มติ ก.ร. เลือก ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง ‘เลขาธิการสภาฯ’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562383

31 ต.ค. 2566

มติ ก.ร. เลือก 'อาพัทธ์ สุขะนันท์' นั่ง 'เลขาธิการสภาฯ' คนใหม่

วันนอร์ เผยที่ประชุมก.ร.เคาะ ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง เลขาธิการสภาฯ คนใหม่ ยึดหลัก อาวุโสสูงสุด-ความรู้ ความสามารถเหมาะสม ยันไม่มีล็อกสเป็คแน่

ที่อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.)ว่า ที่ประชุม ก.ร.ได้พิจารณาเลขาสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยมีมติเห็นชอบให้ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ ในฐานะรักษาการรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป โดยตนจะเสนอชื่อนายอาพัทธ์ เพื่อโปรดเกล้าฯต่อไป 

ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์

ทั้งนี้เหตุผลที่เห็นชอบร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นเลขาธิการสภาฯนั้น เพราะมีความอาวุโสสูงสุด มีประสบการณ์ทางด้านการประชุม และด้านกฎหมายรอบด้านมาแล้ว จึงเป็นบุคคลที่สมควรเสนอ ก.ร. และก.ร.ก็เห็นชอบตามที่รัฐสภาเสนอ ซึ่งกระบวนการเป็นไปตามกฎของ ก.ร. คือ ต้องมีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมทั้ง 3 คน เห็นชอบให้ร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นผู้ที่มีคะแนนสูงสุด ตนจึงได้นำชื่อเสนอ ก.ร.ในวันนี้ ซึ่งตนไม่ได้มีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ รายชื่อผู้สมัครมีทั้งหมด 5 คนจาก 6 คน ซึ่งมีผู้อาวุโสน้อยที่สุด และติดภารกิจต่างประเทศ จึงได้สละสิทธิ์ ทำให้เหลือ 5 คน ซึ่งได้มีการพิจารณาจากคะแนนของคณะกรรมการคัดเลือกทั้งความ อาวุโส อำนาจการบริหารงาน รวมทั้งให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีผู้สมัคร 3 คน ก็ได้มีคำสั่งยกเลิกไปแล้ว เพราะเห็นว่าผู้สมัครยังน้อยไป เนื่องจากมีรองเลขาฯถึง 6 คน แต่สมัครเพียง 3 คน ดังนั้นจึงคิดว่าควรเปิดโอกาสอีกครั้งเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

“ผมได้ยืนยันกับที่ประชุมก.ร.ว่าการแต่งตั้งคราวนี้นอกจากจะมีกรรมการแล้ว ผมขอยืนยันว่าเราใช้กฎของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 อย่างเคร่งครัด คือไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลอื่น แต่ให้เป็นไปตามความสามารถทุกประการ ซึ่งไม่มีใครสงสัยอะไร”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ส่วนรอบแรกที่มีผู้สมัคร 3 คน และมีการร้องเรียนทำให้ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า มีการร้องเรียนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ เราต้องการให้มีผู้สมัครจำนวนมาก เพื่อที่จะให้มีการคัดเลือกด้วยความรอบคอบ และไม่มีการครหาว่าจะมีการล็อกให้คนนั้นคนนี้ จึงได้ชี้แจงชัดเจนว่าให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติพร้อมก็ให้มาสมัคร ไม่มีการแทรกแซง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรที่ตนรับผิดชอบเขาได้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และเมื่อจะมีการเลื่อนระดับสูงก็ไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ราชการทั้งหลายมีกำลังใจว่าใครมีความรู้ ความสามารถ ก็จะได้รับการสรรหาได้ ไม่ใช่ว่ามีความหวั่นวิตกว่าจะมีการแทรกแซงว่ามีการล็อกคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่าในยุคที่ตนเป็นประธานสภาฯไม่มีเรื่องแบบนี้แน่

นายกฯประชุม ‘กอ.รมน.’ สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด ‘หนองวัวซอโมเดล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562380

31 ต.ค. 2566

นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'

นายกรัฐมนตรีเผย ประชุมร่วมครั้งแรกกับ กอ.รมน. มอบหมายภารกิจขอให้มาดูเรื่องความมั่นคง ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจ  ดีใจแนวคิดเอาที่ดินทหารมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์คืบหน้า เกิดโครงการ “หนองวัวซอโมเดล” ที่อุดรธานี ปัดเรื่อง ยุบ ” กอ.รมน.” ไม่เคยมีแนวคิด

ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)   เขตดุสิต กรุงเทพฯ  นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  แถลงภายหลังการประชุมชี้แจงมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร    “กอ.รมน. “ ว่า เป็นการประชุมร่วมกับ กอ.รมน. ครั้งแรก ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกับกองทัพแล้วอยากเพิ่มบทบาทในหลายมิติ วางรากฐาน สร้างความพร้อมให้กับประเทศไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประชาชน รวมถึงความมั่นคงในชีวิต   ซึ่งหมายถึงความมั่นคงที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 


ประเด็นแรกคือ ต้องช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ ระดมสรรพกำลัง รวมถึงทรัพยากรและเครื่องมือของกองทัพ ร่วมกับส่วนราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน 
การแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน โดยนำที่ดินของหน่วยทหารที่เกินความจำเป็นมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะที่ดินทำการเกษตร ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้  เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสและความเข้มแข็งด้านสังคมของประเทศ 

ทราบว่า ขณะนี้กองทัพได้นำนโยบายการ นำที่ดินที่ดูแลภายใต้กองทัพมาดำเนินการผ่าน “หนองวัวซอโมเดล”  อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี   มีเนื้อที่ 9,276 ไร่  มีกำหนดส่งมอบให้กับประชาชนในวันที่ 25 ธ.ค.  นี้    ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนจากกองทัพไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนที่ดีที่กองทัพไทยจะได้ร่วมมือในการพัฒนาประเทศและขยายไปในพื้นที่ต่างๆ   “ส่วนตัวมีความชื่นชมในเรื่องนี้และเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันมาภายในเวลาไม่กี่เดือน ก็ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน”  

นายเศรษฐา กล่าวว่า การหารือกันวันนี้ ไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการยุบ กอ.รมน.  ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกว่า ที่มาที่ไปเรื่องนี้คืออะไร วันนี้บริบทการทำงานของ กอ.รมน. เเปลี่ยนไป การคุยกันเป็นเรื่องการพัฒนาและการลดช่องว่างระหว่างกองทัพกับประชาชนให้ลดน้อยลง เช่น โครงการมอบที่ดินให้กับประชาชนที่หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  ก็จะขยายไปในพื้นที่อื่นด้วย พร้อมขอให้ดูด้วยว่า การมอบที่ดินไปแล้วหากไม่มีแหล่งน้ำก็ต้องดูเรื่องระบบชลประทานด้วย เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพ อีกทั้งยังมีเรื่องของปัญหาภัยแล้งด้วย

“ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการยุบกอ.รมน.  เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจและไม่ได้อยู่ใน นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ แม้แต่น้อย “นายเศรษฐา  กล่าว

นายสุทิน คลังแสง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวว่าเรื่อง  “หนองวัวซอโมเดล”  อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  เป็นการร่วมมือกันระหว่างกองทัพ ในนามของ กอ.รมน. มีกระทรวงกลาโหมเป็นแกนสำคัญ   เชื่อว่าที่ดินที่จะคืนให้กับประชาชนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถระบุครัวเรือนประชาชนที่จะได้รับได้ ซึ่งก็คงจะกระจายอยู่ทั่วประเทศ 

“ส่วนเรื่องกอ.รมน. ยืนยันว่าตอนนี้รัฐบาลจะไม่ลดบทบาทของ กอ.รมน. แม้ว่าบางพรรคการเมืองจะอยากให้ยุบไปเลย ส่วนการปรับภารกิจนั้น จะเป็นในเรื่องของซ้ำซ้อนกับหน่วยงานน้อยลง เน้นสนับสนุนเรื่องความมั่นคงด้านอื่นของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต  ปรับมาด้านนี้มากกว่า เพราะที่ผ่านมาไปเน้นด้านความมั่นคงของทหาร และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างเดียว ” นายสุทิน  ระบุ 

นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'
นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'

เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  ประชุมชี้แจงมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานต่อ  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (กอ.รมน. ) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)   เขตดุสิต กรุงเทพฯ 

17 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ คราบเผด็จการ รัฐประหาร ยังไม่จาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562366

31 ต.ค. 2566

17 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ คราบเผด็จการ รัฐประหาร ยังไม่จาง

รำลึก 17 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ชายผู้ขับแท็กซี่ ชนรถถัง เหตุการณ์ ‘รัฐประหาร’ 2549 พิสูจน์ศรัทธา ประชาธิปไตย ด้วยชีวิต

ผ่านมา 17 ปี วันนี้ที่สะพานลอยหน้าสำนักข่าวไทยรัฐ ในจุดเดียวกับที่ลุงนวมทองเลือกจบชีวิตตัวเอง ซึ่งคนเสื้อแดงได้ร่วมกันสร้างสดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ เป็นเสาสีขาวต้นหนึ่ง พร้อมถ้อยคำ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก อันเป็นคำสั่งลาในจดหมายลาตายในวันนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2549 และเยาวชนที่เคลื่อนไหวในปัจจุบัน มาร่วมรำลึก 17 ปีการจากไปของลุงนวมทอง

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กรุงเทพฯ ตัวแทนจากพรรคก้าวไกลกล่าวรำลึก ถึงเจตนารมณ์ของลุงนวมทองที่ยังไม่บรรลุในวันนี้ นั่นคือภารกิจผลักดันบ้านเมืองและรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยภารกิจในวันนี้สำหรับพวกเราทุกคน คือการสถาปนารัฐธรรมนูญที่ขัดขวางไม่ให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้อีก รวมถึงการค้นหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญสามารถเกิดขึ้นได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนจำนวนมากในเวลานั้นยังไม่ตื่นรู้โดยพร้อมเพรียงกันในการปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย แต่ในวันเวลาอันมืดมิดนั้นเอง ก็ยังมีคนอย่างลุงนวมทองที่ออกมาเป็นปากเป็นเสียงแทนทุกคน และเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อพยายามปลุกให้คนไทยตื่นรู้

17 ปีผ่านไป ความตื่นตัวของผู้คนขยายตัวอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน ในวันนี้การสร้างประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนกลายเป็นวาระหลักของสังคมไทย แสดงออกผ่านผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ถึงแม้จะจบลงด้วยการที่เจตนารมณ์เหล่านั้นถูกทอดทิ้งไป แต่ปิยรัฐเชื่อว่าวันนี้สังคมไทยมีคนจำนวนมากขึ้นที่ตื่นรู้ และหากมีการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นอีก จะมีประชาชนออกมาปกป้องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญอย่างล้นหลาม

ปิยรัฐชี้ประเด็นสำคัญว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินไปในวันนี้ จะต้องมีบทเฉพาะกาลที่นำคนทำรัฐประหารมาลงโทษ เพื่อไม่ให้มีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเกิดขึ้นอีกและขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ผ่าน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ทรงอำนาจสูงสุด และป้องกันการรัฐประหารในอนาคต

นวมทอง ไพรวัลย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ชนรถถังในวันที่ 30 กันยายน 2549 หวังกระทำอัตวินิบาตกรรมแลกด้วยชีวิตวันนั้งลุงนวมทองบาดเจ็บจากการขับรถชนรถถังแต่ไม่ถึงฆาต ผู้นำรัฐประหารคนหนึ่งออกมากล่าวหาสบประมาท พร้อมบอกว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้

เพื่อลบคำสบประมาทและยืนยันในเจตนารมณ์ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ลุงนวมทองตัดสินใจเขียนจดหมายลาตาย และเดินทางมาที่สะพานลอยหน้าสำนักข่าวไทยรัฐ เพื่อกระทำอัตวินิบาตกรรม

‘แพทองธาร’ มั่นใจจะได้รับความร่วมมือจาก ‘สหรัฐอเมริกา’ มากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562359

31 ต.ค. 2566

'แพทองธาร' มั่นใจจะได้รับความร่วมมือจาก 'สหรัฐอเมริกา' มากขึ้น

เอกอัครราชทูต ‘สหรัฐอเมริกา’ เข้าพบ ‘แพทองธาร’ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มั่นใจได้รับความร่วมมือดีขึ้นในทุกมิติ

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก ในโอกาสที่เอกอัครราชทูตสหรัฐ เข้าพบหารือ ที่พรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาว่าปีนี้ครบรอบ 190 ปีของสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เริ่มนับตั้งแต่การทำสนธิสัญญาไมตรีกับการพาณิชย์ระหว่างกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมื่อวานนี้เป็นโอกาสที่ได้ต้อนรับท่านทูตโรเบิร์ต โกเดค (Robert Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือต่างๆ

จากการหารือ ท่านทูตมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในหลากหลายระดับ ทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงระหว่างประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่ท่านสนใจจะสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษาไทยอเมริกัน รวมไปถึงสนับสนุนทุนการศึกษาระหว่างประเทศ

ท่านทูตยังบอกเล่าความประทับใจจากการที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อโปรโมตการลงทุนในประเทศไทย และได้ฝากคำแนะนำที่จะช่วยส่งเสริมการดึงดูดนักลงทุนสหรัฐอเมริกาให้มายังประเทศไทย

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกอีกว่า ได้พูดคุยกับเรื่องโอกาสการเติบโตของซอฟต์พาวเวอร์ไทย 11 อุตสาหกรรมในตลาดโลก รวมถึงแผนงานเพิ่มศักยภาพแก่คนไทย สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงเรื่องการผลิตบุคลากรด้านภาพยนตร์ ดังนั้น เราอาจจะริเริ่มเชิญนักเขียนบทชั้นนำชาวอเมริกันมาให้ความรู้แก่นักเขียนบทไทย

รวมทั้งส่งคนไทยในสายธุรกิจภาพยนตร์ไปเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่สหรัฐฯ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ณ ประเทศต้นแบบและได้เชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม Winter Festival ที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ และ Water Festival 2024 ที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ตลอดเดือนเมษายนในปีหน้าด้วย

จากนโยบายเรื่องการค้าที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศมาเป็นเวลาเกือบสองศตวรรษ การได้ร่วมพูดคุยกับท่านทูตในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจว่า ความร่วมมือของไทยและสหรัฐฯ จะยิ่งผลิบานและครอบคลุมในหลากหลายมิติ เพื่อเดินหน้าสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศในหลากหลายแง่มุม

‘วัชระ’ กัดไม่ปล่อย ยื่นกมธ. ตำรวจ ตรวจสอบ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562344

31 ต.ค. 2566

'วัชระ' กัดไม่ปล่อย ยื่นกมธ. ตำรวจ ตรวจสอบ 'ทักษิณ'

ขอกรรมาธิการตำรวจ ตรวจสอบ ชั้น 14 ให้ละเอียด แจ๊ค ‘วัชระ’ เพชรทอง สงสัย อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ พักร้กษาตัวอยู่จริงหรือไม่

วัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือ ถึงนายชัยชนะ เดชเตโช ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรขอให้คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ว่านายทักษิณ ชินวัตร นักโทษด็ตขาดพักรักษาตัวที่ดังกล่าวจริงหรือไม่ และขอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

เนื้อหาในหนังสือระบุว่าตามที่ สื่อมวลชนได้นำสนอข่าวนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษเต็ดขาดได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 23สิงหาคม 2566 นั้น ขณะนี้สังคมไทยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร ณโรงพยาบายตำรวจชั้น 14

ว่ามีตัวตนมาพักรักษาตลอดเวลาตั้งแต่วันที่23 สิงหาคม 2566 จนถึงปัจจุบันจริงหรือไม่ มีบัตรนักโทษหรือไม่ เนื่องจากพี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่ามีอาการเจ็บป่วยจริง จึงขอให้คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดำเนินการตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงและไปตรวจสถานที่จริง ณ โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น ว่านายทักษิณฯ นอนรักษาพยาบาลอยู่จริงหรือไม่

โดยขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกขั้นทุกตัวของโรงพยาบาลตำรวจและไฟล์บันทึกภาพเสียง หากไม่มีการบันทึกขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ขอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และแถลงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไปโดยเร็วที่สุด

‘ก้าวไกล’ ฟันวินัยร้ายแรง ‘สส.’ ‘คุกคามทางเพศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562336

31 ต.ค. 2566

'ก้าวไกล' ฟันวินัยร้ายแรง 'สส.' 'คุกคามทางเพศ'

รอที่ประชุมกรรมการบริหารและ ‘สส.’ ชี้ชะตา ผู้ถูกกล่าวหา ‘คุกคามทางเพศ’ พรุ่งนี้ ‘ก้าวไกล’ ไม่สนแม้ทำให้จำนวนสส.ลดลง

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ประธานคณะทำงานชุดพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศ พรรคก้าวไกล ยอมรับว่ากรณีที่มีการร้องเรียน สส.พรรคก้าวไกล 2 คนที่อาจจะเข้าข่ายในเรื่องของการคุกคามทางเพศและมีการล่วงละเมิดทางเพศ กรรมการวินัยของพรรคก้าวไกล ได้สืบสวนหาข้อเท็จจริง และมีมติเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นเรื่องของการที่เข้าข่ายกรณีการคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศ

ตามข้อบังคับความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษ 2 กรณี คือเป็นการ ลงโทษในลักษณะตัดสิทธิที่พึงมี หรือการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยจะขอให้ที่ประชุมสส. และกรรมการบริหารมีมติในวันพรุ่งนี้เวลา 17.00 น ที่อาคารรัฐสภา  และว่าไม่กังวล การขับผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นสส.เขตออก จะทำให้จำนวนสส.ของพรรคลดลง

น.ส.เบญจา ยืนยันว่า พรรคก้าวไกล มีมาตรฐานในการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ไม่ได้มีวัฒนธรรมที่จะปกปิดความผิดใดๆ และตลอดเวลาที่ผ่านมาเราค่อนข้างระมัดระวังกับเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก การที่เราจะลงโทษใครคนใดคนหนึ่งโดยที่ไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงก็เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก และเหมือนเป็นอนาคตของเขา รวมถึงเป็นเรื่องของความรับผิดชอบและหน้าที่ในการเป็นผู้แทนราษฎร

ก้าวไกลให้ความจริงจังกับเรื่องนี้อย่างมากและจำนวนสส.ไม่ได้พิสูจน์ว่า เราจะต้องยืนหยัดกับเรื่องนี้ ให้คุณค่าหลักกับเรื่องนี้อย่างไร หากที่ประชุมของกรรมการบริหารและที่ประชุมของผู้แทนราษฎร และที่ประชุมส.ส.มีความเห็นร่วมกันและมีมติเดียวกันว่าเห็นสมควรให้ลงโทษวินัยร้ายแรงโดยการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเราก็น้อมรับค่ะ” 

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562337

31 ต.ค. 2566

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

กลุ่ม คปท. รวมตัวหน้าทำเนียบฯรัฐบาล ประกาศจี้ นายกฯสั่งการนำตัว ทักษิณ กลับนอนคุก เชื่อไม่ป่วยจริง เย้ย เศรษฐา นายกมือ 3 ลั่นไม่จัดการมาอีกทุกวันอังคาร

บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) จัดกิจกรรม ใส่รองเท้าผ้าใบถุงเท้าหลากสี ไปทำเนียบเศรษฐาอย่าลอยตัวนำทักษิณ กลับเรือนจำ โดยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลโดยนายเศรษฐาทวีสินนายกรัฐมนตรีสั่งการให้นำตัวนายทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังมีเวลาในการจำคุกกลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำ

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำการชุมนุมในวันนี้ ได้ขึ้นปราศรัยบนรถขยายเสียงโดยกล่าวว่าไม่เชื่อว่านายทักษิณมีอาการป่วยจริงหากมีอาการป่วยหรือบาดเจ็บจริงขอให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทานเหมือนผู้ต้องขังรายอื่นเพราะในอดีตตนก็เคยถูกจำคุกแต่คดีทางการเมืองและภายในเรือนจำก็มีโรงพยาบาลรองรับ

นอกจากนี้ นายพิชิต ยังได้กล่าวต่อไปว่า สังคมจะตั้งคำถามว่าทุกวันนี้ นายเศรษฐา เป็นนอมินีของระบอบทักษิณมีอำนาจในการตัดสินใจจริงหรือไม่เพราะเป็นนายกมือที่สาม โดยมือหนึ่งนั้น นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นนายกที่สามารถสั่งการได้ตัวจริง ส่วนนายกคนที่ 2 คือน.ส.แพทองธา ชินวัตร ที่พึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

ซึ่งนายเศรษฐาถึงขนาดต้องยอมก้มหัวเพื่อจุตพิตมือ เสมือนบ่าวจูบมือนาย ขณะที่นายเศรษฐานั้นแม้จะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแต่ก็เป็นนายกมือ 3 ไม่กล้าตัดสินใจอะไร แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วก็ต้องสั่งการให้นำตัวนายทักษิณกลับเข้าเรือนจำอย่างเร่งด่วน

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

เพราะถ้าหากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ คปท.จะมาทำกิจกรรมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลทุกวันอังคารและไปเยี่ยมนายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจทุกวันอาทิตย์

คปท.ชุมนุมหน้าทำเนียบ จี้ นายกฯ นำ ทักษิณ กลับคุก

ทั้งนี้นายพิชิตยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อเทียบกับคดีการหนีคุกของเสี่ยแป้งนาโนดที่นายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินการทันทีแต่กลับไม่มีการกระทำในลักษณะเดียวกันกับนายทักษิณที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำตั้งแต่วันแรกพร้อมกับตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะเดินหน้าปรองดองได้อย่างไรหากไม่ยุติธรรมกับทุกฝ่ายนายทักษิณได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าผู้อื่นแล้วจะเดินข้ามความขัดแย้งไปได้อย่างไร ไม่ว่าจะมวลชนเสื้อแดงพี่ออกมาต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อนายทักษิณหรือแนวร่วมการชุมนุมอื่นๆที่ต่อสู้ต่างก็ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกัน

ถ้านายทักษิณไม่เคยติดอยู่ในเรือนจำอนาคตจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวให้กับรัฐบาลและเป็นหอกข้างแคร่ในการบริหารงานราชการแผ่นดินต่อไป

ครม.เคาะดึงน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม พร้อมลดราคาแก๊สโซฮอล์ 1 บาท/ลิตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562330

31 ต.ค. 2566

ครม.เคาะดึงน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม พร้อมลดราคาแก๊สโซฮอล์ 1 บาท/ลิตร

มีเฮ ครม.มีมติดึงน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม พร้อมลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 1บาท/ลิตร ตั้งเป้าลดราคา 91 ให้ลงถึง 2.5 บาท/ลิตร ภายใน 7 พ.ย.

วันที่ 31 ส.ค.ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์มีมติไม่ให้ปรับขึ้นราคาน้ำตาล 4 บาทต่อกิโลกรัม กระทรวงอุตสาหกรรมจะกลับไปหามาตรการที่จะมาช่วยเหลือกลุ่มชาวไร่อ้อย​ เพราะที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้น้ำตาลเป็นสินค้าควบคุมตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ​ หรือ​ กกร.​ ซึ่งกระทรวงฯ เห็นใจชาวไร่อ้อยที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น​ และการที่กระทรวงพาณิชย์ดึงเป็นสินค้าควบคุม ไม่ได้เป็นการ”หักหน้า” กระทรวงอุตสาหกรรมแต่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องช่วยกันดูแลราคาสินค้าให้กับประชาชน​

ด้านนายนราธิป อนันต์สุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย​ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังหารือกันในสมาคม เพื่อเข้าพบนายภูมิธรรม​ เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ถึงสาเหตุของการไม่ให้ปรับขึ้นราคา และดึงราคาน้ำตาลมาเป็นสินค้าควบคุม หลังจากที่ได้ลอยตัวราคาน้ำตาลตามข้อตกลงการค้าเสรี​ ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงกลไกการตลาดกระทบชาวไร่อ้อย​ หากยังยืนยันที่จะไม่ให้ขึ้นราคาน้ำตาล กลุ่มชาวไร่อ้อยพร้อม เดินหน้าปิดโรงงานน้ำตาล ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายน้ำตาลออกจากโรงงาน

ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุว่า ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม. รับทราบแนวทางการลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ ซึ่งจะต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง ในการปรับลดภาษีสรรพสามิตด้วย 

แต่เดิมกระทรวงพลังงานเสนอแนวทางต่อ ครม. ไว้ว่า จะปรับลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ในอัตรา 2.5 บาท/ลิตร แต่หลังจากทำงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้รับทราบจากกระทรวงการคลังว่า ภาษีสรรพสามิตไม่ได้แบ่งแยกระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 แต่อย่างใด กระทรวงการคลังเห็นว่าไม่สามารถปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทในอัตรา 2.5 บาท/ลิตรได้

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า เมื่อหาทางออกร่วมกัน ที่ประชุม ครม. จึงเห็นชอบให้ปรับลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ทั้ง 91 และ 95 ในอัตราเท่ากันที่ 1 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 7 พ.ย. 66 เป็นเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ ครม. เสนอให้กระทรวงพลังงาน บริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มเติม ตลอดจนจะบริหารจัดการลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ให้ลดลงอีก 1.5 บาท/ลิตร ให้เป็น 2.5 บาท/ลิตร ตามที่เสนอไว้ โดยพยายามจะทำให้ทันวันที่ 7 พ.ย. 66 ต่อไปด้วย

‘เศรษฐา‘ แย้มมีข่าวใหญ่แถลงที่ กอ.รมน. วอนรอดิจิทัลวอลเล็ตสะเด็ดน้ำก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562328

31 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา‘ แย้มมีข่าวใหญ่แถลงที่ กอ.รมน. วอนรอดิจิทัลวอลเล็ตสะเด็ดน้ำก่อน

‘เศรษฐา’ แย้มมีข่าวใหญ่แถลงที่ กอ.รมน. วอนให้รอดิจิทัลวอลเล็ตคุยกันสะเด็ดน้ำก่อนค่อยสรุป พร้อมเคาะเงินช่วยแรงงานไทยเพิ่ม ส่ง ‘ปานปรีย์‘ เกาะติดปล่อยตัวประกัน

วันที่ 31 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงความเห็นการเลื่อนระยะเวลาแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่า จริงๆแล้วมันเป็นอย่างนี้ มีการให้ข้อมูลที่กระจายไปในหลายคน ตนขอความกรุณาให้รออีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวข้อมูลทั้งหมดจะออกเร็วๆนี้ ทั้งเรื่องของจำนวน และเรื่องของคนรวยได้หรือไม่ได้ เท่าไหนถึงจะเป็นคนรวย เรื่องของระยะทาง ระยะเวลา และการใช้งบประมาณส่วนไหนอย่างไร เดี๋ยวจะมีการชี้แจงหนเดียวเลย จะได้ไม่ต้องสงสัย

นายเศรษฐา ยังกล่าวว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพูดถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคง และสถานทูตไทยประจำอิสราเอลว่าการต่อสู้ไม่ได้เบาบางลง แต่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น ปฏิบัติการภาคพื้นดินก็ยังมีต่อเนื่อง รวมถึงการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดก็มีต่อเนื่อง ทำให้ความอันตรายยังอยู่มาก เราจึงยืนยันต่อไปว่าอยากให้พี่น้องคนไทยกลับมา ซึ่งต้องเป็นการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อดูว่าเหตุผลที่ไม่กลับมาคืออะไร ซึ่งก็เป็นเรื่องการเงิน วันนี้ได้มอบให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลงว่าเรามีรายละเอียดช่วยเหลืออย่างไร แต่หลักๆ มีสองเรื่อง คือแรงงานที่กลับมาแล้ว หรือที่กำลังจะกลับมาจะได้เงินชดเชยคนละ 50,000 บาท และจะได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาวไม่เกิน 150,000 บาท 

นอกจากนี้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปที่ประเทศการ์ตา และประเทศอียิปต์ เพื่อที่จะรับทราบข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อช่วยเหลือเจรจากับกลุ่มชนที่จับคนไทยเป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับประธานรัฐสภาไทย นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา และผู้บัญชาทหารสูงสุด รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ อีก และเพื่อลดความสับสน “ท่านรองนายกฯ บินไปเจรจาด้วยตัวเอง จะช่วยเหลือได้อย่างมาก” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกฎหมายสมรสเท่าเทียมว่า มีการนำหลักการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอทำประชามติ คาดว่าสองสัปดาห์เข้าสู่กระบวนการต่อไปได้ 

นานเศรษฐา กล่าวถึงเรื่องการควบคุมราคาสินค้าโดยเฉพาะราคาน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของหลายสินค้า บริโภคทั้งหลาย ก็มีการนำกลับมาเป็นสินค้าควบคุม เพื่อที่จะควบคุมราคาไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ยังมีเรื่องของราคาน้ำมัน ที่วันนี้มีการลดราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งจะให้โฆษกรัฐบาลแถลงรายละเอียด 

นายเศรษฐา ยังกล่าวต่อว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พูดถึงการเปิดวีซ่าฟรีอีกสองประเทศ คือประเทศอินเดีย และไต้หวัน เพราะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก นี่คือเรื่องหลักในการประชุมวันนี้ ส่วนเรื่องวีซ่าฟรีที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะเป็นระยะยาวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่าให้ 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม

เมื่อถามว่าเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะกำชับหรือตั้งบุคคลใดมาให้ข้อมูลโดยตรง นายเศรษฐา ตอบว่าเป็นคำเสนอแนะที่ดี ซึ่งจะมีการพูดคุยกัน ตนก็คิดอยู่เหมือนกัน ซึ่งเดี๋ยวก็จะมีการบอกทั้งรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง 

เมื่อถามว่าหากเมื่อได้ข้อสรุปครบถ้วนแล้วนายกรัฐมนตรีจะแถลงด้วยตัวเองเลยหรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่าใช่ครับ ก็จะแถลงพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีนักท่องเที่ยวไทยเดินไปประเทศเกาหลีใต้ แล้วถูกเจ้าหน้าที่ ตม. กักตัวไว้ ไม่ให้เข้าประเทศ นายเศรษฐา บอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยได้ยินเลย เดี๋ยวจะลองไปถามดู “จะไปถามให้ก็แล้วกัน”

เมื่อถามถึงแนวทางยุบ กอ.รมน. นายเศรษฐา ระบุว่า เรื่องนี้ใครเป็นคนพูด ก็คงเป็นแค่เพียงความเห็นส่วนตัว อย่างวันนี้ตนก็จะไปประชุมที่ กอ.รมน. และก็มีข่าวใหญ่ที่จะแถลงด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี และเห็นว่าไม่ต้องไปยุบอะไรเลย ตนจะไปมอบนโยบายให้

ปรับเกณฑ์ครอบครอง ‘ยาบ้า’ รอกันมานานแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562321

31 ต.ค. 2566

ปรับเกณฑ์ครอบครอง 'ยาบ้า' รอกันมานานแล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ว่าการปรับเกณฑ์ ครอบครอง ‘ยาบ้า’ ที่ไม่ต้องรับโทษอาญาในฐานะ ‘ผู้เสพ’ กลั่นกรองมาอย่างดี

การปรับเกณฑ์การครอบครองยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ดให้เป็นให้ถือว่าเป็นผู้เสพไม่ต้องรับโทษทางอาญา ได้รับการอธิบายจาก พ.ต.อ. ทวี สอดส่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า เป็นมาตรการ ที่เกิดขึ้นจากการประชุมร่วมกัน ของกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ และภาคีเครือข่าย โดยใช้หลักวิชาการกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ให้ผู้ปฏิบัติได้มีแนวทาง

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม

ปัจจุบันตามประมวลกฎหมายยาเสพติดยังไม่มีกำหนดเกณฑ์การครอบครองยาเสพติด ว่าจำนวนเท่าไหร่จะเข้าข่ายการเป็นผู้ค้า ซึ่งในรัฐบาลที่แล้ว เคยมีการเสนอให้กำหนดครอบครองเกิน 15 เม็ด เป็นผู้ค้า แต่ไม่มีการแก้ไขอย่างใด กฎกระทรวงฉบับนี้รอมานาน เราใช้หลักวิชาการ โดยมีแพทย์มาร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับปริมาณสารเสพติดเมื่อเข้าสู่ร่างการจำนวนเท่าไหร่จึงจะส่งผลทางจิตเวช โดยเห็นว่า การเป็นผู้ป่วยผู้เสพยาไม่เกิน 10 เม็ดเข้าข่ายผู้ป่วย

พล.ต.อ.ทวี ยอมรับว่าที่ประชุมมีการหารือ เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ค้าที่อาจใช้ช่องโหว่ในการอ้างว่า ครอบครองไม่เกิน 10 เม็ด จึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์พฤติกรรมของผู้ค้า หากเข้าข่ายครอบครองเม็ดเดียวก็ถือว่ามีความผิด เพราะว่าก่อนจะมีการจับกุมเจ้าหน้าที่จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันในแนวทางนี้ แต่ก็มีตำรวจบางนายมองว่า การกำหนดเกณฑ์จำนวนนี้มากเกินไปหรือไม่ แต่ก็ไม่มีการสะท้อนว่ามาตรการดังข่าวจะทำให้มีการปฏิบัติหน้าที่ได้ยากขึ้น

ส่วนที่สังคมมองว่าการกำหนดให้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพ ส่งผลกระทบต่อปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดหรือไม่นั้น เราเปลี่ยนแนวคิดว่าผู้เสพถือเป็นผู้ป่วย แล้วเราเห็นว่ามาตรการนี้ถือเป็นมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเห็นพ้องต้องกัน ไม่ได้กำหนดขึ้นมาโดยใช้ความรู้สึก