ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ "บวร On Tour" ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ7 กรกฎาคม 2563 – 09:52 น.

ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

วันที่ 7 ก.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ  เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ตนได้ร่วมกับ นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน ได้เดินทางไปที่ชุมชนคุณธรรมบ้านกู่ ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” โดยมีนายประหยัด ถิลา วัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนางอุบล โรจนวัน  ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ นางกาญจนา ไพรวัน หัวหน้าฝ่ายบริหาร นางวัชรี ธนบูลพิพัฒน์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์ฯ นายทะนงศักดิ์ นรดี กำนัน ต.กู่ นายธนากร พรมลิ ปราชญ์ชุมชน ชาวบ้านกู่ และผู้นำชาวบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน กล่าวว่า โครงการ  “บวร  On  Tour”  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี เคารพเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  มีการน้อมนำศาสตร์พระราชา  และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมต้นแบบและสร้างการรับรู้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาและสร้างกระแสของการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนและยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้นำพลังบวรในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างยังยืนให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรของจังหวัดด้วย 

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการ  “บวร On Tour” ของกระทรวงวัฒนธรรม ได้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้  เพราะมีการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้งภูมิสังคม  ภูมิปัญญา  และภูมิทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าอย่างสร้างสรรค์  ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ในครั้งนี้  ได้เห็นความเข้มแข็งและ ความตั้งใจของชุมชนที่แสดงออกถึงความรักความสามัคคี  ร่วมด้วยช่วยกัน  เวลามีทัวร์มาก็จัดการแสดงของชุดผู้สูงอายุให้ชม  และสอดแทรกวัฒนธรรมการบายศรีสู่ขวัญ  เด็กนักเรียนในหมู่บ้านก็มาร่วมต้อนรับด้วยการฟ้อนรำที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม  ไม่ต้องแต่งหน้าโดยปล่อยตามธรรมชาติก็ดูสวยบริสุทธิ์มาก  ที่ชุมชนบ้านกู่นอกจากจะมีปราสาทปรางค์กู่ให้ชมแล้ว  ยังมีศูนย์เรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม  ทั้งการสาธิตทำขนมพื้นถิ่น  การทอผ้าไหม  การเลี้ยงกบ  ฯลฯ  เป็นพลัง  “บวร  On  Tour”  จริง ๆ

นายประหยัด  ถิลา  วัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ชุมชนคุณธรรม  บ้านกู่  ต.กู่  อ.ปรางค์กู่  ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ขับเคลื่อนตามรอยศาสตร์พระราชา  ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  ได้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวในระยะที่  3  และระยะที่  2  ไปแล้ว  ซึ่งแต่ละบ้านได้ร่วมกันจัดสินค้าตามความถนัด  บางคนจัดบ้านเป็นโฮมสเตย์  บางคนจัดจำหน่ายสินค้าตามอาชีพความถนัดของตนเอง เช่น  ใช้ใบตาลสานหมวกวาง  วางขายหน้าบ้าน  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  จะได้ชี้แนะแนวทางเพิ่มเติมให้กับชุมชนได้สานต่อ  เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล  ในการฟื้นฟูและสร้างโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อีกด้วย

ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าว  จ.ศรีสะเกษ

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง7 กรกฎาคม 2563 – 09:52 น.

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นักท่องเที่ยวกว่า 3 พันคน แห่ขึ้นเขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม เพื่อกราบรอยพระพุทธบาท และชมความสวยของถ้ำหินจำลอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยว ในวันหยุดชดเชย เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดสุดท้าย แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ยังคงเดินทางไปทำบุญไหว้พระ และท่องเที่ยวตามวัดต่างๆในรูปแบบ New Normal กันอย่างเนืองแน่น

อย่างเช่นที่ วัดไกลกังวล อ.หันคา จ.ชัยนาท ประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวนกว่า 3,000 คน ทยอยเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม ที่ตั้งอยู่ภายในวัด เพื่อกราบสักการะ รอยพระพุทธบาทสี่รอย ที่มีขนาดความยาว 6 เมตร กว้าง 4 เมตร เพื่อความเป็นสิริมงคล และชมความสวยงามของถ้ำหินงอกหินย้อยจำลอง ที่ทางวัดสร้างขึ้นมาครอบรอยพระพุทธบาทไว้ได้อย่างสวยงามวิจิตรตระการตา 

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งนี้ ทางวัดเปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุด 4 วันนี้  มีนักท่องเที่ยว เข้ามาทำบุญและเที่ยวชมความสวยงามภายในถ้ำหินจำลอง วันละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน   โดยส่วนใหญ่ยังคงให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโรคโควิค-19  มีการปฏิบัติตามแบบ New Normal คือ มีการสวมหน้ากากผ้า สวมหน้ากากอนามัย  ยอมให้ตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนจะเข้าไปภายในถ้ำจำลอง เพื่อชมความสวยงามและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานต่อในวันพรุ่งนี้

ขณะที่ นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี  ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 คน เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท และชมความสวยงามของถ้ำหินจำลอง ด้วยเช่นกัน  โดยนางจิรารัตน์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ได้จัดกิจกรรม “ไหว้พระสุขกายสุขใจ สไตล์ New Normal @ จังหวัดชัยนาท” เพื่อเสริมสิริมงคลเนื่องในวันเข้าพรรษา และกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท ช่วงวันหยุดสำคัญทางพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยว หลังผ่านวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบ New Normal           

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิริจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-19

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-197 กรกฎาคม 2563 – 09:51 น.

หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม จัดพิธีขอขมากรรม ถอนคำสาบาน สาปแช่ง โดยมีประชาชนนับพันแห่เข้าร่วมงานคึกคึก โดยผู้ร่วมงานบอกหวังปลดกรรมี่ที่เคยมี สร้างกำลังใจใหม่ ภาวนาให้วิกฤติโควิด-19 ผ่านพ้นไปโดยเร็วและขอนับหนึ่งอีกครั้งกับชีวิตหลังเจอปัญหาในช่วงที่ผ่านมา

วันนี้ 6 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.09 น. ที่หน้าเมรุปลอดควันพิษ วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ๆได้มีการจัดพิธีขอขมากรรม ถอนคำสาบาน ถอนคำสาปแช่ง “ตั้งสัจจะ ลด ละ เลิก สิ่งไม่ดีทั้งปวง ปฏิญาณตนเริ่มต้นชีวิตใหม่ รับพรมงคลวันเข้าพรรษา” โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธีซึ่งบรรยากาศในพิธีมีพุทธศาสนิกชน ประชาชนจากทั่วสารทิศนับพันคนได้เดินทางเข้ามาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวซึ่งหลังจากได้ทำบุญในเทศกาลเข้าพรรษา ส่วนหนึ่งได้หาพิธีกรรมที่กำลังใจและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวรหลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 ซึ่งอยู่ในช่วงผ่อนคลายเฟสที่สี่

โดยในช่วงเริ่มพิธีได้มีการเปิดให้ประชาชนได้มีการลงชื่อให้ของผู้ล่วงลับ บรรพบุรุษและเจ้ากรรมนายเวร รวมถึงผู้ที่เคยทำแท้งหรือติดคำสาบาน สาปแช่ง จากนั้นจะเป็นพิธีทางพราหมณ์อ่านโองการบูชาเทพยดา พร้อมบูชาถวายเครื่องสังเวยต่อเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมในพิธี และให้ญาติโยมกล่าวขอขมากรรม อุทิศบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้มารับผลบุญดังกล่าว โดยถ้วนหน้า จากนั้นหลวงพี่น้ำฝนพร้อมคณะสงฆ์ วัดไผ่ล้อม สวดถอนกรรม ถอนคำสาบาน ถอนคำสาปแช่ง เสร็จพิธี ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ รับพรมงคล ขอให้ทุกท่าน ร่ำรวย โชคดี มีความสุข บริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ ก่อนจะมีการทอดผ้าบังสุกุลอุทิศให้กับผู้ล่วงลับและพิธีเผารายชื่อเพื่อส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สุขคติเป็นเสร็จพิธีการติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายธีระพงษ์ พันธุ์เตี้ย อายุ 38 ปี ชาวกรุงเทพฯ บอกว่า ได้เข้ามาร่วมพิธีนี้เป็นครั้งแรกเพราะทราบจากคนรู้จักและเห็นจากสื่อออนไลน์ วันนี้ได้ถือว่าเป็นวันหยุดและเป็นวันสำคัญทางศาสนา จึงได้เดินทางมาเพื่อร่วมพิธีโดยเป็นการทำบุญและสร้างขวัญกำลังใจให้กับตัวเองโดยเฉพาะปีนี้เพิ่งผ่านเรื่องร้ายที่เป็นเรื่องสำคัญนั่นคือเรื่องวิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบให้กับผู้คนเป็นวงกว้าง วันนี้ในพิธีก็รู้สึกได้ถึงความสบายใจ หลังพิธีก็รู้สึกว่าเบาตัวสบายใจขึ้นมาก โดยสิ่งที่ขอคือเรื่องให้วิกฤติโควิด-19 นั้นผ่านพ้นไปโดยเร็วและขอเรื่องสุขภาพของตนเองให้ดีมากขึ้นและยังขอให้เป็นวันที่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่นับหนึ่งผ่านเรื่องที่ไม่ดีให้ไปทั้งหมดก่อนจะที่เปิดงานไปทำงานด้วยกำลังใจมากขึ้นด้วย


ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.นครปฐม

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ

7 กรกฎาคม 2563 – 09:51 น.

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ แต่ก็จำกัดไม่เกินวันละ 2,000 คน พิเศษสุด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มอบส่วนลดค่าบัตรเข้าชม 50 % มีค่าธรรมเนียมค่าจอดรถยนต์ 80 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 กันยายน 2563

ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี หลังจากได้ปิดบริการเที่ยวชมป้องกันตามมาตรการโควิด-19 ในส่วนการแสดงโชว์ช้างว่ายน้ำ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความน่ารักแล้ว โดยทางสวนสัตว์ ยังคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด -19 ซึ่งต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน เว้นระยะห่างในการชมบริเวณโถงชมมุมใต้น้ำ จำกัดครั้งละ 50 คนเท่านั้น โดยนำช้างแสนรู้ ชื่อพลายเขาเขียว อายุ17 ปี ช้างเอเชียที่มีรูปร่างดี สวยงาม ลงเล่นน้ำ โชว์ทักษะธรรมชาติว่ายน้ำ ด้วยลีลาที่น่าทึ่ง ทั้งดำผุดดำว่าย และเดินสองเท้าในสระน้ำ ที่มีขนาดใหญ่สูงกว่า 4 เมตร กว้างกว่า 30 เมตร ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปชมอิริยาบถของช้างพังเขาเขียว ขณะที่ว่ายอยู่ใต้น้ำได้อย่างใกล้ชิด สุดน่ารักผ่านกระจกใส หนึ่งเดียวในเอเชีย ที่จัดสร้างตามรูปแบบมาตรฐานสากล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากนี้ยังมีการแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ พาเหรดเพนกวิน ได้นำเพนกวินฮัมโบล์ด จำนวน 40 ตัว เดินพาเหรด ออกมาตามเส้นทางจากด้านในส่วนแสดงออกมายังสระน้ำด้านหน้า อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความน่ารัก เหมือนเดิม ส่วนยีราฟ ม้าลาย แรดขาว และ ฮิปโป ชมได้ทุกวัน

สำหรับบรรยากาศการเที่ยวชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว มีนักท่องเที่ยวต่างพาบุตรหลานเข้ามาพักผ่อนวันหยุดยาวเป็นจำนวนมากแต่ก็จำกัดไม่เกินวันละ 2,000 คน พิเศษสุด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มอบส่วนลดค่าบัตรเข้าชม 50 % มีค่าธรรมเนียมค่าจอดรถยนต์ 80 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 กันยายน 2563 โดยจองบัตรผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 038-318444

อำนาจ ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี

เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ

เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ6 กรกฎาคม 2563 – 12:56 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) รับผู้ตกงานจากผลกระทบโควิด-19 จ้างงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วันที่ 6 กค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วิกฤต COVID-19 จะทำให้แรงงานมีความเสี่ยงถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน ทั้งแรงงานในภาคการท่องเที่ยว แรงงานในภาคอุตสาหกรรม และการจ้างงานในภาคบริการอื่น โดยแรงงานที่ตกงานบางส่วนจะเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาของตนเอง ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ตระหนักถึงปัญหาของผู้ถูกเลิกจ้างงานที่แม้กลับภูมิลำเนาก็จะยังไม่มีรายได้ เนื่องจากมีแรงงานภาคการเกษตรรอทำงานเต็มตามฤดูกาลอยู่

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จึงจัดตั้ง “ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว” ขึ้นที่ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อรับสมัครผู้ตกงานจากผลกระทบโควิด-19 เข้ามาทำงานเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฯ นี้ประกอบไปด้วยโรงเรือนเพาะชำกล้าพันธุ์ไม้จำนวน 4 โรงเรือน สามารถเพาะชำกล้าไม้ระยะสั้นและระยะยาวรวม 102,500 กล้า/รอบ ประกอบด้วยการเพาะกล้าพืชผักระยะสั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ไม้เพื่อการฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไม้ผลและพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นต้น ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในอนาคตกล้าไม้ที่เกิดจากการเพาะนี้สมบูรณ์ จะถูกแจกจ่ายไปยัง 7 ชุมชนของทุกตำบลใน อ.แม่แจ่ม  และหากโครงการฯนี้แล้วเสร็จ “ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว” แห่งนี้ จะถูกส่งมอบต่อให้กับศูนย์วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นจุดเพาะชำกล้าผักเกษตรอินทรีย์ของชุมชนต่อไป

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภุูมิภาค จ.เชียงใหม่

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด19

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด196 กรกฎาคม 2563 – 11:59 น.

กรมควบคุมโรค แจงผ่อนปรนรับชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย เป็นการผ่อนปรนเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด 19 พร้อมคงมาตรการคุมเข้ม

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลโรคต่างๆ ที่ไม่ใช่รักษาโรคโควิด 19 ตามคำสั่ง ศบค. ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยต้องผ่านการตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด 19 ก่อนการเดินทางภายใน 72 ชั่วโมง และตรวจซ้ำ 3 ครั้งขณะอยู่ในประเทศไทย และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการด้านสาธารณสุขและมาตรการควบคุมโรคของไทย

วันนี้ 6 กรกฎาคม 2563 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายและไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมานานมากกว่า 1 เดือน และมีประกาศข้อกำหนด ฉบับที่ 12 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ คำสั่ง ศบค. ฉบับที่ 6 อนุญาตให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว

แต่ต้องไม่เป็นกรณีที่เข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาล โรคโควิด 19 ทั้งนี้ รวมถึงผู้ป่วยเดิมที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล หรือผู้ป่วยใหม่ที่จำเป็นต้องมารับการรักษาในประเทศไทย ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีผลตรวจปลอดโรคโควิด 19 และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยอย่างเข้มงวด

ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563 พบว่า มีผู้เดินทางเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย โดยทั้งสามรายเป็นผู้ป่วยเก่าที่เคยมารับการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว (มาจากประเทศเมียนมา มัลดีฟส์ และกาตาร์ ประเทศละ 1 ราย และมีญาติผู้ดูแลติดตามมาด้วยจากประเทศเมียนมา 1 คนและมัลดีฟส์ 1 คน)

ซึ่งทั้งผู้ป่วยและผู้ติดตามต้องผ่านการตรวจ ซึ่งไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ที่ประเทศต้นทาง และมีเอกสารสำคัญครบถ้วนก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

– เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลจากประเทศต้นทางที่ระบุความจำเป็นในการเข้ามารักษาพยาบาล

– เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลในประเทศไทยที่ยืนยันการรับผู้เดินทางเข้ามารักษาพยาบาลและการจัดสถานที่กักกันในสถานพยาบาล เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน

– ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางมีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) หรือตามสภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์ และใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าตรวจไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง

– เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงถึงหลักประกันที่ผู้เดินทางสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในประเทศ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

– หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE)

โดยเมื่อชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาถึงประเทศไทย จะมีการคัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ต้องเดินทางโดยยานพาหนะของสถานพยาบาลเท่านั้น และมีระบบติดตามตัวหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามอาการในระหว่างที่เข้ารับการกักกัน

และที่สำคัญจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 อีก 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางมาถึงสถานพยาบาล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-7 และ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน

ทั้งนี้ ในกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ถึง 14 วัน ทางสถานพยาบาลจะดำเนินการให้ผู้ป่วยอยู่กักกันจนครบ 14 วัน รวมทั้งญาติและผู้ติดตาม จะถูกกักกันให้อยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ป่วยเป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากตรวจไม่พบเชื้อ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ที่เข้มงวดของประเทศไทย เพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดของโรค แม้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล แต่เป็นการบริหารจัดการในโรงพยาบาลที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม6 กรกฎาคม 2563 – 11:47 น.

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

เวลา 06.00 น.วันที่ 6 ก.ค. 63 ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย นำส่วนราชการการและประชาชนในอำเภอแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงทั้งชาวไทยพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์นับพันคน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และจตุปัจจัย แด่พระสงฆ์ 108 รูป  เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงศาลเจ้าแม่นางนอน เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์ ช่วยนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต 

โดยการทำบุญครั้งนี้เนื่องจากเป็นการครบรอบ 2 ปี ในช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมี่แม่สายติดถ้ำหลวง และอุทิศส่วนกุศลครบรอบการเสียชีวิต จ่าแซม นาวาตรีสมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวง ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ขณะเข้าไปช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง โดยมีนางวลีพร กุนัน ภรรยาของนาวาตรีสมาน  กุนัน นักฟุตบอลทีมหมูป่าอาคาเดมี่ โค้ชเอก รวม 13 คน เดินทางมาร่วมตักบาตรและประกอบพิธีในครั้งนี้ด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน6 กรกฎาคม 2563 – 09:42 น.

นายตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้ตั่งนั่งจากเศษไม้ ออกวางจำหน่ายเพื่อหาทุนซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนายตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จ.เพชรบูรณ์ นายหนึ่ง ใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน มาทำเก้าอี้ตั่งนั่งจากเศษไม้ที่ไม่ใช้แล้วเพื่อนำไปขาย ส่วนเงินที่ได้มาก็นำไปสมทบทุนซ่อมแซมหลังคาให้โรงเรียนที่อยู่ถิ่นทุรกันดาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ พ.ต.ท.อดีต เพียรเจริญ อายุ 52 ปี สารวัตรกองพิสูจน์หลักฐาน จ.เพชรบูรณ์ กำลังลงมือทำเก้าอี้ตั่งนั่งอย่าง ขะมักเขม้น โดยเปิดเผยว่า ตนมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และได้พบว่าที่โรงเรียนบ้านฟองใต้ ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อาคารเรียนค่อนข้างทรุดโทรม หลังคารั่ว ปัจจุบันมีนักเรียน 40 คน ฐานะยากจน

โดยปีที่ผ่านมา ได้มีผู้ใจบุญได้บริจาคเงินซื้อสังกะสีหลังคามาเปลี่ยนให้ แต่มุงได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากเงินบริจาคไม่เพียงพอ เมื่อตนไปเห็นจึงมีความตั้งใจที่จะมาบอกบุญเพื่อนๆ และผู้ใจบุญร่วมกันบริจาค โดยตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ 50,000 บาท

ส่วนไอเดียมาจากที่พี่สาว ได้ให้ตนทำเก้าอี้ตั่งสำหรับนั่งล้างจานให้ เมื่อทำเสร็จพี่สาวบอกว่าแบบนี้นำมาขายได้ ตนจึงได้เริ่มทำขายแล้วเอาเงินไปสมทบซื้อสังกะสีมุงหลังคาให้โรงเรียนบ้านฟองใต้ จึงได้ไปขอโรลสายไฟฟ้าแรงสูงจาก สนง.ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์ ที่ไม่ใช้แล้ว จากนั้นนำมาแยกสิ้นส่วน ถอดตะปู และเลือกส่วนที่สามารถใช้ได้นำมาประกอบเป็นเก้าอี้ตั่งนั่งขายในราคาตัวละ 60 บาท รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจะรวบรวมไว้เพื่อนำไปซื้อสังกะสีให้แก่โรงเรียนดังกล่าว

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยตนจะฝากวางขายไว้ที่ร้านค้าหน้าสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงข้ามกับสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ถ.สระบุรี – หล่มสัก  ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ หรือท่านที่สนใจจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนหรือจะเข้าร่วมกิจกรรมในการระดมทุนซื้อสังกะสีให้โรงเรียนดังกล่าวสามารถเข้าไปพูดคุยได้ในเฟสบุค “Adeet Pain”

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020

5 กรกฎาคม 2563 – 18:50 น.

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 จัดรถแห่รอบเมือง

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประบริวเณปั๊ม ESSO แม่ต๋ำ  ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา สมาชิกทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จังหวัดพะเยา นำโดยนายก้องเกียรติ อินทรีย์สังวร นักธุรกิจหนุ่มทางการเกษตรเจ้าไซโล สาวกทีมหงศ์แดงตัวพ่อของจังหวัดพะเยา ได้นำรถบรรทุกพ่วงจำนวน 3 คัน ซึ่งตกแต่งด้วยสีแสดงพร้อมรูปโลโก้หงส์แดง และข้อความ “You’ll Never Walk Alone” และขบวนรถของสาวกหงส์แดงของจังหวัดพะเยา โดยมีรถตำรวจนำทาง จากนั้นเคลื่อนขบวนไปตามถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวซ้ายตรงแยกชายกว๊านพะเยา ผ่านสำนักเทศบาลเมืองพะเยา – กว๊านพะเยา แล้วชะลอร้องเพลงประจำทีมที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยาเพื่อร้องเพลงประจำสโมสร You’ll Never Walk Alone และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

ในขณะเดียวกันทางสาวกหงส์แดง ได้มีการตั้งบูธกิจกรรมฉลองแชมป์ที่บริเวณตลาดนัดหอการค้าแฟร์ โดยจะมีดนตรีสดและการพบปะพูดคุยของทีมแอดมินและสมาชิกหงส์พะเยา สำหรับการจัดกิจกรรมฉลองแชมป์ฯ ในครั้งนี้ ทางทีมงานขอให้สมาชิกหงส์พะเยาและผู้เข้าร่วมขบวนแห่ ปฏิบัติตามมาตรการของทางราชการที่ประกาศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อย่างเคร่งครัดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายก้องเกียรติ  เปิดเผยว่า จนเองรักทีมหงส์แดงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ชมทุกแมทซ์ที่มีการแข่งขัน รู้สึกมีความสุขที่ได้ชม เชียร์ทีมหงส์แดง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ในฤดูกาลนี้ ทีมสงห์แดงเล่นได้ดีมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล  จึงคาดหมายไว้ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต้องได้แชมป์แน่นอน จึงตัดสินใจสั่งต่อรถบรรทุกพ่วงและตบแต่ง เพื่อใช้สำหรับการเฉลิมฉลองชัยชนะในรอบ 30 ปีของลิเวอร์พูล

สำหรับรถบรรทุกที่นำมาตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2019- 2020 ทีมลิเวอร์พูล ในครั้งนี้ ใช้งบการรังสรรค์งานให้สวยงาม สง่าได้ดังใจที่ต้องการต้องควักเงินไปถึง 10 ล้านบาท 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

พุทธศาสนิกชนฉะเชิงเทราทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พุทธศาสนิกชนฉะเชิงเทราทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

5 กรกฎาคม 2563 – 18:00 น.

พุทธศาสนิกชนชาวฉะเชิงเทรา ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2563

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (5 ก.ค.63 ) ที่พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประจำปี 2563 ร่วมด้วย พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ร่วมรับศีลจากพระธรรมมังคลาจารย์. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และกล่าวคำถวายสังฆทาน ถวายไทยธรรม และรับพรจากพระสงฆ์ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จากนั้นนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว 

สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา