เริ่มแล้ว งานลอยกระทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา ที่แปลกและสวยงาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447763

เริ่มแล้ว งานลอยกระทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา ที่แปลกและสวยงาม

เริ่มแล้ว งานลอยกระทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา ที่แปลกและสวยงาม

2 พฤศจิกายน 2563 – 07:34 น.

งานลอยกระทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา ที่อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะแปลกจากปกติทั่วไปที่ลอยกันตามแม่น้ำลำคลองแล้ว ยังเป็นการลอยกระทงที่เปลี่ยนบรรยากาศ สร้างสีสันอย่างสวยงาม รวมทั้งยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานประเพณีลอยกระทงรอบโบสถ์ ของวัดบรรพตาราม หรือวัดใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นการจัดงานประเพณีลอยกระทงที่แปลกไม่เหมือนที่ใด ได้เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้เป็นคืนแรก โดยทางวัดได้จัดให้มีการลอยกระทงกันรอบพระอุโบสถที่สร้างอยู่บนเนินเขา ซึ่งนอกจากจะแปลกและเป็นการสร้างสีสันให้สวยงามตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมความสวยงาม และทำให้มีผู้สนใจเดินทางมาลอยกระทงเพื่อชมความสวยงามกันมากยิ่งขึ้น

และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในหลายประเทศในขณะนี้ ทำให้การจัดงานประเพณีลอยกระทงที่วัดบรรพตาราม หรือวัดใต้ในปีนี้ จำเป็นต้องงดการจัดให้มีขบวนแห่กระทงพร้อมนางนพมาศ การประกวดนางนพมาศ และการประกวดหนูน้อยนพมาศ เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการลอยกระทง ก็ยังคงจัดอยู่ตามปกติต่อไป ซึ่งการลอยกระทงรอบพระอุโบสถที่วัดบรรพตารามนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้แม่น้ำลำคลองเน่าเสียแล้ว ยังง่ายต่อการเก็บทำลาย รวมทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบสร้างสีสันไม่แพ้การลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศการลอยกระทงรอบพระอุโบสถที่วัดบรรพตารามในปีนี้ มีประชาชนสนใจทยอยกันเดินทางมาลอยกระทงกันตั้งแต่วันแรก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการลอยกระทงที่ตามแม่น้ำลำคลอง รวมทั้งเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้มีบรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสกับอากาศที่เริ่มจะหนาวเย็น ที่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ถือโอกาสมาร่วมลอยกระทงรอบโบสถ์ด้วย

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

หนึ่งเดียวในสุโขทัยลอยกระทงในโบสถ์วัดเขาดินไพรวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447761

หนึ่งเดียวในสุโขทัยลอยกระทงในโบสถ์วัดเขาดินไพรวัน

2 พฤศจิกายน 2563 – 07:34 น.

หนึ่งเดียวในสุโขทัยลอยกระทงในโบสถ์วัดเขาดินไพรวัน สำหรับงานประเพณีลอยกระทงในโบสถ์ของวัดเขาดินไพรวัน จัดมาเป็นปีที่ 7 แล้ว

ชาวบ้านวัดเขาดินไพรวัน หมู่ที่ 4 ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย จำนวนมากต่างเดินทางมาที่วัดเขาดินไพรวัน เพื่อร่วมงานลอยกระทงในโบสถ์ วันลอยกระทง ซึ่งวัดเขาดินไพรวัน เป็นวัดเดียวในจังหวัดสุโขทัย ที่มีแนวคิดจัดงานลอยกระทงในโบสถ์

โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนชาว ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย สำหรับงานประเพณีลอยกระทงในโบสถ์ของวัดเขาดินไพรวัน  จัดมาเป็นปีที่ 7 แล้ว เนื่องจากตำบลนาขุนไกรเป็นตำบลที่แห้งแล้งที่สุดในจังหวัดสุโขทัย จึงไม่มีแหล่งน้ำที่จะประกอบพิธีลอยกระทงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง

จน นายประจวบ จั่นจีน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขุนไกร ได้แนวคิดว่าควรนำน้ำมาใส่ในโบสถ์เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำลอยกระทง ยังเป็นการสืบสานประเพณีลอยกระทงในหมู่บ้านไห้คงอยู่และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวใน ชุมชนอีกด้วย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

“Koenigsegg” เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447685

“Koenigsegg”   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

31 ตุลาคม 2563 – 18:58 น.

“Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน ร่วมกับ บริษัท  เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” แกรนด์ โอเพนนิ่ง ปาร์ตี้ เปิดตัวแบรนด์ “Koenigsegg” ที่ล่าสุดเปิดบ้านในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองกับอีกก้าวประวัติศาสตร์ของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เมื่อ Koenigsegg Automotive AB (เคอนิกเส็กก์ ออโตโมทีฟ เอบี) ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์   เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมด้วยไฮไลท์ที่หาชมยาก! ส่งตรงจากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร กับการเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท อย่าง Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) และ Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เฉลิมชัย มหากิจศิริ,     สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ, วงศ์ชนก ชีวะศิริ, ทวี – นรรจาพร จงควินิต, ธีระ ซอโสตถิกุล, สาริศ รัตนาวะดี, วารีนิธิ  กันท์ไพบูลย์, และ ดีเจเพชรจ้า- วิเชียร กุศลมโนมัย เป็นต้น เมื่อค่ำวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 ณ ห้องบอลรูม โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

“Koenigsegg” ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากปณิธานอันแน่วแน่ของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบโดยไร้ขีดจำกัด อย่าง Christian von Koenigsegg (มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB โดยทุกรายละเอียดองค์ประกอบของรถจะต้องทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด (Ultimate performance) ทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ ไปจนถึงการตกแต่งภายในของ “Koenigsegg” ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมือ รถทุกคันจึงเปรียบดั่งงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียด ขณะที่ความล้ำสมัยทางนวัตกรรมก็เป็นที่ขึ้นชื่อ โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์เดินหน้าเปิดตัวและจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่องในรถหลากหลายรุ่น

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB กล่าวว่า  “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย เข้าสู่ครอบครัว “Koenigsegg” อย่างเป็นทางการ – สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่แบรนด์ระดับท็อปของโลกต่างให้ความสนใจ ประกอบกับศักยภาพของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย และบริษัทในเครือภายใต้การบริหารของ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ที่สั่งสมประสบการณ์ในแวดวงยานยนต์มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างมากว่า “Koenigsegg” สามารถเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ได้อย่างมั่นคงและมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งในตลาดเมืองไทยและในภูมิภาค”

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย ที่พิสูจน์ตัวเองถึงความเป็นโปรเฟสชั่นแนลในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขณะที่ “Koenigsegg” เองก็เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั่วโลกมาโดยตลอดในเรื่องการสร้างไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับแต่งตั้งจาก Koenigsegg Automotive AB ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย (Koenigsegg Bangkok) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยากจะมีใครได้สัมผัสให้แก่ลูกค้าแบบรอบด้าน เสมือนไปเยือนบ้านของ “Koenigsegg” ที่เมือง Ängelholm ประเทศสวีเดน ด้วยตนเอง”

นอกจากวาระแห่งการเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้แล้ว ภายในงานยังได้ดื่มด่ำกับที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์หาชมยาก! ถึง 2 รุ่น ที่เดินทางข้ามทวีปมาสร้างความตื่นเต้นให้กับคุณถึงกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกอย่าง 

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

“Koenigsegg Jesko Absolut” (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท) ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ที่แบรนด์การันตีว่าจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต และนี่คือเรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาดเกี่ยวกับอสูรกายคันนี้

•Jesko Absolut มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และยังสามารถลากรอบได้ถึง 8500 รอบต่อนาที โดยถูกเชื่อมต่อเข้ากับนวัตกรรมสุดล้ำ อย่าง ระบบส่งกำลังล่าสุด แบบ 9 จังหวะ ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสง ซึ่งทั้งหมดถูกพัฒนาและผลิตขึ้นโดย Koenigsegg เอง

•ในแง่การออกแบบและเส้นสายของตัวรถมีความปราดเปรียวและดุดันมากขึ้น โดยเฉพาะครีบฉลามคู่บริเวณด้านท้ายที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ช่วยเพิ่มความนิ่งของตัวรถแม้ขณะที่ทำความเร็วสูงขึ้น

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

•ด้านหน้าถูกออกแบบให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ขณะที่ช่วงล่างปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกทั้งในสนามแข่งและสะดวกสบายบนท้องถนน 

“Koenigsegg Gemera” (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งถือเป็น Mega-GT (Mega-Gran Turismo) คันแรกของโลก ที่ทุกฟังก์ชั่นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น 

•ที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่ง ทั้งยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ มาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

"Koenigsegg"   เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร 

•โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่ขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.9 วินาที

•ประตูถูกดีไซน์ขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถได้พร้อมกันทั้ง 4 คนในเวลาเดียวกัน ทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตูไว้อย่างครบครัน 

•ผลิตจำกัดเพียง 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พิชิตยอดเขาโมโกจู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447510

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พิชิตยอดเขาโมโกจู

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พิชิตยอดเขาโมโกจู

30 ตุลาคม 2563 – 20:44 น.

เราไม่ได้เป็นคนเลือกโมโกจู แต่โมโกจู ต่างหากที่เป็นคนเลือกเรา กิเลสแห่งการเดินทาง ที่เป็นบทพิสูจน์นักเดินทางที่มีเส้นทางสุดโหดเพื่อแตะขอบฟ้า บนหินเรือใบ ที่มีผู้จอง 10,063 ทีม รวม 120,756 คน แต่ได้เพียง 288 คน 24 ทีม เท่านั้น

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากเพจอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ Mae Wong National Para ถึงการเปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แบบระยะไกล เพื่อพิชิตยอดเขาโมโกจู ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเป็นแสนๆคน โดยไม่มีผืนป่าใดในภาคกลางยิ่งใหญ่เทียมเท่าผืนป่าแห่งอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร อีกแล้ว ที่ครอบคลุม สองจังหวัด คือกำแพงเพชรและนครสวรรค์ เป็นผืนป่าตะวันตกที่สมบูรณ์มากที่สุดของประเทศ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีพื้นที่ 558,750 ไร่หรือ 894 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือของอุทยานฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน ทิศใต้ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ป่าส่วนใหญ่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณป่าดงดิบและป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมาย เช่น สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็งรัง นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่าง ๆ มากกว่า 305 ชนิด

นายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กล่าวว่า ยิ่งสวย ก็ยิ่งอยากเห็น ที่เที่ยวชวนสัมผัสในหน้าหนาว ที่ต้องมีสักครั้งในชีวิตที่ได้เป็นผู้พิชิต “ยอดเขาโมโกจู” เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,964 เมตร คำว่า “โมโกจู” เป็นภาษากระเกรี่ยง หมายถึง คล้ายว่าฝนจะตก บนยอดเขาโมโกจู มีหินเรือใบตั้งตระหง่าน ที่เป็นบทพิสูจน์ของการเดินป่าสุดโหด ที่สำคัญ ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ระหว่างทางเดินเท้าขึ้นเขาตลอดเส้นทางมีความลาดชันกว่า 60 องศา ต้องพักแรมในป่าตามจุดที่กำหนดไว้ โดยพักแคมป์คืนแรกที่ แคมป์แม่กระสา คืนที่สองแคมป์แม่เรวา โดยกางเต้นท์นอน แล้วไปเที่ยวน้ำตกแม่รีวา เล่นน้ำซิลล์ๆ จากนั้นเดินเท้าไปอีกราว1ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่ แคมป์ตีนดอย ถือเป็นลูกฮึดมีกำลังใจที่ดี อึดใจเดียว จะพิชิตถึงยอด “ โมโกจู ” ที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกในยามเย็นและเช้าเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เห็นโลกทัศน์ ผ่านม่านหมอกทั่วผืนฟ้า ที่มียอดเขาเรียงรายตัดกับเส้นขอบฟ้า สาดแสงด้วยพระอาทิตย์ยามเย็น พร้อมทั้งกดชัตเตอร์และเซลฟี่ ความสวยงามที่ปกคลุม ทำให้ดูเหมือนราวกับอยู่บนสวรรค์ รวมทั้งมีอากาศหนาวเย็นทั้งปีและเป็นช่วงเวลาที่สามารถมองเห็นทางช้างเผือก ที่สวยงามยิ่งด้วย

สำหรับการรับสมัครกลุ่มผู้เดินป่า ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและระเบียบข้อบังคับได้จากในเพจ Facebook: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และสามารถส่งใบสมัครได้มาทางอีเมล ที่กำหนดไว้ ก่อน วันที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 12.00 น. และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี ตามลำดับการส่งอีเมล ใน วันที่ 24 ตุลาคม 2563 ผ่านการ Live สด ผ่านทาง Facebook: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เวลา 18.00 น. อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Facebook: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น “2020 Holiday Collection” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447607

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น “2020 Holiday Collection”  

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น "2020 Holiday Collection"  

30 ตุลาคม 2563 – 17:07 น.

ความงดงามจากธรรมชาติอันแสนบริสุทธ์ของ “ไข่มุก”  ผ่านการการรังสรรค์จากช่างฝีมือชั้นสูงของ มิกิโมโต้ (Mikimoto) แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกระดับไฮเอนด์ของประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นความมหัศจรรย์ที่เปี่ยมด้วยความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นตามแบบฉบับของมิกิโมโต้

ในวาระแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในช่วงปลายปีและต้อนรับวันหยุดพักผ่อนที่แสนพิเศษ จึงนับเป็นโอกาสดีการมอบของขวัญให้แก่กัน 

โดย มิกิโมโต้ ได้รังสรรค์เครื่องประดับอันเลอค่านำเสนอ “2020 Holiday Collection” (2020 ฮอลิเดย์ คอลเลคชั่น) ที่สวยงามและหรูหราโดยได้รับแรงบันดาลใจจากริบบิ้นที่ทั่วทั้งโลกต่างหลงรัก เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงก้องโลกมานานกว่าศตวรรษ ผสมผสานความล้ำค่าของเพชรเม็ดงาม  ออกมาเป็นเครื่องประดับเข้าชุดและมีให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ จี้ไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร ต่างหูไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร และแหวนไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร
 

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น "2020 Holiday Collection"  

รวมถึงผลงานไฮไลท์อย่างสร้อยคอไข่มุกอะโกย่า/ไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชร ที่นำไข่มุกอะโกย่ามาเรียงร้อย ตกแต่งด้วยเพชรที่พริ้วไหวเป็นริบบิ้น ทำจากทองคำขาวแล้วนำมาผูกเป็นโบว์ตรงกลางประดับด้วยไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาว ซึ่งเป็นงานประณีตวิจิตรบรรจง นอกจากนี้ยังมีต่างหูไข่มุกเซาธ์ซีสีขาวประดับเพชรเข้าเซ็ต ที่ชวนให้หญิงสาวหลงรักราวกับต้องมนต์
        

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น "2020 Holiday Collection"  

ยังมีความมหัศจรรย์ล้ำค่าเหนือกาลเวลา ที่มิกิโมโต้รังสรรค์เพื่อสุภาพสตรีผู้ชื่นชอบเสน่ห์ของวงกลม กับ Circle Collection โดยเครื่องประดับเข้าชุดนี้ ประกอบด้วย จี้ไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร และต่างหูไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร  ซึ่งความงดงามของไข่มุกอะโกย่าถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ โดดเด่นกลางวงกลม ผสานความหรูหราด้วยเพชรล้อมรอบ สร้างความสง่างามให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
        

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น "2020 Holiday Collection"  

และในโอกาสเดียวกันนี้ มิกิโมโต้ พร้อมนำเสนอความงดงามกับคอลเลคชั่น Feather Collection ที่สะท้อนถึงอุดมคติแห่งความงามสง่าเหนือกาลเวลา ด้วยปีกแห่งศรัทธาและความปิติ ที่พร้อมจะทะยานขึ้นเหนือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่  โดยเครื่องประดับชุดนี้เป็นการผสมผสานที่กลมกลืนกันของจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด และอัญมณีล้ำค่าที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งประกอบด้วย ต่างหูไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร จี้ไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร และแหวนไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร

มิกิโมโต้ รังสรรค์ความงามแห่งไข่มุกบริสุทธิ์คอลเลกชั่น "2020 Holiday Collection"  

สัมผัสความงดงามต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองกับ “2020 Holiday Collection” พร้อมพิสูจน์ความล้ำค่าเหนือกาลเวลากับ Circle Collection และ Feather Collection จากแบรนด์มิกิโมโต้ ได้ที่ บูติก มิกิโมโต้ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2129-4444-5, Line ID: @mikimoto.th

มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447579

มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

30 ตุลาคม 2563 – 14:40 น.

มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ด้วยสีหน้าสุดหาเรื่อง ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮาประจำปี 2020 ไปครอง ในงาน Comedy Wildlife Photo Awards 2020

“มองหน้าหาเรื่องเรอะ?” เทอร์รี่ เจ้าเต่ายักษ์ที่ทำท่าไม่พอใจ เป็นเหมือนบทสรุปความรู้สึกของคนทั่วไปในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งโหดร้ายเป็นพิเศษต่อทั้งการเดินทางและสัตว์ป่า ภาพถ่ายของเขา “โชว์ครีบ” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นภาพถ่ายสัตว์ที่ตลกที่สุดในงาน Comedy Wildlife Photo Awards 2020

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 เว็บไซต์ PetaPixel รายงานการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าประจำปี 2020 ในหมวดภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาในปีนี้ ซึ่งช่างภาพที่ได้รางวัลก็คือ มาร์ค ฟิตซ์แพทริค (Mark Fitzpatric)ช่างภาพชาวออสเตรเลียในชื่อภาพว่า Terry the turtle flipping the bird หรือ เจ้าเต่าเทอร์รี่ชูนิ้วกลาง

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

ทั้งนี้  Mark Fitzpatric ช่างภาพชาวออสเตรเลีย ถ่ายภาพนี้ได้ นอกชายฝั่ง Lady Elliot Island กล่าวว่าเขา รู้สึกยินดีที่ได้รับรางวัลใหญ่สำหรับภาพของเขา ซึ่งได้รับเลือกจากกว่า 7,000 รายการ เป็นภาพที่ใครๆก็ชื่นชอบในทันทีที่ได้เห็นจนเป็นไวรัลทางออนไลน์ โดย Fitzpatric จะได้รับรางวัลใหญ่ด้วยการไปท่องเที่ยวซาฟารีไปเคนยาเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์

การประกวดนี้ เริ่มต้นในปี 2015 โดย Tom Sullam และ Paul Joynson-Hicks เป็นการแข่งขันประจำปีค้นหา “การถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมที่จับสัตว์ป่ามาทำอะไรตลก ๆ จนทำให้เราต้องปล่อยหัวเราะออกมาแบบสุดกลั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ความขบขันกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ รายชื่อผู้เข้ารอบการประกวดจะได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่เป็นผู้มีชื่อเสียงรวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านการอนุรักษ์จากมูลนิธิ Born Free ด้วย

ส่วนภาพที่ได้รางวัลในหมวดสัตว์ป่าสุดฮาสาขาอื่นๆมีดังนี้

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

Cr. petapixel.com (คลิกชมภาพสุดฮา)

เทคนิคขั้นเทพ… เลือกแป้งผิวผ่อง…เนื้อต้องดี สีต้องใช่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447560

เทคนิคขั้นเทพ…   เลือกแป้งผิวผ่อง…เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

30 ตุลาคม 2563 – 11:40 น.

ก็เพราะใบหน้าของเราเปรียบเสมือนแคนวาสผืนใหญ่ การจะแต่งหน้าให้สวยดูเป็นธรรมชาติ จึงต้องเริ่มจากการมีผิวหน้าที่เนียนฉ่ำเด้งดูสุขภาพดี

   
ช่างแต่งหน้ามืออาชีพให้ความสำคัญมากกับขั้นตอนการเตรียมผิวและลงรองพื้น เพราะรู้ดีว่านี่คือหัวใจสำคัญของการเมคอัพยุคใหม่ แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่ถนัดการใช้รองพื้น เพราะเกลี่ยไม่เป็น กลัวหน้ามันเยิ้ม และดูหนาโบ๊ะเหมือนโบกปูน ลองเปลี่ยนมาใช้ “แป้งผสมรองพื้นยุคใหม่” ที่มีคุณสมบัติในการเบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวสวยเนียนผ่อง เกลี่ยง่าย เนื้อแป้งเนียนไปกับผิว สภาพผิวแบบไหนก็เอาอยู่ พกแค่ตลับเดียวก็สวยเนียนใสไร้ที่ติได้ทั้งวัน 

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 


ด้วยความที่ “แป้งผสมรองพื้น” มีส่วนผสมของน้ำมันน้อย  จึงช่วยให้ได้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และติดทนนาน  โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ “แป้งผสมรองพื้น” ให้เลือกหลากหลายแบรนด์มาก ตั้งแต่อินเตอร์แบรนด์ ไปจนถึงแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย อย่าง “กิฟฟารีน” 
    

นอกจากความคุ้มค่าเงินในกระเป๋าแล้ว เทคนิคการเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ควรดูจากลักษณะการใช้งานเป็นสำคัญด้วย เช่น ใช้สำหรับป้องกันความมัน  ใช้เติมระหว่างวัน  ใช้ปรับสภาพผิว  ใช้ปกปิด รอยสิว-ฝ้า-กระ  ใช้ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้า หรือจะใช้เป็นสกินแคร์ก็ยังได้ ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่มีการพัฒนาไปถึงขั้นคิดค้น “แป้งผสมรองพื้น” ที่มีสารบำรุงผิวในตัว เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงผิวหน้าไปอีกขั้น ร่วมด้วยนวัตกรรมเนื้อสี (Pigment) บางเบา ช่วยควบคุมความมันได้ดี และเหมาะกับอากาศร้อนชื้น บางแบรนด์ยังเพิ่มคุณสมบัติป้องกันแดดในตลับเดียว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย
    

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

ก่อนจะเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ควรศึกษาให้ดี เพราะผิวของคนเรามีหลากหลายโทนมาก การเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ให้เหมาะกับสีผิว ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญในการเมคอัพ สำหรับ “สาวผิวขาวมาก” ควรใช้แป้งผสมรองพื้นอมชมพูเพื่อช่วยขับผิวหน้าให้แลดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี  ส่วน “สาวผิวขาวเหลือง” แนะนำให้เลือกแป้งผสมรองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิว เพื่อป้องกันการขาววอก  จะเป็นโทนเหลือง หรือชมพู ก็ขึ้นกับอันเดอร์โทนของผิว ขณะที่ “สาวผิวสองสี” หากต้องการผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติแนะนำให้เลือกสีแป้งผสมรองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิว แต่หากต้องการให้ผิวดูสว่างกว่าผิวหน้าจริงเล็กน้อย ลองเลือกแป้งผสมรองพื้นที่ขาวกว่าผิวหน้าจริงหนึ่งเฉดสี  สำหรับ“สาวผิวเข้ม” แนะนำให้เลือกแป้งผสมรองพื้นที่สีกลมกลืนกับผิว เผยผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ    

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

ในฐานะผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามและสุขภาพมายาวนาน  และได้พัฒนาแป้งรองพื้นหลากหลายรุ่นมาตลอดระยะเวลา 25 ปี  “กิฟฟารีน” ได้คิดค้นพัฒนา “กิฟฟารีน อินโนเวีย ฟลอเลส คอมแพ็ค พาวเดอร์ เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++” ถือเป็นแป้งที่กิฟฟารีนภูมิใจที่สุด ที่สามารถพัฒนาสูตร  แป้งรองพื้นยุคใหม่ได้สำเร็จ  นอกจากจะติดทนนานและปกปิดริ้วรอยได้เนียนกริบไม่แพ้แป้งกิฟฟารีนในรุ่น ก่อนหน้า “แป้งกิฟฟารีน อินโนเวีย ฟลอเลส” ยังถือเป็นแป้งผิวผ่องตัวจริงเสียงจริงเรื่องเนียนใสเป็นธรรมชาติ มีความบางเบาไม่หนักหน้า แถมยังเบลอรูขุมขนและริ้วรอยเนียนสนิท เติมได้ตลอดวันไม่ต้องกลัวมันเยิ้ม ที่สำคัญช่วยบำรุงผิวหน้าด้วย Hyaluron และวิตามิน E พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดเต็มประสิทธิภาพ เรียกว่าใช้แค่ตลับเดียวจบปุ๊บออกจากบ้านได้เลย มีให้เลือก 4 เฉดสีสวย เพื่อผิวผู้หญิงไทยและเอเชีย คือ No.10 PINK GLOW เหมาะกับผิวขาวอมชมพู, No.01 LIGHT เหมาะกับผิวขาวเหลือง  No.02 NATURAL เหมาะกับผิวสองสี และ No.03 HONEY เหมาะกับผิวเข้ม 

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447482

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

29 ตุลาคม 2563 – 14:36 น.

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

ซีพี ออลล์ เดินหน้าสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสสู่สังคม ร่วมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ภูมิปัญญาไทย ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร “โบว์แดง” ยาแผนโบราณ คุณภาพดี ราคาประหยัดเพื่อคนไทยทุกรุ่น จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชน สร้างรายได้สู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ ด้วยการรับซื้อพืชสมุนไพรเป็นวัตถุดิบ 8,000-10,000 กิโลกรัมต่อปี
 นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า บริษัทมีปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยได้ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 รายการ และมีการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

 “ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้ช่วยส่งเสริม และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีหลายประเภท โดยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้, ผลไม้แปรรูป, เครื่องดื่ม, เบเกอรี่, ขนมหวาน, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น รวมถึงสินค้าที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของกลุ่มธุรกิจ SME จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายบัญญัติ กล่าว

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง


    ด้านนายนรเทพ เชาวน์วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายยาห้องยาเภสัช เจ้าของรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่นเอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่วันนี้โด่งดังเป็นที่รู้จัก เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจว่า ผมจบการศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์ เริ่มทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่แล้วย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี  และผันตัวมาประกอบอาชีพพนักงานขายยา เพราะเห็นว่ามีรายได้ดี จากนั้นได้คิดหาช่องทางในการทำธุรกิจที่ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวมากขึ้น จึงเปิดร้านขายยาชื่อ “ห้องยาเภสัช” อยู่แถวบางกะปิ ซึ่งกิจการดำเนินไปด้วยดี สามารถขยายสาขาไปเปิดที่จังหวัดนครราชสีมา กระทั่งวันหนึ่งประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้ร้านขายยาที่เคยเจริญรุ่งเรืองก็ต้องเปิดบ้างปิดบ้าง ประกอบกับมีคนรู้จักแนะนำให้เปิดโรงงานผลิตยา เพราะเป็นสิ่งที่มีความรู้อยู่แล้ว จึงพยายามหาลู่ทางทำธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิต โดยการลงทุนเปิดโรงงานผลิตยาสมุนไพร พร้อมกับศึกษาด้านแพทย์แผนไทยเพิ่มเติมเพื่อนำความรู้ไปประกอบธุรกิจ 

          

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง


 “ในปี พ.ศ. 2550 ได้สร้างโรงงานผลิตยาสมุนไพรขึ้น และตั้งชื่อตรา “โบว์แดง” ด้วยแนวคิดที่ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรโดยภูมิปัญญาของคนไทย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาย่อมเยา ที่สำคัญรับประทานแล้วต้องได้ผล โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยกลางคนถึงคนสูงอายุ เนื่องจากเป็นสมุนไพรแผนโบราณ อาทิ ยาว่านชักมดลูก ยาประสะไพล ยาดมสมุนไพร เป็นต้น ปัจจุบันมีลูกชาย (นายนรรัตน์  เชาวน์วิวัฒน์) เข้ามาช่วยบริหารงานด้านการตลาด และได้ขยายไปเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมุ่งเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย โทรทัศน์ วิทยุ และใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะต้องการสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคในวงกว้าง” เจ้าของยาสมุนไพรโบว์แดง กล่าว 

             

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง


 หลังจากนั้นเริ่มมองหาช่องทางเพื่อขยายตลาดไปยังผู้บริโภคในภาคต่าง ๆ และได้รับโอกาสจากซีพี ออลล์ให้นำยาสมุนไพรเข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 
“วันหนึ่งครอบครัวของผมได้ดูภาพยนตร์ “วันรุ่นพันล้าน” ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจในการนำยาเข้ามาขายที่ร้าน เซเว่นฯ ผมตัดสินใจติดต่อเข้ามา เพื่อนำผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเข้ามานำเสนอกับทีมงานเซเว่นฯ และยาสมุนไพรโบว์แดงได้รับสนใจอย่างมาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เริ่มนำยาแก้ท้องเสีย เข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่นฯ เป็นครั้งแรก จากนั้นจึงนำยายาดม หจก.สมานฉันท์ ยาไทย, ยาดมสมุนไพร ตราโบว์แดง , ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย , ยาประสะไพลแคปซูล ,ยาน้ำว่านชักมดลูก สูตร๒ , ยาแคปซูลโสมเกาหลี ผสมกระชายดำ, ยากุมารแพนดี้ เข้ามาเพิ่ม และจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้วางแผนพัฒนาสูตรยาสมุนไพรใหม่ ๆ เข้าไปขายเพิ่ม ปีละ 1-3 รายการ  ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 30,000-50,000 ชิ้นต่อวัน ล่าสุดได้รับรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมาครองด้วย” 
 การได้รับโอกาสให้นำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตครอบครัวคนขายยาไปสู่ธุรกิจผลิตยาสมุนไพรที่มีชื่อเสียง แต่โบว์แดงยังช่วยสร้างงานให้คนในชุมชน และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนไม่น้อย 
  “หลังจากนำยาสมุนไพรเข้าเซเว่นฯ ไปแล้ว ทำให้โบว์แดงมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ  และมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาอัพเดทข้อมูลการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึง  เทรนด์ใหม่ ๆ ให้ทราบ เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่ให้ความใส่ใจอยู่เสมอ การมีเซเว่นฯ เป็นคู่ค้าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ธุรกิจโบว์แดงได้สนับสนุนและให้โอกาสแก่กลุ่มเกษตรกรด้วยการรับซื้อพืชสมุนไพรจากเกษตรทั่วประเทศ อาทิ  ขมิ้นชัน, ไพล, ว่านชักมดลูก, กระชายดำ, ขมิ้นอ้อย , ดีปลี ,กล้วยดิบ และสมุนไพรอื่น ๆ เป็นจำนวน 8,000 – 10,000 กิโลกรัมต่อปี นับเป็นการช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างแท้จริง ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่น มีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในท้องถิ่น” นายนรเทพ กล่าวทิ้งท้าย 

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447440

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม

29 ตุลาคม 2563 – 09:11 น.

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม ห้องพักตามโรงแรมและรีสร์อทต่างๆ ได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าจนเต็มแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันลอยกระทง

บรรยากาศงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2563  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2563 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  บรรยากาศคึกคัก ทำให้ห้องพักตามโรงแรมและรีสร์อทต่างๆ ได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าจนเต็มแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันลอยกระทง

นางวรมาศ สาเขตต์ กรรมการผู้จัดการ เจนทู บูทีค by บ้านหมอรีสอร์ท ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย กล่าวว่าสำหรับการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2563 ที่ทางจังหวัดสุโขทัย ได้กำหนดจัดขึ้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั่งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2563 อย่างยิ่งใหญ่ถึง 10 วัน 10 คืน ปีนี้มีนักท่องเที่ยวได้จองห้องพักเพื่อที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ในช่วงวันลอยกระทงอย่างคึกคักทำให้ห้องพักได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าตั่งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. เต็มแล้ว

และด้วยมนต์เสน่ห์ของงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย ทำให้นักท่องเที่ยวต้องการเข้ามาเที่ยวชมการแสดงแสงสีเสียง ชมพลุตะไลไฟพะเนียง และวัฒนธรรมของสุโขทัย นอกจากนี้ทางจังหวัดสุโขทัย ยังได้มีมาตรการป้องกันเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ไว้ดูแล นักท่องเที่ยวให้มันใจในความปลอดภัยอีกด้วย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447375

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม

28 ตุลาคม 2563 – 16:31 น.

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี วิทยาลัยเทคนิคระยอง

เมื่อเวลา 09.19 น.วันที่ 28 ต.ค.63 ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้จัดงานพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก จัดสร้างวัตถุมงคลพระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งวิทยาลัยเทคนิคระยอง มี ดร.อรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีฯ มีว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง นำครู นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีฯโดยมีพระเกจิชื่อดังของภาคตะวันออก 10 รูป นั่งปลุกเสก และมีพิธีพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ขณะประกอบพิธีฯ ได้เกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นเหนือปะรำพิธี สร้างความฮือฮาแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การจัดสร้างพระวิษณุกรรมดังกล่าว จัดสร้างเพื่อหารายได้ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่รอบองค์พระวิษณุกรรมที่หน้าเสาธงตึกอำนวยการให้มีความสวยงาม และเพื่อจัดสร้างเสาธงชาติให้ใหม่ รวมทั้งเพื่อสมทบทุนจัดตั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาด้วย สั่งจองได้ที่เพจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง

สำหรับเหรียญวัตถุมงคลพระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี วิทยาลัยเทคนิคระยอง ประกอบด้วยเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง ผลิตเพียง 30,000 เหรียญ ราคาจองเหรียญละ 200 บาท เหรียญพระวิษณุกรรม 2 ชุด เนื้อนวโลหะ และเนื้อเงินบริสุทธิ์ มีเพียง 300 ชุด ราคาจองเหรียญละ 2,000 บาท พระวิษณุกรรม ขนาด 12.5 นิ้ว และเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง 10 เหรียญ มีเพียง 300 ชุดราคาจองชุดละ 5,000 บาท และพระวิษณุกรรม ขนาด 22 นิ้ว และเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง จำนวน 30 เหรียญ มีเพียง 300 ชุด ราคาจอง 10,000 บาท.

อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดระยอง