หอการค้าพะเยาจัดกิจกรรม Kick off “งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หอการค้าพะเยาจัดกิจกรรม Kick off “งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020”

หอการค้าพะเยาจัดกิจกรรม Kick off "งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020"

29 สิงหาคม 2563 – 13:50 น.

เชิญเที่ยวชมงานคนรักชาและกาแฟ ที่ชายกว๊านพะเยา หอการค้าพะเยาจัดกิจกรรม Kick off “งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020”

วันนี้ (28 สิงหาคม 2563) ที่บริเวณลานนกยูงชายกว๊านพะเยา นายชุติเดช มีจันทร์ รองผวจ.พะเยา เป็นประธานในการจัดกิจกรรม Kick off “งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020” ณ ลานนกยูงริมกว๊านพะเยา โดยมีนายนายณรงค์ชัย สุทธิกุลบุตร ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงรายสถาบันชาและกาแฟมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภาคเอกชน และกลุ่มคนรักชา-กาแฟพะเยา ให้การต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในงาน

นายณรงค์ชัย กล่าวว่าการจัดกิจกรรมKick off “งานคนรักชาและกาแฟ : Phayao Coffee & Tea Lovers 2020″ ได้จัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่อสร้างจุดขายและการรับรู้เรื่องชากาแฟซึ่งเป็นของดีจังหวัดพะเยา อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดพะเยาในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Green Season) ซึ่งในปีนี้การเดินทางท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปในวิถีท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ หรือ New Normal โดยทางหอการค้าจังหวัดพะเยา ได้รวบรวมร้านชาและกาแฟกว่า 40 ร้าน ที่รังสรรค์เมนูเด็ด (Signature Menu) ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันอย่างจุใจ แต่ละร้านก็พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว และปรับเปลี่ยนการบริการให้สอดคล้องกับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินให้กับคนพะเยาโดยรวม

สำหรับงานคนรักชา กาแฟ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม  เวลา 10.00 น – 20.00 น. ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมมากมายมีการ แสดงและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ ของกาแฟและชา มีในเรื่องขนมของหวานที่จะทานคู่กับกาแฟและชา ได้อย่างอร่อยละมุน มีในเรื่องของงานศิลปะหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องกับกาแฟและชา และ มีกิจกรรม สะสมแต้มคะแนน เพื่อแลกของรางวัล พร้อม แจกของรางวัลต่าง ๆ สำหรับคนมาเที่ยวงาน 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ปชช.แห่แก้บน กันหา ชาลี หลังดวงเฮงรับโชคลาภ ตามที่ขอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปชช.แห่แก้บน กันหา ชาลี หลังดวงเฮงรับโชคลาภ ตามที่ขอ

ปชช.แห่แก้บน กันหา ชาลี หลังดวงเฮงรับโชคลาภ ตามที่ขอ28 สิงหาคม 2563 – 13:32 น.

ผู้โชคดีชาวจังหวัดราชบุรีนำผลไม้มาแก้บนกัณหาชาลี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดสี่แยกเจริญพร หลังขอพรโชคลาภแล้วสำเร็จ

ที่วัดสี่แยกเจริญพร ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยพระครูปฐม สาธุวัฒน์ หรือ อ.เทพ  เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ได้มีสาธุชนมาจากจังหวัดราชบุรี มาเช่าพระเหรียญเต่าหลวงปู่หลิว รุ่น พลิกชีวิตรวยทันใจ รุ่นลงยา และรุ่นสามกษัตริย์จำนวน 2 องค์ ไปบูชา โดยเหรียญทั้ง 2 ได้มีเลขบาร์โค็ดเป็นเลข 288 ทั้ง 2 องค์  ทั้งๆ ที่คนละรุ่นกัน  หลังรับไปแล้วก็ไปขอพรกันหาชาลีโดยเขย่าเสี่ยงเซียมซี ได้เลข 88 และได้นำเลขไปซื้อสลาแล้วก็ถูกรางวัลดังที่ปรากฏเป็นข่าว

และวันนี้ผู้โชคดีดังกล่าวได้นำผลไม้ จำนวน 50 ถาด มาแก้บนให้กับกันหาชาลีภายในวัดหลังจากนั้นก็มีลูกศิษย์พระอาจารย์เทพได้นำผลไม้และสิ่งของต่างๆมาแก้บนกันด้วยเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครปฐม

ไอเดียเก๋ หนุ่มใหญ่วัยเกษียนใช้ โอ่ง ทำสถานที่ปฎิบัติธรรม เผยใช้งบเพียงพันเดียว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไอเดียเก๋ หนุ่มใหญ่วัยเกษียนใช้ โอ่ง ทำสถานที่ปฎิบัติธรรม เผยใช้งบเพียงพันเดียว

ไอเดียเก๋ หนุ่มใหญ่วัยเกษียนใช้ โอ่ง ทำสถานที่ปฎิบัติธรรม เผยใช้งบเพียงพันเดียว28 สิงหาคม 2563 – 12:29 น.

ไอเดียเก๋ หนุ่มใหญ่วัยเกษียนใช้ โอ่ง ทำสถานที่ปฎิบัติธรรม สงบร่มเย็นเห็นธรรม เผยใช้งบเพียงแค่ไม่ถึง 1,000 บาท ก็สามารถทำโอ่งใบนี้ให้เป็นห้องพัก ในราคาประหยัด

จาการที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก mojang puii ได้นำภาพห้องพักโอ่งมาโพสต์ไว้ในกลุ่มข่าวสาธารณะของชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมข้อความว่า เป็นไอเดียสุดเจ๋งที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน สำหรับการเปลี่ยนโอ่งเก็บน้ำฝนให้เป็นห้องที่เราสามารถเข้าไปพักผ่อนได้ พร้อมได้โพสต์ภาพห้องภายในโอ่งใบใหญ่ ที่ระบุข้อความเป็นนวัตกรรมใหม่ “ห้องโอ่ง” สงบร่มเย็น , สบายกายสบายใจ เป็นฝีมือของน้าวิทย์ แห่งโรงเรียนวัดวังสวัสดี อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ธรรมะ=ธรรมชาติ #พาคุณครูอี้รักมาเยือนถิ่นเก่า” ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก ต่างเอ่ยชมถึงไอเดียที่นำโอ่งมาสร้างเป็นห้องพัก ให้ดูเก๋แหวกแนว

ล่าสุด วันนี้ (28 สิงหาคม 2563) ทีมข่าวได้สอบถามรายละเอียดกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก mojang puii ถึงรูปภาพและแหล่งที่มาของโอ่งห้องพักดังกล่าว จนทราบว่า เป็นของลุงคนหนึ่งพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ 6 ตำบลหนองกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จึงเดินทางไปสำรวจยังบ้านพัก พบนายประวิทย์ สนธิลักษณ์ อดีตนักการภารโรง วัย 65 ปี ได้นำพาไปดูโอ่งห้องพัก ที่ได้มีการเนรมิตนำโอ่งน้ำที่เหลือใช้ นำมารังสรรค์ดัดแปลงให้เป็นที่พัก เพื่อเอาไว้เป็นที่ปฎิบัติธรรม โดยนายประวิทย์  ระบุว่า ใช้งบเพียงแค่ไม่ถึง 1,000 บาท ก็สามารถทำโอ่งใบนี้ให้เป็นห้องพัก ในราคาประหยัด ก็ได้ที่พักแบบเท่ๆ แล้ว

จากการสอบถามลุงประวิทย์ เล่าว่า ที่บ้านของตนมีโอ่งที่เหลือไม่ได้ใช้เก็บน้ำงานนานแล้ว ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างไร้ค่า ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งก็ได้แต่นั่งมองมันอยู่ทุกวันจนทำให้เกิดไอเดียที่จะนำวัสดุที่เหลือใช้ นำมาประยุกต์ใช้ทำเป็นที่พักและที่ปฎิบัติธรรม แถมบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ยิ่งถ้าวันไหนอากาศร้อน ก็ใช้พัดลมเปิดช่วยได้ พร้อมหนังสือธรรมไว้ใช้ในการสวดมนต์ทุกวัน ซึ่งในอนาคตอาจจะทำเป็นที่เก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกไดเดียที่ใช้ในการแต่งบ้านแบบเก๋ๆ แถมประหยัดเงินได้อีกด้วย

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

เปิด 3 ถ้ำห้วยยอด เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น หลังพบวัตถุโบราณจำนวนมาก อายุกว่า 3 พันปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิด 3 ถ้ำห้วยยอด เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น หลังพบวัตถุโบราณจำนวนมาก อายุกว่า 3 พันปี

เปิด 3 ถ้ำห้วยยอด เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น หลังพบวัตถุโบราณจำนวนมาก อายุกว่า 3 พันปี28 สิงหาคม 2563 – 10:53 น.

ส.อบจ.ตรังพร้อมผู้นำท้องที่ เปิด 3 ถ้ำห้วยยอดเป็น “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น” หลังพบวัตถุโบราณอายุกว่า 3 พันปีจำนวนมาก เผยสำนักศิลปากรที่15ภูเก็ต ลงพื้นที่สำรวจก่อนนำพระพิมพ์อายุกว่า3พันปีไปเก็บรักษา พร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัด

นายกิตติเดช วรรณบวร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ตรัง พร้อมนายไพโรจน์ จงจิตร อดีตกำนันตำบลเขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายปรีชา คงรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.เขากอบ นำสื่อมวลชนมาสำรวจถ้ำเขาคุรำ เขานุ้ย และเขาหัวพาน ในพื้นที่ ม.12 บ้านนาเป ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ หลังจากที่มีการค้นพบวัตถุโบราณภายในถ้ำทั้ง 3 ลูกจำนวนมาก มีทั้งพระพิมพ์ เศษภาชนะ เศษโครงกระดูก เศษฟันคน ฟันสัตว์ เครื่องประดับ ฯลฯ โดยที่ชาวบ้านได้สร้างที่เก็บรักษาดูและเป็นบ้านบริเวณหน้าถ้ำและมีการดูแลอย่างดี เนื่องจากเป็นวัตถุโบราณล้ำค่าที่มีอยู่ในถ้ำคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพของถ้ำทั้ง 3 ลูกทั้งถ้ำเขาคุรำ เขานุ้ย และเขาหัวพาน มีสภาพพื้นที่ตั้งอยู่ติดกันเป็นเขาสูงตั้งเด่นตระหง่านปกคลุมด้วยผืนป่าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม่น้อยใหญ่ปกคลุมหนาแน่น ภายในถ้ำมีลักษณะเหมือนถ้ำทั่วไปมีทั้งที่มีลักษณะเป็นห้องโถงใหญ่ ซอกหลืบหินงอกหินย้อยสวยงามที่สำคัญคือชาวบ้านขุดค้นพบวัตถุโบราณภายในถ้ำทั้ง 3 ลูกจำนวนมาก พร้อมทั้งได้แจ้งให้ทางสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ทราบและลงมาสำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดทางนักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำท้องที่และชาวบ้านตำบลเขากอบ ประสานไปยังกรมศิลปากรผลักดันให้มีการจัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น” และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีกแห่งของจังหวัดตรัง

นายไพโรจน์ จงจิตร อดีตกำนันตำบลเขากอบ กล่าวว่า เขาคุรำ นี้เริ่มพัฒนาครั้งแรกเมื่อปี 2543 และได้สร้างอาคารตรงนี้ไว้แล้วก็ถูกทิ้งร้างมาเป็นระยะเวลาประมาณ 20 ปี แต่เมื่อปี พ.ศ. 2561 ตนเองก็ได้เริ่มเข้ามาปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ก็ได้เจอของเก่าและตนเองก็ได้เก็บสะสมไว้และก็เจอของเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้เก็บเอาไว้ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ นั้นทางสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต และทางนายกิตติเดช วรรณบวร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังได้เป็นคนประสานมา

“ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองเก็บด้วยใจรักไม่รู้จักว่าแต่ละชิ้นมีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งบริเวณแถวนี้มีถ้ำอยู่หลายถ้ำในแต่ละถ้ำพบว่ามีของโบราณอยู่ทุกถ้ำ ลักษณะภายในถ้ำจะมีห้องโถงใหญ่ วัตถุโบราณที่พบส่วนใหญ่จะมีหม้อดิน เศษกระดูกหรือฟันของกระดูกมนุษย์ ขวานหินสมัยโบราณ ซึ่งทางสำนักศิลปากรที่15ภูเก็ตแจ้งว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 3 พันปี แล้วเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมาทางรองอธิบดีกรมศิลปากรได้ลงมาเยี่ยมพื้นที่แห่งนี้ด้วย ซึ่งพบว่าที่นี่เป็นแหล่งสำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้ ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านให้ความสำคัญและช่วยกันดูแลสถานที่แห่งนี้ด้วย หากใครเข้ามาเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 086-611-3864

ด้านนายปรีชา คงรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลเขากอบ กล่าวว่า ตนเองในฐานะของกรรมการของกรมศิลปากรก็ได้ศึกษาดูแลและอนุรักษ์เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ของกรมศิลป์และที่พบของเขาคุรำ เขานุ้ย เขาหัวพาน ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกรมศิลปากรที่ จ.ภูเก็ตได้เข้ามาสำรวจ พบวัตถุโบราณหลายชิ้น ซึ่งของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องควรอนุรักษ์ไว้ ซึ่งสิ่งที่พบถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดแล้วอายุประมาณ 3 พันปีที่ทางกรมศิลป์ได้แจ้งไว้ ต่อไปเราก็สามารถทำเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้ หากนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่มีความปลอดภัยอย่างแน่นอนจะมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหมู่บ้าน อปพร.ช่วยดูแลป้องกันคุ้มครองให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัย ในส่วนของการเข้าไปเยี่ยมชมแต่ละถ้ำนั้นใช้เวลาในการเดินเข้าไปไม่แน่นอนเพราะมีพื้นที่ถ้ำ มีโถงกว้างใหญ่ มีหินงอกหินย้อย และความพิสดารอัศจรรย์ภายในถ้ำด้วย

ขณะที่ นายกิตติเดช วรรณบวร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนเองได้ประสานงานกับสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ตแล้วร่วมกับอดีตกำนันไพโรจน์ จงจิตร และกำนันในพื้นที่กำนันดำรงค์ศักดิ์ วรรณบวร ที่เป็นสมาชิกและประสานไปอย่างองค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ เนื่องด้วยว่าทางกรมศิลปากรได้ทราบข่าวเมื่อปี 2554 ว่ามีการค้นพบพระพิมพ์และของใช้โบราณในยุคไม่น้อยกว่า 3 พันปี ซึ่งพระพิมพ์ที่พบประมาณ 1,000 กว่าองค์ ตอนนี้ก็ได้มีการส่งมอบพระพิมพ์ให้แก่ทางกรมศิลปากรเพื่อนำไปขึ้นทะเบียนไว้อยู่ที่สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต แต่ในส่วนที่รับผิดชอบของพื้นที่ตรงนี้ภูเขาทั้ง 3 ลูกก็คือภูเขาคุรำ ภูเขานุ้ย ภูเขาหัวพาน ทางกรมศิลป์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณคดีจดทะเบียนถูกต้องของกรมศิลป์และกรมศิลป์ก็เข้ามาดูแล

นายกิตติเดช กล่าวอีกว่า ในส่วนของการพัฒนาแหล่งโบราณคดีที่จะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในอนาคตก็ได้มีการหารือกับกรมศิลป์ เพื่อให้พี่น้องชาวบ้านหมู่ที่ 12 บ้านนาเป มาพูดคุยและทำความเข้าใจกันเพื่อส่งมอบพื้นที่บางส่วนให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบดูแลอย่าง เช่น พื้นที่ที่เป็นถนนและอาคาร โดยที่เราจะต้องมีหน่วยงานราชการเข้ามาประสานงานดูแลเพื่อที่เราจะทำงานร่วมกัน เบื้องต้นทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบทำหนังสือไปยังกรมศิลป์ให้เข้ามาช่วยออกแบบเพื่อจะทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างเช่น museum เดินชมแหล่งโบราณสถานที่เคยพบทั้ง 3 ภูเขา

“นอกจากนี้ทางกรมศิลปากรยังได้ค้นพบสถูปจำลองขนาดอยู่ที่ประมาณ 50 cm อยู่บนยอดภูเขานุ้ยขึ้นไปความสูงประมาณ 100-150 เมตรค้นพบเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วแต่เป็นเศษของสถูปซึ่งทางกรมศิลปากรได้แจ้งไว้ว่ามีไม่กี่ที่ที่มีสถูปจำลองโบราณในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่โบราณทางคดีจึงถือว่าที่นี่มีความสำคัญในเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในยุค 3,000 ปี และหลังจากนี้ต่อไปทางกรมศิลปากรจะเข้ามาดูแลขับเคลื่อนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของคนตรังของคนห้วยยอด สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้ามาดูวัตถุที่เคยค้นพบเช่นพระพิมพ์บางส่วน ส่วนใหญ่ที่สมบูรณ์ 900 กว่าองค์อยู่ที่พิพิธภัณฑ์จ.ภูเก็ต แต่ที่นี่ก็มีบางส่วนสามารถเข้ามาเยี่ยมชมกันได้ จะมีภาชนะต่างๆ โบราณที่ค้นพบ อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ทำมาหากินหรือกระดูกชิ้นส่วนต่างๆของใช้ กำไลสร้อยคอ ลูกปัด ที่เป็นเครื่องประดับ ที่นี่ก็มีให้ดูเป็นบางส่วนเพราะยังไม่สมบูรณ์ แต่การขับเคลื่อนของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะต้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นกรมศิลป์ศิลปากรเข้ามาดูแลตอนนี้เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือรักและห่วงแหนให้การต้อนรับคนที่มาเยือน ในส่วนของการเดินทางเข้ามาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นนั้นเดินทางเข้ามาไม่ยากอยู่ในพื้นที่ของหมู่ที่ 12 บ้านนาเป ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง อยู่ใกล้กับแม่น้ำตรังและอยู่ใกล้กับแหล่งโบราณสถานอีกที่หนึ่งคือวัดคีรีวิหาร แหล่งท่องเที่ยวถ้ำเลเขากอบและวังเทพทาโรจากกันประมาณไม่ถึง 5 กิโลเมตร ถ้าเดินทางมาจากถนนเพชรเกษมเพื่อจะไปยังทะเลสองห้องจากปากทางถนนเพชรเกษมเข้ามาก็อยู่ที่ประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงพื้นที่ของหมู่บ้านสามารถสอบถามเส้นทางจากชาวบ้านได้ เช่นกัน

สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตรัง

เผยเทคโนโลยีฟาร์มโคนมอัตโนมัติระบบแรกในประเทศไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เผยเทคโนโลยีฟาร์มโคนมอัตโนมัติระบบแรกในประเทศไทย  

เผยเทคโนโลยีฟาร์มโคนมอัตโนมัติระบบแรกในประเทศไทย  28 สิงหาคม 2563 – 08:18 น.

ครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีการนำเทคโนโลยีฟาร์มโคoมอัตโนมัติชั้นนำระดับโลกจากประเทศนิวซีแลนด์ มาใช้ในฟาร์มโคนมแห่งใหม่ของบริษัท พญาเย็น แดรี่ จำกัด จังหวัดลพบุรี

         
บริษัทไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ (Waikato Milking Systems) จากนิวซีแลนด์จะพลิกโฉมฟาร์มโคนมแห่งใหม่ของพญาเย็น แดรี่ ในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ให้มีความก้าวหน้าที่สุดในประเทศไทย ด้วยระบบรีดนมอัตโนมัติแบบหมุน (Rotary Milking System) หลังการติดตั้งระบบเครื่องรีดนมอัตโนมัติแบบหมุน ระบบแรกในประเทศไทย ฟาร์มโคนมแห่งใหม่ของพญาเย็น แดรี่ วางแผนที่จะเป็นฟาร์มที่มีจำนวนโคนม 1,000 ตัวในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งนับเป็นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ โดยขนาดฟาร์มโคนมเฉลี่ยในประเทศไทยมีจำนวนวัวต่อฟาร์มอยู่ที่ประมาณ 50 ตัว

เผยเทคโนโลยีฟาร์มโคนมอัตโนมัติระบบแรกในประเทศไทย  

ข้อตกลงระหว่างบริษัทพญาเย็น แดรี่ บริษัทไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ และผู้จัดจำหน่าย บริษัทแดรี่ ฮับ ซับพลาย เชน ในการจัดซื้อระบบรีดนมอัตโนมัติแบบหมุน ระบบแรกในประเทศไทย จัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ (27 สิงหาคม 2563) ณ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยผู้มีเกียรติที่ร่วมงานประกอบด้วย ฯพณฯ ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นายไรอัน เฟรียร์ ทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นายแกรนท์ วิสนิวสกี้ จากไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ นางสาวสุนันทา สุดศิริ จากบริษัทแดรี่ ฮับ ซับพลาย เชน จำกัด และนายชนะศักดิ์ จุมพลอานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพญาเย็น แดรี่
       

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของข้อตกลงที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันในเชิงเทคโนโลยีการเกษตรระหว่างนิวซีแลนด์และไทย ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในระดับโลก
      

ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเกษตรของนิวซีแลนด์ สามารถที่จะมาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมนมของไทย ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ ความเชี่ยวชาญการจัดการฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ หลักปฏิบัติด้านสวัสดิภาพสัตว์ และการเสริมสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
       

นายแกรนท์ วิสนิวสกี้ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและปฏิบัติการของไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ กล่าวว่า โรงรีดนมแบบหมุนจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ทันสมัยให้กับฟาร์มโคนมของพญาเย็น แดรี่ พร้อมทั้งเพิ่มสุขอนามัยและสวัสดิภาพของทั้งพนักงานและโคนมในฟาร์ม
         

“เทคโนโลยีระบบรีดนมแบบหมุนจะเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของพนักงาน และให้สภาวะที่ดีต่อโคนมขณะรีดนม ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความสงบและเรียบร้อยมากขึ้น นอกจากจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของโคนมในฟาร์มแล้วยังส่งผลให้คุณภาพและปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้นด้วย”นายแกรนท์ กล่าว
       

ด้านนายอานนท์ จุมพลอานันท์ กรรมการผู้จัดการของ พญาเย็น แดรี่ กล่าวว่า ระบบการรีดนมแบบหมุนจากบริษัท ไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมท์ ที่จะติดตั้งที่ฟาร์มแห่งใหม่ ปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดการใช้แรงงาน อีกทั้งยังสามารถให้ข้อมูลการรีดนมของโคนมแต่ละตัว ทำให้ทางฟาร์มสามารถวางแผนการจัดการโคนมในฟาร์มระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       

ขณะที่นายไรอัน เฟรียร์ ทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างพญาเย็น แดรี่ และ ไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองประเทศมีการขยายความร่วมมือกันในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ทวีความสำคัญยิ่งขึ้นของทั้งสองประเทศ
        

“ฟาร์มโคนมของไทยยังมีโอกาสรับประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมชั้นนำระดับโลกของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งอุตสาหกรรมโคนมเป็นอุตสาหกรรมหลักและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมทั้งโอกาสในการขยายปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำนมโค ควบคู่กับไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”นายไรอัน เผย
        

ในแต่ละปี ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีการเกษตรขั้นสูงจากนิวซีแลนด์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสริมสร้างพันธมิตรด้านการเกษตรระหว่างประเทศทั้งสองให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมฟาร์มโคนมป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ราว 23,700 ล้านบาทให้กับเศรษฐกิจไทย เป็นอุตสาหกรรมที่ไทยและนิวซีแลนด์สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
        

บริษัท ไวกาโต้ มิลค์กิ้ง ซิสเตมส์ เป็นผู้พัฒนา ผลิต และส่งออกเทคโนโลยีการเกษตรชั้นนำของนิวซีแลนด์ โดยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ทั่วโลก และมีชื่อเสียงในด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยีการรีดนม สวัสดิภาพสัตว์ การผลิตอาหาร และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “The Queen Mother Concert” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “The Queen Mother Concert”

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "The Queen Mother Concert"28 สิงหาคม 2563 – 07:57 น.

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “The Queen Mother Concert”

        
ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยความสนับสนุนของ บี.กริม, บีดีเอมเอส, เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ รายการ “The Queen Mother Concert” บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) ร่วมด้วย คุณอภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวเชลโล่มือหนึ่งของไทย หัวหน้ากลุ่มเชลโลวง RBSO  อำนวยเพลงโดย คุณวานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธร ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันก่อน

ภายในงานได้รับเกียรติจากคนดังหลากหลายวงการ อาทิ คุณจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล, คุณกษิต ภิรมย์, คุณแพร ภิรมย์, คุณกุสุมาลย์ ปัจฉิมสวัสดิ์, คุณอมรา เจียสกุล, คุณปรัชญา เจียสกุล, คุณอุมาดาห์ จํานงค์เขตต์, คุณกรรณิกา ไชยวิเศษ, และคุณจิตราภรณ์ จรัสรัมย์ เป็นต้น เข้าร่วมชมการแสดงด้วยความชื่นมื่น
        

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "The Queen Mother Concert"

โดยการแสดงครั้งนี้นำเสนองานมาสเตอร์พีซ 3 บทที่ได้รับความนิยมกันมากคือ เพลงโหมโรง Prince Igor จากอุปรากรชื่อเดียวกัน ผลงานของ อะเลกซานเดอร์ โบโรดิน หนึ่งในกลุ่มนักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม ซึ่งนำทำนองเพลงพื้นบ้าน นิทานและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัสเซียมาเป็นวัตถุดิบในการประพันธ์เพลง
        

เพลงเอกของรายการคือ เชลโล่คอนแชร์โต หมายเลข 1 ในบันไดเสียง C เมเจอร์ ผลงานของฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน นักประพัน์เพลงชาวออสเตรีย ดนตรีของเขาเรียบง่ายแต่ซ่อนตรรกะที่ลุ่มลึกและแฝงอารมณ์ขัน ศิลปินเดี่ยวได้อวดฝีมือ เล่นประชันกับวงได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะการเล่นแบบด้นสด ซึ่งนำทำนองเด่นๆ มาคลี่คลายออกเป็นลีลาต่างๆ แสดงไหวพริบปฎิภาณทางดนตรี  
       

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "The Queen Mother Concert"

เพลงสุดท้าย เป็นผลงานประเภทเพลงชุด “Suite” ชื่อ Pictures at an Exhibition ของโมเดสต์ มูซอร์กสกี นักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม ดนตรีมีสำเนียงเพลงพื้นเมืองของรัสเซีย งานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจเมื่อได้ไปชมภาพวาดของศิลปินรัสเซียที่นำออกแสดง ดนตรีบรรยายภาพวาดตามอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ประพันธ์
  

สำหรับคุณอภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวเชลโล่  เขาเริ่มเรียนเชลโล่กับ Andrew Heally ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ  ศึกษาต่อที่ Hong Kong Academy of Music and Performing Arts เคยเป็นอาจารย์สอน ณ สถาบันแห่งนี้และ เป็นสมาชิกวง Hong Kong Sinfonietta ต่อมาได้ทุนเรียนกับ Rafael Wallfisch ที่  Guild Hall School of Music ลอนดอน  ปัจจุบันเป็นหัวหน้าหลักสูตรดุริยางค์ศาสตร์บัณฑิตของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตและเป็นผู้ก่อตั้งวงเชลโล่ The Cellissimo

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "The Queen Mother Concert"


ด้านคุณวานิช โปตะวนิช ผู้อำนวยเพลง ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี  ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มทรัมเปต และผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO ผู้อำนวยเพลงประจำวงดุริยางค์ศิลปากร เคยร่วมบรรเลงกับวง ออร์เคสตร้าต่าง ๆ อาทิ Hong Kong Philharmonic, Malaysian Philharmonic และ Singapore Symphony นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์สอนให้กับสถาบันดนตรีต่างๆ ในเมืองไทยอีกด้วย

สุดประทับใจคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "The Queen Mother Concert"

ส้มตำ 10 บาท อร่อยและถูก มีอยู่จริง เปิดมากว่า 15ปี ถูกใจคนงบน้อย ลูกค้าแห่อุดหนุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส้มตำ 10 บาท อร่อยและถูก มีอยู่จริง เปิดมากว่า 15ปี ถูกใจคนงบน้อย ลูกค้าแห่อุดหนุน

ส้มตำ 10 บาท อร่อยและถูก มีอยู่จริง เปิดมากว่า 15ปี ถูกใจคนงบน้อย ลูกค้าแห่อุดหนุน27 สิงหาคม 2563 – 17:35 น.

ของอร่อยและถูกยังมีอยู่จริง ส้มตำ 10 บาท ร้านแม่เรไร เมืองชัยนาท เปิดขายมานานกว่า 15 ปี ถูกใจคนรายได้น้อย ทำให้มีลูกค้าแห่ไปอุดหนุนกันอย่างไม่ขาดสาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนสายดักคะนน-ท่าหาด หมู่ที่ 4 ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท มีร้านขายส้มตำเล็กๆ ร้านหนึ่ง ชื่อว่า ร้านแม่เรไร  ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 15 ปี ด้วยรสชาติอร่อยถูกปาก และมีเมนูให้เลือกหลากหลายแล้ว ที่สำคัญคือ ส้มตำของร้านนี้ เค้าขายถูก เพียงราคาจานละ 10 บาทเท่านั้น ส่วนไก่ย่าง ขายไม้ละ 5 บาท ทำให้มีลูกค้าแห่ไปอุดหนุนกันอย่างไม่ขาดสาย

ร้านนี้เค้ามีเมนูให้เลือกหลากหลาย มีส้มตำกว่า 20 ชนิดให้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็น ตำไทย ตำปู ตำปลาร้า ตำหอย ตำแตง ตำถั่ว ตำซั่ว ตำมะม่วง ตำป่า ตำไข่เค็ม ตำหมูยอฯลฯ ราคาจานละ 10-20 บาท ส่วนซุบหน่อไม้ ลาบหมู ตับหวาน ต้มแซ่บ ราคา 20-25 บาท แต่ที่ถูกสุดต้องยกให้ ไก่ย่าง เครื่องในย่าง ขายเพียงไม้ละ 5 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าไปร้านนี้อิ่มอร่อยกันแบบจุใจ แต่จ่ายเงินราคาสบายๆกระเป๋าแน่นอน

นางเรไร สีโสด อายุ 57 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เปิดร้านขายส้มตำ ราคา 10 บาท มาตั้งแต่ปี 2548 เพราะต้องการขายให้คนในหมู่บ้านและเด็กนักเรียนนักศึกษาที่มีเงินน้อย ได้กินของอร่อยราคาถูก ซึ่งก็ได้ขายราคานี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และจะขายราคานี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ขึ้นราคา แม้ว่าปัจจุบันวัตถุดิบบางอย่างจะมีราคาแพงขึ้นก็ตาม โดยลูกค้าที่มาอุดหนุน ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนนักศึกษา และคนทำงานที่มีรายได้น้อย จะสั่งเมนูส้มตำไก่ย่างเพราะราคาถูกกว่า 

แต่ถ้าเป็นข้าราชการ พนักงานบริษัท ก็จะสั่งเมนูอื่นๆ เช่น ซุบหน่อไม้ ตับหวาน ที่มีราคาสูงขึ้นร่วมด้วย ทำให้ตนขายได้แบบถัวเฉลี่ยกันไป ถึงจะขายได้กำไรน้อย แต่ก็พออยู่ได้ แต่ละวันจะมีทั้งลูกค้ามานั่งรับประทานที่ร้าน และลูกค้าที่มาสั่งซื้อกลับบ้าน ซึ่งเมนูยอดฮิต ก็คือส้มตำ ที่ต้องตำวันละกว่า 100 ครก ส่วนไก่ย่าง เครื่องในย่าง ขายได้วันละกว่า 200 ไม้ แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว          

ทั้งนี้ หากใครสนใจ อยากไปลองลิ้มชิมรส ส้มตำ 10 บาท ร้านแม่เรไร สามารถเดินทางไปได้ทุกวัน โดยร้านจะเปิดขาย ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปจนถึง 5 โมงเย็น  ร้านเป็นเพิงเล็กๆ ตั้งอยู่ริมถนนดักคะนน-ท่าหาด ต.ธรรมามูล  อ.เมืองชัยนาท สอบถามเส้นทางได้ที่โทรศัพท์ 0890821641 

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  27 สิงหาคม 2563 – 13:12 น.

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  

บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART THAILAND ครั้งที่ 54” ประกาศความสำเร็จงานคอมมาร์ต หลังจบการจัดงานเมื่อ 20-23 ส.ค. 63 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ที่ผ่านมา ผลตอบรับดีเกินคาด ผู้คนแห่แหนเข้าร่วมงานตลอด 4 วันอย่างคับคั่ง ภายใต้การควบคุมตามมาตรการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลยอดขายดีเกินเป้า สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,200 ล้านบาท โน๊ตบุ๊คครองแชมป์สินค้าขายดี ด้านผลสำรวจเผยคนมางานคอมมาร์ตเพราะมีแบรนด์หลากหลายในที่เดียว ทุกแบรนด์ รีเทล แฮปปี้ยิ้มรับยอดขาย กระตุ้นตลาดไอทีคึกคัก พร้อมลุยเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ตครั้งต่อไป 26 – 29 พ.ย. 63 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  


จบงานอย่างสวยงามสำหรับการจัดงาน COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ซึ่งได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ผู้คนต่างทยอยเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ตลอดการจัดงาน 4 วันที่ผ่านมา พร้อมด้วยความร่วมมือจากแบรนด์สินค้าไอทีชั้นนำเสนอขายสินค้าที่ตอบโจทย์ยุค New Normal และโปรโมชั่นโดนใจ ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคได้อย่างดี  ภายใต้บรรยากาศที่ผู้เข้าชมงานต่างให้ความร่วมมือ ในการระมัดระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การจัดงานออกมาราบรื่น สามารถสร้างยอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย ทุกแบรนด์ ทุกรีเทลที่เข้าร่วมงานต่างยิ้มกว้างรับยอดขายกันถ้วนหน้า 

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  


นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ. เออาร์ไอพี เผยว่า “งานคอมมาร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมาตรการคลายล็อคดาวน์เฟส 4 ฉะนั้นในการจัดงานตลอด 4 วัน เราได้เห็นเป้าหมายของผู้บริโภคอย่างชัดเจนว่ามีความต้องการสินค้าไอทีสูง และผู้บริโภคต้องการเห็นสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้เป็นโอกาสดีที่จะมาเลือกซื้อสินค้าแบบครบจบในที่เดียวที่งานคอมมาร์ต ซึ่งเป็นไปตามผลสำรวจที่เราเก็บข้อมูลจากคนที่มางาน โดยเหตุผลที่คนเลือกมาเดินงานคอมมาร์ต อันดับหนึ่ง คือ มีสินค้าให้เลือกหลากหลายแบรนด์ ตามมาด้วย มีโปรโมชั่นและของแถมโดยใจ, มีราคาที่ถูกกว่า และมีจับรางวัล Big Bonus ตามลำดับ”
“ในส่วนของสินค้าขายดี ยังคงเป็น กลุ่มโน๊ตบุ๊ค 59% ตามด้วย คอมพิวเตอร์ DIY 29%  อุปกรณ์เสริม 5% สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 4% และจอมอนิเตอร์ 3% ตามลำดับ”

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  

“อีกทั้งบริการใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในงานครั้งนี้อย่าง “คอมมาร์ตรับหิ้ว” ก็สร้างกระแสดีเกินคาด มีออเดอร์เข้ามาถล่มถลายตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน จึงทำให้เราต้องปิดรับออเดอร์ก่อนงาน ซึ่งเป็นสัญญาณดีสำหรับการจัดงานในครั้งต่อไป” นายพรชัย กล่าวเสริม
 

และเพื่อเป็นการขอบคุณทางผู้จัดงานจะจับรางวัล Commart Big Bonus ให้กับผู้ที่ช้อปครบทุก 3,000 บาท มีสิทธิ์ลุ้นแพ็คเกจ COMMART UPGARDE FREE ในวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นี้  ถือเป็นครั้งแรกกับสิทธิ์ของการอัพเกรดสินค้าไอทีที่ผู้จัดงานมอบให้กับผู้โชคดีในครั้งนี้ ซึ่งสามารถติดตามผลรางวัลได้ที่ http://www.commartThailand.com, http://www.facebook.com/commartThailand

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  


งาน COMMART มีกำหนดจัดขึ้นอีกครั้งวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ที่เดิม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.commartThailand.com, http://www.facebook.com/commartThailand , Line:@Commart, และ twitter.com/Commart

COMMART THAILAND ครั้งที่ 54 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 สร้างยอดขายกระตุ้นตลาดไอทีเกินเป้า เตรียมพร้อมเดินหน้าจัดงานอีกครั้ง พ.ย. 63 นี้  

ขนส่งกำแพงเพชร จัดพิธีปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถสวย ก่อนนำออกประมูล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขนส่งกำแพงเพชร จัดพิธีปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถสวย ก่อนนำออกประมูล

ขนส่งกำแพงเพชร จัดพิธีปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถสวย ก่อนนำออกประมูล27 สิงหาคม 2563 – 11:49 น.

สำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร จัดพิธีปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมวดอักษร กธ ครั้งที่ 7 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อนำเงินที่ได้จากการประมูลจะนำเข้า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน”

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 07.39 น.ที่ภายในพระอุโบสถ วัดบ่อสามแสน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดพิธีปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมวดอักษร กธ โดยมีนายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยกับทีมข่าวว่า การจัดประมูลป้ายทะเบียนรถสวย ช่วยการกุศล จัดขึ้นเพื่อนำเงินที่ได้จากการประมูลจะนำเข้า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน”เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน โดยทุกครั้งที่มีการประมูลเลขสวย ทางขนส่งจังหวัดกำแพงเพชรจึงจัดให้มีการเสกแผ่นป้ายทะเบียน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ประสบแต่สิ่งดีๆ มีโชคลาภแก่ผู้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถ

โดยพิธีดังกล่าวมีพระครูวชิรปัญญากร เจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน รองเจ้าคณะอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นเจ้าพิธีในการปลุกเสกแผ่นป้ายทะเบียนรถสวยในครั้งนี้ โดยในพิธีได้นำแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถเลขสวย จำนวน 301 หมายเลข มาวางไว้ภายในพระอุโบสถ จากนั้นทำพิธีปลุกเสก เจริญพุทธมนต์ ประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จพิธี

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมประมูล ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร โทร. 0-5571-0417-20

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เริ่มแล้ว ประเพณีโล้ชิงช้าบ้านผาฮี้ เชียงราย วันที่ 26-29 ส.ค.63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เริ่มแล้ว ประเพณีโล้ชิงช้าบ้านผาฮี้ เชียงราย วันที่ 26-29 ส.ค.63

เริ่มแล้ว ประเพณีโล้ชิงช้าบ้านผาฮี้ เชียงราย วันที่ 26-29 ส.ค.6327 สิงหาคม 2563 – 10:37 น.

เริ่มแล้ว ประเพณีโล้ชิงช้าบ้านผาฮี้ เชียงราย วันที่ 26-29 ส.ค.63 ถือเป็นพิธีกรรมที่มีคุณค่ามากด้วยภูมิปัญญาที่ใช้ในการส่งเสริมความรู้แล้ว ยังเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของอ่าข่าอีกมากมาย

วันที่ 27 ส.ค. 2563 วลา 09.00 น. บ้านผาฮี้ หมู่ 10 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชาวบ้านผาฮี้ร่วมแรงกันสร้างชิงช้า ประเพณีโล้ชิงช้าจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี ซึ่งชาวอาข่าเรียกประเพณีนี้ว่า “แย้ขู่อาเผ่ว” เป็นการให้ความสำคัญกับผู้หญิงฉะนั้น ผู้หญิงอาข่ามีการแต่งกายด้วยเครื่องทรงต่างๆ อย่างสวยงามที่เตรียมเอาไว้ตลอดทั้งปีมาสวมใส่เป็นกรณีพิเศษในเทศกาลนี้ สำหรับหญิงอาข่าจะแต่งกายเพื่อยกระดับชั้นวัยสาวตามขั้นตอน แสดงให้คนในชุมชนได้เห็นพร้อมทั้งขึ้นโล้ชิงช้า แล้วต้องร้องเพลงทั้งลักษณะคู่และเดี่ยวอีกด้วยจัดขึ้นเพื่อเป็นการฉลองพืชพรรณที่จะเก็บเกี่ยวไว้บริโภค เนื่องจากพืชไร่พืชสวนต่างๆ ที่ปลูกลงไปพร้อมที่จะได้ผลผลิตแล้ว

โดยมีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “ขู่จ่า หม่าโบะ หม่าโบะ” ซึ่งมีความหมายว่า ประเพณีโล้ชิงช้ามีอาหารหลากลาย และสมบูรณ์นั่นเอง ชาวอาข่าได้สืบทอดประเพณีนี้มาเป็นเวลา 2,700 กว่าปีแล้ว ซึ่งในปัจจุบันประเพณีโล้ชิงช้าจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และต้นเดือนกันยายน ตรงกับช่วงที่ผลผลิต กำลังงอกงาม และพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน ในระหว่างนี้อ่าข่าจะดายหญ้าในไร่ข้าวเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากดายหญ้าแล้วก็รอสำหรับการเก็บเกี่ยว ตรงกับเดือนของอาข่าคือ “ฉ่อลาบาลา”

ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่า ถือเป็นพิธีกรรมที่มีคุณค่ามากด้วยภูมิปัญญาที่ใช้ในการส่งเสริมความรู้แล้ว ยังเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของอ่าข่าอีกมากมาย

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียราย