ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05116150759&srcday=2016-07-15&search=no
| วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627 |
ฎีกาชาวบ้าน
โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th
อายุความสะดุด
ธนาคารส่งใบแจ้งหนี้รายการใช้บัตรเครดิต พร้อมบอกเลิกสัญญาใช้บัตรเครดิตให้คุณจำนูญ ระบุไปด้วยว่า ให้ชำระเต็มจำนวนภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549
วันที่ 22 มีนาคม 2549 มีเงินเข้าบัญชีผ่านเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ ชำระ 2,000 บาท
วันที่ 20 มีนาคม 2551 ธนาคารยื่นฟ้องคุณจำนูญ ขอให้ศาลบังคับให้คุณจำนูญชำระเงิน 84,104 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 20 ต่อปี ของต้นเงิน 58,862 บาท
คุณจำนูญต่อสู้คดี ว่าธนาคารฟ้องคดีนี้ขาดอายุความ 2 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คุณจำนูญชำระเงิน 64,062 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 58,862 บาท นับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ธนาคาร
คุณจำนูญอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง!
ธนาคารฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ธนาคารไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ใดเป็นผู้ชำระผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติก็ตาม การชำระหนี้นั้นต้องอาศัยข้อมูลส่วนตัวของคุณโผงเป็นสำคัญ ไม่ปรากฏว่านอกจากคุณจำนูญแล้วยังมีบุคคลอื่นร่วมใช้บัตรเครดิตนั้นด้วย หรือชำระหนี้แทนคุณจำนูญ จึงแสดงให้เห็นว่า เป็นการชำระหนี้โดยใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณจำนูญผ่านบัญชีบัตรเครดิตที่ธนาคารออกให้แก่คุณจำนูญเฉพาะตัว ผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ
เห็นได้ว่า เป็นรายการชำระหนี้ที่ทำผ่านบัญชีหมายเลขบัตรเครดิตของคุณจำนูญ และเป็นการชำระหนี้หลังพ้นกำหนดที่ธนาคารกำหนดให้คุณจำนูญชำระหนี้เพียงเดือนเศษ ที่ยังมีเวลาเกือบ 2 ปี คดีจึงจะขาดอายุความ ซึ่งธนาคารได้นำเงินจำนวนนั้นไปหักทอนบัญชีกับหนี้ของคุณจำนูญที่ยังค้างชำระ ซึ่งหากไม่เป็นความจริง ธนาคารคงไม่นำไปหักทอนกับยอดหนี้ของคุณจำนูญเป็นแน่ และไม่มีเหตุผลใดที่บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสียกับคุณจำนูญจะยอมชำระหนี้แทน ซึ่งผิดวิสัยสถาบันการเงินซึ่งประกอบธุรกิจธนาคาร ไม่มีเหตุผลที่จะทำหลักฐานเท็จขึ้น
คุณจำนูญไม่นำสืบและไม่มีพยานหลักฐานใดมาสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น
พยานหลักฐานของธนาคารมีน้ำหนักดีกว่า?ของคุณจำนูญ
ฟังได้ว่า คุณจำนูญชำระหนี้ 2,000 บาท แก่ธนาคาร เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 โดยผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติจริง
ถือได้ว่า คุณจำนูญรับสภาพหนี้ต่อธนาคาร เป็นเหตุให้อายุความใช้สิทธิเรียกร้องของธนาคารสะดุดหยุดลง และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 อายุความจึงเริ่มนับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2549 ตามมาตรา 193/12 ซึ่งอายุความของมูลหนี้บัตรเครดิตมีกำหนด 2 ปี ตามมาตรา 193/34 (7)
ธนาคารฟ้องคดีนี้ วันที่ 20 มีนาคม 2551 ยังไม่เกิน 2 ปี ฟ้องจึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
คดีจึงย้อนไปยังศาลอุทธรณ์ใหม่
(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7729/2557)
—————————————–
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 193/12 อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องให้งดเว้นกระทำการอย่างใด ให้เริ่มนับแต่เวลาแรกที่ฝ่าฝืนกระทำการนั้น
มาตรา 193/15 เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแล้ว ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ
เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น
มาตรา 193/34 สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี
(7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำงานการต่างๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป
เรื่อง – จิกนม : ไม้ที่ให้คุณ
คอลัมน์ – ปลูกต้นไม้จากหนังสือ
โดย – สุวรรณ พันธุ์ศรี
แล้วฝนก็ตกกระหน่ำกรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายนจนการจราจรติดขัด ถนนกลายเป็นคลอง
ปัญหาคือ ท่อระบายน้ำอุดตันเต็มไปด้วยขยะ ถุงพลาสติก
การลอกท่อ ลอกคู คลอง ยามหน้าแล้ง เคยเขียนถึงหลายครั้งว่าน่าจะทำ
แต่ก็ไม่เห็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะลงมือทำ
เมื่อฝนมา ขยะที่ผู้คนขาดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมทิ้งเรี่ยราดก็จะไหลลงท่อ
จริงจริงแล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน
เพราะเมื่อเกิดปัญหาจะได้ไม่ต้องโทษใคร
การขาดจิตสำนึกที่ดี เวลาเกิดปัญหาก็มักจะโทษคนอื่น
แต่ไม่เคยคิดที่จะโทษหรือตำหนิตัวเอง
สังคมของบ้านเมืองเราขาดการอบรมที่ดี หรือไม่ยอมที่จะเรียนรู้สิ่งดีดี
ถ้าจะบอกว่า คนบ้านเราเรียกร้องเสรีภาพ เรียกหาประชาธิปไตย
แต่ไม่เคารพกฎกติกา ไม่เคารพกฎหมาย
ชอบตั้งแง่ สร้างเงื่อนไข สังคมมันได้ถึงวุ่นวาย
นี่คือสิ่งที่สังคมเราเป็นอยู่
มาปลูกต้นไม้ช่วยเพิ่มออกซิเจน เพื่อจะได้อากาศที่ดีดีไว้หายใจ
ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้น “จิกนม”
จิกนม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ความสูงโดยเฉลี่ย 4 ถึง 15 เมตร
ที่ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา แต่ไม่มากนัก
ส่วนลักษณะของใบจิกนม จะเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันไปตามข้อลำต้น
รูปใบยาวรี โคนใบและปลายใบแหลม ขอบใบจักเล็กเล็กทั่วทั้งใบ เนื้อใบจะบางและมีสีเขียว
ต้นจิกนมที่โตจะให้ดอกเป็นช่อตรงส่วนยอด ช่อดอกจะห้อยลง ในช่อหนึ่งจะมีดอกเล็กอีกมาก มีสีชมพู สีแดง หรือสีเขียว และมีกลีบรองดอก
พอดอกเริ่มโรยก็จะติดผล ลักษณะของผลรูปมนรี มีสันตามแนว ยาว 4 สัน ในผลจะมีเมล็ดรูปทรงไข่
คนแต่โบราณหรือว่าหมอสมุนไพร ท่านได้ศึกษาจนรู้ว่า จิกนม มีประโยชน์ทางยาอยู่ 2 ส่วน คือ รากและใบ
ราก มีสรรพคุณแก้กลาก เกลื้อน และเจ็บตา
ใบ มีสรรพคุณแก้ปวดท้อง
นี่คือผลที่ได้จากการปลูกต้นจิกนม
นอกจากสรรพคุณทางยาสมุนไพรแล้ว ยังได้ธรรมชาติความร่มรื่น ซึ่งดีต่อสุขภาพใจ
ตอนนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับจังหวัดน่าน ที่กำลังจะคืนต้นไม้ให้เขาหัวโล้น
โดยเฉพาะคุณโจอี้บอย ผู้นำกลุ่มปลูกเลย จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง
เรื่องดีดีแบบนี้ ต้องสนับสนุนกันเต็มที่
ใครจะร่วมเดินทางไปปลูกด้วย ก็ขอเชิญได้
ลองติดต่อดู เพราะไม่รู้ช่วงเวลาเหมือนกัน