กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม

กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม

21 กันยายน 2563 – 09:16 น.

ป้ายใครมารับด้วย พิษโนอึลป้ายทะเบียนรถหลุด หน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน โพสต์เฟซบุ๊กตามหาเจ้าของป้ายทะเบียน ที่หลุดหายระหว่าง เส้นชัยภูมิ- นครสวรรค์

วันที่ 20 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์โพสต์ข้อความ ประกาศใครที่ทะเบียนรถหลุดหายระหว่าง เส้นชัยภูมิ- นครสวรรค์ หรือจากสี่แยกราหุลไปซับสมพงษ์ สอบถาม กู้ภัยสว่างบึงสามพันได้นะครับ โทร.056732206 พร้อมกันนี้ได้โพสต์ภาพป้ายทะเบียนรถซึ่งส่วนมากเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋ง ที่มีทั้งจากจังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเทพฯมหานคร พะเยา เชียงใหม่ รวมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยนายศิริชัย พิริยโภคัย หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบึงสามพัน ทำให้มีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่รวมทั้งถนนสายชัยภูมิ – นครสวรรค์ ช่วงระหว่างแยกราหุล -บ้านซับสมพงษ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีปริมาณรถที่ค่อนข้างมาก เมื่อน้ำท่วมขังวิ่งสวนกันทำให้เกิดการคลื่นน้ำกระแทกกับป้ายทะเบียนรถ โดยเฉพาะป้ายที่อยู่ด้านหน้ารถ ได้หลุดจมหายไปกับสายน้ำ เมื่อน้ำลดเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ทำการเก็บมาไว้ที่ที่ทำการหน่วยเพื่อรอให้เจ้าของมารับต่อไป

หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน เปิดเผยอีกว่าป้ายทะเบียนที่เก็บน้ำเมื่อวานซึ่งเป็นช่วงที่นำยังไม่ลดลงทั้งหมดมี 100 กว่าป้าย ขณะนี้ได้มีเจ้าของนำหลักฐานมารับไปแล้วหลายป้าย ยังคงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ตนจะได้ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยฯไปสำรวจหาบริเวณดังกล่าวอีกครั้งหลังน้ำลด เพราะอาจจะมีบางป้ายที่ลอยไปกับน้ำและติดค้างอยู่ตามจุดต่างๆ และจะนำมาโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อให้เจ้าของทราบและมารับคืนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้ที่ขับรถลุยน้ำและป้ายทะเบียนได้สูญหาย กรมการขนส่งทางบกได้ทำคลิปวีดีโอแนะนำสำหรับการดำเนินการขอป้ายทะเบียนใหม่ โดยจะต้องค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาทและจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 15 วันทำการ โดยระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม19 กันยายน 2563 – 00:00 น.

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม “นพ.ธิติวัฒน์ วีรโรจน์รัชกุล” แนะปลูกผมก่อนวัย ระวัง ผลเสียระยะยาว

มีคำกล่าวที่ว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เชื่อเหลือเกินว่าถ้าคนเราได้รับการแต่งเติมให้ดูดีย่อมทำให้เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนไทยพบเจอ ไม่ว่าคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกันหมด ทำให้บางคนสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป แต่หากท่านใดที่คิดว่าไม่เป็นไรก็ถือว่าดีไป แต่คนที่คิดว่าทำให้สูญเสียความมั่นใจก็มักจะหาวิธีในการรักษา และทำให้ดีขึ้นด้วยวิธีการปลูกผม หรือวิธีอื่น ๆ ที่ตัวเองเห็นว่าอยากลองทำ โดยปัญหาดังกล่าวอาจมาจากเรื่องของกรรมพันธุ์ หรือจากปัญหาสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ทำให้ผมร่วงจนกลายเป็นศีรษะล้านในที่สุด

เลือกคลินิกปลูกควรอิงเว็บต่างประเทศ
เรื่องนี้ นพ.ธิติวัฒน์ วีรโรจน์รัชกุล นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกผม แห่ง Million Hair Transplant Center หรือ MHC จะมาให้ความรู้คนที่กำลังคิดจะปลูกผม หรือคนที่กำลังหาข้อมูลในการปลูกผมว่า ควรหาความรู้ หรือทำการบ้านให้ดีก่อนที่จะเลือกตัดสินใจเลือกรักษากับคลินิกปลูกผมที่ใดที่หนึ่ง เพราะหากทำแล้วเสียหายจะทำให้เกิดผลกระทบกับลูกค้าในระยาว หรือจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขที่ยาก เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยแนะนำว่าให้หาความรู้เรื่องคลินิก และตัวคุณหมอที่จะรักษาเราผ่านเว็บไซต์หน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ และเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นจากต่างประเทศ หรือในประเทศ อย่างเช่น สมาคมปลูกผมนานาชาติ( International Society Hair Restoration Surgery, ISHRS ) หรือองค์กรที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกผมที่เป็นกลางพอสมควร หรือสมาคมศัลยแพทย์ปลูกผมแห่งประเทศไทย, หรือจากโรงเรียนแพทย์ เช่น ศิริราช หรือ จุฬาฯ เป็นต้น 

คิดปลูกผมอย่าดูแค่รีวิว
ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ไปศึกษาข้อมูลจากคลินิกโดยตรงเสียทีเดียว เพราะบางที่อาจมีการโฆษณาเกินจริง โอ้อวดสรรพคุณเกินไป ทำให้ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือบางที่ใช้รูปคนดังมารีวิว จุดนี้ต้องคิดว่าบางทีอาจมีการรีทัชภาพ หรือตกแต่งรูปเยอะเกินความเป็นจริง และจงจำขึ้นใจว่าแต่ละคนการรักษา และวิธีการจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละคนก็จะได้ไม่เหมือนกัน

ปลูกผมตั้งแต่เด็กระวังเจอปัญหาระยะยาว
นอกจากนี้คุณหมอ ยังมีคำแนะนำว่า เด็กที่อายุน้อย ต่ำกว่า 30 ปี ที่มีภาวะผมร่วง ศีรษะล้านไม่ควรที่จะทำการปลูกผมเร็วเกินไปเพราะจะส่งผลเสียในระยะยาวหากเป็นที่กรรมพันธุ์ยังไงก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก แพทย์ควรที่จะให้ความรู้ว่าการปลูกผมไม่ได้ช่วยให้จบแค่ครั้งเดียว เพราะหากเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ก็จะทำให้มีโอกาสที่ผมจะกลับมาร่วงได้อีก ผมในส่วนที่ไม่ได้ปลูกก็มีโอกาสร่วง ทำให้ปัญหากลับมาอีก หรือแม้แต่การให้ความรู้ เรื่องการปลูกผมแนวต่ำเกินไป หรือใช้จำนวนกราฟปลูกผมครั้งแรกมากเกินไป จนทำให้ผมที่จะสามารถนำมาใช้ในครั้งต่อไปเหลือน้อย และจะทำให้แก้ไขในครั้งต่อไปได้ยาก ประเด็นนี้หากเจอคนไข้คุณหมอต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจ

จำนวนกราฟเยอะไม่ได้หมายความว่าดี
ทั้งนี้หากใครที่จะปลูกผม แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดี รอบด้าน ไม่ควรปลูกผมในแนวต่ำเกินไป ไม่ควรทำจำนวนกราฟที่มากจนเกินไป แล้วจงจำไว้เสมอว่าปัญหาผมร่วงที่เกิดจากกรรมพันธุ์ทำให้เรามีโอกาสผมร่วงไปตลอดชีวิต ยกเว้นวันหนึ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มี ไม่เพียงเท่านี้หมอต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจด้วยว่าการปลูกเป็นการย้ายรากผมมา  อาจมีการทิ้งร่องรอยไว้เยอะพอสมควร จะแตกต่างจากการทำศัลยกรรมอื่นๆ

จรรยาบรรณของศัลยแพทย์สำคัญ    
อย่างไรก็ตามการทำการปลูกผมต้องปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ และให้คำนึงถึงเรื่องความเป็นธรรมชาติ คุณหมอจะต้องอธิบายผลระยาวให้คนไข้ฟังด้วย คำนึงจริยธรรมของแพทย์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง จะต้องบอกถึงว่าถ้าทำแล้วจะส่งผลอย่างไรกับลูกค้าในอนาคต สำหรับวิธีการเลือกคลินิกปลูกผมก็ให้ดูเป็นคลินิกที่มีความรู้ มีประสบการณ์เฉพาะด้านจริง ๆ มีคนไข้มารักษามากพอสมควร หากเป็นไปได้อยากให้คนไข้ไปคุยถึงปัญหากับคุณหมอโดยตรง ไม่ค่อยแนะนำซื้อผ่านเซลล์เพราะกลุ่มนี้จะเน้นขายเป็นหลักทั้งที่ยังไม่รู้ปัญหา และอาการของคนไข้ที่แท้จริง ดังนั้นต้องไปขอคำปรึกษาคุณหมอประจำคลินิกว่าคุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร 

เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์
ต่อมาท้ายสุดสิ่งสำคัญคือจะต้องไปศึกษาว่าคุณหมอมีประสบการณ์ยังไงมาบ้าง มีอะไรมารองรับความเชี่ยวชาญของคุณหมอหรือไม่ เช่น วุฒิบัตรต่างๆ ควรหาความรู้หลาย ๆ ที่แล้วไปคุยกับคุณหมอ ดูผลงานของคลินิกนั้น ๆ จากที่ผ่านมา ข้อควรระวังคือ บางคลินิกอาจใช้รูปภาพโปรโมทของต่างประเทศที่เกินจริง เราต้องตรวจสอบให้ดี หากทำแล้วก็ต้องมีการติดตามผลต่อเนื่อง อยู่ในความดูแลของคุณหมอตลอด

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก18 กันยายน 2563 – 19:28 น.

Vivo V20 ซีรีส์ ยกระดับนิยามของความบางเบา พร้อมเก็บภาพความสุขทุกอารมณ์ได้ตรงใจ เร็วๆ นี้

สมาร์ตโฟนเปี่ยมสไตล์ ในดีไซน์ที่บางและเบาอย่างเหลือเชื่อ สมาชิกใหม่ล่าสุดของครอบครัว Vivo V ซีรีส์ พร้อมยกระดับความบางเบาของสมาร์ตโฟนขึ้นไปอีกขั้น ทีมดีไซน์ของ Vivo เสาะแสวงหาการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สมาร์ตโฟนที่เหล่าคนยุคโซเชียลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบายและเพียบพร้อมด้วยดีไซน์เก๋ในขณะเดียวกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันและจากธรรมชาติ เพื่อนำเสนอดีไซน์ที่ท้าทายกับกรอบนิยามของ ‘ความบาง’ จะบางได้สักแค่ไหน เท่าชิ้นพิซซ่า เท่าใบว่านหางจระเข้ หรือเท่าเลนส์แว่นกันแดด? ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร สมาร์ตโฟน V20 Pro เป็นโมเดลใหม่เอี่ยมจาก V20 ซีรีส์ จึงขึ้นแท่นเป็นสมาร์ตโฟนที่เพรียวบางที่สุดในปี 2563 นี้ และหนักเพียง 170 กรัม ตอกย้ำการออกแบบสมาร์ตโฟนสุดล้ำสมัยที่ควรค่าแก่การเป็นรุ่นเรือธงอย่างแท้จริง


ด้านสมาร์ตโฟน V20 Pro พร้อมสื่อตัวตนของผู้ใช้และนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของ Vivo ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 170 กรัม ครองตำแหน่งสมาร์ตโฟน 5G ที่เพรียวบางที่สุดในโลก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

ภายใต้ดีไซน์บางเฉียบของสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ มาพร้อมนวัตกรรมการถ่ายภาพบนมือถือสุดล้ำสมัยของ Vivo อย่างกล้องหน้าคู่พร้อมฟีเจอร์ Eye Autofocus เพื่อโฟกัสติดตามดวงตาอัตโนมัติ ในแง่การออกแบบเพื่อยกระดับความโฉบเฉี่ยว Vivo ยังได้พัฒนาดีไซน์ Dual Tone Step ที่เพิ่มมิติความลึกแต่ยังคงความเพรียวบางในสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกล้องที่นูนออกมาให้เทอะทะเหมือนสมาร์ตโฟนเรือธงด้านการถ่ายภาพรุ่นก่อนๆ โดยส่วนบนมีเลนส์กล้องหลักสีดำ ในขณะที่ส่วนล่างดีไซน์มาในรูปแบบวงแหวนพร้อมโทนสีเดียวกันกับฝาหลัง เมื่อนำมาประกอบรวมกันจึงเป็นดีไซน์ที่เพียบพร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยและสุนทรียศาสตร์ เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพกับแฟชั่น วิทย์กับศิลป์ และเทคโนโลยีกับมนุษย์ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการประดิษฐ์และพัฒนาของ Vivo อย่างแท้จริง

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

สมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ จะเปิดตัวในไทยใน 21 กันยายน 2563 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"18 กันยายน 2563 – 18:29 น.

realme เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro” หลังครองแชมป์แบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในไทย

realme (เรียลมี) เปิดเกมรุกบุกตลาดในไทย คึกคักรับปลายปี เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด realme7 Pro “65W สู่การชาร์จที่เหนือขั้น” เจาะกลุ่ม Digital Natives รักษาตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในเมืองไทย โดยมี ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ เรียลมี ประเทศไทย เป็นตัวแทนสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยและชื่นชอบแฟชั่นไลฟ์สไตล์

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


คุณชัยรัตน์ เศารยะโศภิต  รองประธานกรรมการ ฝ่ายธุรกิจลูกค้า เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า“realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การันตีด้วยยอดส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านเครื่อง และได้เริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ปัจจุบันสามารถขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน realme มีแบรนด์ช็อปทั้งหมด 50 สาขา พร้อมตั้งเป้าขยายอีก 100 สาขาภายในปีนี้  และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและดีลเลอร์กว่า 7,000 แห่ง ด้วยศักยภาพและความพร้อมทำให้ เรียลมี ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานใหญ่ ประเทศจีน ให้เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่จัดงานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดกับ “realme7 Pro” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ตอบโจทย์กลุ่ม Digital Natives คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล รวมทั้งมีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์เป็นสื่อหลักในชีวิตประจำวัน ทั้งเพื่อเปิดรับข้อมูลข่าวสารและเพื่อกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ด้วยเหตุนี้ realme จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดผ่าน “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เรียลมี ประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมควบตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด  “realme7 Pro” เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “Dare to Leap” หรือ “กล้าที่จะก้าวกระโดดให้ไกลขึ้นและไปให้ไกลกว่าที่เคยยืน” ซึ่งเราเชื่อว่าจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


คุณศิรศร เบญจาธิกุล  ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “สำหรับ realme 7 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในวันนี้ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมประสิทธิภาพทรงพลังในทุกด้านทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีชาร์จเร็ว กล้องระดับโปร เป็นรุ่นแรกที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับโลก TüV Rheinland (ทูฟไรน์แลนด์หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมระดับโลก) โดยจะต้องทำการตรวจสอบคุณภาพกว่า 22 รายการ รวมถึงการตรวจสอบย่อยอีกกว่า 38 รายการ โดยครอบคลุมทั้งด้านการใช้งานทั่วไป และด้านอื่นๆ ซึ่ง realme ได้อัพเกรดคุณภาพหลังจากผ่านการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนของเรามีคุณภาพและสามารถมอบความสุขและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


นับเป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของ realme หลังเข้ามาทำการตลาดในเมืองไทยเพียงไม่ถึง 3 ปี แต่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่อันดับ 4 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยการเปิดตัว realme7 Pro ในครั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นมอบสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทรงพลังรอบด้านในราคาที่คนรุ่นใหม่จับต้องได้ สำหรับความพิเศษของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “realme 7 Pro” นั้นมาพร้อมสโลแกน “65W สู่การชาร์จที่เหนือขั้น” สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว “65W SuperDart Charge” ที่สามารถชาร์จได้ถึง 13% ในเวลาเพียง 3 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายในเวลา 34 นาที พร้อมคุณสมบัติถ่ายภาพได้คมชัดยิ่งขึ้นด้วยกล้องหลัก 4 เลนส์ ความละเอียดกว่า 64 ล้านพิกเซล ซึ่งอัพเกรดประสิทธิภาพความละเอียดในโหมด Starry ModePro Nightscape Mode และ Ultra NightscapeMode ทำให้ realme 7 Pro กับการถ่ายภาพและวิดีโอเป็นเรื่องสนุก ด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX682 ขนาดใหญ่ 1/1.73 นิ้ว และรูรับแสง f/1.8 มาพร้อมกล้องหน้า In-display ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ผ่านโหมด AI Beauty และ Super Nightscape ช่วยให้รูปเซลฟี่สวยคมชัดทุกองศาแม้ถ่ายในที่มืด

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"

realme 7 Pro อีกขั้นของการดีไซน์สุดล้ำสมัยจากแรงบันดาลใจของแสงสะท้อนธรรมชาติรอบตัว ผ่านแสงเงาบนฝาหลังของสมาร์ทโฟนที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเทคโนโลยี AG มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว กับประสิทธิภาพที่คมชัด และยังมาพร้อมกับ realme UI ที่มีระบบประมวลผลสุดล้ำและรวดเร็ว ขุมพลังชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G ขนาด 8nm ความเร็วที่ 2.3Hz พร้อม RAM 8GB + ROM128GB ที่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยการ์ด microSD ได้สูงสุดถึง 256GB ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่อีกทั้งรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res ลำโพงสเตอริโอคู่ กระจายเสียงรอบทิศ realme มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Mirror Blue และ Mirror Sliver ในราคาเพียง 10,990 บาท วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พิเศษเปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ – 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับฟรี VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี และ realme 7 Pro Jet Black Bag รวมมูลค่า 5,890 บาท realme วางจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ realme ได้ทั้งทางออนไลน์ที่IG: @realme_thailand, Facebook : https://www.facebook.com/realmeTH, เว็บไซต์ : https://www.realme.com/th/ และrealme แบรนด์ช็อปทุกสาขา  

“BLOOMS NATURE’S LOVE” ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“BLOOMS NATURE’S LOVE”  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  18 กันยายน 2563 – 09:15 น.

เพราะความสวยรอไม่ได้  BLOOMS NATURE’S LOVE ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และ ผิว คืนความสวยด้วยพลังธรรมชาติ  


“BLOOMS NATURE’S LOVE” ผลิตภัณฑ์ใหม่ดูแลเส้นผมและผิว  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  ส่วนผสมออร์แกนิคจากพืชพรรณนานาชนิด  ไม่มีส่วนผสมของสารพาราเบน  , ซิลิโคน, กลูเตน, แฮลกอฮอลล์  และสารเคมีอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอันตราย จึงปลอดภัยไม่ทำลายเส้นผมและผิวหนัง   ตอบโจทย์เรื่องความงามและความต้องการที่แตกต่างกัน นอกจากคุณสมบัติที่อัดแน่นแล้ว Blooms Nature’s Love ยังมาพร้อมบรรจุภัณฑ์เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ทุกขวดสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ 100% เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งคุณภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้เลือกช้อป ได้แก่ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  


“BLOOMS NATURE’S LOVE”  แชมพูและครีมนวด  มีให้เลือก  2 สูตร ได้แก่ 
•Detox & Repair : Orange Butterfly Scent  ช่วยทำความสะอาดและฟื้นฟูหนังศีรษะ พร้อมเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง มีสารสกัดจากคาโมมายล์ ออร์แกนิค100% และอาร์แกนออยล์ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เอ, ซีและอี  ให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ 

•Flourishing : Cherry Blossom Scent  ผมสะอาด เงางาม เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปกป้องสีผม
ด้วยส่วนผสมจากน้ำมันดอกทานตะวันออร์แกนิค 100 %  และอัลไพน์โรสจากสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยดูแลปกป้องสีผมและยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผมแห้งเสียจากการดัด ย้อม และสารเคมีให้เงางาม ดูเป็นธรรมชาติ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  

“BLOOMS NATURE’S LOVE”  ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย มีให้เลือก  2 สูตร ได้แก่
•Moisturising : Cherry Blossom Scent  ครีมอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิวกาย เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค และอัลไพน์โรสจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก พร้อมปกป้องผิว  

•Brightening : Orange Butterfly Scent  ครีมอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิวกาย เผยผิวกระจ่างใส ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและออร์แกนิค 100 % ของดอกสายน้ำผึ้งจากยุโรปตอนใต้ และสารสกัดจากรากชะเอมเทศ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ให้ผิวมีออร่า 
พิเศษ! โปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อผลิตภัณฑ์ Blooms Nature’s Love ทุกชนิด 2 ขวด ในราคาเพียง 269 บาท จากปกติขวดละ 179 บาท ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 22 กันยายน 2563  สินค้ามีจำหน่ายเฉพาะ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์ เดลี่, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ออนไลน์ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  


ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tops.co.th, เฟซบุ๊ค TopsThailand, หรือ แอพพลิเคชั่นไลน์ : @TopsThailand, @Topsonline 

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี “มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี “มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ17 กันยายน 2563 – 19:19 น.

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี ” มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ  แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  ฟู้ดสโตร์ชั้นนำของไทย  ฉลองครบรอบ 15 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน   “Central Food Hall 15th Anniversary” มอบประสบการณ์ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ คุณภาพดีที่สุด ที่ทุกคนชื่นชอบ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งสุดยอดเนื้อวากิว- เนื้อแกะคุณภาพจากออสเตรเลีย, คาเวียร์จากอิตาลี, ล็อบสเตอร์จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ,องุ่นเขียวชายน์มัสแกตจากญี่ปุ่น และ ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมจากทุกมุมโลกอีกมากมาย ในราคาที่ทุกคนต้องหลงรักและพลาดไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา พร้อมเชื้อเชิญเหล่าเซเลบริตี้ที่เป็นแฟนเหนียวแน่นมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ช้อปสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ที่เมื่อเห็นป้ายราคาแล้วถึงกับร้องว้าวอดใจไม่ไหวต้องช้อปกันกระหน่ำ อาทิ   ปวิตา โตทับเที่ยง,กันต์ รตนาภรณ์,วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ และ รินทร์รตา อินทามระ ณ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาชิดลม 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


สุจิตา  เพ็งอุ่น  Chief Operating Officer Large Format บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า  “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ “ดำเนินนโยบายด้านการคัดสรรสินค้า อาหาร วัตถุดิบ ของดีมีคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นเลิศทั่วโลก พร้อมยืนหยัดอยู่เคียงข้างชาวไทยมาครบ 15 ปี  จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้านการพัฒนาที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เรามุ่งสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ดีที่สุด พร้อมมอบบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าของเราทุกคน  ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี  เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจให้กับลูกค้า จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ   “Central Food Hall 15th Anniversary” เปิดประสบการณ์ช้อปครั้งใหม่ในรูปแบบเหนือความคาดหมาย ที่สุดของการลดราคาสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม คุณภาพดีที่สุด แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  พบกับ สินค้าลดราคา 60 % ได้แก่ สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ AUSTRALIAN RICO PEAR, ลดราคา 50 % อาทิ GIAVERI BELUGA&SIBERIAN CAVIAR ขนาด 100 กรัม , MARENNES OLÉRON OYSTER No.3,CINCO JOTAS ACORN-FED 100% IBERICO HAM,  ลดราคา 40 % อาทิ LIVE CANADIAN LOBSTER, ลดราคา 30 % อาทิ JAPANESE SHINE MUSCAT GRAPE แพค 350 กรัม, AUSTRALIAN CHILLED PREMIUM NATURAL LAMB CUTLET และ AUSTRALIAN CHILLED 400-DAY GRAIN FED WAGYU SIRLOIN MBS 4 TO 5, มะม่วงน้ำดอกไม้คัดพิเศษเกรดพรีเมี่ยม 6 ลูกบรรจุในกล่องสวยหรู ฯลฯ  

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


2 สัปดาห์แห่งความพิเศษที่ทุกคนไม่ควรพลาด และ รับฟรี บัตรของขวัญ มูลค่า 200 บาท เมื่อช็อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  11 สาขา ได้แก่ สาขาชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, อีสต์วิลล์, เดอะคริสตัล, เชียงใหม่, พัทยาบีช, ภูเก็ตเฟสติวัล, ภูเก็ตฟลอเรสต้า, ภูเก็ตป่าตอง และปอร์โต เดอภูเก็ต นอกจากนั้นยังจัด Food Event  รวบรวมผลิตภัณฑ์และอาหารชั้นเลิศมาให้ลูกค้าได้ร่วมฉลองไปด้วยกัน ภายใต้คอนเซปต์ Celebrate the finest flavours ตั้งแต่วันที่ 9-15 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขาในกรุงเทพฯ,เซ็นทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่ และ ภูเก็ตฟลอเรสต้า 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ

และอีกหนึ่งความพิเศษที่ถูกรังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพจาก CENTRAL EATERY เพื่อร่วมฉลองเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ครบรอบ 15 ปี มอบโปรโมชั่น HAPPY HOUR ตลอดเดือนกันยายน เลือกลิ้มลอง 9 เมนูทาปาสสไตล์สเปนในราคาเพียง 95 บาท/2 ชิ้น พิเศษ Tapas Happy Hour ทุกวัน เวลา 17.00-21.00 น. เลือกอร่อยครบเซตแบบไม่อั้น 90 นาทีกับทาปาสและเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในราคา 995.-/ท่าน  ที่เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ สาขาชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, พัทยาบีช, ภูเก็ตฟลอเรสต้า และปอร์โต เดอภูเก็ต ด้านเซเรบริตี้ขาช็อปที่มาร่วมแสดงความยินดีกับการฉลองครบรอบ    15 ปี ได้แก่ 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


ปวิตา โตทับเที่ยง คุณแม่ยังสาวและสวยผู้พิถีพิถันในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวและลูกๆ ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” “ มาที่นี่ทีไรได้ของสดกลับไปทุกครั้งทั้งเนื้อ ซีฟู้ด โดนใจ ทั้งคุณภาพ และราคา มาที่เดียว เหมือนเดินช็อปปิ้ง ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในต่างประเทศ เพราะมีสุดยอดผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมจากทั่วโลก ทำให้เพลิดเพลินและมีความสุขทุกครั้งที่ได้มา จับจ่ายเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในครอบครัว  ” 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


กันต์ รตนาภรณ์ ชายหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมเท่หรูไม่เหมือนใคร เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องหนัง บอกว่า “ตั้งแต่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ มีการปรับโซนทานอาหารแบบไดนิ่ง ทำให้สะดวกมากขึ้น เพราะนอกจากจะมาซื้อของใช้จำเป็นแล้ว ยังสามารถนั่งทานอาหาร และนัดพบเพื่อน ๆ อีกทั้งอาหารก็มีวาไรตี้มาก วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติอร่อย  นั่งทานไป คุยกับเชฟไปรู้สึกสนุกและบรรยากาศเป็นกันเอง โดยเฉพาะครบรอบ 15 ปี บอกเลยว่าต้องไม่พลาดมาอุดหนุน  ส่วนตัวชอบอาหารซีฟู้ดทุกอย่าง  โดยเฉพาะชอบทานปลามากแล้วที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้ให้ผมได้ดังใจจริงๆครับ  ”

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


นอกจากนี้ยังมี เมษา -วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ คุณแม่ลูกสองมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การช้อปปิ้ง “ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์แล้วค่ะ เมษาเป็นคนเลี้ยงลูกอย่างพิถีพิถัน เราก็อยากให้ลูกได้ของที่ดีที่สุด “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” จึงเป็นที่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสินค้าที่นี่เค้ามีคุณภาพ โดยเฉพาะล็อบสเตอร์ที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการตัวไหน และเชฟจับปรุงให้ทานสดใหม่ในทันที แล้วก็ปลื้มมากกับขนมทานเล่นสารพัดชนิดถูกใจลูกมากๆเลยคะ” 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


ปิดท้ายด้วย คุณเบลล์ -รินทร์รตา อินทามระ “ปกติเบลล์เป็นคนไม่ยึดติดกับสถานที่ ซื้อของที่ไหนก็ได้ แต่พอได้มีโอกาสมาใช้บริการที่ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” ต้องยอมจริงๆค่ะ มีทุกอย่างที่เบลล์อยากได้ รวมไปถึงการบริการของพนักงานทุกคนที่ใส่ใจลูกค้าอย่างมาก มาทุกครั้งจะได้ เชอรี่ และสตรอเบอร์รี กลับบ้านทุกครั้ง มั่นใจในคุณภาพและความ สด ใหม่ ปลอดภัยแน่นอน เบลล์เลยมาช็อปที่นี้ตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นลูกค้าอย่างเหนียวแน่น  ”
ห้ามพลาด สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าเกรดพรีเมี่ยมชั้นนำ ในราคาสุดพิเศษแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน  2563 ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา ติดตามรข้อมูลข่าวสาร เพิ่มเติมได้ที่ FaceBook FanPage: Central Food Hall  

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ”

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก "อุ้มพระดำน้ำ"17 กันยายน 2563 – 19:11 น.

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ” เพื่อความสงบร่มเย็น ความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดงานมีกำหนดรวม 6 วัน 6 คืน ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2563

จังหวัดเพชรบูรณ์เปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 16 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ณ บริเวณหอโบราณคดีเพชรบูรณ์อินทราชัย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2563 และมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน โดยมีนายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ,นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ,พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ,พ.ต.อ.อารักษ์ อ่อนแย้ม ,พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ,นายประทิน นาคสำราญ นายก อบต.สะเดียง ร่วมพิธีเปิด อีกทั้งนายเสกสรร นิยมเพ็ง ให้การต้อนรับ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่างานประเพณีอุ้มพระดำน้ำของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทยและแห่งเดียวในโลกโดยได้มีการจัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีในเทศกาลสารทไทยทุกวันแรม 15 ค่ำ เดือน10 มีกิจกรรมการรำถวายพระพุทธมหาธรรมราชาโดยชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,563 คน

มีพิธีบวงสรวงเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเพชรบูรณ์ มีพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาแห่รอบเมืองฯ และพิธีอุ้มพระดำน้ำ ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อความสงบร่มเย็น ความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดงานมีกำหนดรวม 6 วัน 6 คืน ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2563 งานนี้มีมหรสพสมโภช มีการแสดงแสง สีเสียง ตำนานประเพณีอุ้มพระดำน้ำตั้งแต่วันที่ 17 จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563 ณ พุทธอุทยานเพชะบุระ

งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเพชรบูรณ์ อบจ.เพชรบูรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ และภาคธุรกิจ เอกชน สำหรับผู้ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ในปี 2563 ฝ่ายกรมเวียง ได้แก่ นายปริญญา วิชาโครต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมวัง ได้แก่นายนิเวศน์ หาญสมุทร รอง ผวจ.เพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมคลัง ได้แก่นายชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมนาได้แก่นายนายยชญ์สุธา วิชัยธนพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบูรณ์, เทวดาผู้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ได้แก่ นายพิชิฏฏ์ ชิดไพฑูรย์ ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ,ดร.ภูวนาท มูลเขียน ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์, ผู้โปรยดอกไม้ได้แก่นางจรัสนภา เอี่ยมวิจารณ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์, นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ทำหน้าที่เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลา 500 ปี นับว่าเป็นประเพณีคู่บ้านคู่เมืองซึ่งนอกจากจะมีความศักดิ์สิทธ์และความงดงามของพิธีกรรมต่างๆแล้ว ยังเป็นประเพณีอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แฝงด้วยภูมิปัญญาของประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ต้องการทำให้ผู้คนรักษาธรรมชาติแม่น้ำ นอกจากนั้นยังเป็นประเพณีที่มีพิธีกรรมในการสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพของชาวเพชรบูรณ์ ที่จะทำให้มั่นใจถึงความอุดมสมบูรณ์และดินฟ้าอากาศ ตกต้องตามฤดูกาลนำความสุขร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมือง

ประชาชนทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นประเพณีอุ้มพระดำน้ำของพวกเราชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วประเทศไทยและในต่างประเทศ ผู้คนจึงกล่าวขานกล่าวขวัญจากการกล่าวถึงความเป็นหนึ่งเดียวในโลกและความงดงามในพิธีกรรม และการจัดงานรวมทั้งความเป็นมหามงคลของผู้ที่มาร่วมงาน จนปัจจุบันนี้ได้เป็นประเพณีที่สำคัญในระดับประเทศ ขอให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์และคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพิธีกรรมของประเพณีอุ้มพระดำน้ำปีนี้ และขอชื่นชมชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ช่วยกันบำรุงรักษาประเพณีอุ้มพระดำน้ำไว้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนที่ได้จัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่และงดงามเป็นประจำทุกปีตลอดมา

นายศุภเดช คำพุฒ, นายสมชาย คำพุฒ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G17 กันยายน 2563 – 18:37 น.

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

     
ปัจจุบัน เราอยู่ในยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมทั้งยังเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วยทำให้ธุรกิจก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน ดังนั้น การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้องค์กรธุรกิจได้ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้ ใครใช้เทคโนโลยีเป็น หรือเข้าถึงเทคโนโลยีได้มาก คนนั้นได้เปรียบแน่นอน เราจึงเห็นผู้ประกอบการหลายราย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งส่งเสริม สนับสนุนให้ธุรกิจหันมาใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น


สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA คือหนึ่งในหน่วยงานที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจ โดยได้ผนึกกับพันธมิตรเดินหน้าเพิ่มองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเทคโนโลยีเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลก จัดการอบรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึก ด้าน 5G (Deep Tech Startup) ขึ้นเป็นปีที่ 2 ใน “โครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G”  
    

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม NIA กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับทาง หัวเว่ย ประเทศไทย พัฒนาด้าน IoT Cloud มาแล้ว แต่ขณะนี้ 5G เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาและสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้ เช่น ด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว และเอนเตอร์เทนเมนท์  นับเป็นการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่หน้าใหม่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ทำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น  
    

วันนี้จะพาไปรู้จักกับ 5 ผู้บริหารที่เข้าร่วมในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G  และเป็นองค์กรที่มีความพร้อมด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมนำความรู้ไปต่อยอดได้จริง เริ่มกันที่ผู้บริหารท่านแรก “ดร.สกล  กงแก้ว” CEO บริษัท แอคทีฟ อินเทลลิเจนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเกิดจากการวมตัวของวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  เพื่อพัฒนาเทคนิคด้าน IOT ที่ยกเอาทุกโหมดมานำเสนอผ่านหน้าจอเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่คือองค์กร บริษัทที่ต้องการนำระบบ IOT ไปใช้ลดต้นทุนในการดำเนินงาน หรือนำไปประยุกต์กับผลิตภัณฑ์เดิมทำให้เกิดสินค้านวัตกรรมใหม่

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ส่วนการเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่ออัพเดทความรู้เรื่อง 5G ที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิทัล เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปธุรกิจต้องเปลี่ยนตาม สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ นอกจากความรู้แล้ว ยังได้มาพบเจอกับนักธุรกิจจำนวนมากที่มีแนวธุรกิจเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดในธุรกิจ

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ด้าน “ธีระเดช  กุศลธรรมรัตน์” COO and Co-Founder บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจระบบอ่านหมายเลขทะเบียนรถ และอ่านเลขตู้คอนเทนเนอร์อัตโนมัติโดยเทคโนโลยี AI  บอกว่า ความรู้ทางด้าน 5G เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ กับบริษัทเพราะหากได้ 5G เข้ามาจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่อยู่หน้าไซต์งานจำนวนมาก สามารถบริหารจัดการได้ที่ส่วนกลางแบบรวดเร็ว ประหยัดต้นทุนได้ ทำให้เรียลไทม์ สะดวก รวดเร็ว ขึ้นด้วย ที่สำคัญ บริษัทเตรียมตัวขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วยจึงเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่อเสริมความรู้ก่อนขยายธุรกิจจริง


“สิ่งที่เราตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพราะอยากรู้ว่า 5G มีหลักการทำงานอย่างไร มีอะไรดีขึ้นกว่า 4G เราจะนำความรู้มาต่อยอดงานของบริษัท ผมเชื่อว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจเพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ดังนั้น ธุรกิจต้องพร้อม ทำการบ้านก่อนที่ 5G จะมาในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าใครพร้อม ใช้ประโยชน์เป็น จะทำให้แข่งขันได้” ธีระเดช กล่าว

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

มุมมองต่อไปกับ “ศรายุทธ์  ศุภโชคภากร”  Managing Director บริษัท บลูชาร์ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทคือ tech company ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน software  development ลูกค้าคือผู้ให้บริการมือถือ และอินเทอร์เน็ต และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มพลังงาน ได้กล่าวเสริมว่า 5G จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น มินิเตอร์ได้ง่ายขึ้น  IOT แพลตฟอร์มสามารถดึงข้อมูลอื่นๆ จากหลายที่มารวมไว้ที่ส่วนกลางได้ สามารถวิเคราะห์ พยากรณ์กระบวนการผลิตต่างๆ ล่วงหน้าได้ อย่างเช่นประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ดังนั้น 5G มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจทำงานง่ายขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับ NIA

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ส่วน “ดร.คุณานนต์  กิตติพุฒิ” Chief  Operating Officer บริษัท เรบุส จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทคือผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ เทคสตาร์ทอัพ สาเหตุที่มาเข้าร่วมโครงการเพราะว่าต้องการหาแนวร่วมลงทุนเครื่องตรวจจับโควิด-19 แบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาเลเซอร์ห้ามเลือด และเลเซอร์ให้ยาชา ต้องการความรู้โซลูชั่นใหม่ๆ เพิ่ม ด้วย และอยากนำความรู้เรื่อง 5G ไปพัฒนาธุรกิจให้เรียลไทม์ขึ้น

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ปิดท้ายกันที่ “ อนวัช  โชคดีเป็นเลิศ” Product Owner จากบริษัทบิลค์ วันกรุ๊ป จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ในงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริการแบบ B2B ด้วย โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า Pojjaman2 (พจมาน 2) ในการบริหารจัดการ ข้อดีของการมาเติมความรู้ 5G กับโครงการของ NIA คือ ช่วยหน้าง่ายในการอัพเดทความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินไปตรวจงานที่หน้างานสารมารถใช้ 5G ในการตรวจงานผ่านวิดีโอคอลได้เลย รวมถึงใช้ในการเก็บข้อมูลออนไลน์ได้ บริหารต้นทุนได้ บัญชี การเงิน เป็นต้น

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ17 กันยายน 2563 – 17:02 น.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 หวังเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 17 ก.ย. 63 ที่ บริเวณลำเหมืองร้องขี้ควาย หมู่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมีนายอุดม อิ่นคำ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่คือ และนายชุมพล ชัยรุ่งเรือง กำนันตำบลแม่คือ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวประมง และประชาชนทั่วไปงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี

ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอำเภอดอยสะเก็ด เทศบาลตำบลแม่คือ และผู้นำท้องที่ตำบลแม่คือได้คัดเลือกลำเหมืองร้องขี้ควาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำแม่ลาย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 เชียงใหม่ ประกอบด้วยปลาบ้า และปลาสวาย จำนวน 500,000 ตัว และนอกจากการปล่อยพันธุ์ปลาบริเวณพื้นที่แห่งนี้แล้วจะมีการนำพันธุ์ปลาไปปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆของตำบลแม่คือ ก่อให้เกิดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

ฟงหวิน  ศักดิ์อัสวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

ก.ฟ.ผ. มอบอุปกรณ์ป้องกันยุงลาย ให้ รพ.สต.ผาบ่อง ใช้ดูแลประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก.ฟ.ผ. มอบอุปกรณ์ป้องกันยุงลาย ให้ รพ.สต.ผาบ่อง ใช้ดูแลประชาชน

ก.ฟ.ผ. มอบอุปกรณ์ป้องกันยุงลาย ให้ รพ.สต.ผาบ่อง ใช้ดูแลประชาชน17 กันยายน 2563 – 09:06 น.

ก.ฟ.ผ. มอบอุปกรณ์ป้องกันยุงลาย ให้ รพ.สต.ผาบ่อง เพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันไข้เลือดออก ที่ระบาดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ ต.ผาบ่องพบราษฎรป่วยเป็นไข้เลือดออกถึง 27 รายและทั้งจังหวัดมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 1,277 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ที่ รพ. สต. ผาบ่อง นางมนทิพย์ ชุติดำรง รักษาการหัวหน้าหน่วยบริหารและชุมชนสัมพันธ์ โครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทน ก.ฟ.ผ. ในการส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อไข้เลือดออก โดยมีนายอภิสิทธิ์ จันทร์โอภาส นายก องค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง เป็นผู้รับมอบ

และมีนางสังวาลย์ มัลลานู พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนนายอำเภอเมือง ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอเมืองผู้แทนหัวหน้าโรงไฟฟ้าดีเซลผาบ่อง ก.ฟ.ผ. นายพงศกร วงศ์สำราญ รักษาการ ผู้อำนวยการ รพ.สต.ผาบ่อง และสมาชิก อ.ส.ม. ตำบลผาบ่อง 12 หมู่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรมนายพงศกรฯเผยว่า ก.ฟ.ผ. โครงการพัฒนาสมาร์ทกริดฯได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 35,000 บาท

ให้กับศูนย์อยู่ดีมีสุข อ.บ.ต.ผาบ่องและ รพ.สต. ผาบ่องเพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันไข้เลือดออก ที่ระบาดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ ต.ผาบ่องพบราษฎรป่วยเป็นไข้เลือดออกถึง 27 ราย และพบผู้ป่วยมากที่สุดที่หมู่บ้านแม่สะกึ๊ด ใกล้กับ รพ.สต.ผาบ่องถึง 13 ราย และทั้งจังหวัดมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 1,277 ราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยอุปกรณ์ป้องกันและหยุดยั้งไข้เลือดออกดังกล่าว สมาชิก อ.ส.ม. ทั้ง12 หมู่บ้านรับไปดำเนินการแจกจ่ายและดำเนินการตามแผนเชิงรุกเพื่อหยุดไข้เลือดออกในพื้นที่ต่อไป

Cr.ภาพคุณสุวสันต์

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน