แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด

แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด9 กรกฎาคม 2563 – 15:31 น.

แม่ฮ่องสอนไข้เลือดออกพุ่งไม่หยุด 349 ราย แม่สะเรียง 261 ราย สธ.แม่สะเรียง วอนประชาชนดูแลตัวเอง แนะป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด พร้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

นายสังคม​ คัดเชียงแสน​ นายอำเภอแม่สะเรียง ประชุมชี้แจง​เน้นย้ำ​ มาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกให้แก่กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านทุกตำบลในเขตอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในอำเภอแม่สะเรียง​ พบผู้ป่วยสะสมทั้งสิน 261 รายและยังมีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก​ เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น​ จึงให้เป็นตัวชี้วัดของการปฏิบัติงานของกำนัน​  ผู้ใหญ่บ้านไปด้วย​ และเน้นย้ำให้ชาวบ้านดำเนินการสำรวจลูกน้ำยุงลายในบ้านทุกสัปดาห์​ ตามมาตรการ 3 ก (เก็บบ้าน​ เก็บขยะ​ เก็บน้ำ)​ ซึ่งอำเภอแม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวม 261 ราย แบ่งเป็น ต.แม่เหาะ 90 ราย ต.บ้านกาศ 71 ราย ต.แม่สะเรียง รวม 51 ราย ต.แม่ยวม 27 ราย ต.แม่คง 14 ราย ต.ป่าแป๋ 5 ราย ต.เสาหิน 3 ราย สถานการณ์ไข้เลือดออกจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกพื้นที่มีแนวโน้มยอดสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ

ด้านนายดำรงค์ นันยบุตร สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกหลังคาเรือนให้ประชาชนป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด ปกป้องร่างกาย ด้วยการใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใช้ยาทากันยุง รวมไปถึง หมั่นตรวจทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กำจัดภาชนะที่มีน้ำขังในบริเวณบ้าน เช่น ยางรถยนต์ ถัง ขวดน้ำ อ่างน้ำ เป็นต้น ใช้สารเคมี เช่น ทรายอะเบท ใส่ไว้ตามแหล่งน้ำขัง และยาฆ่าลูกน้ำใส่ในบ่อน้ำ ใช้สารเคมีพ่นตามบ้าน และแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อาการเบื้องต้นสังเกตได้ คือ ไข้สูง 39-40 องศาประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ถ่ายดำ อาเจียน มีจุดเลือดออกตามตัว ตับโต มักกดเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา ช่วงไข้ลด จะกระสับกระส่ายมือเท้าเย็น ชีพจรเบาและเร็ว ความดันต่ำ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์

ตามข้อมูลจากศูนย์ไข้เลือดออก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์ไข้เลือดออก จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.00 น. ยอดผู้ป่วยสัปดาห์นี้ 27 ราย ผู้ป่วยสัปดาห์ที่แล้ว 42 ราย เรียงลำดับอัตราป่วยโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค – 7 ก.ค. 2563 อ.แม่สะเรียง 261 ราย อ.เมือง 52 ราย อ.สบเมย 22 ราย อ.แม่ลาน้อย 10 ราย อ.ปาย 2 ราย อ.ปางมะผ้า 1 ราย อ.ขุนยวม 1 ราย ยอดผู้ป่วยรวม 349 ราย ในปัจจุบันโรคไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีนรักษา การรักษาเป็นไปตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ นอกจากนี้ยังต้องให้สารน้ำชดเชย สำหรับโรคไข้เลือดออกที่พบในไทยเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ และมียุงลาย เป็นพาหะของโรค พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเชื้อไวรัสนี้ มี 4 ชนิด ผู้ที่เคยป่วยแล้วก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้ ถ้าได้รับเชื้อต่างชนิดกันติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market”

กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร "Green Market"9 กรกฎาคม 2563 – 14:14 น.

จังหวัดกำแพงเพชรหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market”อำเภอทรายทองวัฒนา ช่วยผู้มีผลกระทบจากโควิด -19

เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 ณ บริเวณสนามฟุตบอลโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา โดยอำเภอทรายทองวัฒนา ได้กำหนดจัดงานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVD 19) ได้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นและมีการจัดกิจกรรมการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ การบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต

นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอทรายทองวัฒนา เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการส่วนราชการ การจัดตลาดนัดสตรี “แจก แลก ขาย” การขยายพันธุ์พืช การผลิตสารชีวภัณฑ์ การมอบพันธุ์พืชผักสวนครัวให้กับผู้ร่วมงาน และกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกร้านของเกษตรกร ผู้ผลิตชุมชน และการจำหน่ายสินค้าราคาถูก (ธงฟ้าประชารัฐ) เช่น ไข่ไก่แพ็คละ 20 บาท น้ำยาลงจานถุงละ 8 บาท อีกทั้ง ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือนราคาถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน การจัดกิจกรรม “มีแล้วแบ่งปัน” ของ กศน.อำเภอทรายทองวัฒนา นำชุดนักเรียน มาแจกจ่าย และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทรายทองวัฒนา ต่อยอดนำ เสื้อผ้า ของใช้มือสองสภาพดี ส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ การประกวดเมนูอาหารสุขภาพ และการประกวดเต้นออกกำลังกาย โดยมีเงินรางวัลพร้อมใบเกียรติบัตรมอบให้ ด้านนายสัญญา ไม้หอม สาธารสุขอำเภอทรายทองวัฒนา และนายแพทย์วัชรพงษ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา ได้นำทีมสาธารณสุขมาบริการตรวจสารพิษตกค้างในอาหารสด เช่นปลา ปลาหมึก เนื้อไก่ เนื้อหมู ผักสดต่าง ๆ รวมทั้งบริการเจาะเลือดเพื่อตรวจสารพิษตกค้างในร่างกาย ของเกษตรกรและประชาชนผู้มาร่วมงาน การดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นการให้บริการทางสาธารณสุขฟรี เพื่อการป้องกัน และรักษาให้ทันท่วงที ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของงานที่ได้รับความสนใจอย่างดียิ่ง

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอทรายทองวัฒนา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนชาวอำเภอทรายทองวัฒนา มาร่วม ชม ช๊อป เชียร์ และแชร์ การประกวดเมนูอาหารสุขภาพ การประกวดตันออกกำลังกาย และซื้อหาสินค้าต่าง ๆ ภายในงานได้อย่างจุใจร้านค้าจากเกษตรกรในพื้นที่และร้านสินค้าราคาประหยัด ได้แก่ ร้านธงฟ้า, ร้านขนมไทย, ร้านผักและผลไม้พื้นบ้าน ,ไก่อบโอ่ง, กล้วยฉาบ, น้ำอ้อยจากกลุ่มวิสาหกิจฟารมชุมชน ,พริกแกง ไข่เค็มจากกลุ่มสัมมาชีพบ้านคลองปลาร้าและกลุ่มแม่บ้านบ้านคลองสุขใจ, ไม้กวาด ตะกร้า จากกลุ่มแม่บ้านดงเจริญ เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปบ้านศรีสกุณาและบ้านบึงสำราญน้อย, ตะกร้าจากกลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้านโน่นจั่น เป็นตัน การจัดกิจกรรมตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” ดังกล่าว ได้จัดเป็นประจำทุกวันพุธของสัปดาห์ หากท่านใดมีความสนใจในกิจกรรมดังกล่าวสามารถมาจับจ่ายเลือกซื้อผักผลไม้ต่าง ๆ ได้ต่อไป

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ชาวบ้านทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด

ชาวบ้านทำพิธี "บวชต้นไม้" อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด9 กรกฎาคม 2563 – 14:14 น.

ชาวบ้านแห่ทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เชื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาคุ้มครองอยู่ หลังทำพิธีเสร็จแห่ขอโชคลาภเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านโชคชัย ม.5 ต.ช่องลม อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เพื่อไปดูชาวบ้านกว่า 30 คน กำลังทำพิธีเปลี่ยนผ้าห่มต้นไม้ หรือเรียกอีกอย่างว่าการทำพิธี “บวชต้นไม้” ซึ่งทุกปีจะทำพิธีก่อนเข้าพรรษา สำหรับต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้มีขื่อว่า “ต้นกระบก” และ “ต้นมะค่าโมง” ที่มีอายุกว่า 300 ปี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ได้บันทึกต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้ไว้ใน หนังสือเรื่อง “รุกขมรดกของแผ่นดิน” จังหวัดกำแพงเพชร จากทั้งหมด 36 ต้น ที่มีเรื่องเล่าเป็นประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีความผูกพันธ์กับมนุษย์จากรุ่นสู่รุ่นโดยมีความเป็นมาที่แตกต่างกันไปในแต่ละต้น ทั้งเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ความเชื่อต่างๆก็รวมอยู่ด้วย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยทั้ง 2 ต้นนี้ตั้งอยู่ในเขตที่ดินของ นางสาวอาภาภรณ์ หมีคุ้ม (ชาวบ้านในพื้นที่) นายเฉลา สงขัย นายกเทศมนตรีตำบลช่องลม ได้เล่ากับทีมข่าวฟังว่า “ต้นกระบก” และ “ต้นมะค่าโมง” อายุกว่า 300 ปีนี้ ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน” จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ที่ชาวบ้านในอดีตจะรวมตัวกันตามความเชื่อเพื่อร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งทำบุญกลางบ้าน ,ทำบุญวันสงกรานต์ มีความเชื่อว่าต้นไม้นี้ศักดิ์สิทธิ์ มาขอพรกราบไหว้ก็จะได้รับความสมหวังดั่งปราถนา เชื่อว่าจะมีเทพ เทวดา สิงสถิตย์อยู่ สำหรับ “ต้นกระบก” เป็นไม้ยืนตันขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ทรงเรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ มีความสูงของตัน ประมาณ 30 เมตร รอบวงตันมีขนาดวัดได้ 6.30 เมตร ลำตันเปลา เปลือกตันมีสีเทาอ่อนปนสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบโคนตันมักขึ้นเป็นพูพอน เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ส่วนอายุของต้นไม้ต้นนี้มีอายุประมาณ 200 ปี ส่วน “ต้นมะค่าโมง” เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่เมื่อสังเกตุจากฐานตันพบว่ามีรอยแยกแตกออกไปทั้งหมดสามกิ่ง แต่กิ่งหนึ่ง ถูกตัดออกไป เหลือเพียง 2 กิ่งใหญ่เท่านั้น วัดฐานต้นโดยรอบมีความกว้างกว่าโดยรอบ 9.20 เมตร ความสูงกว่า 12 เมตรโดยต้นนี้ตามคำบอกเล่ามีอายุกว่า 300 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวบ้านได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี “บวชต้นไม้” ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

โดยการนำผ้าเหลืองที่ใช้ห่มของพระสงฆ์มาห่มรอบต้นไม้ทั้ง 2 ต้น พร้อมทำพิธีสวดมนต์เหมือนกับการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป ตามความเชื่อของชาวบ้านและนำสายสินญจน์มาพันโยงจากต้นไม้พร้อมจับด้ายร่วมกันเพื่อทำพิธี หลังจากนั้นก็ได้ทำพิธีหยดเทียนน้ำมนต์เพื่อส่องเลขเด็ดเหมือนเช่นทุกครั้ง และเช่นเคยชาวบ้านก็ไม่พลาดที่จะนำแป้งมาลูบที่ลำต้นเพื่อขอโชคลาภเพื่อเสี่ยงดวงในงวดนี้ ส่วนขันน้ำมนต์ก็ไม่พลาดที่จะส่องดูและเห็นเลขต่างๆ โดยหลายคนก็เห็นเป็นเลข 75, 167, และเลขทะเบียนรถกระเช้าที่นำผ้ายกขึ้นไปห่มต้นไม้ทั้ง 2 ต้นคือ 82-0627 กำแพงเพชร

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน

9 กรกฎาคม 2563 – 11:35 น.

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน งูเหลือมยาวกว่า 4 เมตรเลื้อยข้ามถนนเลื้อยตรงเข้าพาดรถเก๋งและเข้าไปในรถเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงจับได เจ้าของเผยลุ้นเลขเด็ดป้ายทะเบียนรถเก๋งซื้อหวยงวดวันที่ 16 ก.ค.นี

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 9 ก.ค. 63 ได้มีลุงไม่ทราบชื่อได้โบกรถที่วิ่งด้วยความเร็วบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองหนองมน หมู่ 5 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อให้งูเหลือมที่กำลังเลื้อยข้ามถนนซึ่งผู้ที่ขับรถก็ชะลอความเร็วและจอดให้งูเลื้อยข้ามไปได้ ซึ่งต่อมางูเหลือมตัวดังกล่าวก็เลื้อยตรงไปที่รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กธ 9540 ฉะเชิงเทรา ที่จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 15/4 หมู่ 5 แล้วเลื้อยเข้าไปในรถเก๋งโดยเลื้อยพาดบนรถก่อนที่จะเข้าไปใต้ท้องรถ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ต่อมานายอภิรักษ์ น้อยไทย อายุ 43 ปี เจ้าของรถและเจ้าของบ้านได้แจ้งไปยังเทศบาลตำบลห้วยกะปิ และได้มีนายวิทยา เงินแสน เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย เทศบาลตำบลห้วยกะปิ พร้อมพวกมาทำการจับงู ซึ่งต้องรื้อรถออกเป็นบางส่วนใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงจับได้เป็นงูเหลือมเพศผู้ยาวกว่า 4 เมตร นำใส่ถังพลาสติกเพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป นายวิทยา เผยว่า ช่วงนี้หน้าฝนให้ประชาชนระวัง เพราะงูจะอกมาหากินบ้าง หนีน้ำท่วมที่อาศัยบ้าง ถ้าพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการมาจับ อย่าจับเองอาจเป็นอันตรายได้

ด้านนายอภิรักษ์ เจ้าของรถเผยว่า เพิ่งเห็นงูเลื้อยตรงมาเข้ารถเก๋งตน ซึ่งจะเอาเลขทะเบียนรถไปเสี่ยงโชคหวยที่ออกงวดวันที่ 16 ก.ค.นี้ ซึ่งรถเก๋งคันนี้หวยไม่เคยออกเลขทะเบียนเลยตั้งแต่ซื้อมา

อำนาจ  ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ 8 กรกฎาคม 2563 – 15:32 น.

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า 300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ ไม่ชัดเจน บิดเบือนจากที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และตำบลใกล้เคียง ว่าพื้นที่ทำกินจะโดน อบต.หนองกระเจา จะเอาไปทำอ่างเก็บน้ำ ซึ่งพื้นที่ทำกินดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ซึ่งพวกตนได้รับตกทอดมาจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ มาถึงรุ่นตนเอง ตั้งแต่สมัย พ.ศ. 2470 ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ทำนาเลี้ยงชีพมาตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ได้มีเอกสารเลขที่ นว. 0318/2884 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ส่งมาจากที่ว่าการอำเภอชุมแสง เนื้อความว่าให้ชาวบ้านไปให้ถ้อยคำว่าชาวบ้านได้เข้าไปทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านตกใจและแปลกใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายทูล ดำนงค์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/2 หมู่ 11 ต.หนองกระเจา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจะทำโครงการอ่างเก็บน้ำ โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการจัดประชุมเกิดขึ้น แต่ได้จัดการประชุมโครงการสูบน้ำ ซึ่งเป็นละโครงการกัน โดยทาง อบต.หนองกระเจา ได้จัดให้มีการประชุมโดยมีใจความสำคัญในการประชุมวันนั้นได้พูดถึงการทำโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ชาวบ้านจึงเห็นว่าเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ชาวบ้านและตนเองจึงได้ยกมือแสดงความเห็น  แต่หลังจากการประชุมเสร็จ ตนเองและชาวบ้านได้ทราบต่อมาภายหลังว่าการร่วมแสดงความคิดเห็นและการยกมือในครั้งนั้น กลายเป็นการยกมือและมีส่วนร่วมของโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นคนละโครงการ ตนเองและชาวบ้านเห็นว่าโครงการนี้มีเงื่อนงำ ไม่แสดงเจตนาที่ชัดเจน บิดเบือนจากวันที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะตนเองและชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม ณ วันนั้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายทูล เปิดเผยต่อว่า เมื่อวันที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทาง อบต.หนองกระเจา ได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำการรังวัดพื้นที่ ที่จะเกิดโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ในส่วนที่ชาวบ้านได้ครอบครองทำกิน (น.ส.ล) โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินบริเวณโดยรอบรับทราบ วันนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดเข้าไปในที่ดินที่มีการครอบครองที่ถูกต้องเป็นจำนวนหลายราย จึงทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถกระทำการรังวัดที่ดิน ปักเสาหลักเขตได้  จากการโครงการอ่างเก็บน้ำ ดังกล่าว ชาวบ้านจะถูกเรียกคืนที่ทำกิน โดยส่วนตัวตนเองจะโดนเรียกคืนที่ดิน (น.ส.ล) อีกทั้งยังมีชาวบ้านโดนเรียกคืนอีกในจำนวนมิใช่น้อย ซึ่งชาวบ้านและตนเองก็ยังมองไม่เห็นถึงอาชีพที่จะสามารถไปประกอบได้ เพราะชาวบ้านและตนเองเกิดจากครอบครัวชาวนา และได้เป็นชาวนามาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งที่ดินที่ชาวบ้านได้ครอบครองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ดินที่ถูกส่งต่อมาจากทางบรรพบุรษของพวกเราทั้งนั้น หามิได้ทำการบุกรุกไม่ ความคิดเห็นจากชาวบ้านและตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และได้ทำกินบนพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านและตนเองเข้าใจดีว่าพื้นที่ดินแห่งนี้เป็นที่ดอน และไม่มีแหล่งน้ำจากธรรมชาติไหลผ่านหรือใกล้เคียงแล้วจะมาทำโครงการอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร

ด้านนายบัณฑูร ประดิษฐสุวรรณ์ ปลัด อาวุโส กล่าวว่า ไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น  ไม่มีอำนาจหน้าที่ให้สัมภาษณ์  ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า โครงการนี้มันมีเงื่อนงำ เพราะว่าพื้นที่ที่พวกตนเองทำกินอยู่นี้เป็นที่ดอนสูง และไม่มีตาน้ำไหลผ่านยังสงสัยว่าจะเอาพื้นที่ไปทำอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร แต่ที่ทราบมามีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ และผลักดันมาหลายปีแล้ว  ซึ่งถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นมาได้ก็จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล แว่วมาว่ามีนายทุนจะเข้ามาหาผลประโยชน์อีกมากมาผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านข้องใจมาก ที่ชาวบ้านได้รับเอกสารว่าพวกตนเป็นผู้บุกรุกตามที่เอกสารแจ้ง และได้สอบถามปลัดว่าพวกตนไปบุกรุกตอนไหน แต่ปลัดไม่สามารถตอบกับชาวบ้านได้ ทั้งที่ปลัดเป็นผู้ลงนามในเอกสารเองว่าพวกชาวบ้านเป็นผู้บุกรุก และชาวบ้านถามว่าโครงการอ่างเก็บน้ำนี้เป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย ได้แต่พูดว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ให้คำตอบ.

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง8 กรกฎาคม 2563 – 08:53 น.

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช วัฒนธรรมความเชื่อคนลุ่มน้ำโขง ในรูปแบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง คอหวยกว้านซื้อ 77 เกลี้ยงแผง

วันที่ 7 กรกฎาคม 2563  เวลา 17.00 น. บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  จัดงานบวงสรวงพญาศรีสัตนาคราช  แลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ตลอดจนสืบสานประเพณีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขโดยองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีการประกอบพิธีเชิญมาประดิษฐาน ตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะขอพรไม่ขาดสาย

อีกทั้งยังดึงดูดนักเสี่ยงโชคที่มีความเชื่อศรัทธา เนื่องจากมีคนโชคดีถูกรางวัลใหญ่มานับไม่ถ้วน รวมถึงลูกหลานชาวนครพนม เคยถูกรางวัลจากการอธิษฐานขอพร ได้เงินรวมแล้วมากกว่า 500 ล้านบาท จึงได้มีการจัดงานบรวงสรวงขึ้นทุกปี เพื่อเป็นสิริมงคล ในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2563 รวม 7 วัน 7 คืน หลังประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด จึงมีการคลายล็อกอนุญาตจัดงานประเพณีวัฒนธรรมได้ตามปกติ แต่เป็นในรูป new normal การเว้นระยะห่างทางสัมคม และต้องมีการคัดกรองก่อนเข้าภายในบริเวณงานติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับการประกอบพิธีบวงสรวง มีรำบวงสรวงจากนางรำประมาณ 500 ชีวิต จาก 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ แต่เดิมทุกปีจะมีนางรำเกือบ 2,000  คน ปีนี้ได้ลดจำนวนลงตามมาตรฐานของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนดไว้

โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.ฯ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ฯลฯ ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

อดีตเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 พิธีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช มีแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวร้านดัง นำพานบายศรีไปถวายพร้อมอธิษฐานขอโชคลาภ จากนั้นได้เดินไปยังแผงลอตเตอรี่ที่ตั้งเรียงรายบริเวณนั้น ก่อนจะหลับตาขอจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช แล้วหยิบลอตเตอรี่มา 1 ชุด จำนวน 5 ใบ ถึงวันหวยออกถูกรางวัลที่ 1 คว้าเงิน 30 ล้านบาทไปครอง ปีนี้จึงลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดีรายต่อไป ขณะที่แผงลอตเตอรี่นักท่องเที่ยว และคอหวยกว้านซื้อเลข 77 จนเกลี้ยงแผง

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ

7 กรกฎาคม 2563 – 18:17 น.

มึนกันทั้งสี่แยก เมื่อหญิงสาวแต่งชุดเดรสกระโปรงยาวสะพายกีต้า ขับรถจักรยานยนต์มาจอดติดไฟแดงตรงสี่แยกกลางเมืองหาดใหญ่ ลงมานั่งรำบนทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนนางแบบก่อนเดินสะพัดเหมือนนางแบบบนแคทวอล์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไป

วันนี้ (7 ก.ค. 2563) ที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถนนเพชรเกษมตัดถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ซึ่งเป็นสี่แยกใหญ่ที่เข้าออกตัวเมืองหาดใหญ่และมีการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งวันปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณบ่าย 2 โมงวันนี้ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆ ขณะขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงมาจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยกฝั่งถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่

โดยหญิงสาวคนนี้ซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี และสวมชุดเดรสหรือชุดกระโปรงยาวสีฟ้า และสะพายกีต้าอยู่ข้างหลังได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินมานั่งรำอยู่ตรงทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนกับนางแบบ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ก่อนที่จะเดินเหมือนกับนางแบบเดินบนแคดวอร์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์ และยังคงเล่นหน้าเล่นตาอยู่บนรถ ก่อนที่จะค่อยๆ ขับรถออกมาอยู่หน้าคนอื่นและทำท่าเบิ้ลเครื่องยนต์และขับออกไปคันแรกทันทีที่มีสัญญาไฟเขียว

แต่ขณะที่ขับออกไปก็ไปปาดหน้ารถเก๋งคันหนึ่งจนเกือบจะถูกรถเก๋งพุ่งชนท้าย ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ทำให้ผู้ที่จอดรถติดไฟแดงทั้งรถจักรยายนต์และรถยนต์ถึงกับงงกับพฤติกรรมของหญิงสาวคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ออกอาการแบบนี้ตรงไฟแดง ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจหรือไม่ก็มีอาการผิดปกติทางจิต

นภาลัย ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม7 กรกฎาคม 2563 – 15:37 น.

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยืนยัน ขั้นตอนการฝึกและเลี้ยงดู ไม่มีการทารุณกรรม ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า

เมื่อช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีห้างสรรสินค้าที่อังกฤษสั่งเก็บผลิต ภัณฑ์เกี่ยวกับมะพร้าวจากประเทศไทย โดยมองว่าใช้แรงงานลิง นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์สาธิตการฝึกลิงเพื่อการเกษตรของ นายนิรันดร์ วงศ์วานิช อายุ 52 ปี เลขที่ 52/3 หมู่ 1 ต.คลองน้อย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ซึ่งพบว่าใช้ลิงขึ้นมะพร้าวเป็นวิถีชีวิตการประกอบอาชีพของเกษตรกรมากว่า 100 ปีแล้ว โดยมีการเพาะพันธุ์ลิง การอนุบาลและการเลี้ยงดูที่เอาใจใส่เหมือนบุคคลในครอบ ครัวให้อาหารวันละ 3 มื้อ เสริมด้วยขนมนมและผลไม้ไม่ได้ไปจับลิงจากในป่าหรือทารุณกรรมสัตว์ตามที่มีการกล่าวหา

นายวิชวุทย์ ชี้แจงว่า มาให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและศูนย์ฝึกลิงได้ประกอบอาชีพ ซึ่งอาจเป็นความไม่เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกร ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ฑูตพาณิชย์ที่อังกฤษไปชี้แจง และจะมีการเชิญฑูตประเทศต่างๆ มาดูการทำอาชีพสวนมะพร้าวและการเลี้ยงดูลิงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านนายนิรันดร์ กล่าวว่า ได้เปิดฝึกลิงมากว่า 30 ปีแล้ว สืบทอดตั้งแต่รุ่นพ่อถึงปัจจุบันมีลิง 38 ตัว ซึ่งการเลี้ยงลิงจะดูแลอย่างดีให้อาหารครบ 3 มื้อพร้อมของว่างบ้างบางเวลาที่อยู่จะล่ามไว้กับต้นมะพร้าวใช้ล้อยางรถยนต์เก่าเป็นที่บังแดดบังฝนตามธรรมชาติในป่าที่ลิงต้องอาศัยต้นไม้ใบหญ้าหลบแดดหลบฝน ซึ่งมีความผูกพันธ์เหมือนคนในครอบครัวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ชาวสวนจะไม่ได้ผลผลิตจากต้นมะพร้าวเลยหากไม่มีลิงเพราะคนไม่สามารถขึ้นต้นมะพร้าวได้หลายต้นต่อวัน และทำให้การเก็บมะพร้าวตรงเวลาในแต่ละรอบ โดยส่วนตัวมองว่าไม่มีอะไรมาทดแทนลิงขึ้นมะพร้าวได้ และไม่มีการทำให้ทรมานสัตว์ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า” นายนิรันดร์ กล่าว

เจนจิรา ศรีวิรักษ์ ผสข.สุราษฎร์ธานี

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง7 กรกฎาคม 2563 – 13:20 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิดได้คุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุง

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด 19 ประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการอยู่บ้าน ซึ่งอาจทำให้กินอาหารในปริมาณมากเกินไป ไม่ถูกหลักโภชนาการ และไม่มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะ น้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุงตามมาได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ศบค.รายงานยอดติดเชื้อโควิด ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 

กรมอนามัยจึงขอแนะนำการสร้างสุขภาพดีให้กับตนเอง หลังมีมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ ด้วยการนำหลักพอเพียงมาใช้ในการกินอาหารแต่ละมื้อ เพื่อให้ได้สารอาหารและพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

โดยหากรู้สึกอิ่มให้ลดหรืองดการกินเพราะความอยาก หรือลดกินอาหารหวาน มัน เค็มมากเกินไป ซึ่งการสร้างพฤติกรรมการกินอย่างง่าย

ภายใต้หลัก 10 วิธีกินแบบพอเพียง มีดังนี้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

1) กินพออิ่มในแต่ละมื้อ โดยตักอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป

2) ดัดแปลงอาหารที่เหลือเป็นอาหารจานใหม่ เช่น ผัดคะน้า นำมาต้มจับฉ่ายผสมกับผักอื่น ๆ น้ำแกงส้ม ที่เหลือสามารถเติมถั่วฝักยาว มะละกอ แครอท ผักบุ้ง ส่วนผลไม้ที่เหลือหลายชนิดนำมาทำเป็นสลัดผลไม้

3) เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภท เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัตถุดิบต่าง ๆ และยังคงคุณค่า ทางโภชนาการโดยไม่เน่าเสียไปก่อนที่จะนำมาปรุงประกอบอาหาร

4) หุงข้าวผสมข้าวโพด ถั่ว เผือก มัน เพื่อเพิ่มวิตามินและยังได้สารอาหารอื่นๆ เพิ่มด้วย

5) เลือกวัตถุดิบคุณภาพดีราคาถูกในการทำเมนูอาหาร เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาจใช้ ไข่ เต้าหู้ และถั่วเมล็ดแห้ง สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกับเนื้อหมู/ไก่ เลือกผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง 

6) ลดการกินจุบกินจิบ กินอาหารให้เป็นเวลา ซึ่งอาหารหลัก 3 มื้อก็เพียงพอแล้ว หรือ อาหารว่างเลือกเป็นผลไม้ ถั่ว นม 

7) งดการกินอาหารมื้อดึก เพราะถ้ากินอาหารมื้อดึกเข้าไป แล้วในช่วง เวลานั้นไม่มีการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ มีแต่การนอน ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร ที่กินไปน้อยมาก และจะสะสมเป็นไขมันแทนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

8) เคี้ยวอาหารช้า ๆ อย่ารีบร้อน จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่า เพราะร่างกายคนเราจะเริ่มรู้สึกอิ่มเมื่อกินอาหารไปประมาณ 20 นาที 

9) ไม่กิน ทิ้งขว้าง มีวินัยในการซื้อและการกินที่ดี เพราะปัจจุบันอาหารเกือบทุกชนิดมีราคาสูง ต้องคำนวณให้ดี ในการซื้อแต่ละครั้ง เพราะหากซื้อมากเกินไปแล้วกินอาหารไม่หมด ก็ทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ และ

 10) เน้นกินเมนูที่หลากหลาย เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกาย เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันด้วย

CR: กรมอนามย ศูนย์สื่อสารสาธารณะ

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว

7 กรกฎาคม 2563 – 13:08 น.

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว ถ่ายรูปทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน ที่ผลิตจากเศษเหล็กกันอย่างสนุกสนาน

วันที่ 7 ก.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านหุ่นเหล็ก แลนด์มาร์คอ่างทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32)  ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 55+500 เลขที่ 41/2  หมู่ที่ 6  ตำบลตลาดกรวด  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง  พบว่าบรรยากาศประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างพาลูกหลานเข้าชมถ่ายรูป ทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน และสัตว์ต่างๆ ที่ผลิตจาก เศษเหล็กในบ้านหุ่นเหล็กกันคึกคัก ในช่วงวันหยุดยาว

โดยที่บ้านหุ่นเหล็กเป็นแลนด์มาร์คอ่างทอง ที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดเข้าชมกินเที่ยว ซื้อของฝาก  ถ่ายรูป  ส่งขึ้นสังคมออนไลน์กันอย่างอย่างสนุกสนาน โดยจะพบความสร้างสรรค์หุ่นยนต์ที่ผลิตจากเศษอะไหล่รถยนต์เก่าๆ นำมาประกอบเป็น ยอดมนุษย์ในดวงใจ เหล่าสัตว์ประหลาดตัวร้าย รถยนต์ จัดยืนเรียงตัวกันต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งที่นี่จะมีมุมให้มาแชะภาพมากมายอยู่ทุกซอกทุกมุม  และเป็นที่รวบรวมเหล่าฮีโร่จากภาพยนตร์หลายเรื่อง ใครชอบตัวไหนก็ถ่ายรูปแอคชั่นท่าทางกับหุ่นยนต์กันอย่างสนุกสนาน โดยได้ใกล้ชิดกับยอดมนุษย์ตัวโปรด รวมทั้งยังมีของกินของฝากที่เป็นสัญลักษณ์จากบ้านหุ่นเหล็ก อาทิเช่น ช็อกโกแลตเครื่องมือช่าง และก๋วยเตี๋ยวรถที่แสนอร่อยเป็นเสน่ห์ของฝากของจากบ้านหุ่นเหล็กต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อ่างทอง

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37226/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37227/news