โปรดเกล้าฯ ‘พล.อ.อ.สุรพล’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559841

30 ก.ย. 2566

โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

โปรดเกล้าฯ ‘พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ โดยมาเป็น ‘ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม’

30 ก.ย. 2566  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้นายทหารสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ มีใจความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สุรพล พุทธมนต์ นายทหารราชองครักษ์พิเศษพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ
โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งมีชื่อของ พลอากาศเอก สุรพล พุทธมนต์ โดยมาเป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559834

29 ก.ย. 2566

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

‘วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล’ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ปชช.เดือนร้อนกว่า 400 ครัวเรือน ติงจังหวัด-ปภ.จังหวัด ให้รอวันจันทร์ประกาศภัยพิบัติ ต้องโทรฯ จี้ปลัดมหาดไทย ถึงออกประกาศได้ตอนทุ่ม

เมื่อวันที่ 29 กันยายน  2566  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำท่วม เข้าท่วมหลายอำเภอในจังหวัดแพร่ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่วันทั้งวันจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความช่วยเหลืออะไรลงมาเลย ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือไปทางนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีช่วยได้สั่งการมายัง ปภ.จังหวัดทันที 

แต่ทาง ปภ.จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะจะประกาศภัยพิบัติต้องรอวันจันทร์เลย ตนเห็นว่ารอไม่ได้แล้ว จึงต้องโทรศัพท์ไปหาปลัดกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดมหาดไทย ได้โทรศัพท์มาสั่งการ ปภ.จังหวัด อีกรอบหนึ่ง จนถึงเวลา 19.30 น. จึงจะออกประกาศ และจะช่วยเพียง 2 ตำบล เท่านั้น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย

โดยการแจกถุงยังชีพ คือตำบลป่าสักประมาณ 90 ชุด และตำบลสรอยประมาณ 70 ชุดเท่านั้น ทั้งที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อยหลายอำเภอ กว่า 400 ครัวเรือน 

“นี่คือความเป็นความตายของประชาชน แต่ท่านกลับบอกให้รอวันจันทร์ หรืออีก 2 วัน จึงจะออกประกาศให้ได้ ขณะที่จังหวัด ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีการขยับอะไรเลย ให้นายอำเภอวิ่งดูแลช่วยเหลือชาวบ้านไปก่อน ซึ่งไม่ไหว”

เดินหน้า ‘Soft power’ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขวนเที่ยว ‘OTOP’ เมืองทองธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559833

29 ก.ย. 2566

เดินหน้า 'Soft power' 'อุ๊งอิ๊ง' ขวนเที่ยว 'OTOP' เมืองทองธานี

‘อุ๊งอิ๊ง’ อวดเสื้อจากผ้าขาวม้าชาวบ้าน ชวนเที่ยวงาน ‘OTOP’ ดัน ‘Soft power’ ต่อยอด หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จากสมัยพ่อ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก โชว์ชุดที่ใส่ไปงานโอท็อปวันนี้ว่า ตัดจากผ้าขาวม้าของพ่อๆ แม่ๆ ที่ผูกรับขวัญตอนลงหาเสียง และตัดไว้นานแล้วตั้งแต่ตอนท้อง แต่เพิ่งได้หยิบมาใส่เดินงาน OTOP Midyear 2023 โดยบอกว่าคุณภาพผ้าไทยไม่เป็นรองใคร ประณีต ลวดลายสวยสง่า ใส่ผ้าไทยยังไงก็สนุก
 

ภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShinภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShin

งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 1 ตุลาคม 2566 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ที่สุดแห่งภูมิปัญญารังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ตามนโยบายส่งเสริม Soft power ของรัฐบาล

ภายในงานมีการแสดงสินค้า OTOP ที่อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ของมีดีไซน์สวยๆ ทั้ง OTOP Online, OTOP ขึ้นเครื่อง, OTOP Premium Young กิจกรรมทำเปลือกไข่วิจิตรศิลป์ การทำเบญจรงค์ ส่วนทีเด็ดน่าจะเป็น ‘โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ที่จัดแสดงผ้าเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด

มีนิทรรศการเส้นไหม ได้ชมศิลปิน OTOP สาธิตการทอผ้าด้วย ให้บรรยากาศเดียวมหกรรม OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สมัยที่เคยไปกับคุณพ่อและทีมงาน ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนเรื่องต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

เริ่มตั้งแต่ธุรกิจท้องถิ่นส่งต่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงได้จากฐานราก ซึ่งนโยบาย Soft power ที่รัฐบาลและเอกชนหลายภาคส่วนผนึกกำลังกัน ก็นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยผลักดันวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยให้ไปสู่ระดับโลกได้อีกครั้ง

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559823

29 ก.ย. 2566

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

นายกฯเศรษฐา ยอมรับ กรณี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม เสนอ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. ว่าเรื่องนี้เข้าข่ายเป็นการดำเนินการที่ชอบหรือไม่ ระบุชัดด้วยความเป็นปุถุชน ย่อมมีกังวล ย้ำขัั้นตอนทุกอย่าง หารือกันอย่างรอบด้าน ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า กรณี  การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ผบ.ตร. “ กระทั่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้คัดเลือกรายชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวม 9 คน ที่ลงมติให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) และชอบด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 78 หรือไม่    

กรณีดังกล่าว  ถ้าว่าจะระบุว่าไม่กังวลก็ไม่เชิง  เพราะถ้าเกิดอะไรที่เป็นเรื่องลบ ทุกคนที่เป็นมนุษย์ก็ต้องมีความกังวลเป็นธรรมดา แต่ยืนยันว่าทำด้วยความบริสุทธิ์   กระบวนการในเรื่อง  “ผบ.ตร.”  มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนในฐานะประธาน ก.ตร.  ได้เข้าร่วมประชุม และได้มีการเสนอชื่อ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ท่าน และตนเชื่อว่าตามกฎหมายทั้ง 4 ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น ผบ.ตร. และได้มีการพิจารณาในวงกว้าง วันนี้ ตนยังไม่สามารถที่จะพูดชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ได้   เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่ขออธิบายว่าขั้นตอนต่าง ๆได้ มีการอภิปรายในวงกว้างทั้งข้อดีและข้อเสีย และผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุในวันเดียวกันนี้ ก็ได้ให้ข้อมูลทั้งข้อดีและข้อเสียของทุกๆ ท่าน ได้มีการถกกัน คุยกัน

” ผมเองก็ไม่ได้ลุแก่อำนาจ ผมได้รับฟังและวิเคราะห์ดูอย่างถี่ถ้วน และจึงได้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งก็มั่นใจว่าผมมีความบริสุทธิ์ใจ ในการแต่งตั้งครั้งนี้”   นายเศรษฐา  ระบุ

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก ‘สฤษดิ์’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ รวย 236 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559803

29 ก.ย. 2566

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก 'สฤษดิ์' อู้ฟู่ 734 ล้าน 'ลูกนิพนธ์' รวย 236 ล้าน

เปิดทรัพย์สิน สส.ป้ายแดง ‘สฤษดิ์ บุตรเนียร’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ สรรเพชร บุญญามณี รวย 236 ล้าน ที่ดินสงขลา 15 แปลง เงินลงทุนบริษัทอาหารกระป๋อง 40 ล้าน โค 22 ตัว ‘เจ๊รวย’ มี 125 ล้าน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 จำนวน 75 ราย เข้ารับตำแหน่ง สส. จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2566 และกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2566 จำนวน 1 ราย โดยบุคคลที่น่าสนใจ เช่น

สฤษดิ์ บุตรเนียร อู้ฟู่ 734 ล้าน

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เจ้าของโรงเรียนในเครือสายมิตรกรุ๊ป จ.ปราจีนบุรี มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 734,989,364 บาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจเป็นที่ดิน 44 แปลง มูลค่า 548,070,500บาท ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 11 หลัง มูลค่า 171.6 ล้านบาท 

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย

ส่วนใหญ่เป็นอาคารเรียน ที่จ.ปราจีนบุรีและนครราชสีมา ตึกแถวจ.นครราชสีมา ห้องชุดที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) รถยนต์ 15 คัน มูลค่า 5.5 ล้านบาท โดยมีหนี้สิน 78,345,851 บาท จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

ลูกนิพนธ์ รวยอู้ฟู่ 236 ล้าน

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)บุตรชายนายนิพนธ์ บุญญามณีอดีต รมช.มหาดไทย ระบุสถานภาพสมรสกับนางอภิญญา บุญญามณี และมีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน นายสรรเพชญ แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 236,904,100 บาท เป็นทรัพย์สินของนายสรรเพชญ 88,103,529 บาท เป็นทรัพย์สินของนางอภิญญา 148,800,570 บาท และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 119,581 บาท

โดยมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ เงินลงทุนของนายสรรเพชญและนางอภิญญา รวมมูลค่า 152,601,773 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ สยามอินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด ประกอบกิจการผลิต แปรรูป อาหารกระป๋องหรืออาหารพร้อมรับประทานทุกชนิด สงขลา มูลค่า 40,000,000 บาท มีโค 22 ตัว มูลค่า 1,100,000 บาท

ที่ดินของนายสรรเพชญและนางอภิญญา จำนวน 15 แปลง มูลค่ารวม 40,200,000 บาท ทั้งหมดอยู่ที่ จ.สงขลา ทรัพย์สินอื่นของนายสรรเพชญและนางอภิญญา 7 รายการ มูลค่ารวม 15,681,000 บาท ประกอบด้วย เครื่องประดับสุภาพบุรุษและเครื่องประดับสุภาพสตรี นาฬิกา ปืน 6 กระบอก พระเครื่อง 9 องค์ นาฬิกา 4 เรือน ทองคำแท่ง 10 แท่ง นอกจากนี้ นายสรรเพชญแจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,676,072 บาท

เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยเจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย

เจ๊รวย อู้ฟู่ กว่า 125 ล้าน

ขณะที่ เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 125,013,582บาท เป็นทรัพย์สินนางสุขสมรวย 115,138,472บาท ทรัพย์สิน พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร คู่สมรสที่อยู่กันฉันสามีภริยา 9,875,109 บาท 

ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืม 32.1ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินให้นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กู้ยืมถึง 30 ล้านบาท เมื่อปี 2557-2560 

ที่ดิน 28 แปลง มูลค่า 23.3 ล้านบาท ที่ จ.อำนาจเจริญ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6หลัง มูลค่า26 ล้านบาท ที่จ.อำนาจเจริญ รถยนต์ 7 คัน และมอเตอร์ไซค์ 4 คัน มูลค่า 14.5 ล้านบาท 

และทรัพย์สินอื่นๆ พวกทองคำแท่ง 90บาท กำไลทองคำ 4วง สร้อยคอทองคำ 10เส้น ชุดเครื่องเพชร สร้อยไข่มุก นาฬิกา 6 เรือน รวม 18.1ล้านบาท โดยมีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคาและสถาบันการเงินอื่น 16,341.276 บาท

‘อ.เจษฎ์’ มองขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ ‘รองประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559802

29 ก.ย. 2566

'อ.เจษฎ์' มองขับ 'หมออ๋อง' ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ 'รองประธานสภา'

‘อ.เจษฎ์’ มอง ‘ก้าวไกล’ ทำตาม พปชร. ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค ถือเป็นการลดเกียรติภูมิ แต่เห็นด้วย ยก 1 ที่นั่ง ‘รองประธานสภา’ ให้ฝ่ายค้าน

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการและ 1 ในอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีพรรคก้าวไกลรักษาตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”  โดยมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค ว่า หากอ้างจะรักษาไว้ในส่วนของผู้นำฝ่ายค้าน แต่นายปดิพัทธ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง “รองประธานสภา”  ก็เท่ากับว่า ขัดมติพรรค พรรคก็ขับเขาออก แบบนี้ก็ยังพอฟังกล้อมแกล้มได้ แต่โดยรวมมองว่า มีตัวอย่างที่ไม่ดีมาก่อน เพราะพรรคพลังประชารัฐเคยขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อมารับกลับเข้ามาให้เป็นรัฐมนตรี พอมีตัวอย่างแบบนี้ จึงเกิดการทำตาม แบบนี้จะโทษว่ากันลำบาก

ส่วนกรณีการขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคเหมาะสมหรือไม่ ในความเห็นของรศ.ดร.เจษฎ์ มองว่า ไม่สมควร ทำให้ความเหมาะสมและเกียรติภูมิของรองประธานสภาลดลงหรือหายไป

เมื่อถามว่าเป็นการละครของพรรคก้าวไกลหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า โลกคือละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมือง ต่างคนต่างเล่น เพียงแต่ถ้าเล่นไปตามบทบาทที่ควร ทำตามหน้าที่ที่เหมาะสม ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่ จะเป็นละครที่ไม่ดี หากเทียบก็เหมือนที่เรียกกันว่า ละครน้ำเน่า

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องแกในมาตรา 106 ด้วยหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในหลายประเทศให้ตำแหน่งรองประธานสภา 1 ที่นั่งเป็นของฝ่ายค้าน อันนี้ก็สมควร เพราะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งร่วมกันทั้งสภา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือว่าทำงานด้วยกันทั้งหมด เพียงมีสถานะบางประการที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือ สมาชิกสภาเหมือนกัน

“สมมุติเห็นพ้องต้องกันและเหมาะสมว่าน่าจะมีฝ่ายค้านได้สัก 1 ที่นั่งในส่วนของรองประธานสภา ก็คงต้องแก้ แต่ถ้าไม่เห็นเหมาะสมตรงนี้ ก็แล้วแต่จะเห็นตาม ซึ่งเรื่เรื่องการเมืองเชื่อมโยงกับประชาชน และประชาชนก็จับตา เพราะฉะนั้นต้องไปคิดและปรับให้ลงตัว” รศ.ดร.เจษฎร์กล่าว

เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559798

29 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'พิเชษฐ์' รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ร่ำรวยอู้ฟู่ 563 ล้าน ที่ดิน 28 ล้าน พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน รวมของตนเองคู่สมรส และบุตร 563,350,078.36บาท และมีหนี้สิน 1,703,210บาท 

โดยแบ่งเป็นเงินฝากรวมของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คู่สมรสและบุตร 3,236,120.42 บาท ของตนเอง 30,413.11 บาท ของคู่สมรส 3,161,706.19 บาท และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 44,001.12 บาท 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย  563 ล้าน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย 563 ล้าน

ที่ดินของตนเอง 20 แปลง มูลค่ารวม 28,420,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมของคู่สมรส 7 หลัง มูลค่ารวม 9,000,000 บาทรถยนต์ รวม 8 คัน มูลค่ารวม 4,401,457.94 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 3,130,000 บาท อาทิ ชุดแหวน 1,380,000 บาท พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท เป็นต้น

‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ ‘พักโทษ’ ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559791

29 ก.ย. 2566

'ทักษิณ' ไม่มีอภิสิทธิ์ 'พักโทษ' ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

กระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ เหนือนักโทษอื่น ทั้งการรักษาพยาบาลและการขอ ‘พักโทษ’ ชี้ ปีที่ผ่านมา มีกว่า 10,000 คน

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ำถึงการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่โรงพยาบาตำรวจว่า มีกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ตามที่ตนเองได้ชี้แจงไปแล้ว

การพักรักษาตัวของนายทักษิณที่โรงพยาบาล ทั้งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลตำรวจนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับนายแพทย์ใหญ่ หรือนายแพทย์ผู้รักษา โดยที่ผู้บัญชาการเรือนจำไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ ได้ และมองว่า ผู้ที่ไม่เชื่ออาการป่วยของนายทักษิณ ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไรก็จะไม่เชื่อเหตุผล


พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ จะต้องสอดคล้องไปกับสนธิสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งในกฎหมายบัญญัติเนื้อหาไว้ค่อนข้างกว้าง กำหนดเพียงการห้ามหลบหนีการรับโทษ และความไม่ปลอดภัยของผู้ต้องขัง

ส่วนสถานที่ควบคุมตัวจะต้องเป็นไปตามระเบียบของเรือนจำแต่ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการตามหลักนิติธรรม กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ แน่นอน และประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ขณะนี้ เริ่มมีผู้ขอใช้สิทธิรักษาตัว หรือขอพักโทษตามนายทักษิณนั้น พันตำรวจเอกทวี ยืนยันว่า ไม่กังวล และเป็นสิทธิที่นักโทษทุกคนสามารถขอใช้ได้ เพราะเมื่อปี 2565 ก็มีนักโทษขอใช้สิทธิไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 10,000 คน หรือการขอพักโทษ แต่กระทรวงยุติธรรม ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ปดิพัทธ์ ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559792

29 ก.ย. 2566

ปดิพัทธ์  ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล  นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับถึงนาทีนี้ เสียงวิจารณ์ “ก้าวไกล”เป็นเสียเอง กรณีขับออกจากพรรค เพื่อรักษาบทผู้นำฝ่ายค้าน และเปิดทางให้ย้ายไปพรรคอื่น พร้อมตำแหน่งรองประธานสภาฯ โอด มาจากข้อจำกัดรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบไว้

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังพรรคก้าวไกล มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค “ก้าวไกล”  เพื่อให้พรรคก้าวไกล สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎ   กระทั่งเป็นที่มาการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นว่า การขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของพรรคก้าวไกล   เป็นนิติกรรมอำพราง สมคบคิดกัน ไม่ตรงไปตรงมาตามมาตรฐานของพรรคก้าวไกล   

เป็นการกระทำเพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พรรค “ก้าวไกล” เคยวิพากษณ์วิจารณ์ลักษณะดังกล่าวของพรรคการเมืองอื่น แต่สุดท้ายก็กลับทำเอง  ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิที่สังคมจะวิพาษ์จารณ์ ทั้งต่อตนหรือต่อพรรคก้าวไกล   ในมุมของตนเรื่องนี้ไม่ใช่การสมคบคิด ทว่าเป็นข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ ที่พรรคก้าวไกลที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบ ด้วยความยากลำบากแล้ว จึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น 

เมื่อออกมาจากพรรคก้าวไกล  ก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม และยืนยันว่า การเปลี่ยนต้นสังกัด จะไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ และแผนงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน  มั่นใจว่า พรรคก้าวไกล มีบุคลากร และมีความพร้อมในการดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชนจังหวัดพิษณุโลก เขตการลือกตั้งที่ 1  การตัดสินใจครั้งนี้ ได้สอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่ และทั่วประเทศอย่างคร่าว ๆ แล้ว และมั่นใจว่า การทำหน้าที่รองประธานสภาฯ จะสามารถดูแลทุกข์ร้อนของประชาชนชาวพิษณุโลกได้เช่นเดิม   ส่วนการที่ตนจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใด   ต้องคำนึงก็คือพรรคนั้น ต้องมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับตนเอง ไม่สามารถข้ามขั้ว อยู่กับพรรคการเมืองที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของตนได้    นายปดิพัทธ์   กล่าว  

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559774

29 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหาสังคมแตกแยก มองโซเชียลเห็นต่างใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่ทางแก้ ควรใช้ภาษาที่ทุกคนยอมรับกันได้

วันที่ 29 ก.ย.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Next Chapter ประเทศไทย” โดยระบุว่าปัญหาสังคมและความแตกแยกเป็นปัญหาใหญ่หมักหมมมานาน เป็นภารกิจใหญ่ของรัฐบาล เราจึงวางโรดแมปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้กฎกติกาให้อยู่กันอย่างมีสันติ พวกเราทุกคนมีส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะทุกคนมีส่วนทำให้ปัญหาเกิดขึ้นมา 

นายเศรษฐา กล่าวว่าตน ขอพูดในฐานะคนไทย เมื่อเรามีความเห็นต่างไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายแทนที่จะพูดจาด้วยภาษาที่ทุกคนรับฟังกันได้อย่างสบายหู มีมิตรภาพบนความเห็นต่าง แต่ปัจจุบันกลับให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมาก คนแสดงความเห็น และใช้คำพูดที่บาดหัวใจ ฟังแล้วสะอื้นได้พอสมควร แม้จะเป็นเรื่องที่เห็นต่างกันเล็กน้อย 

นายเศรษฐา ระบุว่าตนเองเป็นคนชัดเจน “พูดน้อย ให้ได้ใจความ”  มายืนอยู่ตรงนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง  พร้อมกับยกตัวอย่าง การใช้คำว่า ปฏิรูป สังคายนา หรือล้างบาง ซึ่งตนเห็นว่าทุกคนมีความภูมิใจในองค์กรของตนเอง ทุกองค์กรมีคนดีและคนไม่ดี แต่การใช้คำพูดที่รุนแรง ก่อให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกที่ชัดเจน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหรือไม่ เชื่อว่าการแก้ปัญหาอยู่ที่การกระทำ การเอาสถาบันมาพูดในที่สว่างมีคำพูดที่รุนแรง ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาคือการพูดคุยกันในภาษาที่ทุกคนยอมรับเน้นหนักเรื่องการกระทำ และกระบวนการแก้ไขปัญหาทำให้สังคมดีขึ้น