จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจวนแถลงข่าว จัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจวนแถลงข่าว จัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2564 (komchadluek.net)

จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจวนแถลงข่าว จัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2564

จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจวนแถลงข่าว จัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2564

18 ธันวาคม 2563 – 09:13 น.

จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจวนแถลงข่าว จัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ประจำปี 2564 เคร่งครัดการท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal ควบคู่กับการจัดงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วยการระดมน้ำใจจากทุกภาคส่วน

ที่บริเวณภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์หลังเก่า สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ได้จัดงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ประจำปี 2564 รับน้ำใจจากทุกภาคส่วนในการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆโดยมี นายผล ดำทำผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนางวันทนาดำทำนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประธานในการรับมอบ ซึ่งมีนายประเดิม เดชายนต์บัญชา นอภ.เมืองอุตรดิตถ์ นายสกุลไชย จูมทอง นอภ.ตรอน นายปรีชา สมชัย นอภ.พิชัย นายจักรพรรณ สุวรรณภักดี นอภ.ท่าปลา นายศุภชัย บุญทิพย์ นายอำเภอน้ำปาด นายอำเภอหากท่า เรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์ นอภ.บ้านโคกและผู้แทนนายอำเภอทองแสนขัน พร้อมส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชนและ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานวันรวมน้ำใจให้กาชาด ซึ่งในวันนี้ได้ระดมสิ่งของบริจาคมีมูลค่าจำนวนมากอาทิรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากชนิดเช่นตู้เย็น พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตาไฟฟ้า กระติกไฟฟ้า อุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ซับสนุนเป็นของรางวัลการตักมัจฉากาชาดได้กุศลจากการออกร้านกาชาดภายในงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ประจำปี 2564

และในครั้งนี้ได้มีการจัดให้มีการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ซึ่งมีนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์นางวันทนา ดำธรรม  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ พลตำรวจตรีไชยา สุนทรกิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ นายพยงค์ ยาเภา  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าร่วมการแถลงข่าว เส้นทางจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เชิญชวนเที่ยวงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ประจำปี 2564 ร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหักและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุตรดิตถ์โดยต้องมีมาตรการเคร่งครัดการท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal และความปลอดภัยของผู้มาเที่ยวงานตลอด 10 วัน 10 คืนระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 มกราคม 2564 ณ บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์

การจัดงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์จัดในระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 มกราคม 6 ปีเขตที่กำหนดวันเปิดงานและพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักในวันที่ 7 มกราคมเพราะเป็นวันที่พระยาพิชัยดาบหักได้ต่อสู้กับพม่าเมื่อวันที่ 7 มกราคมพศ 2356 จนดาบหักคามือ ที่วัดเอกาอำเภอพิชัยจังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้รับสมญานามว่าพระยาพิชัยดาบหักโดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 54 มีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติยศของจังหวัดอุตรดิตถ์และให้ประชาชนได้มีโอกาสสักการะแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระยาพิชัยดาบหักทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวให้มากขึ้นภายในงานจะจัดขบวนอัญเชิญเครื่องบวงสรวงเทิดเกียรติพระยาพิชัยดาบหัก ขบวนแห่ศิลปะวัฒนธรรมทุกอำเภอ การออกร้านของเหล่ากาชาด จังหวัดอุตรดิตถ์ การออกสลากกาชาดเพื่อจัดหารายได้นำไปช่วยการกุศลและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ของจังหวัดและเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์

ในช่วงเช้าของวันที่ 7 มกราคม 2564 จะมีพิธีวางพวงมาลาพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์และพิธีบวงสรวงเพื่อสักการะ ดวงวิญญาณท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักโดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมถวายได้แก่รำกฤษดาภินิหาร รำดาบ รำมวยของสำนักดาบพิชัยรณรงค์ และมีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเย็นในวันที่ 7 มกราคม 2564 สำหรับกิจกรรมภายในงานมีกิจกรรมมากมายขบวนแห่เครื่องบวงสรวงเครื่องสักการะขบวนเทิดเกียรติพระยาพิชัยดาบหักขบวนศิลปวัฒนธรรมของทุกอำเภอในจังหวัดอุตรดิตถ์อำเภอ พร้อมยังมีการ ออกร้านของเหล่ากาชาดลุ้นรางวัลกับร้านมัจฉากาชาดลุ้นโชคสลากกาชาด ซึ่งรางวัลใหญ่ปีนี้จะเป็นรถยนต์ปิคอัพ TOYOTA Revo จำนวน 1 คัน เป็นรางวัลที่ 1 การประกวดนางสาวอุตรดิตถ์และขุนศึกคู่ใจพระยาพิชัย การเดินผ้าไทยการกุศล การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP จากอำเภอการออกร้านของส่วนราชการ ภาคเอกชนและอำเภอต่างๆการชกมวยพระยาพิชัยดาบหักการแสดงของนักเรียนการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งท้องถิ่นและท้องที่สามัคคีเสียงทองและชมคอนเสิร์ตศิลปินที่ได้รับความนิยม

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

“ตู่-ปิยวดี” เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู “ซินแสเป็นหนึ่ง” ร่วมออกแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ตู่-ปิยวดี” เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู “ซินแสเป็นหนึ่ง” ร่วมออกแบบ (komchadluek.net)

“ตู่-ปิยวดี” เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู “ซินแสเป็นหนึ่ง” ร่วมออกแบบ

"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ

17 ธันวาคม 2563 – 19:10 น.

“ตู่-ปิยวดี” เปิดคอลเลคชั่นใหม่ “Dimension by CDG” เอาใจสายมู พร้อม “ซินแสเป็นหนึ่ง” ร่วมออกแบบ

เตรียมพร้อมเริ่มต้นปี 2564 รับความพิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย เพิ่มความมงคล เสริมพลังชีวิต ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งอัญมณี ที่จะนำพาแต่สิ่งดีๆมาสู่ชีวิตคุณ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ Collection แรก ที่เหล่าบรรดาสายมู สายจุ้ย ห้ามพลาด รับรองว่างานนี้ มีแต่ รวย รวย รวย

โอกาสพิเศษกับแบรนด์ DIMENSION by CDG โดยผู้บริหารอาทิ คุณตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ , คุณอ๋อง-ธัชธร สุธัญญวินิจ , คุณจอย-รินทร์ลภัส ภูวรัฐวราธรณ์ , คุณเบนซ์-ธันยาภรณ์ เปี่ยมวิริยะกุล , คุณก้อง-อรรฆรัตน์ นิติพน และ คุณอี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา ที่ออกมานำเสนอเครื่องประดับมุมมองใหม่ ผ่านอัญมณี ทรงคุณค่า คุ้มด้วยราคา ควรค่าแก่การครอบครองเป็นที่สุด

"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ

DIMENSION by CDG เปิดมิติใหม่ของความเป็นคุณ สัมผัส กับ มหัศจรรย์หมายเลข 8 สัญลักษณ์แห่งความไม่สิ้นสุด เสริมพลังชีวิตให้พุ่งไม่หยุด ปังให้สุด ฉุดไม่อยู่ ด้วยการผสานการทำงานกับ ซินแซ เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร อาจารย์ผู้เป็นอัจฉริยะในการพลิกชะตาชีวิต นำศาสตร์ความรู้มาร่วมออกแบบ กับ แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำ CHATEAU DES GEMS ภายใต้แบรนด์ใหม่ DIMENSION by CDG ผสมผสานออกมาเป็นเครื่องประดับเสริมฮวงจุ้ยบนเรือนร่างได้อย่างลงตัว

"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ

คอลเลคชั่นมหัศจรรย์หมายเลข 8 สุดพิเศษนี้ จะเป็นคอลเลคชั่นสุดพิเศษในปี 2564 ที่นำหลักฮวงจุ้ยมาออกแบบเครื่องประดับ เสริมดวง เสริมบารมี และสามารถเป็นเครื่องประดับไปในตัว กับการออกแบบสุดพิเศษจากช่างฝีมือจาก CDG โดยในงานเปิดตัวแบรนด์และคอลเลคชั่นใหม่นี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก Torr Boutique โดย คุณต่อ ดร.วิราวรรณ ศรีสมบูรณานนท์ แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำที่จัดแฟชั่นโชว์ระดับแนวหน้า มานำเสนอเครื่องประดับคอลเลคชั่นมหัศจรรย์หมายเลข 8 จาก Dimension by CDG จากเซเลบริตี้ และฟินาเล่สุดปังจากสายวายสุดว้าว คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา และ คอปเตอร์-ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี จากซีรี่ย์ “วัยรุ่นวุ่นYรัก”

"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ

โดยสามารถจับจองเป็นเจ้าของคอลเลคชั่นสุดปังนี้ได้ในร้าน CDG ก่อนใคร และยังมี limited edition สุดพิเศษอีกด้วย

"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ
"ตู่-ปิยวดี" เปิดคอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายมู "ซินแสเป็นหนึ่ง" ร่วมออกแบบ

‘รถไฟฟ้า’ บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘รถไฟฟ้า’บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป (komchadluek.net)

‘รถไฟฟ้า’บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป

'รถไฟฟ้า'บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป

17 ธันวาคม 2563 – 19:02 น.

ประชาชนตอบรับการให้บริการของ รถไฟฟ้าสายสีเขียว – สีทอง ส่วนต่อขยาย ที่รัฐบาลเพิ่งมีพิธีเปิดไปเมื่อวาน โดยรายงานข่าว สวพ.91 เผยสภาพการขนส่งผู้โดยสาร ในชั่วโมงเร่งด่วนวันนี้ ‘เนืองแน่น’ ชี้ ระบบสาธารณูปโภคนี้ยังเป็นที่ต้องการของประชาชน

วันที่ 17 ธันวาคม 2563 เวลา 17.05 น. รายงานข่าวจากสวพ.91  สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร ทวีตข้อความระบุถึงการตอบรับของประชาชนในการเปิดใช้งานครั้งแรก ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยายช่วงหมอชิตฯ – สะพานใหม่ – คูคต) ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประเดิมเป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการเดินรถ (รวมถึงสายสีทอง ช่วงกรุงธนบุรี – คลองสาน ) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ในทวีตเตอร์ ของ FM91 Trafficpro ระบุว่า  “ปลายทางสถานีคูคต” เย็นเลิกงาน(17 ธค.63) บรรยากาศรถไฟฟ้าสายสีเขียว “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” หลังเปิดให้ปชช.ใช้บริการอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้ เรียกว่า ผู้โดยสารเนื่องแน่น  ช่วยขนคนได้จริงๆ  เช่นเดียวกับ รถไฟฟ้าสายสีทอง ณ สถานีกรุงธนบุรี ที่มีภาพผู้โดยสารเดินผ่านเข้าออกทางเข้าประตูรถไฟฟ้า ด้วยสภาพเบียดเสียดเต็มชานชลา  จนเชื่อว่ายังมีผู้โดยสารตกค้าง ในทุกขบวนรถที่ต้องออกจากสถานี

'รถไฟฟ้า'บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป
'รถไฟฟ้า'บริการยังไม่เพียงพอ การขนส่งที่ปชช.ยังต้องรอต่อไป

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น (komchadluek.net)

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น

เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น

17 ธันวาคม 2563 – 15:57 น.

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สนับสนุนโดย บุญรอดบริวเวอรี่ และ บี กริม ขอเชิญชม Concert in the Park บรรเลงโดย Royal Bangkok Symphony Orchestra อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ในวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 เวลา 18.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พบกับนักร้องรับเชิญ กรกันต์ สุทธิโกเศศ และสาธิดา พรหมพิริยะ
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พบกับ พิจิกา จิตตะปุตตะ และอิสรพงศ์ ดอกยอ


ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขอความกรุณาแต่งกายสุภาพ พร้อมนำบัตรประชาชนมาแสดงก่อนเข้างาน กรณีชาวต่างชาติ กรุณาแสดงหนังสือเดินก่อนเข้างาน
Facebook: royalbangkoksymphonyorchestra

เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น
เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น
เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” (komchadluek.net)

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่”

ไม่ควรมองข้าม... "อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่"

17 ธันวาคม 2563 – 11:14 น.

ทำความรู้จัก “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” เรื่องไม่เล็ก… และไม่ควรมองข้าม

หลายคนอาจจะมีความเข้าใจว่า ปัญหาสุขภาพอย่างเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น จริงๆ แล้วผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง โรคทางสมอง โรคซึมเศร้า ก็อาจทำให้เกิดภาวะ “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” ได้ด้วยเหมือนกัน

“กลั้นปัสสาวะไม่ได้”…สัญญาณทางร่างกายที่เราต้องฟัง

ผู้ที่มีความเสี่ยงจากภาวะเช่นนี้ สังเกตอาการเริ่มต้นได้ง่ายๆ คือ ปัสสาวะบ่อยมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน แถมยังมีอาการปัสสาวะเล็ด เมื่อไอ จาม หัวเราะ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว ปวดปัสสาวะเมื่อไหร่ต้องเข้าห้องน้ำทันที และมีอาการเหมือนปัสสาวะไม่สุดอยู่เสมอจนถึงอาการหนักคือ กลั้นไม่ได้เลย ราดทันทีเมื่อปวดปัสสาวะ 
เรามาดูกันว่าปัจจัยเสี่ยงสู่ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีอะไรบ้าง
•อายุที่มากขึ้น ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ถึง 15-35%
•โรคอ้วน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น
•การคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ / การผ่าตัด เช่น การผ่าตัดมดลูก, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก
•โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม

เทคนิคป้องกันปัญหา “กลั้นปัสสาวะไม่ได้” ทำอย่างไรดี
อย่างไรก็ตามถึงแม้ภาวะดังกล่าวจะสร้างความกังวลใจและสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อหูรูดให้แข็งแรง ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. ฝึกขมิบกล้ามเนื้อหูรูด ขมิบทำเหมือนกำลังกลั้นปัสสาวะ โดยขมิบครั้งละประมาณ 5 วินาที แล้วหยุด10 วินาที ทำซ้ำแบบนี้ 10 ครั้ง เริ่มต้นอาจจะทำวันละ 3 เวลาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ทุกวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนให้ถี่ขึ้น

2. ฝึกควบคุมการขับถ่าย พยายามกลั้นปัสสาวะให้นานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนที่จะไปปัสสาวะ ให้ยืดระยะเวลาระหว่างการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง ให้นานขึ้น แต่ไม่ควรกลั้นนานเกินไป

3.ทานอาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ลดความดันในช่องท้อง

4. ไม่ควรเบ่งปัสสาวะอย่างรุนแรงและปัสสาวะให้หมด หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย และงดสูบบุหรี่ ไม่ดื่มน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้ไตทำงานหนัก และเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด

5. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้น้ำหนักมากจนเกินไป เพื่อลดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะของหน้าท้อง

จะเห็นว่าอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลให้สูญเสียโอกาสบางอย่างในชีวิต เช่น ไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ไกลๆ ได้ เพราะมีข้อจำกัดด้านห้องน้ำ อาจนอนหลับไม่สนิทเพราะกังวลเรื่องการปัสสาวะ และอาจส่งผลให้กลายเป็นคนไม่ชอบออกไปข้างนอก และไม่กล้าเข้าสังคมไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความกังวลเรื่องปัสสาวะต่างๆ รวมถึงปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นั่นก็คือ กางเกงซึมซับ ที่ช่วยให้คุณได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเดิม โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาปัสสาวะอีกต่อไป 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับนั้น ควรมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน อย่างกางเกงซึมซับจาก เซอร์เทนตี้ (Certainty) ที่ใส่สบาย มี เทคโนโลยี Air Dry ที่ไม่เพียงช่วยให้คุณรู้สึกแห้งสบายไม่อับชื้น แต่ยังมั่นใจในทุกกิจกรรมที่ทำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึม นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ 3 พลัส คือ ลดแบคทีเรีย ลดกลิ่น สัมผัสนุ่มสบายผิว พร้อมขอบขาตั้งป้องกันการรั่วซึม ช่วยให้คุณคลายกังวลเรื่องปัญหาปัสสาวะไปได้เลย  

ปัญหาเรื่องปัสสาวะเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่เพียงแต่กับผู้สูงอายุ อย่าลืมหมั่นสังเกตพฤติกรรมและอาการของตัวคุณเอง ที่สำคัญหากท่านที่มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะ ลองเลือกผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับเป็นตัวช่วยเพื่อให้คุณใช้ทุกเวลาแห่งความสุขร่วมกับคนที่คุณรักได้อย่างเต็มที่ พร้อมมั่นใจในทุกกิจกรรมที่ทำได้โดยไร้กังวล ทุกที่ ทุกเวลา

ททท.สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ททท.สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020 (komchadluek.net)

ททท.สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020

ททท.สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020

16 ธันวาคม 2563 – 17:09 น.

ททท.สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020

วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม  นายสุวิทย์ จันทร์หวร(จัน-หะ-วอน) รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020 โดยมีนางสาวกนกวรรณ  ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมต้อนรับ

นางสาวกนกวรรณ  ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม  กล่าวว่า การเปิดเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งความสุขท้ายปี 2020 เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทย ร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวฤดูหนาวส่งท้ายปี 2020 ในพื้นที่จังหวัดสนุก (นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) กับงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ งานนครพนม Winter Festival ซีรี่ย์ 3 สีสันแห่งสายลม Colors of the wind ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564 ณ ริมฝั่งโขง และถนนสวรรค์ชายโขง  เขตเทศบาลเมืองนครพนม อลังการดาวบนดิน งานเทศกาลแห่ดาวคริสมาสต์ จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 21-25 ธันวาคม 2563 ณ ชุมชนบ้านท่าแร่  และเขตเทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร งานประเพณีแห่ดาวคริสมาสต์ จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม 2563 ณ สักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ททท.สำนักงานนครพนม จัดกิจกรรม TAT Nakhonphanom Open House เปิดสำนักงาน ททท.สำนักงานนครพนม ตึกเหลืองสวยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีก 1 แห่ง ของจังหวัดนครพนม ประดับด้วยความระยิบ ระยับ วิบวับ ดาวบนดิน ดาวคริสมาสต์ หลายหลายสีสันสดใสของ ดาวธุง นักท่องเที่ยวสามารถ แชะ &แชร์ ถ่ายรูป Check in  ตึกสวยบรรยากาศดี ติดริมแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ 2 ฝั่งโขง ไทย – ลาว ถ.สุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ทุกวันเวลา 08.00-21.00 น.จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข และเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก ร่วมชมขบวนรถแห่ดาวตระการตาที่มีหนึ่งเดียวในไทย และสัมผัสอากาศหนาวแห่งความสุขริมฝั่งโขง  สอบถามรายละเอียดข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม โทร. 0-4251-3490-1 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. Facebook Fanpange ททท.สำนักงานนครพนม  TAT Nakhonphanom


 ภาพ/ข่าว ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม

เคยกินมั๊ย ขนมโบราณหาทานยาก ความอร่อยจากรุ่น สู่รุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เคยกินมั๊ย ขนมโบราณหาทานยาก ความอร่อยจากรุ่น สู่รุ่น (komchadluek.net)

เคยกินมั๊ย ขนมโบราณหาทานยาก ความอร่อยจากรุ่น สู่รุ่น

16 ธันวาคม 2563 – 15:03 น.

เคยกินมั๊ยขนมวง ขนมโบราณที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวกะทิน้ำตาล นำไปนวดแล้วปั้นเป็นรูปวงรี นำไปทอดร้อยพวงด้วยตอกก่อนวางขาย ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าเป็นขนมยอดฮิตสมัยตอนเป็นเด็ก แม่ทำให้กินประจำ

วันที่ 16 ธ.ค. 63  เคยกินกันมั๊ย ขนมหีควาย เป็นขนมโบราณที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล นำไปนวด แล้วปั่นเป็นรูปวงรี  จากนั้นนำไปทอดจนเหลืองได้ที่  สุกแล้วนำมาร้อยพวงด้วยตอกก่อนวางขาย ยายปุ้ม วัย 66 ปี  เจ้าของสูตรที่สืบทอดมาแต่โบราณ เปิดเพิงขายมานานกว่า 30 ปี  ที่บริเวณริมถนนแสวงหา – บางระจัน  หมู่ที่ 8  ตำบลแสวงหา  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ผู้เฒ่าผู้แก่หากถามถึงขนมหีควาย จะรู้สึก ฟินถึงรสชาติขึ้นมาทันที ซึ่งในสมัยก่อนทุกคนต้องเคยลิ้มลองความอร่อยที่ลงตัวของ ขนมหีควาย กันแทบทุกราย

จากการสอบถาม นางวรรณา เทียนกันเทศ  หรือยายปุ้ม อายุ 66 ปี  เล่าให้ฟังว่า ขนมหีควาย เป็นชื่อเรียกมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนมาถึงสมัยนี้เด็กๆ  เรียกว่า ขนมวง ในสมัยก่อนพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย  จะใช้ข้าวเหนียวนำไปแช่น้ำ แล้วนำมาโม่เป็นแป้งผสมกับน้ำตาลปี๊บ กะทิ  นำมานวดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน  แล้วนำมาปั้นเป็นวงรีแล้วนำไปททอดในกระทะน้ำมันปลา  เมื่อสุกจนเหลืองแล้วใช้ตอกร้อยเป็นพวง เพื่อให้ลูกหลานได้กิน และเมื่อนำมาแขวนไว้จะกลายเป็นวงรีทำให้เป็นที่มาของชื่อว่า  ขนมหีควาย  ซึ่งสมัยก่อนนั้นเป็นขนมยอดฮิต  ซึ่งทุกบ้านจะทำขนมหีควาย ไว้ให้ลูกหลานได้กิน  และร้านไหนที่ทำขายก็จะมีขนมหีควายวางขายอยู่ทุกร้าน  ซึ่งสมัยนี้หากินยากแทบไม่มีหลงเหลือไห้เห็นแล้ว

ซึ่งตนเองได้สืบทอดการทำขนมมาจากพ่อแม่  ก็ได้สูตรเด็ดในการทำขนมหีควาย  มาค้าขายบริเวณดังกล่าวนานกว่า 30 ปี แล้ว  นอกจากนั้นที่ร้านตนเองยังมีกล้วยทอด  ขนมไข่เหี้ย  ขนมกล้วยทอดหวาน ซึ่งครอบครัวตนเองได้ขายขนมหีควาย กล้วยทอด  เป็นอาชีพหลัก โดยเปิดขายตั้งแต่เวลา 04.30 น. – 12.00 น. ของทุกวัน ไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำเลี้ยงครอบครัว มาอย่างยาวนาน  หากใครต้องการลิ้มลองลิ้มชิมรส ขนมหีควายของโบราณ ก็เชิญชิมได้ทุกวัน  รับประกันความอร่อยมากว่า 30 ปี แห่งความเชื่อถือของชาวบ้านที่มาอุดหนุนต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อ่างทอง

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว (komchadluek.net)

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว

15 ธันวาคม 2563 – 10:45 น.

ผอ.UddC-CEUS เสนอแผนสร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว ระยะสั้น-ระยะกลาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว ในวิกฤตโควิด-19 ชี้ยิ่งประเทศพึ่งพารายได้การท่องเที่ยว ยิ่งต้องมีสภาพแวดล้อมเมืองคุณภาพ เสียดายไม่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในระดับพรีเมียม

หลายประเทศเริ่มทยอยฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน แต่สำหรับประเทศไทย ยังรอลุ้นกลางปี2564 ว่าจะได้รับวัคซีนฯ หรือไม่ และในรูปแบบไหน แต่ความเสียหายได้เกิดผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวคิดจะสร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยวกันแล้ว

อ่านข่าว :  กทท. เดินหน้าพัฒนา ‘นักเดินทางโฮมลอด์จ’ เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน

ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวในระดับสูง (Hyper Tourism Dependency) วิกฤตโควิด-19 จึงไม่เพียงสร้างผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวและบริการ

หากภาวะความซบเซาทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2563 ยังสะท้อนให้เห็นจุดอ่อนและความเปราะบางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศทั้งระบบ ดังนั้น ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) จึงมีข้อเสนอด้านยุทธศาสตร์เสริมภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยวในวิกฤตโควิด-19 กรณีศึกษาเมืองภูเก็ต จากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ นักวิชาการในพื้นที่ ตลอดจนภาคีพัฒนาเมืองภูเก็ต เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในระยะสั้น

ผู้อำนวยการ UddC-CEUS กล่าวว่า รายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์คือการสร้างระบบความเชื่อมั่น (Immunitised Community) บนพื้นฐานของการปรับตัวของต้นทุนทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ของเมือง โดยการออกแบบนิเวศแห่งการท่องเที่ยวเพื่อรองรับมาตรการสาธารณสุข ตั้งแต่เมืองต้นทางถึงสถานกักตัวและย่านที่อยู่อาศัยโดยรอบ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังมองหาที่พักพิงในช่วงวิกฤต โดยปรับเมืองภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและอยู่อาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย

“ภูเก็ตในฐานะมหานครด้านการท่องเที่ยวทางภาคใต้ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นมหานครการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเลย คงหนีไม่พ้นกับโจทย์ด้านความสามารถในการล้มลุก รวมถึงการตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมภายนอกอย่างรวดเร็วและฉับพลัน เพื่อให้ยังคงใช้ศักยภาพและจุดแข็งด้านการเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายทั้งในปัจจุบันและอนาคตหลังการเปิดเมือง เพราะนี่คือโอกาสของปรับเปลี่ยนเพื่ออยู่รอด และก้าวกระโดดต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ” ผศ.ดร.นิรมล กล่าว

ส่วนแผนระยะกลาง ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล เสนอให้ภาครัฐลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง อาทิ ระบบขนส่งมวลชนและทางเดินเท้าคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อ (connectivity) ในสเกลใหญ่ระหว่างเมือง และสเกลเล็กระหว่างย่าน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์โดยตรงต่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนเมือง และช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจน สร้างมูลค่าเพิ่มด้านสินค้าและบริการ ส่งผลให้เมืองหลุดพ้นกับดักรายได้การท่องเที่ยวปานกลาง

“ยิ่งต้องพึ่งพารายได้การท่องเที่ยว ยิ่งต้องมีสภาพแวดล้อมเมืองคุณภาพ หลายคนอาจคิดว่านักท่องเที่ยวเป็นคนเลือกเมือง แต่ในความเป็นจริง เป็นไปได้อย่างสูงที่เมืองต่างหากเป็นผู้เลือกนักท่องเที่ยว ในเมื่อไทยเป็นประเทศที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวสูงมาก จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เมืองของเรายังไม่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มที่ เป็นได้แค่เมืองท่องเที่ยวระดับกลาง สิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่เพียงติดกับดักรายได้ปานกลาง แต่ยังติดกับดักรายได้การท่องเที่ยวปานกลางด้วยเช่นกัน” ผศ.ดร.นิรมล กล่าว

สำหรับกรณีเมืองภูเก็ต ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) ได้ศึกษาและวางผังโครงการยุทธศาสตร์นำร่องกระตุ้นการ

ท่องเที่ยว ตลอดจนพัฒนาสภาพแวดล้อมส่งเสริมสุขภาวะและพื้นที่นันทนาการของชุมชน ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาคีพัฒนาและชุมชน อาทิ โครงการฟื้นฟูคลองบางปากกะตะ ย่านกะตะ-กะรน โครงการพัฒนาเมืองเดินได้เมืองเดินดีย่านเมืองเก่าภูเก็ต โครงการฟื้นฟูพื้นที่ริมน้ำสะพานหิน โครงการฟื้นฟูพื้นที่ริมน้ำคลองบางใหญ่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ข้อมูลโดยโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี (GoodWalk) โดย UddC-CEUS และ สสส. พบว่า หากภาครัฐลงทุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาสภาพแวดล้อมเมือง ที่สอดรับกับโอกาสจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้ารางเบาเชื่อมสนามบินกับย่านเศรษฐกิจศูนย์กลางเมือง จะช่วยส่งเสริมคุณภาพการเดินเท้าของเมือง ตลอดจนการเชื่อมต่อระหว่างย่านสำคัญของเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยวผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล

UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว
UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว
UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว
UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว
UddC-CEUS ดันแผน สร้างภูมิคุ้มกันเมืองท่องเที่ยว

ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล

เชิญชมทุ่งทานตะวันบาน ปลอดมลพิษ ไม่เสี่ยงโควิด-19 เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชิญชมทุ่งทานตะวันบาน ปลอดมลพิษ ไม่เสี่ยงโควิด-19 เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม (komchadluek.net)

เชิญชมทุ่งทานตะวันบาน ปลอดมลพิษ ไม่เสี่ยงโควิด-19 เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

เชิญชมทุ่งทานตะวันบาน  ปลอดมลพิษ  ไม่เสี่ยงโควิด-19 เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

15 ธันวาคม 2563 – 09:04 น.

เชิญชมทุ่งทานตะวันบาน ปลอดมลพิษ ไม่เสี่ยงโควิด-19 เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม อยู่ห่างจากตัวเมืองลพบุรี ประมาณ 14 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ถนนหนทางสะดวก ที่จอดรถสบาย

ปลูกเอาใจนักท่องเที่ยวกว่า 60 ไร่ “ทานตะวันปลอดมลพิษเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม” เป็นทุ่งทานตะวันที่กำลังเริ่มผลิดอก แย้มความสวยให้เห็น ที่โลเคชั่นฉากหลังเป็นภูเขาสูงรูปร่างแปลกตา ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า เขาเที่ยง หรือ เขาโด่ ซึ่งบรรดานักถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ขนานนามว่าทุ่งทานตะวันสวยสุดในประเทศไทย ในวันหยุด วันคริสต์มาส เทศกาลวันปีใหม่นี้ จะไปเที่ยวที่ไหนดี ขอแนะนำเปิดจุดเช็กอินถ่ายรูปสวย “ทุ่งดอกทานตะวันบานกว่า 60 ไร่ ” ที่ไร่ จำรัส ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมบานสะพรั่งเหลืองอร่ามรอรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.63 ไปยันปีหน้า การันตีความสวยงาม ที่ทางไร่คัดสรรพันธุ์พิเศษดอกใหญ่สีสันสวยงามยามต้านแสงอาทิตย์ ผสมผสานกับลมหนาวที่พัดโชยท่ามกลางหุบเขา ไม่ไกลกรุงเทพฯ และไม่ต้องเสี่ยงโควิด-19

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงวันหยุด ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชม ดอกทานตะวันปลอดมลพิษ…เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ภายในทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัสใน จ.ลพบุรี ที่กำลังผลิดอก ชูช่อรอรับแสงแดดยามเช้า ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติกลางหุบเขาโด่ (หรือเขาเที่ยง) ต.นิคมสร้างตนเอง ลพบุรี เรียกได้ว่าเป็นทุ่งทานตะวันยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เฝ้ารอถ่ายรูปคู่กับดอกทานตะวันทุกปี ทุ่งทานตะวันแห่งนี้ถือเป็นทุ่งทานตะวันที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างมากมายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ โลเคชั่นฉากหลังไร่ทานตะวันเป็นรูปเขาโด่ และทิวเขาเรียงรายลดหลั่น ที่แปลกไม่เหมือนใคร

ทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัส ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองลพบุรี ประมาณ 14 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ถนนหนทางสะดวก ที่จอดรถสบาย ซึ่งทุ่งทานตะวันแห่งนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยว วัดเวฬุวัน (วัดเขาจีนแล) ซึ่งมีจะพระพุทธรูปใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา และอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก คุณจำรัส อินทร์เผือก เจ้าของไร่ทานตะวัน ที่ปลูกทานตะวันดอกใหญ่ขนาดพิเศษ กล่าวว่าทานตะวันแปลงนี้ปลูกแบบไม่เผาตอซัง เป็นการไถกลบ และการกำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคนแทนการใช้สารเคมี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพบและสัมผัสความสวยงามของดอกทานตะวัน ”ปลอดมลพิษ..เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม” ที่จะเริ่มชูช่อเบ่งบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง รอนักท่องเที่ยวมาเยือนตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.63 เป็นต้นไป

นอกจากทุ่งทานตะวันเหล่านี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดลพบุรีแล้ว ทานตะวันยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดที่สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันปรุงอาหาร หรืออบแห้งเพื่อรับประทาน และสารพัดประโยชน์ของทานตะวันอีกมากมาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวทุ่งทานตะวันที่เขาโด่แล้ว สามารถแวะเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในละแวกใกล้เคียงได้ อาทิ นมัสการศาลพระกาฬ ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลพบุรี เยี่ยมชมพระปรางค์สามยอด พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ อ่างซับเหล็ก และเขาตระกล้าทอง เป็นต้น

กฤษณ์ สนใจ ผู้สื่อข่าวจังหวัดลพบุรี

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา (komchadluek.net)

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

14 ธันวาคม 2563 – 19:35 น.

“New Year’s Eve Gala Dinner by the River” เอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ รับปีใหม่ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูสไตล์อิตาเลียน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับ “New Year’s Eve Gala Dinner by the River” อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ๆ เคล้าคลอเสียงดนตรีไพเราะ เลือกความประทับใจได้ทั้งริมฝั่งเจ้าพระยาและล่องเรือกลางลำน้ำรับวันแรกของปีใหม่ พร้อมโอกาสชมพลุในระดับใกล้สายตา ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

พระยา พาลาซโซ (Praya Palazzo) โรงแรมที่ดัดแปลงจาก “บ้านบางยี่ขัน” อาคารสถาปัตยกรรมพาลาดิโอ (Palladio) สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ในยุคที่ไทยเจริญรุ่งเรืองในเรื่องการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาวตะวันตก กลิ่นอายคลาสสิคจากยุคเรืองรองยังอวลอยู่ทุกอณูของโรงแรมสวยแห่งนี้ ยิ่งในวาระแห่งการเฉลิมฉลองรับวันใหม่ของปี บรรยากาศแห่งความสุขจากอดีตกาลจะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอมและสดใสให้กับทุกคนได้ พระยา พาลาซโซ จึงได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ “New Year’s Eve Gala Dinner by the River”  นำตำรับไทยโบราณ 10 คอร์ส คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีบรรจงปรุงด้วยเชฟเชี่ยวชาญการครัวชาววัง พร้อมเครื่องดื่มบริการเต็มอิ่มตลอดทั้งงาน ตั้งแต่ย่ำค่ำจนถึงวาระรับวันใหม่แห่งปี 2564        

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

ตำรับไทยโบราณเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วย “กุ้งเขียวหวานทอด” เป็นกุ้งสับคลุกเคล้ากับเครื่องแกงเขียวหวานก่อนนำไปทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมด้วย “ม้าอ้วน” อาหารว่างที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ปรุงด้วยปูและหมูสับใส่ถ้วยนำไปนึ่ง คล้าย ๆ ขนมจีบ แล้วย้อนกลับไปถึงสมัยอยุธยากับ “ทองพลุไก่” อาหารว่างที่หน้าตาคล้ายเอแคล์แต่สอดไส้ไก่ลงไปแทนครีม และ “หอยนางรมทรงเครื่อง” หอยนางรมสดจากเกาะภูเก็ตกับเครื่องเคียงจัดจ้าน ตามด้วย ”ยำขมิ้นขาวกั้งสด” สลัดสไตล์ไทยสมัยรัชกาลที่ 2 รสชาติละมุน ขมิ้นขาวช่วยเติมรสสัมผัสให้สมบูรณ์ จากนั้นอุ่นท้องด้วยซุปตำรับชาววัง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 “แกงรัญจวน” ซุปเนื้อหรือหมูนุ่ม ๆ ที่ปรุงด้วยน้ำพริกกะปิครบรสและหอมกลิ่นโหระพาแสนรัญจวน เตรียมพร้อมอิ่มเอมกับจานหลักต่อไป       

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

จานหลักเมนูโบราณเริ่มด้วย “หมูผัดส้มเสี้ยว” เนื้อหมูนุ่มผักกับพริกแกงสูตรของวังบางขุนพรหม ใส่มะเขือเปราะ ใบโหระพา และใบส้มเสี้ยวที่เปรี้ยวอย่างมีเอกลักษณ์ ก่อนเติมความจัดจ้านด้วย “ขนมจีนปู” เส้นขนมจีนนุ่ม ๆ เข้าคู่กับแกงปูร้อน ๆ ถึงเครื่องถึงรส และ “ปลากะพงสมุนไพรเตาถ่าน” ที่หมักด้วยสมุนไพรนานาชนิดก่อนนำไปย่างจนหอมกรุ่น พร้อมกับ “ต้นอ่อนทานตะวันผัดไข่” ต้นอ่อนทานตะวันสด ๆ ผัดน้ำมันหอยคลุกเคล้ากับไข่เป็ด เมนูเบา ๆ เพื่อสุขภาพ        

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

ปิดท้ายมื้อพิเศษด้วยขนมหวานตำรับโบราณ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนเวียนให้ได้ลิ้มลองหลายเมนู อาทิ “สาริกาเล่นน้ำ” เป็นทับทิมกรอบหลากสีสันในน้ำเชื่อมและกะทิ สวยงามราวนกน้อยกำลังเล่นน้ำ         

อิ่มเอมกับเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค “New Year’s Eve Gala Dinner by the River” ได้ในในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เวลา 18.00 – 02.00 น. โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ “New Year’s Gala Dinner” สำรับไทยโบราณ 10 คอร์ส ต้อนรับปีใหม่พร้อมเครื่องดื่ม ราคาท่านละ ราคา 2,355 บาท และ “Gala Dinner with Fantastic Countdown Cruise” อิ่มเอมกับอาหารไทยโบราณ 10 คอร์ส พร้อมเครื่องดื่มและล่องเรือชมพลุปีใหม่กลางลำน้ำเจ้าพระยาอันแสนประทับใจ ราคาท่านละ 2,945 บาท
      
จำนวนจำกัด! สำรองจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนใครได้ที่
Line ID: @prayapalazzo หรือ คลิก https://lin.ee/7dDq8Dl
Facebook: m.me/prayapalazzo