‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560697

10 ต.ค. 2566

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

‘สส.อีสาน’ เพื่อไทย รวมตัวจ่อตั้งกระทู้ ถาม รมว.ต่างประเทศ ปมช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล กลับบ้านเกิด ชี้ เป็นชาวอีสานกว่า 4 หมื่นคน ‘สส.วัชระพล’ โอดเห็นคราบน้ำตาครอบครัวแรงงาน ด้าน ‘สส.ชนก’ รับเห็นชาวบ้านสุดสะเทือนใจ มองสภาฯ ทางแก้ปัญหา แค่ได้หารือ 2 นาทีก็มีค่าแล้ว

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล,น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย,นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี,นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี และ สส.อีสาน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่เตรียมเสนอญัตติและตั้งกระทู้ถามในสภา เรื่องการช่วยเหลือ “แรงงานไทย” ในอิราเอล

โดยน.ส.ขัตติยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในประเทศอิสราเอล รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งประกาศไปเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ต.ค. 2566) เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย มีผู้เสียชีวิตนับ 1,000 ราย และหนึ่งในนั้นมีประชาชนพี่น้องคนไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ ยังมีพี่น้อง “แรงงานไทย” ถูกจับเป็นตัวประกัน รวมถึงตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก และรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทำให้เราเห็นว่าจำนวน “แรงงานไทย” ที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้น มีจำนวนนับ 10,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นพี่น้องที่มาจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานีหรืออุบลราชธานี

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ในเบื้องต้น สส.พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งในวันพฤหัสนี้ (12 ต.ค. 2566) พรรคเพื่อไทยจะยื่นเป็นกระทู้ถามสด ถึงมาตรการความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(รมว.กต.)

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ขณะที่นายวัชระพล กล่าวว่า ชาวอีสานได้มาให้กำลังใจกัน เพราะคนอีสานที่ไปทำงานอิสราเอลมากถึง 19,000 คน และถ้าลงลึกไปมากกว่านั้น พี่น้องชาวอุดรธานีจังหวัดที่ตนเป็นตัวแทน มีพี่น้องไปทำงานสูงถึง 4,012 คน และหากลงลึกไปถึงเขตเลือกตั้ง มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกตนที่เป็นผู้แทนที่มาจากประชาชน จะต้องนำความเดือดร้อนไปปรึกษาหารือและตั้งกระทู้ถามสดถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในความช่วยเหลือต่างๆ

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนมาค่อนข้างเยอะ และลงพื้นที่พบปะของทั้งผู้สูญเสียผู้ได้รับผลกระทบด้วย

“ผมได้สัมผัสได้เห็นแววตา ได้เห็นคราบน้ำตา ได้เห็นไอมือที่เย็นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ หรือจากลูก จากภรรยา จากสามี ดังนั้น ในวันพฤหัสนี้ สส. พรรคเพื่อไทยได้นำข้อมูลส่งมาที่ผม แล้วจะให้ผมเป็นตัวแทนในการยื่นกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” นายวัชระพล กล่าว

ด้านน.ส.ชนก กล่าวว่า ตนก็ได้รับการร้องทุกข์จากแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งจังหวัดหนองคายจะมีแรงงานไทยที่ไปอิสราเอลมากถึงอันดับ 3 ของประเทศ จากการร้องทุกข์นี้ รายงานไทยผู้ประสบภัยส่งทั้งเสียงคลิปและข้อความที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว ตนก็สะเทือนใจ ผู้ที่ไปเป็นผู้ยากจน บางคนต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อที่จะเอาแรงงานตัวเองมาเลี้ยงดูครอบครัว มองว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือสภาผู้แทนราษฎร เพียงแค่ 2 นาทีก็มีความหมายกับเรา เราจะนำเรื่องนี้หารือในสภาทันทีวันพุธนี้ (11 ต.ค.66) และในวันพฤหัสบดีสามารถเสนอในวาระอื่นๆได้ก็จะเสนอเป็นญัตติ

“ทาง สส.พรรคเพื่อไทย รัฐบาลไทย นำโดยนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งคนไทยที่นู่น เราจะเผชิญหน้ากับภาวะสงครามและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยให้เดินทางกลับมาด้วยสวัสดิภาพ ท่านใดที่สูญเสีย ดิฉันมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะมีการเยียวยา ซึ่งจากการตั้งกระทู้ในวันพฤหัสบดีนี้ ทุกคำถามจะได้คำตอบ” น.ส.ชนก กล่าว

ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า ในฐานะรองประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับข้อมูลใหม่จากกระทรวงแรงงาน ทราบว่าแรงงานชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 18 คน ขณะนี้ได้แยกกลุ่มแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่อันตรายประมาณ 5,000 คน ขณะที่กองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ คนละ 15,000 บาท กรณีบาดเจ็บจะได้รับเงินก้อน จำนวน 1.4 ล้านบาท กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินจำนวน 30,000 บาทต่อเดือน แต่หากบาดเจ็บเกิน 20% จะได้เงินเยียวยารายเดือนตลอดชีวิต

ส่วนกรณีเสียชีวิต คู่สมรสและบุตรจะเป็นผู้รับเงินแทนจนกว่าจะสมรสใหม่ รวมแล้วจะได้รับประมาณ 34,000 บาทต่อเดือน และกรณีจัดการศพที่เสียชีวิตจากต่างประเทศ รายละไม่เกิน 40,000 บาท

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีแรงงานชาวไทยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดอุดรธานี กระทรวงแรงงงาน จะให้มีการตั้งวอรูม เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลืออยู่ที่จังหวัดนั้นๆ โดยไม่ต้องประสานมายังกรุงเทพฯ เพื่อให้มีความสะดวกรวดเร็ว

‘ครม.’ ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560675

10 ต.ค. 2566

'ครม.' ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.สอบตก ขึ้นแท่น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’แล้ว นฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ ได้ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย มติ ‘ครม.’ ล่าสุดวันนี้

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี
ครม.) ที่สำคัญวันนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการเมือง 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต สส.เพื่อไทย ขึ้นแท่นเป็นที่ปรึกษานายกฯ นางนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ อดีตเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย และ นาย สยาม บางกุลธรรม ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปี กระทรวงมหาดไทยและสภากาชาดไทย 3 รายการ เป็นงบผูกพันรวม 5,088 ล้านบาท สร้างสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำของกระทรวงมหาดไทย ที่จังหวัดปัตตานี 1,030.96 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการขออนุมัติสร้างอาคารและเครื่องมือผลิตวัคซีน ของสภากาชาดไทย รวมกว่า 4,000 ล้านบาท

ในส่วนการควบคุมอาวุธปืนห้ามผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาติให้มีการพกพาอาวุธปืน ตรวจสอบการจำหน่าย อาวุธปืน อุปกรณ์ ส่วนควบ กระสุนปืน และการฝึกซ้อมยิงปืนที่ผู้ควบคุมในสนามยิงปืน ต้องตรวจสอบอาวุธ ที่นำมาใช้ฝึกซ้อม กระสุนที่ใช้ฝึกซ้อม รวมถึงการดำเนินการให้มีขึ้นทะเบียนสิ่งเทียมอาวุธปืน ก่อนมีประกาศ

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560655

10 ต.ค. 2566

'อนุทิน' สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตไม่มีกำหนด สนามชนไก่ ดอนตูม จ.นครปฐม หลังเกิดเหตุเซียนไก่ก่อเหตุยิงกันเสียชีวิต ลั่น แม้มีกระแสข่าววิ่งเต้นรีบขอเปิดสนามชนไก่ ย้ำไม่ได้เปิดแน่นอน

10 ต.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ที่มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต
 

นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่สนามชนไก่ ดังกล่าวขั้นต้นต้องดำเนินการปิดสนามไก่ชน ที่เกิดเหตุก่อน ใครจะไปขอนายอำเภอให้เปิดชั่วคราวไม่สามารถทำได้ คนที่มีเรื่องคือผู้ที่ไปเช่าสนาม แล้วเกิดการทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย จึงบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงกัน 

ส่วนกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ ได้ถอนใบอนุญาต แก่สนามไก่ชนแห่งนี้แล้ว ท่ามกลาง กระแสข่าวเรื่องมีการวิ่งเต้นเพื่อให้เปิดกิจการใหม่ ความผิดของสนามไก่ชน คือไม่ควบคุมให้ดี 

สนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐมสนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

ผูัสื่อข่าวถามว่า มีการไปบอกว่าสนามแห่งนี้ เป็นของนักการเมือง หรือนักการเมืองมีหุ้นอยู่ มีการโทรขอไปที่นายอำเภอให้เปิด นายอนุทิน ย้ำว่า “ไม่ต้องโทรหรอก ไม่ได้เปิดหรอก

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สนามไก่ชนเอง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง จริงๆ ระเบียบสามารถปิดสนามไก่ชนได้หมด ถ้าเข้าไปแล้วไม่มีการป้องกันให้ดี ปล่อยให้มีการทะเลาะวิวาท มีเหตุรุนแรง มียาเสพติด ก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษ

‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ‘เสียชีวิต’ 18 คนแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560642

10 ต.ค. 2566

'แรงงานไทย' ใน 'อิสราเอล' 'เสียชีวิต' 18 คนแล้ว

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ มี ‘แรงงานไทย’ ‘เสียชีวิต’ จากความรุนแรงใน ‘อิสราเอล’ 18 คนแล้ว เริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันพรุ่งนี้

นาย จักรพงษ์ แสงมณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ ยืนยันว่า การอพยพแรงงานไทยในอิสราเอล กลับประเทศ อยู่ระหว่างวันที่ 11 – 18 ตุลาคมนี้ โดยมีผู้ที่แจ้งความจำนง ต้องการเดินทางกลับกว่า 3 พันกว่าคน ยังประสงค์ทำงานต่อต่อ หลักร้อย  โดยมีรายงานคนไทยเสียชีวิต จากความเหตุโจตีที่อิสราเอล 18 รายแล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลว่า ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศอิสราเอลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งในช่วงบ่ายทูติไทยในกรุงเทลอาวีฟ จะรายงาน สถานการณ์ล่าสุดให้ได้ทราบ และเข้าใจว่าขณะนี้เครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ พร้อมยอมรับว่าการเข้าไปในพื้นที่เป็นเรื่องที่ยากอยู่

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี

โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนจับตาเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นห่วงคนไทยที่อยู่ที่นั่น ตอนนี้มีคนไทยที่แสดงความจำนงจะเดินทางกลับมาตามที่กระทรวงแรงงานรายงานมาคือ 1,099 คน  และในวันที่ 12 ตุลาคมก็จะมีบางส่วนที่จะเดินทางกลับมา 15 คน

ส่วนที่มีรายงานการซื้อขายแรงงานไทย ที่ประสงค์จะกลับประเทศไทยส่งต่อให้กับนายจ้างคนใหม่ จะมีการประสานงาน ดูแลกันอย่างไรนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกส่วนในกรุงเทลอาวีฟ  ทำงานกันอย่างเต็มที่ วางจุดประสานงานแต่ละจุดไว้

แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล อยู่ในพื้นที่กว้าง และจุดที่เกิดเหตุก็ยากลำบากในการติดต่อ ก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่ และได้ทราบข่าวบางส่วน จากที่มีคนลงในโซเชียล เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่เราห่วงและพยายามให้การช่วยเหลืออยู่

พรรคเป็นธรรม ระรื่น ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’เข้าสังกัด ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560626

09 ต.ค. 2566

พรรคเป็นธรรม ระรื่น 'ปดิพัทธ์ สันติภาดา'เข้าสังกัด  ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

เลขาธิการ “พรรคเป็นธรรม ” สุดประทับใจ ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรค ลั่นพร้อมเดินหน้าจับมือในการทำงานร่วมกัน ด้วยหลักคิด “มนุษยธรรมนำการเมือง” ออกรับแทนมั่นใจการทำหน้าที่ในสภาฯ จะวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างพรรคใด

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ  และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม  เปิดเผยว่า การแสดงเจตจำนงของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ต่อการเข้ามาร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม เป็นเรื่องน่ายินดี ในส่วนของ “พรรคเป็นธรรม”  พร้อมเดินหน้าทำการเมืองร่วมกับ นายปดิพัทธ์ เช่นกัน  ทั้งยังเห็นว่า ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ 2 คือตำแหน่งรองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องคงไว้ด้วยหลักการที่สำคัญที่ได้นำเสนอไว้ในการทำงานทางการเมือง คือ  “มนุษยธรรมนำการเมือง”

ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง (Humanity) โดยไม่สามารถเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ (Impartiality) และจำเป็นต้องเป็นกลางในการทำงาน (Neutrality) โดยสามารถทำงานอย่างมีอิสรภาพได้และไม่ถูกครอบงำโดยฝ่ายใด (Independence)     อยากให้ความมั่นใจว่าไม่ต้องกังวลว่าการทำงานของรองประธานสภาฯ คนที่ 1   ว่าจะเอนเอียงให้พรรคการเมืองใดๆ เพราะนายปดิพัทธ์ ต้องทำหน้าที่มิได้ต่างจาก ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คนที่ 2 อยู่แล้ว

” ผมเชื่อมั่น และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยหลายล้านคนเชื่อมั่นในตัวคุณหมออ๋อง  ( ปดิพัทธ์ สันติภาดา  ) ที่ได้แสดงผลงานการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 อย่างไร้ที่ติ ตามหลักการที่ผมเอามาอ้างอิง คือ มนุษยธรรมนำการเมือง ซึ่งผมก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันว่ามีนักการเมืองร่วมอุดมการณ์กับผม ได้ปฏิบัติตนอย่างเดียวกันมาโดยตลอด และยิ่งรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง เมื่อคุณหมออ๋องตัดสินใจเข้าร่วมพรรคเป็นธรรม”

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดการแสดงจุดยืนของตนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะในเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด คือ การไม่ตระบัดสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาขน การยึดมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และการยึดถือคำสัตย์ไว้เป็นที่ตั้ง  “โปรดจงมั่นใจและเชื่อใจการทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไประหว่างคุณหมออ๋องและตัวผม ที่จะเอาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง” นายกัณวีร์ กล่าว

อนึ่ง  การเข้าร่วมพรรคเป็นธรรม ของนายปดิพัทธ์  สันติภาดา  จะมีขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา

พรรคเป็นธรรม ระรื่น 'ปดิพัทธ์ สันติภาดา'เข้าสังกัด  ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ตำรวจสอบแจ้งข้อหาเอี่ยวคดียา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560622

09 ต.ค. 2566

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว 'อุปกิต' ให้ตำรวจสอบแจ้งข้อหาเอี่ยวคดียา

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ตำรวจสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่ม ในคดียาเสพติด ตามเอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา มาตรา 125

ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) มีการลงมติเรื่องด่วน “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ทำหนังสือ ขอออกหมายเรียก นายอุปกิต ปาจรียางกูร สว. ไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา แต่รัฐธรรมนูญกำหนด ต้องได้รับความเห้นชอบจากสภาก่อน หากอยู่ในช่วงสมัยการประชุม

ปรากฎผลลงมติ เสียงข้างมาก 174 ต่อ 7 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง ไม่เห็นชอบอนุญาตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำตัวนายอุปกิตไปทำการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา ตามมาตรา 127 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายเรียกตัวนายอุปกิต เพื่อไปสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 

ขณะที่นายอุปกิต ชี้แจงยืนยัน ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่ถูกกล่าวหามีการฟอกเงินไปแล้ว เพราะลาออกก่อนมาทำหน้าที่วุฒิสภาเมื่อปี 2562 ซึ่งได้ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ก่อนจะยอมรับว่า ทุกข์ทรมานมากว่า 1 ปี บุคคลที่รู้จัก และลูกเขย ถูกจับ รวมทั้งยังถูกกลั่นแกล้งจากหลายฝ่าย พร้อมกับบอกว่า ได้ฟ้องกลับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เคยอภิปรายว่าเกี่ยข้องขบวนการค้ายาเสพติด โดยมี 2 คดีความ 

ทั้งนี้นายอุปกิต ตั้งข้อสังเกตุ กระบวนการออกหมายจับ ขั้นตอนในชั้นอัยการ ผิดจากธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะมาจากตระกูลที่รับใช้แผ่นดินมา 3 ชั่วอายุคน บิดาตนเป็นอดีตทูต 6 ประเทศ ตนและครอบครัวตระหนักถึงบุญคุณแผ่นดิน ไม่มีวันทำอะไรเลวร้ายตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมแสดงเจตนาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องรอปิดสมัยประชุมวันที่ 30 ตุลาคมนี้ เพราะไม่ประสงค์ให้ใครเอาไปเป็นประเด็นวิจารณ์วุฒิสภา

ขณะที่การอภิปรายสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ มองว่า เอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา มาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถขอสละได้ เพราะเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาที่ต้องทำหน้าที่ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา สามารถได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง  นอกจานี้หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกว่า นายอุปกิตมีความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องออกหมายเรียกและหากมีความผิดจริง ขอให้เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย

‘รมช.กต.’ ยืนยัน ไทยเป็นกลาง เร่งประสานอพยพคนไทยใน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560608

09 ต.ค. 2566

'รมช.กต.' ยืนยัน ไทยเป็นกลาง เร่งประสานอพยพคนไทยใน 'อิสราเอล'

‘รมช.กต.’ ตอบกระทู้ถามสด ยืนยันไทยเป็นกลาง ระหว่าง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ ขอ 2 ฝ่ายเจรจาอย่างสันติ พร้อมเร่งประสานประเทศใกล้เคียงเตรียมอพยพคนไทยกลับ

ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่อง การดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อสถานการณ์โจมตีระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนายกรัฐมนตรี

นายสุวัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในวินาทีนี้ คือเราแข่งขันกับทุกเวลาทุกขณะ คือความปลอดภัยของชีวิตพี่น้องชาวไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านร่วมกันสวดมนต์ภาวนา ตั้งจิตอธิฐานขอพรพระ ตามแต่ที่ท่านจะศรัทธา ให้พี่น้องที่ยังตกค้างอยู่ในสถานการณ์สู้รบปลอดภัย เชื่อว่าการส่งพลังจิตไปช่วยคุ้มครองพี่น้องของเรานั้น นอกจากจะเป็นการช่วยให้ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คับขันมีสติ มีความเป็นตัวของตัวเอง และสามารถนั่งคิดไปอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย เพราะผมเองเคยเป็นหัวหน้าทีมที่เข้าไปช่วยอพยพชาวไทยออกจากเลบานอนเมื่อปี 2549
 

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ความปลอดภัยจะไม่สามารถทำได้ ถ้าปราศจากการดำเนินงานจากฝ่ายบริหาร มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ การที่เรามีพี่น้องคนไทยอยู่ร่วม 30,000 คน ดำเนินงานใดๆ การกล่าวถ้อยแถลง หรือแม้กระทั่งการกล่าวท่าทีมีความสำคัญ หากเรากล่าวไปเอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แน่นอนย่อมมีอีกฝ่ายตรงข้ามที่อาจความรู้สึกที่ไม่ดีกับเราเช่นเดียวกัน

จึงอยากให้ดูความเหมาะสมในการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะทำอย่างไรในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ การทูตมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการเจรจาหาทางผ่านมิตรประเทศให้ช่วยเหลือเอาตัวประกันออกมาจากพื้นที่ 

นายสุวัฒน์ ย้ำว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะยอมรับการก่อตั้งรัฐอิสราเอล แต่ขณะเดียวกันเราก็เพิ่งยอมรับการมีอยู่ของรัฐบาลปาเลสไตน์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตนอยากจะฝากรัฐมนตรีไปถึงรัฐบาลว่า ลองช่วยคิดดูว่าเราต้องมีแผนต่อไปว่าการสู้รบนี้จะยืดเยื้อมากน้อยแค่ไหน และการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยอย่างไร เรามีการร่วมมือกับมิตรประเทศอาเซียนในการช่วยเหลือหรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการแสดงความเห็นที่เร็วไปหรือเอียงไป เพราะเรายังมีพี่น้องคนไทยที่อยู่ที่นั่น อยากให้รัฐมนตรีกรุณาให้ข้อมูลด้วยว่าพี่น้องคนไทยส่วนไหนอยู่ที่ใด รวมถึงช่องทางเจรจามิตรประเทศได้คิดอย่างไร

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยืนยันวางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด ซึ่งสนับสนุนแนวทาง 2 รัฐ (2 State Solution) คือรัฐอิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กัน เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศและข้อตกลงสหประชาชาติ UNSC โดยเห็นความจำเป็นที่รัฐอิสราเอลและปาเลสไตน์จะต้องเจรจากัน แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อความมั่นคงและสันติภาพที่ยั่งยืน รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและสันติ ซึ่งจะบรรลุได้ด้วยการเจรจาอย่างสันติเท่านั้น

ประเทศไทยหวังว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาบรรยากาศการเจรจา ซึ่งจะเป็นการรักษาโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงอย่างสันติ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประนามความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ ถูกลักพาตัว โดยขณะนี้การปกป้องดูแลความปลอดภัยของคนไทย และนำคนไทยกลับสู่บ้านเกิดอย่างปลอดภัยในโอกาสแรกที่ทำได้เป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล

โดยรัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลสันติภาพ ความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการปล่อยตัวชาวไทยที่ถูกจับกลุ่มออกมาอย่างปลอดภัย ขณะนี้รัฐบาลกำลังเจรจากับทางรัฐบาลปาเลสไตน์และอียิปต์ เพื่อช่วยคนไทยที่อยู่ที่นั่น นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศเปิดรับเรื่องผ่านฮอตไลน์ที่มีอิสราเอลและไทย ซึ่งต้องขอขอบคุณ สส. ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ส่งข้อมูลมาที่กระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนของการช่วยเหลือ เครื่องบินที่จะอพยพคนไทยที่มีจำนวนแรงงานถึง 30,000 คน การจัดการลำดับความสำคัญจัดการขนส่งทุกอย่าง ตั้งแต่ภายในประเทศ มีการวางแผนกันไว้แล้วว่า ถ้าอิสราเอล สามารถให้เราเอาเครื่องบินลงได้ เราก็จะเอาเครื่องลงที่นั่น แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะไปทางประเทศรอบๆ เช่น จอร์แดนหรือบาห์เรน


“ผมขอยืนยันในสภาว่า เราใช้ทุกวิถีทาง ทุกหน่วยงานที่เราทำได้ในการพาคนไทยกลับมา แม้กระทั่งมี 30,000 คน ก็ทราบว่าเป็นจำนวนที่เยอะ เราได้คุยกับทางกองทัพ ภาคเอกชน เพื่อที่จะให้มีช่องทางในการหาคนให้ทุกคนกลับมาให้ได้” นายจักรพงษ์ กล่าว

ได้ฤกษ์ 10.00 น. พรุ่งนี้ ‘หมออ๋อง’ เปิดตัวเข้าพรรค ‘เป็นธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560606

09 ต.ค. 2566

ได้ฤกษ์ 10.00 น. พรุ่งนี้ 'หมออ๋อง' เปิดตัวเข้าพรรค 'เป็นธรรม'

ย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ พรรค ‘เป็นธรรม’ วันพรุ่งนี้ ‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา นัดหมาย แถลงข่าว ด้วยเงื่อนไข3 ข้อ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง รองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ข้อความผ่านทาง X มีเนื้อหาว่า “ผมจะสมัครเข้า #พรรคเป็นธรรม วันอังคารนี้ 10.00 น. ด้วยหลัก 3 ข้อ

  1. สนับสนุนการปฏิรูปรัฐสภาให้โปร่งใส ประสิทธิภาพสูง และเป็นของประชาชน
  2. ไม่ตระบัตสัตย์ ผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน
  3. สนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่แท้จริงในภาคใต้

การย้ายพรรคของปดิพัทธ์ เกิดจากพรรคก้าวไกล มีมติขับออก เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยเตรียมแถลงข่าวย้ายร่วม พรรคเป็นธรรม ในวันพรุ่งนี้ 10 ต.ค. ที่อาคารรัฐสภา พร้อมกับแท็กบัญชี X ของ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรมว่า พร้อมเดินทางแล้วครับ @nolkannavee

‘ชาดา’ ลั่นปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’ สลายอาณาจักร เตรียมขึ้นบัญชีคนครอบงำความคิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560593

09 ต.ค. 2566

'ชาดา' ลั่นปราบ 'ผู้มีอิทธิพล' สลายอาณาจักร เตรียมขึ้นบัญชีคนครอบงำความคิด

‘ชาดา’ ขอนำทักษะลุย’ปราบผู้มีอิทธิพล’ ไม่ให้เหลืออาณาจักร เพิ่มความเข้มระบุพฤติกรรม พร้อมเตรียมขึ้นบัญชีคนที่ครอบงำความคิด

ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา นายวันชัย สอนสิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถาม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการ “ปราบผู้มีอิทธิพล” ว่า 
ขอใช้คำพูดตรงๆ ในฐานะที่ท่านเป็นนักเลง คงไม่โกรธ มีคำถามจากพี่น้องประชาชนต่อการดำเนินการในเรื่องนี้ ที่รู้สึกว่า เอานักเลงมาปราบนักเลง เอาเจ้าพ่อมาปราบเจ้าพ่อ เอาผู้มีอิทธิพลแห่งจังหวัดอุทัยธานีมาปราบผู้มีอิทธิพลทั้งประเทศ นี่เป็นความรู้สึกของชาวบ้านว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนหรือแค่การสร้างภาพเท่านั้น รัฐบาลที่แล้วมีอำนาจเต็มเข้ามาก็ลุยแหลกตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ ขายของ เป็นต้น ปราบสักพัก จากนั้นเข้าสู่ปกติเหมือนเดิมทั้งที่มีอำนาจเต็ม 

จึงถามรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มแบบเบ็ดเสร็จมีกองกำลังจัดการแบบนั้นหรือไม่ เพราะผู้มีอิทธิพลในประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากบ้านใหญ่ ที่ครอบคลุม มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น หรือ เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เสียเอง ทั้งหมดนี้ก็เป็นลูกน้องของนักการเมืองใหญ่
 

นายวันชัย กล่าวต่อว่า ไม่มั่นใจนโยบายนี้จะเป็นการทำแบบรูปหน้าปะจมูก ไฟไหม้ฟาง แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังหวังว่านายชาดาจะทำได้ เหมือนที่ทำในจังหวัดอุทัยธานีให้เป็นพื้นที่สีขาว ขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่ในอำนาจที่นายชาดาจัดการได้ด้วยหรือไม่ ทั้งบ่อน ซ่อง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน พนันออนไลน์หวยใต้ดิน เป็นต้น ขนาดสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอีรุงตุงนังกันอยู่ ที่พูดมาทั้งหมด เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า มีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลครอบคลุมประเทศไทยฟังมากลึกมานาน ดังนั้นจึงตั้งคำถามคำว่าผู้มีอิทธิพลที่ชาดาต้องการรับปราบปรามแค่ไหน อย่างไรระดับไหนทั่วประเทศหรือไม่ เพราะเกือบ 1 เดือนที่ตั้งชุดทำงานมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ตนเชื่อมั่นในตัวนายชาดา เพราะเป็นคนพูดมาจากใจนักเลงตัวจริง อยากให้มีผลงานปรากฏอยู่ในประเทศนี้ต่อไป
 

ด้านนายชาดา ลุกตอบกระทู้ว่า เรียกนักเลงผมไม่โกรธ เพราะไม่เหมือนกัน ที่ผ่านมาขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพลหลายครั้ง แต่วันนี้ยังไม่หมดและพัฒนาการขึ้นไปเรื่อยๆ  การทำงานในครั้งนี้จะไม่ทำแบบไฟไหม้ฟางหรือหวือหวา เช่น ไปค้นบ้าน เพราะไม่ก่อให้เกิดอะไรจากประสบการณ์ ก่อนไปเขาก็รู้แล้ว แต่รูปแบบการทำงานของตนจะให้จังหวัดโดยกรมการปกครองทำบัญชีขึ้นมา เดิมมีเพียงชื่อ นาย ก นาย ข ไม่ได้บอกอะไรเลย แต่ครั้งนี้ตนกำชับต้องบอกพฤติกรรมด้วย ถ้าเอาพูดอีก เอาผู้มีอิทธิพลไปติดคุกแล้ว แต่อาณาจักรยังอยู่ ซึ่งเราต้องเข้าไปดำเนินการทั้งหมดให้อาณาจักรล่มสลาย ไม่เช่นนั้นมันก็จะเหมือนเวเนซุเอลาที่ทหารเข้าไปทลายเรือนจำ ในเรือนจำหรูหรามากมาย ถามว่าวันนี้เราไปสู่ขึ้นนั้นได้หรือไม่ นายชาดา ตอบว่า ได้ เพราะตำรวจยังถูกยิงเลย

ส่วนกรณีบ้านใหญ่ปัจจุบันก็ล่มสลายไปเยอะ และก็เชื่อว่าบ้านใหญ่รุ่นใหม่ไม่มาอาศัยผู้มีอิทธิพลแล้ว เพราะประชาชนไม่เลือก ไปข่มขู่แบบในอดีต หรือแจกเงิน ยุคนี้ไม่มีแล้ว ขณะนี้ตนรวบรวมรายชื่อแล้วให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอามารวมกับกรมการปกครอง รวมถึงขอไปทางกระทรวงต่างๆด้วย และจะจัดการเปิดศูนย์ที่ประชาชนสามารถเข้ามาแจ้งได้ เมื่อได้รายชื่อแล้วก็จะต้องดูว่ารายชื่อนี้จริงเท็จอย่างไร

ส่วนที่นายวันชัยถามว่า ปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไร นายชาดา ตอบว่า ได้ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำรายชื่อมา เพราะกลไกของกระทรวงมหาดไทยไม่ลงลึกไปในรายละเอียดไม่มีนายอำเภอ ส่วนต่างจังหวัดให้นายอำเภอร่วมกันกับผู้กำกับสถานีตำรวจ ต่อไปนี้หากเกิดเหตุแม้ยาเสพติดผู้ใหญ่บ้านต้องรู้ ถ้ามีการจับกุมหรือมีปัญหาผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดชอบ

นายชาดา เชื่อว่าตนเองทำได้ แม้ไม่มีกองกำลัง ตนก็จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เจ้าหน้าที่ปกครองเข้าไปดำเนินการและไม่ทำแบบหวืหวา ไม่มีหน้าที่ไปจับกุมใคร ตนมีหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ ข้อหาเดียวก็ว่ากันไปตามข้อหา แต่คนที่มีความผิดหลายข้อหา เป็นตัวสำคัญที่จะเกิดผู้มีอิทธิพลต่อไป ถือว่าเข้าข่ายและสร้างความเดือดร้อน

“ขอให้มั่นใจได้ว่า จะเอาความรู้ทักษะของผม เข้ามาดำเนินการ ผมเป็นคนตรงนะครับ จะมองผม แต่อิทธิพลมี 2 ด้าน คนด้านดีกับอิทธิพลด้านไม่ดี รวมถึงยังมีอิทธิพลทางความคิดที่สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง ก็จะเอาเข้ามาอยู่ด้วย เพราะพวกนี้หนักกว่าผู้มีอิทธิพลที่อยู่ตามต่างจังหวัด ไม่ต้องกลัวเราทำทุกอย่าง” นายชาดากล่าว 

ทีม ‘มหาดไทย’ ลง ‘บ่อนไก่ชน’ ปราบผู้มีอิทธิพล ‘นครปฐม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560595

09 ต.ค. 2566

ทีม 'มหาดไทย' ลง 'บ่อนไก่ชน' ปราบผู้มีอิทธิพล 'นครปฐม'

กระทรวง ‘มหาดไทย’ ยกทีมลงพื้นที่ ‘นครปฐม’ ตรวจสอบ ‘บ่อนไก่ชน’ ต้นเรื่องยิงกันตาย สั่งเพิกถอนใบอนุญาต เจ้าของสนาม 21 ต.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายเข้มกับผู้มีอาวุธปืน จากเหตุการณ์ยิงกันที่บ่อนไก่ชนวรวิชดอนตูม เลขที่ 65 หมู่ที่ 10 ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดฯอธิบดีกรมการปกครอง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วย

คณะ มท.1 ตรวจสอบบ่อนไก่ นครปฐมคณะ มท.1 ตรวจสอบบ่อนไก่ นครปฐม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ไม่ได้มาจับผิดบ่อนไก่ชน เรื่องการพนันแต่อย่างใด แต่มาเพื่อกำชับการปราบปรามผู้กระทำความผิดที่มีอาวุธปืนจากเหตุการณ์ยิงกัน ซึ่งสืบทราบมาว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีเรื่องส่วนตัวมาก่อน และมาใช้สถานที่สนามชนไก่วรวิชดอนตูมแห่งนี้ในการเดิมพัน

ผู้เสียชีวิตมีไก่ชนรองบ่อนแล้วชนะในการเดิมพัน ทำให้ฝ่ายผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ  จึงเกิดการทะเลาะวิวาท ตะลุมบอนกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหยิบปืนที่ซุกซ่อนไว้ในตระกร้าให้น้ำไก่ชนข้างสนามมายิงผู้เสียชีวิตและหลบหนีไป

ในส่วนของการพนันสถานที่ชนไก่ถือว่าถูกกฎหมาย เพราะมีใบอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการชนไก่ถือว่าเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้นายอำเภอดอนตูม ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย สั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เล่นพนันชนไก่ของสนามชนไก่แห่งนี้ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2566 แล้ว

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เล่าว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ พร้อมได้เรียกเจ้าของบ่อนไก่ชนวรวิชดอนตูม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป