โรคน้ำกัดเท้า โรคน้ำกัดเล็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โรคน้ำกัดเท้า โรคน้ำกัดเล็บ (komchadluek.net)

โรคน้ำกัดเท้า โรคน้ำกัดเล็บ

โรคน้ำกัดเท้า โรคน้ำกัดเล็บ

7 ธันวาคม 2563 – 10:10 น.

โรคน้ำกัดเท้า โรคน้ำกัดเล็บ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย นำเคล็ดลับการป้องกันเมื่อมือและเท้าต้องสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน อาจจะเป็น “โรคน้ำกัดเท้าและโรคน้ำกัดเล็บ” ได้  

ในช่วงเวลานี้ของทุก ๆ ปี ทางภาคใต้ของประเทศไทย มักจะเกิดเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงขอนำเรื่องของโรคที่พบบ่อย ได้แก่ “โรคน้ำกัดเท้าและโรคน้ำกัดเล็บ”  มาฝากกัน เพื่อเป็นเคล็ดลับในการป้องกันเมื่อมือและเท้าต้องสัมผัสน้ำเป็นระยะเวลายาวนาน เช่น ในช่วงน้ำท่วม หรือแม้แต่การทำงานบ้าน การล้างมือบ่อย ๆในช่วงที่มีโรคระบาด ทำให้เกิดโรคผิวหนังบริเวณมือเท้าและเล็บได้ 

โรคน้ำกัดเท้าหรือ ฮ่องกงฟุต คือ โรคที่เกิดจากความอับชื้นจากการสัมผัสน้ำ ทำให้มีการอักเสบที่ผิวหนัง มักพบลักษณะการเปื่อยยุ่ยที่ง่ามนิ้วเท้า หากต้องสัมผัสน้ำเป็นระยะเวลายาวนาน ผิวหนังที่เท้าจะมีการอักเสบ แดง ลอกและคัน ผู้ป่วยบางรายมีการติดเชื้อราที่เท้าหรือง่ามนิ้วเท้าร่วมด้วย  ซึ่งเชื้อราที่พบบ่อยว่าเป็นสาเหตุคือ เชื้อกลากและเชื้อยีสต์แคนดิดา

อาการของโรคน้ำกัดเท้า  ผู้ป่วยจะมีอาการคันตามซอกนิ้วเท้าและผิวหนังเท้าลอกออกเป็นขุย ๆ  ถ้ามีการติดเชื้อราจะมีลักษณะผื่นเป็นวงหรือหนาตัวขึ้นที่เท้า บางครั้งอาจมีอาการรุนแรง ผิวหนังที่เท้าเกิดพุพองเป็นตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองได้  บริเวณที่พบบ่อยจะเกิดตรงซอกนิ้ว แต่ก็สามารถเกิดที่ฝ่าเท้าได้เช่นกัน  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคเท้าผิดรูป เช่น นิ้วเท้าเก ซึ่งจะส่งผลให้มีการเกยกันของนิ้วเท้า ทำให้มีการให้อับชื้นและติดเชื้อราได้บ่อย ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อราที่เท้าครึ่งหนึ่งมักมีการติดเชื้อราที่เล็บเท้าร่วมด้วย ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเล็บที่หนาตัวขึ้นหรือมีสีเล็บที่เปลี่ยนไป 

นอกจากนั้นผิวหนังอักเสบที่เปื่อยยุ่ยที่ซอกนิ้วเท้า อาจเป็นทางเข้าของเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้ เช่น โรคไฟลามทุ่งหรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อ เป็นต้น ซึ่งการวินิจฉัย ของแพทย์ส่วนใหญ่สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการดูลักษณะของผื่น  ร่วมกับการขูดที่ผิวหนังเพื่อส่งตรวจหาเชื้อราทางห้องปฏิบัติการ  

การรักษาโรคน้ำกัดเท้า  ได้แก่ 1.การรักษาที่สำคัญคือการรักษาสุขอนามัยของเท้า โดยควรล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่และเช็ดให้แห้ง โดยเน้นการเช็ดตามซอกนิ้ว ร่วมกับการโรยแป้ง  การใส่ถุงเท้าที่สะอาดและไม่เปียกชื้น ควรใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่แห้ง ใส่ถุงเท้าที่ทำด้วยขนสัตว์ดีกว่าผ้าฝ้ายเพราะผ้าขนสัตว์ช่วยซับความชื้นจากเท้า ถ้ารองเท้าเปียกควรเปลี่ยนรองเท้า ควรมีรองเท้า 2 คู่ ใส่สลับกัน ไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดิมที่อับชื้นทุกวัน   หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำบ่อยหรือเป็นระยะเวลายาวนาน หากจำเป็นควรใส่รองเท้าบูท และรีบเช็ดเท้าให้แห้งทันทีหลังสัมผัสน้ำ  การรักษาโรคเชื้อราที่เท้าส่วนใหญ่จะเป็นยาทารักษาเชื้อรา    ซึ่งต้องทายานานประมาณ 4 สัปดาห์    ในส่วนของยารับประทานต้านเชื้อราจะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่เล็บหรือติดเชื้อที่ผิวหนังส่วนอื่นเป็นบริเวณกว้างร่วมด้วย  หากมีการติดเชื้อราร่วมด้วย ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า และเมื่อไปตามที่สาธารณะ เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ ควรใส่รองเท้าแตะเพื่อป้องกันการแพร่หรือการติดเชื้อรา  และถ้ามีคนในครอบครัวมีอาการคล้ายกัน ควรพามาพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจและรักษา 

โรคน้ำกัดเล็บ เป็นอีกโรคที่พบบ่อยถ้าต้องสัมผัสน้ำ เกิดจากการอักเสบของจมูกเล็บ มักพบในผู้หญิงที่ทำงานบ้าน งานที่ต้องสัมผัสน้ำ รวมถึงการล้างมือบ่อย การสัมผัสน้ำหรือสารเคมีต่าง ๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองที่จมูกเล็บและเนื้อเยื่อด้านข้างเล็บ ส่งผลให้เล็บงอกผิดปกติ และอาจมีการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย 

อาการของโรคน้ำกัดเล็บ จมูกเล็บจะมีอาการคัน ลอก เป็นขุย บางครั้งทำให้จมูกเล็บหลุดออก มีอาการบวมแดง อักเสบ ที่จมูกเล็บ หากเป็นมากอาจทำให้เล็บที่งอกออกมาผิดปกติ มีลักษณะเป็นลอนคลื่น ร่อนหรือผิดรูป หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยอาจทำให้เล็บเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวหรือมีหนองที่ใต้จมูกเล็บ หรือหากมีการติดเชื้อราแคนดิดาอาจพบภาวะเล็บหนาหรือมีสีที่เปลี่ยนไป ร่วมถึงอาจมีผื่นขุยยุ่ยที่จมูกเล็บหรือซอกนิ้วมือร่วมด้วย  การวินิจฉัยของแพทย์ส่วนใหญ่ จะวินิจฉัยจากการดูลักษณะของผื่นร่วมกับการขูดที่ผิวหนัง และนำส่งตรวจหาเชื้อราและแบคทีเรียทางห้องปฏิบัติการ  

การรักษาโรคน้ำกัดเล็บ ได้แก่ การรักษาที่สำคัญคือการรักษาสุขอนามัยของมือและเล็บ โดยควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และเช็ดให้ แห้ง โดยเน้นการเช็ดตามซอกนิ้วและร่องเล็บ การตัดเล็บเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรตัดเล็บสั้นมากเกินไป ไม่ควรตัดจมูกเล็บและหลีกเลี่ยงการแคะแซะเล็บและจมูกเล็บ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่บ่อยเกินจำเป็น หากต้องทำงานบ้านหรืองานที่สัมผัสน้ำควรสวมถุงมือยางป้องกันเสมอ หากตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณายาต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราตามที่ตรวจพบ โดยอาจเริ่มเป็นยาทาก่อน ในส่วนของยารับประทานต้านเชื้อราและแบคทีเรียจะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อรุนแรงหรือมีการติดเชื้อราที่เล็บร่วมด้วย

รศ. พญ. จรัสศรี ฬียาพรรณ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยและ
ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ ‘ออร์โธ สไมล์’ คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ ‘ออร์โธ สไมล์’ คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย (komchadluek.net)

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ ‘ออร์โธ สไมล์’ คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ 'ออร์โธ สไมล์' คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย

7 ธันวาคม 2563 – 07:05 น.

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ ‘ออร์โธ สไมล์’ คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย

เปิดมุมมองแรงบันดาลใจของ พท.ทันตกรรมหญิง ณุจิเรจ อรรถคำ (หมอต่าย) ที่มุ่งมั่น ช่วยเหลือพระภิกษุ ที่ต้องประสบปัญหาด้านช่องปาก และฟัน ฟรี ในวันที่ โรงพยาบาลทั่วไป ไม่ได้จัดสถานที่ หรือ จัดเครื่องมือสำหรับรองรับไว้

พท.ทันตกรรมหญิง ณุจิเรจ อรรถคำ (หมอต่าย) เจ้าของ Ortho Smile Clinic ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทออร์โธสไมล์ เด็นทัล จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า Ortho Smile Clinic เริ่มให้บริการรักษาโรคทันตกรรม ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2550 สาขา 1 ในปั้ม ปตท.ถนนสุรนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ซึ่งในตอนแรก เน้นให้บริการสาขาทันตกรรมจัดฟันเป็นหลัก Ortho Smile Clinic มีความพร้อมในด้านสถานที่อุปกรณ์ทันตกรรมและความตั้งใจของทีมทันตแพทย์ เพื่อส่งมอบบริการ ทันตกรรมที่เป็นเลิศให้กับผู้ใช้บริการทุกท่านด้วยการรักษาแบบทันตกรรมบูรณาการจากทีมทันตแพทย์เฉพาะทางสาขามากกว่า 30 ท่าน ปัจจุบันมีทีมทันตแพทย์ 11 สาขา

“วัฒนธรรมองค์กรของเราเน้นคุณภาพการรักษาคู่คุณธรรม และคุณธรรมนำธุรกิจ เพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กเป็นคนที่เข้าวัดทำบุญกับคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก และช่วงเปิดคลีนิคแรกๆ ก็ได้รักษาฟันให้กับพระภาวนาพัฒนานุสิฐ วัดคลองตาลอง จังหวัดนครราชสีมา มา10กว่าปีแล้ว”พันโท ทันตกรรมหญิง ณุจิเรจ กล่าว

พันโท ทันตกรรมหญิง ณุจิเรจ กล่าวอีกว่า ตั้งใจว่าถ้าเราเข้มแข็ง มีตึกเป็นของเราเองจะเปิดคลินิกทันตกรรมสำหรับพระสงฆ์ จึงได้ออกแบบกองทุนในการช่วยเหลือพระภิกษุ ที่พร้อมด้วยพลังบุญในการบริจาค หรือเข้าช่วยอุปการะให้กับพระสงฆ์ที่ มีปัญหาด้านฟัน จึงเปิดคลินิกทันตกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย รักษาพระสงฆ์ฟรี

“กองทุนคลินิกทันตกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์เป็นหนึ่งในโครงการ Ortho Smile Charlity ของบริษัท ออร์โธ สไมล์ เด็นทัล จำกัด โดยมีพระภาวนาพัฒนานุสิฐ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 วัดคลองตาลอง จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานกองทุนฝ่ายสงฆ์ จัดตั้งคลินิกดูแลสุขภาพทันตกรรมสำหรับพระภิษุสงฆ์ และมีกองทุนเพื่อการรักษาทางทันตกรรม โดยไม่คิดมูลค่า”พันโท ทันตกรรมหญิง ณุจิเรจ กล่าว

ซึ่งเบื้องต้นใช้งบประมาณในการสร้างคลินิกประมาณ 1 ล้านบาท คลินิกทันตกรรมสงฆ์ OrthoSmile (Priest Smart Dental Clnic) ปัจจุบันตั้งอยู่ชั้น 2 คลินิก ออร์โธ สไมล์ พลัส สำหนักงานใหญ่ สาขาสืบศิริ เพื่อรักษาพระภิกษุสงฆ์ที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้แก่ ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด รักษารากฟัน ฟันปลอมถอดได้ และการครอบฟัน

รวมถึงการเอกซเรย์ และยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้หลังการรักษา เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์มีการบดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพและมีสุขภาพช่องปากที่ดี เนื่องด้วยบริษัทเล็งเห็นว่าพระภิกษุสงฆ์เป็นหนึ่งไตรสรณะ ที่จะเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยให้วิชาชีพทันตกรรมได้มีส่วนร่วมในการสืบทอดพระพุทธศาสนาสืบไป

ในการรักษาพระภิกษุสงฆ์สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล คลินิกทันตกรรมสำหรรับพระภิกษุสงฆ์ ได้ที่ 044-001605, 093-5682666, 065-2405120 เพื่อนัดหมายเข้ารับการรักษาสุขภาพฟัน

ส่วนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนได้ที่ กองทุนทันตกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์ โดยบริษัท ออร์โธสไมล์ เด็นทัล จำกัด เลขบัญชี 813-406099-6 ธ.ไทยพาณิชย์หรือ โทรสอบถาม ได้ที่ 044-001605 หรือ 087-876-6004 คุณธีรศักดิ์ ปิ่นมาลัย

เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ 'ออร์โธ สไมล์' คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย
เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ 'ออร์โธ สไมล์' คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย
เปิดมุมมอง หมอต่าย เจ้าของ 'ออร์โธ สไมล์' คลินิกทันตกรรมฟรีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกของไทย

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง (komchadluek.net)

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

4 ธันวาคม 2563 – 19:03 น.

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสร้างความทรงจำสุดแสนประทับใจในค่ำคืน “คริสต์มาสอีฟ” เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงไพเราะจากคณะนักร้องประสานเสียง พร้อมเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำแสนอร่อยที่เชฟได้จัดเตรียมเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ อาทิ ไก่งวงอบ แฮมอบน้ำผึ้ง ขาแกะย่าง เมนูความอร่อยนานาชาติ พร้อมขนมหวานเลิศรส ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์วิวสวยระฟ้าสัมผัส กลิ่นอายลมหนาวบนชั้นรูฟท็อป ในราคาเพียง 1,000 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับแกรนด์บุฟเฟ่ต์ดินเนอร์มื้อพิเศษ ณ 2 โรงแรมหรู ให้คุณนั่งรับลมชิลล์ๆ ใกล้ชายทะเลยามค่ำที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง หรือจะชมวิวคืนค่ำสุดพิเศษบนรูฟท็อปหรู ที่โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง กับอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งติ่มซำ ซูชิ พาสต้า บาร์บีคิว มุมอาหารปรุงสดใหม่อีกมากมาย พร้อมด้วยคาราวานขนมหวานให้เลือกสรร สนุกสนานเพลิดเพลินกับการบรรเลงดนตรีสดและการแสดงโชว์ที่จะทำให้คุณประทับใจ พร้อมลุ้นรางวัล Lucky Draw สุดพิเศษ ในราคาเพียง 1,200 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์และ 1 สปาร์คกิ้งไวน์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

สำรองที่นั่งล่วงหน้า กรุณาติดต่อ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง โทร. 038-804-844 และ
โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง โทร. 038-621-626

*กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์ 
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63 (komchadluek.net)

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

2 ธันวาคม 2563 – 17:41 น.

ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ

วันที่ 2 ธ.ค. 63 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.กอร.ฯ พร้อมด้วย ผู้แทน กทม. ,ผู้แทน สปน. ,ผู้แทน ขสมก. ,ผู้แทนกรมเจ้าท่า ,ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ,ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ,ผู้แทนBTS ,ผู้แทนMRT และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ ณ มิวเซียมสยาม หรือ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ  และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ดังนี้

1. กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ  ระหว่างวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2563  เวลา 10.00 – 21.00 น.  ณ ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม

2. กิจกรรมพิธีจุดเทียนมหามงคลเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ  5  ธันวาคม 2563  ในวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. 63 เวลา 19.19น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

กองอำนวยการร่วมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ  5 ธันวาคม2563ได้บริหารจัดการในการอำนวยความสะดวกประชาชน ที่มาชมงานวันพ่อแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 ให้แต่ละหน่วยงานบริการฟรี ดังนี้

1.ขสมก.
ขสมก. จัดรถ shuttle bus 8 เส้นทาง คือ กทม. 2, ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, เมกาบางนา, พุทธมณฑล สาย4 ,สนามศุภชลาศัล, วงเวียนใหญ่, สถานีหัวลำโพง, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งเกาะพญาไท) และรับส่งประชาชนจากจุดจอดรถมาสู่สนามหลวง

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

2. กรมเจ้าท่า

2.1 กรมเจ้าท่าให้บริการเรือข้ามฟากฟรี 3 ท่าเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทาง ท่าเรือท่าช้าง-ท่าเรือวัดระฆัง-ท่าเรือวัดอรุณ ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00น หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ เรือออกทุก 15 นาที

2.2 คลองแสนแสบ กรมเจ้าท่าร่วมกับบริษัท ครอบครัวขนส่ง 2002 จำกัด ให้บริการเรือฟรี เส้นทาง ท่าเรือประตูน้ำ-ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-19.00น  เรือออกทุก 10 นาที

2.3 แม่น้ำเจ้าพระยา กรมเจ้าท่าร่วมกับบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ให้บริการเรือฟรี

– ช่วงเช้า 2 เส้นทาง เวลา 10.00น และเวลา 12.00น

     ท่าเรือนนทบุรี-ท่าเรือท่าช้าง

     ท่าเรือสาทร – ท่าเรือท่าช้าง

– ช่วงเย็น 2 เส้นทาง เวลา 18.00น

     ท่าเรือท่าช้าง – ท่าเรือนนทบุรี

     ท่าเรือท่าช้าง – ท่าเรือสาทรรถไฟ. 

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

3. การรถไฟแห่งประเทศไทย

การเดินทางมีการเพิ่มตู้รถไฟฟรี 4 เส้นทาง ดังนี กทม.-อยุธยา, กทม.-ฉะเชิงเทรา, กทม.- นครปฐม, มหาชัย – วงเวียนใหญ่

คุณนริศรา ศรีสันต์ (ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร บีทีเอสกรุ๊ป )การให้บริการประชาชน วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563วันพ่อปีนี้ คุณพ่อโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น.ซึ่งพ่อและลูกจะต้องขึ้น/ลงสถานีเดียวกันเท่านั้นติดต่อขอรับบัตรโดยสารฟรี ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารบีทีเอส ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า ตลอดเวลาใช้บริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  หมายเลขโทรศัพท์  02 617 6000

นายณัฐภัทริ์ อุณหคงคา (ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยให้บริการฟรี 2 สายคือ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน เวลา 06.00-24.00 น.ติดต่อขอรับบัตรโดยสารฟรี ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

4. ด้านการแพทย์

นายแพทย์เกษมสุข โยธาสมุทร (นายแพทย์ชำนาญการ) สำหรับการให้บริการทางการแพทย์ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ที่จะถึงนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยร่วมปฏิบัติด้านการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานสังกัดสำนักการแพทย์และสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร โรงเรียนแพทย์ หน่วยแพทย์สังกัดกระทรวงกลาโหม โรงพยาบาลตำรวจ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร และอาสามัครมูลนิธิ ได้จัดทีมแพทย์ขั้นสูงและขั้นพื้นฐาน พร้อมให้การดูแลพี่น้องประชานที่มาร่วมงาน ที่บริเวณพื้นที่สนามหลวงและบริเวณใกล้เคียงตลอดงาน

โดยมีจุดให้บริการทางการแพทย์หลักจำนวน 8 จุด ประกอบด้วยจุดบริการในพื้นที่สนามหลวงจำนวน 6 จุด และพื้นที่รอบสนามหลวงอีกจำนวน 2 จุด ที่มีทีมแพทย์พร้อมให้การรักษาและดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและยังได้มีการจัดเตรียมรถพยาบาลไว้รองรับในกรณีที่มีการเจ็บป่วยที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล นอกจากนั้นยังมีทีมเดินเท้าที่คอยดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการให้การดูแลพี่น้องประชาชนในเชิงรุก โดยถ้าประชาชนมีการเจ็บป่วยสามารถขอความช่วยเหลือได้

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

สำหรับมาตรการในการป้องกัน COVID-19 ซึ่งทั่วโลกยังมีการระบาดอยู่ ทางทีมด้านสาธารณสุขได้จัดเตรียมมาตรการไว้ โดยจะมีการวัดไข้ผู้ที่จะเข้าร่วมงาน มี alcohol แจกเพื่อให้ทุกท่านล้างมือ ซึ่งจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในการใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดงาน ท่านใดลืมหรือทำหน้ากากหล่นหายก็สามารถมารับที่เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ได้ครับ

ขอฝากในเรื่องการเตรียมตัว ที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่จะมาร่วมงาน ท่านใดที่มีโรคประจำตัวขอให้พกยาติดตัวมาด้วยช่วงกลางวันอาจมีแสงแดดที่ร้อนเตรียมหมวกเตรียมร่มมา แล้วดื่มน้ำให้พอเพียง ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีสุขา เพราะได้มีการเตรียมรถสุขาไว้บริการเป็นที่เรียบร้อย ช่วงเย็นๆหรือกลางคืนก็อาจมีอากาศเย็น ก็ขอให้มีการแต่งกายที่อบอุ่นและที่สำคัญ หลายท่านอาจจะมีความประสงค์ที่จะมาเตรียมรับเสด็จแต่เนิ่นๆ ก็ขอให้มีการพักผ่อนที่เพียงพอมาคืนก่อนหน้านั้น

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

สำหรับส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธีพร้อมกับส่วนกลาง ณ ศาลากลางจังหวัด หรือ สถานที่ที่เหมาะสม ส่วนในต่างประเทศ ให้สถานกงสุลพิจารณาจัดพิธีตามที่เห็นสมควร

ขอเชิญประชาชนทุกคนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ชุดไทย ผ้าไทย ชุดย้อนยุค ชุดพื้นเมือง ชุดท้องถิ่น ตามขีดความสามารถ หรือสวมใส่ชุดสุภาพ สีตามอัธยาศัย ขอความร่วมมืองดใส่สีดำเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63
รัฐ-เอกชนร่วมใจ ให้บริการฟรี รับ-ส่ง ร่วมงานวันพ่อ ที่สนามหลวง 5 ธ.ค.63

เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก (ตอนที่ 1) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก (ตอนที่ 1) (komchadluek.net)

เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก (ตอนที่ 1)

1 ธันวาคม 2563 – 09:20 น.

เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก (ตอนที่ 1) โดย อ.นพ.ภูวดล ฐิติวราภรณ์ หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  

ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่ไม่ติดต่อ (Non-Communicable Disease, NCD) สูงถึง 41 ล้านคน ซึ่งนับเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการตายทั้งหมดทั่วโลก โดยที่สาเหตุการตายอันดับที่ 1ของโรคในกลุ่มนี้ คือโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน จากสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขปี พ.ศ. 2561 พบว่า ประเทศเรานั้น มีประชากรที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงเป็นอันดับ 1 โดยสูงถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุก ๆ ปี เนื่องด้วยปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ได้แก่ บุหรี่ มลภาวะฝุ่นควัน การบริโภคอาหารที่เต็มไปด้วยไขมันชนิดไม่ดี การไม่ออกกำลังกายและโรคประจำตัวเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมได้ไม่ดีพอ เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไตวาย/เสื่อม เป็นต้น 

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการกระตุ้น รณรงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน อาทิเช่น กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิหัวใจไทย สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย และในขณะเดียวกันก็มีมาตรการในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการให้ผู้ป่วยเข้าถึงสถานบริการได้ครอบคลุมมากขึ้น มีการสร้างเครือข่ายและการจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยในกลุ่มเส้นเลือดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่จำเป็น และการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องได้รับการผ่าตัด แต่กระนั้นการดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่ต้องได้รับการผ่าตัด ก็ยังนับว่ายังขาดแคลนมาก    

โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (ซึ่งมีโรงพยาบาล 11 แห่งในสังกัด) ที่มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร ทั้งการดูแลรักษาโรคหัวใจ หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการให้ยาและการจี้ไฟฟ้า การทำกายภาพหัวใจ การฉีดสีและเดินสายพาน และการผ่าตัดหัวใจ ทั้งโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยการทำการผ่าตัดบายพาส การผ่าตัดเปลี่ยนหรือซ่อมลิ้นหัวใจ การผ่าตัดเส้นเลือดแดงโป่งพองทั้งการผ่าตัดและการใส่ขดลวด การผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็กเบื้องต้น การใช้เครื่องพยุงหัวใจ (ExtraCorporeal Membrane Oxygenator, ECMO) เป็นต้น โดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ได้ดำเนินการผ่าตัดมาแล้วเป็นปีที่ 5 และมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยทางโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์นั้น  ได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์แพทย์ ผู้มีประสบการณ์ ทั้งจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และจากโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงทีมงานอาจารย์แพทย์หลากหลายสาขามาช่วยเหลือในกรณีที่การผ่าตัดนั้นมีความซับซ้อน ซึ่งก็ทำให้การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอมา    

จากสถิติการผ่าตัดหัวใจจากสมาคมศัลยแพทย์หัวใจแห่งประเทศไทยปีพ.ศ. 2561 นั้นพบว่า การผ่าตัดหัวใจบายพาส (Coronary artery bypass surgery, CABG) เป็นการผ่าตัดหัวใจที่สูงเป็นอันดับ 1  และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยเพิ่มขึ้น57 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา (จาก 3,790 เป็น 5,970ราย/ปี) การผ่าตัดหัวใจนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนจินตนาการ ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้การผ่าตัดดีขึ้น ทั้งในแง่ของการพักฟื้นที่เร็วขึ้น แผลเล็กลง ภาวะแทรกซ้อนที่ลดน้อยลง โดยหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะเริ่มรู้ตัวประมาณ 1-2 ชั่วโมงและสามารถรับประทานอาหารได้ใน 8-12 ชั่วโมง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยประมาณ 5-7 วันหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน หลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มตื่นรู้ตัว ลุกนั่ง ทางทีมงานกายภาพบำบัดหัวใจก็จะเข้ามาดูแล สอนการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายและหัวใจฟื้นตัวได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นทางทีมกายภาพบำบัดหัวใจจะนัดผู้ป่วยมาเดินสายพานหรือปั่นจักรยานเพื่อเรียกความฟิตของหัวใจกลับคืนมาให้มากกว่าเดิม    

ปัจจุบันการผ่าตัดหัวใจมีแนวโน้มที่จะผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากขึ้น มีการใช้การผ่าตัดร่วมกับการใส่ขดลวดในผู้ป่วยรายเดียวกัน เพื่อลดระยะเวลาการผ่าตัดและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น มีการฉีดสีเพื่อวินิจฉัยพร้อมควบคู่กับการผ่าตัดรักษา หรือการจี้หัวใจพร้อมกับการผ่าตัดในคราวเดียวกัน ซึ่งการที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ต้องมีเครื่องมือ และห้องผ่าตัดที่มีความจำเพาะ มีศักยภาพ ในห้องผ่าตัดไฮบริด (Hybrid operating room) ซึ่งทางโรงพยาบาลของเราเล็งเห็นความสำคัญและกำลังอยู่ในแผนพัฒนา 

สุดท้ายแล้วอยากให้ประชาชนคนไทยดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการรักษาหากเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เพราะโรคหัวใจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เรากังวลกันครับ  ดังนั้นทาง ศูนย์ผ่าตัดหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จึงขอเชิญประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาภาคประชาชน ในโครงการให้ความรู้ประชาชน เรื่อง “เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก” ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2563  เวลา 09.00-12.00 น. ห้องประชุมอุดมสังวรญาณ ชั้น 23  อาคาร ๗๒ พรรษา มหาราชินี โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  ผู้ที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและตรวจคลื่นหัวใจ ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่  โทรศัพท์ 062-416-4536  หรือร่วมบริจาคเพื่อสร้างห้องผ่าตัดหัวใจไฮบริดได้ที่ สำนักงาน มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อห้องผ่าตัดหัวใจ หมายเลขโทรศัพท์ 02-289-7368 หรือทางเว็บไซต์ http://www.ckphosp.go.th

โดย อ.นพ.ภูวดล ฐิติวราภรณ์
หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  

RBSO จัดคอนเสิร์ต “Beethoven the Creator” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

RBSO จัดคอนเสิร์ต “Beethoven the Creator” (komchadluek.net)

RBSO จัดคอนเสิร์ต “Beethoven the Creator”

RBSO จัดคอนเสิร์ต "Beethoven the Creator"

27 พฤศจิกายน 2563 – 08:01 น.

RBSO จัดคอนเสิร์ต “Beethoven the Creator” บรรเลงผลงานของเบโธเฟนร่วมด้วย ชญณัฐ วิสัยจร ศิลปินนักเปียโนระดับแนวหน้าของไทย

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  โดยความสนับสนุนของบี.กริม, BDMS,เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมคอนเสิร์ตรายการ “Beethoven the Creator” บรรเลงผลงานของ ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน คีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมัน บรรเลงโดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) ร่วมด้วย ชญณัฐ วิสัยจร ศิลปินนักเปียโนระดับแนวหน้าของไทย บรรเลงเดี่ยวเปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 1 ในบันไดเสียง C เมเจอร์ ประพันธ์โดย ลุดวิก ฟาน เบโธเฟนและบทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 3 ในบันไดเสียง E แฟลท เมเจอร์ นิคเนมว่า “Eroica” ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่นิยมฟังและบรรเลงมากที่สุดในบรรดาบทเพลงซิมโฟนีทั้ง 9 บทของเบโธเฟน อำนวยเพลงโดย มิเชล เทลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีวง RBSO

RBSO จัดคอนเสิร์ต "Beethoven the Creator"

คอนเสิร์ต “Beethoven the Creator” บรรเลงผลงานของ ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน นักประพันธ์เพลงชาวเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคโรแมนติค  บทเพลงแรกคือ เปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 1 ในบันไดเสียง   C เมเจอร์ ผลงานลำดับที่ 15 ท่อนแรก เริ่มด้วยทำนองหลักที่อาจหาญ ช่วงแรกๆฟังเหมือนเป็นดนตรีของไฮเดินและโมสาร์ท แต่เบโธเฟนเขียนให้กลองและทรัมเป็ตบรรเลงเพลงอย่างรุนแรงสอดแทรกเข้าไปในทำนองหลักที่ไพเราะ ศิลปินเดี่ยวเปียโนได้นำทำนองหลักที่ถูกนำมาพัฒนามาบรรเลงได้อย่างสวยงาม นักเปียโนได้นำทำนองมาบรรเลงคล้ายการด้นสดเพื่ออวดฝีมือ ท่อนที่สอง ฟังดูเหมือนอ่อนหวานด้วยการ  เติมสร้อยในทำนอง ทว่าเบโธเฟนได้ใส่อารมณ์เข้าไป ทำให้ผู้ที่ได้ฟังครั้งแรกถึงกับหลั่งน้ำตา ทั้งยังให้  คลาริเน็ทเล่นเดี่ยวคลอตอบโต้กับเปียโน  ท่อนสุดท้าย สนุกสนาน มีชีวิตชีวา ศิลปินเดี่ยวเปียโนบรรเลง ด้นสด อวดฝีมืออีกครั้ง และจบลงด้วยความประทับใจ         

ซิมโฟนีหมายเลข 3 ในบันไดเสียง E แฟลท เมเจอร์ “Eroica” เป็นอีกผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ประพันธ์โดยเบโธเฟน บทเพลงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก แสดงพลังอย่างกล้าหาญ สง่างาม และเป็นเสียง   แห่งชัยชนะ เป็นซิมโฟนีที่ยิ่งใหญ่ อมตะมาจนทุกวันนี้  เบโธเฟนประพันธ์งานชิ้นนี้ด้วยความรัดทดใจ และความสิ้นหวังเนื่องมาจากอาการหนูหนวก เดิมเขาตั้งใจจะอุทิศงานชิ้นนี้ให้กับนโปเลียน โบนาปาร์ต               

ซึ่งขณะนั้นกำลังทำสงครามกับฝรั่งเศส หลังจากได้รับชัยชนะ ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง นโปเลียนกลับสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ ทำให้เบโธเฟนผิดหวังเป็นอย่างมาก ความขัดแย้งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังในการสร้างสรรค์ เบโธเฟนได้แหกกฎเกณฑ์และรูปแบบการประพันธ์เชิงขนบดนตรียุคคลาสสิกพร้อมกับแสดงความรู้สึกและอารมณ์อย่างรุนแรง  ดนตรีท่อนแรก องอาจ สง่างาม พร้อมที่จะต่อสู้กับชะตากรรม         

RBSO จัดคอนเสิร์ต "Beethoven the Creator"

จบลงด้วยเสียงดนตรีที่เร้าใจ ท่อนที่สอง “ขบวนแห่ศพ” (Funeral March) ทำนองเศร้าสร้อย หดหู่ อาลัยอาวรณ์ เสียงดนตรีแผ่วเบาดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เสมือนขบวนแห่ศพ สะท้อนความรัดทดใจในชะตากรรม ท่อนนี้มีชื่อเสียงมาก มักถูกนำไปบรรเลงในขบวนแห่ศพของบุคลสำคัญ อาทิ ในพิธีแห่ศพประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนนาดีแห่งสหรัฐอเมริกา ท่อนที่สาม กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา เสียงกลุ่มฮอร์นเล่นทำนองสง่างามคล้ายสัญญาณแตรที่ใช้ล่าสัตว์ ท่อนสุดท้าย ดนตรีเข้มข้น เบโธเฟนได้นำทำนองต่างๆที่เคยประพันธ์ไว้และเขียนขึ้นใหม่ มาบรรเลงพร้อมกันทั้งวง ในแบบแวริเอชั่นหลายบท เสียงดนตรีที่สลับซับซ้อนงดงาม แสดงอารมณ์สุดขั้ว จบลงด้วยดนตรีที่มีความรุนแรง โหมกระหน่ำดุจพายุ ซิมโฟนี “EROICA” เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ “ดนตรียุคโรแมนติค” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บทเพลงนี้เป็นงานประเภทซิมโฟนีที่ถูกนำออกแสดงกันทั่วโลกมากที่สุด การบรรเลงในครั้งนี้เป็นโอกาสที่แฟนเพลงจะได้ร่วมกันรำลึกถึงเบโธเฟน ซึ่งทั่วโลกต่างร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีการเสียชีวิตของเขา         

ชญณัฐ วิสัยจร ศิลปินนักเปียโนระดับแนวหน้าของไทย มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดเขาได้บรรเลงบทเพลง Piano Concerto หมายเลข 5 ของเบโธเฟน ร่วมกับวง RBSO ภายใต้การควบคุมวงของ Kah Chun Wong ผู้อำนวยเพลงชื่อดังชาวสิงคโปร์ และร่วมบรรเลงกับนักฟลุตชั้นนำของโลก Jasmine Choi  ชญณัฐเคยเป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอนที่สถาบันดนตรีระดับโลกอย่าง Indiana University Jacobs School of Music เขามีประสบการณ์การเรียนดนตรีแบบเชมเบอร์มิวสิคกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียง อาทิ Luba Edlina Dubinsky (สมาชิกวงเชมเบอร์มิวสิคในตำนาน Borodin Trio), Alexander Kerr (อดีต Concertmaster ของวง Royal Concertgebouw แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์) นอกจากนี้เขายังได้เข้าเรียนแบบมาสเตอร์คลาสกับปรมาจารย์นักเปียโนระดับโลกอย่าง Dominique Merlet, Robert Levin และ Andrzej Jasinski, Robert McDonald, Phillipe Entremont, Gary Graffman และ Arie Vardi อาจารย์ผู้สอนหลักของชญณัฐประกอบด้วย Panayis Lyras, Emile Naoumoff และ Jean-Bernard Pommier        

คอนเสิร์ตตัดแสดงในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563  เวลา 19.30 น.ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 300, 700, 900, 1200, 1500 บาท ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ www.thaiticketmajor.com
สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2
Email: rbso@bangkoksymphony.org    

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน “Central Watch & Jewelry Expo” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน “Central Watch & Jewelry Expo” (komchadluek.net)

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน “Central Watch & Jewelry Expo”

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"

27 พฤศจิกายน 2563 – 07:19 น.

ครั้งแรก กับมหกรรมนาฬิกาและจิวเวลรี่  “เซ็นทรัลเมกาบางนา” ที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน “Central Watch & Jewelry Expo”

“ห้างเซ็นทรัล” ผู้ริเริ่มการจัดมหกรรมนาฬิกาประจำปีที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย จัดงาน “Central Watch & Jewelry Expo” (เซ็นทรัล วอทช์ แอนด์  จิวเวลรี่ เอ็กซ์โป) ยกมหกรรมนาฬิกาและจิวเวลรี่ ไปไว้ที่ ห้างเซ็นทรัลเมกาบางนา ครั้งแรก!  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกา พร้อมที่สุดแห่งข้อเสนอระดับพรีเมียม” ครบครันด้วยสุดยอดแบรนด์นาฬิการะดับเวิลด์คลาส แบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟ นาฬิกาไฮไลต์ที่มีจำหน่ายเฉพาะภายในงานนี้  รวมถึงคอลเลกชั่นนาฬิกา-จิวเวลรี่ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น  จากแบรนด์ดังมาให้อัปเดตพร้อมกัน 

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"

ภายในงานวันนี้ จัดขึ้น ณ  โซนแฟชั่นแกลอเรีย ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลเมกาบางนา ได้รับเกียรติจาก อรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร Head of  Merchandising Men’s Fashion, Watches, Fine Jewelry and Luggage บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฌาน ชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พลินี คงชาญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมด้วยผู้บริหารแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ทิพาณัท เลณบุรี, ฮิโรยูกิ อากาชิ, นรากร สะสม, โคจิ ชินโจ, เต็ม มหาดำรงค์กุล, ชวภัทร ตัณมานะศิริ  ตลอดจนเหล่าเซเลบริตี้ ที่หลงใหลเรือนเวลาและจิวเวลรี่ อาทิ ลักษิกา กรรณสูตร, ศิรประภา จีระพันธุ, พิมพัชรา บุรพงศ์บัณฑิต, กันต์ รตนาภรณ์, พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, เมจกา สุพิชญางกูร

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"

โดยภายในงานถูกตกแต่งขึ้นท่ามกลางนาฬิกาและจิวเวลรี่จากหลากหลายแบรนด์ อาทิ LONGINES (ลองจินส์) GRAND SEIKO (แกรนด์ไซโก) MAURICE LACROIX (มอริส ลาครัวซ์) RADO(ราโด) FREDERIQUE CONSTANT (เฟรเดอริค คองสตองท์) ORIS (โอริส) GUCCI (กุชชี่)  MIDO (มิโด) CASIO (คาสิโอ้) SEIKO (ไซโก ) CARL F. BUCHERER (คาร์ล เอฟ บุคเคอเรอร์) JUBILEE DIAMOND (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) PRIMA DIAMOND (พรีม่า ไดมอนด์) BEAUTY GEMS (บิวตี้ เจมส์) ฯลฯ 

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"

สัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลาและจิวเวลรี่ได้ที่งาน “Central Watch & Jewelry Expo” (เซ็นทรัล วอทช์ แอนด์  จิวเวลรี่ เอ็กซ์โป) ที่ ห้างเซ็นทรัลเมกาบางนา งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกา พร้อมที่สุดแห่งข้อเสนอระดับพรีเมียม  รับโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 30 % พร้อมลดเพิ่มสูงสุด 12.5 % เมื่อใช้คะแนน The 1  พิเศษ! รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข ระหว่างวันที่ 20 พ.ย. – 1 ธ.ค. 63 

งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"
งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"
งานเดียวครบทั้งจิวเวลรี่และนาฬิกาที่สุดแห่งข้อเสนอระดับระดับพรีเมียม ในงาน "Central Watch & Jewelry Expo"

คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง (komchadluek.net)

‎Strong winds at Chalatat Beach Songkhla The seaside of the sand began to disappear again.‎

คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง

‎November 26, 2020 – 7:55PM‎

‎Strong winds at Chalatat Beach Songkhla The seaside of the sand began to disappear again.‎

‎On November 26, 2020, ‎‎The Beach Of Chalathat Beach‎‎ It is a popular tourist destination in Muang, Songkhla province. It is being tested for its strength and durability from the airwaves again.‎

‎After being filled by the Royal Navy, the sand from the sea was replaced. Despite the increase in lost man areas, the south is in the face of heavy monsoon rains almost every day. Repeatedly, the airwaves in the middle of the sea are strongly approaching the shore. The beach has been very eroded. Local residents were concerned that the sand was reclamation. How long will it last for the cruelty of nature?‎

‎Photo Charoon Thongnual #NationPhoto #คลื่นกัดเซาะชายหาด #ชลาทัศน์ #สงขลา‎

คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2563  ชายทะเลหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา ตลอดแนว 3-5 กิโลเมตรซึ่งเป็น สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม กำลังได้รับการทดสอบความแข็งแรงทนทานจากการถูกกระแสคลื่นลมซัดกระหน่ำอีกครั้ง

หลังได้รับการเติมเต็มโดยกรมเจ้าท่าได้ทำการดูดทรายจากทะเลมาถมแทนที่ แม้จากเพิ่มพื้นที่ชายหายที่หายไปได้กลับมาดังเดิม แต่ช่วงนี้ภาคใต้อยู่ในหน้ามรสุมฝนตกหนักเกือบทุกวัน ซ้ำคลื่นลมกลางทะเลกำลังแรงซัดเข้าหาฝั่ง ทำให้ชายหาดถูกกัดเซาะไปมาก ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความกังวลว่าทรายที่นำมาถม จะทนความโหดร้ายของธรรมชาติได้นานแค่ไหน

ภาพ จรูญ ทองนวล (Charoon Thongnual ) #NationPhoto #คลื่นกัดเซาะชายหาด #ชลาทัศน์ #สงขลา

คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง
คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง
คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง
คลื่นลมแรงหาดชลาทัศน์สงขลา ชายทะเลถมทรายเริ่มหายไปอีกครั้ง

‎Top 5 News‎

“เบนซ์ไพรม์มัส” จัดงาน “Primus Auto Show” เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เบนซ์ไพรม์มัส” จัดงาน”Primus Auto Show” เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย (komchadluek.net)

“เบนซ์ไพรม์มัส” จัดงาน”Primus Auto Show” เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

25 พฤศจิกายน 2563 – 17:07 น.

“เบนซ์ไพรม์มัส” จัดงาน”Primus Auto Show” เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.63 เบนซ์ไพรม์มัส ขานรับนโยบายบริษัทแม่ เร่งเครื่องดันยอดขายโค้งสุดท้าย จัดอีเวนท์ใหญ่ Primus Auto Show ประเดิมเปิดจอง 2 รุ่นใหม่ The new GLA และ The new A-Class  พร้อมรุ่นอื่นๆ ให้เลือกและทดลองขับกว่า 30 รุ่น รับข้อเสนอ The Start of Winter Campaign ฟรี! ดอกเบี้ย, ประกันภัยชั้น 1MyStar นาน 1 ปี จองวันนี้ รับไอโฟน12 มูลค่า 3.2 หมื่นบาท หมดเขต30 พ.ย.ศกนี้ ที่ เบนซ์ไพรม์มัส เลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา  

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด  ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย” ได้เปิดตัวรถยนต์พรีเมี่ยมคอมแพค  2 รุ่นใหม่ ได้แก่ The new Mercedes-Benz GLA200 AMG Dynamic และ The new Mercedes-Benz A-Class รุ่นประกอบในประเทศ ที่โดดเด่นด้านการออกแบบรูปลักษณ์ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน ประกอบกับการกำหนดราคาขายที่เร้าใจและแข่งขันได้ ทำให้รถยนต์ 2 รุ่นดังกล่าว เป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันยอดขาย

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

ดังนั้น “เบนซ์ไพรม์มัส”  จึงมุ่งเน้นนโยบายในการกระตุ้นตลาด เพื่อเร่งสร้างยอดขายในช่วง  2 เดือนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่น และขานรับนโยบายของบริษัทแม่ ด้วยการจัดงานแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เพื่อมอบโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ในรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ พร้อมมุ่งเน้นการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคทั้งด้านผลิตภัณฑ์และสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะร่วมผลักดันยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้บรรลุเป้าหมาย                                      

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” จะจัดงานแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Primus Auto Show” อีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

โดยในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 16 – 30 พฤศจิกายน 2563 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ไฮไลท์สำคัญ คือ การเปิดจอง 2 รุ่นใหม่ The new Mercedes-Benz GLA200 AMG Dynamic คอมแพคเอสยูวี ยานยนต์ที่พร้อมสำหรับทุกการเดินทางในแบบที่ต้องการ ในราคาเริ่มต้น 2.399ล้านบาท และ The new Mercedes-BenzA-Class คอมแพคคาร์ ที่เติมเต็มชีวิตในเมืองให้สมบูรณ์แบบ กับราคาเริ่มต้น 1,990,000 บาท                                

พร้อมอวดโฉมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รุ่นต่าง ๆ ให้ผู้สนใจเลือกเป็นเจ้าของได้มากกว่า 30 คัน อาทิ Mercedes-Benz GLB200Progressive, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG GLC43 4MATIC Coupe,Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 220 d Avantgarde เป็นต้นโดยเลือกชมและทดลองขับได้เฉพาะในงาน Primus Auto Show เท่านั้น ผู้ใดสนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ http://bit.ly/primustdb

นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มอบแคมเปญพิเศษ “The Start of Winter Campaign” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย อาทิ  ผ่อน 0% นาน 24 เดือน หรือ 0.99% นาน 48 เดือน, รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี กับโปรแกรม MyStar เป็นต้น  พิเศษ!!! จองวันนี้ รับ iPhone12 มูลค่า 32,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) 

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

ส่วนด้านบริการหลังการขาย ได้มีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อดูแลรักษารถยนต์ให้แก่ลูกค้าด้วยเช่นกัน ภายใต้ชื่อ “The Welcome Back Service Campaign” โดยลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส” จะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 20% ค่าแรงสูงสุด 15% ฟรี! น้ำมันเครื่อง 2 ลิตร ทั้งรับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อใช้บัตรเครดิต Citi Mercedes พิเศษ! รับฟรี ร่ม Limited Edition 2 ชั้น จากไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เมื่อมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป เริ่มวันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน ศกนี้ 

อย่าพลาด! งาน “Primus Auto Show”  เริ่มวันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน  2563 เฉพาะที่ “เบนซ์ ไพรม์มัส” ย่านถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) ฝ่ายขาย เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลาทำการ 08.30 -19.00 น.และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลาทำการ 09.00 – 21.00 น.ฝ่ายบริการหลังการขาย เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30-17.30 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 095 5555 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.benzprimus.com

ข้อมูลรถยนต์โดยสังเขป
The new Mercedes-Benz GLA200 AMG Dynamic รถยนต์คอมแพคเอสยูวี เจเนอเรชั่นที่ 2 โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ สปอร์ตและโมเดิร์นมากขึ้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เสริมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัด รองรับทุกการเดินทางได้อย่างเต็มที่ในทุกเส้นทาง กับขุมพลัง 1332 ซีซี 163 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ที่ 1620-4000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.7-6.0 ลิตร/100 กม. ในราคาจำหน่ายเริ่มต้น2,399,000 บาท 

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย
  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

The new Mercedes-Benz A-Class รุ่นประกอบในประเทศ ยานยนต์ที่เติมเต็มการเดินทางในเมืองใหญ่ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องยนต์ 1332 ซีซี 163 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ที่ 1620-4000 รอบต่อนาทีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.1 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.2 ลิตร/100 กม. พร้อมออกแบบภายนอกสไตล์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ร้อนแรง ผสานความคลาสสิคในแบบคอมแพคคาร์ได้อย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารทันสมัย กว้างขวาง รองรับประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลาย พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกสบายในทุกการสื่อสาร มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz A200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท และ Mercedes-Benz A200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท 

  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย
  "เบนซ์ไพรม์มัส" จัดงาน"Primus Auto Show" เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง (komchadluek.net)

ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง

ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง

24 พฤศจิกายน 2563 – 16:30 น.

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ เผยกรณี กินอาหารค้างคืนที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง เป็นข่าวปลอม อย่าแชร์

วันนี้( 24 พ.ย. 2563) ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง กินอาหารค้างคืนที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

จากกรณีข้อความเตือนภัยว่า การรับประทานอาหารค้างคืน ที่ถูกนำมาอุ่นซ้ำๆจะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง

แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น เก็บในตู้เย็นที่มีความเย็นไม่เพียงพอทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึ้นมา เมื่อทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ 

นอกจากนี้อาหารที่ทำทิ้งไว้นานและมีการอุ่นซ้ำซากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รวมถึงมีรสชาติเปลี่ยนไป โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรรับประทานอาหารที่สดใหม่ ไม่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ http://www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์

หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข