ช่วยเหลือด่วน เด็กป.6 ยอดกตัญญู พาแม่ตาบอดซ้อนท้ายจยย. ไปโรงเรียนด้วย (ชมคลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ช่วยเหลือด่วน เด็กป.6 ยอดกตัญญู พาแม่ตาบอดซ้อนท้ายจยย. ไปโรงเรียนด้วย (ชมคลิป)

17 กรกฎาคม 2563 – 20:53 น.

ช่วยเหลือด่วน เด็กป.6 ยอดกตัญญู พาแม่ตาบอดซ้อนท้ายจยย. ไปโรงเรียนด้วย เนื่องจากไม่มีคนดูแลแม่ ไม่อยากให้แม่อยู่บ้านตามลำพัง เมื่อไปถึงโรงเรียน ก็ให้แม่นั่งรอที่บ้านของชาวบ้านใกล้โรงเรียนพอเลิกเรียนก็พาแม่กลับบ้าน

ชีวิตรันทดเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ยอดกตัญญูพา แม่พิการตาบอดนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไปโรงเรียนด้วย ขี่รถจากบ้านลงเขาไปเรียนหนังสือระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร เนื่องจากไม่มีคนดูแลแม่ ไม่อยากให้แม่อยู่บ้านตามลำพัง ล่าสุดที่ผ่านมาเด็กได้มาขอลาออกจากโรงเรียน เพื่อจะไปทำงานหาเงินเลี้ยงดูแม่ โชคดีได้ผู้อำนวยการโรงเรียนใจดีนำเรื่องราวของเด็กไปลงโซเชียล จึงได้ผู้ใจบุญจากเพื่อนๆชาวโซเชียลช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กได้เรียนจบชั้น ป.6

ที่ จ.สุพรรณบุรี นายธาดา ธิกุลวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งมะกอก ต.องค์พระ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยถึงเรื่องราวของ ด.ญ.สุดารัตน์ สมหวัง น้องเตย อายุ 12 ปี นักเรียนหญิงชั้น ป.6 เป็นนักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะยากจน แล้วยังมีภาระต้องแลแม่ที่พิการตาบอด วันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมาน้องเตยได้มาขอลาออกจากโรงเรียน จึงได้ถามเด็กว่าทำไมถึงมาขอลาออกทั้งที่ผลการการก็ดี เด็กบอกว่าจะไปหางานทำ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและรักษาแม่ เนื่องจากฐานนะทางบ้านยากจน ประกอบกับพ่อได้แยกทางกับแม่ และแม่ก็ยังพิการตาบอด ตนจึงนำเรื่องราวของเด็กไปลงโซเชียล ได้มีผู้ใจบุญจากเพื่อนๆ ชาวโซเชียลช่วยกันบริจาคเงินมารวม 25,000 บาท เพื่อต้องการช่วยเหลือเด็กให้ได้เรียนจบชั้น ป.6 ไปก่อนจากนั้นค่อยหาทางช่วยเหลือต่อไป ขณะนี้ได้ปิดรับบริจาคแล้ว เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหากได้รับเงินบริจาคมาเป็นจำนวนมาก หลังได้รับเงินบริจาคมาเด็กจึงยอมเรียนต่อ ทางโรงเรียนจึงได้ให้เด็กพาแม่มาโรงเรียนด้วย เนื่องจากเด็กเป็นห่วงแม่พิการตาบอดต้องอยู่บ้านตามลำพัง เพราะว่าแม่เด็กจะได้มีอาหารที่โรงอาหารของโรงเรียนรับประทานด้วย

จากนั้นทางครูได้พาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของเด็กเป็นถนนลูกรัง ประมาณ 5 กิโลเมตร ส่วนช่วงทางเข้าบ้านเด็กเป็นหุบเขา ระยะทางเกือบ 1 กม. และเป็นทางเปลี่ยวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ถ้าช่วงหน้าฝนถนนก็จะเละเด็กจะขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน กลับเข้าบ้านลำบาก ส่วนสภาพบ้านเด็กก็เป็นบ้านกระต๊อบ หลังคาสังกะสีเก่ามีรูรั่วจำนวนมาก ส่วนพื้นบ้านและฝาบ้านทำจากไม้ไผ่ ซึ่งเด็กอาศัยอยู่กับแม่พิการตาบอด

ช่วยเหลือด่วน เด็กป.6 ยอดกตัญญู พาแม่ตาบอดซ้อนท้ายจยย. ไปโรงเรียนด้วย (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนางวรรณา สมหวัง อายุ 42 ปี แม่ของน้องเตย กล่าวด้วยน้ำตาว่าตนมีลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 19 ปี มีครอบครัวแยกออกไปทำงาน ส่วนสามีก็หนีไปหลังจากที่ตนป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง เข้ารับการผ่าตัด จากนั้นตาข้างขวาก็มองไม่เห็น ส่วนตาซ้ายก็เห็นแบบลางๆ ตอนกลางวันที่มีแสงแดดส่วนกลางคืนก็จะมองไม่เห็นตอนนี้ตนอยู่บ้านกับน้องเตย ลูกสาวคนเล็ก ครอบครัวมีความเป็นอยู่ลำบากมากสงสารลูกไปโรงเรียนก็สงสาร เพราะไม่มีเงินให้ลูกไปกินโรงเรียนบางครั้งคิดอยากตาย แต่ก็คิดถึงลูกถ้าแม่ตายแล้วลูกจะอยู่กับใคร บางวันลูกไม่ได้ไปเรียนหนังสือต้องไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 200 บาท เมื่อได้เงินมาตนให้เงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท แต่ลูกก็เหลือเงินกลับบ้านเท่าเดิมลูกบอกว่าหนูหิว แต่ก็ยอม อดเพื่อเก็บเงินไว้พาแม่ไปหาหมอ แต่ก็โชคดีที่ทาง ผอ.โรงเรียน และครู ท่านใจดี ห่ออาหารให้ลูกนำกลับมาทานที่บ้าน ส่วนลูกสาวคนโตก็ช่วยเหลือบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายเหมือนกันถ้าเป็นไปได้อยากวิงวอนท่านผู้ใจบุญช่วยบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกได้เรียนสูงๆ ถ้าเหลือก็จะนำไปรักษาตัวเองให้หายจะได้ทำงานหาเลี้ยงลูกจะได้ไม่เป็นภาระของลูก

ด้านน้องเตย กล่าวว่า ทุกวันนี้หนูจะตื่นประมาณตีห้าครึ่ง เพื่อหุงข้าวล้างจานทำงานบ้านจัดตารางเรียน ก่อนหาข้าวให้แม่ทานแล้วเตรียมตัวไปเรียน โดยขี่รถจักรยานยนต์พาแม่นั่งซ้อนท้ายไปโรงเรียนด้วย ไม่กล้าปล่อยให้แม่อยู่บ้านคนเดียวเนื่องแม่ตามองไม่เห็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำอะไรไม่ไหวแล้วบางครั้งแม่ยังมีอาการชักเกร็งด้วย  จึงต้องจำเป็นพาแม่ไปด้วย ซึ่งเส้นทางที่ไปโรงเรียนนั้นเป็นทางขรุขระทางลงเขา เดินทางลำบากแต่ก็ต้องพาแม่ไปด้วย เมื่อไปถึงโรงเรียน ก็ให้แม่นั่งรอที่บ้านของชาวบ้านใกล้โรงเรียนพอเลิกเรียนก็พาแม่กลับบ้าน หนูสงสารแม่ จึงขอลาออกจากโรงเรียน เพื่อจะได้มีเวลาไปรับจ้างหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและพาแม่ไปหาหมอ

ช่วยเหลือด่วน เด็กป.6 ยอดกตัญญู พาแม่ตาบอดซ้อนท้ายจยย. ไปโรงเรียนด้วย (ชมคลิป)

เนื่องจากแม่ต้องไปหาหมอที่ตัวจังหวัดสุพรรณบุรี อาทิตย์ละ 2 ครั้ง บางครั้งต้องไปนอนค้างที่โรงพยาบาลกับแม่ ทำให้เรียนได้ไม่เต็มที่ แต่ทาง ผอ.ไม่ยอมให้ลาออกจากโรงเรียน ทาง ผอ.และครูได้หาทางช่วยเหลือหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายให้และให้หนูได้เรียนต่อจนจบ ป.6 ตอนนี้หนูคิดถึงพ่อ อยากให้พ่อกลับมาอยู่กับแม่อยู่กับครอบครัวดูแลแม่ หนูขอขอบคุณท่าน ผอ.คุณครูทุกท่าน และผู้ใจบุญทุกคนที่ช่วยบริจาคเงิน มากช่วยหนูให้ได้เรียนต่อ หนูอยากวิงวอนท่านผู้ใจบุญช่วยพาแม่ไปรักษาอาการตามองไม่เห็น ซึ่งหนูอยากเรียนสูงๆอยากเป็นหมอจะได้มารักษาแม่รักษาพ่อ และคนอื่นๆด้วย

นายธาดา ธิกุลวงษ์ ผอ.โรงเรียน เปิดเผยต่อว่าสำหรับการเปิดบัญชีรับบริจาค เพื่อนำรายได้ไปรักษาแม่ของน้องเค้า ตนคิดว่าในส่วนนี้คงต้องให้แม่ของน้องเค้าไปดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือที่ทางโรงเรียนจะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ หรือต้องให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้านมาช่วยดำเนินการต่อไป ส่วนถ้าน้องมีความประสงค์จะเรียนต่อระดับมัธยมหรือปริญญาตรี ทางเราก็มีแนวทางมีทุน กสส.ทุนเสมอภาค ซึ่งก็พอช่วยเหลือได้ อย่างไรก็ตามโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนพื้นที่สูงเราจะเน้นเรื่องการฝึกอาชีพอย่างน้อยหลังจากน้องเค้าเรียนจบจบ ม.3 น้องเตยจะต้องมีอาชีพทำงานหาเลี้ยงแม่และตัวเองได้

ภาพ/ข่าว  ภัทรพล  พรมพัก  มงคล  สว่างศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุพรรณบุรี 

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437391/38899/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437391/38900/news

32องค์กรจับมือสภาผู้บริโภค จ.พะเยา เสวนาสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

32องค์กรจับมือสภาผู้บริโภค จ.พะเยา เสวนาสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน

17 กรกฎาคม 2563 – 15:19 น.

32องค์กรจับมือสภาผู้บริโภค จ.พะเยา เสวนาสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา ร่วมกับคณะกรรมการสภาผู้บริโภคฯและเครือข่ายจัดเสวนาความก้าวหน้าสภาผู้บริโภค รักษาสิทธิของประชาชน

วันนี้ (17กรกฎาคม 2563) ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด อ.เมือง จ.พะเยา มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา ร่วมกับคณะกรรมการสภาผู้บริโภคฯ และองค์กรเครือข่าย จัดเวทีการขับเคลื่อนสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยาเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคฯ โดยนายต่วนกฤษ  จันทะนะ ประธานสภาผู้บริโภคและคณะกรรมการสภาผู้บริโภค จ.พะเยา เป็นผู้กล่าวรายงานความคืบและกรณีประเด็นปัญหาต่างๆของการตจัดตั้งสภาผู้บริโภคในมิติต่างๆ

นายต่วนกฤษ  เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภค จ.พะเยา ตั้งมาแล้วเกือบ 4 ปี มีสมาชิกจากภาคส่วนต่างๆถึง 32 องค์กร มีการร้องเรียนไปที่ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคฯ เป็นจำนวนมากโดยมีปัญหาเรื่อง อาหาร ยาและเครื่องสำอางอยู่ในอันดับต้นๆ เช่น อาหารหมดอายุแล้วยังนำมาจำหน่ายต่อ  วันที่ผลิต วันหมดอายุ ไม่ชัดเจน ฉลากกำกับไม่เป็นภาษาไทย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเสมือนยารักษาโรค โดยที่ไม่มีการควบคุม หรือกำกับดูแลอย่างทั่วถึง เช่น ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก เร่งผิวขาว หน้าเด้ง หน้าใส หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ที่เสริมสมรรถภาพทางเพศ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค แล้วยังมีปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมในรูปแบบต่างๆ และสุดท้ายเป็นเรื่องการบริการขนส่งสาธารณะ ที่แพงเกินจริง ขับประมาทหวาดเสียวและการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในขณะที่นางสุภาพร  ถิ่นวัฒนากูล มูลนิธิเพื่อการพัฒนาพะเยา เปิดเผยว่า การจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ 1ปีผ่านไป… สภาองค์กรของผู้บริโภค…ความท้าทายกับการจัดตั้งสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยา “ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทางคณะทำงานพยายามจะผลักดันให้เกิดสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยา เพื่อรักษาสิทธิในด้านต่างๆของคนพะเยาไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจาการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การซื้อสินค้าหรือการใช้บริการต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาสะสมมานานและไม่ค่อยได้รับการแก้ไข ผู้บริโภคไม่รู้ตัวว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ เป็นต้น จึงต้องมีการประชุมเสวนาเพื่อวางแผน หรือหาแนวทางในการขับเคลื่อนสภาผู้บริโภคให้เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวพะเยาได้อย่างแท้จริง

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

การค้าชายแดนคึกคักหลังปลดล๊อค เปิดจุดผ่อนปรนถาวรและชั่วคราวชายแดนทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

การค้าชายแดนคึกคักหลังปลดล๊อค เปิดจุดผ่อนปรนถาวรและชั่วคราวชายแดนทั่วประเทศ

17 กรกฎาคม 2563 – 15:19 น.

การค้าชายแดนคึกคักหลังปลดล๊อค เปิดจุดผ่อนปรนถาวรและชั่วคราวชายแดนทั่วประเทศ โดยทั้ง 3 จุดทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เปิดให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคและสินค้าพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นส่วนตัวบุคคลห้ามเข้าและออกประเทศโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการ

ตามที่ได้มีกลุ่มชมรมผู้ค้าชายแดนระหว่างประเทศ อำเภอแม่แจ๊ะ  รัฐคะยา ประเทศเมียมาร์ ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขอนำเข้าสินค้าประเภทพืชผลทางการเกษตร (ข้าวโพด) พริกแห้ง จากชายแดนไทย – เมียมาร์ เข้ามายังประเทศไทย ผ่านทางจุดผ่อนปรนชั่วคราว ช่องทางห้วยต้นนุ่น BP 13 ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ไม่เป็นผลเนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID – 19)ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ปิดเส้นทางเข้า – ออก ระหว่างประเทศ ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สินค้าพืชผลทางการเกษตรตกค้างเป็นแรมเดือนแล้วนั้น

ต่อมาทางรัฐบาลก็ได้มีคำสั่งปลดล๊อคเปิดจุดผ่อนปรนถาวรและชั่วคราวชายแดนทั่วประเทศซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ได้รับอานิสงค์ให้เปิดจุดผ่อนปรนจำนวน 3 จุด ได้แก่จุดผ่อนปรนบ้านห้วยผึ้ง ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จุดผ่อนปรนชั่วคราวช่องทางห้วยต้นนุ่น (BP13) ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม และจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย โดยทั้ง 3 จุดทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เปิดให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคและสินค้าพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นส่วนตัวบุคคลห้ามเข้าและออกประเทศโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจให้หันหลังกลับเข้าประเทศต่อไปโดยจะเปิดบริการเฉพาะวันจันทร์ถึงวันพุธเท่านั้นจะมีเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรจังหวัดมาอำนวยความสะดวกติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ส่วนสินค้าที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ประเภทสัตว์ อย่างเช่นวัวฯ ที่ยังตกค้างและส่งผลกระทบต่อพ่อค้าจนได้รับความเดือดร้อนประสงค์จะนำเข้าให้ติดต่อประสานกับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มีคาราวานรถสิบแปดล้อพ่วงจำนวนกว่า 13 คันหลายบริษัทได้เคลื่อนขบวนเข้าพื้นที่จอดเรียงรายบริเวณสนามบินเก่าเพื่อรอสินค้าประเภทพืชผลทางการเกษตรจากฝั่งเมียรมา รัฐคะยา ใช้เวลานานกว่าหลายวันเนื่องจากเกิดฝนตกหนัก พอฟ้าเปิดคาราวานรถก็ได้เคลื่อนเข้าสู่ชายแดนไทยเมียรมาเข้าไปบรรทุกสินค้าที่ทางชมรมผู้ประการค้าฝั่งเมียรมา รัฐคะยา นำเข้ามาจากฝั่งประเทศเมียรมารัฐคะยาได้แก่เมล็ดข้าวโพดจำนวนกว่า 8.000 กก. ในขณะเดียวกันบรรดาพ่อจากฝั่งไทยก็ได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคเช่นผงชูรส นำมันพืช เบียร์กระป๋อง และปุ๋ยอินทรีย์นำออกอย่างคึกคัก ปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบ รับทราบจากฝั่งพ่อค้าฝ่ายไทยเราได้แก่ดินฟ้าอากาศเนื่องจากย่างเข้าสู่ฤดูฝนและไม่สามารถข้ามไปฝั่งประเทศเมียรมาได้แลกเปลี่ยนสินค้าแบบหันหลังชนกันขายส่งสินค้าได้แต่ตัวคนห้ามเข้า.

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน          

รมต.ยุติธรรมขึ้นเหนือ ติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามในพื้นที่ชายแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมต.ยุติธรรมขึ้นเหนือ ติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามในพื้นที่ชายแดน

รมต.ยุติธรรมขึ้นเหนือ ติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามในพื้นที่ชายแดน17 กรกฎาคม 2563 – 13:43 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขึ้นเหนือ เพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน และติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม ยึดทรัพย์และตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมรับมอบนโยบายการขยายผลยึดทรัพย์สิน จากนายกรัฐมนตรี ผ่านระบบ Video Conference

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ณ โรงแรม ฮอไรซัน วิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท อำเภภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการอบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.” โดยมี นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ดร.วีริศ อัมระปาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้านวิชาการ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. นายดุลยพิชัย    มหาวีระ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด พลโท เศรษฐพล เกตุเต็ม รองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.บส.ชน.) นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  พลตรี บุญยืน อินกว่าง รองแม่ทัพน้อย 3/ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ,พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ  ที่ปรึกษา กองกำลังผาเมือง และ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วม ประชุมติดตามคดีตรวจสอบทรัพย์สินโดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการขยายผลการยึดทรัพย์สิน ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference)  ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เครือข่ายยาเสพติดใช้สถาบันการเงินเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมการเงิน ผ่านทางสถาบันการเงินตามแนวชายแดน การปราบปรามยาเสพติดชายแดนจึงสำคัญ ในการที่จะทำลายขบวนการเครือข่ายยาเสพติด จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ให้มีขีดความสามารถมากขึ้น โดยเฉพาะทักษะการสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานเอาผิด เพื่อดำเนินการต่อทรัพย์สินคดียาเสพติด และนำไปสู่การขยายผลจับกุม  นักค้ายาเสพติดที่เป็นนายทุน ตัวการอยู่เบื้องหลัง จึงเป็นที่มาของโครงการอบรมนี้ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่เป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และพะเยา จำนวน 100 นาย โดยการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากทีมวิทยากร ที่มีความรู้และประสบการณ์จากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่  สำนักงานประธานศาลฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสำนักงาน ป.ป.ส.  มาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้ารับการอบรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดังกล่าวจะดำเนินการพัฒนาบุคลากรในเขตพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศใน ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณภาคเหนือตอนล่างที่จังหวัดขอนแก่น และที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีบุคลากรที่ผ่านการพัฒนาไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 295 ราย และตั้งเป้าว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการจะมีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในพื้นที่ชายแดน ที่ผ่านการฝึกอบรมรวมจำนวน 1,000 ราย  
จากนั้นในเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการขยายผลยึดทรัพย์ ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ให้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและคณะผู้บริหาร ป.ป.ส. ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ขยายผลเพื่อจับกุมนายทุนและผู้อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด รวมถึงจัดตั้งกลไกการบูรณาการการปราบปรามยาเสพติดเพื่อสืบสวนขยายผลและยึดทรัพย์สินกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ กล่าวหลังจากนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า  ได้มอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ “ศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด” ซึ่งตั้งขึ้นตามคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ หรือ ศอ.ปส. ที่ 5/2563  ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองทัพบกหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานยึดทรัพย์จากเครือข่ายยาเสพติด ในปี 2564 จะต้องทำได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้าน โดยที่ผ่านมาพบว่าบางเครือข่ายมีเงินหมุนเวียนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มูลค่าถึงกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งต้องหาหลักฐาน และขยายผล โดยนำพระราชบัญญัติปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 กฎหมายภาษีอากร และอื่นๆ เป็นเครื่องมือในการดำเนินการกับกลุ่มนายทุนผู้ค้ายาเสพติดต่อไป
นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่าตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีภายใต้ข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับนโยบายการขยายผลจับกุม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในปัจจุบัน ซึ่งหากจะเอาชนะยาเสพติด หรือ ทำลายวงจรการค้ายาเสพติดให้ได้ผลเป็นรูปธรรม ต้องทำการยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด หรือ ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ให้ได้มากที่สุด โดยความร่วมมือและเบาะแสจากภาคประชาชนมีส่วนในการช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน "คลินิกเกษตรเคลื่อนที่" อำเภอทุ่งเสลี่ยม17 กรกฎาคม 2563 – 09:16 น.

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม

17 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอำเภอทุ่งเสลี่ยม จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2563 และโครงการพัฒนาตลาดนัดสินค้าเกษตร ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เพื่อให้บริการทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรแก่เกษตรกร

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ 10 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกข้าว คลินิกยางพารา คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย และคลินิกอื่นๆ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ให้คำปรึกษากองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน สำนักงานเกษตรจังหวัด บริการให้คำปรึกษาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเกษตรกร นิทรรศการกลุ่มอารักขาพืช โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ด้วยการให้คำปรึกษา แนะนำ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ามารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน โอทอป โดยมีเกษตรกรมารับบริการจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอทุ่งเสลี่ยม ได้กล่าวเปิดการจัดงานดังกล่าว พร้อมด้วยนายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย กล่าวพบปะและแจ้งโครงการด้านการเกษตรที่สำคัญแก่พี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมงาน ได้แก่ การแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง (การควบคุมการขนย้ายท่อนพันธุ์ จังหวัดสุโขทัย) โครงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แจ้งเตือนเกษตรกรรับมือฝนทิ้งช่วง ฯลฯ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ถึงแม้ว่าช่วงนี้ได้มีการคลายล๊อคดาวน์สถานการณ์ COVID-19 แล้ว แต่ภายในงานยังมีมาตรการและกฎข้อบังคับที่ยังคงรักษาไว้อยู่ โดยจัดให้มีจุดคัดกรองและตรวจวัดไข้ผู้เข้าร่วมงาน หากตรวจพบว่ามีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเข้าร่วมงาน แนะนำให้ไปพบแพทย์โดยทันที มีแอลกอฮอล์เจลวางตามจุดต่างๆ และสวมหน้ากากอนามัยเข้างาน เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย อีกด้วย

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด

16 กรกฎาคม 2563 – 20:23 น.

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด ร.ร.บ้านน้ำมินสุดล้ำ จัดพิธีไหว้ครูออนไลน์ นักเรียนปลื้มครั้งแรกในชีวิต แม้วิธีเปลี่ยนแต่ยังระลึกถึงพระคุณครูเหมือนเดิม

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2563) ที่ โรงเรียนบ้านน้ำมิน ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูออนไลน์ ผ่านระบบโดยการถ่ายทอดผ่านระบบ vdo conferrentce ของโรงเรียน เพื่อเป็นการระลึกถึง พระคุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณี ที่ดีงามของลูกศิษย์ พึงกระทำ ต่อครูบาอาจารย์

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายณัฐฐศรัณฐ์ พรหมเผ่า ผอ.ร.ร.บ้านน้ำมินเปิดเผยว่า ปกติทางโรงเรียนจะจัดวันไหว้ครูในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดภาคการศึกษาที่1.จนเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่เนื่องจากในปีการศึกษานี้เกิดการ ของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 จึงทำให้ต้องงดกิจกรรมไหว้ครูแบบรวมชั้นและใช้ระบบออนไลน์ในการทำพิธีไหว้ครู ผ่านระบบ vdo. conferrentce ของโรงเรียน ซึ่งเป็นไปตามแนวของของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการกำหนด เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องจาก ความแออัด หรือความใกล้ชิดของนักเรียน ในเวลาทำกิจกรรมไหว้ครู โดยทางโรงเรียน ได้จัดให้ทำพิธีไหว้ครูในแต่ละระดับชั้น โดยใช้ห้องเรียนของ ระดับชั้นนั้นๆ  รักษาระยะห่าง 1 เมตร โดยให้คุณครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาอยู่ประจำชั้นเรียนของตัวเอง นักเรียนไม่ต้องทำพิธีรวมกันทั้งโรงเรียนเหมือนปีที่ผ่านๆมา  ซึ่งนักเรียนส่วนมากรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ไหว้ครูในปีนี้แบบออนไลน์ครั้งแรกในชีวิต และรู้สึกถึงคุณค่าหรือการระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ที่คอยอบรม สั่งสอน ชี้แนะ ให้เป็นคนดี

ด.ช.ศุภชัย  ใจดี และ ด.ญ.เพชรลดา นิทะโน ประธานสภาฯและนักเรียนตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า ตัวเองทั้งคู่รู้สึกไปในทิศทางเดียวกันคือดีใจมากที่ปีนี้มีการไหว้ครูแบบออนไลน์ ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้วเนื่องจากผลกระทบของการระบาดไรวัส โคโรน่า 2019หรือคือ โควิด 19 ซึ่งไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็จะขอระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์อยู่เสมอ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

คึกคัก กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรก กองเชียร์แน่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คึกคัก กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรก กองเชียร์แน่น

16 กรกฎาคม 2563 – 17:03 น.

กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรกคึกคัก ผู้สมัคร 4 พรรคใหญ่ลงสมัครวันแรก

จากกรณีที่มีพระราชกฤษฏีกา การเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังศาลฏักา สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจาก กกต.ให้ใบเหลือง นายกรุง ศรีวิไลสุทินเผือก ทาง กกต.จึงกำหนดให้มีการรับสมัครการรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการใหม่ ในวันที่ 16-20 กรกฏาคมนี้ และจะมีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ ที่  9 สิงหาคม 63

เมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 16 กรกฏาคม 2563 ที่ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ โดยเมื่อช่วงเช้า ซึ่งเป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.วันแรก ผู้สมัคร 4 พรรคใหญ่แห่ลงสมัครวันแรก ประกอบด้วยนาย มานะ บุญมาก จากพรรคเสรีรวมไทย 2. นายอัศราวุฒิ ณ.น่าน จากพรรคก้าวไกล 3.นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย และ 4.นายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก จากพรรคพลังประชารัฐ โดยผู้สมัครทั้งหมดได้เดินทางมาก่อนเวลา 08.30น. ทาง กกต. ถือว่ามาพร้อมกัน จึงให้ทั้งหมดตกลงกันว่าใครจะมาก่อนมาหลัง  แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทาง กกต.จึงได้ให้ใช้วิธีการจับฉลาก

ผลปรากฏว่า นายมานะ บุญนาค พรรคเสรีรวมไทย สามารถจับได้เบอร์ 1 นายิศราวุฒิ ณ น่าน พรรคก้าวไกล ได้เบอร์ 2 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 3 และนายกรุง ศรีวิไลสุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ ได้เบอร์ 4 โดยมีนายปฐมพงศ์ โพธิโต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้ชี้แจงขั้นตอนในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามขั้นตอน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หลังจากที่ผู้สมัครได้กรอกเอกสารการสมัครเป็นที่เรียบร้อย ได้เดินทางมาที่ด้านล่างซึ่งมีเหล่าบรรดากองเชียร์ของแต่ละพรรคค่อยอยู่จำนวนมาก ต่างพากันส่งเสียงเชียร์กันเสียงดังสนั่น โดยพบว่าพรรคพลังประชารัฐ ได้มี สส.ดร.ยงยุทธ  สุวรรณบุตร สส.เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และนายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาให้กำลังใจ นายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ผู้สมัครหมายเลข  4 ของพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจนางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์  ผู้สมัครส.ส. หมายเลข 3  และเคยเป็นอดีต สส. หลายสมัย ที่มาลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยในวันนี้ รวมทั้งกองเชียร์ได้เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น

ส่วนพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้มาให้กำลังใจนายสราวุฒิ ณ น่าน ผู้สมัครก้าวไกล หมายเลข 2 และร่วมขึ้นรถหาเสียงด้วยเช่นกัน

ทำให้บรรยากาศ บริเวณด้านล่าง ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง เป็นไปด้วยความคึกคักและเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนมาให้กำลังใจของแต่ละพรรค หลังจากนั้นผู้สมัคร ทั้ง 4 พรรค ได้ขึ้นรถแห่ เคลื่อนขบวนออกจากลานจอดรถ แยกย้ายกันหาเสียง ทำให้บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

สำหรับ เขตเลือกตั้งที่ 5 สมุทรปราการ ประกอบด้วย อ.บางบ่อ  อ.บางเสาธง และ ต.หนองปรือ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งประมาณจำนวน 130,000 คน

สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สมุทรปราการ

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก16 กรกฎาคม 2563 – 16:21 น.

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก อารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีการตรวจวัดไข้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรการป้องกันทุกขั้นตอน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนภูเขาไฟทับทิม อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมพร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อมาตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลที่จัดทำขึ้นมาเพื่อพัฒนาประเทศและเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประชาชน โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล นายสำรวย เกษกุล และนายสมชัย คล้ายทับทิม รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายวิชิต  ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตร  จ.ศรีสะเกษ นายจรินทร์ รอบการ พัฒนาการ  จ.ศรีสะเกษ  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์ ดร.กัลยาณี  ธรรมจารีย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  จ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านโอท็อป จาก 22 อำเภอของ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมให้การต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พร้อมเข้มงวดตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดย นายกรัฐมนตรีได้มีการตรวจวัดไข้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรการป้องกันทุกขั้นตอน ได้มีการพบปะกับเกษตรกรที่มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้ตัดทุเรียนภูเขาไฟภายในสวนอีกด้วย  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชิมทุเรียนภูเขาไฟแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ทุเรียนภูเขาไฟอร่อยมาก”

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “หอมแดงศรีสะเกษ” และ “กระเทียมศรีสะเกษ” ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย นายบวร สิมลา ชาว ต.ไผ่ อ.ราษีไศล กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลไผ่ และ  น.ส.อรชัญ พ้นวิไล ชาว ต.ละทาย อ.กันทรารมย์ วิสาหกิจชุมชนเกษตรเทรดแฟร์ศรีสะเกษ เพื่อเป็นการพัฒนาภาคการเกษตรให้สามารถดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการได้ครบวงจร สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ กันทรลักษ์ YSF (Young Smart Farmer) และกลุ่ม YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มจัดทำโครงการของนักธุรกิจรุ่นใหม่ของ จ.ศรีสะเกษ เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกษตรแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้ปลูกต้นทุเรียนภูเขาไฟ  ผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.ศรีสะเกษ และเยี่ยมชมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์โอท็อป เช่น การทอผ้า การทอเสื่อกก/หวาย/ไม้ไผ่ เป็นต้น โดยนายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจผ้าทอเบญจศรี ผ้าทอ แบรนด์ศรีสะเกษ 5 ชนิด ได้แก่ 1.ผ้าศรีลาวา ย้อมด้วยดินลาวาภูเขาไฟ แหล่งปลูกภูเขาไฟเลื่องชื่อ ได้ผ้าสีน้ำตาลแดง 2.ผ้าศรีกุลา ย้อมด้วยดินจากทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลินุ่มหอมเป็นเลิศ ได้ผ้าสีเทา 3.ผ้าศรีมะดัน ย้อมด้วยเปลือกไม้มะดัน ที่ชาวบ้านนำกิ่งไปทำไม้ย่างไก่รสกลอมกล่อม ได้ผ้าสีน้ำตาลอ่อน 4.ผ้าศรีลำดวน ย้อมด้วยใบลำดวน ต้นไม้ประจำจังหวัด ได้ผ้าสีเหลืองนวล และ 5.ผ้าศรีมะเกลือ ย้อมด้วยผลมะเกลือ ภูมิปัญญาการย้อมดั้งเดิมของอีสานใต้ ได้ผ้าสีเหลืองนวล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านหนองใหญ่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแบบ New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อฯ และได้ทักทายพูดคุยให้กำลังใจแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จากนั้นได้ไปกราบสักการะหลวงพ่อตาตน พระพุทธรูปปางสมาธิสะดุ้งมารแบบขอม ที่วัดสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ  และกราบนมัสการ พระอธิการอุทัย มหาปุญโญ  เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ  พร้อมเยี่ยมชมวิถีโครงการพลังบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน)  และยังได้พบปะคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของ อ.ขุนหาญ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อ.ขุนหาญ อีกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้เดินทางมาที่นี่เพราะบรรยากาศดี การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อที่จะได้มาดูด้านการเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ให้ประชาชนได้มีรายได้ ทั้งนี้ปัญหาส่วนใหญ่คือปัญหาเรื่องน้ำ จะพบได้ว่าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีแหล่งน้ำลำห้วยโยงใยเป็นสายเลือดเต็มไปหมด แต่ปัญหาคือไม่มีน้ำ ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลเร่งแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับ 6 ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีการพัฒนาทุกอย่างก้าวหน้ามาตามลำดับ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนก็จะต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันได้มีแผนบริหารจัดการน้ำแล้วหลายร้อยโครงการ  ส่วนในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตนรับทราบปัญหาในพื้นที่ดี ปัจจุบันสถานการณ์สงบสุขแล้ว จึงจะมีการศึกษาสร้างแลนด์มาร์คใหม่ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมต่อยอดการท่องเที่ยวต่อไป 

ศิริเกษ หมายสุข  ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ16 กรกฎาคม 2563 – 07:44 น.

ธ.ก.ส. พะเยา จัดประชุมโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 ลักษณะแบบ Business Matching จับคู่ธุรกิจ

วันที่ 15 ก.ค. 2563 นายชนก มากพันธุ์ ปลัดจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน จัดขึ้นที่ ห้องประชุม แมลงปอฮอลล์แอนด์การ์เด้น ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs พร้อมรับรู้ถึงความต้องการของตลาด ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการประกอบธุรกิจ เชื่อมโยงธุรกิจผลิตผลลำไย โดยมีส่วนราชการ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจลำไยในพื้นทีจังหวัดพะเยาและเชียงราย เข้าร่วมประชุมตามโครงการดังกล่าว จำนวน 120 คน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

นายมาโนช บังองค์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า ทาง ธ.ก.ส. ได้จัดโครงการนี้มาเป็นปีที่ 3 แล้ว เนื่องจากลำไยเป็นผลิตผลหลักของจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดของประเทศไทย ทุกปีที่ผ่านมาผลผลิตลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6-7% และจากข้อมูลสำนักเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าราคาลำไยปี 2563 ทั้งช่อสดและลำไยอบแห้งที่เกษตรกรขายได้จะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาและด้านการตลาด เนื่องจากประสบปัญหาผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน จึงได้จัดโครงการบริหารจัดการผลผลิตลำไย ปี 2563 ในลักษณะแบบ Business Matching จับคู่ธุรกิจ โดยได้เชิญเจ้าของธุรกิจแปรรูปลำไยขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ส่งออกลำไย ผู้ประกอบการ SMEs หัวขบวน

เพื่อเข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนแนวคิดพร้อมเชื่อมโยงธุรกิจและร่วมกำหนดทิศทางในการบริหารจัดการลำไย อีกทั้งเพื่อรับทราบคามต้องการ ข้อเสนอแนะในการประกอบธุรกิจ การเชื่อมโยงธุรกิจในห่วงโซ่ผลิตผลลำไย สามารถขยายตลาดการค้าในปัจจุบันเพิ่มขึ้น รวมทั้งสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ ทั้งสินเชื่อ SMEs เกษตร และสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ปี 2563 ให้ได้มีเงินทุนเพียงพอในการรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกร เพื่อกระจายผลผลิตลำไยสดออกนอกพื้นที่ และเพื่อรวบรวมลำไยสดแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือกและอบแห้งเนื้อสีทอง ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

 ปัญญา เพชรแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด15 กรกฎาคม 2563 – 16:30 น.

ขนส่งศรีสะเกษคุมเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19 รถโดยสารผ่านเข้าออก หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อที่ จ.ระยอง โดยได้ทำการคัดกรองผู้โดยสาร ทำความสะอาดมือ และตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายไกรสร แจ่มหอม ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากการที่ขณะนี้ได้มีการตรวจพบว่า มีทหารชาวอียิปต์ จำนวน 1 นาย ติดเชื้อโควิด-19 ได้เดินทางเข้ามาที่ จ.ระยอง และมีการเดินทางไปท่องเที่ยวในเขตพื้นที่  จ.ระยอง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไม่ให้มีการแพร่ระบาดเข้ามาในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ตนจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.ศรีสะเกษ บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ และ อบจ.ศรีสะเกษ ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เข้าสู่  จ.ศรีสะเกษ และรถระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่เดินทางมาจาก จ.ระยอง

โดยในวันที่ 15 ก.ค. 2563 ช่วงเวลา 00.01-08.30 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ และที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.กันทรลักษ์ ได้ทำการคัดกรองผู้โดยสาร ทำความสะอาดมือ และตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีผลการดำเนินการ  ดังนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ ตรวจผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 118 คน จากรถ 21 เที่ยว ตรวจผู้โดยสารขาออก จำนวน 98 คน จากรถ 21 เที่ยว สถานีขนส่งผู้โดยสาร สาขาอ.กันทรลักษ์ ตรวจผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 28 คน จากรถ 6 เที่ยว ตรวจสอบผู้โดยสารขาออก จำนวน 41 คน จากรถ 9 เที่ยวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยต่อไปว่า ตนได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ ทำการประชาสัมพันธ์และแนะนำผู้ประกอบการ  เพื่อจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้โดยสาร ดังนี้  ลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชั่น  “ไทยชนะ” หรือแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” และจัดพิมพ์  QR CODE ติดไว้ในรถทุกคันในตำแหน่งที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน  และสะดวกต่อการลงทะเบียนเข้า  (check-in)  เมื่อขึ้นรถ  และลงทะเบียนออก  (check-out)  เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง จัดให้ผู้โดยสาร พนักงานขับรถ และผู้บริการลงทะเบียนเข้า  (check-in)  เมื่อขึ้นรถ และลงทะเบียนออก  (check-out)  เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ผู้ตรวจการและเครือข่ายในการปฏิบัติงานร่วมกันกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า  2019  (covid-19)  ดังนี้ พนักงานขับรถ ผู้บริการและผู้โดยสารทุกคน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย  มีการจัดที่นั่งเว้นระยะห่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด  มีจุดบริการล้างมือ เจลแอลกอฮอล์  น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ

ขนส่ง จรีสะเกษ ยังเปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของผู้ประกอบการต้องจัดให้มีการทำความสะอาดผิวสัมผัส ภายในรถ เช่นมือจับประตูรถและประตูห้องน้ำ มือจับราวบันไดรถ และเบาะนั่งทั้งก่อนและหลังการให้บริการ  ส่วนการตรวจสอบผู้โดยสารรถสายที่ 589 – 232 อุบลราชธานี-พัทยา ออกจาก จ.อุบลราชธานี มีผู้โดยสาร  จำนวน 6 คน และสายที่ 947-1 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ออกจาก จ.อุบลราชธานี  มีผู้โดยสาร จำนวน 6 คน พบพนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร มีการสวมหน้ากาก และนั่งเว้นระยะห่างตามมาตรการ social distancing ที่กำหนด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงการให้บริการประชาชน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน  ดังนี้  สำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  และสำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  สาขา  อ.กันทรลักษ์  เปิดให้บริการทุกกระบวนงาน ตั้งแต่วันที่  22  มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป โดยให้สิทธิแก่ประชาชนที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue  ซึ่งผู้ที่จองคิวไว้แล้วสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/checkbooking/  ได้ตั้งแต่วันที่ 6  มิ.ย. 2563 เวลา 09.00 น. จนถึงวันที่ 30  มิ.ย. 2563 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าระบบจองคิวมาก่อน ให้เริ่มจองคิวได้ตั้งแต่วันที่  1  ก.ค. 2563 เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/ ของกรมการขนส่งทางบก หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  และสำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  สาขาอ.กันทรลักษ์ โดยแต่ละกระบวนงานที่เปิดให้บริการมีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคพร้อมทั้งเว้นระยะห่าง (Social istancing)

ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ