กำแพงเพชร ออกหน่วยเคลื่อนที่พบประชาชน ออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449485

กำแพงเพชร ออกหน่วยเคลื่อนที่พบประชาชน ออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

กำแพงเพชร ออกหน่วยเคลื่อนที่พบประชาชน ออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

19 พฤศจิกายน 2563 – 09:03 น.

จังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่พบประชาชน ออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่ วัดนิคมธรรมาราม หมู่ 7 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น. ที่ วัดนิคมธรรมาราม หมู่ 7 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในการเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่พบประชาชน ออกหน่วยในกิจกรรมบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน เพื่อให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนผู้รับบริการได้รับประโยชน์สูงสุด

ภายในงานได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ของส่วนราชการ ออกไปให้บริการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน มีไข่ไก่ราคาถูกมาวางจำหน่าย พร้อมกับร่วมมอบพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกร การมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ มอบถุงยังชีพให้แก่ราษฎร มอบรถจักรยานให้กับเด็กนักเรียน และมอบไม้เท้าให้กับผู้สูงอายุ

นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า การออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้แก่ประชาชน” นอกจากจะมีการให้บริการฟรีหลายอย่างแล้ว ส่วนราชการยังได้มารับทราบปัญหาความต้องการของประชาชน เพื่อนำกลับไปจัดทำแผนงบประมาณช่วยเหลือต่อไป หากประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนสามารถแจ้งหน่วยงานของรัฐที่ใกล้บ้านทันที เพื่อจะได้เร่งแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง “Movie Themes by John Williams” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449458

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  “Movie Themes by John Williams”

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  "Movie Themes by John Williams"

18 พฤศจิกายน 2563 – 20:20 น.

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  “Movie Themes by John Williams”

จบไปอย่างงดงาม และสุดประทับใจ สำหรับคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คอนเสิร์ต รายการ “Movie Themes by John Williams” ผ่านบทเพลงประกอบภาพยนตร์ดังของฮอลลีวู้ด จัดโดยมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยการสนับสนุนของ บี.กริม, บมจ.กรุงเทพ ดุสิตเวชการ (BDMS), เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันก่อน

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  "Movie Themes by John Williams"

งานนี้แขกคนสำคัญพาเหรดเข้าร่วมชมการแสดงคับคั่ง อาทิ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม, นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณนิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณนันทินี แทนเนอร์, คุณสินี เธียรประสิทธิ์, คุณริรินดา พูนพิพัฒน์, คุณนิธิ สถาปิตานนท์, คุณชนะ สัมพลัง, คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ, คุณทิพาพร อัชนันท์ และคุณวันชัย ญาณอุบล กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออเคสตร้า เป็นต้น         

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  "Movie Themes by John Williams"

คอนเสิร์ตรายการ “Movie Themes by John Williams” บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง Star Wars  Suite, Superman Main Theme, Adventure of Earth (from E.T.), Raider March from Indiana Jones, The Tale of Viktor Navorski from the Terminal และ Schindler’s List  ผลงานชิ้นสำคัญของ จอห์น วิลเลียมส์ นักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีผลงานกว่าร้อยชิ้นมาเป็นเวลากว่า 6 ทศวรรษ โดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธรและผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO        

บทเพลงที่นำมาบรรเลงครั้งนี้ได้รับรางวัลออสการ์ รางวัลแกรมมี  รางวัลอคาเดมีอวอร์ด รางวัลสถาบันศิลปะแห่งภาพยนตร์และโทรทัศน์ (สหราชอาณาจักร) เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักประพันธ์เพลงผู้มีความสามารถเป็นเลิศในการดึงอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครและเหตุการณ์ในภาพยนตร์ออกมาได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน 

สมบูรณ์แบบคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง  "Movie Themes by John Williams"

เพลงสุดท้าย คือ Cinema Paradiso ดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซจากภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกัน ผลงานของ เอนนิโอ โมริโคเน นักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียนผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานของวงการฮอลลีวู้ด ดนตรีของเขามีลักษณะเป็นดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่แสดงความรู้สึก อารมณ์ตามเรื่องราว และบุคลิกตัวละครได้อย่างเป็นเลิศ  การนำเสนอบทเพลงนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการไว้อาลัย ให้กับ เอนนิโอโมริโคเน ผู้จากไปเมื่อไม่นานมานี้ ขณะมีอายุ 90 ปีเศษ ผลงานของเขาล้วนเป็นอมตะ จะอยู่ในใจของผู้ฟังไปชั่วกาลนาน

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449455

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

18 พฤศจิกายน 2563 – 19:55 น.

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ ปรับโฉมรองเท้าผ้าใบให้ทันสมัยและมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น รับเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์เติบโต หวังเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า Gen-Y

   
MOO (หมู) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์ของดีไซเนอร์คนดัง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เปิดเกมรุกขยายกลุ่มลูกค้า ผนึกกำลัง “นันยาง” แบรนด์รองเท้าระดับตำนานของไทย เปิดตัวรองเท้าผ้าใบ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ ปรับโฉมรองเท้าผ้าใบให้ทันสมัยและมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น รับเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์เติบโต หวังเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า Gen-Y ด้วยช่องทางการขายที่ครอบคลุม

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา กล่าวว่า MOO เป็น แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์ที่ตั้งใจนำเสนอให้เห็นถึงมุมมองและความชื่นชอบผ่านผลงานการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายในสไตล์ Urban Casual ที่มีความเรียบง่ายในแบบสุภาพบุรุษ แต่แฝงไปด้วยดีเทลและการผสมผสานกลิ่นอายความเป็นวินเทจเข้าไว้ด้วยกัน แต่ไม่ใช่เพียงแฟชั่นเสื้อผ้าเท่านั้นเพื่อเติมเต็ม Brand Portfolio ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น เราจึงร่วมมือกับ นันยาง แบรนด์รองเท้าในตำนาน 

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

สร้างโปรเจกต์ใหม่ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ รองเท้าผ้าใบที่มีดีไซน์ทันสมัย โดยวางกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยรุ่น Gen Y ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบความทันสมัย มีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความสนุกสนานในลักษณะของสตรีทแฟชั่นตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

โดยความพิเศษของรองเท้าผ้าใบ ‘MOO x Nanyang Sneakers’  ได้นำเอาสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ MOO (หมู) อย่างน้ำเงิน ขาว และ Multicolor น้ำเงิน แดง ขาว มาพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบของตัวรองเท้า ตกแต่งด้วยลวดลาย Stripe แต่ยังคงซิกเนเจอร์ของความเป็นรองเท้านันยางไว้ ด้วยพื้นยางพาราสีเขียว และโลโก้ด้านในรวมไปถึงวัสดุที่มีคุณภาพและสวมใส่สบายอย่างที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกัน สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้าได้กับทุกลุคของการแต่งตัว

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเบสิกไอเทมที่มีความเรียบง่าย โดยวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ “Navy Stripe” และ “Multicolor”  ไซส์ 38 – 45 / ราคา 2,890 บาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ MOO Official Store ศูนย์การค้าสยามพารากอน

MOO (หมู) จับมือนันยาง เปิดตัวรองเท้าผ้าใบไอเทมใหม่ของแบรนด์ไทย

นอกจากนี้เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Gen Y ที่รักในความสะดวกสบาย เราจึงเพิ่มช่องทางการขายที่ครอบคลุม ทั้งทางออนไลน์ ที่หน้าเว็บไซต์: http://www.moomoothings.com , ทางไลน์: @moomoothings และที่ MOO Official Store ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ (แผนกเสื้อผ้าบุรุษ) ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยลูกค้าสามารถมาเลือกชมและลองสินค้าจริงได้ทุกคอลเลกชั่น

ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ มิติใหม่แห่งการดูแลผิวกายสวยครบทุกองศา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449372

ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ มิติใหม่แห่งการดูแลผิวกายสวยครบทุกองศา

ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ มิติใหม่แห่งการดูแลผิวกายสวยครบทุกองศา

18 พฤศจิกายน 2563 – 07:57 น.

ตอบโจทย์ได้ครบทุกความต้องการ ทั้งเรื่องความชุ่มชื้น ผิวกระจ่างใส และป้องกันแสงแดดได้ในทุกองศา ด้วยพลังคุณค่าแห่งการบำรุงผิวแบบยกกำลังสองของเจลอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่ขาดการบำรุงให้กลับมามีสุขภาพดี

อยากมีกลิ่นกายหอมฟุ้ง ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และมีสุขภาพดี ขอแนะนำเซ็ตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่ล่าสุด ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ หนึ่งเดียวที่เติมเต็มความสุขให้กับคนรักผิวได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกความต้องการ ทั้งเรื่องของความชุ่มชื้น ผิวกระจ่างใส และป้องกันแสงแดดได้ในทุกองศา ด้วยพลังคุณค่าแห่งการบำรุงผิวแบบยกกำลังสองของเจลอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่ขาดการบำรุงให้กลับมามีสุขภาพดี  พร้อมปลุกพลังความสดชื่นในตัวคุณให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ มิติใหม่แห่งการดูแลผิวกายสวยครบทุกองศา

สำหรับใครที่กำลังมองหาเจลอาบน้ำในอุดมคติอยู่ ขอแนะนำให้คุณได้ลองสัมผัส  ไอบลองก์ ยูซุ  แมงโก้ ชาวเวอร์เจล เจลอาบน้ำสูตรเข้มข้นที่ให้ความอ่อนโยนต่อผิวขั้นสุด มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด ได้แก่ ส้ม ดอกคาโมมายล์ มะม่วง และใบบัวบก เนื้อฟองละเอียดเนียนนุ่ม สามารถทำความสะอาดผิวกายได้อย่างหมดจด และช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรียได้ในหนึ่งเดียว    พร้อมมอบความนุ่มเด้ง ชุ่มชื้น และความกระจ่างใสอมชมพูมีออร่าให้แก่ผิว มอบกลิ่นกายหอมสะอาด   สดชื่น ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและผ่อนคลายขณะอาบน้ำและหลังอาบน้ำอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน    

ไอบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ซีรี่ย์ มิติใหม่แห่งการดูแลผิวกายสวยครบทุกองศา


หลังจากการอาบน้ำบำรุงผิวด้วย อบลองก์ ยูซุ แมงโก้ ไบร์ทเทนนิ่ง SPF50 PA+++ โลชั่นสูตรเข้มข้นที่ให้ความรู้สึกบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ อุดมด้วยวิตามินบำรุงผิว A, C & E ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสมีออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถปกป้องผิวได้ถึงขีดสุดแม้ต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะ ด้วยพลังธรรมชาติของสารสกัดหลากหลายชนิด อาทิ น้ำมันอาร์แกน สารสกัดใบบัวบก สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ และมะม่วงป่า ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื้นให้กับผิวกาย เผยผิวใหม่ที่และดูกระจ่างใส มีออร่า พร้อมท้าแดดในทุ ก ๆ วัน                        
สำหรับใครที่อยากมีผิวกระจ่างใสและกลิ่นกายหอมพิเศษเฉพาะตัวแบบนี้ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ใน Shopee, Lazada และตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ผ่าน ช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://www.facebook.com/iblancilove/ หรือ ติดต่อสอบถามผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ บริษัท ซี.พี. คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด โทร 02-035-5500

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แถลงข่าวงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด กระตุ้นท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449353

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แถลงข่าวงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด กระตุ้นท่องเที่ยว

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แถลงข่าวงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด กระตุ้นท่องเที่ยว

18 พฤศจิกายน 2563 – 07:41 น.

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวการจัดงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เพชรบุรี- ประจวบฯ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563  ที่ห้องประชุม โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท  อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท เทศบาลเมืองชะอํา เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18” ตามแนวคิด “คิดถึงหัวหิน คืนถิ่นสัญญา” วันที่ 18 – 20 ธันวาคม นี้      

โดยมี นายธานินทร์ ถิตตยานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอาคม ชานาง รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบุรี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส  รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นางสาวศิรดา ฐิติพรขจิต รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน และนายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

โดยในปีนี้สมาคมฯ จัดงานภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 ส่วนแนวคิดของงานคือ “คิดถึงหัวหิน คืนถิ่นสัญญา – Return to Hua Hin, the land of promises” เพื่อแสดงความยินดีที่ได้กลับมาพบกัน  ณ ถิ่นที่ความสุข และมิตรภาพ ยังซาบซึ้งในความทรงจำ โดยสมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และโรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท  พร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี  เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ในการจัดกิจกรรมขึ้นมา ซึ่งงานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 เป็นกิจกรรมประจำปีของสมาคมฯ และถูกบันทึกในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะเมืองหัวหิน และเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้ชมรถโบราณ และรถคลาสสิคที่ทรงคุณค่าตลอดเส้นทาง  สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Vintage Car Club of Thailand 

ขณะที่ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิรินายกเทศมนตรีเมืองชะอำ กล่าว่า สำหรับกิจกรรมฯ ขบวนรถโบราณ โดยใช้เส้นทางผ่านจังหวัดเพชรบุรี เมืองชะอำ และเมืองหัวหิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านการสร้างสีสันให้แก่นักท่องเที่ยว  ที่เดินทางมาท่องเที่ยว ในช่วงปีใหม่ จะได้เห็นความหลากหลายของรถโบราณที่ทรงคุณค่า เป็นที่ถูกใจของแฟนพันธุ์แท้ บางท่านถ้ามีรถโบราณอยู่แล้วก็สามารถมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ ส่วนผู้ที่มีความนิยมชมชอบรถโบราณเดินทางมาที่เพชรบุรี ยังสามารถเดินทางมาเที่ยวในช่วงการจัดกิจกรรมได้ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองชะอำ-หัวหินได้เพิ่มมากขึ้น อีกครั้งเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ ตามแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลสด ห้องพัก ธุรกิจโรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของเพชรบุรี-ประจวบฯ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ที่สนใจกิจกรรมดังกล่าว  เข้าร่วมงานได้ในวันที่ 18 – 20 ธันวาคม ศกนี้    

บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัด เพชรบุรี

ชาวหล่มสัก สืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เกี่ยวบุญ จัดสร้างเจดีย์ข้าว ขนาด 5 ตัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449310

ชาวหล่มสัก สืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เกี่ยวบุญ จัดสร้างเจดีย์ข้าว ขนาด 5 ตัน

ชาวหล่มสัก สืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เกี่ยวบุญ จัดสร้างเจดีย์ข้าว ขนาด 5 ตัน

17 พฤศจิกายน 2563 – 20:40 น.

ประเพณีลงแขก เกี่ยวข้าว เป็นประเพณีไทยอีกอย่างหนึ่งของชาวนาไทย ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากในสภาพปัจจุบัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีน้ำใจไมตรีดังนั้นในการทำกิจการ งานใดๆ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนต่างมีน้ำใจให้กันและกัน ช่วยงานกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ที่แปลงข้าวบ้านหัวนาท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เกี่ยวบุญ จัดสร้างเจดีย์ข้าว ปี 2563 โดยมี นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอหล่มสัก กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนเข้าร่วม และทำพิธีขอขมาแม่พระโพสพ พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว พีธีแฮกนา ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวนาไทย

นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอหล่มสัก กล่าวว่า โครงการสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เกี่ยวบุญ เพื่อจัดสร้างเจดีย์ข้าว ปี 2563 เป็นการสืบสานพิธี “บุญคูณลานสู่ขวัญข้าว” ที่เกิดจากความศรัทธา และความสามัคคีของ ชาวบ้าน วัด และส่วนราชการในอำเภอหล่มสัก ที่ร่วมกันจัดโครงการเพื่อเป็นการสืบสานบุญคูณลานสู่ขวัญ หรือบุญเดือนยี่ ซึ่งเป็นพิธีเรียกขวัญหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อขอขมา และบูชาพระแม่โพสพ พระแม่คงคา และเพื่อแสดงออกถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามในตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก โดยการลงแขกเกี่ยวข้าวในวันนี้มี นายสุรสิทธิ เมืองลี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ และ นายวัชพงษ์ อารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิบุญ ร่วมบริจาคซื้อข้าว จำนวน 5 ไร่ เพื่อนำไปจัดสร้างเจดีย์ข้าวเช่นกัน

ทั้งนี้อำเภอหล่มสักได้กำหนดจัดงานบุญเจดีย์ข้าว และขอบริจาคข้าวเหนียวจากประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสักนำไปสร้างนำไปสร้างเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มีฐาน 8 เมตร และมีปราสาทล้อมรอบ ซึ่งต้องใช้ข้าวในการสร้างเจดีย์ประมาณ 5 ตัน  อำเภอหล่มสักได้ประสานขอบริจาคข้าวจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคข้าว ประมาณ 3 ตัน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำเข้าเปลือกมาบริจาคเพิ่มได้ เพื่อให้เจดีย์มีความสวยงาม  โดยกำหนดจัดงานเฉลิมฉลอง ทำขวัญข้าว ระหว่างวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2563 ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง  หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และหลังจากนั้นจะมีการจัดแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม  อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชน วิถีชีวิตชาวนาสู่การท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ชุมชนและเมื่อเสร็จสิ้นก็จะนำข้าวเปลือกไปแปรรูปเป็นข้าวสารเพื่อจำหน่าย  รายได้ก็จะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลหล่มสักต่อไป

นายศุภเดช  คำพุฒ / นายสมชาย คำพุฒ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์

แพทย์เตือน นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449292

แพทย์เตือน นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

 แพทย์เตือน นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

17 พฤศจิกายน 2563 – 13:23 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ง่วงนอนมากผิดปกติ ในเวลากลางวัน อย่าละเลย อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับโดยไม่รู้ตัว

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea, OSA) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้ขณะหลับร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ การนอนหลับขาดตอน ส่งผลต่อการทำงานของสมองทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง เป็นต้น ภาวะนี้สามารถพบได้ในคนทุกวัยโดยผู้ใหญ่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง วัยทองและคนอ้วน และอาจพบในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า หรือเด็กที่อ้วน  

นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  สัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือ การนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ญาติสังเกต พบหยุดหายใจ หายใจเฮือกเหมือนสำลักน้ำลาย บางครั้งตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่สดชื่นหลังตื่นนอน ปวดศรีษะตอนเช้า ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ไม่มีสมาธิในการทำงาน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย วิตกจริตหรือซึมเศร้า สำหรับการรักษาภาวะดังกล่าวขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็น             

1.การรักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (continuous positive airway pressure,CPAP) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ถือเป็นมาตรฐาน

2.การใส่ทันตอุปกรณ์ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละรายซึ่งจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคเล็กน้อยถึง ปานกลาง

3.การผ่าตัด ในผู้ป่วยที่มีโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนต้นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การปฏิบัติตัวพื้นฐานในผู้ป่วยที่เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ควรปฏิบัติตนดังนี้ คุมอาหารและลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน , ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ,หลีกเลี่ยงการนอนหงาย พยายามนอนตะแคงหรือศีรษะสูง ,ไม่ควรรับประทานยานอนหลับและดื่มแอลกอฮอล์ เพราะยาจะกดการหายใจ ทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นเป็นมากขึ้น และไม่ควรขับรถขณะง่วงนอน เพราะอาจหลับในและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ทั้งนี้หากพบว่ามีสัญญาณเตือนว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น  ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อเข้ารับการตรวจการนอนหลับวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาต่อไป  

ประมูลทะเบียนเลข SUPER HERO หมวดอักษร กน “กิจการก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449205

ประมูลทะเบียนเลข SUPER HERO หมวดอักษร กน “กิจการก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง”

ประมูลทะเบียนเลข SUPER HERO หมวดอักษร กน "กิจการก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง"

16 พฤศจิกายน 2563 – 16:11 น.

สำนักงานขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถจังหวัดเพชรบูรณ์ หมวดอักษร กน “กิจการ ก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง” นำเงินเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กว่า 12 ล้านบาท

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น.นายนิเวศน์  หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการเปิด การประมูลหมายเลขทะเบียนรถจังหวัดเพชรบูรณ์  ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 8  เป็นการประมูลโดยเสนอราคาด้วยวาจา และผ่านทางระบบ Internet เพียงวันเดียว ณ ห้องศรีเทพ โรงแรมโฆษิตฮิลล์ จ.เพชรบูรณ์  พร้อมด้วย นายสมหวัง ทองขาว หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเพชรบูรณ์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

การประมูลหมายเลขทะเบียนรถจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หมายเลขทะเบียนที่นำออกประมูล เป็นเลข SUPER HERO หมวดอักษร กน “กิจการก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง” ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ได้เริ่มนำหมายเลขทะเบียนรถซึ่งเป็นที่ต้องการ และเป็นความนิยมของประชาชน ออกทำการประมูลตั้งแต่ปี 2546 และเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมด จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้นำเงินที่ได้จากการประมูลไปใช้ในกิจกรรมการรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนให้กับทุกจังหวัด เช่น การรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และเทศกาลสำคัญของแต่ละจังหวัด , การมอบอุปกรณ์แก่ผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน , การจัดอบรมให้ความรู้พนักงานขับรถ รับ-ส่ง นักเรียน  พนักงานขับรถโดยสารและพนักงานขับรถบรรทุก , การจัดทำโครงการสนามจราจรเยาวชน ฯลฯ เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินให้กับประชาชนที่ประสบภัย   ที่ส่งผลให้ประเทศชาติ ได้รับความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก

สำหรับการประมูล นางสุธีวรรณ ศรีสุข ขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หมายเลขทะเบียนที่นำออกประมูล เป็นเลข SUPER HERO หมวดอักษร กน “กิจการก้าวหน้า นำพารุ่งเรือง” สำนักงานขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทุกอำเภอ และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ การจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถครั้งนี้อย่างทั่วถึง โดยจัดให้มีการเข้าร่วมประมูล และลงทะเบียนล่วงหน้า จำนวน 390 ราย จำนวน 455 หมายเลข รวมเป็นเงินหลักประกัน ทั้งสิ้น 2,315,000.-บาท

และ หมายเลข กน 9999 มีผู้เสนอราคา ที่ 860,000 บาท นอกจาก ผู้ที่ได้หมายเลขทะเบียนรถตามความประสงค์แล้ว เจ้าของทะเบียนรถสวย ยังได้มีส่วนร่วมทำบุญกุศล ในการบริจาคเงินสมทบกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นทุนสนับสนุนส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน อีกด้วย

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

พ่อเมืองนครพนม เชิญชวน นทท. สัมผัสหนาวแรก ท่ามกลางสายหมอกและสายลมแม่น้ำโขง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449099

พ่อเมืองนครพนม เชิญชวน นทท. สัมผัสหนาวแรก ท่ามกลางสายหมอกและสายลมแม่น้ำโขง

พ่อเมืองนครพนม เชิญชวน นทท. สัมผัสหนาวแรก ท่ามกลางสายหมอกและสายลมแม่น้ำโขง

15 พฤศจิกายน 2563 – 13:34 น.

พ่อเมืองนครพนม เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาวแรก ช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ท่ามกลางสายหมอกและสายลมแม่น้ำโขง นอน 1 คืน อายุยืนเป็นสิบปี

สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ประกาศวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายน 2563 และย้ายวันหยุดชดเชยในเดือนธันวาคม เพื่อให้ได้หยุดยาว 4 วัน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในเดือนพฤศจิกายน ครม.มีมติให้มีการประกาศวันหยุดเพิ่มเติม 2 วัน ได้แก่วันที่ 19 -20 พฤศจิกายน โดยให้เป็นวันหยุดราชการพิเศษ เมื่อรวมวันเสาร์อาทิตย์ จะทำให้ได้หยุดยาว 4 วัน คือ วันที่ 19-22 พฤศจิกายน

ส่วนเดือนธันวาคม ครม.มีมติให้เปลี่ยนแปลงวันหยุด คือ วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม ซึ่งเดิมเป็นวันหยุดชดเชยวันที่ 5 ธันวาคม ให้ย้ายไปหยุดวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมแทน เพื่อให้จะมีวันหยุดยาว 4 วัน(รวมเสาร์อาทิตย์) คือวันที่ 10-13 ธันวาคม เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าช่วงวันหยุดดังกล่าวเป็นช่วงปิดเทอม ก็จะได้ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว  และได้สั่งการว่าในส่วนของภาครัฐที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชน แม้จะเป็นวันหยุดก็ต้องมีการจัดเวรยามเพื่อให้บริการประชาชนตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครพนม ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวหลายฉายามาก เช่น เมืองแห่งธรรม,เมืองแห่งพระธาตุ เพราะมีมากกว่า 20 พระธาตุ,เมืองแห่งกีฬา,เมืองแห่งสุขภาพ,เมืองแห่งความสุข,เมืองแห่งวัฒนธรรมประเพณี,ปอดอีสาน ฯลฯ  ทั้งหลายทั้งปวงสรุปได้ว่าจังหวัดนครพนมเป็นเมืองแห่งความสุขกับวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นหมู่คณะหรือครอบครัว มาสัมผัสความจริงอย่างไม่ขาดสาย

และในช่วงวันหยุดยาวถึง 4 วัน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ให้ลองไปเที่ยวเมืองชายแดนแห่งนี้ โดยเปิดเผยว่า” ตามมติ ครม. ให้มีวันหยุดยาว 4 วัน คือ 19-22 พฤศจิกายน 2563  อยากจะเรียนว่าหนาวแรกที่นครพนมตอนนี้อากาศดีมาก ตอนเช้าท้องฟ้าโปร่ง มานครพนมผมว่านอน 1 คืน อายุยืนเป็นสิบปี อากาศดีมาก pm 2.5 ก็ต่ำ ไม่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อ pm 2.5 เลย สัมผัสกับบรรยากาศสายหมอกและลมเบาๆจากลำน้ำโขง  และมาดูแสงแรกพระอาทิตย์ของประเทศไทยในลำดับต้นๆ ผมว่าน่าจะต่อจากอุบลฯด้วยซ้ำ ที่เป็นแสงแรกในประเทศไทย เชิญมาพักผ่อน หรือออกกำลังกาย เรามีไบค์เลน ทางวิ่งครบเครื่อง จึงเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยรวมทั้งต่างประเทศด้วย มาใช้เวลาวันหยุดมาพักผ่อน มาชาร์ทแบตให้กับชีวิตของตัวเองให้กับร่างกายที่นครพนมเรายินดีต้อนรับครับ”

ล่าสุด สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม รายงานว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “หว่ามก๋อ” (พายุระดับ 5) บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในเช้าวันนี้ (15 พ.ย. 63) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน พายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางในช่วงวันที่ 15-16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ขอให้เกษตรกรบริเวณดังกล่าวเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส นครพนมมีเมฆเป็นส่วนมาก ฝน 20% ของพื้นที่ โดยจังหวัดนครพนมมีประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ว่า เป็นศูนย์กลางอาณาจักรศรีโคตรบูร นับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง และมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเกือบ 100 กม. ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว

แต่เดิมนครพนมมีชื่อเต็มในจารึกสถาปนาวัดโอกาสศรีบัวบานว่า เมืองนครบุรีราชธานีศรีโคตรบูรหลวง เคยเป็นราชธานีที่มีกษัตริย์และเจ้าผู้ครองนครปกครองมาก่อนหลายสมัย แต่ในเอกสารของล้านช้างส่วนใหญ่ออกนามว่าเมืองลครหรือเมืองนคร เดิมทีนั้นมีพื้นที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงหรือเมืองเก่าท่าแขก บริเวณหมู่บ้านสีโคดรอบๆ วัดพระธาตุศรีโคตรบูร หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่าพระธาตุศรีโคตรบอง

ต่อมาปี 2321 ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ย้ายมาอยู่ฝั่งขวาที่เมืองเก่าหนองจันทน์ ปัจจุบันยังเรียกบริเวณนี้ว่าบ้านเมืองเก่า จากนั้นย้ายขึ้นไปทางตอนเหนือที่บ้านโพธิ์คำ คือตัวเมืองนครพนมในปัจจุบัน แต่เดิมเรียกว่าเมืองมรุกขนคร ซึ่งเป็นการกลับไปใช่ชื่อเก่าสมัยครั้งยังรุ่งเรือง เคยมีหัวเมืองในปกครองอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันของจังหวัดนครพนม, มุกดาหาร, แขวงคำม่วน, แขวงสะหวันนะเขต ส่วนใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ และบางอำเภอของจังหวัดสกลนครกับแขวงบอลิคำไซ ก่อนจะขึ้นตรงต่อไปยังเวียงจันทน์

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกตีเมืองนครเวียงจันทน์ได้แล้ว ในระหว่างปี พ.ศ. 2329-2333 เจ้าเมืองนครพนมหรือเมืองศรีโคตรบองได้ทูลเกล้าถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองแก่สยามในฐานะนครประเทศราช ชื่อของดินแดนนี้จึงได้รับพระราชทานนามเป็น “นครพนม” สันนิษฐานว่านามนี้มาจากนครพนมเป็นเมืองที่มีพื้นที่ติดต่อกับทิวเขามากมายทางฝั่งซ้าย ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่หัวเมืองหรืออำเภอที่ขึ้นต่อนครพนม และเชื่อว่าการมีชื่อ “นคร” นำหน้านี้ทำให้เมืองอยู่ในระดับฐานะเมืองลูกหลวง

หลังเสร็จสิ้นสงครามเจ้าอนุวงศ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ลดฐานะเมืองนครพนมเป็นหัวเมืองชั้นเอก ด้วยความเป็นอาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาเก่าก่อน ประกอบกับแม่น้ำโขงเป็นแหล่งวัฒนธรรมของมนุษย์ชาติจากหลายชนเผ่า ดังนั้น นครพนมจึงมีโบราณสถานจำนวนมาก และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์

จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเขตแดนหลายครั้งจากการจัดระเบียบหัวเมือง ยกหัวเมืองใหญ่บางเมืองที่เคยให้ขึ้นต่อนครพนมไปขึ้นต่อมณฑลอุดรโดยตรงเช่นเมืองมุกดาหาร เมืองหนองสูงเป็นต้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2436 ข้าหลวงฝรั่งเศสและกองทัพ ได้แบ่งเอาพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงไปทั้งหมดและภายหลังได้ผนวกรวมกับประเทศสหภาพอินโดจีนแห่งฝรั่งเศส (Union indochinoise) ได้แก่พื้นที่ปัจจุบันในแขวงคำม่วน, แขวงสะหวันนะเขต และเมืองปากกระดิง เมืองคำเกิดที่ย้ายจากสังกัดแขวงคำม่วนไปขึ้นกับแขวงบอลิคำไซ(รวมทั้งเมืองเวียงทองและไซจำพอนที่แยกออกมาภายหลัง) ทำให้จังหวัดนครพนมเหลือเพียงพื้นที่ฝั่งขวา ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปและออก พ.ร.บ.การปกครองรูปแบบใหม่ ยกระดับหัวเมืองต่างๆ ขึ้นเป็นอำเภอและขึ้นต่อจังหวัดนครพนม ฯลฯ

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าว จ.นครพนม

เปิด..บันได 9 ขั้นสุขภาพดีอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/449085

เปิด..บันได 9 ขั้นสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เปิด..บันได 9 ขั้นสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

15 พฤศจิกายน 2563 – 13:15 น.

เปิด..บันได 9 ขั้นสร้างสุขภาพดี รับหน้าหนาว อย่างยั่งยืน

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การรับประทานอาหารเพื่อให้สุขภาพดีอย่างยั่งยืนนั้น  มีวิธีง่าย ๆ โดยยึดตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการ ได้แก่

1) กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว          

2) กินข้าวเป็นหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ

3) กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ            

4) กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ

5) ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย  

6) กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร

7) หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัด และเค็มจัด

8) กินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน และ

9) งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำเปล่า เป็นประจำวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง

“ทั้งนี้ อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลจะทำให้ผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย       ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบการย่อยอาหาร ผิวหนังแห้งแตกและคัน ประชาชนจึงควรเอาใจใส่ดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน กินอาหารตามหลักโภชนาการ ในปริมาณที่เพียงพอ             ต่อความต้องการของร่างกาย ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกายเป็นประจำสัปดาห์ละ 5 วัน    วันละ 30 นาที นอนหลับให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับกับ    สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงทุกฤดูกาล” รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวแนะนำ