“งบปี67” ฉลุย สภาผ่านร่างงบประมาณปี2567 วาระแรก 311 : 178 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566690

05 ม.ค. 2567

“งบปี67” ฉลุย สภาผ่านร่างงบประมาณปี2567 วาระแรก 311 : 178 เสียง

สภาลงมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 หรือ“งบปี67” เห็นด้วย 311 เสียง ไม่เห็นด้วย 178 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการ 72 คนพิจารณา ‘นายกฯ’ ยิ้มแย้ม โบกมือทักทายสื่อ บอก ‘Have a good weekend’

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2567 วันสุดท้ายของการของประชุมสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงินกว่า 3.48 ล้านล้านบาท ภายหลังมีการอภิปรายของแต่ละฝ่ายครบถ้วน เวลา 20.15 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้ สส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 หรือ “งบปี67” ในวาระแรก

โดยปรากฎผลการลงคะแนน มีผู้แสดงตนทั้งหมด 493 คน เห็นด้วย 311 คน ไม่เห็นด้วย 178 คน งดออกเสียง 4 คน เพราะฉะนัน้ผลการลงมติในครั้งนี้ ถือว่าสภารับหลักการแห่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567

หลังจากนั้นมีการเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 จำนวน 72 คน โดยมีคณะกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี 18 คน นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ 

นอกจากนั้นมีคณะกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย 

  • พรรคก้าวไกล 16 คน 
  • พรรคเพื่อไทย 15 คน 
  • พรรคภูมิใจไทย 8 คน 
  • พรรคพลังประชารัฐ 5 คน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 4 คน 
  • พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน 
  • พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน 
  • พรรคประชาชาติ 1 คน 
  • พรรคไทยสร้างไทย 1 คน

 โดยคณะกรรมาธิการฯนัดประชุมครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 8 ม.ค. 2567 จากนั้นเวลา 20.38 น. ประธานสถาผู้แทนราษฎรได้ปิดประชุมสภา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โบกมือทักทายสื่อมวลชน ที่รัฐสภานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โบกมือทักทายสื่อมวลชน ที่รัฐสภา

นายกฯยิ้มแย้ม หลัง พ.ร.บ.งบปี67 ผ่านวาระแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.20น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางกลับหลังจากสภาผู้แทนราษฎร ลงมติ 311 เสียงผ่าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วาระแรก 

โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ได้ยกมือโบกทักทายสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ‘Have a good weekend ครับ’ ‘Have a good weekend’

มติ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566678

05 ม.ค. 2567

มติ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก

มติ’พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก ‘ชัยธวัช’ ซัด ‘นายกฯ-รัฐบาลง เลือกตอบแต่คำถามชงหวาน ด้าน ‘ประมวล’ ตัวแทน ปชป.ดักคอสื่อ สส.ป่วยเข้า รพ.1 คน แต่เสียงยังท่วมท้น ไม่รับหลักการแน่ ขณะ ‘หน.ก้าวไกล’ แซว ‘ป่วยอยู่ชั้นไหน’ เชื่อใจเสถียรภาพฝ่ายค้าน

ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านกล่าวถึง การประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วันสุดท้ายว่าน่าจะมีการลงมติไม่เกิน 20.00 น.ซึ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ประชุมหารือกัน ถึงความเห็น ว่าร่างพรบ.งบประมาณฉบับนี้ ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาที่ประเทศเผชิญ 

มติ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก

ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจที่รัฐบาลพร่ำพูด หรือวิกฤตที่ทุกคนยอมรับ ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ เช่น วิกฤตสิ่งแวดล้อมปัญหา PM 2.5 หรือปัญหามลพิษรั่วไหล วิกฤตด้านการศึกษา วิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมผู้สูงวัย รัฐบาลกลับทำงบประมาณที่ไม่ได้แตกต่างไปจากการทำงบประมาณของรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ 

นอกจากจัดตั้งงบปี67 ไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของปัญหาแล้ว ยังพบการสอดไส้งบไม่ตรงปก ไม่ตรงแผน งบที่ควรจะบรรจุไว้กลับไม่มี งบที่ไม่ควรจะมีกลับมี การจัดสรรงบครั้งนี้ ยังมีปัญหาที่จัดไม่เพียงพอในรายการที่จำเป็น ขณะเดียว กันกลับประมาณการรายได้เกินจริง มุ่งแต่จะใช้กลไกนอกงบประมาณ โดยไม่คำนึงถึงภาระการคลังในอนาคต

นอกจากนี้ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ในการพิจารณางบประมาณ ผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้อภิปราย วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งคำถามและให้ข้อเสนอแนะ กับรัฐบาลมากมาย แต่สิ่งที่คณะรัฐมนตรีชี้แจงหลายครั้งกลับเป็นคำตอบไม่ตรงคำถาม บางคำถามก็ไม่มีคำตอบจากรัฐมนตรี บางคำชี้แจงแสดงให้เห็นถึงการขาดวุฒิภาวะ หรือให้ข้อมูลที่บิดเบือน

สุดท้ายก็เลือกตอบแต่คำถามที่ชงกันเอง กินกันเองในพรรคเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นรัฐมนตรีบางกระทรวงไม่แม้แต่จะให้เกียรติเงินภาษีประชาชน ด้วยการลุกขึ้นตอบ ด้วยเหตุดังกล่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติว่าจะลงมติไม่เห็นชอบร่างพรบ.ฉบับนี้

มติ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก

ด้านนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ในฐานะประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งบประมาณปี2567 ในครั้งนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศชาติได้ เหตุหลักๆหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเอลนีโญ ไม่มีการใส่ใจดูแล งบประมาณทำฝนหลวง 300กว่าล้านบาทซึ่งมีจำนวนน้อยมากจะแก้ปัญหาวิกฤตยังไง นักบริหารต้องมองไกล แต่ไม่มีใครในรัฐบสลพูดถึงงบฝนหลวงของกระทรวงเกษตร และการแข่งขันถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนี้ ทั้งภาคเกษตรกร และภาคอุตสาหกรรม ก็ไม่สามารถดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ราคาเกษตรสินค้าก็ตกต่ำ ภาคอุตสาหกรรมก็ตกต่ำ แรงงานต่างด้าวก็เข้ามาเยอะทุกหย่อมหญ้า ตนจึงคิดว่าควรจะต้องบูรณาการ ไม่ว่าจะยาเสพติดที่มีงบอยู่ทุกกระทรวง ทุกกรม แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้


เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาทั้งผู้เสพ และผู้ขาย ให้ชัดเจน ตนเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าวิกฤตของประเทศคืออะไร ต้องแก้อย่างไร

“เราในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เราสนุบสนุน แต่สิ่งไหนที่ทำแล้วประชาชนไม่มีความสุข สถานการณ์บ้านเมืองไม่ดีชึ้น พวกเราก็ไม่สนับสนุน”

โดยก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมพรรค และมีมติร่วมกันแล้วว่าไม่สามารถรับหลักการได้ พร้อมฝากไปถึง 72 คณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะตั้งว่าให้ดูแลงบประมาณส่วนนี้ด้วย

ขณะที่นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวยืนยันตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านคือเสียงสะท้อนของประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงจากการบริหารจัดการ จากเมื่อ9ปีก่อน ด้วยการไม่ยอมรับร่างงบประมาณฉบับนี้ แต่เรายังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงจากการตั้งใจจริงของรัฐบาลชุดนี้จากนั้นได้มีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม 

โดยผู้สื่อข่าวถามว่า หากมี สส. โหวตสวนมติ จะมีมาตรการชงโทษอย่างไร นายชัยธวัชตอบทันทีว่าคงไม่มี อย่าเพิ่งกังวลเพราะแต่ละพรรคมีการพูดคุยแล้ว มั่นใจไม่มีเสียงแตก

เมื่อถามว่ามั่นใจจะไม่มีเสียงแตกจริงหรือไม่ เพราะคนก็จับตาพรรคประชาธิปัตย์ นายประมวลกล่าวย้ำว่าเมื่อวันที่ 2 มกราคม พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประชุมร่วมกันแล้วว่าจะไม่รับหลักการ และเมื่อวานนี้(4 ม.ค.)ก็ได้มีการประชุมอีกรอบหนึ่ง ตนคิดว่าน่าจะไปในทิศทางเดียวกัน 

ขณะที่นายชัยธวัช กล่าวเสริมว่า อย่างเพิ่งกังวลล่วงหน้า เพราะต้องบอกว่าในพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรก ที่มีมติไม่รับหลักการ จึงเชื่อว่าเป็นเอกภาพอย่างแน่นอน โดยนายประมวลกล่าวชี้แจงอีกรอบว่าพรรคประชาธิปัตย์มี สส.ป่วย 1 คน อยู่โรงพยาบาล หากไม่ครบจะหาว่าไปไหนอีก พูดจบก็มีเสียงหัวเราะจากแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ทำให้นายชัยธวัช แซวว่า “ป่วยอยู่โรงพยาบาลชั้นไหนครับ”

มติ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ไม่รับหลักการ ‘งบปี67’ เหตุสอดไส้ไม่ตรงปก

นายชัยธวัช ยังกล่าวทิ้งท้ายว่าในช่วงกลางเดือนมกราคม จะมีการนัดประชุมแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและทำงานตามความคาดหวังประชาชน

ส่วนได้ประเมินภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้อย่างไร เพราะประชาชนดูเหมือนว่ายังทำงานไม่เต็มที่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งหลายส่วนก็ชื่นชมว่าเป็นการอภิปรายที่มีฐานข้อมูลสร้างสรรค์ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์และมีข้อเสนอแนะ แต่หลายคนก็รู้สึกว่าไม่ได้ดุเดือด แต่อยากจะบอกกับประชาชนว่า เป็นการประชุมร่าง พ.ร.บ.ประมาณ ไว้ค่อยดูการอภิปรายที่ดุเดือดในอนาคต เพราะการอภิปรายงบ ควรจะให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหาร และประชาชน ไม่ได้ดุเดือดเผ็ดร้อน

สภาฯเดือด ‘ประชาธิปัตย์’ ขุดอดีตจัดงบฯใต้ ไม่เป็นธรรม พท.ประท้วงวุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566656

05 ม.ค. 2567

สภาฯเดือด 'ประชาธิปัตย์' ขุดอดีตจัดงบฯใต้ ไม่เป็นธรรม พท.ประท้วงวุ่น

สภาฯ เดือด ‘ประชาธิปัตย์’ ปะทะ ‘เพื่อไทย เมื่อ สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง แตะ ‘ทูนหัวของบ่าว’ ขุดอดีตจัดงบฯภาคใต้ ไม่เป็นธรรม-จำนำข้าว ‘สรวงศ์ เทียนทอง’ เลขาฯ พท. ประท้วงขอให้อยู่ในประเด็นอภิปรายฯงบปี67

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธาน ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย โดยเบื้องต้นมีการนัดลงมติในช่วงดึกของวันนี้ เวลา 22.00 น.โดยประมาณ

ทั้งนี้ ภาพรวมช่วงเช้ามีสส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นสลับกันอภิปราย จนกระทั่งน.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลุกอภิปรายช่วงเกริ่นนำก่อนเข้าเรื่อง เกิดเหตุปะทะคารมกันเล็กน้อยระหว่างพรรค ปชป. และพรรคเพื่อไทย (พท.) เนื่องจากน.ส.สุณัฐชา พาดพิงเรื่องในอดีตของพรรค พท. สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งกรณีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละภาคที่แตกต่างกันตามความนิยมในขณะนั้น อีกทั้งการดำเนินโครงการจำนำข้าวที่ผิดพลาด

น.ส.สุณัฐชา กล่าวตอนหนึ่งว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์จะต้องได้รับการจัดสรรอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกที่รักมักที่ซัง เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองเหมือนในอดีต ที่คนใต้โดนเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเหตุผลไม่นิยมชมชอบพรรครัฐบาลในขณะนั้น ตนมีข้อกังวลในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเศรษฐีภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “เซลล์แมนสแตนชิน” ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีดีเอ็นเอหรือรากเหง้ามาจากพรรคไทยรักไทยที่มีนายใหญ่สายชินเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลในปี 2544 เป็นเจ้าของคำพูดที่ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกให้รอการพัฒนาไปก่อน ต่อมาแปรสภาพเป็นพรรคพลังประชาชนและจบด้วยการยุบพรรคที่สุดกลายเป็นพรรค พท. ที่เมินการจัดสรรงบประมาณลงภาคใต้ แต่กลับใช้งบประมาณ 1.39 ล้านล้านบาท ไปกับโครงการจำนำข้าว

น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

จากนั้นนายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงน.ส.สุณัฐชาที่ทำผิดข้อบังคับและขอให้อภิปรายฯอยู่ในประเด็นการอภิปรายงบประมาณ อย่าย้อนไปไกลถึงเรื่องในอดีต แต่นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. โต้กลับยืนยันว่า น.ส.สุณัฐชา ยังอภิปรายอยู่ในประเด็นและไม่ได้ไปกระทบกระเทือน“ทูนหัวของบ่าว ”

ทำให้นายสรวงศ์ ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งขอให้นายพิทักษ์เดช ถอนคำพูด สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นผลออกมาแล้ววันนี้ จากนั้นนายพิเชษฐ์ได้ตัดบทและอนุญาตให้น.ส.สุณัฐชาอภิปรายฯต่อ

‘วัชระ’ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ จี้ พีระพันธุ์ สอบปม นช. ทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566620

04 ม.ค. 2567

'วัชระ' อดีต สส.ประชาธิปัตย์ จี้ พีระพันธุ์ สอบปม นช. ทักษิณ

‘วัชระ’ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ยื่นจดหมาย จี้ ‘พีระพันธุ์’ กรณีอาการป่วยและการรักษาตัวของ นช.ทักษิณ ชี้เพื่อความยุติธรรมกับนักโทษ 280,000 รายทั่วประเทศ หากไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน เตรียมร้อง ปปช.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รองนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายสมพาส นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน 10 ประเด็น กรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า

เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๑ ปี แต่ไม่ได้จำคุกจริงในเรือนจำแม้แต่วันเดียวจริงหรือไม่ มีอาการป่วยเป็นเท็จหรือไม่ และอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจตลอดเวลาหรือไม่ และขอสำเนาเอกสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

'วัชระ' อดีต สส.ประชาธิปัตย์ จี้ พีระพันธุ์ สอบปม นช. ทักษิณ

โดยเนื้อหาของจดหมายดังนี้ 

เรียน  นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รองนายกรัฐมนตรี

อ้างถึง   คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๘๑/๒๕๖๖ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๖

สิ่งที่ส่งมาด้วย  ๑. คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา จำคุก นช. ทักษิณ ชินวัตร จำนวน ๓ คดี คือ คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๔/๒๕๕๑ ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก ๓ ปี , คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๑๐/๒๕๕๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก ๒ ปี ซึ่งคดีที่ ๑ กับคดีที่ ๒ นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก ๓ ปี , คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๕/๒๕๕๑ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมกำหนดโทษจำคุก ๕ ปี จำนวน ๑ ชุด

๒. ราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ จำนวน ๑ ชุด

๓. สำเนาข่าวผู้จัดการออนไลน์ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ สื่อนอกตีข่าว ‘ทักษิณ’ ป่วยทันทีหลังกลับไทย ถูกส่งตัวจากเรือนจำเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้ จำนวน ๑ ชุด

๔. หนังสือนายวัชระ เพชรทอง ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ เรื่องขอให้ระงับยับยั้งการที่จะส่งตัว นช.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษไปคุมขังนอกเรือนจำและขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงโทษข้าราชการกรมราชทัณฑ์ เรียน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จำนวน ๑ ชุด

๕. หนังสือนายวัชระ เพชรทอง ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ เรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๑ ปี แต่ไม่ได้จำคุกจริงในเรือนจำแม้แต่วันเดียว และขอให้บังคับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งโทษอาญาและแพ่งให้ นช.ทักษิณชำระเงินให้แก่รัฐคดีทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงค์) จำนวนเงิน๑๘๙,๑๒๕,๖๔๔.๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ย กราบเรียนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำนวน ๑ ชุด

๖. หนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ นร ๐๑๐๕.๕/๔๗๘๗๔ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ ถึงนายวัชระ เพชรทอง จำนวน ๑ ชุด

ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่อ้างถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้ รองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค) ในฐานะปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบกระทรวงยุติธรรม (ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ) นั้น

ข้าพเจ้านายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนกรณีเคลือบแคลงสงสัยว่า นช.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน ๓ คดี รวมกำหนดโทษจำคุก ๘ ปี (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑) และประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ มีการประกาศให้โทษจำคุกเหลือ ๑ ปี (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๒) และข่าว นช. ทักษิณฯ ถูกส่งตัวจากเรือนจำเข้าโรงพยาบาลคืนวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๓) แต่ไม่ได้มีการจำคุกจริงตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ไม่เท่าเทียมนักโทษทั่วไป) ต่อมาข้าพเจ้ามีหนังสือร้องเรียนกรณีดังกล่าวถึง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๔) และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๕) เนื่องจากมีการเอื้อประโยชน์เพื่อช่วยเหลือ นช.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบิดาของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร   (อุ๊งอิ๊ง) หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคคลในรัฐบาลนี้

ในการนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงข้าพเจ้าว่าได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมซึ่งมีหน้าที่และอำนาจเพื่อพิจารณา (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๖) ซึ่งหมายถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังละเว้นไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน

ตามที่ข้าพเจ้าได้ร้องเรียนตามหนังสือลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๕)

บัดนี้ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบกระทรวงยุติธรรม โปรดดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๑ ปี แต่ไม่ได้จำคุกจริงในเรือนจำแม้แต่วันเดียวจริงหรือไม่ ดังนี้

๑. ปรากฏข้อเท็จจริงว่าวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ กรมราชทัณฑ์มีการดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อรับ นช.ทักษิณ ชินวัตร เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือไม่ มีการกรอกทะเบียนประวัตินักโทษ (ร.ท.๑๐๑) ครบทุกข้อจำนวน ๔ หน้าหรือไม่ ถ่ายรูปในชุดนักโทษและตัดผมทรงนักโทษหรือไม่ เข้าห้องขังหรือไม่ มีข้าราชการการเมืองสั่งการให้ข้าราชการกรมราชทัณฑ์กระทำการขัดต่อระเบียบ กฎ กฎหมายของกรมราชทัณฑ์หรือไม่ และขอให้ท่านมีข้อสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ส่งคลิปกล้องวงจรปิดของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ในวันที่ ๒๒ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ ในจุดที่ นช.ทักษิณ เดินเข้าและออกจากเรือนจำแก่คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และให้เปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

๒ กรณีแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ส่งตัว นช.ทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจมีอาการเจ็บป่วยจริงหรือไม่ ออกใบรับรองเท็จหรือไม่ และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแพทย์และพยาบาลทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้กันข้าราชการที่ให้การเป็นประโยชน์ไว้เป็นพยานด้วย

๓ นช.ทักษิณ ชินวัตร อยู่พักรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจตลอดเวลาหรือไม่ ป่วยจริงหรือไม่ มีแพทย์และพยาบาลดำเนินการรักษาจริงทุกวันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันหรือไม่ มีเวชระเบียนการรักษาทุกวันหรือไม่ ขอให้เปิดเผยรายชื่อเจ้าพนักงานเรือนจำที่ควบคุม นช.ทักษิณไปโรงพยาบาลตำรวจทุกนาย และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าพนักงานเรือนจำที่ควบคุม นช.ทักษิณ ทุกนายและผู้ตรวจเวรที่ไปเฝ้า นช.ทักษิณทุกวันว่าได้พบ นช.ทักษิณหรือไม่ มีการบันทึกภาพหรือไม่ และมีอาการเจ็บป่วยหรือไม่ โดยขอให้กันข้าราชการที่ให้การเป็นประโยชน์ไว้เป็นพยานด้วย

๔. การออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เร่งรัดบังคับให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการออกระเบียบให้ทันบังคับใช้ในปี ๒๕๖๖ หรือไม่ ขอให้ท่านมีข้อสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ส่งสำเนาการประชุมการร่างออกระเบียบดังกล่าวทุกครั้งแก่คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และส่งสำเนาให้ข้าพเจ้าด้วยจำนวน ๑ ชุด

๕. ขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนกรณีกล้องวงจรปิดโรงพยาบาลตำรวจเสียทุกตัวทุกชั้นและขอให้ประสานงานสั่งการให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจภายใน ๗ วันเพราะ นช.ทักษิณ ชินวัตร มีสภาพเป็นนักโทษเด็ดขาดอยู่ภายใต้กฎหมายของกรมราชทัณฑ์

๖. ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีอำนาจเหนือคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา จำนวน ๓ คดี (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑) หรือไม่ และมีอำนาจเหนือราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ (สิ่งที่ส่งมาด้วย ๒) หรือไม่ การเร่งรัดออกระเบียบฯ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นช.ทักษิณเป็นการละเมิดพระราชอำนาจตามพระบรมราชโองการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ หรือไม่ ท่านจะดำเนินการอย่างไร

๗. ขอให้บังคับโทษทางแพ่ง นช.ทักษิณ ชินวัตร ชำระเงินให้แก่รัฐคดีทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงค์) จำนวนเงิน ๑๘๙,๑๒๕,๖๔๔.๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๔/๒๕๕๑ มีการบังคับคดีแล้วหรือยัง เมื่อไร ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ถ้ายังไม่ดำเนินการท่านจะสั่งการตามอำนาจหน้าที่อย่างไร

๘. นช.ทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจเกินกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ตามกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๗ (๓) ที่ต้องรายงานต่อรัฐมนตรีทราบนั้นขอให้เปิดเผยรายงานต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศภายใน ๗ วัน

๙. ขอให้ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจชั้น ๑๔ ภายใน ๗ วัน เพื่อตรวจสอบว่า นช.ทักษิณ ชินวัตร ป่วยจริงหรือไม่ และอยู่โรงพยาบาลตลอดเวลาหรือไม่

๑๐. มีข่าวว่าจะมีการทำบัญชีโยกย้ายข้าราชกรมราชทัณฑ์ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายการเมืองในกรณีนี้หลายตำแหน่ง ท่านจะให้ความยุติธรรมเบื้องต้นแก่ข้าราชการอย่างไร การกระทำของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำตามข้อ ๑ – ข้อ ๘ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างกรรมต่างวาระ ผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงจึงขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน ๗ วันเพื่อผดุงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและนิติธรรม

ดังนั้นจึงขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกประเด็นในเรื่องนี้ เพื่อมาตรฐานความยุติธรรมที่เท่าเทียมกับนักโทษ ๒๘๐,๐๐๐ รายทั่วประเทศ รวมทั้งขอให้บังคับโทษทางอาญา นช.ทักษิณ ชินวัตร อย่างเคร่งครัด หากท่านไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนข้าพเจ้ามานี้ภายใน ๗ วัน ข้าพเจ้าจำเป็นต้องยื่นร้องเรียนกล่าวโทษบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบสวนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกมาตราและสอบจริยธรรมร้ายแรงต่อไป และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าท่านรักษาและปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม และจริยธรรมทรงการเมืองอย่างเคร่งครัด จึงได้ส่งหนังสือร้องเรียนมายังท่าน

อนึ่งขอให้กันข้าราชการกรมราชทัณฑ์ แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจที่ให้การตามความจริงและเป็นประโยชน์แก่ทางราชการทุกคนไว้เป็นพยานทุกราย และเอกสารทุกข้อ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ที่จะขอตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ขอให้จัดส่งแก่ข้าพเจ้าภายใน ๓๐ วัน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองเอกสารทุกแผ่น

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายโดยเร่งด่วน หากผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้ข้าพเจ้าและพี่น้องประชาชนทราบโดยเร็วที่สุดด้วย จักขอบคุณ

'วัชระ' อดีต สส.ประชาธิปัตย์ จี้ พีระพันธุ์ สอบปม นช. ทักษิณ

‘สส.ก้าวไกล’ ซัดงบประมาณ ‘สิ่งแวดล้อม’ ตั้ง ‘กรมโลกร้อน’ ไร้ประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566604

04 ม.ค. 2567

'สส.ก้าวไกล' ซัดงบประมาณ 'สิ่งแวดล้อม' ตั้ง 'กรมโลกร้อน' ไร้ประโยชน์

‘สส.ก้าวไกล’ อภิปรายงบประมาณปี 67 ตั้ง ‘กรมโลกร้อน’ แต่ตัวชี้วัดต่ำ ไร้ประโยชน์ แนะตัเงบปลูกป่า แต่เพิ่มเงินเดือนผู้พิทักษ์ป่า

นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ในประเด็นสิ่งแวดล้อมและการทำงานของกรมโลกร้อนที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และใช้งบประมาณปีแรกในรัฐบาลเศรษฐา ว่า ทั่วโลกทราบดีประเด็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ แต่รัฐบาลไหนจริงจังในเรื่องนี้

'สส.ก้าวไกล' ซัดงบประมาณ 'สิ่งแวดล้อม' ตั้ง 'กรมโลกร้อน' ไร้ประโยชน์

ตัวชี้วัดหนึ่งก็คืองบประมาณ ทว่า แผนงานในร่างงบประมาณฉบับนี้ แทบไม่ต่างจากสมัยรัฐบาลประยุทธ์เลย เช่น ให้งบกรมอุตุนิยมวิทยาไปซื้อเครื่องมือวัดลมเฉือนติดให้สนามบิน และอุปกรณ์ทางการบินเป็นพันล้าน อีกส่วนคือ งบอบรมสร้างเครือข่าย หรือสร้างแพลตฟอร์มเก็บข้อมูล ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างไร

นายนิติพล ระบุต่อว่า เรื่องที่น่าประทับใจในปีนี้คือ ในที่สุดประเทศไทยก็มีหน่วยงานระดับกรมที่ดูแลเรื่องโลกร้อนโดยเฉพาะ ชื่อว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขอเรียกง่าย ๆ ว่า “กรมโลกร้อน” เปลี่ยนชื่อมาจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ แต่เริ่มตั้งงบประมาณปีแรกในรัฐบาลเศรษฐา ซึ่งเมื่อไปดูตัวชี้ กรมตั้งเป้าไว้ว่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก กรณีปกติ 4% ขณะที่หากเราดูสถิติในปีก่อนหน้านี้ ไทยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงจากกรณีปกติ ได้ปีละ 15% อยู่แล้ว ด้วยวิธีแบบเดิม ๆ 

ดังนั้นการตั้งเป้าลดลง 4% ต่อให้ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ผลงานแล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ งบมันเลยไปโผล่ที่งบอบรมสัมมนาสูงถึง 170 ล้านบาท และเอาไปทำโครงการแบบกรมเดิม เหมือนก็อปวางมา ที่ทำแบบนี้ได้ก็เพราะตัวชี้วัดต่ำมากจนแทบไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยไม่ต้องทำอะไรเลย

นอกจากนี้นายนิติพล ยังได้ตั้งข้อสังเกตอีกประเด็นสำคัญคือ งบพิทักษ์ป่า ทั้งที่เป็นผู้เสี่ยงภัยอยู่หน้างาน อันตรายต่อชีวิตทุกนาที ต้องดูแลเขาให้ดี จึงอยากเสนอให้เพิ่มเงินและสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ไม่ใช่เสี่ยงแล้วยังต้องลุ้นว่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือไม่ และทุกวันนี้เขาได้เงินเดือนแค่ 9,000 – 10,000 ต้น ๆ เท่านั้น

ที่สำคัญคือ พอกรรมาธิการงบฯ ขอตัดงบประมาณของกรมป่าไม้ แทนที่จะไปตัดงบประมาณปลูกป่า เพาะกล้าไม้ ซึ่งใช้กันปีละเป็นพันล้านแต่ไม่สัมฤทธิ์ผล เช่น เอาไปปลูกต้นสีเสียดแก่น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าเพราะมีหนามเต็มไปหมด สัตว์กินก็ไม่ได้และช้างป่ากลับเข้าป่าก็ไม่ได้ ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับช้างป่าตะวันออก แต่พอให้ตัดงบกลับไปตัดของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เหมือนในปี 2565 แล้วไปโยนบาปให้กรรมาธิการและสภาว่ารังแกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ไม่เห็นใจคนทำงาน ทั้งที่จริง ๆ แล้ว กรมฯ คือผู้เลือกตัดเงินเขาเอง และอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อของบประมาณซื้อรถยนต์ก็ต้องให้เงินเติมน้ำมันด้วย ปีนี้ทำงบมาแบบงงมาก ซื้อรถให้ แต่ไม่มีเงินค่าน้ำมันให้ แล้วเขาจะเอารถไปใช้งานได้อย่างไร

“การทำงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ ท่านบอกวิกฤติโลกร้อน แต่ทำไมทำงบแบบนี้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทำโครงการมา แต่ไม่มีแผนให้สามารถแก้ปัญหาได้จริง ขอให้รัฐบาลตั้งใจทำงบมาใหม่ เพราะถ้ายังจัดงบแบบนี้เจอกันในการอภิปรายไม้ไว้วางใจแน่ และผมสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าพรรคก้าวไกลทุกคนจะตรวจสอบงบประมาณทุกบาทในชั้นกรรมาธิการอย่างเข้มงวดแน่นอน” นายนิติพล กล่าว

กมธ.ตำรวจ ยันเช็กอิน ชั้น14 วันที่ 12 ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566574

03 ม.ค. 2567

กมธ.ตำรวจ ยันเช็กอิน ชั้น14 วันที่ 12 ม.ค.นี้

กมธ.ตำรวจ ไม่ถอย เดินหน้าตรวจสอบชั้น 14 รพ.ตำรวจ วันที่12 ม.ค. นี้อย่างแน่นอน รอหนังสือตอบกลับกรมราชทัณฑ์-รพ.

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวยืนยันว่า กมธ.ตำรวจ จะเดินทางไปตรวจสอบที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 12 ม.ค.67 ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะนี้รอหนังสือตอบกลับของกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ เพราะได้ทำหนังสือไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า หากทั้ง 2 หน่วยงานไม่มีการตอบรับ จะต้องชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนทราบว่าทำไมถึงไม่ให้เข้าไปตรวจสอบ เพราะวันนี้โรงพยาบาลตำรวจก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่า กล้องวงจรปิดที่เสียทั้งหมดเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงไม่มีงบประมาณซ่อมแซม

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องนี้จะทำให้เห็นว่าสังคมมี 2 มาตรฐาน และจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ก่อม็อบลงถนนได้ และเมื่อใดที่มีการตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาไทย โดยใช้วิธีการพิเศษเหนือนักโทษคนอื่น ก็จะเป็นชนวนเหตุทำให้อายุรัฐบาลสั้นลงด้วย

นายกฯไม่กังวลพิจารณางบฯ 67 โต้ฝ่ายค้านไม่ตรงปกขอให้ฟังก่อนวิจารณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566535

03 ม.ค. 2567

นายกฯไม่กังวลพิจารณางบฯ 67 โต้ฝ่ายค้านไม่ตรงปกขอให้ฟังก่อนวิจารณ์

นายกรัฐมนตรี ไม่กังวลพิจารณา งบฯ 67 เชื่อ รมต.ทุกคนเตรียมตัวมาดี โต้ฝ่ายค้านมองว่าการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลไม่ตรงปก ขอให้ฟังการอภิปรายก่อนจะวิจารณ์ พร้อมนอนทำเนียบฯ หลังเปิดให้สื่อฯเข้าชมห้อง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

วันนี้ (3 ม.ค.2567) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 3-5 ม.ค. 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วาระแรก

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ว่า วันนี้มีความพร้อม และไม่กังวลอะไรเป็นพิเศษ เพราะได้ประชุมร่วมกับส.ส. กว่า 50 คน และรัฐมนตรีทุกคนและทุกพรรคการเมืองพร้อมจะชี้แจงเพราะได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว

ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วาระแรก) ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วาระแรก)

ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลไม่ตรงปกนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่มีการอภิปรายเลย แต่ก็มีการวิจารณ์แล้ว ขอโอกาสให้รัฐบาลได้มีการชี้แจงก่อน หากการจัดทำงบประมาณไม่ตรงปกตรงไหน อยากให้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมจุดใด หรือยังขาดตกบกพร่องอยู่ รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจง พร้อมระบุด้วยว่าไม่ได้มีการคาดการณ์ว่ากระทรวงใดจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เพราะตนเชื่อว่าทุกกระทรวงและทุกรัฐมนตรีเตรียมตัวมาดีแล้ว รัฐบาลจัดเตรียมงบประมาณด้วยความละเอียดรอบคอบร่วมกับสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้มีการเปิดเผยภาพห้องนอนนายกรัฐมนตรีภายในตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีระบุว่า ส่วนตัวพร้อมเข้าพักแต่ต้องตามฤกษ์ตั้งแต่วันที่ 7มกราคมเป็นต้นไป แต่ในวันนั้นตนมีภารกิจจึงเข้าพักไม่ได้ 

‘นายกฯ’ อวยพรปีใหม่ 2567 ขอให้เริ่มต้นศักราชด้วยใจที่อิ่มเอมไปด้วยความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566437

01 ม.ค. 2567

'นายกฯ' อวยพรปีใหม่ 2567 ขอให้เริ่มต้นศักราชด้วยใจที่อิ่มเอมไปด้วยความสุข

“นายกรัฐมนตรี” อวยพรปีใหม่ 2567 ส่งความปรารถนาดีถึงชาวไทย ขอให้เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยจิตใจที่อิ่มเอมไปด้วยความสุข สดชื่น พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

1 ม.ค. 2567  เมื่อเวลา 00.01 น. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 เผยแพร่ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย อวยพรส่งความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนี้

สวัสดีปีใหม่ พุทธศักราช 2567 

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ในปีพุทธศักราช 2566 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคม เตรียมตัวที่จะก้าวเข้าสู่ยุคเพื่อชดเชย 9 ปีที่ประเทศไทยเราสูญเสียโอกาสไปหลากหลายอย่าง

ตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง ผมเห็นใจและเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ เรื่อง จึงได้เร่งรัดออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนมีคุณภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขมากยิ่งขึ้น นี่คือโจทย์สำคัญที่พวกเราทุกคนทั้งข้าราชการ บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทุกคนล้วนหวังที่จะทำให้สำเร็จ พัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญรุ่งเรือง 
 

 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อวยพรปีใหม่ 2567นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อวยพรปีใหม่ 2567

เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหลากหลายส่วน โดยเฉพาะ ในช่วง 100 วันกว่า ๆ หลังจากที่ผมเข้ารับตำแหน่ง ผมได้เร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วนต่าง ๆ ออกมา และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อไปพบ ไปรับฟังปัญหา ความอึดอัดของพี่น้องประชาชน ในทุก ๆ ภาค ไม่ว่าจะไปที่ไหน ผมก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเสมอ และผมรู้สึกขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาต้อนรับ มาให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ และผมจะตั้งใจแก้ปัญหา ทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

หากถอยมาดูในภาพใหญ่ นอกจากนโยบายเร่งด่วนที่ผมกล่าวไปแล้ว ผมก็เริ่มดำเนินนโยบายที่จะวางรากฐานระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างรากฐานให้กับอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลานของพวกเราทุกคน ต้องขอให้เครดิตทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วม ทำนโยบายให้เห็นผลได้จริงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดความช่วยเหลือจากภาคประชาสังคม บุคลากรภาครัฐ ข้าราชการ ภาคเอกชน ที่ช่วยกันทำนโยบายให้เห็นผลได้จริง แม้ว่าในบางครั้ง งานที่ผมได้เร่งดำเนินการก็เป็นงานที่เพิ่มเติมเข้ามาจากภาระที่ท่านมีอยู่แล้ว และทุกท่านก็ตั้งใจ ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชน ผมก็ขอเป็นตัวแทนประชาชน ขอขอบคุณทุกท่านครับ ที่ทำให้ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเกิดขึ้นได้จริงในระยะเวลาอันรวดเร็ว ขอบคุณและขอให้ทุกภาคส่วน ทุกคน ยังคงทำงาน ยังตั้งมั่น ดำรงไว้ซึ่งขวัญและกำลังใจที่ดีในปีถัด ๆ ไป เพื่อสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ

อีกภาคหนึ่ง ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครทุกคน ที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งดูแลและช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องชาวไทยผ่านพ้นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เราจะก้าวสู่ปีพุทธศักราช 2567 ที่นับได้ว่าเป็นปีแห่งความก้าวหน้าอย่างแท้จริง ด้วยพลังกาย พลังใจ ที่เปี่ยมไปด้วยความสมหวัง ความสุข และเป็นก้าวของความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องชาวไทยทุกคน 

ผมขอให้ทุกคนเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยจิตใจที่อิ่มเอมไปด้วยความสุข ความสดชื่น และใช้ช่วงเวลาอันมีค่านี้เฉลิมฉลองกับครอบครัว ญาติมิตร อย่างอบอุ่นและมีความสุข พร้อมทั้งขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองปีพุทธศักราช 2567

เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนาน

สวัสดีปีใหม่ 2567 ครับ

‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ เปิดฉากทัศน์ การเมืองปี2567 ลุ้นปรับครม.อาจเปลี่ยนนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566411

31 ธ.ค. 2566

'ผู้นำฝ่ายค้าน' เปิดฉากทัศน์ การเมืองปี2567 ลุ้นปรับครม.อาจเปลี่ยนนายกฯ

ชัยธวัช ตุลาธน ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ อวยพรปีใหม่ ‘เศรษฐา’ ขอให้ตั้งใจทำงาน ติง นายกฯ เวลาไม่พอใจชอบโวยวาย แนะแบบนั้นควรมาเป็นฝ่ายค้าน ไม่ควรเป็นนายกฯ ชี้การเมืองปี 67 หากปรับครม. มีลุ้นเปลี่ยนนายกฯ

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงกลางปี 2567 หรือในช่วงที่สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ครบวาระ จะมีเหตุการณ์ทางการเมืองเป็นเหตุให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ ด้วยเห็นว่าในขณะนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีเรื่องร้องเรียนที่ถูกร้องในองค์กรอิสระ ซึ่งหากมีการชี้มูลว่ามีความผิดก็จะกระทบต่อตำแหน่งบริหารของนายกรัฐมนตรี 

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร

โดยแนะให้จับตาบทบาทของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี จะมีการปรับให้น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มารับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่

“เช่นเรื่องที่ร้องไปยัง ป.ป.ช. กรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดพ.ร.บ. ตำรวจฉบับใหม่ ถ้าเกิด ป.ป.ช. พิจารณาว่ามีความผิดหรือพิจารณาว่ามีมูลก็มีปัญหาแล้วแน่นอน และอาจจะมีอีกหลายเรื่องตามมา เท่าที่มีการร้องไปแล้วเช่นเรื่องกรณีแสนสิริ ที่คุณเรืองไกร ไปยื่นไว้และขณะนี้ไม่แน่ใจว่ามีกี่เรื่องที่ถูกร้องอยู่ ในอนาคตอาจมีการถูกร้องจากพรรคฝ่ายค้านด้วยเช่นกันในเรื่องอื่น”ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

'ผู้นำฝ่ายค้าน' เปิดฉากทัศน์ การเมืองปี2567 ลุ้นปรับครม.อาจเปลี่ยนนายกฯ

พร้อมกันนี้ ผู้นำฝ่ายค้าน ยังอวยพรเนื่องในวันปีใหม่ต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าในฐานะฝ่ายค้านอยากเห็นทุกคนรวมถึงนายกรัฐมนตรีมีความสุขและหวังเห็นประเทศไทยมีสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต และอยากให้นายกรัฐมนตรีตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากที่ผ่านมาแม้นายกรัฐมนตรีจะรู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักทุกวัน แต่ฝ่ายค้านคิดว่าการบริหารงานที่ดีจะต้องทำงานในเชิงรุกลงรายละเอียดมากกว่านี้

“เช่น เรื่องค่าแรง พอนายกรัฐมนตรีทราบว่าไตรภาคีมีมติค่าแรงขั้นต่ำขึ้น นายกรัฐมนตรีก็โวยวายไม่พอใจ ทั้งที่หากเป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีหรือของรัฐบาลจะต้องมีการทำงานเชิงรุกก่อนหน้านี้ ในการคุยกับคณะกรรมการไตรภาคี ภาคเอกชน ภาคแรงงาน ถึงนโยบายปรับค่าแรง ตามสูตรควรมีการปรับหรือไม่ ไม่ใช่มารอฟังตัวเลขไม่พอใจก็โวยวาย แบบนั้น ควรมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี” ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว

ลดความขัดแย้ง ‘สุวัจน์’ หนุนตั้ง กมธ.สภาถก ทำ ‘นิรโทษกรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566408

31 ธ.ค. 2566

ลดความขัดแย้ง ‘สุวัจน์’ หนุนตั้ง กมธ.สภาถก ทำ ‘นิรโทษกรรม’

‘สุวัจน์’ หนุนตั้งกรรมาธิการในสภา ถกแนวทางทำ ‘นิรโทษกรรม’ ลดความขัดแย้งในสังคมไทย พร้อมไฟเขียวแก้รัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตย ชี้ สสร.ควรมาจากเลือกตั้ง-แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงการนิรโทษกรรมว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2549 หรือมากกว่า 16-17 ปี ความขัดแย้งทางการเมืองนำไปสู่วิกฤต ขาดความต่อเนื่องของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และขาดความเชื่อมั่น ถ้าเราสามารถที่จะยุติความขัดแย้งได้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดวิกฤตและเป็นการรวมพลังของคนในชาติ รวมพลังความรัก ความสามัคคีและประสบการณ์ 

ลดความขัดแย้ง ‘สุวัจน์’ หนุนตั้ง กมธ.สภาถก ทำ ‘นิรโทษกรรม’

ส่วนขอบเขตหรือวิธีการของการนิรโทษกรรมจะทำอย่างไรเพื่อไม่นำไปสู่ความขัดแย้งใหม่อีกครั้งนั้น จะต้องเป็นวิธีการที่ทุกฝ่ายยอมรับ และเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาโดยสภาผู้แทนราษฎร น่าจะเป็นองค์กรที่ชอบธรรมในการเริ่มต้นกระบวนการต่างๆ อาจจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือคณะกรรมการ มีองค์ประกอบทุกพรรคการเมืองทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 


อาจจะมีตัวแทนนักวิชาการ มาวิเคราะห์ให้ตกผลึกว่าการนิรโทษหรือไม่ควรจะนิรโทษแบบใด และนิรโทษส่วนไหน แล้วได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายแล้วจึงเริ่มต้นกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 และคดีทุจริตหรือไม่นั้น ควรเป็นเรื่องของคณะกรรมการไปคุยในรายละเอียดเพื่อให้ทุกฝ่ายรับได้

นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคชาติพัฒนากล้าได้พูดไว้ในช่วงเลือกตั้ง และพรรคอื่นๆ ก็พูดเรื่องนี้ ฉะนั้นในฝ่ายการเมืองเห็นพ้องต้องกันว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย มีความถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์โลกและสถานการณ์เศรษฐกิจที่ต้องได้รับการแก้ไข และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ แต่จะแก้บางมาตรา หรือแก้ทั้งฉบับต้องไปอิงให้ถูกต้องตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 

หากจะแก้ทั้งฉบับไม่แตะต้องหมวด 1 หมวด 2 ก็ต้องมีการทำประชามติ หากประชาชนเห็นด้วยก็ต้องมาว่ากันที่วิธีการแก้คือมาตรา 256 ว่าจะแก้แบบไหน เช่นการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) มีกี่คน มาจากเลือกตั้ง หรือผสมกับการแต่งตั้ง

“พรรคชาติพัฒนากล้ารับได้ที่ สสร. จะมาจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง และมาจากการแต่งตั้งส่วนหนึ่ง เพราะต้องมีความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และต้องได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความชำนาญและมีประสบการณ์มาช่วยกันร่าง เป็นองค์ประกอบสองส่วน เพื่อให้มองครบทุกมิติในการแก้ปัญหาของประเทศก็จะสมบูรณ์ แต่ความชอบธรรมของประชาชนต้องมากกว่า เช่นมาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่ และอีก 20 กว่าคนมาจากการแต่งตั้งที่เลือกจากสาขาวิชาชีพทำให้องค์ประกอบของการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกต้องเหมาะสมในทุกมิติ เช่นเดียวกับ สส. ที่มาจากการเลือกตั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมเราสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ เพราะตอนนี้บรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ การเขียนรัฐธรรมนูญก็จะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตย และวันนี้เราต้องมีเครื่องมือในการแก้ปัญหาประเทศ เศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง ความยืดหยุ่นของกฎหมายจึงมีความสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศได้เร็วและสำเร็จ