‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559025

20 ก.ย. 2566

'ศาลรัฐธรรมนูญ' ให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้น

‘ศักดิ์สยาม’ ชิดชอบ ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ให้ส่งเอกสารชี้แจงคดีถือหุ้นบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือหุ้น บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เมื่อ09.30 น.ที่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา

ให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงและจัดส่งพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และกำหนดนัดพิจารณาคดีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

กรณีร้องเรียนนี้ เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

‘สมชัย’ ชี้ ตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน แนะมาคุยกับตนพร้อมสรุปจบใน 3 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559020

20 ก.ย. 2566

‘สมชัย’ ชี้ ตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน แนะมาคุยกับตนพร้อมสรุปจบใน 3 ชม.

‘สมชัย’ ชี้ รัฐบาลตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน ชี้ชุดเก่าทำละเอียดยิบมีเอกสาร 663 หน้า แนะ ‘ภูมิธรรม’ มาคุยกับตนพร้อมสรุปให้จบใน 3 ชม.

วันที่ 20 ก.ย. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตั้งคณะกรรมการแล้วตั้งคณะกรรมการอีก

สมัยคุณประยุทธ์  ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  มีคุณพีรพันธุ์ เป็นประธาน  มีกรรมาธิการรวม 49 คน ล้วนคนมีชื่อเสียง เช่น  รศ. ชูศักดิ์ ศิรินิล  ศ. วุฒิสาร ตันไชย ศ. อุดม รัฐอมฤต  นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา  นายสุทิน คลังแสง

คณะกรรมาธิการ ใช้เวลาไป 8 เดือนเศษ  ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึงเดือนสิงหาคม 2563 ได้เอกสารละเอียดยิบถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงขนาดรายมาตรา เป็นเอกสารยาวถึง 663 หน้า

เรื่องการทำประชามติ  ก็มีกรรมาธิการพิจารณา พรบ.ประชามติ  ประชุมกัน 2-3 เดือน ดูแง่มุมทุกแง่มุมของกม.ประชามติ ก่อนที่รัฐสภา จะผ่านเพื่อประกาศใช้เป็น พรบ.

พี่อ้วน ภูมิธรรม ก็จะตั้งกรรมการใหม่มาศึกษาอีก  ใช้เวลา 3-4 เดือน

เอางี้ไหม คุยกับผม 3 ชม. ผมจะเล่าให้ฟังโดยสรุปถึงทั้งสองเรื่อง เพราะผมเป็นกรรมาธิการทั้งสองคณะ

‘ภูมิธรรม’ ปัดประวิงเวลาดึงทุกภาคส่วนหารือ ปัดตอบยุบสภาหลังแก้ รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559011

20 ก.ย. 2566

‘ภูมิธรรม’ ปัดประวิงเวลาดึงทุกภาคส่วนหารือ ปัดตอบยุบสภาหลังแก้ รธน.

‘ภูมิธรรม’ แจงหลังถูกมองดึงทุกฝ่ายมีส่วนร่วมหารือแก้ รธน.เป็นการประวิงเวลา ปัดตอบแก้เสร็จยุบสภาฯ หรือไม่ เชื่อทันเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอน

วันที่ 20 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนได้พยายามติดต่อคนที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ โดยได้คุยถึงหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราอยากแก้ไขให้สำเร็จและเสร็จสิ้นภายใน 4 ปีที่เป็นรัฐบาล จะเร่งให้เร็วที่สุด ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้อยากให้ปมขัดแย้งเดิมๆ หายไป และไม่อยากให้สร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา โดยจะใช้วิธีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ทำประชามติ คณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้หารือถึงแนวทางว่าจะใช้เวลาเท่าไร คาดว่าจะใช้เวลาในเร็ววัน หรือ 3-4 เดือน หรืออาจจะเร็วกว่านั้นในการทำประชามติ เพราะถ้า ครม.มีมติก็มีกระบวนการต่างๆ รองรับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมีการหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ทราบถึงเหตุและผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้ช่วยกัน ไม่อยากให้ทำประชามติและร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วไม่ผ่าน ก็จะเป็นปัญหา

เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทำทั้งฉบับ หรือแก้ไขเป็นรายมาตรา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลได้พูดชัดเจนแล้วว่าเราจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังคงหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ เราจะไม่แตะเรื่องพระราชอำนาจในมาตราต่างๆ นอกนั้นทำได้หมด  ทำอย่างไรให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปดูแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือหลายๆ อย่างที่เขียนมา ที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาธิปไตยหรือการบริหารราชการแผ่นดิน เราชัดเจนว่าต้องเปิดให้มีการพูดคุย หากได้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ตัวแทนวิชาชีพ สมาคมทนายความ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ ด้าน รวมถึงเชิญตัวแทนสมาคมนักข่าวด้วย 1 คน แต่ต้องหารือนายกสมาคมนักข่าวก่อน อย่างไรก็ตาม บางคนได้ตอบรับมาแล้ว ถ้าทำได้เร็วที่สุด คาดว่าวันอังคารที่ 26 ก.ย.นี้ จะเอาเข้าที่ประชุม ครม. แต่ถ้าช้าหน่อย อาจจะใช้เวลาอีก1 สัปดาห์ โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อและพูดคุยกับทุกฝ่ายให้เข้าใจถึงความต้องการ 

เมื่อถามต่อว่า รายชื่อคณะกรรมการมีประมาณกี่คน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ดูตามวิชาชีพต่างๆ ก็เกือบ 20-30 คน ไม่อยากให้เป็นคณะที่ใหญ่เกินไป อยากให้ทำงานคล่องตัว โดยหลังจากนี้คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ น่าจะมีรายชื่อคณะกรรมการเสนอให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนามแต่งตั้ง หลังจากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการ โดยจะมีตนเป็นประธานคณะกรรมการตามมติ ครม.ที่ผ่านมา ส่วนตัวเลขานุการคณะกรรมการขอดูคนที่เราทาบทามมาทั้งหมดก่อน คิดว่ารอไม่นาน ภายในสัปดาห์หน้าน่าจะมีรายชื่อออกมา 

เมื่อถามต่อว่า กรอบระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการที่วางไว้นานหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่คาดไว้ไม่เกิน 3-4 เดือน ไม่ได้คิดที่จะยืดเวลา แต่ขอดูรายละเอียดและพูดคุยกันในยกแรกก่อน คิดว่าถ้าตั้งคณะกรรมการกันเรียบร้อยแล้วก็จะวางไทม์ไลน์ให้เกิดขึ้น คิดว่าจะต้องดำเนินการในทันที และต้องมีขั้นตอนที่จะต้องยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และต้องเข้าสภาเพื่อไปแก้ไขมาตรา 256 รวมถึงอะไรอีกหลายๆอย่าง ซึ่งเราจะดำเนินการในทันที แต่ยืนยันว่าหลังจากแก้รัฐธรรมนูญและมีกฎหมายลูกแล้ว คิดว่าภายในไม่เกิน 3 ปี 3 ปีครึ่ง หรือ 4 ปี ถ้ามันจบได้ก็จะจบ และจะให้ทันการเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะเกิดขึ้น  

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยุบสภาทันทีเลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวดูรายละเอียด แต่คิดว่าเราจะพยายามให้เข้าสู่กระบวนการปกติให้เร็วที่สุด เบื้องต้นขอคุยกับคณะกรรมการก่อน เพราะคณะกรรมการชุดนี้ได้รับมอบหมายให้มาศึกษาและวางรายละเอียดต่างๆ ถ้าตอบไปตอนนี้ก็จะเป็นความเห็นตนคนเดียว อยากให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ฉะนั้น การพูดคุย การวางไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และโปร่งใส ซึ่งตนมีความคิดที่จะเชิญกลุ่มไอลอว์ และภาคประชาสังคมทุกภาคมาร่วมคณะกรรมการด้วย พยายามจะดึงเข้ามาให้หมด

เมื่อถามว่า กระบวนการต่างๆ จะเป็นการประวิงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ประวิงเวลาหรอก ยืนยันได้เลย การที่เราให้ ครม.ออกมติให้ทำประชามติ ถือเป็นการสะท้อนที่ชัดเจน ถ้าเราอยากประวิงเวลาก็โยนเข้ารัฐสภา ซึ่งจะไปถกกันอีกยาวนานและจะมีปัญหา หรือถ้าให้ประชาชนใช้เสียงเพื่อยื่นเสนอเข้ามาก็จะต้องมาตรวจสอบประวัติกันอีกนาน เราแสดงเจตจำนงชัด กำหนดไว้ในนโยบายของรัฐบาล สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในรัฐบาลเราแน่นอน ให้ได้ผลเพื่อให้มีความประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนได้สามารถตัดสินใจเลือกรัฐบาลที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด 

บิ๊กบี๋อำลา ‘กองทัพบก’ และส่งมอบหน้าที่ ‘ผบ.ทบ.’คนใหม่แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559009

20 ก.ย. 2566

บิ๊กบี๋อำลา 'กองทัพบก' และส่งมอบหน้าที่ 'ผบ.ทบ.'คนใหม่แล้ว

อำลา ‘กองทัพบก’ ไปแบบเงียบๆ สำหรับ พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ส่งมอบงาน.ให้ ‘ผบ.ทบ.’ ใหม่โดยไม่มีการสวนสนาม

เพจวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร รายงานว่า พล.อ. ณรงค์พันธุ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. ได้ส่งมอบ หน้าที่ ผบ.ทบ.  ให้ บิ๊กต่อ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์  และอำลากองทัพบกแล้ว  นับเป็นครั้งในประวัติศาสตร์ กองทัพบก ที่การส่งมอบหน้าที่ผบ.ทบ. กระทำแบบเงียบๆ เป็นการภายใน ไม่มีพิธีสวนสนาม แค่ลงนาม ส่งมอบการบังคับบัญชา และส่งมอบธง ผบ.ทบ. งดสื่อ งดถ่ายภาพ ให้กรมกำลังพล ทบ. ถ่ายหน่วยเดียว

สำหรับพิธีส่งมอบหน้าที่โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่ในส่วนของกองทัพบกเลื่อนมาเร็วขึ้น เนื่องจาก พลเอก ณรงค์พันธ์ ได้รับการปรับโอนไป สังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) ตั้งแต่ 12 กันยายน 2566

โดยในวันที่ 26 กันยายนนี้ จะมีพิธีเทิดเกียรตินายพลที่จะเกษียณอายุราชการ หลังมีการซักซ้อมไปแล้ว ที่กองทัพบก

ส่วนเหล่าทัพอื่นจัดพิธีส่งมอบหน้าที่ในวันที่ 29 ก.ย. โดยกองทัพไทย จัดในช่วงเช้า  พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ กับ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี
ส่วนกองทัพเรือ จัดพิธีที่พระราชวังเดิม เวลา 15.00 น. ระหว่าง พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ กับ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม

ขณะที่ กองทัพอากาศจัดพิธีที่อุทยานการบิน โรงเรียนนายเรืออากาศเดิม เวลา 14:00 น. ระหว่าง พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ กับ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล หลังประชาสัมพันธ์ปิดน่านฟ้า ในช่วงวันที่ 25 และ 27 กันยายน เพื่อซักซ้อมการบิน

พาณิชย์ จ่อปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการหลังดีเซลปรับลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558995

20 ก.ย. 2566

พาณิชย์ จ่อปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการหลังดีเซลปรับลง

‘ภูมิธรรม’ เผย กระทรวงพาณิชย์เตรียมปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการ หลังน้ำมันดีเซลปรับลดราคา จ่อคุยผู้ประกอบการรายใหญ่ต้นสัปดาห์หน้า

วันที่ 20 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือในการลดราคาสินค้าประเภทต่างๆเพิ่มเติม ภายหลังจากที่รัฐบาลลดราคาน้ำมันดีเซล  ว่าตนได้พูดคุยกับทางกรมการค้าภายในและปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้ว ว่าเรื่องราคาน้ำมันของรัฐบาล นอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องค่าครองชีพของประชาชน ยังส่งผลกระทบต่อเรื่องต้นทุนของสินค้าด้วย  โดยเฉพาะในเรื่องต้นทุนราคาสินค้า และค่าขนส่ง ที่ใช้เชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นก็คาดว่าจะสามารถลดได้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในดำเนินการภายใน 15 วัน ให้ไปดูสินค้าประเภทต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนดูว่าสินค้าประเภทไหนมีต้นทุนอย่างไรและจะสามารถแก้ไขลดได้แค่ไหนอย่างไรบ้าง คาดว่าต้นเดือนตุลาคมจะมีความชัดเจน 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาก็ได้ทยอยพูดคุยกับผู้ประกอบการบางส่วนไปบ้างแล้ว และในช่วงสัปดาห์หน้า ตนจะพูดคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งในส่วนผู้ผลิต ซึ่งก็ได้พูดคุยตามกรอบนโยบายที่ตนเคยให้ไว้ ที่คนตัวใหญ่ต้องช่วยดึงคนตัวเล็ก ให้ขึ้นไปด้วยกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค และไม่ส่งผลกับประชาชน หาจุดที่ประนีประนอมกันได้ 

โดยคาดว่าตัวสินค้าที่จะได้รับการพิจารณา ก็จะเป็นสินค้าประเภทข้าว เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ และจะดูเพิ่มเติมอีกประมาณ 20 รายการ ว่าสินค้าตัวไหนที่เป็นปัญหา โดยจะดำเนินการลดราคาต้นทุน ให้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายใต้นโยบายของตน ในเรื่องการสร้างความสมดุลให้กับทุกฝ่ายน่าจะมีทางออกได้ในการแก้ไขปัญหานี้ 

‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558987

20 ก.ย. 2566

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

รู้จัก ‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใครตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา แถมยังเป็น Man Behide อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา เปิดจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมือง

กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอีกครั้ง หลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง (รมว.คลัง) เดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ระหว่างวันที่ 19 – 23 ก.ย. ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  โดย 1 ใน 19 คนแรกที่มีการเปิดเผยชื่อ พบว่ามี นาย “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  ที่มีรายชื่อในเที่ยวเดินทางครั้งนี้ ทำให้คนตั้งคำถามว่า “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นใคร และไม่มีตำแหน่งข้าราชการ หรือ ข้าราชการเมืองและร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะอะไร

คณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณาพจน์ โจมฤทธิ์

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” คือใคร 

สำหรับ “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” หรือ ดร.เอิง ถูกพูดถึงในฐานะ เพื่อนสนิท อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร โดยรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนปี 1 รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยเรียนกฎหมายกับการทูตจนจบปริญญาเอก ส่วน อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เรียนเรื่องธุรกิจโรงแรม 

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เรียนจบที่ คณะรัฐศาสตร์ รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศ Soas University of London ปริญญาโทการต่างประเทศและการทูต Soas University of London ปริญญาเอก นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (กฎหมายระหว่างประเทศ) Soas University of London

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เริ่มรับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง 2562 ไม่นาน และเมื่อเพื่อไทยเริ่มการแยกตัวเอง แตกตัวออกเป็นพรรคไทยรักษาชาติ คณาพจน์ก็เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่ต่อมาพรรคเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถูกสั่งยุบและกรรมการถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี 

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

ส่วนบทบาทในพรรคการเมือง “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เรื่องมีบทบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ในฐานะผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย และโครงการ The Change Maker หลายคนจะเห็นคณาพจน์ ติดตามแพทองธารไปหาเสียงอยู่ตลอด เรียกว่าเป็นกุนซือส่วนตัวก็ว่าได้ 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็จะมี “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” ติดตามอยู่ข้างกายเสมอในฐานะผู้ติดตามเลขาฯ ส่วนตัว, ผู้ช่วยฯ ส่วนตัว และคณะทำงานของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558985

20 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'ชัยธวัช ตุลาธน' จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาธิการพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่ รอเคาะชื่ออย่างเป็นทางการ 23 ก.ย.นี้

ล่าสุดพรรคก้าวไกล มีการเคลื่อนไหวปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา จากการประชุมแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้พูดคุยกันก่อนจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า

“ชัยธวัช ตุลาธน” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, อภิชาติ ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค, หรือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

รู้จัก “ชัยธวัช ตุลาธน” 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ชื่อเล่นว่า ต๋อม ไม่ได้เป็นเพียงเลขาธิการพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็นคนคอยประสานกับพรรคต่างๆ เป็นเหมือนดั่งโฆษกของพรรค ปัจจบุันอายุ 44 ปี เป็นคนสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521

จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

จุดเริ่มต้น “ชัยธวัช ตุลาธน” เข้าสู่สนามการเมือง

“ชัยธวัช ตุลาธน” กล่าวว่า ที่ตนสนใจการเมือง เริ่มจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปี 1 ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์ม็อบสมัชชาคนจน รอบทำเนียบรัฐบาลที่มีการชุมนุม 99 วัน จึงลงพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยกับคนที่อยู่ในม็อบสมัชชาคนจน ว่ามีปัญหาอะไรถึงได้ออกมาชุมนุม

จุดนั้นถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” ตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เขาได้ไปกินนอนอยู่กับม็อบจนชุมนุมครบ 99 วัน หลังจากนั้นในปี 2540 จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)

จนกระทั่งปี 2541 ได้เป็นเลขาธิการ สหพันฑ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ในปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ที่ส่งต่อมรดกทางความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

รวมถึงเป็นผู้ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมกรณี เมษายน – พฤษภาคม 2553 และยังได้เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

ช่วงกลางปี 2560 “ชัยธวัช ตุลาธน” เริ่มคุยกับธนาธร ว่าต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงเริ่มชวนคนที่ความคิดเห็นคล้ายกันมาร่วมด้วย เริ่มจากกลุ่มคนไม่กี่คน หลังจากนั้นจึงหารือว่ากระทั่งมาในช่วงปี 2560 ก็ตัดสินใจร่วมกับธนาธรตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

“ชัยธวัช ตุลาธน” ผู้วางยุทธศาสตร์ก้าวไกล 

“ชัยธวัช ตุลาธน” เผยว่า การเมืองแบบสองขาไม่ใช่ความตั้งใจของก้าวไกลแต่แรก แต่จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นจริง เพราะแกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าสภาไม่ได้ ก็ต้องหาแนวทางทำงานทางการเมือง เพื่อการผลักดันข้อเสนอ จึงจำเป็นต้องทำงานนอกสภา ดังนั้นการเดินการเมืองแบบสองขา จึงไม่ใช่เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ 

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถทำพรรคการเมืองได้ แต่สิทธิทางการเมืองอื่นๆ ยังเป็นของเขาอยู่ สามารถรณรงค์ทางการเมือง แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ สำหรับพรรคก้าวไกลวันนี้อยู่ในสภาก็ต้องทำงานในสภา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

‘อดิศร’ รับเชียร์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรคแบบออกหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558986

20 ก.ย. 2566

'อดิศร' รับเชียร์ 'อุ๊งอิ๊ง' นั่งหัวหน้าพรรคแบบออกหน้า

‘อดิศร’ รับเชียร์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค เผยยังมอง ‘พิธา’ เป็นน้อง แต่การเมืองเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป มองกรณีฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุมถือเป็นหมัดเมา

วันที่ 20 ก.ย.  นายอดิศร เพียงเกษ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เผยว่า การนัดประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ เวลา13:30 น. โดยจะใช้สถานที่ที่รัฐสภาเป็นหลัก แต่ไม่ปฏิเสธที่จะประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เผื่อบางครั้งนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะเข้ามาร่วมประชุมวิปรัฐบาล เพื่อสร้างความเคลื่อนไหว  ภายในวิปจะกำชับเน้นย้ำเรื่องการรักษาองค์ประชุมไม่ให้มีสภาล่มอีกต่อไป 

นายอดิศร ระบุว่า สำหรับการแต่งตั้งวิป ทางฝั่งรัฐบาลมีตัวเองเป็นประธานและมี นายศรัณย์ ทิมสุวรรณสส.เลย พรรคเพื่อไทย จากพรรคเพื่อไทยเป็นเลขานุการวิป ร่วมกับตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนวิปฝ่ายค้าน ก็ต้องรอความสำเร็จในการดำเนินกิจการของท่านเพื่อจะได้มีวิปทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจะได้ดำเนินระเบียบวาระ ตามครรลองของข้อบังคับต่อไป และทั้งสองฝ่ายอยากจะเป็นวิปที่เปิดเผยต่อประชาชน ว่าเราทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร ใกล้ชิดกับประชาชนยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีองค์ประชุมล่มในครั้งแรก เพราะ สส.ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม ขณะที่ สส.รัฐบาลมีจำนวนน้อยโดยนายอดิศรระบุว่า ถือเป็นเรื่องหมัดเมา เราไม่ว่าฝ่ายใด ถือเป็นบทเรียนซึ่งกันและกัน องค์ประชุมเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ สส.ทุกคน เพราะไปหาเสียงมาบอกว่าจะมาประชุมแทนพี่น้องประชาชน 

ขณะที่การนับองค์ประชุมก็เป็นเรื่องธรรมดาของสมาชิกฝ่ายค้านที่จะใช้อาวุธ ทั้งการนับองค์ประชุมหรือการวอล์กเอาต์ในการต่อสู้กับรัฐบาลที่เป็นฝ่ายเสียงข้างมาก หากฝั่งรัฐบาลมาประชุมก็จะไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมล่มอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าจะรับมือกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร นายอดิศร กล่าวว่า ที่เอ่ยชื่อมาทั้ง 2 พรรค มีประสบการณ์ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ คงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะใช้อาวุธในการทำประชุมหรือวอล์กเอาต์เมื่อไหร่ ตามควรแก่สถานการณ์ไม่ใช่จะนับองค์ประชุมทุกญัตติ ก็จะทำให้การประชุมไม่ราบรื่น หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากวิปทั้งสองฝ่าย

สำหรับคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่นั้น นายอดิศร กล่างว่า หากตามชื่อบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวหากมารับตำแหน่งก็จะมีความภูมิใจ นำพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง เชื่อว่าจะนำพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จในทุกด้าน

“โดยปกติผมก็เป็นคนที่เชียร์คุณอุ๊งอิ๊งค์ (แพทองธาร ชินวัตร) ออกหน้าออกตาอยู่แล้ว ที่จะมานั่งหัวหน้าพรรคและเป็นเรื่องที่เราชาวเพื่อไทยมีความภาคภูมิใจ”

ส่วนหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่นั้น อดิศร กล่าวว่า ด้วยความเคารพ คงจะไม่ไปออกความเห็น แต่ยินดีที่จะมีผู้นำฝ่ายค้านและสภาผู้แทนราษฎร ใครก็ได้ มาทำให้องค์ประกอบครบ เพื่อขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยไปสู่ความสง่างามต่อไป ขออนุญาตแสดงความยินดีล่วงหน้า ใครก็ได้

เมื่อถามว่าเสียดาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า “คุณพิธาเป็นน้องชายผม ผมยังยืนยันการอภิปราย 11 นาที 7 วินาที ของผมอยู่ แต่เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องธรรมดาเกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไป ตามหลักพุทธธรรม”

นอกจากนี้ นายอดิศร ยังเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นตัวแทนวิปรัฐบาลในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีเข้ามา  ก็พยายามเร่งให้บรรจุกฏหมายในระเบียบวาระเพื่อให้เว็บได้ทำหน้าที่

นายอดิศร ยังให้ความเห็นว่า รัฐมนตรีควรต้องเตรียมพร้อมมาตอบกระทู้สดทุกกระทู้ ไม่อยากให้มีการมอบหมายตัวแทน เพราะศักยภาพของรัฐมนตรีแสดงออกผ่านทางการตอบกระทู้ ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้ความร่วมมือ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี 

ที่เคยปรารภว่าอยากจะมารัฐสภา

ลุ้นวันนี้ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีถือหุ้น ‘บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558980

20 ก.ย. 2566

ลุ้นวันนี้ 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีถือหุ้น 'บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น' หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา คดี ถือหุ้น ‘บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น’ ของ ‘ศักดิ์สยาม’ วันนี้หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่เดือนมีนาคม

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และกำหนดนัดพิจารณาคดีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

กรณีร้องเรียนนี้ เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง

ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5)หรือไม่

ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170วรรคสามประกอบมาตรา 82 และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ส่องโปรไฟล์ ‘ไอติม พริษฐ์’ ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค ‘ก้าวไกล’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554141

20 ก.ย. 2566

ส่องโปรไฟล์ 'ไอติม พริษฐ์' ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค 'ก้าวไกล' คนใหม่

ส่องโปรไฟล์ ‘ไอติม พริษฐ์’ หลานชาย อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ผู้ผลักดันปฏิรูปกองทัพ ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค ‘ก้าวไกล’ คนใหม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุด จากพรรคก้าวไกล (กก.) เกี่ยวกับการคัดเลือกหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ชุดใหม่ หลังจากที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศลาออก ขณะนี้ตำแหน่งสำคัญต่างๆ จะมีการเคาะอย่างเป็นทางการตามกำหนดการ ในวันที่ 23 ก.ย.นี้

โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ อภิชาต ศิริสุนทร รักษาการเป็นเลขาธิการพรรค และ “ไอติม พริษฐ์” ขึ้นนั่งเป็นโฆษกพรรคก้าวไกล

เมื่อพูดถึงชื่อ สส. “ไอติม พริษฐ์” หรือ “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” หลายๆ คนคงคุ้นหูกับชื่อนี้หรือเคยเห็นผ่านตาจากในสื่อโซเชียล “ไอติม พริษฐ์” เป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรค “ก้าวไกล”  ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และยังเป็นหลานชายอดีตนายกฯ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ปัจจุบัน “ไอติม พริษฐ์” เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทใน “พรรคก้าวไกล” ที่มุ่งเน้นย้ำชูโรงนโยบาย “ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร” 

ประวัติ “ไอติม พริษฐ์”  

“ไอติม พริษฐ์” อดีตเคยเป็นนิวเจนของพรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุับนคือหัวแรงหลักของก้าวไกล ไอติม เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 31 ปี มีศักดิ์เป็นหลานชายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 27 และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ไอติม พริษฐ์” มีบิดาเป็นนายแพทย์ชื่อว่า ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมารดาชื่อว่า ศาสตราจารย์แพทย์หญิง อลิสา วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

หลังจากไอติม มีอายุได้ 9 ปี ได้เข้ารับการศึกษาที่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงได้ศึกษาต่อที่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ และโรงเรียนเตรียมมัธยมศึกษาและวิทยาลัยอีตันที่ประเทศอังกฤษ

จากนั้น “ไอติม พริษฐ์” ได้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics หรือ PPE) เกียรตินิยมเหรียญทอง ระดับปริญญาตรีควบปริญญาโท จากวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

ผลงาน “ไอติม พริษฐ์”

หลังจากจบการศึกษา “ไอติม พริษฐ์” ได้ฝึกงานในแวดวงการเมืองไทย ช่วงรัฐบาลของคุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ณ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2552 และเริ่มกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

หลังจากประเทศไทยเข้าสู่ยุคการปกครอง โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) “ไอติม พริษฐ์” ได้ตัดสินใจ เข้าทำงานให้บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company ส่งผลให้เขามีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์ทำงานในหลากหลายประเทศ รวมถึงการรับโจทย์คิดแก้ปัญหานโยบายทางการเมืองต่างๆ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

ต่อมา “ไอติม พริษฐ์” ได้เริ่มต้นทำงานเป็นโปรดิวเซอร์รายการและพิธีกรรายการสารคดีเกี่ยวกับอาชีพที่น่าสนใจ ชื่อรายการ “เห็นกับตา” ของช่อง PPTV และในปี พ.ศ. 2561 “ไอติม พริษฐ์” เริ่มต้นทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมก่อตั้งกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ โดยตั้งชื่อกลุ่มว่า “NewDem”

จากนั้น “ไอติม พริษฐ์” กลับมาอีกครั้งในฐานะซีอีโอของบริษัท EdTech ที่มีชื่อว่า StartDee สตาร์ทอัพด้านการศึกษา ซึ่งชื่อ StartDee มาจากคำว่า จุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตที่ดี แอปพลิเคชั่น StartDee มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนและเด็กไทยทุกคน เข้าถึงเนื้อหาวิการศีกษาได้อย่างครบถ้วน ด้วยไม่แบ่งแยกระดับการศึกษา เริ่มตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

แรงบันดาลใจของ “ไอติม พริษฐ์” ในการสร้างแอปฯ StartDee เริ่มต้นมาจากการที่เขามองเห็นปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่อยู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่ส่งผลให้เกิดสังคมได้เรียนเพราะมีเงิน ในขณะที่บางคนไม่มีเงินก็หมดสิทธิ์รับการศึกษา โดย “ไอติม พริษฐ์” ตั้งเป้าหมายว่าแอปฯ StartDee จะสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้กับเด็กไทยมากกว่า 8 ล้านคน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

“ไอติม พริษฐ์” เริ่มงานทางการเมืองกับ “พรรคก้าวไกล”

ในปี พ.ศ. 2565 “ไอติม พริษฐ์” ได้กลับมาสู่แวดวงการการเมืองไทย ในฐานะตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบปาร์ตี้ลิสต์บัญชีรายชื่อ และฐานะผู้จัดการการรณรงค์สื่อสารนโยบายพรรคของพรรคก้าวไกล ที่มีหัวหน้าพรรคคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

“ไอติม พริษฐ์” มีบทบาทสำคัญด้วยแนวคิดการเปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญ, การกระจายอำนาจ และการศึกษา พร้อมทั้งยังเน้นย้ำเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หวังปฏิรูปกองทัพไทย ให้เน้นที่ประสิทธิภาพ เป็นอาชีพที่มีระบบระเบียบมาตราฐานสากล จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ล่าสุด “ไอติม พริษฐ์” ได้เข้าร่วมการประชุมสภา ในฐานะ สส. ของ “ก้าวไกล” เพื่อโหวตนายก คนที่ 30 ของประเทศไทย 

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์