มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายในผู้หญิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายในผู้หญิง

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายในผู้หญิง4 กันยายน 2563 – 00:00 น.

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายในผู้หญิง พบได้บ่อยสำหรับมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  และเป็นมะเร็งที่แพทย์มีการศึกษาถึงสาเหตุของมะเร็งที่อวัยวะนี้  การค้นหาสามารถทำได้และสามารถป้องกันได้

อย่างไรก็ดียังมีสตรีชาวไทยเสียชีวิตจากมะเร็งของปากมดลูกเฉลี่ยแล้วประมาณวันละ 10 คน เชื้อไวรัสที่เรียกว่า HPV (Human Papilloma Virus)  เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก โดยการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธ์เสี่ยงสูง จากการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือมีเพศสัมพันธ์ที่มีคู่หลายคนๆ และอาจมีการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย


ผศ.พญ.ดวงมณี ธนัพประภัศร์ ศัลยแพทย์มะเร็งสูตินรีเวช โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ ให้รายละเอียดว่า ปัญหาที่สำคัญของผู้ที่ติดเชื้อ HPV คือ ไม่มีอาการแสดง  ดังนั้น จะไม่รู้ตัวและสามารถกระจายเชื้อไวรัสไปสู่คนอื่นๆ ได้ และอาการแสดงของมะเร็งปากมดลูก ระยะก่อนมะเร็ง หรือระยะเริ่มต้นของโรคนี้ จะไม่มีอาการแสดงที่ผิดปกติ  แต่ยกเว้นถ้าระยะของโรคมะเร็งเป็นมากพอสมควร อาจมีอาการประจำเดือนผิดปกติ  เลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติ (Abnormal vaginal bleeding) การมีระดูขาวที่ผิดปกติมีกลิ่นเหม็น หากกระจายไปยังอวัยวะอื่น  อาจมีอาการปวดท้อง  ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือดได้ ดังที่กล่าวมาแล้วว่าระยะก่อนมะเร็ง  หรือมะเร็งที่เพิ่งเริ่มเป็นอาจจะไม่มีอาการและการรักษาทำได้  มีโอกาสที่จะหายขาดได้   


วิธีที่จะทราบได้คือ การมารับการตรวจภายใน เพื่อเอาเซลล์จากปากมดลูกมาตรวจที่เรียกกันว่า ตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) และถ้าตรวจร่วมกับการหาเชื้อไวรัส HPV(HPV DNA Test) จะทำให้ได้รับความชัดเจนเพิ่มขึ้น หากผลผิดปกติต้องตรวจด้วยการส่องกล้องขยายดูปากมดลูก (Colposcopic examination) เพื่อค้นหาบริเวณที่ผิดปกติ และจะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy) เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติ วางแผนการตรวจเพื่อบอกระยะของโรคและวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง สำหรับการรักษาระยะเริ่มต้นอาจจะรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น ตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย (Therapeutic  conization)  การตัดมดลูกพร้อมๆ กับเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองออก (Radical hysterectomy with pelvic lymphadenectomy) ผู้ป่วยบางรายต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยรังสีรักษา การฉายรังสีด้วยเครื่องฉายรังสี (Teletherapy) และการใส่แร่ (Brachy-therapy) บางรายพิจารณารักษาร่วมกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (Concurrent Chemo-Radiation treatment)  การรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเดียวใช้ในกรณีที่มะเร็งกระจายไปมากพอควร ซึ่งไม่สามารถให้รังสีรักษาหรือทำการผ่าตัดได้

มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้หากสตรีทุกท่านใส่ใจในสุขภาพของตัวเอง ด้วยการตรวจสุขภาพประจำปี และสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส  HPV ก็สามารถลดอัตราเสี่ยงลงได้อย่างน้อย 70 %  และถ้าร่วมกับการตรวจ Pap Smear และค้นหา High Risk HPV DNA เป็นประจำตามที่แพทย์แนะนำ จะสามารถป้องกันมะเร็งของปากมดลูกได้

เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม นำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.สวรรคโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม นำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.สวรรคโลก

เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม นำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.สวรรคโลก

3 กันยายน 2563 – 20:51 น.

เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม นำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยการรวมน้ำใจจากแฟนรายการ พันธมิตร และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 4,000 ชุด เพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ใน 3 อำเภอ คือ อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง อำเภอเมืองสุโขทัย รวม 19 ตำบล 90 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,700 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอสวรรคโลก มีรายงานจาก อำเภอสวรรคโลกว่ามีพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 10 ตำบล 71 หมู่บ้าน 4,397 ครัวเรือน

ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่นทีวี ได้ส่งผู้สื่อข่าวภาคสนามลงพื้นที่เพื่อเกาะติดสถานการณ์และรายงานข่าวในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ทำให้ทราบว่า มีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์น้ำจากแม่น้ำยมที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำยมจนพังและไหลเข้าน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน ทาง “เนชั่นทีวี” จึงได้จัดทำโครงการ”เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม” โดยการรวมน้ำใจจากแฟนรายการ พันธมิตร และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 4,000 ชุด เพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย    

โดยในครั้งนี้ นายไมตรี  ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  พร้อมด้วย นายสุธิรักษ์  อุตมนตรี ผู้ช่วยบรรณาธิการ เนชั่นทีวี ช่อง 22 และคณะผู้บริหารเนชั่นทีวี ร่วมกันมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย  ในเขตอำเภอสวรรคโลก จำนวน  ชุด จากนั้น นายไมตรี  ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  พร้อมด้วย นายสุธิรักษ์  อุตมนตรี ผู้ช่วยบรรณาธิการ เนชั่นทีวี ได้ทำพิธีปล่อยแถวขบวนรถ เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม เพื่อนำถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ที่ หมู่ 5 ตำบลป่ากุมเกาะ  หมู่ 5 ตำบลคลองยาง หมู่ 6 ,9,11 ตำบลย่านยาว และหมู่ 3,7 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย รวม จำนวนถุงยังชีพ 4,000 ชุด โดยทุกจุด ทางทีมงานคณะผู้บริหารและนักข่าวจากเนชั่นทีวี จะลงพื้นที่เพื่อส่งมอบถุงยังชีพ เนชั่นทีวี รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ให้ถึงมือผู้ประสบภัย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442345/45681/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442345/45682/news

สภากาชาดไทย นำชุดธารน้ำใจฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สภากาชาดไทย นำชุดธารน้ำใจฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย

สภากาชาดไทย นำชุดธารน้ำใจฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย

3 กันยายน 2563 – 17:00 น.

สภากาชาดไทย นำชุดธารน้ำใจฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ เหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย มอบชุด “ธารน้ำใจสภากาชาดไทย ช่วยผู้ประสบภัย” ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น

พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบชุดธารน้ำใจฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายไตรี ไตรติลานันท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย กล่าวต้อนรับ และมอบชุดธารน้ำใจฯ พร้อมน้ำดื่ม ณ ที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จำนวน 1,000 ชุด และที่ว่าการอำเภอศรีสำโรง จำนวน 1,000 ชุด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์กระแสน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกัดเซาะพื้นที่ ส่งผลให้น้ำทะลักข้าท่วมพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ ชุดธารน้ำใจฯช่วยผู้ประสบภัยดังกล่าว ได้รัยการร้องขอผ่านแอปพลิเคชั่น “พ้นภัย”ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถจัดการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที เป็นแอปฯที่สภากาชาดๆไทยและองค์กรภาคีเครือข่ายใช้เพื่อรับการแจ้งเตือนข่าวสารของสถานการณสาธารณภัยที่เกิดขึ้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูล คาดคะเนความเสียหาย ลดการซ้ำซ้อนในการให้ความช่วยเหลือ และจัดเตรียมการบริหารทรัพยากร ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442320/45643/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442320/45644/news

หยุดยาวห้ามพลาด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังธารท่าลี่ อ.วังน้ำเขียวพร้อมรับนักท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หยุดยาวห้ามพลาด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังธารท่าลี่ อ.วังน้ำเขียวพร้อมรับนักท่องเที่ยว

หยุดยาวห้ามพลาด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังธารท่าลี่ อ.วังน้ำเขียวพร้อมรับนักท่องเที่ยว

3 กันยายน 2563 – 16:45 น.

หยุดยาวห้ามพลาด อ.วังน้ำเขียว โคราช สีสันหน้าฝนกลับมาสดใสอีกครั้งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังธารท่าลี่ พร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 2 กันยายน 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ธารท่าลี่ บ้านวังน้ำเขียว ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องทำให้อ่างเก็บน้ำลำเชียง เปิดการระบายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำทำการเกษตร ส่งผลให้ธารท่าลี่แหล่งเล่นน้ำชื่อดังของอำเภอวังน้ำเขียวกับมาคึกคักในช่วงนี้พร้อมรอต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 4-7 กันยายนนี้

ด้าน นาย พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า อานิสงส์ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลำเชียงสาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการระบายน้ำเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทีน้ำทำการเกษตร และเอาไวํอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ธารท่าลี่

แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว มีปริมาณน้ำที่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันหยุดยาวที่จะมาถึง คาดว่าจะสร้างความคึกคักและรายได้ให้กลับชุมชนเป็นจำนวนมากและฝากถึงนักท่องเที่ยวโปรดช่วยกันรักษาความสะอาดช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

ภาพ/ข้อมูล   พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว

ไพฑูรย์ คาบพิมาย  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

“เฉลิมศรี” ศิษย์อ.เฉลิมชัย เปิดประมูลภาพเขียนสีน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เฉลิมศรี” ศิษย์อ.เฉลิมชัย เปิดประมูลภาพเขียนสีน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

"เฉลิมศรี" ศิษย์อ.เฉลิมชัย เปิดประมูลภาพเขียนสีน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

3 กันยายน 2563 – 16:10 น.

“เฉลิมศรี” ศิษย์อ.เฉลิมชัย เปิดประมูลภาพเขียนภาพสีน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง โดยราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท สามารถประมูล ณ ตอนนี้ถึง 2 ทุ่ม วันที่ 3 กันยายน 2563

วันนี้ (3 กันยายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Joey Chalermsri” ได้เปิดประมูลภาพ ผลงานชื่อ “รอฟ้า หลังฝน” ใช้เทคนิคการวาด น้ำมันบนผ้าแคนวาส ขนาด 40×50 ซม. โดยเจ้าของผลงานจะนำเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่งซึ่งไม่สามารถ เคลื่อนไหวร่างกายได้มาเป็นเวลากว่า 28 ปี ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไป วัดห้วยเกี๋ยง บ้านห้วยเกี๋ยง ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา พบ น.ส.เฉลิมศรี ชัยมงคล อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตกรรม) น.ส.เฉลิมศรี เผยว่า ตนเองได้เรียนกับ อ.เฉลิมชัย เมื่อปี พ.ศ.2556 และมีผลงานในการวาดภาพต่างมากมาย รวมไปถึงวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังให้กับวัดมากมายในประเทศไทย รวมไปถึงวัดห้วยเกี๋ยงแห่งนี้ก็ยังเป็นฝีมือและผลงานของตนเองทั้งในและนอกอุโบสถนี้ โดยส่วนตัวนั้นชอบวาดรูปธรรมชาติ โดยเฉพาะรูปเมฆบนท้องฟ้าจะชอบวาดเป็นพิเศษ

"เฉลิมศรี" ศิษย์อ.เฉลิมชัย เปิดประมูลภาพเขียนสีน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

โดยรูป “รอฟ้า หลังฝน” แต่แรกตนเองจะวาดรวมชุดเพื่อนำไปจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่เมื่อได้ทราบว่า น้องพร หรือ น.ส. นิรมล ธาดาจันทน์ อายุ 45 ปี ได้รับอุบัติเหตุเมื่อปี 2535 พร้อมกับพ่อแต่พ่อเสียชีวิต น้องรอดแต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้มาเป็นเวลากว่า 28 ปี โดยตุลาคมที่จะถึง ก็จะครบ 29 ปี ที่แม่ต้องทำงานดูแลเพียงผู้เดียวมาตลอด ด้วยการทำนา และขุดหน่อไม้ขาย และเย็บผ้าพร้อมกับดูแลน้องไปด้วยโดยตอนนี้แม่ของน้องได้ป่วยมาสักระยะหนึ่งไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากทำงานหนักมาตลอด  จึงต้องการประมูลผลงานเพื่อจะได้นำเงินมาช่วยเหลือเบื้องต้นดังกล่าว

ผลงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในงานที่เขียนสำหรับรวมชุดเมฆ และท้องฟ้า สีสันและจังหวะลีลาของเมฆที่คนวาดหลงใหลเฝ้าดู วันนี้จึงต้องการนำผลงานชิ้นนี้มาประมูลเพื่อเป็นช่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวและซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นมจืด สิ่งของจำเป็น และซื้ออุปกรณ์มาทำที่ให้น้องให้ได้ทำกายภาพ จะได้แบ่งเบาภาระการใช้กำลังของแม่น้องได้บ้าง ผลงานจะส่งฟรีไปให้ผู้ที่ชนะการประมูลโดยตรง ขอรับรองว่าเป็นจริงทุกประการ โดยขอราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท สามารถประมูล ณ ตอนนี้ถึง 2 ทุ่ม วันที่ 3 กันยายน 2563 ปิดประมูลเสร็จขอให้ผู้ชนะการประมูลโอนเงินผ่านหมายเลขบัญชีตามด้านล่างนี้ ธนาคาร ทหารไทย TMB ชื่อ บัญชี : เฉลิมศรี ชัยมงคล หมายเลข บัญชี: 364-2-719-466 เริ่มประมูลได้ตอนนี้จนถึง 2 ทุ่ม ของวันที่ 3 กันยายน 2563 ถึงเวลานี้ 12.00น. ราคาประมูลอยู่ที่ 8,000บาทแล้ว สำหรับผลงานของ น.ส.เฉลิมศรี ที่เด่นๆ คือ งานจิตรกรรมบนผนัง อุโบสถวัดห้วยเกี๋ยง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เป็นศิลปินคนหนึ่งที่มีผลงานโชว์ในงานขัวศิลปะของจังหวัดเชียงรายและเป็นศิลปินอีกคนหนึ่งที่ร่วมวาดภาพที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนที่กระฉ่อนไปทั่วโลก  

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น “โรคหัวใจ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น “โรคหัวใจ” 

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น "โรคหัวใจ" 3 กันยายน 2563 – 09:35 น.

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น “โรคหัวใจ” 


ใจสั่น แน่นหน้าอก จุกแน่นจนหายใจไม่ออก จากภาวะโรคหัวใจ เป็นอาการที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอก และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดหรือเป็นบ่อยแค่ไหน หลายครั้งที่เมื่อเดินทางไปพบแพทย์ มักไม่แสดงอาการ ทำให้ยากต่อการวินิจฉัยว่าสาเหตุของอาการดังกล่าวเกิดจากอะไร มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจชนิดไหน จึงกล่าวได้ว่า โรคหัวใจ คือ ภัยเงียบที่น่ากลัวและไม่ควรมองข้าม


นายแพทย์ธัญญ์ สุวัฒนวิโรจน์ แพทย์ประจำศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กล่าวว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจมีเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลทางสถิติกระทรวงสาธารณสุข (2561) พบว่า คนไทยป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 432,943 คน มีอัตราการเสียชีวิต 20,855 คนต่อปี หรือชั่วโมงละ 2 คน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ 
 

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น "โรคหัวใจ" 

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจมาจากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องของกรรมพันธุ์ เพศ อายุที่มากขึ้น หรือแม้แต่การใช้ชีวิตแบบไม่ระมัดระวัง ทำงานหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เครียดสะสม การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ ทั้งนี้ สามารถแบ่งชนิดของโรคหัวใจได้ 6 ประเภท คือ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคเยื่อหุ้มหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อหัวใจ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งอาการแสดงและแนวทางในการรักษาโรคหัวใจแต่ละประเภทก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็มีวิธีสังเกตสัญญาณเตือนว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ คือ เหนื่อยง่าย หายใจลำบากเวลาออกกําลังกายหรือเดินเร็วๆ เจ็บหน้าอกหรือแน่นบริเวณกลางหน้าอก ไม่สามารถนอนราบได้เหมือนปกติ  เพราะจะรู้สึกเหนื่อยและอึดอัด มีอาการหอบจนต้องตื่นขึ้นมานั่งกลางดึก  เป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ  ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ  ปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ 
 

นายแพทย์ธัญญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศไทยมีผู้ป่วยและเสียชีวิตด้วย “โรคหลอดเลือดหัวใจ” มากที่สุด เทคโนโลยีสำคัญที่จำเป็นต่อการช่วยลดอัตราการสูญเสีย คือ เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cardiac Catheterization Lab) หรือ เรียกสั้นๆ ว่า Cath Lab ซึ่งเป็นห้องเอกซเรย์ชนิดพิเศษที่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลภาพหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดตามส่วนอื่น ๆ สามารถปรับหมุนได้รอบทิศทาง ทำให้แพทย์ดูภาพได้จากทุกมุมตามต้องการ สามารถตรวจดูซ้ำได้อย่างละเอียด ช่วยให้ง่ายต่อการวินิจฉัยโรค ว่ามีความรุนแรงอยู่ที่ระดับใด  สามารถตรวจดูตำแหน่งผิดปกติและความรุนแรงของหลอดเลือดหัวใจตีบตัน นอกจากนี้ยังสามารถดูการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ หากพบความผิดปกติ เส้นเลือดหัวใจตีบอุดตัน แพทย์จะสามารถทำการรักษาได้โดยการใส่บอลลูนขยาย และ/หรือใส่ขดลวดถ่างขยาย (Stent) ได้ทันท่วงที 

8 สัญญาณเตือน ว่ามีความเสี่ยงเป็น "โรคหัวใจ" 


อย่างไรก็ดี “โรคหัวใจ” เป็นโรคที่สามารถป้องกันและลดการเกิดการสูญเสียได้ ซึ่งวิธีการป้องกันก่อนการเกิดโรคเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ด้วยการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ พยายามรักษาโรคความดันโลหิต การรักษาโรคเบาหวาน ไขมัน หลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมให้เป็นโรคหัวใจได้มากขึ้น รวมทั้งควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคด้วยการหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เป็นต้น

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thonburibamrungmuang.com หรือสอบถามโทร 02-220-7999  

ชาวพุทธเชียงราย แห่ทำบุญ ตักบาตร “เป็งปุ๊ด” ตามความเชื่อชาวล้านนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวพุทธเชียงราย แห่ทำบุญ ตักบาตร “เป็งปุ๊ด” ตามความเชื่อชาวล้านนา

ชาวพุทธเชียงราย แห่ทำบุญ ตักบาตร "เป็งปุ๊ด" ตามความเชื่อชาวล้านนา3 กันยายน 2563 – 09:15 น.

ชาวพุทธเชียงราย แห่ทำบุญ ตักบาตรเป็งปุ๊ด ตามความเชื่อชาวล้านนา ที่ว่าพระพุทธเจ้าจะเสด็จออกมาโปรดสัตว์โดยแปลงกายเป็นสามเณรออกมาเดินบิณฑบาตรถ้าผู้ใดได้ใส่บาตรกับพระอุปคุตแล้วจะประสบแต่ความสุขร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองได้บุญใหญ่หลวงเกิดโชคลาภ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 เมื่อเวลา 00.00 น. ที่วัดน้ำจำ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย พุทธศาสนิกชนในหมู่บ้านน้ำจำและหมู่บ้านใกล้เคียงประมาณ 200 กว่าคน นำข้าวสารอาหารแห้งร่วมทำบุญตักบาตรเที่ยงคืนหรือเป็งปุ๊ด ท่ามกลางความมืดโดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรไป-มาแวะจอดรถเพื่อใส่บาตร ตามความเชื่อของชาวล้านนาทางภาคเหนือว่าในวันขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันพุธโดยไม่เจาะจงว่าต้องอยู่ในเดือนใด พระพุทธเจ้าจะเสด็จออกมาโปรดสัตว์โดยแปลงกายเป็นสามเณรออกมาเดินบิณฑบาตรถ้าผู้ใดได้ใส่บาตรกับพระอุปคุตแล้วจะประสบแต่ความสุขร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองได้บุญใหญ่หลวงเกิดโชคลาภ

โดยปีนี้ “เป็งปุ๊ด” หรือ ตักบาตรเที่ยงคืน ขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันพุธที่ 2 กันยายน 2563  ซึ่งเป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ จึงมีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งเด็ก หนุ่มสาว ผู้สูงอายุ จำนวนมาก นำข้าวสาร อาหารแห้ง มาร่วมใส่บาตรเที่ยงคืนกันอย่างคึกคักเต็มถนนรอบวัดน้ำจำเพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเองและครอบครัว เชื่อกันว่าพระอุปคุตมีอิทธิฤทธิ์ปราบท้าววสวัตตี มีเรื่องเล่ามาว่าประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 2 หลังพุทธปรินิพพาน ณ นครปาตลีบุตราชธานี (ปัจจุบันคือเมืองปัตนะ ภาคใต้ของประเทศอินเดีย) พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ครองราชสมบัติในขณะนั้น ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมดที่พระองค์สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน แต่ถูกพญามารมาผจญ ท่านจึงนิมนต์พระอุปคุตไปปราบพญามารจนยอมแพ้  จากนั้นพระอุปคุตก็มีชื่อเสียงในทางปราบมารท่านมีอีกชื่อว่า “พระบัวเข็ม” ปัจจุบันยังมีความเชื่อในหมู่ชาวล้านนาว่า พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตยังมีชีวิตอยู่ ในทุกวันขึ้น 15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ ชาวล้านนาจะเรียกว่าเป็น “วันเป็งปุ๊ด” พระอุปคุตจะออกบิณฑบาตในร่างเณรน้อยและจะออกมาเวลาเที่ยงคืน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีตักบาตรกลางคืนขึ้น 

ครูบาคำ ซึ่งเป็นพระเพียงองค์เดียวในวัดน้ำจำที่ออกบิณฑบาต กล่าวว่า สิ่งของที่ได้รับจากการใส่บาตรในคืนนี้จะนำไปช่วยเหลือน้องๆ บนดอยที่ขาดแคลนและเด็กกำพร้าบ้านนานา อ.แม่สาย ส่วนปัจจัยทั้งหมดท่านจะนำไปสมทบก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์และบูรณ พระธาตุวัดบ้านรอน เมืองขอน เชียงตุง ประเทศเมียนมา ที่กำลังก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ โดยปีนี้สิ่งของที่ได้จากการบิณฑบาตถือว่าเยอะมากต้องนำรถมาช่วยใส่ของถึง 5 คัน ครูบาคำกล่าวว่า ถือว่าเป็นบุญของเด็กๆ ที่มีผู้ใหญ่ใจดีเมตตามากมายขนาดนี้

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

“แมริออท บอนวอย”อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า “แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แมริออท บอนวอย”อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า “แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ” 

"แมริออท บอนวอย"อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า "แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ" 3 กันยายน 2563 – 07:53 น.

สมาชิก “แมริออท บอนวอย” สามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยมื้ออาหารเช้าอันแสนยอดเยี่ยม ด้วยการเข้าร่วม “แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ” (Bangkok Breakfast Club) สำหรับอาหารเช้า 2 ท่าน ที่ร้านอาหารของโรงแรมในเครือแมริออทฯ ที่ร่วมรายการในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนกันยายน และเดื

งานนี้พบกับอาหารเช้าแบบ อะลาคาร์ทยั่วๆ หรือบุฟเฟ่ต์ในโรงแรม 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยทุกร้านพร้อมนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ ซึ่งรังสรรค์โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่แพนเค้กรสเลิศที่วางเรียงตัวกันเป็นชั้นๆ หรือไข่ออร์แกนิก แกงกลิ่นหอมหวล และเซ็ตอาหารเอเชีย ซึ่งร้านอาหารของโรงแรมในเครือแมริออท พร้อมใจกันสร้างสรรค์ให้เป็นมื้ออาหารอันน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น      

และถ้าใครกำลังมองหาอาหารไทยต้นตำรับ เพื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่ “สยาม ที รูม” (Siam Tea Room) ห้องอาหารไทยรสดั้งเดิมในโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นำเสนอ “ขนมปังสังขยา” ขนมปังปิ้งพร้อมสังขยาใบเตยรสชาติแสนอร่อย ขณะที่ห้องอาหารเจดับบลิว  

"แมริออท บอนวอย"อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า "แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ" 


คาเฟ่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ มาพร้อมเมนูอาหารใต้สุดคลาสสิก “ไข่เจียวปูผัดผงกะหรี่” ส่วนหนึ่งของบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ที่หลากหลาย       

ส่วนคออาหารเช้าแบบสากล ก็มีให้บริการทุกวันที่ห้องอาหารอิตาเลียน “จิออร์จิโอ” ของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์ส นำเสนอเมนู ไข่เบเนดิกต์ราดชีสบนขนมปังเฟรนช์ โทสต์ ขนาดจัมโบ้ ขณะที่โรงแรม เรเนซองส์ ราชประสงค์ นำเสนอเมนูอาหารเช้า “เสือร้องไห้” เนื้อหั่นลูกเต๋าย่าง กับมันฝรั่ง และมะเขือเทศ เสิร์ฟพร้อมซอสฮอลแลนเดสแบบเผ็ด และไข่ดาวน้ำยั่วน้ำลาย        

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ กับเชฟมากฝีมือของห้องอาหารวูว์ (VIU) ที่รังสรรค์เมนูสุขภาพ “ไข่ดาวน้ำ (Poached egg) ออร์แกนิก รับประทานคู่กับน้ำสลัดสีเขียวสดกับผักสลัดท้องถิ่น” เสริมความพิเศษด้วยวิวสุดตระการตาของราชกรีฑาสโมสร        

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เมนูสุขภาพ ซึ่งโรงแรมในเครือแมริออทฯ มีการนำเสนอเมนูอาหารสุขภาพให้เลือกสรรมากมาย โดยสามารถแวะไปที่ห้องอาหาร “บิสโทร เอ็ม” ที่โรงแรมสขุมวิท ปาร์ค กรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ เพื่อลิ้มลอง “กราโนล่า” สูตรโฮมเมด หรือแวะไปที่ร้าน “ซีซั่นนอล เทสท์ส” ของโรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เพื่อชิมเมนู ไข่ดาวน้ำออร์แกนิก กับพิสตาชิโอ, เพสโต้อะโวคาโด และเมล็ดฟักทอง ทาบนขนมปังธัญพืช ขณะที่โรงแรมดับเบิลยู กรุงเทพ ก็มี “วาฟเฟิลเพื่อสุขภาพ” คอยให้บริการที่้ห้องอาหารเดอะ คิทเช่น เทเบิล เช่นกัน
        

"แมริออท บอนวอย"อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า "แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ" 

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนของเมนูอาหารเช้าซึ่งปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยทีมอาหารของแมริออท เสิร์ฟพร้อมกาแฟและชาระดับพรีเมี่ยม น้ำผลไม้สด ขนมปังอุ่นๆ และเมนูอีกหลากหลาย ในโรงแรม 12 แห่งของเครือแมริออทฯ ทั่วกรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ พร้อมต้อนรับคนกรุงเทพฯ และแขกที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์อาหารรสชาติสดใหม่ในทุกๆ เช้ากับ “แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ”     

สนใจแคมเปญแบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ อยากสมัครสมาชิก “แมริออท บอนวอย” สามารถสมัครฟรีได้ที่ https://www.marriott.com/loyalty/createAccount/createAccountPage1.mi
ส่วนรายละเอียด “แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ” เริ่มเช้าวันใหม่ในราคาเพียง 1 บาทคลิก https://marriottbonvoyasia.com/R+B/discount-page/Bangkok-Breakfast-Club

"แมริออท บอนวอย"อัดโปร 1 บาทอิ่มมื้อเช้า "แบงค็อก เบรคฟาสต์ คลับ" 

“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล 3 กันยายน 2563 – 07:13 น.

“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล ย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ความงามอันดับ 1 จากฝรั่งเศส เจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ 


Yves Rocher (อีฟ โรเช่) แบรนด์ความงามอันดับ 1 จากประเทศฝรั่งเศส เปิดแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจ โชว์หมัดเด็ดดึง CRM เป็นจุดแข็งรักษาลูกค้าเก่าและต่อยอดขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ สร้างประสบการณ์การช้อปแบบไร้รอยต่อรับมือ  ยุคไลฟ์ ดิสรัปชั่น ด้วยกลยุทธ์ Omni-Channel (ออมนิ ชาแนล) เชื่อมโยงช่องทางการขายให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์มทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ตอบโจทย์นิว นอร์มอล พร้อมเน้นย้ำจุดยืน “สวยโลกไม่เสีย” สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์บิวตี้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


คุณวิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังการรีแบรนดิ้งและทรานส์ฟอร์มบริษัทเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีในไทยเมื่อช่วงต้น 2020 ที่ผ่านมาเพื่อปรับตัวและภาพลักษณ์ให้ทันสมัยให้ดึงดูดและและสร้างความตระหนักรู้ของคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลเอจให้มากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนลักษณะแบบแผนการทำการสื่อสาร และมีการขยายทีมงานรุ่นใหม่ให้ทันกับ Digital Disruption (ดิจิทัล ดิสรัปชั่น) ขึ้นถึง 5 เท่า และหลังจากผ่านไปเพียง 1 เดือนภายใต้แผนใหม่นี้ อีฟ โรเช่ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 บน Social Listening ที่วัด Share Of  Voice ส่วนแบ่งทางการรับรู้และ Engagement บนโลกออนไลน์ในกลุ่มสินค้าความงามและยังคงรักษาอันดับ 1 ได้จนถึงปัจจุบัน (YTD July) และในแง่ของยอดขายในไตรมาสแรกมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 27% (Volume Growth) และเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ถึง 24% โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่า 30% 


ล่าสุดหลังจากการเล็งเห็นไลฟ์ ดิสรัปชั่นที่ใหญ่และวงกว้างกว่าดิจิตอล ดิสรัปชั่นขึ้นไปอีก ซึ่งส่งผลกระทบถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทาง อีฟ โรเช่ จึงได้เพิ่มปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดและช่องทางการจำหน่ายรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในโมเดลใหม่ เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ 

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


โดยเน้นการใช้กลยุทธ์ Omni-Channel อย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในตลาด โดยภายใต้โมเดลใหม่นี้ ลูกค้าจะสามารถมีทางเลือกในการติดต่อหรือเลือกซื้อสินค้ากับทางแบรนด์ ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ รับกับรูปแบบ นิว นอร์มอลในปัจจุบัน ทั้งจากหน้าร้านที่มีอยู่กว่า 100 สาขา ทาง BA Commerce Hotline ทาง Line Official account ทาง Shop-in-shop บน Ecommerce partners (Lazada, Shopee, Konvy) และจากแพลตฟอร์มใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ อย่าง Social Selling ทั้งหมดนี้จะทำให้ทางแบรนด์ขยายศักยภาพและตลาด สามารถตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่อย่างกลุ่มดิจิทัลเนทีฟ อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งมีแพทเทิร์นในการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไปหลังโควิด เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าและเติมเต็มสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ตลอดจนสร้างความผูกพัน (Engagement) ทำให้เกิดการซื้อสินค้าซ้ำ โดยหลังจากเริ่มดำเนินการเฟสแรกในเดือน พ.ค.- ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 50% และเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ถึง 39% โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่า 60% แม้จะเพิ่งพ้นช่วงโควิดมา

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล

หัวใจของการทำธุรกิจภายใต้โมเดลใหม่นี้จะอยู่ที่การบริหารดาต้าและการทำ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อให้ Brand สามารถ Engage กับลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละคนตลอดทั้งกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค หรือ Consumer Journey โดยกลุ่มของลูกค้าของ อีฟ โรเช่ จะมีกลุ่มฐานลูกค้าเดิมที่เติบโตและอยู่กับแบรนด์มายาวนานเป็นลูกค้าเหนียวแน่นรักและใช้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง มีประมาณ 300,000 คน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี ความต้องการและช่องทางการสื่อสารในการเข้าถึงของกลุ่มนี้ก็จะแตกต่างไปจากลูกค้าอีกกลุ่มที่ทางแบรนด์มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การทำตลาดทางช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น เป็นกลุ่มดิจิทัลเนทีฟซึ่งโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ซึ่งจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-31 ปี ซึ่งเราคาดว่าจะเพิ่มลูกค้าใหม่เป็น New Members นี้อีกประมาณ 100,000 คน ก่อนสิ้นปี 2020 และด้วยความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าที่เรามี ทั้ง CRM และ Omni-Chanel จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ทั้งฐานลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ไป


นอกจากการปรับโมเดลธุรกิจแล้ว อีฟ โรเช่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มอบคุณค่าจากธรรมชาติสู่คนทั่วโลกตามเจตนารมณ์เดิมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจ โดยเห็นได้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณและเส้นผมอย่างล้ำลึกด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เป็น Vegan (วีแกน) 100% และมีขั้นตอนการผลิตที่เป็น   มิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ใหม่ ส่งผลให้ อีฟ โรเช่ เป็นแบรนด์ความงามที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด การันตีด้วยรางวัลอันดับ 1 ในหมวด Beauty Brand, Personal Care Brand, Skincare Brand, Fragrance Brand, Makeup Brand และ Anti-Aging Care Brand จาก Kantar Worldpanel Beauty  (กันตาร์ เวิลด์พาแนล บิวตี้) ในปี 2020 และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุดในโลก ครองอันดับ 1 ใน 37 ประเทศทั่วโลกจากการจัดอันดับโดย Cosmetify แพลตฟอร์มความงามระดับโลกในไตรมาสแรกของปี 2020 และเป็น    แบรนด์อันดับ 1 ในการจัดอันดับแบรนด์ที่มีคนค้นหามากที่สุดในโลกด้วยตัวเลขการค้นหา 2,000,000 ครั้งต่อเดือน

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


อีกทั้งปัจจุบัน อีฟ โรเช่ ยังจัดทำโครงการ Eco-Sustainability และแคมเปญ CSR เพื่อเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่ช่วยสร้างความตระหนักให้กับทุกคนได้ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกต้นไม้ 100 ล้านต้นทั่วโลก ผ่านโครงการ Plant for The Planet คุณเปลี่ยนเราปลูก หรือการส่งมอบสิ่งของให้กับโรงพยาบาล และการมอบทุนสนับสนุนบุคคลที่ทำงานหรือกิจกรรม อันเป็นประโยชน์และช่วยพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อชุมชนและสังคม เรียกว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ (Emotional Connection) จากแบรนด์สู่ลูกค้า และยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ความงามที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาตลอด 60 ปีอีกด้วย

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า2 กันยายน 2563 – 15:50 น.

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า ในรอบ10ปี โดยเฉพาะคนเมือง เปิดงานวิจัยพบ กินผักผลไม้ 4 ขีดต่อวัน ธัญพืชไม่ขัดสีลดความเสี่ยงได้ แพทย์เผย 3 สาเหตุ”พันธุกรรม-พฤติกรรม-โรค” แนะปรับพฤติกรรมการกิน

            จากการเสียชีวิตของ แชดวิก โบสแมน ผู้รับบทกษัตริย์ทีชาล่าใน “Black Panther” ที่เสียชีวิตด้วยวัย 43 ปี โดยบัญชี Twitter ของเขารายงานว่าเขาได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 3 มากว่า 4 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4

 อ่านข่าว : คอหนังเศร้า “แชดวิก โบสแมน” นักแสดงนำ Black Panther เสียชีวิตแล้ว

           ล่าสุดข้อมูลของ Thaihealth Watch ได้รายงานสถานการณ์สุขภาพคนไทยพบว่า คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคลำไส้ใหญ่ 10 ปีย้อนหลังเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า โดยเฉพาะคนในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร และภาคกลางที่มีสัดส่วนการเสียชีวิตสูงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต

         ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการและผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวว่า จากข้อมูลของ Thaihealth Watch ร่วมกับสำนักงานระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ซึ่งได้รวบรวมสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย 10 ปีย้อนหลังรายเขตสุขภาพ ระหว่างปี 2552 – 2561 พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น 2.4 เท่าทั้งเพศหญิงและชาย

         โดยในปี 2552 อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเพศชาย อยู่ที่ 3.6 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 8.9 คนต่อแสนประชากรในปี 2561 เช่นเดียวกับเพศหญิง ในปี 2552 อยู่ที่ 2.8 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 คนต่อแสนประชากรในปี 2561

        ที่น่าสนใจคือคนในเขตเมืองมีแนวโน้มเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตกทม.ที่มีจำนวนมากที่สุด 15.1 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าในรอบ 10 ปี ตามด้วยภาคกลาง 10.2 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า       

          ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ จากรายงาน Food and Agriculture Organization and the World Health Organization (FAO/WHO) พบว่า การบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 4-6 ขีด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

        โดยรายงานวิจัยด้านอาหารโภชนาการและการออกกำลังกายกับการป้องกันมะเร็ง (The Continuous Update Project : CUP) ตีพิมพ์ปี 2561 พบความสัมพันธ์ระหว่างธัญพืช ผักและผลไม้ต่อความเสี่ยงของมะเร็งพบว่า การบริโภคพืชที่เรียกว่า “โฮลเกรน” หรือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ และการบริโภคใยอาหารจากผักผลไม้อย่างน้อย 4 ขีดต่อวัน ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินได้ ซึ่งกลไกการทำงานของใยอาหารยังช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดีที่เจริญในลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ช่วยเร่งการขับถ่าย ทำให้ไม่มีของเสียค้างในลำไส้

       นอกจากนี้ “การออกกำลังกาย” จะช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคต

        รศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากความผิดปกติของผนังลำไส้ใหญ่ที่เกิดได้ทั่วไปในคนธรรมดา แต่มี 3 สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค คือ
      1. พันธุกรรม เช่น มียีนผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง

      2. พฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารบางชนิด

      3. โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนไทยที่เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าตัวนั้นมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมากกว่าพันธุกรรม ทางตะวันตกมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้มากกว่าประเทศไทย

       แต่สำหรับประเทศไทยที่พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองน่าจะมาจากพฤติกรรมที่คล้ายกับทางตะวันตกมากขึ้นโดยเฉพาะการกินอาหารที่มีผักน้อย เน้นเนื้อและมีไขมันสูง รวมถึงภาวะอ้วนก็เพิ่มความเสี่ยง ซึ่งมีข้อมูลที่ชัดเจนจากหลายงานวิจัยพบว่า การทานผักจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรลดการกินเนื้อแดง เนื้อปิ้งย่างที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค

       รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวอีกว่า การคัดกรองมะเร็งก็สามารถลดการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ก่อนที่มะเร็งจะกลายพันธุ์มาจากติ่งเนื้อในลำไส้ ซึ่งช่วงนี้ใช้เวลาหลายปี จึงเป็นช่วงที่แพทย์และผู้ป่วยอยากเจอให้เร็วที่สุดเพราะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ปัญหาคือระยะดังกล่าวไม่แสดงอาการ แม้แต่การเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงต้นก็อาจจะไม่แสดงอาการ เพราะแม้จะมีเลือดออกบ้างแต่หากปนกับอุจจาระก็อาจจะไม่สังเกตเห็น หรือบางกรณีก็ไม่มีเลือดออก หลายคนจึงรู้ตัวเมื่อมีอาการเมื่อช่องลำไส้ตีบลง ซึ่งเมื่อถึงระยะนี้ก็จะรักษาให้หายยากกว่า     

         รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองก่อนมีอาการ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ญาติหรือคนในครอบครัวที่ห่างจากเรา 1 ขั้น เช่น พ่อแม่ พี่น้องเป็นมะเร็งลำไส้ หรือคนที่เคยเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง ควรตรวจคัดกรองให้เร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มเสี่ยงปกติหรือคนทั่วไปจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ จึงควรตรวจคัดกรองในช่วงอายุ 50-70 ปี

        “ซึ่งการตรวจคัดกรองมีอยู่ 3 ทางเลือกคือ 1. การตรวจอุจจาระเพื่อหาสารปนเปื้อนหรือเลือด ซึ่งวิธีนี้ทาง สปสช.มีโครงการสุ่มตรวจประชาชนเพื่อคัดกรองมะเร็งแล้ว 2. การส่องกล้องเพื่อดูและตัดติ่งเนื้อ หรือ 3. การทำ CT Scan พิเศษส่วนลำไส้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้การปรับพฤติกรรมการกินมีความสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในกลุ่มคนทั่วไป แต่ยังไม่สามารถลดความเสี่ยงเป็นสูญได้ จึงควรตรวจคัดกรองล่วงหน้าก่อนมีอาการด้วย” รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวในที่สุด

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า

     ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า
Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า