คณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานศึกษาดูงาน ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานศึกษาดูงาน ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

คณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานศึกษาดูงาน ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา8 กันยายน 2563 – 12:02 น.

เทศบาลเมืองกำแพงเพชรต้อนรับคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อศึกษาดูงาน ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 นางโชติกา ฐิตะชนภัค รองนายกเทศมนตรี เมืองกำแพงเพชร ได้รับมอบหมายจากนายชัยวัฒน์ ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร เป็นประธานในการต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้ง 15 จังหวัด ร่วมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลฯ ปลัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนการงาน และผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชรเข้าร่วม

เนื่องด้วยสำนักงานคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ตำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาโดยกำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติการเรียนรู้ในสภาพจริง (Authentic Learning) ระหว่างวันที่ 1 – 15 กันยายน 2563

ทั้งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้เลือกให้โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) ในสังกัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร เป็นสถานที่ศึกษาดูงานในการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้ในสภาพจริง โดยมีคณะผู้ศึกษาดูงาน จำนวน 20 คน โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้รับประกาศให้เป็นสถานศึกษาพอเพียงกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้รับเกียรติ มีโอกาสต้อนรับการศึกษาดูงาน ของการดำเนินงานประจำศูนย์ฝึกปฏิบัติการเรียนรู้ในสภาพจริง ของตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังคัตคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในครั้งนี้ซึ่งโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) โดยการนำของ นายธวัชเทพยุหะ ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญเป็นโรงเรียนที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับการบริหารงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างยั่งยืนจนเป็นที่ยอมรับของสถานศึกษาหลายแห่ง เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับปฐมวัย และประถมศึกษา มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 555 คน ซึ่งการนำเสนอในครั้งนี้จะมีสาระสำคัญดังนี้ 1. การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับอนุบาล 2. ฐานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4 ฐาน ประกอบด้วย ฐานที่ 1 : ฐานการเรียนรู้ศิลปะพอเพียง ฐานที่ 2 : ฐานการเรียนรู้การจัดการวัสดุเหลือใช้ ฐานที่ 3 : ฐานการเรียนรู้อาชีพพอเพียง ฐานที่ 4 : ฐานการเรียนรู้เกษตรพอเพียง

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน … พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน … พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)7 กันยายน 2563 – 17:40 น.

ทหารฝึกใหม่ไปกอง ช่วงวันหยุดยาว ทางหน่วยอนุญาตให้ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน.. พลทหารถึงกับต่อมน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)

         ไปดูทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าประจำการ เมื่อ 1 กันยายน  2563  หลังจากห่างบ้าน ห่างครอบครัวมาได้ 1 สัปดาห์ ในช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางหน่วยอนุญาตให้โทรศัพท์กลับบ้านได้ บรรยากาศก็เป็นอย่างที่เห็น น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)

        บรรยากาศที่ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 111 กองพลทหารราบที่ 11 จ.ชลบุรี วานนี้ ได้ดำเนินการตามนโยบาย ของผู้บัญชาการทหารบก เรื่องการใช้โทรศัพท์

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)

        โดยอนุญาตให้ทหารกองประจำการใช้โทรศัพท์ เพื่อโทรกลับไปหาครอบครัวเพื่อให้ครอบครัวคลายความกังวล ในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และการฝึก รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการฝึกตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ ภาพที่พบเห็นคือ พลทหารน้ำตาแตก

ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)
ต่อสายถึงแนวหลัง ก็มันคิดถึงบ้าน ... พลทหารถึงกับน้ำตาแตก ( ชมภาพชุด)

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน “Beauty of Baroque” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน “Beauty of Baroque”

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน "Beauty of Baroque"7 กันยายน 2563 – 07:40 น.

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน “Beauty of Baroque”

        
มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  โดยความสนับสนุนของ บี.กริม, กรุงเทพดุสิตเวชการ, เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี –ขอเชิญชมคอนเสิร์ตซีรีย์ RBSO 2020 Classical Concert ครั้งที่ 3 รายการ “Beauty of Baroque” 

บรรเลงโดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า นำเสนอ 3 บทเพลงยุคบาโรก คือ Brandenburg Concerto No.3  และ Concerto for Two Violins in D minor ผลงานไวโอลินคอนแชร์โตสำหรับไวโอลินสองคัน ซึ่งสร้างชื่อเสียงมากให้กับโยฮันน์ เซบาสเตียน บาค คีตกวีชาวเยอรมัน ร่วมด้วย 2 ศิลปินเดี่ยวไวโอลิน คือ บิง ฮาน และโชติ บัวสุวรรณ บรรเลงเดี่ยวกับวงสตริงเชมเบอร์จบด้วยงานชิ้นสำคัญของอันโต นิโอ วิวัลดิ คีตกวีชาวอิตาเลียน คือ ไวโอลินคอนแชร์โตชุด “The Four Seasons“ (บทเพลงสี่ฤดูกาล) ซึ่งประพันธ์ในแบบดนตรีพรรณนา การแสดงครั้งนี้ หัวหน้าวงจะเป็นผู้นำวงบรรเลงร่วมกับศิลปินเดี่ยวโดยไม่มีผู้อำนวยเพลง กำหนดแสดงวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 19.30 น.ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน "Beauty of Baroque"

รายการเริ่มด้วย 2 บทเพลงของบาค คือ Brandenburg Concerto No. 3 ซึ่งประพันธ์ให้ผู้บรรเลงแต่ละคนมีโอกาสได้แสดงฝีมืออย่างทัดเทียมกัน  และบทเพลง Concerto for Two Violins in D minor บาค  ประพันธ์ทำนองเดี่ยวสำหรับไวโอลินสองคัน บรรเลงประชันกับวงสตริงเชมเบอร์ได้อย่างสวยงามสมบูรณ์ที่สุด  ท่อนสุดท้ายผู้บรรเลงเดี่ยวได้แสดงฝีมือเต็มที่ด้วยท่วงทำนองและลีลาเข้มข้น จบลงอย่างหนักแน่น เพลงสุดท้ายไวโอลินคอนแชร์โตชุด “The Four Seasons” ของวิวัลดิ ดนตรีบรรยายบรรยากาศที่แตกต่างของฤดูทั้ง 4 คือ ฤดูใบใม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ได้อย่างลงตัว  
        

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน "Beauty of Baroque"

สิ่งที่น่าจับตามองในครั้งนี้ ศิลปินเดี่ยวไวโอลินทั้งสองคน จะสลับกันบรรเลงท่อนต่างๆ ประชันกับวงบิง ฮาน นักไวโอลินชาวจีน ร่วมงานกับวง RBSO มาร่วม 14 ปี  ปัจจุบันมีตำแหน่งหัวหน้าวง  ผลงานสำคัญ อาทิ ร่วมกับวงในคอนเสิร์ตทัวร์ที่ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียตนาม โตเกียว และออสเตรีย

โชติ บัวสุวรรณ นักไวโอลินชาวไทย  ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยหัวหน้าวง RBSO และวงดุริยางกรมศิลปากร เคยเป็นหัวหน้าวง และผู้ก่อตั้งวง Siam Symphonietta ซึ่งเขาได้นำวงนี้ไปแสดงที่โรงคอนเสิร์ตแห่งเวียนนา, เบอร์ลิน, ดิสนีย์ฮอลล์ และคาร์เนกี้ฮอลล์

ชมคอนเสิร์ตซีรีย์ของสองนักไวโอลินไทย-จีน "Beauty of Baroque"


———————-
บัตรราคา 500 บาท
ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ http://www.thaiticketmajor.com
สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2

“เดอะ เพาเวอร์ วิง” สถาปัตยกรรม “ปีกแห่งพลังงาน” เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เดอะ เพาเวอร์ วิง” สถาปัตยกรรม “ปีกแห่งพลังงาน” เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน

"เดอะ เพาเวอร์ วิง" สถาปัตยกรรม "ปีกแห่งพลังงาน" เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน7 กันยายน 2563 – 00:00 น.

ด้วยการสร้าง “เดอะ เพาเวอร์ วิง – The Power Wing” หรือ “ปีกแห่งพลังงาน” สถาปัตยกรรมอันสวยงามตระการตา เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน

เป็นที่ทราบกันดีว่า ดวงอาทิตย์ คือ แหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกเรา และเป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีวันหมด  ให้ทั้งแสงสว่างและพลังงานความร้อนจำนวนมหาศาล และยังเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน กระแสรักสิ่งแวดล้อมและการหันมาใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติกลายเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ และเป็นเทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กิจการในภาคธุรกิจส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมแบบยั่งยืน จึงหันมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาตึกหรือบนพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ในบริเวณของสำนักงาน

"เดอะ เพาเวอร์ วิง" สถาปัตยกรรม "ปีกแห่งพลังงาน" เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน

ท่ามกลางบริษัทชั้นนำที่เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ บี.กริม เพาเวอร์ คือ หนึ่งในตัวอย่างที่ดี ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีที่ภาคธุรกิจสามารถสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่ผ่านมา บี.กริม มีส่วนในการช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในเมืองมาอย่างยาวนาน โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของหลายๆ อาคารที่สำนักงานใหญ่ของ บี.กริม ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา        

ล่าสุด บี.กริม ยังได้ตอกย้ำเรื่องการประหยัดพลังงาน ด้วยการสร้าง “เดอะ เพาเวอร์ วิง – The Power Wing” หรือ “ปีกแห่งพลังงาน” สถาปัตยกรรมอันสวยงามตระการตา ในรูปแบบของที่จอดรถ มีหลังคาเป็นปีกที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวนมากเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด โดยมีจุดหมุ่งหมายหลักเพื่อสร้างให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่องพลังงานสะอาด ไปพร้อมกับการส่งสารไปถึงสาธารณชนถึงความสำคัญของพลังงานแบบยั่งยืน       

นายรติวัฒน์ สุวรรณไตรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการการออกแบบของบริษัทสถาปนิกโอเพนบอกซ์ กล่าวว่าการออกแบบโครงการที่สำคัญนี้ เริ่มด้วยการมองหาทีมงานและสถาปนิก ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกันบี.กริม ในเรื่องพลังงานทดแทนและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จนในที่สุด บี.กริม ได้เลือกบสถาปนิกโอเพนบอกซ์ (OPENBOX Architects) บริษัทออกแบบชั้นนำโดยสองสถาปนิกชาวไทย รติวัฒน์ และ วรรณพร สุวรรณไตรย์ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการค้นคว้าวิจัยด้านสถาปัตยกรรม และมีความเชื่อมั่นในเรื่องพลังงานทางเลือกที่ยั่งยืนเช่นเดียวกัน          

"เดอะ เพาเวอร์ วิง" สถาปัตยกรรม "ปีกแห่งพลังงาน" เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน

“ทาง บี.กริม ได้บอกโจทย์ของโปรเจ็กต์นี้ โดยต้องการเน้นในเรื่องการสร้างความตระหนักรู้ ถึงความสำคัญของพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนให้กับคนทั่วไปโจทย์ที่ให้มา คือ การสร้างแลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ประโยชน์ของแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน ณ สำนักงานใหญ่ของ บี.กริม ที่สามารถเห็นได้เด่นชัด และสื่อสารกับคนทั่วไปได้อย่างทรงพลัง”นายรติวัฒน์ อธิบาย         

สถาปนิกโอเพนบอกซ์ เริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้ด้วยการคิดคอนเซ็ปต์ จากนั้นได้ทำการศึกษาแผนผังของสำนักงานใหญ่ และได้นำเสนอการสร้างชิ้นงานที่มีรูปลักษณ์เด่น เป็นสง่า ออกแบบด้วยศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม ศิลปะ การจัดวาง ทัศนศิลป์ และวิศวกรรมการก่อสร้าง ตัวชิ้นงานเองสามารถสื่อสารเรื่องการประหยัดพลังงานได้ทันทีกับผู้พบเห็นและคนทั่วไปได้ และตอบสนองเรื่องการใช้งานที่หลากหลาย        

“เราทำงานใกล้ชิดกับทีมของ บี.กริม ซึ่งได้เห็นพ้องต้องกันว่า จะเน้นการออกแบบที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่แสดงให้เห็นถึงการสอดประสานระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ มีความงดงามทางวิศวกรรม ชิ้นงานถูกออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมรูปปีกนก บนเนื้อที่รวม 1,211 ตารางเมตร สามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุดจากถนนกรุงเทพกรีฑาโดยเผยให้เห็นถึงโครงเหล็กที่มีเสาเพียงสองต้น พร้อมคานยื่นขนาดใหญ่ ด้านบนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 570 แผง” นายรติวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม        

เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ของปีกนกที่ทรงพลังและมีความปราดเปรียว แผงโซลาร์เซลล์แต่ละแผงจึงถูกจัดเรียงให้อยู่ในมุมที่แตกต่างกันอย่างสวยงาม แต่ละแผงมีมุมเฉพาะเพื่อให้สามารถรับคลื่นพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ พื้นผิวที่เป็นโครงสร้างภายนอกใช้สีส้มแดง ซึ่งเป็นสีของบี.กริม เป็นตัวแทนของท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ เป็นแสงสีแห่งการเริ่มต้น และความเจริญรุ่งเรืองของ บี.กริม ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและมั่นคงกว่า 142 ปี        

"เดอะ เพาเวอร์ วิง" สถาปัตยกรรม "ปีกแห่งพลังงาน" เพื่อความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน

นายรติวัฒน์ กล่าวว่า ได้ใช้เวลาทำงานทั้งสิ้น 8 เดือน ซึ่งถือว่าค่อนข้างนานสำหรับโปรเจ็กต์ที่จอดรถ แต่เพราะ The Power Wing ไม่ใช่งานออกแบบและก่อสร้างที่จอดรถธรรมดา แต่เป็นงานที่มีจุดมุงหมายยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารถึงเรื่องราวของพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ เรามีความสุขภูมิใจมากกับผลลัพธ์ที่ออกมา The Power Wing คือ งานสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง และเป็นตัวแทนของปรัชญาการบริหารงานของ บี.กริม อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่มันจะสามารถดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากที่พบเห็นและผู้มาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้        

หลังคาแผงโซลาร์เซลล์ของที่จอดรถแห่งนี้ ยังสามารถตอบโจทย์ของ บี.กริม ในเรื่องการประหยัดพลังงาน เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อย่างพอเพียงสำหรับให้แสงสว่างในบริเวณที่จอดรถ        

จากถนนกรุงเทพกรีฑาผ่านทางด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ บี.กริม เมื่อมองจากทางเข้าจะเห็น   “ปีกแห่งพลังงาน” สถาปัตยกรรมที่จอดรถพร้อมแผงโซลาร์เซลล์ ตั้งตระหง่านโดดเด่น ให้ผู้ที่พบเห็นตระหนักว่า แสงอาทิตย์สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถหมุนเวียนเป็นการใช้งานได้หลากหลาย รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า และให้แสงสว่าง      

ทั้งนี้ เดอะ เพาเวอร์ วิง นอกจากแสดงให้เห็นว่า ภาคธุรกิจสามารถช่วยผลักดันการใช้พลังงานสะอาดได้แล้ว ยังเป็นชิ้นงานมาตรฐานระดับสากลอันโดดเด่นซึ่งออกแบบโดยบริษัทคนไทย นอกเหนือจากการเป็นแลนด์มาร์คอันสำคัญของ บี.กริมแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างวิศวกรรมและศิลปะที่ให้มุมมองสอดประสานอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน

ปชช. แห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน คลายร้อนช่วงหยุดยาวคึกคัก พบยอดจองห้องพักพุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปชช. แห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน คลายร้อนช่วงหยุดยาวคึกคัก พบยอดจองห้องพักพุ่ง

ปชช. แห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน คลายร้อนช่วงหยุดยาวคึกคัก พบยอดจองห้องพักพุ่ง

6 กันยายน 2563 – 12:05 น.

ประชาชนแห่เที่ยวน้ำตกตาดโตน คลายร้อนช่วงหยุดยาวคึกคัก พบยอดจองห้องพักพุ่ง ภายใต้มาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19

ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิพบว่ามี ประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเทศต่างพากันแห่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ น้ำตกตาดโตน กันคึกคัก ซึ่งขณะนี้กำลังมีปริมาณน้ำเหมาะสมกับการท่องเที่ยว ทำให้หลายคนนิยมเดินทางมาพักผ่อนรับประทานอาหาร และเล่นน้ำตกกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น

สำหรับน้ำตกตาดโตนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ มีความสวยงามขึ้นชื่อของภาคอีสาน  โดยน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองชัยภูมิเพียง  20 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศที่ มีน้ำเย็นใสสะอาด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ของทุกปี และโดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยต้องระวังไม่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทางอุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ มีการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19โดยมีการตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวภายในอุทยาน และให้บริการเจลล้างมือ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวปลอดภัยจากเชื้อโรคโควิด-19

นายนพวงศ์ พฤกษชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติตาดโตน ได้ตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวภายในอุทยานและให้บริการเจลล้างมือที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แก่นักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ เช่น เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และจุดชำระเงินค่าเข้าชมอุทยาน เป็นต้น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆ และป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID 19) ด้วยซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว และสภาพอากาศร้อน จึงมีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พ่อแม่ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาท่องเที่ยวน้ำตกตาดโตน ตลอดจนประชาชนนักท่องเที่ยวทั่วไป เข้ามาท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติตาดโตนจำนวนมากในแต่ละวัน

ในส่วนของบุคลากรภายในสำนักงานอุทยานแห่งชาติตาดโตน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดโตน มีมาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 โดยการกินร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเอง และหมั่นล้างมือ ตลอดจนสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องติดต่อหรือบริการนักท่องเที่ยว และหมั่นทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น เคาน์เตอร์บริการนักท่องเที่ยว ลูกบิดประตูห้องน้ำภายในอุทยาน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติตาดโตน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย

นางสุทิพย์ ริมโพธิ์ อายุ 61 ปีนักท่องเที่ยวชาวโคราช กล่าวว่าตนเอง มาเที่ยวที่น้ำตกตาดโตนแห่งนี้บ่อยครั้งเพราะชอบบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่นี่ร่มรื่นดีแถมเด็กๆได้เล่นน้ำอีกด้วย จึงอยากเชิญชวน ให้ผู้ที่ กำลังมองหา แหล่งท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดหากยังคิดไม่ออกให้นึกถึงที่อุทยานแห่งชาติตาดโตนจังหวัดชัยภูมิที่นี่บรรยากาศดีมากได้พักผ่อนได้เล่นน้ำไปด้วย ในขณะเดียวกัน ทางอุทยาน ก็ได้มีการ คุมเข้ม ตรวจวัดผู้ที่จะมาเที่ยวทุกคน โดย อุทยานสามารถรับ นักท่องเที่ยวได้ วันละ 1000 คน และขยายเพิ่มได้อีก 200 คน รวมเป็น 1,200 บาทต่อวันซึ่งทางอุทยานได้คิดค่าบริการ ค่าเข้าเที่ยวชมผู้ใหญ่ท่านละ 40 บาทเด็กคนละ 20 บาท แล้วก็ค่ารถยนต์คันละ 30 บาท โดยบรรยากาศในวันนี้มีนักท่องเที่ยวแห่เข้ามาเที่ยวอย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก นทท.แห่เที่ยวน้ำตกตาดโตนช่วงหยุดยาว

อนุชา มูลเทพ/วิรัตน์ ดวงแก้ว จ.ชัยภูมิ

ขนส่งแม่ฮ่งสอน ตรวจเข้มรับหยุดยาว ป้องกันอุบัติเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขนส่งแม่ฮ่งสอน ตรวจเข้มรับหยุดยาว ป้องกันอุบัติเหตุ

ขนส่งแม่ฮ่งสอน ตรวจเข้มรับหยุดยาว ป้องกันอุบัติเหตุ5 กันยายน 2563 – 19:22 น.

ขนส่งแม่ฮ่งสอน ตรวจเข้มรับหยุดยาว เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และพร้อมเชิญนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนให้เยอะๆ ในช่วงวันหยุดยาว

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศวันหยุดชดเชยเทศกาลสงกรานต์จำนวน 4 วันตั้งแต่วันที่ 4 – 7 กันยายน 2563 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และให้เที่ยวอย่าง New normal เพื่อทุกคนจะได้กลับบ้านและเที่ยวอย่างมีความสุขถึงแม้ว่าประเทศไทยเราจะพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศแล้วจำนวน 1 รายหลังจากที่ครบ 100 วันก็ตาม แต่ทุกคนก็ต้องป้องกันตนเองใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยหลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัดจากผู้คนหมู่มาก

ในส่วนของความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงที่เป็นวันหยุดยาว 4 วัน ทางขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสมนึก หาสาตร์สิน ผู้อำนวยการขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ไกลสุดและมีโค้งมากที่สุด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้จังหวัดอื่นยิ่งใกล้เทศกาลออกพรรษาตื่นเช้ามาจะมีหมอกปกคลุมไปทั่ว ในช่วงที่มีวันหยุดยาวหลายวันจะมีผู้คนเดินทางเข้า – ออก เป็นจำนวนมาก ทางขนส่งจังหวัดจะได้มีการเสริมเพิ่มเที่ยวรถโดยสารประจำทางจากเชียงใหม่มาแม่ฮ่องสอน จากแม่ฮ่องสอนไปเชียงใหม่ ของบริษัทเปรมประชาขนส่ง และบริษัทสมบัติทัวร์จากกรุงเทพมาแม่ฮ่องสอน จากแม่ฮ่องสอน ไปกรุงเทพมหานคร เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่มีเที่ยวบินลงแล้วจำเป็นต้องใช้รถโดยสารประจำทาง

ขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังกล่าวย้ำอีกว่า จะได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราบรรดา พ.ข.ร. ทั้งหลายโดยห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาขับรถ หรือระดับแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบจะต้องการทันที ขอให้แอลกอฮอล์เป็น 0 และยังจะต้องตรวจสภาพรถ ยางรถ หากพบยางหัวล้นจะต้องทำการเปลี่ยนทันที หรือจะต้องให้หยุดวิ่งไว้ก่อน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และพร้อมเชิญนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนให้เยอะๆ ในช่วงวันหยุดยาว

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พิจิตรกลุ่มแม่บ้านหนองพง รวมตัวทอผ้าไหมผ้าทอผ้าไทยสร้างรายได้เป็นอัตลักษณ์ชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิจิตรกลุ่มแม่บ้านหนองพง รวมตัวทอผ้าไหมผ้าทอผ้าไทยสร้างรายได้เป็นอัตลักษณ์ชุมชน

พิจิตรกลุ่มแม่บ้านหนองพง รวมตัวทอผ้าไหมผ้าทอผ้าไทยสร้างรายได้เป็นอัตลักษณ์ชุมชน

4 กันยายน 2563 – 20:12 น.

กลุ่มแม่บ้าน บ้านหนองพงรวมตัวใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทอผ้าไหม – ผ้าฝ้าย เป็นอัตลักษณ์ชุมชน สร้างรายได้สู้ชีวิต ผลงานสวยงาม ได้รับรางวัลชนะเลิศมากมาย สร้างชิ้นงานทอผ้าลายดอกบุนนาค สัญลักษณ์บนผืนผ้าสีเขียว เป็นชุดสวมใส่ประจำจังหวัดพิจิตร พาณิชย์จัดกิจกรรมโรดโชว์

วันที่ 4 ก.ย. 2563 นางดารณี วงษ์สวัสด์ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านหนองพง ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ต.ทุ่งใหญ่  อ.โพธิ์ประทับช้าง  จ.พิจิตร พาเยี่ยมชมศูนย์ทอผ้าของกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 30 คน ที่มารวมตัวกันใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทอผ้าไหม  ผ้าฝ้าย ที่เป็นผ้าทอมือแฮนด์เมดส่งออกขายไปทั่วประเทศและได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นางดารณี ประธานกลุ่มฯ กล่าวว่า การทอผ้าเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนี้ ต่อมาได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงาน และล่าสุดก็ได้รับการส่งเสริมด้านการตลาดจาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร ที่พาออกบูธและขายสินค้าออนไลน์ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมนอกเหนือจากอาชีพทำการเกษตร

ผ้าไหม ผ้าทอ ของกลุ่มแม่บ้านหนองพง จะย้อมด้วยสีธรรมชาติ เช่นการย้อมสีเขียวจากเปลือกไม้ประดู่ สีเขียวจากใบเชียงดา สีเขียวอมเหลืองจากใบมะม่วงแก่ทุกชนิด ซึ่งการทำแต่ละครั้งก็จะมีจุดเด่นและความแปลกแตกต่างกันไป การทอผ้าที่ใช้กี่กระตุกกว่าจะได้ผ้าทอมาให้ได้ตัดชุดสวยงามสวมใส่ ทอผ้า 1 ผืน  ชาวบ้านต้องใช้เวลา 2-3 วัน  บางผืนที่เป็นผ้าไหม และมีลวดลายดอกบุนนาค หรือลายพญาชาละวัน  บางครั้งต้องใช้เวลา 5-7 วัน จึงจะได้ผ้าไหม  ผ้าทอ 1 ผืน ซึ่งราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ผืนละ 500 บาท ถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายและลวดลาย รวมถึงว่าเป็นผ้าไหมหรือผ้าฝ้าย หรือว่า เป็นไหมประดิษฐ์ กลุ่มทอผ้าบ้านหนองพง พัฒนาฝีมือจนเข้าแข่งขันและเข้าประกวดได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ผลงานและโล่รางวัลจึงเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ รวมถึงราคาที่จับต้องได้จึงทำให้สินค้าของกลุ่มแม่บ้าน บ้านหนองพง ได้รับการยอมรับจากผู้ที่ชื่นชอบ ผ้าทอ ผ้าไทย

นายพิชัย เมืองมัจฉา พาณิชย์จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า สำหรับการส่งเสริมด้านการตลาด วันนี้ – 6 กันยายน 2563   จังหวัดพิจิตรร่วมกับ สนง.พาณิชย์จังหวัดพิจิตร ก็จะได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นของดีของจังหวัดพิจิตรมาจัดงานภายใต้ชื่องาน มหกรรมของดีเมืองชาละวัน2020@พระนคร ซึ่งจะจัดขึ้นที่ เจ.เจ.มอลล์ กรุงเทพฯ เพื่อนำสินค้าเหล่านี้มาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้อของดี ราคาถูก ภายในงานนี้ดังกล่าวอีกด้วย สำหรับท่านใดที่ต้องการสนใจสั่งซื้อ ผ้าไหม ผ้าทอ ผ้าไทย จากกลุ่มแม่บ้านบ้านหนองพง สามารถติดต่อขอซื้อได้ที่ โทร 088-8172516

สิทธิพจน์  เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พิจิตร

ทต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล จัดงานทอดเทียนโฮม,ทอดต้นเงิน,ร้องสรภัญญะ สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล จัดงานทอดเทียนโฮม,ทอดต้นเงิน,ร้องสรภัญญะ สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสาน

ทต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล จัดงานทอดเทียนโฮม,ทอดต้นเงิน,ร้องสรภัญญะ สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสาน4 กันยายน 2563 – 12:37 น.

เทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล จัดงานทอดเทียนโฮม,ทอดต้นเงิน,ร้องสรภัญญะ (ทำนองอีสาน) ณ วัดมหาโพธิมงคล ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. นายศักดิ์ สะมะโน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิด งานทอดเทียนโฮม, ทอดต้นเงิน, ร้องสรภัญญะ (ทำนองอีสาน) ณ วัดมหาโพธิมงคล ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมี นายสิงหวัฒน์ วัฒนศิริ นายกเทศมนตรีตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวรายงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหารฯ สมาชิกสภาเทศบาลฯ และประชาชนตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

งานทอดเทียนโฮม, ทอดต้นเงิน, ร้องสรภัญญะ (ทำนองอีสาน) เป็นประเพณี ที่ดีงามของชาวไทยเชื้อสายอีสานที่มีมาช้านานเป็นประเพณีเก่าแก่ซึ่งชาวตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล ส่วนใหญ่เป็นคนอีสานซึ่งได้สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นทำในช่วงเข้าพรรษาหรือ ช่วงกลางพรรษาถึงก่อนออกพรรษา ในทุก ๆ วันพระ คำว่า “ทอดเทียน” มาจากคำสองคำคือ ทอดระยะจากจุดหนึ่ง ถึงอีกจุดหนึ่ง และอีกนัยหนึ่งคือการถวายสิ่งของแด่พระส่วนคำว่าเทียนคือเครื่องบูชาพระหรือจุดให้แสสว่างที่หล่อด้วยขี้ผึ้งหรือไขเป็นต้นมีไส้ตรงใจกลางจากการนำความหมายของคำสองคำนั้นอาจจะหมายถึงการนำต้นเทียนที่มีอยู่ของแต่ละหมู่บ้าน หรือวัดนำไปบูชาจากวัดหนึ่งถึงวัดหนึ่งเพื่อเป็นการเยี่ยมยามถามข่าวสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน

ประเพณีทอดเทียนของชาวอีสานนี้สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วคนโดยหมู่บ้านหนึ่งจะต้องนำต้นเทียนไปบูชาอีกวัดหนึ่งซึ่งอาจจะอยู่คนละหมู่บ้านแล้วทำพิธีทางพระพุทธศาสนาประเพณีนี้นิยมทำในช่วงเข้าพรรษาโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1. เพื่อเป็นการถวายเทียนพรรษาในเทศกาลเข้าพรรษาและเพื่อบูชาพระรัตนตรัย 2. เพื่อเป็นการสืบสานฮีตสิบสอง ครองสิบสี่ประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน 3. เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างหมู่บ้าน 4. เพื่อเป็นการแสดงความสามัคคี 5. เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ซึ่งหลังจากทำพิธีเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นการแสดงฟ้อนรำของกลุ่มชาวไททรงดำ จำนวน 5 ชุด มีการเป่าแคนพร้อมกับการขับรำไปด้วย ซึ่งจะหาชมได้ยาก จะมีก็ในงานพิธีนี้เท่านั้น นอกจากนี้ชาวไทดำยังมีประเพณีร่วมกันกับชาวไทยพื้นถิ่น เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆอีกด้วย

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เชียงใหม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเกือบ 2 พันราย ดับ 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเกือบ 2 พันราย ดับ 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย

เชียงใหม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเกือบ 2 พันราย ดับ 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย

4 กันยายน 2563 – 11:48 น.

เชียงใหม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเกือบ 2 พันราย ดับ 1 อสม.ระดมลงชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลาย อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.สันทราย อ.หางดง และ อ.แม่แตง ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ

วันที่ 3 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชุมชนบ้านเด่นพัฒนา แขวงกาวิละ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และกลุ่ม อสม.ในชุมชน ได้ระดม กำลังลงพื้นที่ ออกทำลายลูกน้ำยุงลาย อันเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก แม้ว่าจะยังไม่มีการระบาดของโรคก็ตามเพื่อป้องกันไว้ก่อน และให้ความรู้แก่ชาวชุมชนให้ตระหนักถึงโรคร้าย โดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่กำลังและนำทรายทีมีฟอส ไปใส่ตามน้ำขังและทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนระวังไข้เลือดออกระบาด ประเทศไทย มีการคาดการณ์มาตั้งแต่ต้นปี 2563 แล้วว่า จะมีการระบาดหนัก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนเป็นช่วงระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงต้องดำเนินการและติดตามสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด จากการเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยสะสมมากว่า จะสองพันรายแล้ว พบผู้เสียชีวิต 1 คน อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.สันทราย อ.หางดง และ อ.แม่แตง ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน และไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการวินิจฉัยช้า อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้มีภาวะแทรกซ้อนและเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกัน ทั้ง 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากพบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ไม่สามารถกำจัดได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. ในเขตพื้นที่ของท่าน เพื่อดำเนินการกำจัดต่อไป สำหรับการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยภายในบ้าน และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง รวมทั้งการเลี้ยงปลาหางนกยุง การใช้ทรายทีมีฟอส และขัดทำความสะอาดภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ ทุก 7 วัน จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้

ขณะเดียวกัน ทางผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอจาก นางอำ พรรณ์ อภัย ประธาน อสม.ชุมชนเคหะหนองหอย ให้เป็นสื่อกลาง จึงได้ประสานทางนายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สว.เชียงใหม่ และสำนักงานแขวงกาวิละ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อขอซ่อมแซมถนนในซอย 21 เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากถนนใช้การลำบากรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลังจากนั้นช่างงานแขวงกาวิละเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มาดำเนินการรตามคำร้องขอ ในวันนี้ เสร็จสิ้นถนนไม่เป็นหลุมเป็นบ่ออีกต่อไปชาวชุมชนในซอยเคหะ 21 ได้สัญจรไปมาอย่างปลอดภัย ต่อไป

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง “บ้านแหวนกล เมืองจันท์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง “บ้านแหวนกล เมืองจันท์”

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"4 กันยายน 2563 – 00:00 น.

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง “บ้านแหวนกล เมืองจันท์”  กับภูมิปัญญาบรรพบุรุษ “แหวนกลไก” เครื่องประดับแห่งปัญญา ที่กำลังใกล้จะสูญหาย

ใครต่างก็รู้ว่าเกมอย่างรูบิคหรือพัซเซิล ต่างก็เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องใช้ทั้งทักษะและมันสมอง ในการพยายามเอาชนะกลไกของเกมให้ได้ แต่ใครจะรู้ว่าในประเทศไทยเองก็มีเกมฝึกสมาธิที่แฝงอยู่ในรูปลักษณ์ของเครื่องประดับอยู่ด้วย เริ่มจากก้านเส้นบางๆ ทั้งสี่ มาเกาะเกี่ยวคล้องรวมกันเป็นหนึ่ง สามารถถอดแยกออกจากกัน และประกอบกลับคืนเป็นวงเดียวได้ ซึ่งเรากำลังพูดถึง “แหวนกลไก” เครื่องประดับแห่งปัญญา ภูมิปัญญาแห่งเมืองจันทบุรีที่มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น  

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"

แหวนกล หรือ แหวนกลไก คือเครื่องประดับพิเศษจากภูมิปัญญาโบราณ ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันแหวนกลไกถือเป็นเครื่องประดับที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี หรือบางครั้งอาจรู้จักกัน ในชื่อของรูปลักษณ์ของแหวน เช่น แหวนปู แหวนปลา ที่สืบทอดอยู่เฉพาะครอบครัว “ภูมิภักดิ์” แห่ง “บ้านแหวนกล เมืองจันท์” เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"


ทว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่เครื่องประดับแห่งปัญญานี้ กำลังอยู่ในแนวโน้มที่ใกล้สูญหายเต็มที ซึ่งทายาทผู้สืบทอดแหวนกลไกรุ่นที่ 3 อย่าง “นายชูเกียรติ เนียมทอง” ชายหนุ่มวัย 43 ปี ผู้ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) เชิดชูเป็นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 61 ในประเภทงานเครื่องโลหะ ก็มองเห็นปัญหานี้เช่นกัน และในฐานะของช่างทำแหวนกลไก ในวันนี้ก็อาจเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วก็เป็นได้ เพราะแทบจะหาคนที่เห็นคุณค่า มีใจรักที่จะเข้ามาสืบสานต่อไม่มีเลยในวันนี้ เขาเองก็อยากจะถ่ายทอดความรู้ที่มีออกไป เพื่อไม่ให้งานที่เขารักต้องสูญหายไปตามกาลเวลา

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"


“ถ้าหมดรุ่นผมก็น่าจะไม่เหลือแล้ว” ชูเกียรติ เล่า “งานที่ทำอยู่ในตอนนี้ยังไม่มีใครมาสานต่อรูปแบบงานเลยครับ จริงๆ ตอนนี้เราเองก็พยายามเสาะหาคนมารับช่วงงานนี้ต่อเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเก่งหรือมีฝีมือก็ได้ แต่ขอให้มีใจรักในอาชีพงานหัตถกรรม เพราะไม่มีใจรักในอาชีพ ต่อให้เก่งแค่ไหนสุดท้ายก็ทิ้งอยู่ดี ทุกวันนี้ตัวผมอยู่ได้ก็เพราะความรักในอาชีพที่คนรุ่นเก่าๆ มอบให้มา เราจึงอยากเก็บรักษา และหาคนที่มีทัศนคติในแบบเดียวกัน มาสืบทอดอาชีพนี้ เพื่อไม่ให้แหวนกลไกต้องหายไป”

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"


ชูเกียรติ ยังบอกอีกว่าปัจจุบันการทำแหวนกลไก ได้กลายเป็นธุรกิจๆ หนึ่งไปแล้ว การสร้างแหวนก็มีปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามาประกอบ อย่างเช่น ค่าวัตถุดิบ อีกทั้งในธุรกิจตลาดเครื่องประดับก็ถือว่ามีการแข่งขันสูง ด้วยความที่ต้องเน้นคุณภาพ จึงทำให้ช่างไม่สามารถผลิตชิ้นงานได้เท่าที่ควร อย่างมากสุดเดือนละ 2-3 วง ก็ถือว่าได้เต็มที่แล้ว นี่อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนรุ่นใหม่ ไม่ได้สนใจในงานแหวนกลไกจริงๆ แต่อาจมองไปที่เครื่องประดับอื่น ที่ดูเข้าถึงได้ง่ายกว่า
 

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"

“จริงๆ แล้ว ที่บ้านแหวนกลก็เปิดพื้นที่ให้นักเรียนที่เรียนในเรื่องอัญมณีเข้ามาศึกษาวิจัยฟรีอยู่ต่อเนื่อง เราอยากให้พวกเขาได้ความรู้ในการทำแหวน และเรายังอยากให้พวกเขาได้ซึมซับอารมณ์ของการเป็นช่างทำแหวนด้วย อยากให้พวกเขาเห็นว่างานแบบนี้เป็นอย่างไร มันไม่ได้ยากอย่างที่เข้าใจ ไม่ได้น่าเบื่อ และมันสนุกกว่าที่คิด เพียงแต่เมื่อเราถามเด็กที่มาฝึกเรียนว่าจะเอาเป็นอาชีพไหม ก็ไม่มีคำตอบ ซึ่งเราเองก็รู้ว่ามันเป็นคำตอบในเบื้องต้นแล้ว ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้สนใจกับอาชีพนี้จริงๆ เราเองก็ไม่คาดคั้น เพราะช่างต้องอยู่กับมันตลอด ถ้าหากไม่ได้รักในงานจริงๆ แปบเดียวเดี๋ยวเขาก็เบื่อ”

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"


“ในมุมมองของเรา แหวนกลไกถือเป็นงานหัตถกรรมที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากนะ เพราะพวกเขาสามารถใช้ไอเดียครีเอทงานใหม่ๆ ได้ตลอด ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนเราเป๊ะๆ ไม่ต้องทำงานเป็นเส้นตรง แต่การจะเจอกับคนรุ่นใหม่ที่รักในงานนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราเลยเลือกเปิดบ้านแหวนกล อาศัยหว่านเมล็ดพันธุ์อาชีพช่างไปเรื่อยๆ อาศัยถ่ายทอดงานจากวิถีชีวิตคนรุ่นก่อน เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะมาสืบสานหรือมาสืบต่ออาชีพที่มันใกล้จะหมดไป เพราะอย่างน้อยมันก็ยังมีโอกาสที่จะเจอกับคนรุ่นใหม่ที่จะมาต่อยอดงานอยู่

พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง "บ้านแหวนกล เมืองจันท์"


แต่ถ้าเราไม่ได้หว่านอะไรไปเลย ไม่ได้ทำให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ชอบหรืออยากทำอาชีพนี้เลย สุดท้ายมันก็จบเหมือนกัน” ชูเกียรติ บอกทิ้งท้าย