โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา มอบพันธุ์บุก 5 พันต้น 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุ่งป่าคาและห้วยไก่ป่า ส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ

โดยนายมาโนช กิ่งเมือง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ / หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ทำพิธีมอบกล้าพันธุ์บุก จำนวน 5,000 ต้น ให้กับกลุ่มวิสาหกิจบ้านทุ่งป่าคา 3,000 ต้น และกลุ่มวิสาหกิจบ้านห้วยไก่ป่า 2,000 ต้น ให้กับราษฏร 30 ราย ตามโครงการแม่ฮ่องสอน model ที่ได้มีการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ ที่ผ่านการสำรวจสิทธิของชาวบ้านที่ครอบครองพื้นที่อย่างถูกต้อง ก่อน 30 มิ.ย. 41 

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างอาชีพให้กับราษฏรนอกเหนือจากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว โดยทางโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ได้สนับสนุนพันธุ์บุก ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับ ประกอบกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการปลูกบุกที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนพันธุ์บุกถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฏร ได้สร้างงานสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวหวัง พัฒนาคุณภาพชีวิตต่อยอดรายได้ให้ยั่งยืน

บุก เป็นพืชล้มลุกที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ไม่ต้องรดน้ำพรวนดิน ไม่ต้องให้ปุ๋ย ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งใดๆทั้งสิ้น และชอบดินร่วนปนทราย รวมถึงการอยู่ในที่ร่มแสงแดดรำไร ดังนั้น การปลูกบุกแซมในร่องสวนหรือปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นจึงทำได้ ไม่ต้องเสียพื้นที่ การปลูก ส่วนมากเริ่มปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป เมื่อนำต้นกล้าที่เพาะจากไข่บุกมาปลูก ก็ขุดหลุมลงไปเพียงนิดเดียว เอาดินกลบ หากขุดหลุมลึกเกินไปจะทำให้หัวเน่าและการขุดเก็บทำได้ยาก การปลูกแซมสามารถทำได้ในทุกๆ พื้นที่ และปลูกร่วมกับพืชอื่นได้ทุกชนิดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน "อินทผลัมเฟสติวัล 2020" ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงาน “อินทผลัมเฟส Intapalum Festival” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดโครงการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ “อินทผลัมเฟส Intapalum Festival” โดยมี นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว และเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วม

การจัดงานอินทผลัมเฟส Intapalum Festivalในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกับ กลุ่มอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2+563 เวลา 9.00 – 21.00 น. ณ ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (สวนอินทผลัม) ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีการปลูกมากกว่า 10,000 ต้น ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรในช่วงฤดูฝน และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยภายในงานได้นำผลอินทผลัมสดๆ มาให้ชิมฟรีไม่อั้น การนำอินทผลัมผลสดสายพันธุ์บาฮีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เกรดพรีเมี่ยม รสชาติ หวาน กรอบ มาจำหน่าย ในราคาพิเศษ การจำหน่ายต้นพันธุ์อินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้าจากต่างประเทศ การแสดงเมนูพิเศษจากอินทผลัม การแสดงดนตรีสด การจำหน่ายพืชผักปลอดภัยสินค้าเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ หันมาปลูกอินทผาลัมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ผลดีเกือบทุกชนิด มีรสชาติหวาน ไม่ว่าจะเป็น มะขามหวาน เงาะ มังคุด ทุเรียน แม้กระทั่งสะเดายังมีรสชาติหวานมัน

ดังนั้นเมื่อนำอินทผาลัมมาปลูก จึงให้รสชาติที่หวานฉ่ำกรอบอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกอินทผาลัม รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูฝน ชมชิมอินทผาลัมสดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2563 ณ ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยภายในงานจะมีเกษตรกรนำอินทผาลัมสดมาจำหน่ายกว่า 20 ร้าน พร้อมทั้งเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนอินทผาลัมจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%13 กรกฎาคม 2563 – 09:00 น.

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%


         
คนไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวหลังอัดอั้นมานาน…โรงแรมในเครือแมริออท ในประเทศไทย 40 แห่ง ขานรับความต้องการที่พักประกาศเข้าร่วมโครงการ “เที่ยวปันสุข” ตามมาตรการของภาครัฐเพื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของไทยคลี่คลาย ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายระยะต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงแรมในเครือแมริออท ในประเทศไทย กลับมาเปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
           

สำหรับโครงการ “เที่ยวปันสุข” ในแพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนค่าที่พัก และค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ช่วยให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และเข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ มากขึ้น โดยจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ตุลาคม 2563

อ่านข่าว…  ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยมอบ 3 สิทธิพิเศษ ได้แก่ สิทธิ์ที่ 1 รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พัก 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน)

สิทธิ์ที่ 2 รับคูปอง มูลค่า 600 บาทต่อวัน ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยชำระเพียง 60% อีก 40% ตัดจากคูปอง เมื่อเช็คอินเข้าพัก จึงจะได้รับคูปองเป็นรายวัน

และสิทธิ์ที่ 3 เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง (จำกัดห้องพักละ 2 ที่นั่ง ตามจำนวนห้องที่พักจริง แต่รวมไม่เกิน 10 ที่นั่ง ตามเงื่อนไขของโครงการ
          

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด และสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยลงทะเบียนซึ่งผูกกับแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (G-Wallet) โครงการเที่ยวปันสุข เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 โดยรอรับ sms ยืนยันผลการลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สำหรับใช้จ่ายในโครงการ

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิแพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อเป็นส่วนลดค่าที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท สามารถจองผ่าน https://hotel-deals.marriott.com/summer-dreaming-in-asia-th/ และhttps://hotel-deals.marriott.com/staycation-bangkok-th/ หรือจองผ่านผู้ให้บริการ Online Travel Agency (OTA) และสามารถติดต่อโรงแรมในเครือแมริออทที่ร่วมโครงการโดยตรง เมื่อดำเนินการจองเป็นที่เรียบร้อย ชำระเงินผ่านแอพฯ “เป๋าตัง” หลังจากนั้นระบบจะส่งคูปอง สําหรับเช็คอินที่โรงแรมเข้ามายังแอพฯ “เป๋าตัง” ซึ่งสามารถนำไปใช้วันที่เข้าเช็คอินที่พักได้ทันที

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง12 กรกฎาคม 2563 – 17:14 น.

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกังขึ้นมะพร้าวตั้งแต่แรกเกิด  การฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าวความเป็นอยู่และการทำงานร่วมกับ ชาวสวนมะพร้าวอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 กค.63  ที่หมู่ที่ 18 ตำบลนาพญาอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพร คณะผู้สื่อข่าวจาก สำนักข่าวต่างประเทศ เดินทางไปยังตำบลนาพญาอำเภอหลังสวน เพื่อดูความเป็นอยู่ของลิงกัง ขึ้นมะพร้าว ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพรแหล่ง ปลูกมะพร้าวจำนวนมาก ของ จ.ชุมพร

นาย Toshihisa Onishi จากสำนักข่าว เกียวโด ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยล่ามได้เดินทางไปยังที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยมีนายเสน่ห์ คงสุวรรณ ประธานชมรมผู้เลี้ยงลิงกัง ขึ้นมะพร้าวจังหวัดชุมพร และนายจินตการ พรหมสุวรรณ รองนายก สมาคมชาวสวนมะพร้าวจังหวัดชุมพร ปลัดอำเภอหลังสวน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้เลี้ยงลิงกังในหลายอำเภอของจังหวัดชุมพรได้นำลิงกังขึ้นมะพร้าว มาร่วมให้การต้อนรับติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายเสน่ห์ เล่าให้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟังถึงความเป็นมาของการเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าว ในจังหวัดชุมพร รวมถึง ความเป็นอยู่ของลิงกังขึ้นมะพร้าวในจังหวัดชุมพรว่า การเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าว ของชาวสวนมะพร้าวในจังหวัดชุมพรมีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายและการเลี้ยงดูลิงกังนั้น จะเพาะพันธุ์ลูกลิงกังจากพ่อแม่ที่ผ่านการคัดเลือกว่า มีความฉลาดและไม่ดุร้ายหลังจากนั้นก็จะนำมาฝึก เพื่อที่จะให้รู้จักการขึ้นมะพร้าว จนเป็นที่ชำนาญจึงจะนำไปขึ้นมะพร้าว ในวันหนึ่งจะขึ้นมะพร้าวตั้งแต่เวลา 8:00 น จนถึง 15:00 น เท่านั้นและลิงกัง 1 ตัวจะขึ้นมะพร้าว ได้เพียงประมาณ 300 ลูก เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะจัดอาหาร เครื่องดื่ม ให้ลิงกังขึ้นมะพร้าวได้กินอย่างเต็มที่รวมถึงการจัดที่หลับนอนในช่วงตอนกลางคืน ในอดีตส่วนใหญ่ลิงกังขึ้นมะพร้าวจะนอนอยู่ภายในบ้านเจ้าของด้วยกัน แต่ต่อมาได้มีการสร้างบ้านไว้สำหรับลิงกังขึ้นมะพร้าวให้อยู่แยกออกมาต่างหากโดยเป็นการสร้างบ้านอย่างดี การเลี้ยง ดู เสมือน เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวไม่เคยมีการทุบตี หรือบังคับ ลิงกังขึ้นมะพร้าวให้ทำงานด้วยความรุนแรง ในเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะได้รับการรักษาอย่างดี

ผู้ที่จะเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าวในจังหวัดชุมพรจะมีกฎหมาย ควบคุมและมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของทางราชการอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะ มีการทรมานลิงกังขึ้นมะพร้าว กลุ่มผู้เลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าวและชาวสวนมะพร้าวได้นำผู้สื่อข่าว จากสำนักข่าวต่างประเทศ ไปดูวิถีชีวิตของลิงกังขึ้นมะพร้าวตั้งแต่แรกเกิด  การฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าวความเป็นอยู่และการทำงานร่วมกับ ชาวสวนมะพร้าวอย่างละเอียดทุกขั้นตอน  ซึ่งผู้สื่อข่าว สำนักข่าวต่างประเทศได้บันทึก ภาพ รวมถึง สัมภาษณ์ เพื่อนำไปเสนอตามข้อเท็จจริงที่พบเห็นในวันนี้

ภาพข่าว จิตติ ดาวขจร ภูมิภาค ชุมพร

เขมือบยกเล้า ชาวบ้านผวาทั้งหมู่บ้าน งูเหลือมบุกกินไก่หมดเล้า แมวหายอีก 7 ตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขมือบยกเล้า ชาวบ้านผวาทั้งหมู่บ้าน งูเหลือมบุกกินไก่หมดเล้า แมวหายอีก 7 ตัว

12 กรกฎาคม 2563 – 15:58 น.

ชาวบ้านหมู่ 13 ในตำบลศาลาลำดวน จังหวัดสระแก้ว หวาดผวากันไปทั้งหมู่บ้าน ต้องคอยระมัดระวังดูแลบุตรหลานไม่ให้คลาดสายตา หลังพบว่า ช่วงนี้ ไก่ในเล้าที่เลี้ยงไว้ ถูกงูเหลือมขนาดใหญ่บุกเข้าไปกินจนหมดเล้า รวมถึงแมวในละแวกหมู่บ้านหายไปถึง 7 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านหนองผูกเต่าพัฒนา หมู่ 13 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ต้องช่วยกันจับงูเหลือขนาดใหญ่ตัวนี้ ออกมาจากสวนมะนาว ของนางสาวเครือวัลย์ ศรีเนาว์ อายุ 52 ปี หลังจากชาวบ้านกำลังจะเข้าไปถางป่า แต่พบงูเหลือมขนาดใหญ่ ยาวเกือบ 3 เมตรตัวนี้ นอนขดตัวอยู่ในพงหญ้า หลังจากบุกเข้าไปกินไก่ในเล้าของชาวบ้านไปแล้วถึง 4 ตัว  

ขณะที่นางสาวเครือวัลย์ ศรีเนาว์ ชาวบ้านหนองผูกเต่าพัฒนา หมู่ 13 เจ้าของสวนมะนาวที่พบงูเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อวานนี้เข้าไปถางป่าในสวนมะนาว พบเห็นงูเหลือมขนาดใหญ่ตัวนี้ขดตัวอยู่ในพงหญ้า รู้สึกตกใจและกลัวมาก จากนั้น จึงได้แจ้งเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสระแก้ว ให้เข้าไปช่วยจับงูเพื่อปล่อยคืนสู่ป่าใหญ่  นางสาวเครือวัลย์ฯ ยังเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ แมวในละแวกบ้านค่อยๆ หายไปทีละตัว รวมทั้งหมด แมวหายไปแล้วถึง 7 ตัวด้วยกัน รวมถึงไก่ที่เลี้ยงไว้ในเล้าอีกเกือบ 10 ตัว ก็ถูกงูเหลือมกินไปหมด นอกจากนั้น ชาวบ้านยังกลัวอีกว่า งูเหลือขนาดใหญ่ที่พบเห็นบ่อยๆ ในช่วงหน้าฝน อาจจะทำร้ายลูกหลานเด็กเล็ก ที่มีอยู่ประมาณ 3 ถึง 4 คนอีกด้วย เพราะเด็กๆ มักจะเดินผ่านหรือเข้าไปเล่นกันในสวนมะนาวข้างบ้านอยู่เป็นประจำติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จากนั้น เจ้าหน้าที่และกลุ่มชาวบ้าน จะนำงูเหลือมตัวนี้ไปส่งให้เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมทั้งแจ้งเตือนครอบครัวที่มีบุตรหลานตัวเล็กๆ ให้ระมัดระวัง อาจถูกงูเหลือมทำร้ายได้ในช่วงหน้าฝน เพราะปกติแล้ว จะพบเห็นงูหลากหลายชนิด มักจะเข้าไปกินสัตว์เลี้ยง หรือเข้าบ้านอยู่บ่อยครั้ง

นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสระแก้ว

ชาวบ้านวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง บูรณะยุ้งข้าวพระราชทานฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง บูรณะยุ้งข้าวพระราชทานฯ

ชาวบ้านวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง บูรณะยุ้งข้าวพระราชทานฯ 12 กรกฎาคม 2563 – 12:07 น.

ชาวบ้านวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง บูรณะยุ้งข้าวพระราชทานฯ ชาวบ้านโคกสว่าง วอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยบูรณะยุ้งข้าว ฉางข้าวหรือธนาคารข้าวพระราชทานฯ ให้ปรับปรุงให้ดีกว่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 63  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายไพโรจน์ วงศ์ละคร อายุ 59 ปี  บ้านเลขที่ 88 หมู่ 6 บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ว่ายุ้งข้าวหรือฉางข้าวพระราชทาน ฯ ได้ปล่อยปะละเลยไว้เป็นเวลานาน จนมีเถาวัลย์ และวัชพืชขึ้นเต็มบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและปรับปรุงให้สวยงาม

นายไพโรจน์ วงศ์ละคร เล่าว่า ประมาณ พ.ศ.2525 ได้รับงบพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสวันสำคัญ จำนวน 7,000 บาท เพื่อมาซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างยุ้งข้าว ส่วนแรงงานชาวบ้านได้ช่วยกันทำ เพื่อให้เป็นธนาคารข้าวส่วนกลาง เอาข้าวมารวมกันไว้คนไหนเดือดร้อนให้มายืมกิน พอถึงฤดูการเก็บเกี่ยวก็เอามาส่งคืน ทั้งต้นทั้งดอกก็ว่ากันไปตามกำหนด เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่ก่อนก็ดำเนินการมาเรื่อย ๆติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายไพโรจน์ วงศ์ละคร  เล่าอีกว่า ผ่านไป 20 ปี ก็ไม่ได้ใช้ยุ้งข้าวอีกเลย ได้ปล่อยปะละเลย ก็ไม่มีการดำเนินการต่อของคณะกรรมการ ปล่อยให้รกร้างมาเป็นเวลานาน ช่วงหลัง ๆ ไม่มีการมาดูแล ชาวบ้านที่อยู่ใกล้นาน ๆ ก็มาทำความสะอาด ปล่อยให้เครือเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมไปหมด เวลาฝนตกน้ำท่วมขัง พวกไก่ เป็ด และสัตว์ต่างเข้ามาอาศัยอยู่ใต้ถุน เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และสร้างความลำคาญ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาบูรณะยุ้งข้าว หรือฉางข้าวพระราชทานแห่งนี้ ถ้าบูรณะไม่ได้เพราะผุพังก็ให้รื้อออกไป และปรับที่เพราะมันเป็นของส่วนรวม จะสร้างประโยชน์อะไรก็ได้ ก็จะได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนกับผมที่บ้านอยู่ติดกับยุ้งข้าว บางวันมีงูมีพิษ และสัตว์อื่นๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ เพราะว่ามันรกมากมันน่ากลัว และยุ้งข้าวก็ผุพัง ไม่รู้วันไหนมันจะพังลงมา บางวันมีเด็ก ๆ เข้ามาวิ่งเล่นซ่อนแอบกันในบริเวณนี้ ตัวอาคารปลวกกัดกิน บริเวณข้างในไม้หมดสภาพ ส่วนพื้นก็ทะลุเป็นรูหมดแล้ว หลังคา ฝา ก็ผุพังหมด ถ้าวันไหนมรพายุมาอาจจะล้มลงได้ เพราะหมดสภาพ ส่วนเสาก็ขาดเกือบหมดทุกต้น

ถ้าเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอนุรักษ์ไว้ จริง ๆ แล้วก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้กรุณามอบทุนให้มาสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แก้ไขความอดอยาก ถ้าจะอนุรักษ์ก็อยากให้มาเสริมสร้างให้มันแข็งแรงขึ้น และสวยงามดูดีขึ้นกว่านี้ ปรับภูมิทัศน์ให้ดีกว่านี้ ไม่ให้มันเป็นแบบนี้ ถ้าไม่รื้อไม่ถอนก็ควรปรับปรุง ถ้ารื้อถอนมีขั้นตอนอะไรบ้างก็สุดแล้วแต่ทางฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น แต่ในขณะนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร จะอนุรักษ์ไว้ก็ดีเหมือนกัน เป็นเสาหลักของหมู่บ้าน และเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้านก็ได้เหมือนกัน แต่ขอให้มีการปรับปรุงพัฒนาขึ้น..

อนุศักดิ์ เสาวภา แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร

นทท.นับพันแห่เที่ยว สกายวอร์คเชียงคาน หลังเปิดทดลอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นทท.นับพันแห่เที่ยว สกายวอร์คเชียงคาน หลังเปิดทดลอง

นทท.นับพันแห่เที่ยว สกายวอร์คเชียงคาน หลังเปิดทดลอง12 กรกฎาคม 2563 – 10:29 น.

นทท.นับพันแห่เที่ยว สกายวอร์คเชียงคาน หลังเปิดทดลอง โดยแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สกายวอล์คเมืองเชียงคาน” เสร็จสมบูรณ์  นทท.นับพันคนจากทุกภาคทดลองเที่ยว

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 11 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปชมบรรยากาศการ ทดลองเที่ยว”สกายวอล์คเมืองเชียงคาน แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคาน” ตั้งอยู่ที่พระใหญ่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี หมู่ 4 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ. เลยฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองชายแดนไทย-สปป.ลาว  หรือที่เรียกว่า ”ดินแดนแม่น้ำสองสี” คือแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเลย 70 กม. และห่างจาก อ.เชียงคาน 19 กม.บนถนนชายโขง หรือเส้นทางยุทธศาสตร์ ลาดยางการเดินทางสะดวกตลอดเส้นทาง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย อุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ หนองคาย และ จ.เลย  โครงการสนับสนุนพัฒนาท่องเที่ยวแห่งใหม่ ดำเนินการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย  ด้วยงบประมาณ 28,698,000 บาท บนความสูงจากแม่น้ำโขง 80 เมตร ความยาว 100 เมตร กว้าง 2 เมตร ส่วนยื่นจากพื้นดิน 80 เมตร.

สกายวอร์คแลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคาน เป็นจุดที่มองเห็นแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำ 2 สี ที่ชัดเจน เป็นจุดชมวิว ชมดวงอาทิตย์ตกและธรรมชาติแม่น้ำ ป่า ภูเขาทั้งไทยและลาว ที่สวยงามทุกฤดูกาล แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงในขณะนี้ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้งไทยและลาว โดยเฉพาะถนนเส้นดังกล่าวนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้หลายแห่งและระยะทางไม่ไกลนัก ของ อ.เชียงคาน ทั้ง ภูทอก แก่งคุดคู้ ถนนคนเดินหรือชุมชนบ้านไม้เก่า ต.เชียงคาน  หาดนางคอย และสกายวอร์ค ต.ปากตม  ต่อถึงสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ที่ อ.ท่าลี่ ได้สะดวกอีกด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายเจษฏาภรณ์ สอนเสียง ผู้ใหญ่บ้านท่าดีหมี เปิดเผยว่า การทดลองเปิดท่องเที่ยวเพื่อให้ทราบถึงปัญหาข้อติดขัดซึ่งก็มีอยู่ประมาณ 10  ประเด็นต้องปรับปรุง เมื่อเสร็จทดลองก็จะประชุมใหญ่ทันที ด้านขั้นตอนการท่องเที่ยวเริ่มจากการเดินทางเข้าสู่บ้านท่าดีหมี 2 ก.ม.ก็ถึงจุดจอดรถที่มีสมาชิกกลุ่มท่องเที่ยวภูพระใหญ่บริการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและไทยนะ จากนั้นมีรถบริการขึ้นถึงจุดท่องเที่ยวอีก 1 กม. นทท.จะได้รับบัตรสีเพื่อต่อคิวขึ้นเที่ยว และไหว้พระใหญ่พระพุทธรูปปรางลีลาประทานพร สูง 19 เมตร จากการทดลองเมื่อวันที่  5 ก.ค.2563 มี นทท.จำนวน 3,000 คน และช่วงที่ 2 วันที่ 10 600 คน วันที่ 11 ก.ค.นี้ 2,000 คน  และอีกวันคือวันที่ 12 ก.ค.563  บริหารจัดการโดยชุมชนคือกลุ่มท่องเที่ยวภูพระใหญ่ แบบลงหุ้นขณะนี้มีทุนเรือนหุ้นแล้ว 400,000 บาท จาก 2 ปีที่ดำเนินการมา หุ้นละ 100 บาท รายละไม่เกิน 50 หุ้น การบริการท่องเที่ยวสกายวอร์คนั้น ทุกคนต้องได้รับบัตรสีหรือบัตรคิว กลุ่มละไม่เกิน 50 คน เที่ยวได้ไม่เกิน 15  นาที และบริการตั้งแต่ 07.00-18.00 น.ทุกวัน ส่วนรถที่บริการเป็นรถปิคอัพตอนเดียวมีหลังคาและโครงเหล็กกั้นในสภาพใหม่ทุกคัน ขณะนี้สมาชิกจองซื้อแล้ว 40 คัน บริการคนละ 20 บาททุกขั้นตอน ส่วนเด็กสูงต่ำกว่า 140 ซม. และผู้อายุ 80 ขึ้นไปบริการฟรี

ผู้ใหญ่บ้านท่าดีหมี กล่าวอีกว่า จาการทดลองเที่ยวมา 3 วันทราบว่ามีข้อยังไม่สมบูรณ์ที่สำคัญ คือ ห้องน้ำห้องสุขาที่น้ำไหลไม่สะดวกก็จะมีทางนายอำเภอเชียงคานและหอการค้าจังหวัดเลยมาแก้ไขเป็นระบบสูบน้ำขึ้นจากแม่น้ำโขงให้ ส่วนที่จอดรถ 20 ไร่ก็มี อบต.ปากตมคุยกับเจ้าอาวาสวัดแล้วตกลงเรียบร้อยรอเพียงทำประชาคมไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น แล้วทาง อบต.ปากตมจะมาปรับพื้นที่ให้ และการทาสีพระใหญ่ใหม่ต้องใช้เงิน 1 ล้านทางผู้ว่าราชการจังหวัดเลยจะทำการจัดผ้าป่าการกุศล รวมทั้งฝ่ายทหารที่มาสร้างพระพุทธรูปไว้ให้ นอกนั้นเป็นประเด็นเล็กๆน้อย สามารถปรับปรุงพัฒนาขึ้นได้ และได้รับความร่วมมือจากกรรมการหมู่บ้านและสมาชิกทั้ง 8 หมู่บ้านของ ต.ปากตม ร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มฯ และร่วมกันพัฒนาด้วยทั้งการ จัดร้านค้า ร้านกาแฟและ  อาหาร สินค้า บริการที่พัก  เพื่อรองรับ นทท.ด้วย ส่วนกำหนดเปิดเป็นทางการของสกายวอร์ค  ทางจังหวัดเลยแจ้งว่าต้องให้พร้อมทุกด้านคือ ประมาณเดือน ต.ค. 2563  นี้     

บุญชู  ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

วิถีชีวิตใหม่ชาวทับคล้อพิจิตรรวมใจทอดผ้าป่าหาทุนซื้อเครื่องมือแพทย์บริการชาวบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วิถีชีวิตใหม่ชาวทับคล้อพิจิตรรวมใจทอดผ้าป่าหาทุนซื้อเครื่องมือแพทย์บริการชาวบ้าน

12 กรกฎาคม 2563 – 09:16 น.

วิถีชีวิตใหม่ New Normal ชาวอำเภอทับคล้อที่รักสุขภาพรวมพลังทอดผ้าป่าสามัคคีขอรับบริจาคจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อให้พอเพียงแก่การบริการชาวบ้าน

วันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 2563 ที่บริเวณตลาดทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร นายภูดิท อินสุวรรณ์ สส.พปชร.พิจิตรเขต 2, นายวิศิษฐ์  เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอทับคล้อ,  นายแพทย์กิตติกุล ปิตะวชิรกุล ผอ.รพ.ทับคล้อ, นายมาโนช  วัฒนประสิทธิ์ สจ.เขต อ.ทับคล้อ, นายธวัชชัย รัตนพุก ประธานสภาทนายความจังหวัดพิจิตร, นายบดินทร์ มีลาภ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง 2 พร้อมด้วยทีมงานจิตอาสาของ รพ.ทับคล้อรวมถึง อสม. จำนวนกว่า 30 คน  ได้รวมตัวกันออกเดินเรี่ยไรขอรับบริจาคเงินจากพ่อค้าคหบดีและร้านค้ารวมถึงประชาชนทั่วไปเพื่อเชิญชวนบริจาคเงินตามโครงการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลทับคล้อ ซึ่งจากการเดินขอรับบริจาควันนี้เป็นวันแรกมีผู้ร่วมทำบุญและบริจาคเงินเป็นจำนวนถึง 112,677 บาท นอกจากนี้ก็มีพ่อค้าคหบดีที่มีฐานะร่ำรวยแจ้งความประสงค์จะขอบริจาคเงินมาแล้วจำนวนเกือบ 4 ล้านบาท ซึ่งจะทำพิธีมอบในวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2563 และจะจัดให้มีการทำบุญทอดผ้าป่าในช่วงเวลา 09.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง, เวลา 10.00 น. ทอดผ้าป่าสามัคคี, เวลา 11.00 น. พิธีมอบเงินบริจาคครุภัณฑ์การแพทย์ให้กับ รพ.ทับคล้อ

ในส่วนของนายภูดิท อินสุวรรณ์ สส.พปชร.พิจิตรเขต 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวอำเภอทับคล้อ ได้กล่าวว่า ชาวทับคล้อเป็นผู้มีจิตใจงดงามและเป็นคนใจบุญ ที่ผ่านมาทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนาและวัดวาอารามต่างๆ เจริญรุ่งเรืองได้เป็นพระอารามหลวง แต่ในครั้งนี้เป็นการรวมพลังเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยไว้บริการประชาชนต่อไปอีกด้วย

นอกจากนี้ นายแพทย์กิตติกุล  ปิตะวชิรกุล  ผอ.รพ.ทับคล้อ ให้สัมภาษณ์ว่า รพ.ทับคล้อ เป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง  ซึ่งแพทย์-พยาบาลมีภาระหน้าที่ต้องดูแลประชากรชาวอำเภอทับคล้อที่มีประมาณ 4 หมื่นคนเศษ  แต่ปีที่ผ่านมาให้บริการประชาชนไปแล้วกว่า 8 หมื่นครั้ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากชาวบ้านที่อยู่อำเภอข้างเคียง เช่น อ.วังทรายพูน  อ.ดงเจริญ  อ.ชนแดน ก็มาใช้บริการดังนั้นหากมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบถ้วนก็จะสามารถบริการพี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนการทอดผ้าป่าหาเงินในครั้งนี้ก็เพื่อจะนำไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นรวม 13 รายการ เช่น เครื่องควบคุมให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ , เครื่องอัลตร้าซาวด์ , เครื่องวัดออกซิเจนในร่างกาย ,  เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า(defibrillatior)ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับท่านใดอยากร่วมทำบุญซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับ รพ.ทับคล้อ สามารถร่วมทำบุญด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี  ชื่อบัญชี โครงการทอดผ้าป่าสามัคคีเพ่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์โรงพยาบาลทับคล้อ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 612-0-24837-4 หรือโทร ผอ.รพ.ทับคล้อ  086-9266654,  คุณอารีย์  เสงี่ยมจิตร โทร 081-5345577, คุณววรณนภา  ด่านธนวานิช  โทร 089-1832597  ในวันและเวลาราชการ

สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พิจิตร

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้11 กรกฎาคม 2563 – 20:38 น.

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้ ฝูงค้างคาวบุกวัดเก่าโบราณ ริมแม่น้ำสงคราม เจ้าอาวาสใช้ภูมิปัญญาแก้ไขได้ระดับหนึ่ง สัตว์มีหูหนูมีปีกยังมึน วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาส เดินทางไปที่วัดโพธิ์ไชย หมู่ 7 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำสงคราม หลังทราบจากนายศรีสุวรรณ ยศไชยวิบูลย์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 7 ต.ไชยบุรี ว่าทางวัดมีการปรับปรุงหลังคาศาลาการเปรียญบางส่วนใหม่ จากเดิมบริเวณใต้หลังคาเคยมีค้างคาวมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีมูลค้างคาวอยู่เต็มบริเวณศาลาชั้นสอง และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนจนไม่สามารถทำกิจของสงฆ์ได้ จึงต้องย้ายสิ่งของลงมาชั้นล่างของศาลาฯ

ต่อมาพระมหาปรัชญา ธีรปัญฺโญ เจ้าคณะตำบลท่าจำปา เขต 2 /เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ไชย และพระอธิการบุญทวี จิตตมโล ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดรวมพรรัศมีธรรม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนหลังคาจากเดิมเป็นแบบทึบทั้งหมด เปลี่ยนเป็นแบบแผ่นใสในบางจุด เนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบแสง และออกหากินตอนกลางคืน ผลที่ได้สามารถลดจำนวนค้างคาวที่มาอาศัยอยู่ภายใต้หลังคาได้ แต่ยังคงมีค้างคาวบางส่วนที่ยังคงเข้ามาอยู่อาศัยและถ่ายมูลทิ้งไว้ ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นแบบภูมิปัญญาชาวบ้านโดยแท้ จากเดิมทั้งพระ เณร และฆราวาสต้องช่วยกันกวาดมูลค้างคาวทุกวัน มาเป็นกวาดเก็บอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น และทางด้านเจ้าอาวาสยังกล่าวว่า หากมีใครที่มีวิธีที่สามารถป้องกันการเข้ามาอาศัยของค้างคาวได้ อยากให้ลองเข้ามาดูและแนะนำการให้กับทางวัด เพราะทางวัดจะได้มีพื้นที่ไว้ทำกิจวัตรเพิ่มขึ้นอีก โดยโทรศัพท์ให้รายละเอียดที่ได้เบอร์ 095-4985990,083-4952819

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ประวัติการสร้างวัดโพธิ์ไชย สร้างเมื่อ พ.ศ.2416  ซึ่งเป็นเอกสารที่พระครูไชยบุรีคุณาธร หรือหลวงปู่คำตัน วราโก อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ได้ส่งต่อกรมการศาสนา แต่ตามจดหมายเหตุของขุนหลวงชำอุเทนดิษฐ์ (บันทึกตำนานเมืองไชยบุรี) บันทึกไว้ว่า “เมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พ.ศ.2371 เจ้าอนุวงค์เมืองเวียงจันทน์ ได้กลับจาเมืองญวน มาทำการกบฏต่อกรุงทพมหานครอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้คิดการใหญ่มาก แต่ก็พ่ายแพ้กลับไปเมืองญวนอีก ฝ่ายกองทัพไทยก็ติดตามจับตัวมาได้ ส่งตัวลงไปกรุงเทพมหานคร แล้วเจ้าพญาบดินทร์ได้จัดให้พระวิชิตสงคราม เป็นแม่ทัพกองหนึ่งคุมไพร่พลเมืองอุบล เมืองยโสธร 180 คน ไปตั้งรักษาปากน้ำสงครามที่เมืองไชยสุทธิ์อุตตมะบุรี (ก่อนหน้านี้เคยเป็นเมืองร้างมา 1 ปี)  เมื่อการศึกสงครามกับเมืองลาวสงบราบคาบแล้ว ทางราชการได้แต่งตั้งให้ราชวงศ์เสนเมืองอุบล มาเป็นเจ้าเมืองไชยสุทธิ์อุตตมะบุรี มีคณะกรรมการเมืองซึ่งมาจากเขมราฐ เมืองอุบล เมืองยโสธร อีกจำนวนมาก ร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและบ้านเมืองที่ทรุดโทรมให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเป็นลำดับ ต่อมาก็ได้สร้างวัดขึ้นอีก 3 วัด คือ วัดศรีบุญเรือง วัดยอดแก้ว และ วัดโพธิ์ชัย (ปัจจุบันทั้งวัดศรีบุญเรืองและวัดยอดแก้วกลายเป็นวัดร้าง) คงเหลือแต่วัดโพธิ์ชัยที่มีพระภิกษุจำพรรษาตลอด

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม

คืนอุปกรณ์ทำกิน 3 ยายเก็บเห็ด ตร.เสนอสั่งไม่ฟ้อง พร้อมมอบไข่เพื่อปลอบขวัญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คืนอุปกรณ์ทำกิน 3 ยายเก็บเห็ด ตร.เสนอสั่งไม่ฟ้อง พร้อมมอบไข่เพื่อปลอบขวัญ

11 กรกฎาคม 2563 – 20:37 น.

คืนอุปกรณ์ทำกิน 3 ยายเก็บเห็ด ตร.เสนอสั่งไม่ฟ้อง พร้อมมอบไข่เพื่อปลอบขวัญ เผยต่อไปจะระมัดระวังในการออกไปหาเก็บเห็ดและจะไม่เข้าไปในเขตที่มีการหวงห้ามอย่างเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีที่ นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี นางบุญมี อิทธิเดช อายุ 59 ปี และนางทัศศอร  โยแก้ว อายุ 36 ปี ทั้ง 3 อยู่ ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ที่ถูกนายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีหนังสือมอบหมายเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้มาแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากทั้ง 3 คนได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่บริเวณสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่เขต ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และลักลอบเก็บเห็ดโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 8 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดย นางทัศศอร โยแก้ว อายุ 36 ปี  ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนทั้ง 3 คนได้พากันอาศัยรถของเพื่อนบ้านเพื่อออกตระเวนหาเก็บเห็ดขมยูคาลิปตัสที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติใต้โคนต้นยูคาลิปตัส เพื่อจะได้นำมาเป็นอาหารประทังชีวิตในครอบครัว เนื่องจากพวกตนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจะไปทำงานหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้ โดยได้พากันไปหาเก็บเห็ดที่ป่าบ้านหนองม่วงหนองสวง ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้เห็ดขมมาคนละประมาณ 7-10 ดอก และหลังจากตระเวนหาเก็บเห็ดแล้วไม่มีเห็ดขมให้เก็บได้อีก จึงได้พากันอาศัยรถของเพื่อนบ้านเพื่อพากันมาหาเก็บเห็ดที่ป่ายูคาลิปตัสอยู่ริมถนนทางไปมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ แต่ยังไม่ได้เก็บเห็ดมาโดนจับกุมก่อน และต่อมานายประธาน ได้ไปถอนแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 3 คนแล้ว ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 63 พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้สรุปสำนวนการสอบสวนคดีนี้เรียบร้อยแล้ว โดยได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสามคน และได้ดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 1002/2563 ไปยังพนักงานอัยการ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับสำนวนการสอบสวนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตนได้มอบของกลางประกอบด้วยเสียม จำนวน 3 เล่ม ตะกร้า จำนวน 3 ใบ เห็ดจำนวนหนึ่ง คืนให้กับทั้ง 3 คนไปแล้ว  และเพื่อเป็นการปันสุขให้กับชาวบ้านทั้ง 3 คน ตนจึงได้มอบไข่ไก่ให้กับชาวบ้านทั้ง 3 คนๆ ละ 3 ถาด เพื่อนำไปเป็นอาหารเลี้ยงตนเองและครอบครัวอีกด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทางด้าน นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/3 หมู่ 7 บ้านบัวระรมย์ ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณ ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ให้ความกรุณาช่วยเหลือตนกับพวกในครั้งนี้  ต่อไปตนจะระมัดระวังในการออกไปหาเก็บเห็ดและจะไม่เข้าไปในเขตที่มีการหวงห้ามอย่างเด็ดขาด

ศิริเกษ หมายสุข  ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ