้นแลดูจางลง ผสาน Witch Hazel Extract ควบคุมความมันบนใบหน้า ผิวไม่มันเยิ้มตลอดวัน กระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลง ผิวแลดูเรียบเนียน และVitamin B3 ผิวแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคือง แค่บีบโฟม เติมน้ำ ตีฟอง ล้างหน้าทุกเช้าและเย็น ก็สวยวิ๊ง ผิวหน้าชุ่ม สะอาดใส ไม่มีเอี๊ยด วางจำหน่ายแล้วในราคา 220 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ หรือคลิ๊กเข้าไปที่ http://www.giffarine.com หรือ LINE : @giffarinethailand และเปิดให้ช้อปทางออนไลน์แล้วผ่านทาง Shopee และ Lazada.