นอภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำข้าราชการ พร้อมใจร้องเพลงและเชิญธงชาติไทยเนื่องใน “วันธงชาติไทย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นอภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำข้าราชการ พร้อมใจร้องเพลงและเชิญธงชาติไทยเนื่องใน “วันธงชาติไทย”

นอภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำข้าราชการ พร้อมใจร้องเพลงและเชิญธงชาติไทยเนื่องใน "วันธงชาติไทย"

28 กันยายน 2563 – 17:40 น.

นอภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า พร้อมใจร้องเพลงและเชิญธงชาติไทย เพื่อความภาคภูมิใจ “วันธงชาติไทย”

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กันยายน 2563  ข้าราชการทุกหมู่เหล่าในจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมใจกันร่วมเชิญธงชาติ และร้องเพลงชาติ เพื่อสำนักรักบ้านเกิด และความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบให้ทุกวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี

เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) โดยกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยในส่วนของอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

นายประเทือง อยู่เกษม นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ได้นำข้าราชการในสังกัดของอำเภอ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และในส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันอัญเชิญธงชาติไทยมายังเสาธง พร้อมกับชักธงและร้องเพลงชาติไทยจนกึกก้องทั่วบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา       

ภาพ / ข่าว  ก้องเกียรติ  พุทธิรังสิมาภรณ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

แม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรม “วันแห่งธงชาติไทย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรม “วันแห่งธงชาติไทย”

แม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรม "วันแห่งธงชาติไทย"

28 กันยายน 2563 – 13:31 น.

ธงไตรรงมีสามสี สีแดงคือชาติหมายถึงราษฎรทุกคนมีความรักความสามัคี สีขาวศาสนา หมายถึงเป็นที่อบรมสภาพกายและจิตใจ น้ำเงินคือพระมาหากษัตริย์ไทย หมายถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของชาติ

เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 28 เดือนกันยายน 2563 ตรงกับวันสถาปนาธงไตรรงค์ นายกองตรี​ นพรัตน์​ ศุภกิจ​โกศล​ นายอำเภอ​ปาย​ ได้นำกำลังพลสมาชิก​ อ.ส. เข้าแถวยืนตรงเคารพ​ธงชาติ​ร่วมร้องเพลงชาติไทยเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเนื่องในวันสถาปนาธงไตรรงค์ พร้อมชี้แจงกำชับ​ การถือปฏิบัติ​การเก็บรักษาธงชาติไทย ตลอด​เรื่องระเบียบวินัย​ของกองอาสารักษาดินแดน​ อย่างเคร่งครัด​ รวมถึงการปฏิบัติ​งานในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการให้บริการแก่พี่น้องประชาชน​ในพื้นที่​ ​ณ ลานเอนกประสงค์​ที่ว่าการ​อำเภอปาย​ จังหวัด​แม่ฮ่องสอน

และในวันเดียวกัน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 08.00 น. นายจรูญ สร้อยจิต นายอำเภอปางมะผ้า ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินโครงการรณรงค์ ปลุกจิตสำนึกยืนตรงเคารพธงชาติ ร่วมขับร้องเพลงชาติไทยเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ณ ลานหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ว่าการอำเภอปางมะผ้า บรรยากาศเริ่มมีเมฆหมอกใกล้จะย่างเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวแล้ว

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ชัย จินดาพันธ์ นายอำเภอขุนยวม นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิก อ.ส. เข้าแถวยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมประดับธงชาติ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเนื่องในวันสถาปนาธงไตรรงค์

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ร่วมงานครบรอบ 19 ปี “หลินฮุ่ย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ร่วมงานครบรอบ 19 ปี “หลินฮุ่ย”

กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ร่วมงานครบรอบ 19 ปี "หลินฮุ่ย"

28 กันยายน 2563 – 13:31 น.

ครบรอบ 19 ปีหมีแพนด้าหลินฮุ่ย กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ร่วมงาน และให้จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมฉลองครบรอบ 71 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนและครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

วันที่ 28 ก.ย. 2563 ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับนายอู๋ จื้ออู่ กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ซึ่งให้เกียรติเดินทางมาเยี่ยมชม “นิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมฉลองครบรอบ 71 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” จากนั้นท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ได้วางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงหมีแพนด้า ช่วง ช่วง ครบรอบ 1 ปีของการเสียชีวิต ณ บริเวณรูปปั้นหมีแพนด้าทางขึ้นอาคารส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า

จากนั้น เวลา 09.00 น. นายอู๋ จื้ออู่ กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เป็นประธานในการอวยพรวันเกิดหมีแพนด้าหลินฮุ่ย ซึ่งมีอายุครบ 19 ปีในวันนี้ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ต้อนรับแฟนคลับหมีแพนด้า ร่วมกันร้องเพลง Happy Birthday ให้กับหมีแพนด้าหลินฮุ่ย ภายในส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า พร้อมชมภาพบรรยากาศภายในส่วนแสดงของหมีแพนด้าหลินฮุ่ย ชมพฤติกรรมการเล่น การดมกลิ่นหาอาหาร และการกินอาหารสุดโปรด ในวันเกิดปีนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นของผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยว

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

งานไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก นทท.แห่ชมความงามเรือไฟโชว์คืนที่สาม รูปแบบนิวนอร์มอล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

งานไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก นทท.แห่ชมความงามเรือไฟโชว์คืนที่สาม รูปแบบนิวนอร์มอล

งานไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก นทท.แห่ชมความงามเรือไฟโชว์คืนที่สาม รูปแบบนิวนอร์มอล28 กันยายน 2563 – 11:56 น.

งานไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามเรือไฟโชว์คืนที่สาม รูปแบบนิวนอร์มอล เศรษฐกิจพุ่งกระฉูดที่พักโรงแรมจองเต็ม

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อค่ำคืนของวันที่ 27 กันยายน 2563 บรรยากาศการท่องเที่ยวงานประเพณีเทศกาลออกพรรษาไหลเรือไฟ  และงานกาชาดประจำปี 2563 จังหวัดนครพนม เริ่มคึกคักไปด้วยประชาชน  ที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ที่จัดงานทั้งภายในแบะภายนอกศาลากลางจังหวัดฯ และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ตั้งแต่วันเปิดงานเมื่อ 25 กันยายน 2563 โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2563  และทุกค่ำคืนจะมีการไหลเรือไฟโชว์ คืนละ 1 ลำ

ส่วนในวันนี้ (27 ก.ย.) เป็นงานคืนที่สาม ยังคงมีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างจูงมือลูกหลานหรือควงแฟนมาชื่นชมความสวยงาม ของเรือไฟโชว์ ที่มีขนาดความยาว ประมาณ 60 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร ประดับตะเกียงไฟราว 5,000 ดวง ที่ศิลปินเรือไฟได้สร้างสรรค์ขึ้น อีกทั้งชื่นชมความสวยงามของกระทงสายที่ทำจากกะลามะพร้าวตะเกียงไฟ หรือชาวบ้านเรียกว่าไข่พญานาค ที่ปล่อยไหลเป็นแนวยาวกลางสายน้ำโขง วันละ 10,000 ดวง เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะถึงวันไหลประกวดชิงถ้วยพระราชทาน ที่จะมีการไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่อลังการ  รวม 12 ลำ  มีขนาดความยาวตั้งแต่ 50 -80 เมตร สูง ประมาณ 20 -30 เมตร ประดับด้วยตะเกียงไฟกว่า 3-4 หมื่นดวง

ปีนี้จังหวัดนครพนม ได้มีมาตรการเข้มท่องเที่ยวแบบนิวนอร์มอล ยังคงมีจุดคัดกรอง สำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่งาน บริเวณรอบศาลากลางฯ พร้อมขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัย ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง

นอกจากนี้ทางจังหวัดนครพนม ยังได้มีมาตรการในการจัดงาน โดยมีการซอยแบ่งวันประกวดไหลเรือไฟออกเป็น 3 วัน จากปกติจะมีการไหลประกวดแค่เพียงวันเดียวคือในคืนออกพรรษา ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 แต่ปีนี้ได้เริ่มประกวดตั้งแต่คืนวันที่ 30 กันยายน ไหลจำนวน 2 ลำ คืนวันที่ 1 ตุลาคม ไหลจำนวน 3 ลำ และคืนวันที่ 2 ตุลาคม ตรงกับวันออกพรรษาขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 จะไหลจำนวน 7 ลำ ถือเป็นคืนไฮไลท์ของงานเพื่อลดความแออัดของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ในช่วงนี้เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ร้านค้า ร้านอาหารแน่นถนัด โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็มล่วงหน้า เพื่อมาเที่ยวชมงานประเพณีไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่สวยงามอลังการ

นายทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม

เริ่มแล้ว งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของชาวสกลนคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เริ่มแล้ว งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของชาวสกลนคร

เริ่มแล้ว งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของชาวสกลนคร28 กันยายน 2563 – 09:31 น.

ผู้ว่าฯ สกลนคร อัญเชิญพระพุทธธูปสำคัญของจังหวัด ตั้งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เตรียมร่วมแห่ปราสาทผึ้งไปถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันออกพรรษา

บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ริมหนองหาร เขตเทศบาลนครสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.สกลนคร พร้อมประชาชน อัญเชิญหลวงพ่อองค์แสนองค์โบราณ ปางมารวิชัย และพระสำคัญศิลปะเชียงแสน ที่อยู่ใต้ฐานองค์พระธาตุเชิงชุม สถานที่ศักดิ์ของจังหวัดสกลนคร มาตั้งประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณจัดงานออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้ง เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสกราบสักการบูชา และจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ ร่วมขบวนแห่ปราสาทผึ้ง โดยชนชาติพันธุ์ 8 เผ่า ของเมืองสกลนคร นำปราสาทผึ้งไปถวายเป็นพุทธบูชา ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้อัญเชิญถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นประดิษฐานต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ เพื่อเป็นถ้วยรางวัลให้กับขบวนตกแต่งปราสาทผึ้งประยุกต์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประจำปี 2563 โดยปีนี้มีหน่วยงาน สถาน ศึกษา และประชาชนจากคุ้มวัดต่างๆ ส่งขบวนปราสาทผึ้งประยุกต์ และปราสาทผึ้งโบราณ เข้าร่วมประเพณี ออกพรรษา แห่ปราสาทผึ้ง จำนวน 6 ขบวน  โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จะมีการแห่ขบวนปราสาทผึ้ง เป็นระยะทางสั้นๆ 2 กิโลเมตร จากสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ไปยังวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ซึ่งปีนี้จัดงานในรูปแบบเรียบง่าย สอดคล้องกับสถานการณ์การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยประชาชนและนักท่องเที่ยว จะมีโอกาสได้ถ่ายรูป และชมความงามตระการขององค์ปราสาทผึ้ง ที่ตั้งโชว์ไว้ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ระหว่างวันที่ 26 – 31 กันยายน 2563  

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เป็นประเพณีหนึ่งเดียวและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร จากความเชื่อมาแต่ในอดีต ด้วยอานิสงฆ์การทำปราสาทผึ้งถวายเป็นพุทธบูชา เชื่อว่า ครั้งพระพุทธเจ้าทรงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงสู่เมืองมนุษย์ พระอินทร์จึงเนรมิตบันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้วมณี ให้พระองค์ได้เสด็จลงมา เหล่าเทวดา มนุษย์ ครุฑ นาค สัตว์นคร ได้เห็นในพระบารมีของพระพุทธองค์ และเกิดความเลื่อมใสในบุญกุศลนั้น ทำให้เกิดจินตนาการมองเห็นปราสาทวิมานสวยงามบนสรวงสวรรค์ และการที่จะได้ไปอยู่ในปราสาทสวยงามได้นั้น จะต้องสร้างบุญสร้างกุศล ประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักธรรม

จากความเชื่อนี้เอง ตั้งแต่ในอดีตมาในสมัยโบราณ พุทธศาสนิกชนจึงร่วมกันทำปราสาทผึ้งแบบโบราณ ด้วยการนำขี้ผึ้งมาติดตามต้นกล้วย สมมุติเป็นปราสาท และพัฒนากลายมาเป็นปราสาทแบบประยุกต์ในปัจจุบัน ด้วยการคิดสร้างสรรค์ตกแต่งองค์ปราสาทด้วยขี้ผึ้ง คล้ายปราสาทราชมณเฑียรบนสวรรค์ชั้นวิมาน ซึ่งบุญกุศลการทำปราสาทผึ้ง ยังเชื่อว่า เป็นการอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับ และยังเป็นการร่วมทำบุญกุศลร่วมกันของคนในชุมชน ในช่วงเทศกาลออกพรรษา

ทวีป  ศรีสุชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สกลนคร

เผยภาพหมู่บ้านโบราณ เมืองเชียงตุง รัฐฉาน เตรียมเปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์ หลังหมดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เผยภาพหมู่บ้านโบราณ เมืองเชียงตุง รัฐฉาน เตรียมเปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์ หลังหมดโควิด

เผยภาพหมู่บ้านโบราณ เมืองเชียงตุง รัฐฉาน เตรียมเปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์ หลังหมดโควิด27 กันยายน 2563 – 09:55 น.

เผยภาพหมู่บ้านโบราณ มีอายุยาวนานกว่า 160 ปี มีบ้านเรือนเก่าแก่โบราณมากกว่า 100 หลังคาเรือน เมืองเชียงตุง รัฐฉาน ห่าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย 168 ก.ม. เตรียมเปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์ หลังหมดโควิด

วันที่ 25 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรักเชียงตุงเปิดเผยว่า หมู่บ้านหนองเงินในเขตเมืองเชียงตุง รัฐฉานของประเทศเมียนมาอยู่ห่าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย 168 ก.ม. เตรียมเปิดโฮมสเตย์เป็นหมู่บ้านแห่งแรกในเวียงเชียงตุง หมู่บ้านหนองเงินเป็นหมู่บ้านโบราณของชาวไตเหนือ มีอายุยาวนานกว่า 160 ปี มีบ้านเรือนเก่าแก่โบราณมากกว่า 100 หลังคาเรือน ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเที่ยวชมกันเยอะมาก ใครไปเที่ยวเชียงตุงส่วนมากก็ต้องไปเที่ยวชมบ้านโบราณที่บ้านหนองเงินกันทุกคน

ตอนนี้ทางหมู่บ้านหนองเงิน ได้ทำเรื่องขออนุญาตจากทางรัฐบาล คาดว่าจะได้รับอนุญาตให้เปิดเที่ยวแบบ Homestay การท่องเที่ยวแบบชนบท (Rural Tourism) ได้แล้ว ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชม นอนพัก สัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน นอนพักในหมู่บ้านได้ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ จากที่ผ่านมาจะเข้าพักแต่เฉพาะโรงแรมเท่านั้น

ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะทางเมืองเชียงตุงก็ยังไม่เคยมีการ เปิดให้เที่ยวแบบโฮมสเตย์ หมู่บ้านหนองเงินจะเป็นหมู่บ้านแห่งแรกที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวแบบโฮมสเตย์ได้ ตอนนี้ชาวบ้านบ้านหนองเงินก็พากันอนุรักษ์รักษาบ้านเรือนโบราณกันอย่างดี เพื่อที่จะได้เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวนอนพักที่หมู่บ้านหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

บัณฑิตย์ พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

กูบนาคาเฟ่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ไฉไลกว่าเดิม สัมผัสทุ่งนากล้าเขียวพร้อมเมนูสุดอร่อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กูบนาคาเฟ่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ไฉไลกว่าเดิม สัมผัสทุ่งนากล้าเขียวพร้อมเมนูสุดอร่อย

กูบนาคาเฟ่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ไฉไลกว่าเดิม สัมผัสทุ่งนากล้าเขียวพร้อมเมนูสุดอร่อย

27 กันยายน 2563 – 09:08 น.

กูบนาคาเฟ่ อาหารหลักสิบ วิวหลักล้าน สัมผัสทุ่งนากล้าเขียวสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน ชี้ขายดีเพราะถูกคนอ้างลิขสิทธิ์จะฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเปลี่ยนชื่อจากเติม “กูบนาคาเฟ่” เป็น “กูบนาคาเฟ่”

วันนี้ (26 กันยายน 2563)  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเซี๊ยะ ม.4 ต.จุน อ.จุน จ.พะเยา เพื่อชิมอาหารและเสพบรรยากาศของ “กูบนาคาเฟ่” ร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาที่เขียวขจี แต่มีการจัดโซนของร้านได้งดงาม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพของเพื่อนฝูง คู่รักและครอบครัว เสริมด้วยทัศนียภาพของทุ่งนาและขุนเขาทะมึนเป็นฉากเบื้องหลัง กับการบริการแบบบ้านๆในราคากันเอง โดยมีชาวบ้านทำเอง ขายเอง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเซี๊ยะ

นายนพดล อินต๊ะลาศ อายุ 30 ปี เผยว่า เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้า ชื่อเดิมที่ใช้คือ “ตูบนาคาเฟ่” พอทางร้านได้ขึ้นชื่อออกทางโซเชี่ยล ได้มีเจ้าของชื่อดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งมายังตนเองว่า ชื่อร้านได้ซ้ำกันและห้ามใช้ชื่อนี้เป็นอันขาด เนื่องจากได้จดลิขสิทธิ์ชื่อร้านนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ทางร้านเปลี่ยนชื่อมิให้ซ้ำกับร้านที่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้ นายนพดล กล่าวต่อไปว่า หลังจากได้รับแจ้งตนเองจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นร้าน “กูบนาคาเฟ่” ซึ่งคำว่า “กูบ” หมายความว่า เป็นกระท่อมทรงสูงและเป็นลักษณะที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองเป็นมงคลต่อทางร้าน เพราะว่าตอนที่ใช้ชื่อเก่าที่ติดลิขสิทธิ์ กิจการค้าขายนั้นดูเงียบๆไม่คึกคัก แต่พอเปลี่ยนชื่อเท่านั้น วันรุ่งขึ้นคนแน่นเต็มร้านขายแทบไม่ทันเลยทีเดียว

ปัจจุบันทางร้านยังต้องขยายพื้นที่สำหรับลูกค้าและที่จอดรถไว้อีกด้วย อาหารยอดฮิตติดปากนักท่องเที่ยวคือ “ข้าวผัดหมูหน้าหมี” รสชาติเป็นที่ถูกปาก ถูกใจ เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี ตามด้วย “ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น” ซึ่งเนื้อไก่นุ่มยุ่ย แทบจะละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นหอมหวนรสชาติก็ไม่เป็นรองใคร และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ตำยำต่างๆ โดยเฉพาะ “ส้มตำครกแตก” นั้น แม่ค้าส้มตำได้เล่าถึงที่มาด้วยอาการขำๆ เพราะก่อนหน้านี้ก็ชื่อว่า ส้มตำทรงเครื่อง วันหนึ่งๆตำไปหลายสิบครก จนครกที่ตำแตกคามือ ได้สร้างความตลกขบขันกับคนทั้งร้านเป็นอย่างมาก คนในร้านต่างก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า “ส้มตำครกแตก”

วัตถุดิบที่ได้มาจากกลุ่มชุมชนภายในหมู่บ้าน ปรุงสดจากสวน จากบ่อปลาและไร้สารพิษ ส่วนใครที่อยากได้ปลาสดๆ ผัดสด นำไปทำทานเองที่บ้าน ทางร้านให้เก็บหรือตกจากบ่อหรือในสวนได้เลย โดยจำหน่ายในราคายุติธรรมและถูกกว่าท้องตลาดอย่างแน่นอน ส่วนแม่ครัวที่มาทำอาหารภายในร้าน ก็เป็นกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านที่มีฝีมือการทำอาหรในแต่ละอย่าง โดยทางร้านจะให้แม่บ้าน แม่ครัวขายอาหารเอง โดยทางร้านจะเป็นผู้ที่ให้ใช้สถานที่และจัดการบริหารเรื่องของรายได้ให้กับคนที่ทำงานทุกคนอย่างยุติธรรม เกิดเป็นรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

สูตรเด็ด ต้องลองก๋วยเตี๋ยวเรือ10 บาท อิ่ม แซ่บ อร่อย ราคาลูกทุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สูตรเด็ด ต้องลองก๋วยเตี๋ยวเรือ10 บาท อิ่ม แซ่บ อร่อย ราคาลูกทุ่ง

สูตรเด็ด ต้องลองก๋วยเตี๋ยวเรือ10 บาท อิ่ม แซ่บ อร่อย ราคาลูกทุ่ง

26 กันยายน 2563 – 19:33 น.

ก๋วยเตี๋ยวเรือ 10 บาท อิ่ม แซ่บ อร่อย ก๋วยเตี๋ยวเรือ 10 บาท ราคาลูกทุ่งสูตรลูกกรุง เข้มข้นรสเด็ด เผยความพิเศษ ทานได้ไม่ต้องปรุงเพิ่ม

วันที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ บ้านห้วยข้าวก่ำ ต.ห้วยห้วยก่ำ อ.จุน จ.พะเยา มีร้านก๋วยเตี๋ยเรือที่มีรสชาติอร่อย น้ำซุปเข้มข้น แถมขายราคาไม่แพงแค่ 10 บาท แต่อิ่มและอร่อยไม่แพ้ร้านดังในพะเยา ร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณ ถนนสายหลังตลาดห้วยข้าวก่ำ แยกวงเวียนหอนาฬิกา ติดป้ายหน้าร้านชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือ (ซุปเปอร์แซ่บ)” สูตรปทุม ต้นตำรับ ซึ่งภายในภายในร้านมีลูกค้ากำลังนั่งรับประทานกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย

สอบถามเจ้าของร้าน ทราบชื่อว่า นายจรัญ เวียงลอ อายุ 39 ปี เผยว่า ตนเองเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนี้มากว่า 12ปี แล้ว โดยเริ่มแรก ขายที่ กทม. ประมาณ 5ปี แต่ต่อมาปรากฏว่าเป็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ กทม. จึงตัดสินใจกลับมาขายต่อที่บ้านเกิด คือ อ.จุน มาได้ 7 ปีแล้ว และตลอดเวลาที่ขายมากว่า 12 ปี ก็ขายในราคาชามละ 10 บาทจนกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว จึงรักษาเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวเรือปทุมฯเอาไว้ ประกอบกับเมื่อมาทำที่บ้านก็ไม่ต้องเช่าที่ขาย ไม่ต้องเช่าบ้านพัก ผักบางอย่างปลูกเองได้ การขายในราคา 10 บาท จึงมีกำไรอยู่บ้าง ก็พอได้เก็บออมไว้ใช้ในอนาคตได้ ส่วนความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวเรือ 10 บาท นั้นนอกจากเรื่องของราคา ยังมีความพิเศษคือ เรื่องของรสชาติ น้ำซุปที่เข้มข้น ทั้งลูกชิ้น –เนื้อ-หมู ต่างใส่ลงไปในชามคุ้มค่าสมราคา อีกทั้ง ก๋วยเตี๋ยวเรือ สูตรต้นตำรับแท้ จะทานอร่อยได้นั้นจะต้องไม่ปรุงเพิ่ม เคล็ดลับสำคัญของความอร่อยนี้ก็คือ น้ำปรุงรส ก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ตนเองได้บรรจงปรุงแต่งและเติมไปในทุกชามแล้ว

ด้านนางสาวพรชนก เจิมเฉลิม ลูกค้านักชิมที่มาทานเป็นประจำ กล่าวว่า ตนเองชอบรสชาติที่เป็นต้นตำรับแบบนี้มากและมักจะชวนเพื่อนๆ มาทานบ่อยครั้ง ซึ่งทานแล้วรู้สึกถึงความเป็นต้นตำรับจริงๆ ทุกครั้งที่มาจะสั่ง 1-2 ชามต่อคน จ่ายเพียง 10 -20 บาท ก็อิ่มท้องและ สบายกระเป๋าอีกด้วย

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

สุดยอดอร่อยเหาะ “อบเนย-เบรคแตก” กล้วยแปรรูปสุโขทัย โกยเงินปีละพันล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดยอดอร่อยเหาะ “อบเนย-เบรคแตก” กล้วยแปรรูปสุโขทัย โกยเงินปีละพันล้าน

สุดยอดอร่อยเหาะ "อบเนย-เบรคแตก" กล้วยแปรรูปสุโขทัย โกยเงินปีละพันล้าน26 กันยายน 2563 – 19:33 น.

สุดยอดอร่อยเหาะ “อบเนย-เบรคแตก” กล้วยแปรรูปสุโขทัย โกยเงินปีละพันล้าน ส่งขายตลาดทั่วประเทศ และต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี และเยอรมัน จากปัญหาภัยแล้งทำให้กล้วยขาดแคลน ปัจจุบันจึงต้องนำเข้าจากประเทศเวียดนามเพื่อการแปรรูปแทน

25 ก.ย. 2563 นางพิมพ์ผกา ยิ้มประดิษฐ์ อายุ 53 ปี สมาชิกสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด เปิดเผยว่า ชาวบ้าน ต.หนองตูม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เริ่มแปรรูปกล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยอบเนย ตั้งแต่ปี 2539 และรวมกลุ่มก่อตั้งสหกรณ์ฯในปี 2550 ปัจจุบันมีสมาชิก 40 คน โดย ปตท.สผ. ดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนแปรรูปผลิตภัณฑ์ ติดตั้งระบบส่งก๊าซให้ฟรี และจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันดิบให้แก่สหกรณ์ฯ ในราคาที่ต่ำกว่าก๊าซหุงต้ม (LPG)

ทำให้สมาชิกสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูมมีชีวิตที่ดีขึ้น จากเคยรับจ้างก่อสร้างและทำนาเป็นหลัก ก็หันมายึดอาชีพนี้แทน จนที่นี่กลายเป็นแหล่งแปรรูปกล้วยแหล่งใหญ่สุดในประเทศไทย มีปริมาณการผลิต 11,322 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,132 ล้านบาท ส่งขายตลาดทั่วประเทศ และต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี และเยอรมัน

นางพิมพ์ผกา บอกว่า ในโรงเรือนแปรรูปมีทั้งหมด 30 ห้อง 240 กระทะ รวมใช้ก๊าซเดือนละ 6-8 แสนบาท เมื่อก่อนแปรรูปไม่กี่อย่าง แต่ปัจจุบันได้พัฒนาต่อยอดเพิ่ม มีทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยหอม เผือก มัน ฟักทอง นำมาทอดเนย ได้รสชาติอร่อย หอม หวาน มัน กรอบ โดยเฉพาะ “กล้วยอบเนย” จะขายดีที่สุดในต่างประเทศ และ “กล้วยเบรคแตก” ก็ขายดีที่สุดในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาภัยแล้งทำให้กล้วยขาดแคลน ปัจจุบันจึงต้องนำเข้าจากประเทศเวียดนามเพื่อการแปรรูปแทน ขณะที่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ก็ส่งผลให้ยอดขายหยุดชะงัก ถึงขั้นต้องขนกล้วยแปรรูปจำนวนหลายตัน เอาไปให้ลิงที่นครสวรรค์กินแทน กระทั่งช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มดีขึ้นทำให้มีออร์เดอร์สินค้าเข้ามาดังเดิม

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง 

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง  26 กันยายน 2563 – 19:04 น.

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง ณ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โรงแรมเคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ


คนรักบุฟเฟ่ต์ พลาดไม่ได้ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โรงแรมเคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ ห้องอาหารอิตาเลียนพรีเมี่ยมย่านหลังสวน ขอเชิญคุณและเพื่อนๆ มาอิ่มอร่อยยกก๊วนกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน (11.00-14.00 น.) ทุกวันพุธและอาทิตย์ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไม่อั้น ให้คุณเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียนพิซซ่าและพาสต้าสไตล์โฮมเมด ซุป สลัด อาหารสไตล์ยุโรป เอเชียและอาหารไทยยอดนิยมนานาชนิด รวมถึงขนมหวานแสนอร่อยและผลไม้สดใหม่ ที่เราได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาให้คุณ นอกจากนี้เรายังมีเซอร์ไพรส์เมนูพิเศษประจำวัน อาทิ ซูชิ ซาชิมิ ติ่มซำ ฯลฯ ที่พร้อมสับเปลี่ยนหมุนเวียนเสิร์ฟความอร่อยให้อิ่มเอมกันยกแก๊ง ในราคาเพียงท่านละ 470 บาทสุทธิ ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2563

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง 


นอกจากนี้ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับความอร่อยของเมนูซิกเนเจอร์สูตรพิเศษของห้องอาหารนัมเบอร์ 43อาทิ ข้าวรีซอตโตผัดซอสแซฟฟรอนสไตล์อิตาเลียน, ซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟกับมันฝรั่งและผักย่างราดด้วยซอสไวน์แดง, ปลาแซลมอนย่างราดซอสสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟพร้อมผักนานาชนิด และอีกหลากหลายเมนูโดนใจที่คนรักอาหารอิตาเลียนต้องลอง


ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร พร้อมให้คุณมั่นใจกับการบริการและความพร้อมด้านความสะอาดและมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่าน การันตีด้วยประกาศนียบัตรห้องอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อิ่มยกแก๊ง อร่อยคุ้มยกก๊วน กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสุดปัง 

สำรองที่นั่ง โทร: 0-2658-7444 ต่อ 285 / เว็บไซต์: http://www.capehouse.com
ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร: ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ
-เมนูอะลาคาร์ท เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.00 – 24.00 น. (รับออเดอร์ถึง 23.30 น.)
-บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน เปิดบริการทุกวันพุธและอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. 

กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป & แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม