คิด…แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คิด…แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่12 กันยายน 2563 – 00:00 น.

รู้มั้ยว่า… ทำไมบรรดานักท่องเที่ยวต่างก็คิดถึง และมีจุดหมายปลายทางมาที่กระบี่ นี่ไงล่ะเหตุผล

•กระบี่ได้รับการจัดอันดับว่ามีหมู่เกาะที่สวยงามติด 1 ใน 10 ของโลก
•กระบี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โรงแรมที่พักมีให้เลือกตามแต่ละไลฟ์สไตล์ เหมาะสําหรับการพักผ่อนของทุกเพศทุกวัย
•สถานที่ท่องเที่ยวของกระบี่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดที่เงียบสงบไปจนถึงกิจกรรมแอดเวนเจอร์ 
ขี่ช้าง เดินป่า ปีนเขา หรือ แม้กระทั่งล่องเรือ ดําน้ำชมปะการัง
•ทะเล กระบี่เป็นแหล่งท่องเทียวที่บริสุทธ์ สวยงาม เป็นแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าชายเลนและเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุสัตว์น้ำที่สําคัญในภาคใต้ของไทย
•จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของวิถีชุมชน ทําให้กระบี่มีวัฒนธรรม อาหารการกินที่หลากหลาย ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพื้นเมือง เรื่อยไปจนถึงอาหารตะวันตก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติอร่อย วัตถุดิบ สดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล


อย่าปล่อยให้ความคิดถึง…เป็นเพียงแค่ความรู้สึก ทราบเหตุผลกันแล้วใครที่ “คิดถึง…ต้องไปให้ถึง” ใครที่มาแล้วก็อย่าลืม “ส่งต่อ…ความคิดถึง”ให้คนอื่นได้มาถึงกระบี่…กันนะ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมมาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติแห่งขุนเขาและสายน้ำ ไม่ว่าจะมากี่ปีก็ไม่มีเอ้าท์ จะมากี่ทีก็ไม่มีเหงา เหมาะแก่การพาครอบครัว คู่รัก หรือ Solo เดี่ยว คนเดียวก็เที่ยวได้ ตอบโจทย์ต่อการท่องเที่ยวแบบ New Normal กับมาตรการท่องเที่ยวกระบี่อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากโควิด 19 กับ 10 จุด เชคอิน กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่ ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมมาอัพสตอรี่พร้อมๆ กัน!!!

1.เกาะกาโรส (เขากาโรส) หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า “หุบผาปีศาจสองอารมณ์” หนึ่งในสิ่งสร้างสรรค์ จากธรรมชาติ “เขากาโรส” เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่ต้องแวะมา เพราะนอกจากนักเดินทางจะได้พบเจอกับกับผาหน้าปีศาจแล้ว นักเดินทางยังได้สัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์จากป่าชายเลนในบริเวณโดยรอบอีกด้วย อีกทั้งผู้ที่ชื่นชอบศิลปะต้องไม่พลาดที่จะแวะชม “ภาพเขียน 1000 ปี” ภาพเขียนที่มีอายุยาวนานราว 3000 – 5000 ปี ซึ่งอยู่ในบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ หรือที่เรียกกันว่า “แหลมท้ายแรด” 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


2.สระมรกต บ่อน้ำผุดสีเขียวเรืองรองคล้ายมรกต ของขวัญจากธรรมชาติ “สระมรกต” แหล่งรวมธรรมชาติสุดสมบูรณ์สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพต้องไม่พลาด “สระมรกต” เพราะมีมุมสวยๆ สีเขียวสดๆ รอนักท่องเที่ยวมาเปิดประสบการณ์ใหม่ เพิ่มสีสันให้มุมกล้อง อีกทั้งต้องไม่พลาด เตรียมผลัดผ้า แช่น้ำอุ่นๆ ชุ่มฉ่ำใจ

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


3.จุดชมวิวเขาหงอนนาค (อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี) จุดวัดใจ คนขาอ่อน “เขาหงอนนาค” ตั้งอยู่ในอทยานแห่งชาตินพรัตน์ธาราขหมู่เกาะพีพี เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยตลอดเส้นทาง ที่เดินขึ้นไปเพื่อสู่จุดชมวิวบนยอดเขา มีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร โดยระหว่างเส้นทางจะมีฐานต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในผืนป่า รวมทั้งหมด 13 ฐาน เช่น ฐานหม้อข้าวหม้อแกง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่มีต้นหม้อข้าวหม้อแกงขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือ ฐานที่มีมอสสีเขียวขึ้นปกคลุมพื้นหินมองดูเหมือนพรมปูพื้นสีเขียว และถึงจุดชมวิวสูงสุด จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เกาะใหญ่น้อยรอบๆ จังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


4.หาดไร่เลย์ สรวงสวรรค์สำหรับคนรักสงบ และนักปีนเขา ใครที่รักความสูงและความท้าทายพลาดไม่ได้ ต้องมาทำกิจกรรมที่นี่ หน้าผาหาดไร่เลย์ เป็นจุดปีนผา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักปีนเขาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “หาดไร่เลย์” ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่าวนาง เป็นจุดเช็คอินที่ไม่แพ้ที่อื่นๆ ในเขตจังหวัดกระบี่ ที่นี่มีหาดทรายขาวเนียน น้ำทะเลเขียวใส มีภูเขาโอบล้อมเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ที่ชอบความสงบ นอกจากน้ำสวย ทะเลใสแล้ว หาดไร่เลย์ ยังได้ชื่อว่ามี “พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามตรึงใจ” ยามเมื่อพระอาทิตย์ตก แสงแดด จะสะท้อนเงาจากหินลงไปที่อ่าวเป็นภาพที่งดงามติดอยู่ในใจมิรู้ลืม  

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


5.คลองหรูด และ คลองน้ำใส เดิมก่อนจะชื่อคลองหรูด ที่นี่มีชื่อว่าคลองหนองทะเล แต่เมื่อมีการกั้นฝายเพื่อกักเก็บน้ำ ทำให้คลองเหนือฝาย กลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ และตรงส่วนปลายฝายก็จะมีตะไคร่น้ำจับกันเป็นทาง จนทำให้กลายเป็นที่ผู้คนนิยมมาเล่นน้ำสไลเดอร์ กันสนุกสนาน และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อ “คลองหรูด” เนื่องจากภาษาใต้ คำว่า “หรูด” มีความหมายว่า “ลื่น” นั่นเอง และยังมีอีกชื่อเรียกนึง คือคลองน้ำใส เนื่องจากว่าน้ำที่นี่ใส  อีกทั้งคนชอบ “พาย” ต้องไม่พลาด เพราะที่นี่นอกจากจะมีน้ำใส ไหลเย็นเหมาะแก่การเล่นน้ำแล้ว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ นั่นก็คือ การพายเรือคายัค ชมธรรมชาติป่าพรุสองฟากฝั่ง สำหรับใครที่รักสายน้ำ ไหลเย็นฉ่ำ ต้องไม่ลืมที่จะแวะมาเช็คอินที่นี่ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


6.คลองท่าปอมหรือคลองสองน้ำ ตั้งอยู่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม เป็นลำธารสายสั้นๆ ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร กำเนิดจากแอ่งน้ำผุดบนเขาช่องพระแก้ว ไหลผ่านสระน้ำกลางป่าก่อนที่ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ที่นี่ เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศวิทยาในน้ำและบนพื้นดิน “คลองท่าปอม” ถูกเรียกว่า “คลองสองน้ำ” เนื่องจากทุกวันข้างขึ้น 12 ค่ำ ไปจนถึงข้างแรม 5 ค่ำ น้ำทะเลจะหนุนขึ้นสูงจนท่วมเข้ามาในคลองปอม ทำให้เกิดเป็นคลองน้ำกร่อย คลองแห่งนี้น้ำใสราวกระจก มองดูเป็นสีเขียวมรกต เนื่องจากมีสารละลายหินปูนหรือแคลเซียมคาร์บอร์เนตและกำมะถันปนอยู่มาก เป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งระบบนิเวศแบบป่าพรุน้ำจืด แบบพื้นที่ชุ่มน้ำ แบบป่าดิบ และแบบป่าชายเลน จึงเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งปลาน้ำจืดและน้ำกร่อย 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่

7.ดินแดงดอย แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบลหนองทะเลที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวในพื้นที่และต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มนักถ่ายภาพ และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า ชมธรรมชาติ  อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่เพียง 20 กิโลเมตร  สำหรับบรรยากาศ ดินแดงดอยสูงประมาณ 45 องศา เดินเท้า 300 เมตร ก็ถึงจุดชมวิว 360 องศา สามารถมองเห็นหุบเขาโดยรอบรวมทั้งทะเลในพื้นที่ตำบลหนองทะเล  จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถ ชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า กลางหุบเขาหนองทะเล ได้อย่างใกล้ชิด

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


8.วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่ก่อตั้งมาอย่างช้านาน เป็นที่รู้จักและได้รับความศรัทธา อย่างล้นหลามทั้งประชาชนในจังหวัดกระบี่ และจากจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต่างทยอยเข้ามาสักการะกราบไหว้อย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หลวงพ่อจำเนียร” ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือที่มีผู้คนเลื่อมใสศรัทธามาช้านาน ทำให้วัดถ้ำเสือเป็นที่โจษจันเป็นอย่างยิ่ง “วัดถ้ำเสือ” มีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ และที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด นั่นก็คือ “พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว” และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการขึ้นไปสักการะ จะต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไป 1,237 ขั้น นอกจากจะได้สักการะพระเจดีย์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวสวยๆ ในมุมกว้างได้อีกด้วย เรียกได้ว่า อิ่มบุญ อิ่มอก อิ่มใจ เพียงแค่แวะมาวัดถ้ำเสือ

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


9.มากระบี่ต้องไม่พลาด “ราชรส ติ่มซำ” ร้านติ่มซำสไตล์กวางตุ้งมีหลายเมนูให้เลือกชิม พร้อมเครื่องดื่มร้อน-เย็นอีกมากมาย สำหรับติ่มซำของร้านนี้จะเป็นแบบนึ่งสดทำสดใหม่ทุกวัน ทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา ลูกชิ้นปลา เบคอนพันเห็ด ฯลฯ นอกจากติ่มซำในเข่งที่มีวางไว้ให้เลือกแล้ว ก็ยังมีกุยช่ายไส้ต่างๆ ก๋วยเตี๋ยวหลอดนึ่งร้อนๆ ไส้ปู หมูแดง และไส้กุ้ง ใครที่เที่ยวในตัวเมืองกระบี่แล้วอยากเพิ่มพลังให้กระเพาะในยามเช้า แนะนำความอิ่มอร่อยและหลากหลายที่ร้านแห่งนี้เลย 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


10.เมื่อมื้อเช้าได้ถูกย่อย ก็มาต่อที่ร้าน คลองกรวดซีฟู้ด ร้านอาหารพื้นบ้านของกระบี่ ร้านเล็กๆ แต่ความอร่อยนี่ไม่เล็กจัดเป็นร้านยอดฮิตของเมืองกระบี่เลยทีเดียว กับบรรยากาศร้านติดลำคลอง ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าชายเลนร้านตกแต่งแบบบ้านๆ สำหรับทีเด็ดของร้านนี้นั้นคือเมนูอาหารซีฟู้ดรสชาติจัดจ้าน สไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ  หน้าตาอาหารอาจดูพื้นๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดารับรองว่าจะต้องติดใจ ขอเพิ่มอีกมื้อแน่นอน

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


กระบี่ไม่ไกลอย่างที่คิด แต่ถ้าคิด…แล้วไปให้ถึง จะเดินทางโดยรถส่วนตัว รถทัวร์ หรือสายการบิน ก็รอพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวที่กระหายความคิดถึงทุกคน …ยังมีเรื่องราว เรื่องเล่า อีกมากมายที่รอให้ไปสัมผัสกับการท่องเที่ยวตามแบบฉบับชีวิตวิถีใหม่ รักษ์ธรรมชาติ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมร่วมสนับสนุนร้านอาหาร ที่พัก โรงแรม ของพี่น้องคนไทยไปด้วยกัน เที่ยวเมืองไทยสไตล์ไหนก็เท่…ว่ามั้ย!! #คิดถึงกระบี่ #คิด…แล้วไปให้ถึง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ โทร.0-7562-2163

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 11 กันยายน 2563 – 19:00 น.

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล พัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

 
ปัจจุบันสังคมโลกได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G หนีไม่พ้น smart device ในวิถีชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในมือถืออย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีสาขาต่างๆ ทั้งวงการแพทย์ บันเทิง การผลิต การขนส่ง การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันการพัฒนาทางด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมั่นคง ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจและสังคม ก็ต้องเร่งให้พัฒนาอย่างเท่าทันและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกระแสโลกเช่นเดียวกัน 

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ได้เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเราทุกคนทุกวงการ ทั้งชีวิตส่วนตัว การทำงาน การผลิต วงการก่อสร้าง วงการอุตสาหกรรม การให้บริการ การเงิน การติดต่อสื่อสาร  ส่งผลให้ผู้ประกอบการและภาคการศึกษาต้องปรับตัว เพื่อให้เท่าทันการแข่งขัน สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นนต้องพึ่งพาเทคโนโลยียุคใหม่ในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น  
        

“สำหรับสถาบันการศึกษา ทักษะและงานแห่งอนาคต ส่วนใหญ่จะต้องทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ AI มีความชำนาญด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่งานอนาคต สถาบันการศึกษาจึงต้องเร่งปรับหลักสูตรให้เข้ากับสถานการณ์และความต้องการของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หลักสูตรวิศวกรรมระบบการผลิตขั้นสูง หลักสูตรการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม หลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงานเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบุคลากรระหว่างกัน เตรียมบัณฑิตยุคใหม่ให้พร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ วิชาการ และความเชี่ยวชาญการปฏิบัติ รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการมีบุคลากรอย่างเพียงพอในสายงานที่ประเทศชาติและทั่วโลกต้องการ ถือเป็นสร้างโอกาสการแข่งขันและการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติได้ในอนาคต” อธิการบดี กล่าว 
       

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ด้าน ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า สำนักบริหารงานวิจัยและและนวัตกรรม พระจอมเกล้าลาดกระบัง หรือ KRIS (KMITL Research and Innovation Service) ได้จัดพื้นที่ภายนอกสถาบันฯ ชื่อว่า “พื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace” เพื่อให้เป็นพื้นที่บ่มเพาะและพัฒนานวัตกร สู่การเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในธุรกิจดิจิทัล กำหนดขอบเขตการพัฒนานวัตกรรมใน 4 ด้านหลัก คือ  

1.ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาระบบ AR VR การพัฒนาโรโบติก การพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตออฟติง (IoT) การพัฒนาแอปพลิเคชัน เป็นต้น  
2.ด้านไบโอเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับสังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารและการเกษตร เป็นต้น  3.ด้านโลจิสติกส์และพลังงาน อาทิ ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบ GPS การพัฒนาพลังงานสะอาด การพัฒนาสมาร์ทซิตี้  
4.ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง แฟชั่น เป็นต้น ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ 
        

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

“พื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 อาคารเพกาซัส ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถนนสุขุมวิท ศูนย์กลางด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดพื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace เพื่อสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการในธุรกิจดิจิทัล ในอันที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยนวัตกรรม, เพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สู่การเป็นชุมชนนวัตกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้ (Acknowledge – Based – Economy), เพื่อให้ความรู้ทั้งในรูปแบบห้องเรียน เวิร์คชอป และเทรนนิ่งด้านเทคนิคและธุรกิจ สู่การสร้างสังคมผู้เชี่ยวชาญในโลกดิจิทัล (Professional Society), ส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในไทย ส่งเสริมสังคมความร่วมมือและเครือข่ายธุรกิจดิจิทัลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  
 

กลุ่มเป้าหมายของพื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace คือ นักเรียน นักศึกษา อาจารย์, บุคลากรด้านงานนวัตกรรมและงานวิจัย, สื่อมวลชน และบุคคลทั่วไป โดยความร่วมือกันระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และทรู ดิจิทัล พาร์ค  
 

“เราคาดหวังว่าศูนย์ NEXT Creatorspace จะเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย เป็นพื้นที่เผยแพร่การดำเนินงานวิจัยของบุคลากรสถาบันสู่สาธารณชนและผู้สนใจทั่วไป และเป็นพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างนักวิจัย อาจารย์ กลุ่ม start up และผู้ที่สนใจในงานวิจัย” ผศ.ดร.รัชนี เผย
        

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ภายในงานเปิดศูนย์ NEXT Creatorspace ยังได้มีเสวนาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “การขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบครบวงจรในโลกยุคดิจิทัล” จาก ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ดร.ธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Data Innovation ธนาคารกรุงไทย และ ดร. ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค อีกด้วย

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ” 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 11 กันยายน 2563 – 17:53 น.

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand)  ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ (โควิด-19)


เพื่อส่งเสริมความรู้ เพิ่มทักษะและโอกาสในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชนสตรีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจจากสถานการณ์โควิด-19 ให้มีรายได้ ในยุควิถีชีวิตใหม่  (New Normal)   คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล   ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand) ร่วมกับ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันเปิด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ (โควิด-19)” โดยมีหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การปรับแนวทางและกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ยุคโควิด 19   การปรับโมเดลธุรกิจสู่การขายและการตลาดออนไลน์ และการรณรงค์สร้างวินัยทางการออมเงิน   การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และพบพี่เลี้ยงทางธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ห้องประชุม เอ็มเอสซี ฮอลล์ (MSC Hall) โรงแรมรามาดา พลาซ่าแม่น้ำริเวอร์ไซด์ เมื่อวันก่อน

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล   ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand) และประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์  กล่าวขอบคุณ ดร.ปรเมธี  วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ที่ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการอบรมและแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ”  รวมถึง ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผศ.ดร.มานา  ปัจฉิมนันท์  คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย, ดร.อารดา มหามิตร  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, นางจรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ, นางสาวฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี และรองประธานสหพันธ์ฯ, ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ให้เกียรติมาร่วมถ่ายทอดความรู้ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาสตรีและครอบครัว  รวมทั้งผู้ประกอบการสตรีในชุมชนทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้
              

จากนั้น คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562  เป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลให้มนุษย์ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำรงชีวิตครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ ที่แตกต่างจากอดีต หรือที่เรียกว่า  New Normal ซึ่งได้มีผู้ที่เสนอแนะแนวทางปฏิบัติสำหรับชีวิตวิถีใหม่ให้แก่คนไทย  ไว้หลายประการ  เช่น การนำเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตลอดจนแพลตฟอร์มแผนธุรกิจขององค์กรต่างๆ ที่เน้นรูปแบบออนไลน์ สามารถโอนและชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ และพัฒนาโลจิสติกส์แบบเดลิเวอรี่ เพื่อให้บริการด้านความสะดวกแก่ผู้บริโภค เป็นต้น
    

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

สำหรับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ครั้งนี้ ได้แบ่งเป็น 5 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาชิกในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั่วประเทศ ผู้แทนจากชุมชนกลุ่มผู้ประกอบการสตรี ชุมชนกลุ่มวิชาชีพสตรี ทั่วประเทศ สมาชิกในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว   กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง  ของมนุษย์ทั่วประเทศ ชุมชนกลุ่มผู้ประกอบการสตรี ชุมชนกลุ่มวิชาชีพสตรี ทั่วประเทศ และประชาชนทั่วไป     การจัดอบรมครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบการสตรีอาเซียนใน 3 ประเด็นหลัก คือ  การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ (Sustainability),  การส่งเสริมธุรกิจเข้าสู่ตลาดดิจิทัล (Digitalization) และ  การส่งเสริมวินัยการเงิน (Financial Inclusion) ที่ผู้แทนเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อค้นหาแนวทางพัฒนาความก้าวหน้าของผู้ประกอบการสตรี โดย เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand) ได้เสนอแนวทางการพัฒนาโครงการรณรงค์สร้างวินัยการเงินพร้อมทั้งมอบคู่มือแนวปฏิบัติการพัฒนาโครงการ (Financial Discipline Project Development Guideline) ให้กับประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอีก 9 ประเทศ เพื่อถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมของสตรี ยกระดับสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งหารือร่วมกันในการพัฒนายุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ เพื่อสร้างแนวคิดและหนทางปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน ผู้ประกอบการขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ และสร้างเกราะป้องกันและแนะแนววิธีการแก้ไขปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ให้แก่เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศนำองค์กรก้าวผ่านพ้นวิกฤตที่รุนแรงครั้งนี้ไปด้วยกัน”
  

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

ต่อมา ดร.ปรเมธี วิมลศิริ แสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ  ว่า  “จากการที่ภาครัฐประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ ให้ทุกคนอยู่บ้าน และการเว้นระยะห่างทางสังคม มองได้ว่าเป็นการให้ภาระแก่สตรีมากขึ้น สตรีมีภาระในบ้านมากมายอยู่แล้ว เมื่อต้องอยู่บ้านก็ต้องรับภาระงานในบ้าน ดูแลคนในครอบครัวมากขึ้นกว่าปกติ กล่าวได้ว่า สตรีเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่ากลุ่มอื่น ยังไม่ต้องกล่าวถึงความเครียดที่ต้องอยู่บ้านนานๆ ไปทำงานไม่ได้ ครอบครัวขาดรายได้ อยู่ในครอบครัวที่มีผู้พึ่งพิง (เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และดูแลเด็กๆ) และต้องรับภาระค่าใช้จ่าย รวมไปถึงความรุนแรงในครอบครัว  ยังไม่นับครอบครัวที่ต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจหรือ  ขาดรายได้จากการถูกให้ออกจากงาน  ทว่าในทางกลับกัน จากมาตรการล็อคดาวน์ ก็มีข้อดีอยู่ด้วย เพราะจากการสำรวจก็พบว่า ในบางครอบครัวกลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการเพิ่มพูนรายได้ให้ครอบครัว โดยใช้ทักษะความสามารถที่มีอยู่แล้ว เช่น ทำอาหาร ขนม ทำสินค้าผลิตภัณฑ์ด้วยมือ สินค้าประดิษฐ์ต่างๆ ขายสินค้าทางออนไลน์ โดยสตรีและลูกช่วยกันผู้ผลิตสินค้า และคู่หรือสามีรับผิดชอบการขนส่งไปถึงมือลูกค้า เป็นการเพิ่มรายได้ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ครอบครัว จนกลายเป็นว่าอาชีพเสริมที่ทำช่วงโควิด กลายเป็นอาชีพหลักที่มีรายได้มากกว่างานประจำ และค้าขายออนไลน์จนสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ครอบครัวอื่นๆและชุมชน และก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ใหม่ๆ มากมายด้วยฝีมือคนไทย
    

ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต่างก็มีความตั้งใจช่วยเหลือ เยียวยาทุกกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของแต่ละภาคส่วน โดยมีจุดร่วมคือเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก หรือเศรษฐกิจในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ชุมชนมีกำลังใจต่อสู้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤตโควิด-19 และประชาชน โดยเฉพาะสตรีในชุมชน มีกำลังใจ มีความมุ่งมั่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองในทางที่ดีขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว สำหรับการจัดโครงการอบรมในครั้งนี้หวังว่า ผู้เข้าร่วม จะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในยุคของวิถีชีวิตใหม่ ทั้งการวางแผนธุรกิจ การตลาด การเงิน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางที่ดีขึ้น สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับครอบครัว และกลุ่มอาชีพตนเอง และสามารถนำความรู้ไปขยายผลต่อให้สมาชิกกลุ่มอาชีพและในชุมชนได้” ดร.ปรเมธี วิมลศิริ  กล่าว
 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กล่าวถึงความร่วมมือ 6 ภาคี เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมาของการตกลงความร่วมมือ และบรรยายพิเศษ เรื่อง “รู้เรื่องเงินเปลี่ยนชีวิต ฝ่าวิกฤติอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว เสริมศักยภาพสตรีให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จากระดับบุคคลสู่ครัวเรือนและชุมชน ที่สำคัญเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงปลอดจากภาระหนี้สิน


“โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ด้านการวางแผนการเงินการลงทุน แก่บุคลากรและสมาชิกของภาคีเครือข่าย ให้สามารถบริหารจัดการ วางแผน และเก็บออมเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณ และเพื่อให้เป็นโครงการนำร่อง ในการรณรงค์ให้เกิดกระแสการสร้างวินัยทางการเงินแก่องค์กรสมาชิกตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน จากความสำเร็จของโครงการฯ ทำให้มีภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ 144 บริษัท สร้าง “วิทยากรพี่เลี้ยงทางการเงิน” 1,071 คน ที่สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับ ไปเผยแพร่อีกกว่า 3,492 คน ทำให้มีผู้ได้รับสื่อความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนออนไลน์ 238,192 คน ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อธุรกิจและบุคคล ยังทำให้เราเห็นว่า ทักษะด้านวางแผนการเงินมีความสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยให้แต่ละคนสามารถบริหารจัดการชีวิต ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และพร้อมรับมือกับความผันผวน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ซึ่งจากการดำเนินโครงการในครั้งนี้ จึงเชื่อมั่นได้ว่าทุกท่านจะได้นาองค์ความรู้ ไปต่อยอดขยายผลได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเงินในทุกระดับ จากบุคคล สู่ครัวเรือนและชุมชน อันนาไปสู่การเป็นรากฐานที่มั่นคง ให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของไทยต่อไป” ดร.ภากร กล่าว
 

ในฐานะที่ปรึกษาสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางจรรย์สมร วัธนเวคิน  กล่าวถึงการ “สร้างพลังและกระตุ้นแรงจูงใจแห่งความสำเร็จ หรือทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จ” ซึ่งให้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ว่า เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจในการมุ่งมั่นดำเนินการให้เกิดเป็นผลสำเร็จได้นั้น ต้องประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ คุณสมบัติของสตรี, การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย และ ใจที่พร้อมสู้ 
 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

“เมื่อกล่าวถึง คุณสมบัติของสตรี ประกอบด้วย ความเข้มแข็ง, เคารพตัวเอง, พึ่งตัวเองได้, ตระหนักในความเป็นแม่, มีบทบาทต่อสังคมและประเทศ และสนในกิจกรรมของสตรีระหว่างประเทศ สำหรับหลักประการที่สอง นั่นคือ การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า คนต่างวัยสามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ยกตัวอย่าง คน 3 วัย ได้แก่ วัยวัฒนา คือผู้สูงอายุ ทำหน้าที่เป็นคลังสมอง, วัยพัฒนา คือผู้ที่กำลังทำงาน เป็นคลังปัญญา และ วัยก้าวหน้า คือผู้เริ่มทำงาน ซึ่งมีความสันทัดด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์การสื่อสาร ถือเป็นคลังอนาคต เป็นกลุ่มคนยุคใหม่ที่จะเป็นผู้สืบทอดที่มีคุณภาพและเป็นความหวังของสังคม ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้อาวุโสต้องมีเมตตาและให้อภัย ในขณะเดียวกันผู้เยาว์ก็ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเคารพและความกตัญญู มาถึงหลักการที่สาม ใจพร้อมสู้ นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะใจที่คิดสู้จะทำให้มีความกระตือรือร้น, มีความมุ่งมั่น, มีความยืนหยัด, มีความรับผิดชอบ, มีวินัย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของผู้คนรอบตัว” นางจรรย์สมร กล่าวพร้มอกับย้ำข้อคิดว่า ในวิกฤตจะมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ เมื่ออยากก้าวหน้าต้องหาโอกาส อยากประสบความสำเร็จ

“จูน สาวิตรี” ชวนชิม “ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย” กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จูน สาวิตรี” ชวนชิม “ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย” กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี

"จูน สาวิตรี" ชวนชิม "ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย" กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี 11 กันยายน 2563 – 15:31 น.

เป็นสาวสวยที่ชื่นชอบรับประทานขนมเป็นที่สุด สำหรับ จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์ พิธีกรสาวชื่อดังมากความสามารถ ล่าสุดขอต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยการมาชิม ช้อป ขนมไหว้พระจันทร์ สูตรโบราณกว่า 60 ปี  ที่ Eathai (อีทไทย) ชั้น LG เซ็นทรัลเอ็มบาสซี  

โดยในปีนี้ Eathai (อีทไทย)ได้คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์-สูตรโบราณกว่า 60 ปี มาให้เลือก 8 รสชาติ ไม่ว่าจะป็น ไส้โหงวยิ้ง สูตรดั้งเดิม มีส่วนประกอบอย่างถั่วและธัญพืช ที่มีความหมายมงคล ไส้โหงวยิ้งไข่เค็ม เติมความอร่อยด้วยไข่แดง ไส้ทุเรียน ขนมไหว้พระจันทร์เหนียว นุ่มและหอม สอดไส้ด้วยทุเรียนหมอนทองชั้นดี ไส้ทุเรียนไข่เค็ม ตัดรสหวานของทุเรียนด้วยไข่แดงเค็มชั้นดี ไส้เมล็ดบัว คัดสรรเมล็ดบัวหลวงคุณภาพ กวนอย่างพิถีพิถัน ไส้เมล็ดบัวไข่เค็ม เมล็ดบัวหลวงคัดพิเศษจับคู่ไข่เค็มชั้นดี ตบท้ายด้วย ไส้งาดำ งาดำคั่วหอมกรุ่น เนื้อเนียนนุ่ม ดีต่อสุขภาพ ผสมเมล็ดบัวหลวงคัดพิเศษ และ ไส้งาดำไข่เค็ม เพิ่มความละมุนด้วยไข่แดงเค็มสูตรพิเศษที่ใครได้ลิ้มลองต้องติดใจ

"จูน สาวิตรี" ชวนชิม "ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย" กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี


จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์ พิธีกรสาวเผยว่าชอบรับประทานขนมหรืออาหารที่มีในช่วงเทศกาลต่างๆ เนื่องจากมีความพิเศษหารับประทานได้เฉพาะตามฤดูกาลเท่านั้น 


“ในหน้าร้อนจะมีเทศกาล ข้าวแช่ หรือ บ๊ะจ่าง ซึ่งทุกเทศกาลจะมาพร้อมกับขนมหรืออาหารที่หารับประทานไม่ได้ตามฤดูกาล เช่นเดียวกับ ขนมไหว้พระจันทร์  ในแต่ละปีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร จะมีขนมไหว้พระจันทร์ของตัวเองออกมา ซึ่งตอนนี้การรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ไม่ใช่แค่ชาวเอเชียเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแบรนด์ระดับโลกทุกแบรนด์จะมีขนมไหว้พระจันทร์ให้ลูกค้า โดยจะมีแพคเกจจิ้ง ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์กลายเป็นขนมในระดับโลกไปแล้ว ขนมไหว้พระจันทร์ยังมีเรื่องราวความเป็นศิลปะอยู่ด้วย เพราะบล็อคขนมไหว้พระจันทร์เป็นบล็อคไม้ มีการแกะสลักลายเพื่อปั๊มขนมออกมาเป็นลายสวยงาม และบล็อคยังบ่งบอกปี ค.ศ.ผ่านเรื่องราวขนมที่เรารับประทานอีกด้วย แต่ขนมไหว้พระจันทร์ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาไปเยอะมาก มีไส้ให้เลือกรับประทานหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความชอบของเราค่ะ”  

"จูน สาวิตรี" ชวนชิม "ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย" กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี

จูนเผยต่อว่า  “สำหรับจูนชอบไส้ทุเรียนไข่เค็ม ปกติไม่ชอบกินทุเรียนสด คือรับประทานได้แต่ไม่ชอบ แต่ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนชอบมากค่ะ เหตุผลที่ชอบเพราะไส้ทุเรียนไข่เค็มมีเสน่ห์ตรงที่มีความหนึบ จะมีรสและกลิ่นเฉพาะตัวของทุเรียน เมื่อรวมกับแป้งที่ห่อหุ้มไส้อยู่ด้านนอกมีความลงตัวและเข้ากันมาก ซึ่งที่  Eathai (อีทไทย) มีไส้ให้เลือกหลากหลายถึง 8 รสชาติ คือ ไส้โหงวยิ้ง ไส้โหงวยิ้งไข่เค็ม ไส้ทุเรียน ไส้ทุเรียนไข่เค็ม ไส้เมล็ดบัว ไส้เมล็ดบัวไข่เค็ม ไส้งาดำ และ ไส้งาดำไข่เค็ม ส่วนกล่องใส่ขนมไหว้พระจันทร์ก็สวยและน่ารักมาก มีทั้งรูปการ์ตูน และลายกล่องดั้งเดิมสีแดงทอง สามารถเป็นของขวัญโดยไม่ต้องห่อได้เลย อีกทั้งเป็นกล่องกระดาษ ลดโลกร้อนด้วยค่ะ จูนอยากเชิญชวนทุกท่านมาชิมขนมไหว้พระจันทร์ที่ Eathai  เซ็นทรัลเอ็มบาสซี เพราะที่นี่มีให้เลือก 8 รสชาติ ขนมแต่ละชิ้นใหม่สดทุกวัน สามารถซื้อไปรับประทานหรือเป็นซื้อให้คนที่เรารักได้เลย ซึ่งจะมีจำหน่ายถึงวันที่ 1 ต.ค.นี้ ค่ะ”   

"จูน สาวิตรี" ชวนชิม "ขนมไหว้พระจันทร์ อีทไทย" กับสูตรต้นตำรับที่ใส่ใจมากว่า 60 ปี


พิเศษ! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 ต.ค.63 รับสิทธิ์แสตมป์ชื่อหรือโลโก้ที่กล่องฟรี (เมื่อสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ 50 กล่องขึ้นไป) สำหรับใครกำลังมองหาขนมไหว้พระจันทร์ สามารถสั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 ต.ค. 63 ที่ Eathai  ชั้น LG เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ขนมไหว้พระจันทร์บรรจุในกล่อง 6 ชิ้นเล็ก ราคา 595 บาท และบรรจุในกล่อง 4 ชิ้นใหญ่ ราคา 760 บาท (สามารถเลือกคละไส้ได้)หรือราคาแต่ละชิ้น  เรียกได้ว่าหากต้องการขนมไหว้พระจันทร์สูตรและรสชาติดั้งเดิมจริงๆ ห้ามพลาดกับขนมไหว้พระจันทร์ของ Eathai สอบถามเพิ่มเติม โทร 0 2160 5995 หรือ Line: @eathaibycentral

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก “เทศกาลขนมจีน” ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก “เทศกาลขนมจีน” ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก "เทศกาลขนมจีน" ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ11 กันยายน 2563 – 12:57 น.

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก “เทศกาลขนมจีน” ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ โดยลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิม ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว ดูอบอุ่นและรื่นรมย์ขณะรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กัน


หากกล่าวถึงต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อพรีเมียมเจ้าแรกในประเทศไทยคงไม่มีใครไม่รู้จักร้าน โพรวองซ์ ที่ใครๆ ก็รู้จักในชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวเรือโพรวองซ์” เพราะไม่เพียงรสชาติของน้ำซุปที่กลมกล่อมชนิดลอกเลียน แบบไม่ได้แล้ว วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันยังทำให้เมนูนี้ครองใจนักชิมมาจนถึงปัจจุบัน แต่นอกเหนือจากก๋วยเตี๋ยวเรือแล้ว ร้านโพรวองซ์ ยังมีเมนูพิเศษที่เปลี่ยนไปในแต่ละเดือนอีกด้วย โดยลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิม ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว ดูอบอุ่นและรื่นรมย์ขณะรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กัน

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก "เทศกาลขนมจีน" ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ

สำหรับเดือนกันยายน – ตุลาคมนี้ทางร้านได้จัดให้มี “เทศกาลขนมจีน” โดยรวบรวมต้นตำรับขนมจีนน้ำยาต่างๆ จากแต่ละท้องถิ่นมารวมไว้ให้ลูกค้าเลือกรับประทาน ได้แก่ ขนมจีนน้ำยาปู ที่เข้มข้นด้วยเครื่องแกงรสจัดจ้านและปูเนื้อแน่นเต็มคำ, ขนมจีนน้ำเงี้ยว สูตรดั้งเดิมแบบล้านนา หวานกลมกล่อมด้วยน้ำต้มกระดูกหมู และส่วนผสมสำคัญอย่างดอกงิ้วที่เคี่ยวจนอร่อยได้ที่, ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่  ถึงเครื่องด้วยพริกแกงเขียวหวาน หอมกะทิและเผ็ดร้อนกำลังดี, ส่วนใครที่ชอบรสเผ็ดจัดจ้านต้องลอง ขนมจีนแกงไตปลา นอกจากนี้ยังมี ขนมจีนน้ำพริกกุ้ง ขนมจีนน้ำยาปลา ขนมจีนแกงเผ็ดเป็ดย่าง และขนมจีนซาวน้ำ เป็นต้น ซึ่งรับรองว่าครบเครื่องความอร่อยของน้ำยาครบทุกภาคจริงๆ
          

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก "เทศกาลขนมจีน" ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ

ขนมจีนเป็นอาหารคาวอย่างหนึ่งของไทย ประกอบด้วยเส้นเรียกว่า เส้นขนมจีน และ น้ำยา หรือน้ำยาขนมจีน เป็นที่นิยมของทุกท้องถิ่นของไทยแต่มีการปรุงน้ำยาที่แตกต่างกันไป แม้ว่าขนมจีน จะมีคำว่า “ขนม” แต่ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับขนมใดๆ หรือแม้จะมีคำว่า “จีน” ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาหารของจีนเช่นกัน แต่สันนิษฐานว่า คำว่า “จีน” ที่ต่อท้ายน่าจะมาจากมอญซึ่งเรียกขนมจีนว่า “คนอมจิน” เพราะแท้จริงแล้วขนมจีนเป็นอาหารของคนมอญ ซึ่งคำว่า คนอม ในภาษามอญหมายถึงอาหารที่ทำจากแป้ง 
       

ทุกวันนี้ขนมจีนมีความแพร่หลายเป็นอย่างมากและสามารถหารับประทานได้ทั่วไป ในส่วนของน้ำยาขนมจีนมีลักษณะคล้ายน้ำแกง ไม่เหลวจนเกินไปและใช้ราดไปบนเส้นขนมจีนซึ่งน้ำยาในแต่ละท้องถิ่นจะแตกต่างกันไป เช่น น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก น้ำแกง น้ำเงี้ยว แกงไตปลา ซาวน้ำ เป็นต้น
         

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก "เทศกาลขนมจีน" ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ

สนใจลิ้มรสชาติและอิ่มอร่อยไปกับขนมจีนน้ำยาต้นตำรับจากแต่ละท้องถิ่นของไทยใน “เทศกาลขนมจีน” ตั้งแต่เดือนกันยายน – ตุลาคมนี้ ที่ร้านอาหารโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ (ชั้น L) หรือติดตามความอร่อยของร้านโพรวองซ์ได้ที่โทร.0-2656-1438 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11:30 – 20:00 น.

คอขนมจีนกรี๊ดหนักมาก "เทศกาลขนมจีน" ร้านโพรวองซ์ เกษรวิลเลจ

น่าเป็นห่วง ภาวะซีดเพราะขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก 1-3 ปี ส่งผลไอคิวลดลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

น่าเป็นห่วง ภาวะซีดเพราะขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก 1-3 ปี ส่งผลไอคิวลดลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน

น่าเป็นห่วง ภาวะซีดเพราะขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก 1-3 ปี ส่งผลไอคิวลดลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน11 กันยายน 2563 – 12:15 น.

กุมารแพทย์แสดงความกังวลต่อภาวะโภชนาการเด็กเล็กวัย 1-3 ปี ระบุปัญหาภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กไม่ได้จำเพาะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่ขาดแคลนอาหารคุณภาพ แต่ยังพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กเล็กเขตเมืองที่มีความสมบูรณ์ของแหล่งวัตถุดิบและคุณภาพอาหาร      

ปัจจุบันหลายครอบครัวไม่พยายามเข้าใจว่าปัญหานี้เกิดขึ้นได้แม้ลูกจะเป็นเด็กกินเก่ง  ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การจัดเตรียมอาหารของพ่อแม่ที่ยังขาดความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการในแต่ละช่วงวัย ทำให้มีโอกาสที่เด็กจะได้รับสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตไม่ครบถ้วนเพียงพอ ผลกระทบระยะยาวหากปล่อยให้เด็กขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานานจะมีผลต่อพัฒนาการด้านไอคิวที่จะลดลงเมื่อเด็กโตเข้าสู่วัยเรียน     

น่าเป็นห่วง ภาวะซีดเพราะขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก 1-3 ปี ส่งผลไอคิวลดลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน

ผศ.นพ.วรวุฒิ  เชยประเสริฐ  กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์โรคโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา (รามาธิบดี) หรือหมอวิน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “เลี้ยงลูกตามใจหมอ” กล่าวว่า ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กยังพบได้มากในกลุ่มเด็กเล็กช่วงวัย 1 ปีขึ้นไป เป็นภาวะทุพโภชนาการที่ภาครัฐมีความกังวลเพราะเกิดขึ้นไม่เฉพาะกับเด็กที่อาศัยในท้องถิ่นห่างไกลความเจริญ หรืออยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหาร หรือแหล่งอาหารด้อยคุณภาพ แม้แต่เด็กในเขตเมืองที่มีความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและมีคุณภาพอาหารที่ดีก็ยังพบเจอปัญหาโภชนาการในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก สำหรับเด็กในเขตเมือง ภาวะทุพโภชนาการที่เกิดขึ้นนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการดูแลและจัดเตรียมอาหารให้ลูกโดยขาดความรู้ที่ถูกต้องด้านโภชนาการตามช่วงวัย
        

“การที่พ่อแม่พบว่าลูกเมื่ออายุครบขวบไปแล้วกลายเป็นเด็กกินยาก เลือกกินอย่างนั้น ไม่กินอย่างนี้  จนคิดว่านี่คือปัญหาของลูก ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการกินที่ลูกแสดงออกมานั้นเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ในช่วงวัยก่อนหน้านั้น เมื่อต้องมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของลูกในวัยเด็กเล็กซึ่งโดยธรรมชาติเป็นวัยที่รู้จักการปฏิเสธอาหาร รู้จักเลือกสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ มันจึงกลายเป็นปัญหาที่พ่อแม่จำเป็นต้องปรับแก้ที่ตัวเองก่อนเพื่อสร้างวินัยการกินให้ลูก  ขณะเดียวกันเหตุจากการที่พ่อแม่อาจไม่ทราบข้อมูลความรู้ด้านโภชนาการตามวัยที่ถูกต้องก็เป็นที่มาของภาวะทุพโภชนาการในวัยเด็กเล็กและหนึ่งในปัญหานั้นคือ ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก” คุณหมอ กล่าว
จริงหรือไม่? ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กทำให้เด็กไอคิวต่ำ
           

น่าเป็นห่วง ภาวะซีดเพราะขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก 1-3 ปี ส่งผลไอคิวลดลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน

คุณหมอวินอธิบายว่า มีความเป็นไปได้หากปล่อยให้เด็กขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานานต่อเนื่องตั้งแต่วัยทารกมาจนถึงวัยเด็กเล็กและไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยเรียนจะพบว่าเด็กมีไอคิวลดลง เพราะธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนถ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสมอง ภาวะซีดหมายถึงจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง เมื่อสมองได้รับออกซิเจนน้อยลง พัฒนาการด้านความคิดการจดจำจะช้าลงไปด้วย การเจริญเติบโตด้านร่างกายก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
        

ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กมีสาเหตุมาจากการที่เด็กกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน และภาวะนี้เกิดขึ้นได้เช่นกันในเด็กที่กินเก่งกินดีในสายตาพ่อแม่ ผลคือคนในสังคมเมืองใหญ่ยังไม่ค่อยมีความตระหนักถึงปัญหานี้เพราะลักษณะทางกายภาพของลูกไม่ได้มีข้อบ่งชี้ชัดเจน แต่จะทราบได้แน่ชัดว่าลูกวัยเด็กเล็กมีภาวะซีดหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจเช็คโดยการเจาะเลือด ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จึงเริ่มมีการคัดกรองภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป และพบว่าเป็นภาวะที่เจอได้บ่อย แสดงให้เห็นว่า ปัญหาด้านโภชนาการอาจจะเริ่มในช่วงวัย 6-12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มต้นการกินอาหารที่ไม่ใช่นมได้ตามวัยอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ และเพิ่มเป็น 2 มื้อเมื่ออายุ 8-9 เดือน จากนั้นเป็น 3 มื้อในช่วงอายุ 11-12 เดือน อาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ได้แก่ ปลา อาหารทะเล เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เช่น ตำลึง คะน้า ผักโขม ถั่วดำ ถั่วแดง อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมเสริมสารอาหารที่มีการเติมวิตามินและธาตุเหล็ก คำถามคือ คุณพ่อคุณแม่ดูแลและจัดเตรียมอาหารตามวัยได้อย่างถูกต้องหรือไม่ จัดให้กินได้ครบสัดส่วนอาหารห้าหมู่หรือไม่ คุณหมอจึงแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เรียนรู้ข้อมูลด้านโภชนาการและการจัดเตรียมอาหารตามวัยที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

พ่อแม่จะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร?
เมื่อมีการคัดกรองและพบปัญหา การรักษาทำได้ด้วยการให้เด็กกินยาเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งเท่านั้น ขณะเดียวกันพ่อแม่ต้องปรับการจัดเตรียมอาหารและสร้างนิสัยการกินที่ถูกสุขภาวะให้ลูกไปพร้อมกันด้วยเพื่อไม่ให้เกิดภาวะซีดได้อีกในช่วงวัยสำคัญที่ร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าจะป้องกันไม่ให้ลูก ประสบภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องรู้และเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการจัดเตรียมอาหารตามช่วงวัย  มีหลักการที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละครอบครัวก็คือ อาหารหลักในทุกมื้อของลูกควรเป็นอาหารครบคุณค่าห้าหมู่ให้ลูกกินอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อและกินนมวันละ 2-3 แก้ว ไม่ควรกินนมมากไปกว่านี้ในแต่ละวัน  
        

“สำหรับคำแนะนำ หากต้องเลือกนมให้ลูกวัยเด็กเล็ก 1-3 ปีกินเป็นมื้อเสริมในแต่ละวัน มีตัวเลือกระหว่างนมวัว 100% (Whole Milk) กับนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี หรือในทางวิชาการจะเรียกนมในกลุ่มนี้ว่า Young Child Formula (YCF) คุณหมอให้คะแนนมากกว่าในการเลือกนมเสริมสารอาหาร เพราะถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งสำหรับเด็กเล็ก สารอาหารต่างๆ ในกลุ่มวิตามินแร่ธาตุที่มีการเติมลงไปในนมประเภทนี้อยู่ในปริมาณที่มีการวิจัยมาแล้วว่าเหมาะสม เพราะในช่วงวัยหนึ่งปีขึ้นไปซึ่งเด็กยังต้องฝึกการกินอย่างมีคุณภาพ โอกาสที่จะได้รับสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอย่อมมี การกินนมเป็นมื้อเสริมในแต่ละวันก็มีส่วนช่วยให้เด็กได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนมากขึ้นทั้งสารอาหารหลักกลุ่มโปรตีน ไขมันและคาร์โบเฮเดรต รวมทั้งสารอาหารรองในกลุ่มวิตามินแร่ธาตุ นมเสริมสารอาหารที่เติมธาตุเหล็กก็เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่ง และเมื่อลูกอายุสองขวบไปแล้ว  สามารถกินอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อได้ดีขึ้น ค่อยเปลี่ยนมากินนมวัว 100% ได้เพราะโภชนาการจากนมที่เด็กจะได้รับเพิ่มจากการกินปกติในมื้อหลักคือโปรตีนและแคลเซียมที่เพียงพอเพื่อช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตตามช่วงวัย “ ผศ.นพ.วรวุฒิ ชี้ชวน

คุณตาหัวใจเทวดานำทีมคนใจบุญ มอบทุนศึกษา อาหารกลางวัน ถุงยังชีพ ช่วยเด็กยากไร้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คุณตาหัวใจเทวดานำทีมคนใจบุญ มอบทุนศึกษา อาหารกลางวัน ถุงยังชีพ ช่วยเด็กยากไร้

คุณตาหัวใจเทวดานำทีมคนใจบุญ มอบทุนศึกษา อาหารกลางวัน ถุงยังชีพ ช่วยเด็กยากไร้

11 กันยายน 2563 – 09:22 น.

คุณตาหัวใจเทวดานำทีมคนใจบุญสุโขทัย มอบทุนศึกษา อาหารกลางวัน ถุงยังชีพ และจัดเลี้ยงไอศกรีมนักเรียน 48 คน ที่โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ และแสดงดนตรีสร้างความสุขสนุกสนานแก่เด็กๆ

วันที่ 10 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวัลลภ พุ่มแฟง ฉายาคุณตาหัวใจเทวดา อายุ 73 ปี ชาว อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ทำไม้กวาดเอามานั่งขายที่หน้าเซเว่นฯ ปั๊มน้ำมัน ปตท.กงไกรลาศ ตลอด 1 ปี 2562 ที่ผ่านมา ได้กำไรทั้งหมด 120,000 กว่าบาท แล้วนำไปมอบเป็นทุนการศึกษา เลี้ยงอาหารกลางวัน แก่เด็กๆ ใน 9 อำเภอ 9 โรงเรียน รวมทั้งช่วยเหลือคนจน คนพิการ และคนถูกไฟไหม้บ้านด้วยนั้น

ล่าสุด หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเบาบางลง ทำให้คุณตาวัลลภกลับมานั่งขายไม้กวาดได้อีกครั้ง และรวบรวมกำไรได้ 10,000 กว่าบาท รวมกับผู้ใจบุญช่วยสมทบมาอีก 6,000 คุณตาหัวใจเทวดาก็รีบเอามาเลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน 56 คน ที่โรงเรียนวัดสงฆาราม ต.กง อ.กงไกรลาศ

โดยมีพระอธิการจีระศักดิ์ จิรวังโส (พระโทนสะพานบุญ) เจ้าอาวาสวัดศรีนิโครธาราม อ.ศรีสำโรง พร้อมด้วย น.ส.อนุสรา (เปิ้ล) เกิดสน นักร้องสาวเสียงดี, เอ้-โรงข้าวคั่วสำอางค์, โรงปลาร้าเจ๊ละออง และ เท่ห์-ณพดลซาวด์ นำถุงยังชีพกว่า 100 ถุง ทุนการศึกษา 500 บาท 10 ทุน คัพเค้ก ไอศกรีม มาสมทบร่วมบุญครั้งนี้ด้วย

รวมทั้งได้มอบถุงยังชีพ และจัดเลี้ยงไอศกรีมนักเรียน 48 คน ที่โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ และแสดงดนตรีสร้างความสุขสนุกสนานแก่เด็กๆ โดยมีนายอดิวิชญ์ ทองหล่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสงฆาราม, เจ้าอาวาสวัดสงฆาราม และพนักงาน อบต.กง มาร่วมงานนี้ด้วย

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

กำแพงเพชร แถลงข่าวการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กำแพงเพชร แถลงข่าวการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี2563

กำแพงเพชร แถลงข่าวการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี256310 กันยายน 2563 – 12:00 น.

จังหวัดกำแพงเพชรจัดแถลงข่าวการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2563 ในระหว่าง วันที่ 17-26 กันยายน 2563 รวม 10 วัน 10 คืน

เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 13.30 น ณ ลานกิจกรรม ห้างท๊อปมาร์เก็ต ชั้น 1 ห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์กำแพงเพชร นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี 2563 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง ประจำปี 2563 ในวันที่ 17-26 กันยายน 2563 รวม 10 วัน 10 คืน

ทั้งนี้การจัดงานประเพณีสารทไทยกล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงเพชร ประจำปี 2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรของเกษตรกร และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร ส่งเสริมกิจกรรมการทำบุญตักบาตรในวันสารทไทย การทอดผ้าป่าแถวแห่งเดียวในโลก ส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ของเกษตรกรการปลูกกล้วยไข่ในพื้นที่ตลอดจนนำสินค้า พืชผลทางการเกษตรมาร่วมจำหน่ายภายในงาน

โดยกิจกรรมการจัดแถลงข่าวมีการนำเสนอกรอบแนวทางการดำเนินการจัดผังการการจัดงานฯ และการชี้แจงแนวทางการดำเนินการจัดงานฯ เช่น การเตรียมจัดนิทรรศการการแสดงผลงานทางการเกษตรและของดีเมืองกำแพงเพชร การจัดขบวนแห่ในช่วงพิธีเปิดงาน การจัดประกวดธิดากล้วยไข่ การเตรียมจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าแถว กวนกระยาสารทกระทะหลวง แนวทางการจัดงานแถลงข่าว การประชาสัมพันธ์การจัดงาน แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อไวรัสโควิท-19 เป็นต้น

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

“อุษณีย์ จันทร์สุริยา” ปลื้มคว้ารางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านถ้วยพระราชทาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อุษณีย์ จันทร์สุริยา” ปลื้มคว้ารางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านถ้วยพระราชทาน

"อุษณีย์ จันทร์สุริยา" ปลื้มคว้ารางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านถ้วยพระราชทาน

9 กันยายน 2563 – 14:19 น.

“อุษณีย์ จันทร์สุริยา” ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.พะเยาพิทยาคม ปลื้มคว้ารางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (9 กันยายน 2563) ที่หอประชุม ร.ร.พะเยาพิทยาคม อ.เมือง จ.พะเยา นายกมล เชียงวงค์ ผวจ.พะเยา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน แด่นางอุษณีย์ จันทร์สุริยา ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.พะเยาพิทยาคม ตามประกาศของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมีหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเพื่อนข้าราชการครูมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

นางสายรุ้ง ธาดาจันทน์ วัฒนธรรมจังหวัดพะเยา กล่าวว่า รางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน เกิดขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 ม.ค.2561 เห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ. 2560-2564 โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ชุมชน และท้องถิ่น และบุคคลได้มีบทบาทในการขับเคลื่อน ส่งเสริม และสร้างกระแสรณรงค์การส่งเสริมการอ่าน ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การจัดหาสื่อการอ่านที่มีคุณภาพและเหมาะสมในทุกช่วงวัย การสร้างห้องสมุด หรือแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อสร้างสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างทุนมนุษย์ให้มีสมรรถนะความสามารถทั้งในด้านการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้รณรงค์ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินโครงการยกย่องบุคคล  องค์กรต้นแบบ เพื่อช่วยสร้างขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ที่เป็นกำลังสำคัญ ในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านในสังคมไทย ซึ่งคุณครูอุษณีย์ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนกระทั่งได้รับการพิจารณาให้รับรางวัลบุคคลส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านฯประจำปี 2562 ดังกล่าว

ด้านนางอุษณีย์  เปิดเผยว่ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่มีโอกาสได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติของตนเอง ครอบครัวและความเป็นครูบรรณารักษ์อย่างหาที่สุดไม่ได้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่และจะพยายามศึกษาเทคนิควิธีการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาให้นร.ได้หันมาสนใจในการอ่านหรือรักการอ่านหนังสือให้มากขึ้นกว่าเดิม และพร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือโรงเรียน องค์กรใดๆที่ต้องการวิธีส่งเสริมการอ่านในองค์กรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

เชียงใหม่ 25 อำเภอพบผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ 25 อำเภอพบผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย

เชียงใหม่ 25 อำเภอพบผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย9 กันยายน 2563 – 09:21 น.

เชียงใหม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเกิน 2 พันราย ดับ 1 อสมแต่ละพื้นที่ ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.เมือง อ.สันทราย และ อ .หางดง ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอาย

วันที่ 8 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชุมชนรถไฟ แขวงกาวิละ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และกลุ่ม อสม.ในชุมชนรถไฟ ได้ระดม กำลังลงพื้นที่ ออกทำลายลูกน้ำยุงลาย อันเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก แม้ว่าจะยังไม่มีการระบาดของโรคก็ตามในชุมชนเพื่อป้องกันไว้ก่อน และให้ความรู้แก่ชาวชุมชนให้ตระหนักถึงโรคร้าย โดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่กำลังและนำทรายทีมีฟอส ไปใส่ตามน้ำขัง และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนระวังไข้เลือดออกระบาด ประเทศไทย มีการคาดการณ์มาตั้งแต่ต้นปี 2563 แล้วว่า จะมีการระบาดหนัก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนเป็นช่วงระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงต้องดำเนินการและติดตามสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด

จากการเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยสะสมมากว่า 2130 รายแล้ว รวมสถิติทั้ง 25 อำเภอ พบผู้เสียชีวิต 1 คน อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.เมือง อ.สันทราย  และ อ.หางดง  ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน และไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการวินิจฉัยช้า อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้มีภาวะแทรกซ้อนและเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกัน ทั้ง 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากพบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ไม่สามารถกำจัดได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. ในเขตพื้นที่ของท่าน เพื่อดำเนินการกำจัดต่อไป สำหรับการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยภายในบ้าน และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง รวมทั้งการเลี้ยงปลาหางนกยุง การใช้ทรายทีมีฟอส และขัดทำความสะอาดภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ ทุก 7 วัน จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้.นอกจากนี้ ทางนายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สว.เชียงใหม่ นายไทณ์ โรจน์รัตนจินดา อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมสมาชิกเชียงใหม่คุณธรรมมอบถุงยังชีพเป็นกำลังใจให้กับ อสม.ในชุมชนรถไฟที่ปฎิบัติหน้าที่ อย่างเข้มข้น

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่