‘คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์’ ชูธงเชียร์ ‘มาดามเดียร์’ สู้ต่อ รอวันฟ้าเปิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565262

12 ธ.ค. 2566

'คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์' ชูธงเชียร์ 'มาดามเดียร์' สู้ต่อ รอวันฟ้าเปิด

อดีตรัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งประชาธิปัตย์ ‘สุพัตรา มาศดิตถ์’ ชูธงเชียร์ ‘มาดามเดียร์’ สู้ต่อไปในฐานะคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ละทิ้งอุดมการณ์บรรพชน มั่นใจในอนาคตได้เป็นผู้บริหารพรรคหญิงที่มีคุณภาพคับแก้ว ประกาศพร้อมนำพรรคกลับสู่ ‘วิถีธรรม’ และอ้อมกอดของประชาชน

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรคหลังได้ผู้บริหารชุดใหม่ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เชิงลบอย่างหนักหน่วงว่า ตนพร้อมจะนำพรรคประชาธิปัตย์กลับสู่อ้อมกอดของประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอีกครั้ง ในวันข้างหน้าที่มีโอกาส

ณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำrพรรคประชาธิปัตย์ณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำrพรรคประชาธิปัตย์

พร้อมกันนี้ ตนก็พร้อมและยินดีสนับสนุนบทบาททางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงความชอบธรรม โดยเฉพาะบทบาทฝ่ายบริหารสำหรับผู้หญิงที่มีคุณภาพ

“ดิฉันพร้อมสนับสนุนให้ มาดามเดียร์ มีโอกาสทำหน้าที่บริหารพรรค รวมทั้งคนรุ่นใหม่ทุกคนที่มีความพร้อม มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ถูกต้องกับความต้องการของประเทศชาติและประชาชน เทิดไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง”

คุณหญิงสุพัตรา ยังส่งกำลังใจถึง มาดามเดียร์ และเลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอให้คนรุ่นใหม่ได้สู้ต่อไป วันหน้าเราอาจมีเลขาธิการพรรคเป็นสุภาพสตรีที่แข็งแกร่งที่ชื่อ วทันยา บุนนาค ก็เป็นไปได้

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาคมาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค

“ดิฉันจึงขอยืนหยัดสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในมิติคนรุ่นใหม่ที่ไม่ละทิ้งแนวอุดมการณ์ของบรรพชนประชาธิปัตย์ เราจะช่วยกันนำประชาธิปัตย์กลับคืนมาสู่วิถีธรรม เพื่อยืนเคียงข้างประชาชนต่อไป” อดีตรัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งประชาธิปัตย์ กล่าว

สำหรับคุณหญิงสุพัตรา หรือที่สื่อมวลชนรุ่นใหญ่รู้จักกันดีในชื่อ คุณหญิงแอ๋ว เป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่มาจากการเลือกตั้ง โดย คุณหญิงสุพัตรา เป็น สส.นครศรีธรรมราชหลายสมัย สืบต่อจากบิดา คือ นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ อดีตสื่อมวลชนและนักการเมืองชื่อก้องของภาคใต้ และเป็นนักการเมืองหญิงที่มีบทบาทสูงมากในช่วงที่การเมืองไทยผลัดใบจากประชาธิปไตยครึ่งใบสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

‘ลุงป้อม’ ย้ำ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ลาออกจากสมาชิก ‘พรรคพลังประชารัฐ’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565252

12 ธ.ค. 2566

'ลุงป้อม' ย้ำ 'สมรักษ์ คำสิงห์' ลาออกจากสมาชิก 'พรรคพลังประชารัฐ' แล้ว

‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร ยันสบายดี หลังสื่อแซวไม่เห็นหน้านาน เผย ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ลาออกสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แล้วเมื่อ 1 ธันวาคม 2566 ไม่เกี่ยวข้องพรรค อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางเข้ามาประชุมพรรคในเวลา 14.00 น. พร้อมบอกว่าสบายดีหลังสื่อแซวว่าไม่เห็นหน้ากันนาน 

ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

และเมื่อถามถึงการลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ของนายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าออกจากพรรคไปนานแล้วใช่หรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ลาออกไปแล้ว”

เมื่อถามว่าเรื่องปัญหาส่วนตัว ของนายสมรักษ์ คำสิงห์ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใช่”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังการประชุมพรรค ว่าได้กำชับอะไรเป็นพิเศษกับสส. หรือไม่ หลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานแล้ว ว่า ที่จริง แล้วเข้าพรรคทุกอาทิตย์แต่สื่อมวลชนไม่รู้ พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าได้กำชับสส. หรือไม่ สำหรับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ประชุมได้มีการหยิบยกกรณีของนายสมรักษ์ คำสิงห์มาหารือเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับ สส.ในพรรคหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรระบุว่า “ไม่ได้กระชับอะไร เพราะเขา ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เขาออกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรรคพลังประชารัฐ ยืนยันผ่านสื่อว่า นายสมรักษ์ คำสิงห์ ได้ลาออกจากพปชร. เรียบร้อยแล้ว 

ไม่ปรับครม. ‘ภูมิธรรม’ ลั่น ‘รัฐบาล 314 เสียง’ แน่นปึก ไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565228

12 ธ.ค. 2566

ไม่ปรับครม. 'ภูมิธรรม' ลั่น 'รัฐบาล 314 เสียง' แน่นปึก ไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ สายตรงชั้น 14 ยัน ไม่มี ปรับครม. หลัง ‘เฉลิมชัย’ นั่งหัวหน้า ปชป. ลั่น ‘รัฐบาล 314 เสียง’ แน่นปึกไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม โยน ถามคนพูดบอก ปชป. พรรคอะไหล่

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในส่วนของรัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ปรับครม.)หรือไม่ว่า ไม่เกี่ยวกันเพราะเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการจัดตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนคณะรัฐมนตรีก็เดินหน้าทำงานไปไม่มีอะไร

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยถูกมองว่าอาจจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้นนั้น เพราะอาจจะเอาพรรคประชาธิปัตย์มาเสียบแทนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ” เพราะขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันและทำงานร่วมกันดี

เมื่อถามว่ารัฐบาล 314 เสียงแน่นปึกหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า 314 เสียงขณะนี้ทำงานได้อยู่จะเอาใครมาเพิ่มหรือไม่เอาใครมาเพิ่มยังไม่ใช่เรื่องที่เอามาคิด พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีการคิดที่จะปรับคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ เพราะขณะนี้ยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องต่างๆที่จะเกิดขึ้นเลย ฉะนั้นขอให้ดำเนินการไปตามปกติก่อน เพราะวันนี้คณะรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และคุยกันรู้เรื่องดีทุกฝ่าย รวมถึงทำงานเต็มที่ทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่รู้จะพูดยังไง เพราะยังไม่เคยเจอนายเฉลิมชัย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ สส. อาจจะมีการพูดคุยกันบ้าง

ส่วนวลีที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคอะไหล่ให้กับรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ต้องไปถามคนพูดว่าเป็นอะไรอย่างไรและตนก็ไม่เข้าใจ ถึงความหมายตรงนี้ พร้อมย้ำว่าวันนี้ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนี้เพราะเราก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และความสัมพันธ์ที่ดี เชื่อว่าความร่วมมือพรรครัฐบาลจะทำให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยดี และหน่วยงานต่างๆก็ประสานงานกันได้โดยไม่มีปัญหา

ส่วนที่มีการมองว่าจะทำให้การผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยทำได้ง่ายขึ้นเพราะพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะไม่กล้าหือนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลก็ทำงานกันดีอยู่แล้วและสามารถคุยกันได้ทั้งหมดนำเหตุผลและปัญหาของประเทศมาพูดคุยกัน แม้จะมีความเห็นแตกต่างกันมากแต่ก็สามารถหาข้อสรุปได้

‘นิติพล’ เผยอากาศปิด ฝุ่นPM2.5 มาทันที รัฐบาลตั้งยักษ์ใหญ่การเผาแก้ปัญหา 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565222

12 ธ.ค. 2566

'นิติพล' เผยอากาศปิด ฝุ่นPM2.5 มาทันที รัฐบาลตั้งยักษ์ใหญ่การเผาแก้ปัญหา 

‘นิติพล’ ซัดปัญหามลพิษ PM2.5 ยุค ‘เศรษฐา’ ไม่ต่าง ‘ประยุทธฺ’ อากาศปิด ฝุ่นมาทันที แนะดึงวิธีที่ กมธฯ เคยเสนอมาแก้ไข

นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายภาคเหนือ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ยิ่งนานวันยิ่งสะท้อนตัวตนและรูปแบบการบริหารประเทศของรัฐบาลเศรษฐาว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากรัฐบาลประยุทธ์ คือ ชอบเล่นใหญ่เสียงดัง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่สั่งการได้เลย จากนั้นก็ปล่อยเบลอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังที่เห็นได้ชัดไม่ว่ากรณีหมูเถื่อน ตั๋วตำรวจ หรือแม้แต่กรณีปัญหาจากฝุ่น PM2.5 
 

นายนิติพล กล่าวถึงปัญหาฝุ่นขณะนี้ว่า พอหมดหน้าฝนเข้าสู่หน้าหนาว อากาศเริ่มปิด แต่การเผาทางการเกษตรยังคงดำเนินต่อไปกลายเป็นฝุ่นพิษข้ามพรมแดน ที่ขณะนี้กำลังลอยมาตามฤดูกาล จริงอยู่ที่ปัญหานี้แก้ไม่ง่าย แต่รัฐบาลเศรษฐาบริหารงานมาแล้วกว่า 100 วัน จึงมีเวลาเตรียมรับมือพอสมควร แต่สิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากไม่เห็นมีมาตรการอะไรออกมาให้ปอดได้รู้สึกได้โล่งบ้างแล้ว ยังแต่งตั้งบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการเผาเป็นผู้รับผิดชอบปัญหา 

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจ พอเข้าสู่ช่วงอากาศปิด ฝุ่นควันก็เกิดขึ้นทันที นายกฯ ก็ทำตัวลอยเหนือปัญหา รอเปลี่ยนฤดูผ่านไปอีกปี บริหารวิกฤตฝุ่นแบบนี้แทบไม่มีอะไรต่างจากรัฐบาลก่อนเลย

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 คณะกรรมาธิการของสภาฯ เคยศึกษาและมีข้อเสนอส่งไปที่รัฐบาลแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ทุกข้อเสนอยังใช้งานได้ เพราะบริบทของปัญหายังเหมือนเดิม หากรัฐบาลมีความตั้งใจและจริงใจในการแก้ปัญหานี้ ก็อยากให้นำไปใช้แล้วรีบออกมาประกาศมาตรการแก้ปัญหาให้ชัดว่าสิ่งที่จะทำมีอะไรบ้าง ทั้งมาตรการทำทันที รวมถึงมาตรการระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้ประชาชนพอได้มองเห็นเป้าหมายบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ทนและต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเองต่อไปแบบในขณะนี้

‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ เจอ โซเชียลถล่ม หลังลั่น ใครไม่อยากอยู่ ปชป. เชิญ ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565216

12 ธ.ค. 2566

'เดชอิศม์ ขาวทอง' เจอ โซเชียลถล่ม หลังลั่น ใครไม่อยากอยู่ ปชป. เชิญ ลาออก

โซเชียลถล่มเละ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ ให้สัมภาษณ์ สื่อท้องถิ่น มั่นใจ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ คืนความยิ่งใหญ่ให้ ปชป. แถมลั่น สมาชิกคนใดไม่อยากอยู่ เชิญลาออก

“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ผงาดนั่งเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนที่ 9 ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2566 ขณะเดียวกัน ในการสรรหาคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ก็ปรากฎชื่อกลุ่มเพื่อน ของนายเฉลิมชัย ทั้งนายชัยชนะ เดชเดโช และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง นั่งเลขาธิการพรรค ปชป. แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายเดชอิศม์ ก็ทำโซเชียลถล่มเละ หลังให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น

เดชอิศม์ ขาวทองเดชอิศม์ ขาวทอง

โดยเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2566 นายเดชอิศว์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น “โฟกัสภาคใต้” เล่าถึงสถานการณ์การเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความมั่นใจว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำความยิ่งใหญ่กลับมายังพรรค แต่จุดที่ทำโซเชียลเดือด คือการให้สัมภาษณ์ในบางช่วงบางตอน ซึ่งนายเดชอิศว์ บอกว่า สมาชิกพรรคคนใดอยู่แล้วไม่สบายใจก็ควรออกจากพรรค ดีกว่าพูดวิจารณ์พรรค

หลังจากนั้นไม่นานทัวร์ลงถล่มทันที โดยเฉพาะคนสงขลา คอมเมนต์เดือด อาทิ

  • หมดการเคารพแล้วครับ อย่าหวังจะได้ใจคนสงขลาเลย คิดจะเอาพรรคมาหากิน พูดดีเข้าตัว เพราะคุณได้ประโยชน์
  • ปิดกิจการ ประชาธิปัตย์ ไม่ต้องพูดมาก สมัยหน้าเอาครอบครัว..3 คน พ่อแม่ลูกให้รอดก่อน คนสงขลาไม่เอาแล้ว
  • มีหน้าออกมาพูด ใช้ชื่อเสียง ปชป.หากิน ถึงได้เป็น สส. เคยทำประโยชน์อะไรให้กับคนสงขลาบ้าง ตัวทำลายพรรค ปชป. ล่มจมแน่นอน
  • คนสงขลาไม่เลือกแล้ว ปชป. พอกันที หรือ โคตรสงสารมาดามเดียร์เลย ช่วยหาเสียง สส.ทุกเขตตอนเลือกตั้ง เมื่อ พ.ค. 2566 รวมถึงเขต 6 เมียนายกชายด้วย แต่วันโหวตหัวหน้า เพียงแค่ยกมือให้ผ่านคุณสมบัติ สส.เขต 6 ยังใจดำไม่ยกมือ เป็นต้น

คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์

คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์

ทั้งนี้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เรียกได้ว่าเป็น สส.ประชาธิปัตย์ คุมพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา โดยเป็น สส.สงขลา 2 สมัย แต่ก่อนลงเล่นการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ หรือ “นายกชาย” เป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา 2 สมัย เป็นอดีตนายกสมาคมกีฬา จ.สงขลา, อดีตนายกสมาคมมวยอาชีพภาคใต้, อดีตนายกสมาคมชนโคไทย

โดยเฉพาะ การเลือกตั้งปี 2566 นายเดชอิศม์ แม่ทัพคุมแดนใต้ สามารถกวาด สส.ปักษ์ใต้ได้ถึง 17 ที่นั่ง

ขอบคุณที่มา : สงขลาโฟกัส – SongkhlaFocus 

ลุ้น ‘ไอซ์ รักชนก’ พรุ่งนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี ‘ม.112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565205

12 ธ.ค. 2566

ลุ้น 'ไอซ์ รักชนก' พรุ่งนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี  'ม.112'

นัดอ่านคำพิพากษา คดีอาญา ‘ม.112 ‘ ‘ไอซ์ รักชนก’ ศรีนอก วันพรุ่งนี้ เจ้าตัวอ้างติดประชุมสภาขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่นัดหมายคดีมาตรา 112 ( ม.122 )ประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่12-15 ธ.ค. 2566 จะมีการพิจารณาคดี มาตรา112  รวม 8 คดี เป็นการนัดฟังคำพิพากษา 4 คดี และนัดสืบพยาน  3 คดี

คดีที่มีการนัดฟังคำพิพากษา มี เป็นสส.กทม.พรรคก้าวไกล  ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ซึ่งถูกกล่าวหากรณีทวิต และรีทวิต ข้อความ เป็นจำเลยซึ่งศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษา วันที่ 13 ธ.ค. 2566 เบื้องตน เจ้าตัวขอศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษา เพราะติดประชุมสภา

และที่ศาลอาญาวันเดียวกัน ยังมีการนัดอ่านคำพิพากษา ชินวัตร จันทร์กระจ่าง กรณีปราศรัยในการชุมนุม 2 ธ.ค. ไปห้าแยกลาดพร้าว นอกจากนี้ยังมีนัดอ่านคำพิพากษาด้วยความผิดข้อหาเดียวกันนี้ ที่ศาลจังหวัดนราธิวาสและศาลอาญา กรุงเทพฯใต้อีก 2 คดี

ส่วนการนัดสืบพยาน มี 3 คดี ผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้แก่ มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลผล กรณีปราศรัยในการชุมนุม ม็อบ 24 มี.ค. 64  ที่แยกราชประสงค์ รวมถึง บุ้ง และใบปอ จากกลุ่มทะลุวัง จากการทำโพลสำรวจความเห็น เกี่ยวกับพระราชอำนาจ

ล่าสุด ศูนย์ทนายฯรายงานว่า 

ศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน “อติรุจ” คดี ม112 และ ขัดขวางเจ้าพนักงาน กรณี ตะโกน  ใส่ขบวนเสด็จ ร.10 และ ราชินีฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 ต.ค. 2565

ศาลพิพากษาว่า การตะโกน ด้วยถ้อยคำดังกล่าว เป็นคำที่มิสมควร เป็นการใส่ความว่า การเสด็จเป็นการสร้างปัญหาภาระ ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา 

พายัพ อดีตนักโทษการเมือง ปี 52 ย้อนประสบการณ์รักษาตัว ป้อง ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565196

11 ธ.ค. 2566

พายัพ อดีตนักโทษการเมือง ปี 52 ย้อนประสบการณ์รักษาตัว ป้อง 'ทักษิณ'

ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี อดีตนักโทษการเมืองปี 52 เจ้าของประสบการณ์ติดคุกเรือนจำพัทยา จากคดีชุมนุมทางการเมือง “พายัพ ปั้นเกตุ” ย้อนประสบการณ์สมัยถูกคุมขังและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จากโรคประจำตัว มองกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” คือสิทธิขั้นพื้นฐาน

นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย)   เปิดเผยว่า  กรณีมีกลุ่มมวลชนไปเรียกร้องที่โรงพยาบาลตำรวจ และกล่าวหา  นายทักษิณ ชินวัตร   อดีตนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการรักษาพยาบาล   เรื่องนี้นายทักษิณ   เดินทางกลับประเทศไทยและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับโทษ โดยผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและไปรายงานตัวรับโทษ จากนั้นก็เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่เมื่อสถานพยาบาลแดน 7 พิเศษกรุงเทพฯ ตรวจร่างกายและอาการป่วยแล้ว พบว่านายทักษิณ เป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 70 ปี มีอาการป่วยเรื้อรัง มีโรคประจำตัวหลายโรค

แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์เฝ้าดูอาการระยะหนึ่งแล้วมีความเห็นว่า อาการน่าวิตกกังวล เกินขีดความสามารถที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จะรับรักษาตัวได้ จึงส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และตรวจพบว่ามีโรคเรื้อรังหลายโรคที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยเฉพาะโรคหัวใจ ประกอบกับคนไข้เป็นผู้สูงอายุ มีอายุเกิน 70 ปี สภาพร่างกายไม่แข็งแรงเพียงพอ แม้คนไข้จะออกกำลังกายและดูแลตนเองอย่างดีก็ตาม  

นายทักษิณ ได้เข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง จากหลายอาการ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังหรือนักโทษที่กรมราชทัณฑ์ถือปฏิบัติมิใช่เป็นเรื่องอภิสิทธิ์ชน ตามที่มีผู้กล่าวกันอยู่ในขณะนี้ใดๆ ทั้งสิ้น  ตนเคยเป็นนักโทษชาย (นช.) ติดคุกที่เรือนจำพัทยา คดีชุมนุมทางการเมืองปี 2552 ซึ่งตนมีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์และพยาบาลในเรือนจำ ก็ได้มีการตรวจดูอาการเช่นกัน และได้ให้อยู่ในการดูแลของสถานพยาบาลในเรือนจำ

ตนเคยมีอาการโรคหัวใจกำเริบ ต้องปั๊มหัวใจในเรือนจำ แต่ไม่มีเครื่องมือแพทย์และขาดแพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำ จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลบางละมุง เมื่อมีอาการหัวใจหยุดเต้นอีก สุดท้ายก็ต้องส่งตัวเข้าเรือนจำในกรุงเทพมหานคร และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นกัน  

“ผมต้องออกมาพูดทำความเข้าใจกับสังคมว่า คนคุกมีความเสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด และการรักษาอาการป่วยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้จะเป็นผู้ต้องขังหรือนักโทษที่จะได้รับการรักษาพยาบาลจากอาการป่วย ซึ่งเป็นหลักการสากล ” นายพายัพ  ระบุ

อดีตสส. ประชาธิปัตย์ เศร้าใจสมาชิกออก -มั่นใจ เฉลิมชัย ดึง ‘อภิสิทธิ์’ คีนรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565195

11 ธ.ค. 2566

อดีตสส. ประชาธิปัตย์ เศร้าใจสมาชิกออก -มั่นใจ เฉลิมชัย ดึง 'อภิสิทธิ์' คีนรัง

อดีตสส.ประชาธิปัตย์ วัชระ เพชรทอง ร่ายยาวหลังเลือกตั้งหัวหน้าพรรค กลายเป็นการเกิดรอยร้าว สมาชิกทยอยลาออก เข้าใจทุกคนต่างมีเข็มทิศเป็นของตัวเอง ส่วนกรณีของ ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เชื่อถึงที่สุด หัวหน้าพรรค เฉลิมชัย ศรีอ่อน จะหาทางดึงกลับมา ส่งกำลังใจถึง “มาดามเดียร์”

นายวัชระ  เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า  การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ผ่านไปแล้ว สมาชิกต้องปฏิบัติตามมติพรรค  ส่วนเสียงสะท้อนต่อการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณเสียงสะท้อนของประชาชน เพราะนี่คือสิทธิเสรีภาพ ไม่มีใครมาปิดปากประชาชนได้  ขณะที่พรรคไม่ได้เป็นมรดกของตระกูลใด  มีกฎหมายบังคับให้ปฏิบัติ   การที่สังคมมีการวิจารณ์ถึงคำพูดของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพูดเรื่องเลิกเล่นการเมือง ถ้าได้สส.ต่ำกว่าเดิม 52 คน ในขณะเป็นเลขาธิการพรรคนั้น   มองว่าคนทำหน้าที่แม่ทัพ ก็ต้องปลุกระดมสมาชิกให้ฮึกเหิม สู้ศึกท่ามกลางสงครามการเมืองและการช่วงชิงการดูดสส.จากพรรคที่มีทุนและมีอำนาจรัฐ   เมื่อผิดพลาดก็มิอาจปฏิเสธและน้อมรับคำวิจารณ์


ขณะเดียวกันการที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน มีมติเอกฉันท์ขอให้นายเฉลิมชัย   กลับมานำพรรคเป็นท่าทีที่ทุกคนเห็นแบบนั้น และเมื่อมีการประชุมครั้งที่ 3 สมาชิกเลือก ให้นายเฉลิมชัยเป็นหัวหน้าพรรคตามข้อบังคับ  บางคนในพรรคอาจไม่ชอบใจ  ปัญหาคือแล้วจะให้ทำอย่างไร   การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทุกครั้งที่ผ่านมา ย่อมทั้งคนดีใจเสียใจ ผิดหวังสมหวังเป็นธรรมดา  บางคนหาเสียงไม่ว่าแพ้ชนะก็จะไม่มีวันลาออกจากพรรคเด็ดขาด  เป็นสส.ได้เพราะพรรค เกิดจากพรรค ขอตายที่ประชาธิปัตย์   เข้าใจดีว่าทุกคนต่างมีเข็มทิศทางการเมืองของตนเอง  

แต่เมื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคผ่านไปแล้วก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค บางสมัยมีสส.ลงชื่อเพื่อให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรค  นายเฉลิมชัยก็ระงับไว้ อดีตหัวหน้าพรรคบางท่านก็บอกให้เป็นไปตามหลักการ  เมื่อนายเฉลิมชัยได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค  แต่กลับพบคนเหล่านั้นกลับไม่ยอมรับ  หลายคนลาออกจากสมาชิก  เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย   การลาออกของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ประชุมไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น ทุกคนเสียใจ แต่นายอภิสิทธิ์ ก็พูดทิ้งท้ายที่สำคัญว่าพร้อมจะกลับมาช่วยพรรคในอนาคตซึ่งเชื่อว่า  เมื่อถึงเวลานั้น  นายเฉลิมชัย  จะไปขอให้นายอภิสิทธิ์และอดีตสมาชิกทุกคนกลับมาช่วยพรรคไม่ช้าก็เร็ว ผู้ชนะต้องยื่นมือโอบอุ้มทุกฝ่ายให้สามัคคีกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

 “ผมก็จะรอเพื่อนๆที่ลาออกไปอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน  ไม่ให้พรรคอื่นมาดูถูกได้  ผมคิดว่านายเฉลิมชัย  รู้ว่าย่อมมีเสียงครหาวิจารณ์อย่างหนักการที่ยอมกลับมานำพรรค ตามข้อเสนอของสส.ย่อมตัองมีเหตุผลที่ยอม  กาลเวลาและการกระทำของหัวหน้าพรรคเพื่อให้พรรคประสพความสำเร็จตามอุดมการณ์ของพรรคเท่านั้น ที่จะพิสูจน์ในทุกคำครหา สังคมและประชาชนจะตัดสินหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ในที่สุด  นายเฉลิมชัยเป็นบัณฑิตลูกพ่อขุนรามคำแหง ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่  ผมเป็นลูกพ่อขุนคนหนึ่งขอให้กำลังใจในการนำพรรคให้เดินหน้าต่อไปและขอให้กำลังใจมาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ผู้นำการเมืองหญิงรุ่นใหม่ ให้เข้มแข็งและเป็นผู้นำพรรคในอนาคต” นายวัชระ  กล่าว

อดีตสส. ประชาธิปัตย์ เศร้าใจสมาชิกออก -มั่นใจ เฉลิมชัย ดึง 'อภิสิทธิ์' คีนรัง

วัชระ  เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์

รับผู้บริหารใหม่ไม่ได้ เหตุผล ‘สาทิตย์ วงศ์หนองเตย’ ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565194

11 ธ.ค. 2566

รับผู้บริหารใหม่ไม่ได้ เหตุผล 'สาทิตย์ วงศ์หนองเตย' ลาออก

ผู้บริหารใหม่ของประชาธิปัตย์ไม่สะท้อนความเป็นตัวแทน ปกปิดจิตวิญญาณพรรค ‘สาทิตย์ วงศ์หนองเตย’ ลาออก เพราะรับไม่ได้

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต สส.ประชาธิปัตย์ให้เหตุการลาออกจากสมาชิกพรรคว่าเป็นเพราะกรรมการบริหารชุดใหม่ ไม่ได้สะท้อนตัวแทนของคนทุกคน ทุกกลุ่ม กลายเป็นระบบพรรคพวก ประกอบกับช่วงที่มีการเลือกตั้งมีความไม่เป็นธรรมอยู่หลายเรื่อง เมื่ออุดมการณ์กับจิตวิญญาณที่มีอยู่ถูกบดบังด้วยกลุ่มคนกลุ่มนี้ จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 

อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า คนที่รักประชาธิปัตย์ไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของทิศทางอุดมการ แนวทางของพรรคซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการยึดถือสัจจะวาจาในทางการเมือง

ยึดถือความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้านาย เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ  เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง  เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น  คนที่เป็นสมาชิกพรรคก็เกิดความรู้สึกเกิดความรู้สึกที่เหมือนกับสูญเสียสิ่งที่เป็น สิ่งที่เรายึดมั่นเป็นทิศทางเดียวกันไป

สาทิตย์ มองอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของผู้บริหารชุดใหม่ ว่าเป็นโจทย์ยากยาก เช่นเรื่องของคำประกาศที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้  การเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการบริหารพรรคทุกครั้ง มักจะได้รับการขานรับจากสังคมว่าจะรอดูหรือถือเป็นทิศทางใหม่ แต่เที่ยวนี้กระแสตอบรับ ไม่ได้ดีอย่างที่หลายหลายคนคิด 

มรสุมถล่ม ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ต่อ พปชร. จ่อไม่เอาไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565185

11 ธ.ค. 2566

มรสุมถล่ม 'สมรักษ์ คำสิงห์'  ต่อ   พปชร. จ่อไม่เอาไว้

เรียกว่างานเข้าทุกทิศ สำหรับ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ที่ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ล่าสุด พปชร.จ่อเอาผิด ขัดข้อบังคับพรรค

อรรถกร ศิริลัทธยากร  โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า
พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ กรณี สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดคดีอาญา ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ข้อเท็จจริง โดยจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการและตัดสินต่อไป

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ มองว่า เรื่องนี้ตามหลักการต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

แต่ในส่วนของพรรคจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับ เรื่องการพิจารณาความผิดของสมาชิกพรรค ซึ่งมีข้อบังคับและแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน

ในส่วนการกระทำความผิด ล่วงละเมิดทางเพศเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นคดีที่ถือว่ามีความร้ายแรงในด้านศีลธรรม และกฎหมายอาญา  ทางพรรคพร้อมที่จะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เพราะพรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ผิดทางกฎหมายและศีลธรรม ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม