อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่

อัญเชิญ "องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน" ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่

2 กันยายน 2563 – 15:00 น.

“เริงศักดิ์” อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 6 อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ ขนาด 14 บัลลังก์ งบกว่า 300 ล้าน แทนอาคารเดิมที่คับแคบรับคดีเพิ่มมากขึ้นทุกปีสูงถึงกว่า 7 พันคดี เริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ 24 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 63 ที่บริเวณศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ (หลังใหม่) เลขที่ 7 หมู่ 9 ถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-เด่นชัย ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายเริงศักดิ์  วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 6 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานหน้าบันอาคารศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ มี น.ส.งามจิตร อ้นยาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ ในพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานหน้าบันอาคารดังกล่าวว่า ตามคติไทยโบราณเชื่อกันว่า ครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งมวล เป็นเทพพาหนะของพระนารายณ์ ได้รับพรให้เป็นอมตะ มีพละกำลังมหาศาลและแข็งแรง ไม่มีศาสตราวุธใดทำลายลงได้ มีสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ จึงได้นำครุฑมาเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน และถือเป็นตราประจำแผ่นดินหรือตราพระราชลัญจกร ซึ่งหมายถึงพระราชบัลลังก์

“ตราครุฑ” ยังใช้เป็นตราประจำสถานที่ราชการและใช้ตราบนหัวหนังสือหรือเอกสารต่างๆของทางราชการ ดังนั้น เพื่อให้อาคารศาลมีภาพลักษณ์ สมกับเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ ที่ได้ปฏิบัติราชการในพระปรมาภิไทพระมหากษัตริย์ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้จัดพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐาน ณ หน้าบันอาคารศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ เพื่อความสง่างามและเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติราชการ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการในศาลแห่งนี้ และผดุงไว้ ซึ่งความยุติธรรมสืบไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑ มีพระสงฆ์ 10 รูป ร่วมเจริญพุทธมนต์อ่านโอ่งการบวงสรวงบูชาพญาครุฑกำลังแผ่นดินและเทพเทวดา โดย ผู้ช่วยศาสราจารย์ หัสดิน เชาวนปรีชา ในฐานะพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะ เริ่มจากบทสวดพระรัตนตรัย บอกกล่าวแทวดา บอกกล่าวครุฑ พร้อมถวายเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย ผลไม้ 7 อย่าง ขนมหวาน น้ำนม น้ำแดงและน้ำบริสุทธิ์

ทั้งนี้ ระหว่างยกองค์ครุฑขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ พระสงฆ์ 10 รูป เริ่มสวดเจริญพุทธมนต์ บทสวดชัยมงคลคาถา เพื่อเสริมพลังอำนาจบารมีแก่องค์ครุฑและเพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีครั้งนี้

โดยมี นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัด, ผู้พิพากษาศาลประจำศาลเยาวชนและครอบครัว, ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว ในพื้นที่ ภาค6, อัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ ข้าราชการทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่35 ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์, ทนายความจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอันเป็นมงคลครั้งนี้จำนวนมาก โดยศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่นี้ จะเริ่มเปิดใช้ทำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กันยายน 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 13,612 ตารางเมตร มีบัลลังก์ไว้อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน จำนวน 5 บัลลังก์  บัลลังก์ที่ 1-4 ตั้งอยู่ชั้นที่ 2 ของอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนบัลลังก์ที่ 5 ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อดูปริมาณคดีที่ฟ้องต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2559 มีจำนวน 4,725 คดี, 6,058 คดี 6,333 คดี และ 7,777 คดี ตามลำดับ

ปัจจัยทางด้านความคับแคบของอาคารที่ทำการจึงไม่เอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่ของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปีงบประมาณ 2559 สำนักงานศาลได้รับการจัดสรรงบประมาณ สำหรับก่อสร้างอาคาร ที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังให่ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 347,400,000 บาท โดยเป็นอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ขนาด 14 บัลลังก์ พร้อมบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาล 1 หลัง ผู้พิพากษา 7 หลัง ผู้อำนวยการ 1 หลัง อาคารชุดสำหรับเจ้าหน้าที่ธุรการศาล 2 อาคาร แต่ละอาคารมีห้องพักจำนวน 12 ห้อง ซึ่งจะต้องทำการก่อสร้างบนที่ดินสาธารณประโยชน์ม่อนสวนคา หมู่ 9 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์  เนื้อที่ประ มาณ 28 ไร่ ซึ่งห่างจากที่ตั้งที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังปัจจุบันไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที” 

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที" 2 กันยายน 2563 – 08:17 น.

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที”  ชาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น เติมความสดชื่น และความกลมกล่อมให้กับเซ็ตขนมหวานมากยิ่งขึ้น

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ กับชุดเมนู “Moon Lantern Set” เซ็ตขนมไหว้พระจันทร์ที่มีรสชาติเย้ายวนใจ รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ 5 ชนิด โดยมีชาเป็นส่วนผสมตามแบบเฉพาะของร้าน ทีดับเบิลยูจี ที พร้อมเพิ่มความประทับใจยิ่งขึ้นด้วยชารสเลิศ “ซิลเวอร์ มูน ที” (Silver Moon Tea) ชาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น เติมความสดชื่น และความกลมกล่อมให้กับเซ็ตขนมหวานมากยิ่งขึ้น

เซ็ตขนมไหว้พระจันทร์อันแสนน่าลิ้มลองนี้ประกอบไปด้วยขนม 5 ชนิด ขนมไหว้พระจันทร์มูนไลต์ (Moonlight Mooncake) แป้งอบผิวสีทองอร่ามไส้คัสตาร์ดรสชาติหวานนุ่มลิ้นผสมกับชา โปโล คลับ ที (Polo Club Tea) ชาเขียวที่มีกลิ่นหอมของคาราเมล เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมอร่อยยิ่งขึ้นด้วยไข่แดงเค็มและถั่วอัลมอนด์  ขนมไหว้พระจันทร์ฮาร์เวสต์ (Harvest Mooncake) แป้งบัวหิมะไส้เม็ดบัวและถั่วอัลมอนด์ ที่มีส่วนผสมของชาเขียวมัทฉะ สอดไส้ด้วยเพสถั่วแดง เพิ่มความหรูหรากับการตกแต่งด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์       

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที" 

เลมอน เคิร์ด ซาเบล่ (Lemon Curd Sable) คุ้กกี้วานิลลาสไตล์ฝรั่งเศสและใส้ครีมมะนาวที่มีส่วนผสมของชา เลมอน บุช ที (Lemon Bush Tea) ชาแดงที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้ เจือรสด้วยผลไม้ตระกูลรสเปรี้ยว ขนมตัวนี้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานพร้อมสร้างความสดชื่นให้กับคนทานได้เป็นอย่างดี       

ซากุระ มูส ซาเบล่ (Sakura Mousse Sable) คุ้กกี้วานิลลาสไตล์ฝรั่งเศสและใส้มูสซากุระที่มีส่วนผสมของชา ซากุระ! ซากุระ! ที (Sakura! Sakura! Tea) ชาเขียวสูตรพิเศษหอมกรุ่นกลิ่นดอกเชอร์รี่บลอสซั่มสอดใส้ด้วยแยมราสเบอร์รี่และปิดท้ายความหวานเติมความสดชื่นด้วย ราสเบอร์รี่ ฟรุต ทาร์ท (Raspberry Fruit Tart) ทาร์ตผลไม้ราสเบอร์รี่ที่มีส่วนผสมของครีมอัลมอนด์ที่ผสมกับชา อัลมอนด์ ที (ชาดำและอัลมอนด์)        

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที"  ‘

เพิ่มความลงตัวให้กับขนมหวาน ด้วยชา ซิลเวอร์ มูน ที (Silver Moon Tea) ชาเขียวคุณภาพเยี่ยมที่มีส่วนผสมของสตอเบอร์รี่จากแถบสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา และความกลมกล่อมด้วยวานิลลาเบอร์เบิ้นฝักใหญ่จากเกาะมาดากัสการ์ เลือกได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น หนึ่งในชาซิกเนเจอรร์ของ ทีดับเบิลยูจี ที ที่ห้ามพลาด       

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมเติมความหวานและความสดชื่นไปกับขนมสูตรพิเศษ 5 ชนิดกับชาซิกเนเจอร์เบลนด์ในเซ็ตขนม “มูน แลนเทิร์น เซ็ต” (Moon Lantern Set) ในราคาพิเศษเพียง 490++ บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 ที่ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค สาขาสยามพารากอน และ ดิ เอ็มโพเรียม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2259-9510.

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด

1 กันยายน 2563 – 20:44 น.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือน ตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 700 ชุด ให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

นายประเสริฐ ใจเจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือน ตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 700 ชุด ให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก ณ วัดคงคามาลัย ตำบลปากพระ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน ภายหลังจากน้ำลด โดยดำเนินการปรับปรุง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเรือนประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมระดมทีมเข้าฟื้นฟู แก้ไขซ่อมแซมระบบไฟฟ้า อาทิ เต้ารับ สวิตซ์ไฟฟ้า สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และเปลี่ยนไม้แป้นรองมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด

นายประเสริฐ ใจเจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก  ยังกล่าวถึงความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมให้คำแนะนำ ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด  ควรสวมถุงมือและรองเท้ายาง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ว่าเปียกชื้นหรือไม่ เช่น พัดลม เตารีด โดยให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ ความชำนาญ ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนใช้งาน ในส่วนของผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปดูแลจำนวน 50 กว่าครัวเรือนที่ประสบภัย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จ่ายไฟให้ใช้ตามปกติแล้ว และในตอนนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตามบ้านผู้ประสบภัยเพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหายจากภัยน้ำท่วม และดูในเรื่องของความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้องของประชาชนในเรื่องของการใช้ไฟด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถ สอบถามข้อมูล แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายด่วน PEA โทร 1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442117/45352/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442117/45353/news

วอนช่วยเหลือ น้องเอ ครอบครัวดอยโอกาส ขาดรายได้ แม่พิการเป็นใบ้ หาเลี้ยง 3 ชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วอนช่วยเหลือ น้องเอ ครอบครัวดอยโอกาส ขาดรายได้ แม่พิการเป็นใบ้ หาเลี้ยง 3 ชีวิต

วอนช่วยเหลือ น้องเอ ครอบครัวดอยโอกาส ขาดรายได้ แม่พิการเป็นใบ้ หาเลี้ยง 3 ชีวิต

31 สิงหาคม 2563 – 14:21 น.

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือครอบครัวน้องเอ ฐานะยากจน แม่พิการเป็นใบ้ประทังเลี้ยง 3 ชีวิต น้องเอตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะทางบ้านมีฐานะยากจน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านแม่แจ๋ม ม.1 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านของน้องเอ อายุ 15 ปี อาศัยอยู่ภายในกระต๊อบบนดอย ซึ่งมีสภาพเก่าใกล้ทรุดโทรม ทุกวันนี้ครอบครัวมีรายได้จากการรับจ้างทำงานของพ่อเพียงคนเดียว โดยรับจ้างเก็บใบเหมี้ยงและรับจ้างทั่วไปภายในหมู่บ้าน ได้ค่าจ้างประมาณวันละ 200-300 บาท วันไหนไม่มีงานก็ไม่มีรายได้ ส่วนแม่พิการเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิดไม่ได้ไปทำงานที่ไหน อยู่บ้านคอยหุงหาอาหารให้พ่อและน้องเอ ในส่วนของน้องเอตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะทางบ้านมีฐานะยากจน ก่อนหน้านั้นได้บวชเรียนในตัวเมืองลำปางและได้ทำการสึกออกมาได้เมื่อไม่นานมานี้

หลังทราบข่าวความลำบากของน้องเอได้มีตัวแทนพรรคพลังประชาธิปไตย โดยคุณพลพงศ์ พงษ์สุพัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 ลำปาง เป็นตัวแทนพรรคพลังประชาธิปไตย นำเงินไปมอบให้ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นและจะหาทางช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ของน้องเอและครอบครัวต่อไป

จากการสอบถาม ผู้ใหญ่สมบัติ ปาแก้ว ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่แจ๋ม หมู่ 1 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าครอบครัวของน้องเอ มีฐานะยากจนจริงๆ ทุกวันนี้มีพ่อเป็นคนหาเงินเลี้ยงครอบครัวทั้งหมด ส่วนแม่ก็ไม่ได้ทำงานอะไรเพราะพิการเป็นใบ้ สื่อภาษาไม่รู้เรื่อง อยู่แต่ภายในบริเวณบ้าน ทำงานบ้านและทำอาหารให้ครอบครัว ส่วนน้องเอก็ช่วยงานพ่อเล็กๆน้อยๆจะมีงานบ้างตามโอกาส ช่วงเย็นจะช่วยพ่อนำใบเหมี้ยงที่นึ่งสำเร็จแล้วไปส่งให้ร้านค้าภายในหมู่บ้าน ตนเองในฐานะพ่อบ้านจึงฝากวิงวอนท่านผู้ใจบุญ ที่มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือครอบครัวน้องเอ สามารถบริจาคได้ตามบัญชีของธนาคาร ชื่อบัญชี นางสาวเจียมใจ แซ่ลิ้ว เลขบัญชี 020018197864 ธนาคาร ธกส. หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 098-8022339 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใหญ่สมบัติได้ตลอดเวลา

วอนช่วยเหลือ น้องเอ ครอบครัวดอยโอกาส ขาดรายได้ แม่พิการเป็นใบ้ หาเลี้ยง 3 ชีวิต

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

นักท่องเที่ยว ตื่นตา ฝูงนกเงือกบินโชว์ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พบมากสุดในรอบ 10 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยว ตื่นตา ฝูงนกเงือกบินโชว์ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พบมากสุดในรอบ 10 ปี

นักท่องเที่ยว ตื่นตา ฝูงนกเงือกบินโชว์ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พบมากสุดในรอบ 10 ปี31 สิงหาคม 2563 – 11:48 น.

นักท่องเที่ยว ตื่นตา ฝูงนกเงือกบินโชว์ เผยพบมากสุดในรอบ 10 ปี ที่ช่องเย็นกลางม่านหมอก นกบินว่อน นักท่องเที่ยวแห่ดูนก และนอนนับดาว เดินส่องสัตว์ สัมผัสอากาศหนาว ที่ช่องเย็น ขุนน้ำเย็น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2563 ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มี นกเงือก จำนวนมากในรอบ10 ปี บินผ่านมาบริเวณช่องเย็น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นิยมกันมากางเต้นท์นอน สร้างความตื่นเต้นแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ฝูงนกเงือกดังกล่าว ไม่มีอาการตื่นกลัว และบินเข้ามาในระยะใกล้ๆ นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวผืนป่าตะวันตกมีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทองจังหวัดกำแพงเพชรและอำเภอแม่วงก์และอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น แหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง มีแหล่งท่องเที่ยว ที่ขุนน้ำเย็นและช่องเย็น มีลานกางเต้นท์ มีคำนิยามที่กล่าวว่าไม่ว่าประเทศไทยจะร้อนสักเพียงใด แต่ที่ช่องเย็นจะมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี มีวิวให้ถ่ายรูปสวยๆแบะจุดที่เป็นไฮไลท์คือ จุดชมวิวภูสวรรค์ ทางขึ้นเขาราวๆ 300 เมตร ชมพระอาทิศขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดและเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของนกหลากหลายชนิด มีจุดดูนกอยู่ตามถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง ในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีนกนานาชนิดบินผ่าน โดยนกชนิดที่เด่น และเป็นที่สนใจของนักส่องนกมากๆ คือ นกเงือกคอแดง (Rufous necked Hormbill) เป็นนกที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ เป็นนกนักปลูกป่า และเป็นนกที่ใช้เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ปัจจุบันนกชนิดนี้หาพบได้ยากและใกล้สูญพันธุ์

นอกจากนี้ ยังมีนกอีกชนิดหนึ่ง ที่มีความเด่นและเป็นที่สนใจไม่แพ้กัน คือ นกเงือกกรามช้าง (Wreathed Hornbill) รวมทั้งนกชนิดอื่นที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวบันทึกได้แล้วกว่า 300 ชนิด นายอาทิตย์ นิมา นักถ่ายภาพพัฒนาเมือง จ.นครสวรรค์ ผู้ถ่ายภาพนกเงือกได้ ช่วงเวลา 8.45 น.บริเวณป้ายช่องเย็น กล่าวว่า วันนี้อากาศที่ป่าขุนน้ำเย็นและช่องเย็น ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ดีมากประกอบโชคดีมากๆ สมกับความตั้งใจที่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนถ่ายภาพ ได้เห็นแบบระยะใกล้ๆ เป็นนกเงือกกรามช้างรวมฝูงถึง 30 ตัว ที่บริเวณช่องเย็น ซึ่งในรอบ 10 ปี ที่ได้เห็นเป็นฝูงๆ 30 ตัว ไม่ใช่จะได้พบเห็นบ่อยๆ ขณะที่นกเหงือกฝูงนี้อยู่ในผืนป่าตะวันตก บินผ่านร่องเขาช่องเย็น บินข้ามไปทางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

นักท่องที่อยู่ในบริเวณลานกางเต็นท์ที่ช่องเย็น ต่างตะลึงที่เห็นนกเงือกฝูงใหญ่ นกเงือกกรามช้าง(Wreathed Hornbill)สวยงามมากๆ รีบลุกเงยหน้ามองบนท้องฟ้าตอนที่นกฝูงนี้บินผ่าน เสียงปีกกระทบอากาศ ทำให้เกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณผืนป่าแม่วงก์ ซึ่งในฝูงกว่า30ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นนกเหงือกหนุ่ม (เพศผู้) ส่วนนกเหงือกสาว (เพศเมีย) เห็นอยู่มีประมาณ 3 ตัว บินรวมๆกันมา โดยนกเหงือกกรามช้างจะมีขนาดความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 75-100 ซ.ม. (1 เมตร) จะมีงอยปากยาว มีโหนกเป็นลอนหยัก บริเวณด้านบนของปาก ปากด้านข้างเป็นรอยสัน เพศเมีย มีถุงใต้คอสีฟ้า ส่วนเพศผู้ถุงใต้คอสีเหลือง ทั้ง 2 เพศ มีขีดดำ 2 ข้าง ลำตัวสีดำปอด หางมีสีขาว เหมือนๆกัน ทั้งนี้ ฤดูกาลที่จะดู ในเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน โดยเฉพาะที่ช่องเย็นเป็นที่นิยมของนักดูนกทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เหมาะแก่การชมที่สุด

นายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์กล่าวว่า จากการ Mr. Artid Nima นักพัฒนาเมือง และนักถ่ายภาพ จากจังหวัดนครสวรรค์ และนักท่องเที่ยวพบนกนานาชนิดรวมฝูงและฝูงนกเงือกกรามช้าง รวมเกือบ 30 ตัว บินไปทั่วป่าขุนน้ำเย็น ช่องเย็น และนักท่องเที่ยวยังสามารถถ่ายภาพนกเหงือกคอแดง ที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ในป่าได้ สื่อให้เห็นถึงการวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การที่พบนกเงือกจำนวนมากในวันเดียว ในรอบ 10 ปี ที่เพิ่งได้เห็นนกเหงือกที่บินผ่านมาเป็นฝูงใหญ่ บ่งบอกว่านกเงือกออกหากินผลไม้ และบินสำรวจเส้นทาง รวมทั้งบินรวมกลุ่มหาคู่ครองผสมพันธ์ โดยเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการแข่งขันตามธรรมชาติสูง ดังนั้นถ้าเขาไม่ถูกรบกวนจากมนุษย์ เขาจะสามารถดำรงพันธุ์ได้ต่อเนื่องอีกยาวนาน

ขณะเดียวกันนกเงือกยัง เป็นนักปลูกป่าที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ไปทั่วพื้นป่า เป็นนกที่เบ่งบอกถึงดัชนีชี้วัดบอกความสมบูรณ์ของพื้นป่า และ สื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่นอกจากจะมีสัตว์ป่าที่หลากหลายและชุกชุมแล้ว ผืนป่าก็ยังเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และคงความอุดมสมบูรณ์สูงด้วยสำหรับนกเงือกกรามช้าง เป็นนกในวงศ์นกเงือกมีความลำตัวหัวถึงหางยาว 75–100 ซม. เพศผู้หนัก 1.8-3.65 กก. เพศเมียหนัก 1.36-2.7 กก. มีงอยปากด้านข้างเรียบมีสีแดง ทั้งสองเพศมีหางสีขาว ตัวผู้หน้าและคอมีสีขาว กระหม่อมสีน้ำตาลแดง ถุงใต้คอสีเหลือง ตัวเมียมีสีดำทั้งหัว คอและตัว ถุงใต้คอสีฟ้า ปกตินกเงือกกรามช้างปากเรียบจะอยู่กันเป็นฝูง ฝูงละ 6-20 ตัว นอกฤดูทำรังอาจรวมฝูงขนาดใหญ่จำนวนหลายร้อยตัวบินเก่งสามารถบินหากินได้เป็นระยะทางไกลๆ เสียงร้องคล้ายเสียงเห่า แหบๆ สั้นๆ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช่องเย็นกลางม่านหมอก นกบินว่อน และนอนนับดาว เดินส่องสัตว์ สัมผัสอากาศหนาว ที่ช่องเย็น โดยขุนน้ำเย็น มีกิจกรรมให้ผู้ชื่นชอบธรรมชาติได้มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พาชมดาวทางช้างเผือก ส่องสัตว์กลางคืน เช้าเดินท่องธรรมชาติชมน้ำตกธาราภิบาล ด้วย

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดอันตราย…อาจถึงเสียชีวิตได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดอันตราย…อาจถึงเสียชีวิตได้

ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดอันตราย...อาจถึงเสียชีวิตได้31 สิงหาคม 2563 – 09:45 น.

ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดอันตราย…อาจถึงเสียชีวิตได้

         
ภาวะลมในเยื่อหุ้มปอดที่เกิดขึ้นเอง (spontaneous pneumothorax) หรือเรียกว่าโรคปอดรั่ว เป็นภาวะที่ถุงลมที่พองผิดปกติในปอดจนเกิดการแตกขึ้นมา ทำให้ลมมีการสะสมในช่องเยื่อหุ้มปอดจนส่งผลทำให้กดเบียดเนื้อปอดบางส่วน และบางรายสามารถเบียดไปยังหัวใจและอาจส่งผลทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งจำเป็นต้องรีบรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะถ้ารักษาเร็วจะสามารถลดความอันตรายถึงแก่ชีวิตที่จะเกิดได้ โดยกลุ่มโรคนี้จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม 


กลุ่มแรก คือ ภาวะลมในเยื่อหุ้มปอดที่เกิดขึ้นเองแบบปฐมภูมิ (Primary spontaneous pneumothorax ; PSP) ซึ่งมักพบในกลุ่มวัยรุ่น โดยอุบัติการณ์โรคที่จะเกิดในเพศชายและเพศหญิง คือ 24 และ 10 ราย จากจำนวน 100,000 รายต่อปี โดยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงอาจเกิดจากการสูบบุหรี่ ทั้งยังมีรายงานการศึกษาถึงความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด  ซึ่งในบางรายอาจพบผู้ป่วยที่เกิดจากภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ ( Endometriosis) หรือ ลมรั่วตามประจำเดือน  ( catamenial pneumothorax ) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เกิดในช่วงที่มีประจำเดือนควบคู่กัน โดยในกลุ่มแรกการรักษาด้วยการผ่าตัดค่อนข้างเข้ามามีบทบาทค่อนข้างสูงและได้ผลลัพธ์ที่ดีและสามารถลดอาการได้
              

กลุ่มที่สอง คือ ภาวะลมในเยื่อหุ้มปอดที่สัมพันธ์กับโรคอื่น (Secondary pneumothorax) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักเป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น ถุงลมโป่งพองเรื้อรัง หรือ โรคทางปอดอย่างอื่น  โดยส่วนใหญ่อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดอาจมีอาการตั้งแต่เจ็บแน่นหน้าอกฉับพลัน หายใจหอบเหนื่อยและในรายที่มีอาการมาก อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า Tension pneumothorax โดยผู้ป่วยจะมีอาการอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นและมีความดันโลหิตต่ำ โดยภาวะนี้เกิดจากลมรั่วจากถุงลมในเยื่อหุ้มปอดมีปริมาณมากจนไปกดเบียดหลอดเลือดดำใหญ่ที่เข้าที่หัวใจ ส่งผลทำให้หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างปกติ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ 


การรักษาลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ เมื่อมีอาการแน่นหน้าอกอยู่แล้ว เมื่อแพทย์ได้ทำการเอกซเรย์และวินิจฉัยว่ามีลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดแล้ว ในกรณีที่ลมรั่วมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์  ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่สายระบายทรวงอก เพื่อระบายลมที่รั่วออกมา โดยขั้นตอนถัดไป คือการตรวจหาสาเหตุของโรค  ในปัจจุบันการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ( CT scan ) ได้เข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากในการหาตำแหน่งและจุดที่เกิดการรั่ว และสาเหตุของลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ในกรณีที่ผู้ป่วยตรวจเจอว่ามีถุงลม (subpleural bleb) กลุ่มนั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์  
             

การผ่าตัดภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดนั้น ในปัจจุบันแนวทางในการรักษาภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด สามารถทำได้โดยการผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง (Video Assisted Thoracoscopic surgery; VATS) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็กขนาด 2-3 เซนติเมตรบริเวณซี่โครง โดยเป้าหมายของการผ่าตัดรักษา คือ การจัดการกับสาเหตุของลมรั่วในปอด โดยการตัดถุงลม (blebs, bullae) ที่แตกร่วมกับการสร้างพังผืด(surgical pleurodesis) ระหว่างเยื่อหุ้มปอด เพื่อลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำ โดยข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องนั้น   คือสามารถลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น ลดอาการปวดจากการผ่าตัด รวมไปถึงลดระยะเวลาการนอนพักรักษาโรงพยาบาลหลังการผ่าตัด สอบถามรายละเอียดการรักษาได้ที่ เฟซบุ๊กผ่าตัดหัวใจและผ่าตัดส่องกล้อง คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล  

โดย นพ. ศิระ  เลาหทัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ 
ภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก “อัยเยอร์เวง” กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก “อัยเยอร์เวง” กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด

31 สิงหาคม 2563 – 09:32 น.

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก “อัยเยอร์เวง” กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด ที่มีความสวยงามอย่างสมบูรณ์ไม่แพ้ยอดดอยต่างๆในภาคเหนือ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) นำคณะผู้สื่อข่าวสำรวจและทดสอบสินค้าท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา โดยในเช้าวันนี้ได้นำคณะเข้าเที่ยวชมจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ อ.เบตง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดของภาคใต้  ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่เวลา 05.00 น.เพื่อรอชมแสงแรกของวันใหม่และทะเลหมอกที่มีความสวยงามอย่างสมบูรณ์ไม่แพ้ยอดดอยต่างๆในภาคเหนือ บนระดับความสูง 2,038 ฟุต จากระดับน้ำทะเล 

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด
นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด

สำหรับจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของการชมพระอาทิตย์ขึ้นรับแสงแรกของวัน ควบคู่ไปกับการชมทะเลหมอกอันงดงาม ซึ่งสามารถเห็นทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ก็ยังมีวิวทิวทัศน์ของผืนป่าฮาลา-บาลา มีบรรดานกเงือกบินอวดโฉมให้ผู้มาเยือน มีวิวทะเลสาบเขื่อนบางลาง รวมถึงเมื่ออากาศเปิดสามารถมองไปไกลได้ถึงเขตพื้นที่ประเทศมาเลเซียเลยทีเดียว ทำให้หลังจากการปลดล็อกให้มีการเดินทางท่องเที่ยวกันในประเทศ ทำให้มีบรรดานักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง จ.ยะลากันอย่างคึกคักโดยเฉพาะช่วงวันหยุด
 

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด
นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด
นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง" กันอย่างคึกคักช่วงวันหยุด

อช.แม่ปืม พร้อมภาคีปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อช.แม่ปืม พร้อมภาคีปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ

อช.แม่ปืม พร้อมภาคีปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ

30 สิงหาคม 2563 – 17:33 น.

จ.พะเยา อช.แม่ปืม จับมือ อปท สถานศึกษาและอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานฯ ปลูกป่าถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพัน

วันนี้ ( 30 สิงหาคม 2563 ) ที่พื้นที่ป่าอุทยานหางชาติแม่ปืม บริเวณป่าบ้านไร่อ้อย ม.5 ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา นายมงคล  แพ่งประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่ปืม (PAC) นายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หน.อุทยานแห่งชาติแม่ปืม หน่วยดับไฟป่าแม่ปืม อปท.ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานและนักเรียบน ร.ร.แม่ใจวิทยาคม และชมรม “ฮักบ้านเกิด” อ.แม่ใจ รวมทั้งบสิ้นกว่า 100 คนได้พร้อมใจกันปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพนะชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563

นายวุฒิพงษ์ เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแม่ปืมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทีทรงมีต่อการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จึงได้จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้น โดยได้ปลุกป่าในพื้นที่จำนวน 5 ไร่ ประกอบด้วยไม้ ประดู่ ไม่ยางนา ไม่มะค่า มะขามป้อมและไม้สัก จำนวนกว่า 500 ต้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ต้นน้ำ ลำธารที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์  ปลุกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วามกันบำเพ็ญกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ อันเป็นการสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

ด้านนายมงคล เปิดเผยว่า เนื่องจากตนเองมีบทบาททั้งการทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่ปืม และเป็นครูสอนที่ ร.ร.แม่ใจวิทยาคม จึงได้นำนักเรียนจิตอาสาของทางโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ เพื่อฝึกให้เด็กๆเยาวชนได้รู้จักการทำงานร่วมกับชุมชน การฝึกบำเพ็ญประโยชน์และเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งจะเป็นพื้นฐานติดตัวนร.เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ชาวอ่างทอง แห่ขอโชคโลภไอ้ไข่ วัดสนามชัยคึกคัก หลังถ่ายติดวิญญาณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวอ่างทอง แห่ขอโชคโลภไอ้ไข่ วัดสนามชัยคึกคัก หลังถ่ายติดวิญญาณ

ชาวอ่างทอง แห่ขอโชคโลภไอ้ไข่ วัดสนามชัยคึกคัก หลังถ่ายติดวิญญาณ30 สิงหาคม 2563 – 10:25 น.

ชาวอ่างทอง แห่ขอโชคโลภไอ้ไข่ วัดสนามชัยคึกคัก ส่องเลขเด็ดที่กระถางธูปและเลขปลายประทัด หลังจากมีหญิงสาวถ่ายภาพถ่ายติดวิญญาณไอ้ไข่

วันที่ 29 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานพบว่าชาวบ้านแห่เดินทางขอโชคโลภไอ้ไข่  ที่บริเวณวัดสนามชัย ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง กันอย่างคึกคัก หลังจากพระอาจารย์สมหวัง ญาณสัมปัญโน รักษาการเจ้าอาวาสวัดสนามชัย ได้นำรูปปั้นไอ้ไข่ที่หล่อจำลอง โดยการนำมวลสาร จากกระถางธูป หน้ารูปปั้นไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นำมาหล่อรูปปั้นไอ้ไข่ หรือ ตาไข่ วัดเจดีย์ เท่ารูปจริง มาตั้งไว้ที่วัดสนามชัย ให้ชาวอ่างทอง ได้ทำการกราบไหว้ขอโชคลาภ

ซึ่งต่อมาได้มีหญิงสาวถ่ายภาพถ่ายติดวิญญาณ รูปปั้นไอ้ไข่ บริเวณด้านหลังเจดีย์สีทอง ที่อยู่ห่างจากที่ตั้งรูปปั้นไอ้ไข่ ประมาณ 7 เมตร ต่างรำลือกันว่าไอ้ไข่แสดงปฏิหาริย์ ให้เห็นอยู่ที่วัดสนามชัย ชาวบ้านทราบข่าวจึงไม่พลาด ต่างเดินทางมากราบไหวขอโชคลาภจากรูปปั้นไอ้ไข่ หรือ ตาไข่ ที่วัดสนามชัย กันอย่างต่อเนื่อง ต่างพร้อมใจกันส่องเลขเด็ดจากธูปโชคลาภ ที่อยู่ในกระกระถางธูปหน้ารูปปั้นไอ้ไข่ พร้อมส่องตัวเลข ส่วนเลขปลายประทัดที่แขวนไว้ที่รูปปั้นไอ้ไข่ ได้เป็นเลข 698 – 68 เพื่อนำไปเสี่ยงดวงกันต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อ่างทอง

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ

29 สิงหาคม 2563 – 15:30 น.

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ โดยจังหวัดบึงกาฬเราได้ประสานกับสมาคมโรงแรมและสถานประกอบการห้างร้านและร้านอาหารต่างๆ ที่จะรองรับผู้ที่จะเข้ามาสอบและผู้ติดตามมาประมาณ 6,000 คน

เมื่อเวลา 15.00 นวันที่ 28 ส.ค.นายภัทรวรรธน์ แก้วบวรวิชญ์ ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ด้วยจังหวัดบึงกาฬ จะมีการสอบบรรจุครูตำแหน่งครูผู้ช่วยในกรณีปกติทั่วไป ในวันที่ 29-30 สิงหาคมนี้ ซึ่งมีผู้สมัครใจที่จะมาสอบในสนามสอบจังหวัดบึงกาฬนั้น จำนวน 3,000 คน โดยใช้สนามสอบอยู่ 3 อำเภอคือโรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ โรงเรียนศรีวิไลวิทยาอำเภอศรีวิไล และโรงเรียนพรเจริญวิทยา อำเภอพรเจริญ ซึ่งในวันนั้นทางจังหวัดบึงกาฬเราได้ประสานกับสมาคมโรงแรมและสถานประกอบการห้างร้านและร้านอาหารต่างๆ ที่จะรองรับผู้ที่จะเข้ามาสอบและผู้ติดตามมาประมาณ 6,000 คนขอให้ท่านได้มั่นใจในการต้อนรับในครั้งนี้ทั้งอาหารและที่พักพร้อม

และอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและผู้เข้าสอบในครั้งนี้ เราดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่สามรถช่วยเหลือใครได้ทั้งสิ้น ท่านต้องเตรียมความพร้อมมาเองและช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น ทั้งการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ขอยืนยันว่า กศจ.บึงกาฬ โดยท่านประธานและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและท่านสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ ท่านได้ให้ความสนใจเนื้อเรื่องของความโปร่งใสยุติธรรม ขอให้ผู้เข้าสอบและผู้ปกครองได้มั่นใจในการดำเนินการในครั้งนี้

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ

ด้าน น.ส.อิสระภาพหรือแอล จารุแพทย์ ตำแหน่งพนักงานต้อนรับโรงแรมเดอะวัน เปิดเผยว่าในวันที่ 28-29 ส.ค.ที่พักของโรงแรมเต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโรงแรมที่พักทั้งหมดที่ติดต่อให้ลูกค้าก็เต็มเกือบทั้งหมดแล้ว อาจจะมีเหลือห้องพักในรีสอร์ตที่ไม่ให้เบอร์ติดต่อหรือให้อีเมล์ไว้ อย่างห้องพักรายวันที่ไม่มีเบอร์ในอินเทอร์เน็ต เหตุที่พักเต็มช่วงนี้เนื่องจากผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยได้ติดต่อจองล่วงหน้าตั้งแต่มีวันประกาศสอบ ส่วนนักท่องเที่ยวทางอื่นที่มาติดต่อก็ได้แจ้งให้ทราบว่าทางโรงแรมเต็มเนื่องจากว่าผู้เข้าสอบและญาติได้จองเต็มจนหมดแล้วซึ่งจองมาแต่เนิ่นๆ มาก ลูกค้าที่มาเที่ยวเลยไม่ได้สิทธิ์ในการจองในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีเงินสะพัดช่วงสอบครูผู้ช่วยไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท.

ศธจ.บึงกาฬ เตรียมพร้อมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยกว่า 3,000 คนใน 3 อำเภอ

นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่่าวภูมิภาค จ.บึงกาฬ 

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/441835/44928/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/441835/44929/news