บทเรียนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภาคเหนือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บทเรียนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภาคเหนือ

บทเรียนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภาคเหนือ

25 กันยายน 2563 – 08:50 น.

บทเรียนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภาคเหนือ มีเป้าหมายเพื่อเพื่อนำบทเรียนและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา สร้างเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กค้อยโอกาสให้เป็นไปอย่างสอดคล้องต่อเนื่อง

นายพูลทรัพย์ สมบูรณ์ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดการประชุมนำเสนอ บทเรียนการดำเนินงาน โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปี 2562 ภาคเหนือ ณ โรงแรมเทรเชอร์รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยมีกลุ่มป้าหมายเข้าร่วมกิกรรมประกอบด้วย จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน และจังหวัดพิษณุโลก รวม 7 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

ซึ่งการดำเนินการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพื่อนำบทเรียนและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา สร้างเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กด้อยโอกาสให้เป็นไปอย่างสอดคล้องต่อเนื่อง ชัดเจนและมีทิศทางเดียวกัน ให้บรรลุตามเป้าหมายของนโยบายภาครัฐที่กำหนดไว้

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบเลขเด็ด 30 ล้านให้ผู้บริจาคโลหิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบเลขเด็ด 30 ล้านให้ผู้บริจาคโลหิต

นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบเลขเด็ด 30 ล้านให้ผู้บริจาคโลหิต

25 กันยายน 2563 – 08:50 น.

ที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้มีประชาชน ชาวอำเภอศรีสัชนาลัยและใกล้เคียง แห่ร่วมบริจาคโลหิต เป็นจำนวนมากหลังมีกระแสข่าว นายอำเภอศรีสัชนาลัย จะมอบเลขเด็ด 30 ล้านให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมบริจาคโลหิตกับกิ่งกาชาดศรีสัชนาลัย

ประชาชน ชาวอำเภอศรีสัชนาลัยและใกล้เคียง แห่ร่วมบริจาคโลหิต เป็นจำนวนมากหลังมีกระแสข่าว นายอำเภอศรีสัชนาลัย จะมอบเลขเด็ด 30 ล้านให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมบริจาคโลหิตกับกิ่งกาชาดศรีสัชนาลัย ซึ่งในทุกๆ 3 เดือนทาง อำเภอศรีสัชนาลัย กิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก สภากาชาดไทย ในทุก 3 เดือน จะออกมารับบริจาคโลหิต ตามปกติ แต่ในครั้งนี้ ที่น่าสนใจสุดๆ คือ ทางอำเภอศรีสัชนาลัย โดยนายกองโทพยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย  และนางอุทุมพร สุวรรณโณ นายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย ได้จัดเตรียมอาหารกลางวันไว้เลี้ยงต้อนรับผู้ที่มาบริจาคโลหิตทุกคน รวมถึงจัดหาของขวัญเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีด กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า รถจักรยาน น้ำมันพืช  ปลากระป๋อง เครื่องอุปโภคบริโภค เตรียมไว้มอบให้กับผู้บริจาคโลหิตด้วย รวมถึงรางวัลใหญ่ เป็นแหวนทองคำอีก 2 วง และ สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 302262 จำนวน 5 ใบ

นายกองโทพยุงศักย์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย เปิดเผยว่า กิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย จัดรับบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ที่ผ่านมามีประชาชนที่มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคโลหิตประมาณ 300-400 คน ซึ่งหลังเกิดวิกฤต โควิด -19 จึงได้จัดรับบริจาคโลหิตแบบนิวนอลมอล คือเดิมรับบริจาคเพียงวันเดียวก็เปลี่ยนเป็น 2 วัน แบ่งเป็นคิวให้ตำบลต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่น แออัด อีกทั้ง ทางอำเภอศรีสัชนาลัย ต้องการจะตอบแทนน้ำใจผู้มาบริจาคโลหิต ด้วยการหาสิ่งของเล็กๆน้อยๆ มอบเป็นของขวัญให้ประชาชนที่เสียสละมาบริจาคโลหิตในครั้งนี้ โดยได้รับบริจาคจากผู้ใหญ่ใจดี กลุ่มแม่บ้าน คหบดี ได้มอบข้าวของมาให้ทุกครั้งเป็นจำนวนมาก

และครั้งนี้พิเศษ นอกเหนือจากมีผู้ใจดี จะมอบแหวนทองคำมาให้ 2 วง แล้วยังมีสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2563 มาให้อีก 1ชุด จำนวน 5 ใบ หมายเลข 302262 ซึ่งเลขท้าย  62 ตรงกับเลขท้ายรถยนต์ปิ๊คอัพ 4ประตู ประจำตำแหน่งของนายอำเภอ ที่ตนใช้ปฏิบัติงาน ออกเยี่ยมเยียนผู้ด้อยโอกาสและดูแลทุกข์สุขให้ประชาชน คือ ทะเบียน 5 กส 7562 กทม. มาแจกให้ผู้บริจาคโลหิตด้วย ซึ่งก็ขอให้ เงินรางวัล 30 ล้านบาทในงวดนี้ ตกกับผู้บริจาคโลหิตของอำเภอศรีสัชนาลัย ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคโลหิตและรับโชคกับทางอำเภอศรีสัชนาลัย ก็ต้องรอไปอีก 3 เดือน คือช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 จึงขอเชิญผู้ใจบุญที่มีจิตศรัทธา ปรารถนาที่จะช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มาร่วมบริจาคโลหิตกันมากๆอีก 3 เดือนข้างหน้า

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน

24 กันยายน 2563 – 15:44 น.

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ฝึกรับผิดชอบต่อสังคม ทางโรงเรียน มีนักเรียน 400 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้น อนุบาล – มัธยมปลาย โดยมีนโยบายฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้ทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบในหน้าที่พร้อมกับการเรียนรู้ในตำรา

วันที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ โรงเรียนล้านนาคริสเตียน บ้านทุ่งติ๊ว ม.6 ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา หลังทราบว่า ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับทักษะการดำเนินชีวิต ระเบียบ-วินัย และความเสียสละของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถม – มัธยมปลาย ควบคู่กับการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะทำให้นักเรียนทั้งพุทธพิสัย จิตพิสัยและทักษะพิสัย ที่จะติดตามตัวไปในอนาคต โดยนร.ทั้งหมดตั้งแต่ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย ต้องนำภาชนะในการรับประทานอาหาร เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม และแก้วน้ำ นำติดตัวเป็นของตัวเอง เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารมื้อกลางวัน จะมีจิตอาสา หรือตัวแทนสายชั้นมารับอาหารจากโรงอาหารแล้วนำกลับไปยังห้องเรียน เพื่อให้คุณครูในแต่ละสายชั้นตักอาหารให้เด็กๆ ยกเว้นในสายชั้นอนุบาลจะมีคุณครูหรือเจ้าหน้าที่คอยบริการ เมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนจะต้องล้างภาชนะทุกอย่างด้วยตนเองจนสะอาดและนำไปเก็บไว้ยังจุดที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ให้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน

ด.ช.ณัฐวัฒน์  แซ่ว่าง และ ด.ช.สุเมธ  แซ่มัว อายุ 10 ปี ทั้ง 2 คนเรียนชั้น ป. 4 ซึ่งกำลังรับหน้าที่หิ้วหม้ออาหารไปเพื่อแจกจ่ายให้เพื่อนๆ กล่าวว่า หลังจากนำอาหารให้เพื่อนแล้วก็ต้องเก็บและล้างทั้งหม้อข้าวและภาชนะของตนเอง เรื่องพวกนี้นร.ทุกคนจะถูกฝึกตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเห็นกันจนเป็นเรื่องปกติตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล ตนเองทั้งสองคน รู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขที่ได้นำอาหารมาให้เพื่อนรับประทานตลอดจนรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าที่ได้ทำประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ส่วนเพื่อนๆก็มีความสุขเมื่อเรานำอาหารมาให้อีกด้วย

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน

ด้าน อ.ศิริพร  สมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ร.ร.ล้านนาคริสเตียน กล่าวว่า  ทางโรงเรียน มีนักเรียน 400 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้น อนุบาล – มัธยมปลาย โดยมีนโยบายฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้ทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบในหน้าที่พร้อมกับการเรียนรู้ในตำราอยู่แล้ว ประกอบกับการแพร่ระบาดของ โรค โค-วิด 19 เด็กๆ จะต้องนำภาชนะใส่อาหารมาเอง ทั้งนี้จะแยกทานอาหารตามห้องเรียนของตนเอง เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม โดยไม่ได้มารับประทานอาหารรวมกันที่โรงอาหารเหมือนแต่ก่อน ชั้นเรียนแต่ละชั้นจะให้นักเรียนที่เป็นเวรหรืออาสาสมัคร รับผิดชอบนำอาหารไปแจกจ่ายทานในห้องเรียนของตนเอง ส่วนสายชั้นอนุบาล ล้างภาชนะของตนเอง เมื่อทดลองทำดูแล้ว เด็กไม่สามารถที่จะล้างทำความสะอาดหมดจด แถมสกปรกเลอะเทอะมากยิ่งขึ้น ทางโรงเรียนฯ จึงได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของคุณครูประสายชั้นรับลผิดชอบ 

เจ๋ง รร.ล้านนาคริสเตียน ปลูกฝังทักษะชีวิต ระเบียบวินัย ความเสียสละ ให้นักเรียน

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจเยี่ยมราชการ อ.แม่สาย เน้นให้บริการเหนือความคาดหมาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจเยี่ยมราชการ อ.แม่สาย เน้นให้บริการเหนือความคาดหมาย

อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจเยี่ยมราชการ อ.แม่สาย เน้นให้บริการเหนือความคาดหมาย24 กันยายน 2563 – 09:07 น.

อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจเยี่ยมราชการอำเภอแม่สาย เน้นย้ำเรื่องความสะอาดของสถานที่ให้บริการ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่รวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส และการบริการเหนือความคาดหมาย

วันที่ 23 ก.ย. 2563 นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะผู้บริหารกรมการปกครอง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจแก่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และฝ่ายปกครองทุกท่าน ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย ทั้งนี้ อธิบดีกรมการปกครองได้ร่วมมอบบัตรหัว G ให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในอำเภอแม่สาย และเน้นย้ำเรื่องความสะอาดของสถานที่ให้บริการ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่รวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส

ที่สำคัญคือ “การบริการเหนือความคาดหมาย” พร้อมเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญกรมการปกครอง 10 Flagships For DOPA Excellence 2020 สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ทำให้ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้นได้

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แจงปีนี้น้ำน้อยห่วงเกิดภัยแล้ง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาบึงสีไฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แจงปีนี้น้ำน้อยห่วงเกิดภัยแล้ง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาบึงสีไฟ

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แจงปีนี้น้ำน้อยห่วงเกิดภัยแล้ง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาบึงสีไฟ

23 กันยายน 2563 – 14:34 น.

น่าห่วงหลายพื้นที่เตรียมรับมือภัยแล้งอธิบดีกรมน้ำฯ เผยปีนี้ปริมาณน้ำฝนมีน้อยกว่าปี 62 ซึ่งเป็นปีที่จัดว่าแห้งแล้ง ดังนั้นเมื่อสภาพน้ำฝนปี 63 เป็นเช่นนี้ก็จะส่งผลในช่วงหน้าแล้งของปี 64 น่าจะหนักหน่วง

วันที่ 23 ก.ย. 2563 ความคืบหน้าจากการที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจราชการที่บึงสีไฟเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังช่วยกันแก้ปัญหาบึงสีไฟที่มีการขุดลอกบึงสีไฟแล้วมีกองดินจำนวนหลายล้านคิวทำลายทัศนียภาพ อีกทั้งบึงสีไฟที่เป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นบึงน้ำเพื่อกักเก็บน้ำได้ ล่าสุด นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้ลงพื้นที่ดูสภาพบึงสีไฟพร้อมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบึงสีไฟและแหล่งน้ำภายในจังหวัดพิจิตร ซึ่งประกอบด้วย พลโทผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้แทนสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และที่ปรึกษามูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิจิตร, ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 กรมเจ้าท่า, ประมงจังหวัดพิจิตรและหน่วยงานภาครัฐจังหวัดพิจิตร พร้อมคณะที่ปรึกษาฯ ที่มีการหารือกันว่าอนาคตจะต้องพัฒนาบึงสีไฟโดยมุ่งเน้นเป้าหมายหลักว่า บึงสีไฟต้องเป็นแหล่งน้ำรัการะบบนิเวศและเป็นแหล่งที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากบึงสีไฟได้ เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นห่วงโซ่ของสัตว์น้ำและนกในธรรมชาติสร้างคุณประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่จะต้องเป็นพื้นที่สร้างงาน สร้างความสุขให้กับชาวบ้านที่อยู่โดยรอบบึงสีไฟและจะไม่มุ่งเน้นเรื่องสิ่งปลูกสร้างให้มากเกินความจำเป็น   

จากนั้น นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในปีนี้มีน้อยกว่าปี 62 ที่จัดได้ว่าเป็นช่วงที่แห้งแล้งสุดๆ ดังนั้นปี 63 น้ำในเขื่อนหลักหรือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ก็มีน้อยกว่าปี 62 จึงคาดการณ์ว่า ในช่วงฤดูแล้งของปี 64 สถานการณ์อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ส่วนเรื่องการพัฒนาบึงสีไฟตามบัญชาของ พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะนี้การขุดลอกและขุดดินบึงสีไฟมีความคืบหน้าโดยกรมเจ้าท่าจะดำเนินการขุดลอกบึงสีไฟ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดทุกกิจกรรมภายในวันที่ 12 ก.ย. 2563 นี้ ส่วนกองดินที่อยู่โดยรอบบึงสีไฟจำนวนหลายล้านลูกบาศก์เมตรนั้นมีการประมูลขายไปได้หมดแล้ว ซึ่งผู้รับเหมาหรือผู้ประมูลซื้อไปจะต้องดำเนินการขนย้ายดินไปให้เสร็จสิ้นไม่เกินเดือน ก.พ. 64 ซึ่งหลังจากนั้นก็จะพัฒนาบึงสีไฟให้มีน้ำ มีบัว มีปลา มีออกซิเจน หรืออากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้บึงสีไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่กักเก็บน้ำแก้ภัยแล้งช่วยน้ำท่วม         

ในส่วนของบึงสีไฟในอนาคตวางเป้าไว้ว่าจะต้องเก็บน้ำให้ได้ 24 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ปริมาณน้ำมีน้อย กรมชลประทานก็เติมน้ำเข้าบึงสีไฟวันละ 2 แสนลูกบาศก์เมตร ได้น้ำอยู่ในบึงสีไฟแล้ว 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถ้าในช่วงนี้กรมชลประทานมีน้ำเพียงพอหรือมีฝนตกอีกช่วงหนึ่งก็จะพยายามผลักดันน้ำเข้าบึงสีไฟเพิ่มเติมขึ้นอีกเพื่อให้เกิดน้ำซึมน้ำซับที่เกษตรกรที่อยู่รอบๆบึงสีไฟจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

สิทธิพจน์  เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พิจิตร

อึ้ง ทึ่ง อร่อย “ร้านอาหารในรู” เปิดขายมา 5 ปี ขาประจำเพียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อึ้ง ทึ่ง อร่อย “ร้านอาหารในรู” เปิดขายมา 5 ปี ขาประจำเพียบ

อึ้ง ทึ่ง อร่อย "ร้านอาหารในรู" เปิดขายมา 5 ปี ขาประจำเพียบ

23 กันยายน 2563 – 11:02 น.

สีสันร้านอาหารชื่อว่า “ร้านในรู” ร้านอาหารหน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่กว้างแค่ 1.10 เมตร 10 ลึกประมาณ 15 เมตร แต่ยังเปิดเป็นร้านได้ขายโจ๊ก อาหารตามสั่ง ชากาแฟและน้ำปั่น ลูกค้าเดินเข้าออกได้ทีละคนและลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งทานได้เต็มที่ 12 คน เปิดมา 5 ปี

ที่หน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ ย่านถนนรัถการ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บริเวณนี้ถือเป็นทำเลทองในการค้าขายโดยเฉพาะร้านอาหารเนื่องจากมีลูกค้าคึกคักทั้งวันทั้งบุคลากรโรงพยาบาลหาดใหญ่และผู้ที่เดินทางมาโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่มีอยู่ร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ข้ามกับโรงพยาบาลชื่อว่า ”ร้านในรู” เนื่องจากร้านนี้ตั้งอยู่ในซอกตึกแคบเป็นรูเข้าไป และมองจากข้างนอกแทบไม่รู้ว่าข้างในเป็นร้านและมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งทานได้ด้วย จุดเด่นจะมีหม้อโจ๊กวางอยู่หน้าร้าน

โดยร้านนี้ มีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตร 10 เซนติเมตรเท่านั้น และยาวประมาณ 15 เมตร ซึ่งค่อนข้างแคบมากแต่ก็ยังสามารถเปิดเป็นร้านได้ภายในมีโต๊ะให้ลูกค้านั่ง 3 โต๊ะ จุคนได้เต็มที่ 12 คน และเดินเข้าออกได้ทีละคน และเจ้าของร้านส่วนใหญ่ก็จะยืนเป็นหลักหน้าร้าน 1 คนและข้างในอีก 2 คน ร้านในรูแห่งนี้เปิดขายโจ๊กหมู ก๋วยจั๊บหมู อาหารตามสั่ง ชากาแฟ และน้ำปั่นต่างๆ เปิดตั้งแต่ตี 5 ถึง 2 ทุ่ม หยุดวันอาทิตย์ โดยโจ๊กจะขายสองรอบคือรอบ 5 โมงเช้าและเย็น 4 โมงเย็น

น.ส.กาลเนตร รักษาชล อายุ 33 ปี เจ้าของร้านบอกว่า ร้านนี้เปิดมา 5 ปีแล้ว ลูกค้าจะเรียกกันติดปากว่า ”ร้านในรู” ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นแพทย์พยาบาลและผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ลูกค้าที่มานั่งจะเป็นลูกค้าขาประจำและจะรู้เวลาว่าช่วงไหนโต๊ะว่างไม่ว่าง เพราะที่นั่งค่อนข้างจำกัดจุลูกค้าได้เต็มที่ 12 คน และเข้าออกทีจะคนแบบวันเวย์เป็นที่รู้กัน

นภาลัย ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จังหวัดสงขลา

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 1422 กันยายน 2563 – 18:34 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที จัดพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 (GIT’s 14th World Jewelry Design Award 2020) โดยผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่รางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมี นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอญณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีร่วมด้วยนายสุเมธ ประสงค์พงศ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ณ ห้อง รีเจนซี่บอลรูม 2 โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันก่อน

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

นันทวัลย์ ศกุนตนาค

โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Beyond Jewelry: Artistic Elegance of Gems โดยเปิดกว้างให้นักออกแบบได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์แบบวาดเครื่องประดับแบบไร้ขีดจำกัด ไม่มีการกำหนดชนิดของอัญมณี ซึ่งได้รับการความสนใจและการตอบรับอย่างดีมากจากนักออกแบบทั้งไทยและต่างชาติ ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 352 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานนักออกแบบชาวไทย 169 ผลงาน และผลงานของนักออกแบบต่างชาติ 183 ผลงาน จาก 28 ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดประกวดในครั้งนี้เป็นการต่อยอด และ ยกระดับความสามารถของนักออกแบบไทย และ ต่างชาติ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในยุคปัจจุบัน ที่เครื่องประดับเป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม
         

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สุเมธ ประสงค์พงศ์ชัย

การประกวดครั้งนี้ สถาบันมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ให้เข้ามาในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อีกทั้งผลักดันให้นักออกแบบเหล่านี้ได้มีเวทีนำเสนอผลงานอันสร้างสรรค์ ซึ่งเห็นได้ว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดนี้เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานการออกแบบที่เข้ารอบนั้น มีความร่วมสมัย และ มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สามารถยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ นอกจากนี้สถาบันยังมีแผนที่จะต่อยอดและผลักดันนักออกแบบที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสู่เวทีการประกวดออกแบบระดับโลกต่อไป
          

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

ผู้ชนะการประกวด

ภายในงานมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับจากผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 4 ผลงาน ถ่ายทอดความงดงามผ่านเหล่านางแบบในแฟชั่นโชว์เครื่องประดับสุดพิเศษ นำทีมโดย ดารานักแสดงชื่อดัง น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของผู้เข้ารอบการตัดสินคัดเลือกแบบวาดจำนวน 30 ผลงาน ให้ผู้ร่วมงานได้ชื่นชมความงามของผลงานการออกแบบของผู้เข้าประกวดอีกด้วย
        

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สำหรับผลการตัดสินการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชุด SCAN ME ออกแบบโดย นายกิติศักดิ์ หมายเจริญ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางค วัฒนวรขัตติยราชนารี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานชุด BRUT_LIST (Eastern European) ออกแบบโดย Mrs. Gerda Liudvinaviciute ประเทศลิทัวเนีย ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานชุด Smart Jewelry High Fashion ออกแบบโดย นางสาวภาพทิพย์ กุลวุฒิ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัล 1,500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลชมเชย ผลงานชุด Ant and Amber ออกแบบโดย Ms. Melika Aghili ประเทศอิหร่าน ได้รับเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูผลการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  ได้ที่เว็บไซต์ http://www.gitwjda.com

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 6322 กันยายน 2563 – 12:33 น.

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาฯ ร่วมกันแสดงพลังเราทำความดีด้วยหัวใจ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำความสะอาดเมือง

วันที่ 22 กันยายน 2563 ที่บริเวณลานตะวันเบิกฟ้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง เทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาฯ ร่วมกันแสดงพลังเราทำความดีด้วยหัวใจ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำความสะอาดและปรับแต่งภูมิทัศน์เมืองนครพนมตามจุดต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่บริเวณแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช เรื่อยไปตามเส้นทางริมแม่น้ำโขงที่มีการจัดสร้างเรือไฟและพื้นที่ที่จะมีการไหลเรือไฟเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าทุกพื้นที่มีความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค มีความสวยงาม ทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการนั่งรับชมการไหลเรือไฟของนักท่องเที่ยวที่ต้องมีการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยที่ห่างไกลโควิด – 19 เป็นการสร้างความประทับใจสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนมให้ยากกลับมาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะยังคงมีผู้ที่มาชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของเรือไฟมากเช่นทุกปี

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบออกเป็นโซน เพื่อให้การทำความสะอาดและปรับแต่งภูมิทัศน์ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ตลอดความยาวริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งทิศเหนือจะยาวไปจนถึงโบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง ที่มีการสร้างเรือไฟลำสุดท้ายขณะที่ทิศใต้จะยาวไปจนถึงลานสวรรค์ชายโขงซึ่งเรือไฟจะไหลไปสิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณอื่น ๆ ที่ใช้ในการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 ซึ่งในปีนี้จังหวัดนครพนมได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ  ทั้ง 12 อำเภอสร้างขึ้น

เพื่อเป็นประทีปพุทธบูชารอยพระพุทธบาทในวันออกพรรษา ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล ได้ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทา มหานที โดยในปีนี้จังหวัดได้มีการปรับเปลี่ยนวันไหลเรือไฟแข่งขันให้มากขึ้นเป็น 3 วันจากเดิมที่มีเพียง 1 วัน คือวันที่ 30 กันยายน จำนวน 2 ลำ เป็นเรือไฟประเภทความคิดสร้างสรรค์ จากอำเภอนาหว้าและอำเภอวังยาง และวันที่ 1 ตุลาคม จำนวน 3 ลำ เป็นเรือไฟจากอำเภอบ้างแพง อำเภอปลาปากและอำเภอนาแก ส่วนวันที่ 2 ตุลาคม จำนวน 7 ลำ เป็นเรือไฟประเภทสวยงามจากอำเภอศรีสงคราม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอนาทม อำเภอท่าอุเทน อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนครและอำเภอธาตุพนม ส่วนวันอื่นๆ จะเป็นเรือไฟโชว์ที่ปล่อยไหลพร้อมกับกระทงสาย

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

22 กันยายน 2563 – 12:33 น.

วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรทัวร์ลง หลังถูกแฉโอนเงินอุดหนุนเข้าบัญชีวัดแล้วขอคืน อ้างทำถุงยังชีพเป็นภาพรวม แจงเจตนาบริสุทธิ์ อาจผิดหลักการแต่วิธีการและการดำเนินการโปร่งใสตรวจสอบได้ ถุงยังชีพแจกถึงมือชาวบ้าน เหตุรวมงบเพราะเป็นช่วงโควิด19 เป้าหมายอำนวยความสะดวกให้

วันที่ 22 ก.ย. 2563 วัดบึงสีไฟภัทราราม อ.เมือง จ.พิจิตร นางสาวณัณธิญาจ์ มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยทีมงานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ร่วมชี้แจงกรณีมีผู้ร้องเรียนประเด็นเงินโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศิลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปี 2563 ที่มีการโอนเงินอุดหนุนให้กับวัดต่างๆ 31 แห่ง เป็นเงิน 330,000 บาท เพื่อจัดทำถุงยังชีพแจกผู้ประสบวิกฤตโควิด 19 ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ แต่ไปขอทวงเงินคืนจากวัด แล้วนำมาดำเนินการจัดหาถุงยังชีพให้ แต่ถูกร้องเรียนว่า ทำเกินหน้าที่ วันนี้จึงขอชี้แจงซึ่งจากกรณีดังกล่าว นางสาวณัณธิญาจ์ มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ได้ชี้แจงว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ได้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ปรับโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศิลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปี 2563 เป็นกิจกรรมการมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค งบประมาณ 330,000 บาท

โดยมีวัดเข้าร่วมโครงการ จำนวน 31 วัด เพื่อให้ถุงยังชีพตามโครงการมีรูปแบบและสิ่งของในถุงเหมือนกันทุกชิ้น และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร กำหนดหลักเกณฑ์ของถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสารเสาไห้ 5 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง, ไข่ไก่ 1 แผง จำนวน 30 ฟอง, ปลากระป๋อง จำนวน 6 กระป๋อง, นม 1 แพ็ค จำนวน 6 กล่อง, น้ำมันพืชขวดใหญ่ 1 ลิตร จำนวน 1 ขวด, น้ำพริก จำนวน 2 กระปุก รวมมูลค่าถุงยังชีพ 1 ถุง เท่ากับเงิน 500 บาท จำนวน 660 ถุง ช่วยเหลือประชาชนได้ 660 ครอบครัว โดยบรรจุในถุงผ้าที่มีตรา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ได้มอบถุงยังชีพสมทบเพิ่มเติม นอกเหนือจากโครงการอีก 50 ถุง  นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบวิกฤตโควิด 19 ในช่วงนั้นอย่างครบถ้วน

ในส่วนของพระพิศาลสาธุกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เจ้าอาวาสวัดบึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ก็มาร่วมเป็นสักขีพยาน และร่วมยืนยันว่า หลายวัดที่เข้าร่วมโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกในการจัดทำถุงยังชีพตามที่กำหนดได้ จึงเห็นชอบให้ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำ เพื่อความเป็นเอกภาพในการจัดทำถุงยังชีพ ประชาชนได้สิ่งของครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของถุงยังชีพ ที่ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรกำหนด นอกจากนี้นางทิพวรรณ์ จันทรสุกรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงสีไฟ ก็พาเด็กๆ ที่ได้รับถุงยังชีพมายืนยันกับผู้สื่อข่าว ว่าถุงยังชีพที่ได้รับจาก สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ถึงมือประชาชนและมีสิ่งของครบถ้วนตามรายการอย่างที่เห็นเหมือนกันทุกถุง อีกทั้งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้รับผลประโยชน์จากถุงยังชีพดังกล่าวอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการชี้แจงของ วธ.พิจิตร จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำการดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายที่ว่าเป็นการจัดการงานนอกสั่ง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่เอาความรู้สึกหรือเจตนาส่วนตัวมาดำเนินการ ซึ่งผิดหลักการตามระเบียบการจัดซื้อ-จัดจ้าง แต่วิธีการหรือการทำงานถึงเป้าหมาย ชาวบ้านได้ประโยชน์ ซึ่งก็คงต้องรอผลการสอบสวนจากผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมที่มี นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ตั้งขึ้น ว่าจะมีธงในการพิจารณาอย่างไรต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว

22 กันยายน 2563 – 09:20 น.

นายพิพัฒน์ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยวมุ่งเน้นการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ อย่างยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว อาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยร่วมเสวนาหัวข้อ สุโขทัยได้ประโยชน์อย่างไรจากการเป็นเมืองมรดกโลก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์ ระดับประเทศและระดับนานาชาติ “Sukhothai 2020 Roundtables on Tourism, Heritage and Creative City สุโขทัย ถอดรหัสโต๊ะกลม การท่องเที่ยว มรดกวัฒนธรรม และเมืองสร้างสรรค์” มุ่งเน้นการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ อย่างยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และอาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยร่วมเสวนาหัวข้อ สุโขทัยได้ประโยชน์อย่างไรจากการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก และสุโขทัยที่น่าจะเป็นกับการวางผังเมืองเฉพาะเมืองมรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจัดโดย อพท.ร่วมกับ ยูเนสโก และอิโคโมสสากล ระหว่างวันที่ 21 – 23 กันยายน 2563 ณ สุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ตแอนด์สปา จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว และร่วมแสดงความยินดีกับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว ณ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสุชาติ ทีคะสุข พร้อมด้วยผู้นำชุมชนให้การต้อนรับ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาและออกมาตรการต่างๆ กระตุ้นการท่องเที่ยว พยุงเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยหดตัวลงไปมากกว่านี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เช่น นโยบายส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย กระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

พร้อม กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อย่างอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกันกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงพชร แต่นอกจากความเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว วีถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดสุโขทัยที่คลุกคลีเติบโตมาพร้อมกับงานศิลปะ หัตถกรรม ถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน ทั้งการทอผ้าตีนจก การทำเครื่องสังคโลก ศิลปะปูนปั้น งานไม้ และงานลวดลายเครื่องทองและเครื่องเงินสุโขทัย ซึ่งทุกอย่างล้วนมีอัตลักษณ์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เป็นชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมาก อีกทั้ง สุโขทัย ยังได้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ซึ่งเป็นการยกระดับจังหวัดสุโขทัยให้มีชื่อเสียงระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้เดินทางมาเยือนเพิ่มมาก

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/444011/47979/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/444011/47980/news