กรมทหารพรานที่ 36 “วันทหารพราน” เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมทหารพรานที่ 36 “วันทหารพราน” เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต

กรมทหารพรานที่ 36 "วันทหารพราน" เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต19 กรกฎาคม 2563 – 19:47 น.

กรมทหารพรานที่ 36 “วันทหารพราน” เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลและครอบครัว พร้อมมอบทุนการศึกษาให้บุตรข้าราชการ และอาสาสมัครทหารพราน

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา พ.อ. สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมกำลังพล ร่วมจัดงานวันทหารพราน เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลและครอบครัว โดยได้จัดพิธีบวงสรวงศาล 3 มหาราช ศาลเจ้าพ่อเทพสิงห์ และประกอบพิธีทางศาสนา สวดเจริญพระพุทธมนต์ ฟังเทศน์ ตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป

นอกจากนี้ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 ได้จัดพิธีประดับยศนายทหารประทวน ส.อ. เป็น จ.ส.ต. จำนวน 2 นาย และพิธีมอบทุนการศึกษาให้บุตรข้าราชการ และอาสาสมัครทหารพราน จำนวน 157 ทุน เป็นเงิน 225,000 บาท

กรมทหารพรานที่ 36 ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2527 ขึ้นตรงกับกองทัพภาคที่ 3 กรมทหารพราน 36 เป็นหนึ่งในกองกำลังเฉพาะกิจของกองทัพภาคที่ 3 กรมทหารพรานที่ 36 ยังมีหน่วยทหารเสนารักษ์ซึ่งให้การช่วยเหลือด้านการส่งกลับสายแพทย์ฯ ปัจจุบันกรมทหารพรานที่ 36 มีอายุครบรอบในการสถาปนา 36 ปี เมื่อ 1 เมษายน 2563 แต่ทางกรมไม่สามารถจัดกิจกรรมฯ ขึ้นเนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 หลังจากสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ทางกรมทหารพรานจึงได้ร่วมกับกำลังพลจัดกิจกรรม วันทหารพรานขึ้น  โดยมีการคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน พร้อมสวมใส่หน้ากาก ทิ้งระยะห่างกันตั้งแต่ 1 เมตร

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหัดแม่ฮ่องสอน

ตร.ทางหลวง-แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ผนึกกำลังแก้ปัญหาจุดพักรถมอเตอร์เวย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตร.ทางหลวง-แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ผนึกกำลังแก้ปัญหาจุดพักรถมอเตอร์เวย์

19 กรกฎาคม 2563 – 12:02 น.

ตำรวจทางหลวง ร่วม แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ผนึกกำลังเร่งแก้ปัญหาการจราจรจุดพักรถมอเตอร์เวย์

วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 ที่จุดพักรถมอเตอร์เวย์ (เขาดิน) หมู่ 7 ต.เขาดิน  อ..บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา   พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.จิรวุฒิ ขวัญคุ้ม ผู้กำกับการกองกำกับการ 8 ร่วมกับ นายพัลลภ จันทร์งามปภากูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจการจราจรบริเวณจุดพักรถมอเตอร์เวย์หลังมีปัญหาประชาชนที่เข้าไปใช้บริการจอดรถซ้อนคันและไม่ยอมไปจอดบริเวณที่จัดไว้ให้ ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดจนลามออกไปสู่เส้นทางหลักและเกิดอุบัติเหตุใหญ่หลายครั้ง

ด้านนายพัลลภเผยว่าได้รับคำสั่งจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และข้อสั่งการท่านอธิบดีกรมทางหลวง ให้มาดูการจัดการจราจรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แก้ไขปัญหารถติดในช่วงวันหยุด ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่จัดเส้นทางพิเศษ โดยมีการวางกรวย และบาริเออร์ ในระยะทาง 1 กิโลเมตรก่อนถึงจุดพักรถมอเตอร์เวย์ ซึ่งจะแบ่งเส้นทางซ้ายสุดไว้สำหรับผู้ที่จะเข้าใช้บริเวณจุดพักรถมอเตอร์เวย์ และเปิดช่องทาง 2 กับ 3  เป็นเส้นทางหลักเพื่อมุ่งหน้าเข้าชลบุรี โดยวันนี้มีการทดสอบและดูผลว่าจะเหมาะสมหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.เอกราช  เผยว่า ที่ลงพื้นที่และแก้ปัญหาในวันนี้เพราะจะเตรียมใช้รองรับวันหยุดยาวในช่วงสัปดาห์หน้า เพราะที่ผ่านมาในช่วงวันหยุดจะมีรถติดบนมอเตอร์เวย์หลายกิโล และมีอุบัติเหตุชนซ้ำซ้อนหลายครั้ง จนส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการตั้งบาริเออร์ เปิดเลนพิเศษจะช่วยให้คนที่จะใช้จุดพักรถมอเตอร์เวย์สามารถขับเข้าไปด้านในได้ทันทีและจะช่วยลดการวิ่งตัดเลนรถทางตรง ที่สำคัญการจอดขวางบริเวณปากทางเข้าจุดพักรถมอเตอร์เวย์ก็มีผลทำให้รถที่จะวิ่งทางตรงต้องติดไปด้วย แต่หากวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลก็จะเปลี่ยนเป็นการเปิดเลนพิเศษ โดยจะเปิดช่องทางเลนซ้ายทั้งขาเข้าและขาออกเพื่อระบายรถติดสะสม โดยจะต้องจัดกำลังตำรวจทางหลวง กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ขวงการทางพิเศษ ร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหารถติดที่เกิดขึ้น

ภาพ/ข่าว ก้องเกียรติ พุทธิรังสิมาภรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ฉะเชิงเทรา

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon18 กรกฎาคม 2563 – 22:35 น.

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon เป็นการนำเงินบริจาคของคนไทยทั้งประเทศ ที่เหลือจากการแจกเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในสาธารณะประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

วันนี้ 18 ก.ค. 2563 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ ทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อร่วมสำรวจพื้นที่ในการจัดงาน มอบรถพยาบาล เรือกู้ภัย ในภาระกิจ #saveubon และ มอบรถโรงเรียน ในภาระกิจ #ฮึบไทยแลนด์ โดยในงานจะมีการส่งมอบรถโรงเรียน 6 คัน, รถพยาบาลสนาม MERT 1 คัน, รถตู้ ambulance ระดับ สูงสุดที่มีในเมืองไทย ขณะนี้เทียบเท่าโรงพยาบาลใหญ่ในตัวอำเภอ 18 คัน, เรือกู้ภัยให้กับมูลนิธิในจังหวัดอุบลราชธานี 4 ลำพร้อมพ่วง

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon

นอกจากนั้นยังรวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์, การส่งมอบโรงเรียนที่ก่อสร้างใหม่ ที่ประสบภัยน้ำท่วมในปี 2019, อาคารทางการแพทย์ชุมชน, ห้องทันตกรรมในโครงการ SaveUbon อีกด้วย

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นการนำเงินบริจาคของคนไทยทั้งประเทศ ที่เหลือจากการแจกเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงทั้งหมดในขั้นต้น เพื่อนำไปใช้ในสาธารณะประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนอุบลราชธานี ในด้านสาธารณสุขและด้านการศึกษา ส่วนสถานที่จัดงานลานหน้าศาลหลักเมือง ณ ทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุบลราชธานี 

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อุบลฯ เตรียมจัดงาน saveubon

ขอบคุณ นคร45 มูลนิธิร่วมกตัญญู

จนท.ปักธงแดงแจ้งเตือนระดับน้ำ หลังแม่น้ำป่าสักไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จนท.ปักธงแดงแจ้งเตือนระดับน้ำ หลังแม่น้ำป่าสักไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน

จนท.ปักธงแดงแจ้งเตือนระดับน้ำ หลังแม่น้ำป่าสักไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน18 กรกฎาคม 2563 – 19:25 น.

เพชรบูรณ์ จนท.ปักธงแดงแจ้งเตือนระดับน้ำ หลังแม่น้ำป่าสักไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในเขตพื้นที่ ชุมชนศรีสะอาด ต.ตาลเดี่ยว อ อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ได้ไหลเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนในเขตพื้นที่ ชุมชนศรีสะอาด ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า แม่น้ำป่าสัก กำลังเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนบ้านศรีสะอาดบริเวณจุดบ้านเลขที่ 52 ถ. ผดุงราษฎร์ หมู่ 11 ตำบลตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก ซึ่งเป็นจุดที่ น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าท่วมเกือบทุกปี 

นายสุวิชัย สังข์ทีป อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านหลังกล่าวกล่าวว่า ชุมชนบ้านศรีสะอาด จะเป็นพื้นที่ที่น้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลเข้าท่วมทุกปี เนื่องจากอยู่ในที่ต่ำ ประกอบกับฝั่งของเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้สร้างผนังกั้นน้ำตลอดแนวทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าสู่ตัวเมืองหล่มสักได้ น้ำจึงไหลเอ่อออกมาทางฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ของชุมชนบ้านศรีสะอาด สำหรับมวลน้ำดังกล่าวคาดว่าน่าจะมาตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อวานน้ำในแม่น้ำป่าสักเพียงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่มาเช้านี้น้ำไปไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านแล้ว และน้ำมีระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าจะลดลงเลยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่เอ่อล้นในครั้งนี้เป็นผลพวงมาจาก กรณีที่เกิดฝนตกหนักในเขตพื้นที่ตำบลนาซำและตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับบริเวณชุมชนศรีสะอาดตำบลศรีสะอาดนี้เป็นจุดที่น้ำจากแม่น้ำป่าสักได้เอ่อท่วมทุกปี เนื่องจากว่า เป็นพื้นที่ต่ำประกอบกับ ไม่มีพนังกั้นน้ำ ในขณะที่ชาวบ้าน ต่างก็เก็บข้าวของขึ้นบนที่สูงรวมทั้งเตรียมกระสอบทรายเพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการปักธงแดงบริเวณสะพานแม่น้ำป่าสัก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำสูง เตือนให้ประชาชนระวังอันตรายน้ำล้นตลิ่ง

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ช่องส่องผี เตรียมขอขมาย่าโม-ย่าบุญเหลือ ตร.กำลัง 150 นายคุมหวั่นเกิดความวุ่นวาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ช่องส่องผี เตรียมขอขมาย่าโม-ย่าบุญเหลือ ตร.กำลัง 150 นายคุมหวั่นเกิดความวุ่นวาย

ช่องส่องผี เตรียมขอขมาย่าโม-ย่าบุญเหลือ ตร.กำลัง 150 นายคุมหวั่นเกิดความวุ่นวาย18 กรกฎาคม 2563 – 18:16 น.

ผู้ว่าโคราชตรวจสถานที่กรณีช่องส่องผีเตรียมขอขมาย่าโมและย่าบุญเหลือด้านผู้การโคราชเตรียมกำลังตำรวจ 150 นายหวั่นเกิดความวุ่นวาย

วันนี้ 18 กรกฏาคม 2533 เวลา 14.00 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาพร้อมด้วยพลตำรวจตรีสุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้เดินตรวจตาความเรียบร้อยในการจัดพิธีขอขมาท้าวสุรนารีและคุณย่าบุญเหลือที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและที่วัดศาลาลอย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยทีมงานช่องส่องผีจะดำเนินพิธีตั้งแต่เวลา 14.00 น. ในวันที่ 19 กรกฏคม 2563 เป็นต้นไป ส่วนทางจังหวัดนครราชสีมาก็ช่วยอำนวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครราชสีมาจำนวน 150 นายดูแลความเรียบร้อยในพิธีของวันพรุ่งนี้ด้วย

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โดยการตรวจความเรียบร้อยในวันนี้ทางทีมงานช่องส่องผีเองจะมีการทำพิธีขอขมา ในส่วนของทางจังหวัดนครราชสีมาเองก็มีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและยังในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยให้กับทีมงานช่องส่องผีในครั้งนี้ โดยบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีจะมีการกางเต็นท์เพื่อให้ทางประชาชนที่อยากรับชมพิธีอยู่บริเวณรอบนอกลาน ในส่วนของศาลาก็จะเป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ทางช่องส่องผีขอขมาลาโทษแล้วก็อยากให้จบลงด้วยดีและอยากให้ชาวจังหวัดนครราชสีมาให้อภัยในสิ่งทางทีมงานช่องส่องผีที่กระทำลงไปด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านพลตำรวจตรีสุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 150 นายนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิด สำหรับในเรื่องนี้ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็อยากให้ประชาชนรับชมอย่างเรียบร้อยหรือดูอยู่ทางบ้านก็ได้ ในส่วนการรป้องกันโรคไวรัสโควิด 19 ด้วยในงานพิธีพรุ่งนี้ก็จะมีจัดคัดกรอง ตรวจวัดไข้ เจลแฮลกอฮอล์และให้ประชาชนหรือผู้อยู่ในพิธีสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคนในงานวันพรุ่งนี้

ภาพ/ข่าว ณัฐพงศ์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

ไข้เลือดออกระบาดหนัก อบต.รวมกับชาวบ้านเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุ่งลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไข้เลือดออกระบาดหนัก อบต.รวมกับชาวบ้านเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุ่งลาย

ไข้เลือดออกระบาดหนัก อบต.รวมกับชาวบ้านเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุ่งลาย18 กรกฎาคม 2563 – 15:12 น.

องค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่นำชาวบ้านนักเรียน 100 คนระดมคว่ำพาชนะใส่ทรายอะเบทพ่นหมอกควันกันโรคไข้เลือดออกระบาดในตำบล

วันที่ 18 กรกฏาคม 2563 นายสมจิตร พิศนอก รองนายกอบต.ดอนยาวใหญ่พร้อมด้วยรพ.สต.ดอนยาวใหญ่ ครู นักเรียน ผู้ชุมชน จำนวนกว่า 100 คน ได้ลงพื้นที่เพื่อคว่ำพาชนะและตรวจสอบน้ำกักขังในส่วนของหมู่บ้าน ใส่ทรายอะเบทและพ่นหมอกควันเพื่อป้องกันปัญหาไข้เลือดออกระบาดในพื้นที่หมู่ 8 บ้านป่าตะแบง ตำบลดอนยาวใหญ่ อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจากสถานการณ์ภัยจากโรคไข้เลือดออกทั้งจังหวัดนครราชสีมา 2,900 คนเศษ เสียชีวิตแล้ว 4 คน อำเภอโนนแดง 22 คน ยังไม่พบผู้เสียชีวิต และตำบลดอนยาวใหญ่ พบผู้ต้องสงสัยจะติดเชื้อไข้เลือดออกมาจากท้องที่อื่น เป็นชาย อายุ 22 ปี ประกอบอาชีพส่งของในหลายตำบล หลายอำเภอ ภูมิลำเนาบ้านป่าตะแบง ตำบลดอนยาวใหญ่

โดยนายสมจิตร พิศนอก รองนายกอบต.ดอนยาวใหญ่ เปิดเผยว่า สำหรับในพื้นที่ตำบลดอนยาวใหญ่ทางอบต.เอง ได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อช่วยกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุ่งลายไปแล้ว เบื้องต้นในวันแรกนี้ได้ลงพื้นที่มาที่บ้านป่าตะแบงเป็นเขตติดกับโรงเรียน มีประชากรเยอะ จึงได้นำชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนเดินเก็บขยะภายในหมู่บ้านเป็นขยะที่มีน้ำขังเพื่อตัดวงจรชีวิตยุงลายและได้นำทีมพ่นหมอกควันของอบต.ดอนยาวใหญ่ ลงพื้นที่ฉีดพ่นหมอกควันภายในหมู่บ้านและได้มอบยาฉีดยุงให้กับผู้นำชุมชนและอสม.ฉีดพ่นบริเวณบ้านที่มียุงลาย ทั้งนี้ภายในตำบลเองก็อยากปลอดภัยจากโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็นไข้เลือดออกหรือโรคที่กำลังระบาดหนักอย่างโควิด-19 เอง ทางอบต.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและยังลงพื้นที่สำรวจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเสมอติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ภาพ/ข่าว ณัฐพงศ์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

ชลประทานที่12 เผย 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เหลือน้ำใช้ไม่ถึงเดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชลประทานที่12 เผย 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เหลือน้ำใช้ไม่ถึงเดือน

ชลประทานที่12 เผย 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เหลือน้ำใช้ไม่ถึงเดือน18 กรกฎาคม 2563 – 15:11 น.

ชลประทานที่12 เผยน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา มีเหลือใช้ 20 กว่าวัน เพียงพอแค่ใช้อุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ ไม่มีให้เพาะปลูก แนะเกษตรกรใช้น้ำฝนเพาะปลูกเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ต่อเนื่องมายังฝนทิ้งช่วงในฤดูฝน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และหลายพื้นที่ยังคงประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำทำนา ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้มีปริมาณน้ำใช้การ เหลือรวมกันอยู่ปริมาณ 750 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยระบายน้ำวันละประมาณ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากสถานการณ์น้ำดังกล่าว จะทำให้น้ำใช้การ มีเหลือใช้ได้อีกประมาณ 20 กว่าวัน ดังนั้น กรมชลประทาน จึงยังต้องส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ เท่านั้น เหมือนกับในช่วงฤดูแล้ง เพราะปริมาณน้ำในเขื่อน ยังมีไม่เพียงพอ จึงยังไม่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้

ส่วนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ซึ่งขณะนี้มีระดับน้ำเก็บกักเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 13.95 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) มีการระบายน้ำท้ายเขื่อนในปริมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีการส่งน้ำเข้าแม่น้ำและคลองสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน, แม่น้ำน้อย ในฝั่งตะวันตก และคลองชัยนาท-ปาสัก, คลองชัยนาท-อยุธยา ในฝั่งตะวันออก เพื่อนำไปผลิตน้ำประปา สำหรับอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น ยังไม่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้ ต้องรอให้ระดับน้ำเก็บกักเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ +15.50 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) จึงจะสามารถบริหารจัดการน้ำ ส่งเข้าระบบชลประทาน และส่งไปตามคลองส่งน้ำและคลองซอยต่างๆ เพื่อไปช่วยสนับสนุนการเพาะปลูกของเกษตรกร เสริมจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกรใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลัก และลงมือปลูกในช่วงที่ฝนตกสม่ำเสมอ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ จะเกิดฝนตกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากฝนตกเหนือเขื่อน ก็จะเป็นผลดี เพราะจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเก็บสำรองไว้ใช้งานได้ แต่หากฝนตกท้ายเขื่อน น้ำจะไหลมายังเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งกรมชลประทาน ก็จะใช้เขื่อนเจ้าพระยา ในการบริหารจัดการน้ำท่า ให้อย่างเต็มประสิทธิภาพ       

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

เชียงใหม่ เตรียมรับนายกรัฐมนตรี ขึ้นเหนือปลูกป่า 24 กรกฎาคม นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ เตรียมรับนายกรัฐมนตรี ขึ้นเหนือปลูกป่า 24 กรกฎาคม นี้

เชียงใหม่ เตรียมรับนายกรัฐมนตรี ขึ้นเหนือปลูกป่า 24 กรกฎาคม นี้18 กรกฎาคม 2563 – 10:55 น.

เชียงใหม่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับนายกรัฐมนตรีและคณะมาเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า 24 กรกฎาคม นี้

วันที่ 18 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการเปิดโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ที่จะจัดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563 นี้ ซึ่งโครงการดังกล่าว ทางศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้น โดยให้ครอบคลุมถึงป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร

โดยกำหนดการในเบื้องต้น เวลา 08.45 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี จะเดินทางถึงบริเวณงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการ “โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า” ชมวิดีทัศน์สรุปแนวทางการฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำ และควบคุมไฟป่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ประธานในพิธี ขึ้นบนเวทีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ เปิดกรวยถวายราชสักการะ ประธานในพิธีและผู้ร่วมงาน ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดพิธี และมอบนโยบายการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า และร่วมปลูกต้นไม้ ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ผู้บริหารระดับสูง และผู้ร่วมนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะลงพื้นที่เพื่อตรวจความคืบหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ ในวันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม นี้ และประชุมสรุปการเตรียมความพร้อมอีกครั้งในวันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2563 อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ และกำชับให้ทางสาธารณสุขจังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ บุคลากร ในการคัดกรองผู้เข้าร่วมงานในทุกทางเข้างานอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19.ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

.

ส่วนเส้นทางไปวนอุทยานน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี ตั้งอยู่ถนนสายเชียงใหม่-พร้าว หลักกิโลเมตรที่ 48-49 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีทางแยกขวามือเข้าไปวนอุทยานน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี อีกประมาณ 2.6 กิโลเมตร เมื่อไปถึงจะมีที่ทำการของเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ มีสนามหญ้ารายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณใกล้ๆนั้นมีน้ำตกบัวตอง หลายชั้นลดหลั่นกันไปมีน้ำแร่ธรรมชาติไหลผ่านโขดหินปูนที่ขาวโพลน มีลักษณะแต่ละก้อนสวยงามมาก น้ำตกบัวตอง จึงมีนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นิยมมาเล่นน้ำตกกันเป็นจำนวนมาก เพราะน้ำตกบัวตองความสูงไม่มากนัก น้ำแร่ที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตไหลผ่านไปเกาะเคลือบโขดหิน จึงเป็นโขดหินปูนเป็นธารหินปูนแข็งไม่มีความลื่น สามารถเดิน หรือปีนป่าย เล่นน้ำแล้วไม่เกิดอันตราย ส่วนต้นน้ำของน้ำตกบัวตองไหลมาจากน้ำพุเย็น ที่อยู่เหนือขึ้นไปห่างกันประมาณ 100 เมตร ที่พุ่งออกจากใต้ดินตลอดทั้งปี เป็นแอ่งน้ำใสเกิดประกายสีรุ้ง เมื่อกระทบแสงอาทิตย์ จึงเรียกกันว่า”น้ำพุเจ็ดสี” เป็นแหล่งพักผ่อนที่แท้จริงและยังอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่เท่าใดนัก

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สูตรโบราณ มีทานที่เดียว “ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน” พิกัดตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สูตรโบราณ มีทานที่เดียว “ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน” พิกัดตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย

สูตรโบราณ มีทานที่เดียว "ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน" พิกัดตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย18 กรกฎาคม 2563 – 10:11 น.

สูตรโบราณ มีทานที่เดียว “ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน” พิกัดตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย ลูกค้ามายืนรอซื้อ เพราะเขาติดใจในรสชาติ และจะทำเฉพาะขายในวันตลาดบ้านเก่าเฮาตำแยนี้เท่านั้น หากอยากจะทานก็มาเดินตลาด แต่ต้องมาจองไว้ก่อนก็จะดี

กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังสถานการโควิด19 ตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ และวันนี้มีเมนูแนะนำ “ทอดมันหมูมะพร้าวโบราณ” ขายที่ตลาดนี้เท่านั้น สัปดาห์ละครั้ง

เย็นของวันที่ 17 กีกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปถึง เวลา 21.00 น. กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย ณ ชุมชนบ้านตำแย ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีชาวบ้าน นำอาหาร สินค้า มากมาย หลากชนิดมาวางจำหน่ายกันช่วงเย็น ในทุกวันศุกร์ บางสัปดาห์ก็จะมีชุมรมผู้สูงอายุมาเปิดการแสดง ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย เพื่อการสนทนา เพื่อผ่อนคลายของชมรมผู้สูงอายุเอง และเพื่อสร้างสีสันให้กับพ่อค้า – แม่ค้า รวมทั้งนักท่องเที่ยว นักช้อป ที่มาเดินตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย โดยเฉพาะอาหารเย็นวันศุกร์ หลายคนก็จะมาพึ่งที่ตลาดแห่งนี้ เพราะมีอาหารแบบสมัยเก่า สมัยคุณแม่ คุณตาคุณยายยังสาว มาทำจำหน่ายกันสดๆ อย่างเช่น เมนูแนะนำวันนี้ ก็เห็นจะเป็น “ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน” แบบโบราณ สมัยคุณย่ายังเป็นสาว ส่งต่อมายังรุ่นลูก และกำลังจะส่งต่อไปยังรุ่นหลาน เหลน ทั้งขั้นตอนการผลิต การทอด การปั้น ส่วนผสมให้พอดีพอเหมาะสมคงความอร่อยไว้แบบดั่งเดิม จนทำให้ผู้ที่มาซื้อทาน ติดอกติดใจ เรียกได้ว่า พอวันศุกร์ ก็จะมายืนรอให้เจ้าของร้าน ได้ทอดมาวางแทบไม่ทัน ขายก็ไม่แพง 7 ชิ้น เพียง 20 บาท มีเฉพาะวันศุกร์ และมีเฉพาะที่ตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย แห่งนี้แห่งเดียว ทำขายเพียงศุกร์ ละ 700 ชิ้นเท่านั้น หมดแล้วหมดเลยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางกฤษณา จันทเสน อายุ 46 ปี ที่อยู่ บ้านตำแย หมู่ที่ 7 ตำบลกำแพง เจ้าของ “ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน”  สูตรโบราณ เปิดเผยว่า เดิมทีคุณย่า หรือ แม่ของสามี เป็นคนทำ ไปขายที่ตลาด แต่ต่อมาคุณย่า เสียตนที่เคยทำช่วยคุณย่ามาตลอด ก็ไม่ได้ทำ จนเมื่อปีที่แล้ว เทศบาลตำบลกำแพง ได้มาประชุม และริเริ่มในการทำตลาดวันศุกร์ ชื่อ ตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย โดยลักษณะตลาด คล้ายๆ กับที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี คือ เปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่มีหน้าบ้านตนเอง อยู่ข้างถนนกลางหมู่บ้าน มาเปิดขายของ ขายอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอาหารโบราณ ตนจึงได้ริเริ่มทบทวนทำ ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อนแบบโบราณ ที่คุณย่า สอนไว้ ตอนแรกก็ไม่กล้าทำเยอะ ใช้หมูเพียง 2 กิโลกรัม เพราะกลัวขายไม่หมด แต่พอทำมาจริงๆ วางขายหน้าบ้านในตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย วันศุกร์ ขายไม่ทัน ต่อมาก็เลยทำครั้งละ 5 กิโลหมู ซึ่งจะได้ทอดมัน ราวๆ 700 ชิ้น ขาย 7 ชิ้น 20.-บาท ขายดีมาโดยตลอด แต่ตนก็ไม่ได้ทำเพิ่ม เพราะจะต้องอาศัยแรงงานลูกสาว 2 คน คนหนึ่งขายอยู่ที่หน้าบ้าน อีกคนมาช่วยปั้นหมู ส่วนตนเป็นคนทอด ก็พอขายได้ มีลูกค้ามายืนรอซื้อ จองทุกศุกร์ เพราะเขาติดใจในรสชาติ และตนก็จะทำเฉพาะขายในวันตลาดบ้านเก่าเฮาตำแยนี้เท่านั้น หากอยากจะทานก็มาเดินตลาด แต่ต้องมาจองไว้ก่อนก็จะดี ป้องกันความผิดหวัง ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดปิดไป เพราะสถานการณ์โควิด19 ตอนนี้ก็กลับมาเปิดได้อีกครั้ง ภายใต้การเฝ้าระวัง เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก วัดไข้ ก็เข้าตลาดได้แล้ว

สูตรโบราณ มีทานที่เดียว "ทอดมันหมูมะพร้าวอ่อน" พิกัดตลาดบ้านเก่าเฮาตำแย

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี18 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สำนักวัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และสมาคมเรือไทย จัดโครงการท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ ภายใต้ มาตรฐาน SHA เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ถึงความพร้อมการรองรับนักท่องเที่ยวในแบบวิถีใหม่ ของแหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมให้คนไทยได้เที่ยวอย่างปลอดภัยถูกสุขอนามัย  

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า หลังจากที่คนไทยทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันผ่านพ้นวิกฤตที่ผ่านมา คาดว่ามีนักท่องเที่ยวหลายคนคิด วางแผนอยากออกไปเที่ยว อยากออกไปสัมผัสให้หายคิดถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย แต่ยังขาดความมั่นใจในความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ถูกต้อง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย SHA  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวว่าเมืองไทยใครๆ ก็เที่ยวได้ ชุดแรกที่เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรีทางน้ำ โดยทุกท่านต้องปฏิบัติตามระเบียบ ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด การท่องเที่ยววิถีใหม่แบบ New Normal เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเข้าเที่ยวประเทศไทยในอนาคต เป็นตัวอย่างที่ดี

โดยนำเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความสะอาด จากสำนักงานเขตต่างๆ ของกทม. จำนวน 50 เขต เขตละ 10 คน รวม 500 คน แบ่งการเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวน 5 ครั้ง ครั้งละ 100 คนทั้งนี้ จัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 11, 18 ,25 กรกฎาคม และวันเสาร์ที่ 1, 8 สิงหาคม 2563 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ทำคุณประโยชน์ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้ามาอย่างเหน็ดเหนื่อย การท่องเที่ยวล่องเรือวิถีใหม่ ภายใต้มาตรฐาน SHA พร้อมเยี่ยมชมเกาะเกร็ดสัมผัสวิถีชาวมอญ และไหว้พระขอพรที่วัดเฉลิมพระเกียรติ วัดปรมัยยิกาวาส วัดเสาธงทอง วัดสำคัญของจังหวัดนนทบุรี


ขอบพระคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ที่จัดโครงการดีๆแบบนี้ให้เจ้าหน้าที่ได้คลายเครียด
 

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี
ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี
ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี
ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี
ททท.ชวนท่องเที่ยวทางน้ำวิถีใหม่ New Normal กระตุ้นท่องเที่ยวพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี