สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี

15 กรกฎาคม 2563 – 16:30 น.

สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี ทุกเสาร์ – อาทิตย์ เผยใจมันรักและต้องการให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬา

วันที่ 15 ก.ค. 2563  ชาวบ้านฮือฮา นายวันชัย วงค์มณี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ได้ลงทุนถมพื้นที่นาของตนเองที่อยู่ใกล้บ้าน จำนวน 7 ไร่ สร้างสนามฟุตบอลหญ้ามาตรฐาน จำนวน 3 สนาม ให้ชาวบ้านมาใช้สนามเล่นฟุตบอลฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมานานกว่า 5 ปี ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงต่างเดินทางเล่นฟุตบอลกันอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันโดยใช้สนามฟุตบอลแข่งขันชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลเป็นประจำ

จากการสอบถาม นายวันชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นพ่อค้าเจ้าของฟาร์มหมูที่มีใจรักในการเล่นฟุตบอล โดยได้นำเงินส่วนตัวที่เก็บมานำไปซื้อดินทำการถมพื้นที่นาข้างบ้าน เพื่อสร้างสนามฟุตบอลด้วยใจรัก และได้ลงมือทำมาหลายปี จนกระทั่งเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน 7 คน สำหรับผู้ใหญ่ และสนามฟุตบอล 11 คน สำหรับเด็กและเยาวชนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยได้เปิดให้ชาวบ้านได้เดินทางมาใช้สนามฟรี ในวันเสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร เพื่อให้เยาวชนได้หันมาสนใจกีฬาฟุตบอล และมีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และเยาวชนในการใช้ต่อยอดไปสู่อนาคตของนักเตะแข้งทองกันต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437108/38577/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437108/38578/news

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก14 กรกฎาคม 2563 – 23:09 น.

ชาวบ้านในตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ แตกตื่นแห่ดูวัตถุประหลาด ลักษณะคล้ายกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์ หลังรถแบ็คโฮขุดดินปรับที่นาใต้เนินต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งลึกเกือบ 1 เมตร พบกองกระดูกสีขาวโพลน เชื่อเป็นกระดูกสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง นำดอกไม้ธูปเทียน

ชาวบ้านในตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ แตกตื่นแห่ดูวัตถุประหลาด ลักษณะคล้ายกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์ หลังรถแบ็คโฮขุดดินปรับที่นาใต้เนินต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งลึกเกือบ 1 เมตร พบกองกระดูกสีขาวโพลน เชื่อเป็นกระดูกสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง นำดอกไม้ธูปเทียนประกอบพิธีขอความเป็นสิริมงคลและโชคลาภตามความเชื่อ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณที่นานายสุทิน เลพล อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 156 บ้านคำมันปลา หมู่ 6 ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านคำมันปลากับบ้านคำมะโฮ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทุ่งนาสลับกับเนินสูงปลูกมันสำปะหลัง มีชาวบ้านจำนวน 15 คน นำโดยนายสุทินเจ้าของนา และผู้สูงอายุในหมู่บ้าน มุงดูวัตถุชนิดหนึ่ง อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นบนเนินดินสูง  ซึ่งวัตถุที่พบดังกล่าวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว ถูกฝังรวมกันอยู่ใต้ผิวดิน ลึกจากระดับผิวดินปกติประมาณ 70 ซม. ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นกระดูกของสัตว์โบราณอายุหลายหมื่นปี จึงนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดขอขมา และเดินวนอ้อมเนินดินและบริเวณที่พบกระดูกดังกล่าว 3 รอบ ก่อนประกอบพิธีขอความเป็นสิริมงคลและโชคลาภตามความเชื่อ

นายพูนพิพัฒน์ เรืองแสน อายุ 61  ปี บ้านเลขที่ 174 บ้านคำมันปลา หมู่ 6 ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวและละแวกใกล้เคียง เป็นพื้นที่ราบสูง แต่มีร่องรอยของร่องน้ำธรรมชาติไหลผ่านเชื่อมไปถึงโนนวิเศษ ในเขตใกล้เคียงคือ อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ซึ่งในอดีตคนเฒ่าคนแก่เล่าขานว่าเป็นทางเดินของคนโบราณ รวมถึงแหล่งหากินของสัตว์ในยุคโบราณ นอกจากนี้ตามบริเวณวัดป่าในพื้นที่ และตามหัวไร่ปลายนาของชาวบ้าน ยังเคยขุดพบเศษซากสิ่งของเครื่องใช้ของคนโบราณอีกเป็นจำนวนมาก จึงสันนิษฐานว่าในย่านนี้ น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนโบราณที่เรียกว่ามนุษย์ 8 ศอก หรือเป็นสุสานฝังซากศพสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์ แต่ยังไม่เคยมีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายพูนพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการขุดพบวัตถุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกสัตว์ดังกล่าว ตนเชื่อว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นหลุมฝังศพสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นช้างป่า หรือม้า และน่าจะมีอายุหลายพันปีหรือหลายหมื่นปี เพราะอยู่ลึกจากระดับผิวดินปัจจุบันประมาณ 70 ซม. อย่างไรก็ตามถึงแม้วัตถุที่พบดังกล่าว จะมีลักษณะเป็นแผ่น เป็นก้อน แยกออกจากกัน แต่ก็กองอยู่รวมกัน ไม่ชิดติดกันเหมือนโครงกระดูกหรือฟอสซิลไดโนเสาร์ หรือกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ตามอย่างที่เห็นโดยทั่วไป แต่ตนก็เชื่อว่าเป็นกระดูกของสัตว์โบราณแน่นอน ส่วนที่เห็นมีลักษณะดังกล่าว ซึ่งคล้ายเศษปูนชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำหนักเบา อาจจะเป็นเพราะสภาพทางกายภาพ และอายุนานหลายพันหลายหมื่นปีมากกว่า จึงทำให้กระดูกผุกร่อนแยกและออกจากกันดังกล่าว

ด้านนายสุทิน เลพล เจ้าของสถานที่กล่าวว่า เดิมจุดที่พบเป็นเนินสูง สภาพเป็นดินเหนียว แข็ง โดยมีต้นนางหวานซึ่งเป็นต้นไม้โบราณ ปัจจุบันเกือบจุสูญพันธุ์ไปหมดแล้วยืนต้นอยู่ สัปดาห์ก่อนได้จ้างรถแม็คโฮมาขุด เพื่อนำดินไปถมที่และเพื่อปรับพื้นที่เป็นแปลงนา วันนี้จึงได้นำเมล็ดข้าวเปลือกมาหว่าน จากนั้นเข้าไปนั่งพักใต้ร่มนางหวาน จึงได้สังเกตเห็นวัตถุสีขาว เป็นก้อน เป็นแผ่น วางเรียงกันเป็นตับอยู่ รู้สึกแปลกใจมากจึงเอามือเกลี่ยดินที่ปกคลุมออก และใช้ฝ่ามือลูบดู บางชิ้นผิวเรียบ บางชิ้นขรุขระ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแน่ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดู

นายสุทินกล่าวอีกว่าเพื่อนบ้านที่มาเห็นต่างสงสัย ดูไม่ออกว่าเป็นซากกระดูกสัตว์หรือไม้ที่กลายเป็นหินกันแน่ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีลักษณะคล้ายหินหรือเศษปูนดังกล่าว ก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นเนื้อปูนแห้ง และไม่มีเหตุผลใดที่จะมีใครเอาเศษปูนมาฝังดินที่อยู่ลึกเกือบ 1 เมตร  จึงสันนิษฐานไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นซากกระดูกสัตว์โบราณหรือในยุคดึกดำบรรพ์ ทั้งนี้ ตนและภรรยาเคยมานอนเฝ้าสัตว์เลี้ยงและข้าว บางคืนภรรยาตนบอกว่าเคยมองเห็นแสงประหลาดพุ่งขึ้นเนินต้นนางหวาน ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแสงอะไร ก่อนที่จะมาพบกระดูกปริศนาในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวการพบกระดูกสัตว์โบราณแพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านที่ทราบเรื่องราวและนิยมเรื่องโชคลาภ โดยเฉพาะใกล้วันหวยออก จึงต่างแตกตื่นมาดู พร้อมกับนำดอกไม้ ธูปเทียนมาประกอบพิธีขอขมา เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอเลขเด็ดตามความเชื่อ ทั้งนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล  ซึ่งทางผู้นำหมู่บ้าน จะได้รายงานนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบต่อไปว่าวัตถุที่ขุดพบนั้นคืออะไร

ชมพิศ ปิ่นเมือง  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัด กาฬสินธุ์

“หมออมร” แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หมออมร” แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้

"หมออมร" แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้14 กรกฎาคม 2563 – 18:10 น.

“ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี”ปธ.ราชวิทยาลัยฯ แนะชาวระยอง หากใครมีอาการ ไข้ ไอ หรือ เจ็บคอ แล้ว ให้รีบไปตรวจหาเชื้อโควิดวันนี้ หากไม่มีอาการรออีก 2-3 ค่อยไปตรวจ หวั่นผลลบลวงได้

             เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2563 เสียงก่นด่าสนั่นโซเชียลหลังมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลผ่านศบค. เกิดความหละหลวมถึงขั้นน็อตหลุด เมื่อปล่อยให้นายทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาประเทศไทย และออกตระเวนท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดระยองเมืองท่องเที่ยวระดับต้นๆของประเทศไทย งานนี้เล่นเอาชาวจังหวัดระยองเดือดไปตามๆ กัน หลังรับรู้ เกิดความหวาดระแวง อีกทั้งต้องรีบตรวจร่างกายหวั่นติดเชื้อโควิด-19

             เกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือไม่อย่างไร  “คมชัดลึก ออนไลน์ ” มีคำแนะนำดีๆ จากปารมาจารย์ระดับครูของแพทย์ อย่าง  “ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี” ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย  ว่า ที่จังหวัดระยองคนคงแตกตื่นจะไปตรวจกันวันนี้ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

           “ผมว่า หากใครมีอาการ ไข้ ไอ หรือ เจ็บคอ แล้ว ก็ไปตรวจวันนี้ หากใครไม่มีอาการใด ๆ รอ อีกสองถึงสามวัน ค่อยไปตรวจ หรือถ้าไม่มีอาการ ค่อยไปตรวจวันที่ 17 ก.ค. หรือ 18 ก.ค. 2563  จะได้มีโอกาสตรวจพบเชื้อโควิด-19” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ระบุ

          ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร  กล่าวอีกว่า ถ้าตนเองติดเชื้อ ระหว่างที่คอยไปตรวจ สวมหน้ากากอนามัยไว้ก่อน อยู่ห่าง ล้างมือ เต็มตัว  หากรีบตรวจเร็วไปในวันนี้ จะได้ผลลบลวงได้ เพราะวิธีการตรวจยังตรวจไม่พบเชื้อในวันนี้ แม้ว่าจะรับเชื้อไปแล้ว เดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปอีกว่า ไม่ติดเชื้อแล้ว

    …กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง….

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563

14 กรกฎาคม 2563 – 17:19 น.

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563 โดยมีคณะผู้บริหาร อปท. ในพื้นที่ 4 แห่งให้การต้อนรับพร้อมจิตอาสาจำนวน 200 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ  ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2563) ที่หอประชุม 50 ปี อ.จุน จ.พะเยา นายสิโรฒม์ ชมใจ ปลัดอาวุโส อ.จุน เป็นประธานในการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ ปี 2563 โดยมีคณะผู้บริหาร อปท. ในพื้นที่ 4 แห่งให้การต้อนรับพร้อมจิตอาสาจำนวน 200 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ  ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นการลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียในพื้นที่

นายสุภชัย  ศุนย์กลาง นายก.ทต.จุน เปิดเผยว่า โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ อปท.ทุกแห่งมีการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครจิตาสาภัยพิบัติขึ้น ซึ่งการในครั้งนี้ ประกอบด้วย เทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ เทศบาลตำบลจุน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางขาม และ องค์การบริหารส่วนตำบลธาตุขิงแกง โดยมีจิตอาสาฯเข้าร่วมฝึกอบรมฯ อปท.ละ 50 นาย รวมเป็น 200 นาย เพื่อให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งจะทำให้การทำงานเต็มไปด้วยคุณภาพ ประสิทธิภาพเมื่อยามเกิดภาวะภัยพิบัติ ตลอดจนสร้างระบบบังคับบัญชาให้รู้ว่าใครมีหน้าทีอะไร ตลอดจนเป็นการดสร้างบุคคลากรในโครงการจิตอาสาในระดับพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งๆ ขึ้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนายสิโรฒม์ กล่าว การฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการ ในการดูแล ป้องกันและแก้ไข หากเกิดกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของแต่ละ อปท. เนื่องจากอาสาสมัครทั้งหมดที่เข้าอบรมต้องเป็นผู้ช่วยพนักงานบรรเทาสาธารณภัย และมีความใกล้ชิดหรืออยู่ในพื้นที่ภัยพิบัตินั้นๆ จึงมีความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ประเมินสถานการณ์ อันจะนำไปสู่การแก้ไข หรือช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว อันเป็นการลดความสูญเสียในทุกๆด้านได้เป็นอย่างดี 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน14 กรกฎาคม 2563 – 13:57 น.

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน “ผมต้องการอย่างสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากมาโรงเรียน และได้เข้าไปเรียนอย่างสนุกสนาน”

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2563) ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ (เขากบวิวรณ์สุขวิทยา) เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ หลังได้รับเรื่องราวบอกต่อจากบรรดากลุ่มผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว ว่า ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ มักจะชอบแต่งกายชุดสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่มาปรากฏกายเพื่อรอต้อนรับนักเรียนในตอนเช้าก่อนเข้าเรียนเกือบทุกวันจากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ พบว่า มีชายวัยกลางคน คือนายวิศิษฐ์ ศิริวัฒพงศ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ แต่งกายด้วยชุดซุปเปอร์แมน ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังในภาพยนตร์ เดินมาปรากฏกายที่บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับยกมือไหว้แบบนอบน้อมในการต้อนรับผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งบุตรหลานเพื่อเข้าเรียน โดยตลอดระยะเวลาในการต้อนรับกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนเข้าเรียนนั้น นายวิศิษฐ์ ผู้ที่แต่งกายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่รายนี้ จะมีการเดินไปทักทายนักเรียน พร้อมกับถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเองกับนักเรียนทุกคน และจากนั้น นายวิศิษฐ์ ยังได้ไปร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มเด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ซึ่งมีการทำกิจกรรมร้องรำทำเต้นในการสอนให้เด็กนักเรียนร่วมกันรณรงค์ป้องกันตนเองจากพิษภัยของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะได้ความรู้แล้ว กลุ่มเด็กนักเรียนยังได้รับความสนุกสนานที่ได้เห็นผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งกายชุดซุปเปอร์แมนมาร้องเต้นและทำกิจกรรมสร้างความบันเทิง

จากการสอบถาม นายวิศิษฐ์ ศิริวัฒพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ ได้รับการเปิดเผยว่า เนื่องจากโรงเรียนได้ปิดไปนาน ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 และเพิ่งจะมีการเปิดทำการเรียนการสอนใหม่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนก็มีความคิดว่า โรงเรียนได้ปิดไปนานหลายเดือนจนอาจทำให้เด็กนักเรียนบางคนไม่อยากมโรงเรียน จึงได้เกิดความคิดที่จะหาวิธีทางที่สร้างแรงดึงดูดให้เด็กนักเรียนอยากมาโรงเรียนมากขึ้น ด้วยการไปสั่งซื้อชุดซุปเปอร์แมนมาจากร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อนำมาแต่งสร้างสีสัน ในการต้อนรับนักเรียนเปิดเทอมวันแรก แล้วผลปรากฏว่า ได้รับกระแสการตอบรับดีจากกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนในสังกัด โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นอนุบาล เมื่อเห็นตนที่ด้านหน้าโรงเรียน จะมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และจะขอให้ผู้ปกครองนำโทรศัพท์มือถือมาให้ถ่ายรูปร่วมกับตนในคาบชุดซุปเปอร์ฮีโร่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก จึงทำให้ตนแต่งกายด้วยชุดนี้เกือบทุกวัน มารอต้อนรับนักเรียนในช่วงเช้า เพื่อสร้างแรงจูงใจ และเรียกรอยยิ้มให้พวกเค้ามีความสุข ก่อนจะเข้ารั่วไปร่ำเรียนวิชาติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ซุปเปอร์แมน เป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากต่างดาว ที่มาอาศัยโลกอยู่ จึงทำให้ซุปเปอร์แมนต้องปฏิญาณตนในการช่วยปกป้องและพยุงโลกให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ซึ่งก็เหมือนกับครู ถ้าไม่มีนักเรียน ก็จะไม่มีครู ดังนั้น ถ้าครูจะสามารถทำอะไรได้เพื่อนักเรียน ครูก็ต้องทำ อย่างเช่น การที่ผมมาแต่งตัวเป็นซุปเปอร์แมนเกือบทุกวันนั้น ผมต้องการอย่างสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากมาโรงเรียน และได้เข้าไปเรียนอย่างสนุกสนาน” ผอ.วิศิษฐ์ ระบุทิ้งท้าย

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

คนอีสานเฮ รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมสปป.ลาวและจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คนอีสานเฮ รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมสปป.ลาวและจีน

14 กรกฎาคม 2563 – 06:51 น.

คนอีสานเฮ! รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาวและจีน ส่งเสริมการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2563) เวลา 09.0 น. ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน 4 จังหวัดภาคอีสาน  ครั้งที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ศึกษาแนวเส้นทางโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางรวม 356 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 226,340 ล้านบาท ประกอบด้วย สถานีรถไฟ 5 สถานี สถานีขนถ่ายสินค้า 1 แห่ง อนาคตเตรียมพัฒนาเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ เชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และจีน โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อนำเสนอสาระสำคัญ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินการ แผนการดำเนินโครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมาก

นายสุวัฒน์ กันภูมิ หัวหน้าแผนกบริหารงานทั่วไป การถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) เปิดเผยว่า รฟท.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดงานโยธารถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย มีเส้นทางครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และจ.หนองคาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางที่มีคความรวดเร็วและความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งเกิดการการพัฒนาเมืองตามแนวเส้นทางให้เป็นศูนย์กลางความเจริญทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค นอกจากนั้นเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อการค้าการลงทุนของไทยกับ สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในขณะดำเนินการก่อสร้างโครงการยังสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โครงการฯมีระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟจำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี สถานีหนองคาย และมีสถานีขนถ่ายสินค้า 1 แห่ง บริเวณสถานีรถไฟนาทา จ.หนองคาย มีศูนย์ซ่อมบำรุงที่เชียงรากน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และศูนย์ซ่อมบำรุงเบาที่นาทา จ.หนองคาย พร้อมด้วยหน่วยซ่อมบำรุงทาง 4 แห่ง ที่สถานีบ้านมะค่า จ.นครราชสีมา สถานีหนองเม็ก จ.ขอนแก่น สถานีโนนสะอาด จ.อุดรธานี และสถานีนาทา จ.หนองคาย โดยออกแบบขนาดรางเป็น 1.435 เมตร มีจุดตัดทางรถไฟ 241 แห่ง ระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพมหานครถึงหนองคาย 3 ชั่วโมง 15 นาที่ นายสุวัฒน์ กล่าวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้าน ผวจ.โคราช นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า วันนี้เป็นความก้าวหน้าของรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล ซึ่งช่วงที่ 1 ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งกำลังดำเนินการและมีกำหนดการที่จะแล้วเสร็จประมาณปี 2569 ตอนนี้ทางรถไฟได้มอบให้บริษัทที่ปรึกษามารับฟังข้อคิดเห็นเพื่อดำเนินการในเฟสที่ จากนครราชสีมาไปยัง จ.ขอนยแก่น และจ.หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งวันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ของเฟสที่ 2  อยากให้พี่น้องประชาชนมาร่วมรับฟังและเสนอแนะกันอย่างทั่วถึง เพื่อให้คณะที่ปรึกษาได้นำข้อคิดเห็นของประชาชนในวันนี้เไปปรับปรุงและออกแบบและนำมาเสนอให้พี่น้องประชาชนทราบอีกครั้งในเดือน พ.ย. 2563 นี้ ผวจ.โคราชกล่าว

กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่14 กรกฎาคม 2563 – 06:46 น.

ฟ้ามีตา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านของน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี ที่ปั่นรถจักรยานตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุก และเก็บขวดน้ำพลาสติกตามถังขยะมาสะสมไว้ขาย

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ สื่อมวลชนหลายสำนักได้มีการนำเสนอข่าว ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี ที่รักแม่ ช่วยแม่ทำงานบ้านได้ทุกอย่าง พอมีเวลาก็จะปั่นรถจักรยานไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุก และเก็บขวดน้ำพลาสติกตามถังขยะมาคัดแยกสะสมไว้ขาย เพื่อหารายได้ช่วย น.ส แสงเดือน ศรีอภัย แม่วัย 35 ปี ที่ทำงานเพียงลำพังคนเดียว แต่ต้องแบกภาระเลี้ยงลูกที่อยู่ในวัยเรียนถึง 3 คน รวมทั้งต้องการหาเงินไปซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้าชุดนักเรียน ที่พึ่งเปิดภาคเรียนมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ชีวิตรันทด แม่วัย 35 ปี หาเงินเลี้ยงลูก 3 คน เพียงลำพัง ลูกๆ ต้องอดมื้อกินมื้อ

                         สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น วันนี้ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอวิเชียรบุรี นางวรรณภา สุขคง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ และดาบตำรวจวัฒนพงษ์ เกิดพูล นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ได้ลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 507 บ้านน้อย หมู่ 10 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี เพื่อเยี่ยมเยือน มอบสิ่งของ และดูสภาพความเป็นอยู่ของ ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี และครอบครัว หลังจากทราบว่า นอกจากจะมีฐานะที่ยากจนแล้ว ยังได้รับความเดือดร้อนเรื่องบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีสภาพผุๆพังๆ กันน้ำกันฝนไม่ได้ และอาศัยอยู่ในที่ดินของคนอื่น

นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาดูเรื่องปัญหาของราษฎรในเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในเรื่องของที่อยู่อาศัย วันนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะแก้ปัญหา และให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน ได้อยู่อย่างตามอัตภาพที่ดีขึ้น คงจะไม่ได้อยู่แบบบ้านหลังใหญ่หลังโต แต่อย่างน้อยขอให้อยู่แบบมีความสุขเท่าที่จะทำได้ การมาวันนี้ได้มาบูรณาการ ให้ทุกส่วนให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนปัญหาเรื่องการสร้างบ้านให้น้องปีใหม่ทำไม่ได้ เนื่องจากที่ดินตรงนี้เป็นที่ขอเขาอยู่ ถ้าสร้างให้เกรงว่าจะมีปัญหา ความช่วยเหลือตอนนี้ก็คือซ่อมแซมบ้านให้พออยู่ได้ไปก่อน จนกว่าจะหาที่อยู่ได้ เพราะว่าการสร้างบ้านที่เป็นที่ดินของผู้อื่น พอเราสร้างเสร็จเขาขายเลยก็เคยมีมาแล้ว และเป็นการทำผิดระเบียบอีกด้วย

สำหรับผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาสงสาร ช่วยเหลือครอบครัว น.ส แสงเดือน ศรีอภัย แม่ลูกสาม และ ด.ญ.ปภาวดี หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญู ให้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถบริจาคโดยตรงได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 063-6734264 ซึ่งเป็นเบอร์ของ น.ส แสงเดือน ศรีอภัย หรือบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ชื่อ น.ส แสงเดือน ศรีอภัย หมายเลขบัญชี 629-0-34308-4

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท13 กรกฎาคม 2563 – 19:37 น.

ธุรกิจรถแห่ พลิกวิกฤติสู้โควิด-19 หั่นราคาจ้างหลัก 3 หมื่น ลดเหลือ 198 บาท ต่อ 3 ชม. สร้างกระแสเรียกลูกค้า หลังปลดล๊อคธุรกิจบันเทิง ขณะที่มีคนเข้าแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแย่งลูกค้า ในช่วงที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด-19

13 ก.ค.63บรรยากาศที่บ้านห้วยทราย ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มีการจัดแสดงดนตรีแก้บนให้ หลักเจ้าปู่บ้านห้วยทราย’ เพื่อความเป็นสิริมงคล และให้หมู่บ้านมีความอุดมสมบูรณ์ หลังชาวบ้านในพื้นที่เริ่มลงมือทำนา สำหรับ ‘หลักเจ้าปู่บ้านห้วยทราย’ เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ จะคอยนำสิ่งดีมา และบันดาลโชคให้กับคนในหมู่บ้านที่มาขอพร เมื่อสมหวังจะแก้บน ซึ่ง นายวุฒิศักดิ์ สิงห์สาย กำนัน ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร กล่าวว่า มีลูกบ้านแจ้งจะจัดการแสดงดนตรีสด เพื่อมาแก้บน จึงมาร่วมดูแลความปลอดภัย เพราะแม้จะเปิดให้แสดงได้ แต่ยังอยู่ใน พรก.ฉุกเฉิน และเป็นการป้องปรามเหตุทะเลาะวิวาท เพราะถือว่า เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงดนตรีในพื้นที่ หลังจากมีการปิดสถานที่ ห้ามมีการแสดงรื่นเริง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า งานบุญประเพณีของชาวอีสาน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ดนตรีลำซิ่ง ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นดนตรีรถแห่ ที่ไม่ต้องใช้เวที มีการแสดงสดบนรถ หลังจากรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในระยะที่ 5 เปิดให้กลุ่มอาชีพเสี่ยง โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถานบันเทิง การจัดเวทีการแสดง สามารถจัดกิจกรรมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจรถแห่ เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ได้รับการปลดล็อค และเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ว่าจ้างเปิดการแสดงนำขบวนตามงานประเพณี งานรื่นเริง งานบุญ แต่หลังคลายล็อคระยะที่ 5 พบว่า ยังมีการว่าจ้างน้อย ทำให้ธุรกิจนี้ยังซบเซา แต่มีผู้ประกอบการรายหนึ่ง ที่สวนกระแสเพื่อเรียกลูกค้ามาจองคิวการแสดง โดยยอมหั่นค่าจ้างจากราคาหลักหมื่น ลงมาเหลือหลักร้อย ด้วยโปรโมชั่น 3 ชั่วโมง 198 บาท ทำให้ได้รับกระแสตอบรับจากชาวบ้านจองคิวกันยาว  โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อุดรธานี จ.สกลนคร และ จ.บึงกาฬ แต่ขณะเดียวกันมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับโปรโมชั่นดังกล่าว เพราะเป็นการตัดราคา และกระทบกับเจ้าของรถแห่รายอื่น

นายปภังกร ปลั่งกลาง อายุ 49 ปี ผู้จัดการรถแห่เคอร์วิกซ์ ที่ได้รับว่าจ้างจากลูกค้า มาแสดงแก้บน ที่ บ.สามขาห้วยทราย ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ในโปรโมชั่นราคา 198 บาท กล่าวว่า ธุรกิจรถแห่ได้รับความนิยมมากในช่วง 3-4 ปี จนเมื่อต้นปี 2563 ได้ลงทุนเพิ่มเติมประกอบรถแห่แบบครบวงจร ลงทุนไปเกือบ 5 ล้านบาท ทั้งระบบเครื่องเสียง ระบบแสงสีเสียง ระบบการตัดต่อไลฟ์สด ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี แต่รับงานได้เพียง 7 งาน ก็ถูกพิษไวรัสโควิด-19 ทำให้ลูกค้าสั่งยกเลิกงาน ทีมงานต้องหยุดการแสดง และระหว่างที่มีการเก็บตัว หยุดเชื้อเพื่อชาติ ตนเองก็ให้ทีมงานมาพักอาศัยอยู่รวมกัน เพื่อฝึกซ้อมดนตรี  มีการดูแลสุขภาพ ตามมาตรการของสาธารณสุข เวลาซ้อมดนตรีก็ต้องสวมหน้ากาก แต่เมื่อกำหนดเวลาล็อคดาวน์ยืดออกไป จึงตัดสินใจซ้อมดนตรีไปด้วย ไลฟ์สดไปด้วย ทำให้มีแฟนคลับติดตามมาตลอดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หลังวันที่ 1 ก.ค. 2563 มีการคลายล็อค สามารถรับงานแสดงได้ แต่พบว่า ไม่มีคนมาว่างจ้างงานแสดง ตนเองจึงคิดโปรโมชั่น 198 บาท ต่อ 3 ชั่วโมง และหากเจ้าภาพพอใจ ก็จ้างต่อคิดชั่วโมงละ 5 พันบาท แต่มีเงื่อนไขเจ้าภาพต้องขออนุญาตการใช้เครื่องเสียงเอง ตนเองยืนยันว่า ไม่ได้คิดราคานี้ตลอด เป็นการจัดโปรโมชั่นระยะสั้น  และผู้ประกอบธุรกิจรถแห่ ก็ทราบดีว่า  ช่วงนี้เข้าพรรษาไม่มีงาน เป็นฤดูทำนา งานบุญ งานบวช งานประเพณีไม่มี เมื่องานหายากไม่มีคนจ้าง ตนเองจึงปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจอยู่รอด และสร้างกระแสให้รถแห่ กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง และอยากให้ทีมงานได้ออกไปแสดงในพื้นที่จริง  จึงคิดโปรโมชั่นนี้ขึ้นมา โดยเดินทางในระยะทาง 39 กิโลเมตร จากสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่ผู้จ้างอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี อ.สว่างแดนดิน อ.เจริญศิลป์ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร  มีการจ้างจองคิวยาวไปถึงวันที่ 14 ก.ค.ทีมงานก็จะปิดโปรโมชั่น ซึ่งงานที่จองคิวมา ก็เป็นงานบุญเล็กๆ ของชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่ก็ทำให้ทีมงานได้ซ้อมจริง และได้ปรับปรุงระบบเครื่องเสียง ระบบไฟ ระบบออกอากาศไลฟ์สด ไปในตัวด้วย  เป็นการเตรียมความพร้อม ที่จะสามารถรับงานใหญ่ได้หลังประเพณีออกพรรษา ต่อเน่ื่องยาวไปถึงปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาทองก็ได้ โดยจะรับงานราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18,000 – 30,000 บาท สามารถรับงานได้ในต่างจังหวัด

ด้าน นายรวิมล สร้อยประดิษฐ์ ชาวบ้านดอนเชียงยืน ต.โพนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร หนึ่งในผู้ว่าจ้าง กล่าวว่า ตนและญาติๆได้จัดงานบุญแจกข้าว อุทิศส่วนกุศลให้กับอา ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนกรฏาคม และอาเป็นคนชอบเสียงดนตรี จึงว่าจ้างดนตรีมาแสดงให้ผู้ร่วมงานชม มาเจอเฟซบุ๊กเพจรถแห่เคอร์วิกซ์ พบว่า อยู่ไม่ห่างจากบ้านตนเอง จึงไปว่าจ้าง ครั้งแรกไม่เชื่อว่าจะได้ราคา 198 บาท เพราะราคามาตรฐานอยู่ที่เกือบ 3 หมื่นบาท แต่พอเสียเงินแค่ 198 บาท สามารถเข้าถึงได้ แต่การบริการยังมาตรฐานเดิมทำให้รู้สึกดีใจ และถือเป็นครั้งแรกของหมู่บ้านที่มีรถแห่ราคาจ้างระดับหลายหมื่นมาจัดการแสดง ตนเองและญาติรู้สึกดีใจที่จัดงานบุญให้อาที่เสียไป มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทวีป  ศรีสุชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สกลนคร

เปิดภาพนาทีช่วยเหลือ ลูกช้างป่า พลัดตกสระน้ำ ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย (มีคลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดภาพนาทีช่วยเหลือ ลูกช้างป่า พลัดตกสระน้ำ ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย (มีคลิป)

13 กรกฎาคม 2563 – 17:45 น.

ช้างป่าอ่างฤาไน วัย 5 ปี เข้ามากินผลไม้ในสวนของชาวบ้านเนินกระบก อ.ท่าตะเกียบ ก่อนใช้งวงดูดกินน้ำในสระน้ำของชาวบ้านทำให้พลัดตกลงสระน้ำ ก่อนส่งเสียงร้องโหยหวนนานกว่า 3 ชม. จึงมีชาวบ้านเข้ามาเห็น ประสานเจ้าหน้าที่นำรถแบ็คโฮ มาขุดเป็นทางลาดพาช้างขึ้น

วันนี้ (13 ก.ค. 2563) เวลาประมาณ 14.00 น. นายสุริยากมล ไวยหงษ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบช้างตกสระน้ำกลางสวนผลไม้ชาวบ้าน จึงได้รุดเข้าพื้นที่โดยประสานกำลังกองร้อยอาสาท่าตะเกียบ พร้อมประสานนายเอนก วงษ์ศา หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างป่าเขาอ่างฤาไน ประจำอำเภอท่าตะเกียบ  ร้อยโท สุระ โสรักนิษฐ์ รองผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1306 เพื่อร่วมนำทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมลงพื้นที่

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อไปถึงพื้นที่ตามรับแจ้งภายในสวนผลไม้ของชาวบ้าน หมู่ที่ 12 หมู่บ้านเนินกระบก ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พบลูกช้าง จมอยู่ในสระน้ำลักษณะชูงวงขึ้นให้พื้นน้ำ ที่ชาวบ้านขุดไว้ เพื่อนำน้ำมาใช้ด้านการเกษตร โดยขนาดสระดังกล่าว กว้างประมาณ 8 ยาว 20 เมตร และลึกประมาณ 3 เมตร ซึ่งช้างป่าเขาอ่างฤาไน พยายามส่งเสียงร้อง และพยามจะปีนขึ้นจากสระน้ำ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากสระน้ำมีสภาพลึกชัน จึงไม่สามารถช่วยตนเองขึ้นมาได้

ด้านนายสุริยากมล ไวยหงษ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ท่าตะเกียบ จึงได้วางแผนประสานขอรถแบ็คโฮจากชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง มาตักดินข้างบ่อให้เป็นทางลาด เพื่อให้ช้างสามารถเดินขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนลูกช้างป่าจะเดินเข้าป่าตามฝูงแม่ช้างไป   ซึ่งสาเหตุของการพลัดตกสระน้ำ คาดว่าโขลงช้างป่าน่าจะลงมาหาอาหารกิน ในสวนของชาวบ้าน ก่อนที่ลูกช้างตัวดังกล่าวจะใช้งวงกินน้ำภายในสระ ก่อนจะลื่นไถลตกไป จนไม่สามารถขึ้นมาบนบกได้ โชคดีที่ชาวบ้านได้ยินเสียงร้อง จึงเข้ามาดูก่อนประสานช่วยเหลือได้สำเร็จ

ข่าว/ภาพ  สราวุฒิ บุญสร้าง /คนองศักดิ์ อังศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา 

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยกองบรรณาธิการมดข่าวพะเยาทีวี จับมือบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พะเยา จัดโครงการ ” พลังสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น”

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2563) ที่กองบรรณาธิการมดข่าวพะเยาทีวี ภายในวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีการร่วมมือกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พะเยา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา นิสิตสาขาวิชาการสื่อสารสื่อใหม่ (New Media Communication) มหาวิทยาลัยพะเยา และเยาวชนกล้าแผ่นดิน ในโครงการ “พลังสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” เพื่อการออกแบบสื่อและแนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 2 ของประเทศอาเซี่ยน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางสาวศิรินุข เศรษฐกุลบุตร  นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันบันสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหรือวัยใสประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการอยากรู้ อยากทดลองตามลักษณะนิสัยของวัยรุ่นและการเข้าใจที่ผิดพลาดในเรื่องการการนับหน้า 7 หลัง 7 , ก่อนและหลังการมีประจำเดือน เนื่องจากระยะการมีประจำเดือนของผู้หญิงมีวันที่และเวลาไม่แน่นอนเสมอไป การนับ 7 วันก่อนประจำเดือนมาจึงมักจะเกิดโอกาสพลาดในการตั้งครรภ์สูง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจึงเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก พยายามหาทางออก หาทางแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆที่จะตามมา

นายชัยวัฒน์  จันทิมา บรรณาธิการโทรทัศน์ชุมชนพะเยาทีวี  กล่าวในช่วงหนึ่งของการระดมความคิด ว่า เนื่องจากปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นถือเป็นปัญหาที่จะลูกลามหรือจะมีปัญหาทางสังคมด้านอื่นๆตามมา  สื่อฯจึงมีหน้าที่นำเสนอวิธีการป้องกันด้วยการใช้สื่อที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ จรรโลงสังคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาที่จะตามมาทั้งตัวของวัยรุ่นเองและปัญหาสังคมที่จะตามมาหากมีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  จึงมีการโครงการฯ นี้ขึ้น เพื่อออกแบบสื่อสร้างสรรค์ และ การนำเสนอแนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในครั้งนี้ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

นพพร ทาทาน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา