ปลูกไผ่เป๊าะหวาน ที่แม่สอด ตาก ผลผลิตจำหน่ายได้ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05061010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย

ธาวิดา ศิริสัมพันธ์

ปลูกไผ่เป๊าะหวาน ที่แม่สอด ตาก ผลผลิตจำหน่ายได้ดี

?ไผ่เป๊าะหวาน? ลำต้นไม่ตรง เป็นไผ่เปลือกบาง มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำ 6 นิ้ว สูง 8-10 เมตร ปล้องยาวโดยประมาณ 12 นิ้ว เนื้อไม้บาง ลักษณะใบมีสีเขียวเล็กคล้ายหอก ก้านมีสีเหลือง มักพบกระจายพันธุ์ตามชายแดนไทย-พม่า แถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตากมีบ้างเป็นบางพื้นที่ เป็นต้นกล้าที่มาจากเมล็ด จึงไม่ต้องห่วงเรื่องไผ่จะแก่และตายขุย อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี หน่อมีขนาดใหญ่เต็มที่ 2.5-3 กิโลกรัม รสชาติหวาน กรอบ ไม่มีเสี้ยน เนื้อเยอะ นิยมนำมาต้มจืด ผัดหน่อไม้ใส่หมู และใส่ในกระเพาะปลา อร่อยอย่าบอกใคร

คุณเฉลิม ยานะวงษ์ เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ เจ้าของไร่ ยานะวงษ์ ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 336 หมู่ที่ 9 ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

คุณเฉลิม ได้เริ่มปลูกไผ่มาแล้วกว่า 7 ปี มีอาชีพเดิมคือ ทำไร่ข้าวโพด แต่เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น บวกกับราคาข้าวโพดไม่ดี คนปลูกเยอะ แรงงานหายาก ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน คุณเฉลิมจึงเริ่มหันมาปลูกไผ่เป๊าะ โดยให้เหตุผลที่เลือกปลูกไผ่เป๊าะว่า ไผ่เป๊าะมีราคาดี ราคาซื้อขายกันในสวนกิโลกรัมละ 40 บาท ถ้าขยันหน่อยก็นำไปวางขายตามริมถนนแม่สอด ก็จะได้ราคาถึงกิโลกรัมละ 50 บาท ซึ่งปลูกไผ่เป๊าะมาได้ระยะหนึ่งก็รู้เลยว่า ไผ่เป๊าะ ไม่ทำให้ผิดหวัง ปลูกแล้วให้ผลผลิตดีเกินคาด แถมมีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย โดยเฉพาะปีนี้ผลผลิตออกมาไม่เยอะ เนื่องจากเจอพิษแล้ง อากาศร้อนจัด ซึ่งถือได้ว่าการปลูกไผ่เพื่อขายหน่อสด และแปรรูปเป็นแผ่น เป็นอาชีพช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคุณเฉลิมได้เป็นอย่างดี จนในปัจจุบันนี้คุณเฉลิมได้หยุดทำไร่ข้าวโพด และหันมาปลูกไผ่เป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวนับแสนบาทต่อเดือน

ปัจจุบัน ที่สวนของคุณเฉลิม ปลูกไผ่เป๊าะ 300-400 ต้น หรือประมาณ 5 ไร่ และได้มีการขยายพื้นที่ปลูกจนในปัจจุบันมีไผ่เป๊าะทั้งสิ้น 10 ไร่ ให้ผลผลิตดีและราคาสูง โดยที่สวนคุณเฉลิมปลูกไผ่โดยใช้วิธีการเพาะเมล็ด เพราะสามารถกำหนดระยะเวลาการปลูกได้ และการปลูกไผ่ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดจะดูแลง่าย ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า

ไผ่เป๊าะ นิยมนำมาทำต้มจืด เพราะไผ่เป๊าะมีรสชาติหวาน นอกจากทำแกงจืดอร่อยแล้ว ยังนิยมนำไผ่เป๊าะไปใส่ในกระเพาะปลา นอกจากไผ่เป๊าะแล้ว ที่สวนของคุณเฉลิมยังปลูกไผ่รวกหวาน แต่ตอนนี้เริ่มจริงจังกับการปลูกไผ่หกยักษ์ โดยเริ่มทดลองปลูกไผ่หกยักษ์มาเป็นระยะเวลา 3 ปี ปลูกบนพื้นที่กว่า 60 ไร่

?ไผ่หกยักษ์ ก็เป็นไผ่อีกชนิดที่น่าปลูก ที่สำคัญไผ่หกยักษ์ดูแลง่ายกว่าไผ่เป๊าะ ให้น้ำเพียง 2 ปีแรก หลังจากนั้น ก็ปล่อยได้ ให้ดูแลเรื่องวัชพืชอย่างเดียว แต่ต้องบอกก่อนว่า ไผ่หกยักษ์ จะมีราคาถูกกว่าไผ่เป๊าะ โดยราคาแต่งหัวสด กิโลกรัมละ 7 บาท ถ้าแปรรูปเป็นแผ่น ขายได้ 10 บาท ที่ไร่เราทำได้ตามความต้องการของลูกค้า ถ้าอยากได้หน่อสด เราก็ขาย ถ้าอยากได้แบบแปรรูปเป็นแผ่น เราก็ทำให้ได้? คุณเฉลิม กล่าว

วิธีการปลูกไผ่เป๊าะหวาน

ขุดหลุม กว้าง 50×50 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 8×8 เมตร โดยก่อนปลูกให้ใส่ปุ๋ยหมักจากเศษไม้รองพื้น ประมาณ 6-7 กำมือ แล้วใส่ดินผสมไปเล็กน้อย และนำกิ่งตอนลงหลุม เอาดินกลบเป็นอันเสร็จขั้นตอน หลังจากนั้นให้ดูเรื่องปุ๋ย จะใส่ช่วงเดือนธันวาคม เพราะต้องการให้ใบไผ่ร่วงลงมาก่อน เรียกวิธีนี้ว่า แกล้งไผ่

เรื่อง น้ำ…ปลูกไผ่เป๊าะต้องดูแลเรื่องน้ำเป็นสำคัญ เริ่มให้น้ำตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ไผ่เป๊าะจะเริ่มให้ผลผลิตประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน ช่วงที่เหมาะกับการปลูกคือช่วงมีนาคม เพราะถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนน้ำเยอะเกินไป จะทำให้รากไผ่เน่า แต่ก็ต้องดูแลเรื่องน้ำให้ดี ถ้าปล่อยทิ้งไว้หลายวันโดยไม่รดน้ำเลย รสชาติไผ่จะไม่อร่อย

ปลูกไผ่เป๊าะหวาน

เพียง 3 ปี ก็ให้หน่อได้แล้ว

?ไผ่เป๊าะ ตอนจากกิ่งจะเริ่มปลูกเดือนมีนาคม ใช้ระยะเวลาในการปลูก 3 ปี ถึงจะเก็บผลผลิตได้ โดย 1 ปี ไผ่เป๊าะจะให้ผลผลิต 1 ครั้ง โดยใช้ระบบสปริงเกลอร์ในการรดน้ำ เริ่มรดน้ำช่วงเดือนธันวาคม ความถี่ในการรดน้ำให้รดแบบวันเว้นวันจะเหมาะสมที่สุด? คุณเฉลิม กล่าว

เทคนิคการปลูก

ให้ได้หน่อเยอะๆ

คุณเฉลิม บอกว่า การปลูกไผ่ให้ได้หน่อเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงบังคับให้ใบร่วงให้ไวที่สุด ยิ่งใบร่วงเร็วเท่าไหร่ ยอดจะแทงออกมาใหม่เร็วเท่านั้น เมื่อยอดออกมาใหม่จนครบหมดต้น คราวนี้อีกไม่นานไผ่เป๊าะจะเริ่มให้หน่อ ให้ผลผลิตออกมา นอกจากนี้ คุณเฉลิม ยังแนะนำอีกว่า ถ้ามีคนงาน ก็ให้คนงานตัด หรืออีกวิธีคือ ใช้สารเคมีพ่น

ไผ่เป๊าะหวานและไผ่หกยักษ์

นำมาแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง

ไผ่เป๊าะ เหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหาร หรือขายหน่อสด จะไม่นิยมนำไปดอง เพราะไผ่เป๊าะจะไม่มีรสขม มีแต่รสหวาน ถ้านำมาดองจะเน่าง่าย จึงไม่นิยมนำมาดอง

แปรรูปไผ่หกยักษ์

?ไผ่หกยักษ์ นิยมแปรรูปเป็นหน่อไม้ดอง ดองปีบส่งต่างประเทศ หน่อไม้ที่ขายดีที่สุดตอนนี้คือ หน่อไม้ดอง ทำจากไผ่หกยักษ์ ส่งไปที่ตลาด มีเท่าไหร่เขารับหมด? คุณเฉลิม กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจปลูก

ไผ่เป๊าะหวาน เป็นอาชีพ

คุณเฉลิม บอกว่า มีพื้นที่เพียง 1 ไร่ ก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้แล้ว และการปลูกไผ่ยังใช้เงินในการลงทุนน้อย กิ่งไผ่ตอน ราคาเพียง 40 บาท 1 ไร่ ปลูกได้ 30-36 ต้น ซึ่งคิดเป็นเงินเพียง 1,200-1,500 บาท เท่านั้น ถือว่าปลูกแล้วคุ้มในระยะยาว แต่หากท่านใดอยากปลูกไผ่เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ คุณเฉลิม แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ ประมาณ 5 ไร่ และในระหว่างที่รอไผ่โต ช่วง 1-2 ปีแรก เราสามารถปลูกพืชแซมในสวนไผ่ได้อีกด้วย ส่วนพืชที่เหมาะในการปลูกเป็นพืชแซมสวนไผ่คือ มะละกอ ถั่ว หรือจะปลูกข้าวโพดแซมล่องกลางยังได้ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างรายได้สองต่อ เลี้ยงครอบครัวได้สบายๆ และหากดูแลไผ่ดีๆ ปลูกบนพื้นที่ดีๆ ไผ่กอหนึ่งสามารถให้หน่อได้ถึง 10-20 กิโลกรัม เลยทีเดียว

?ไผ่เป๊าะ ราคาดีก็จริง แต่ต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษ เพราะถ้าดูแลไม่ดี ไผ่เป๊าะจะออกหน่อในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะออกชนกับหน่อไม้ป่า จะทำให้ไผ่เป๊าะราคาตก? คุณเฉลิม กล่าว

เข้าร่วมโครงการ

สร้างป่า สร้างรายได้ ตามแนว

พระราชดำริสมเด็จพระเทพ

รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

คุณเฉลิม ได้เข้าร่วมโครงการ สร้างป่า สร้างรายได้ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีรายละเอียดอำเภอที่ร่วมโครงการดังนี้ คืออำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย อำเภออุ้มผาง อำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อำเภอแม่แจ่ม และอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสบเมย และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยโครงการได้มีการสนับสนุนกล้าไม้ป่า และมีพี่เลี้ยงแนะนำในเรื่องของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ

?ที่หมู่บ้านผมมีเป้าหมายคือ ให้ชาวบ้านปลูกไผ่ บุก ไว้เป็นพืชชั้นต่ำเพื่อคลุมดิน และในระหว่างที่รอไผ่โตยังสามารถปลูกถั่วมัน ถั่วแขก ขายได้ มีตลาดรับซื้ออยู่แล้ว เมื่อไผ่โตคลุมพื้นที่ เราสามารถปลูกกระชาย ขมิ้น ไพล เพื่อนำมาอบแห้งส่งขายทำเป็นเครื่องต้มยำได้อีกด้วย ซึ่งคิดว่าวิธีนี้จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืนให้กับชาวบ้าน และยังสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเขตพื้นที่ป่าไม้ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้ ไม่บุกรุกเพิ่มได้อีกด้วย? คุณเฉลิม กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจกิ่งพันธุ์ไผ่ หรืออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมในการปลูกไผ่ สามารถติดต่อ คุณเฉลิม ยานะวงษ์ ได้ที่ บ้านเลขที่ 336 หมู่ที่ 9 ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือ โทร. (087) 849-8568 คุณเฉลิม ยินดีให้คำปรึกษา

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 ในงานสัมมนา สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย ที่ห้องประชุมหนังสือพิมพ์ข่าวสด ประชานิเวศน์ 1 กรุงเทพฯ คุณเฉลิม ยานะวงษ์ จะมาเป็นวิทยากรเล่าประสบการณ์ ผู้สนใจ จองที่นั่ง เพื่อพบปะกับเขาได้

กศน. เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05063010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

กศน. เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ. รมน.) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลทั่วประเทศ จำนวน 7,424 แห่ง โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน 2559 มีผู้แทนภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

ด้าน สำนักงาน กศน. ระดับภูมิภาค ได้จัดส่งตัวแทนเข้าจัดนิทรรศการความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ในหลากหลายแง่มุม ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมาก สร้างความตระหนักรู้ เรื่องการดำเนินชีวิตด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยกตัวอย่างเช่น

ส่วนตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ สำนักงาน กศน. จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้การนำของ คุณนพกนก บุรุษนันทน์ ผู้อำนวยการ กศน. จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดนิทรรศการ หัวข้อ “ความรู้บนความพอเพียง” ซึ่ง คุณสัญญา ยุบลชิต ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอร่องคำ ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยยึด “คนเป็นศูนย์กลาง” ส่งเสริมให้บุคลากรทุกฝ่ายนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางปฏิบัติ จัดฐานการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นในบริเวณพื้นที่ สำนักงาน กศน. ขยายเครือข่ายในระดับตำบล และหมู่บ้าน เช่น ฐานเรียนรู้ความพอเพียง ฐานปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ฐานบัญชีครัวเรือน ฐานการปลูกผักปลอดสารพิษ และฐานพลังงานทดแทน ทำให้ กศน. ร่องคำ ได้รับรางวัล MOE AWARDS ปี 2559 สาขาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ประเภทบุคคล ประเภทโครงการ และประเภทสถานศึกษา

ตัวแทนภาคใต้ “สำนักงาน กศน. จังหวัดภูเก็ต” โดย กศน. อำเภอถลาง และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน จังหวัดชุมพร ร่วมกัน นำเสนอในหัวข้อ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ณ ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ที่ กศน. เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพชาวนาและส่งเสริมให้เยาวชนร่วมอนุรักษ์และหวงแหนที่นาผืนสุดท้ายแห่งนี้ ให้ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ในลักษณะ “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรกรรมตำบล สู่การท่องเที่ยวชุมชน” ที่ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของทรัพยากรท่องเที่ยว สามารถกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวของตัวเอง และได้ส่วนแบ่งที่เกิดจากการท่องเที่ยวโดยตรง

ตัวแทนภาคตะวันออก คือ สำนักงาน กศน. จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้การนำของ นายจำรัส สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดปราจีนบุรี นายสมบูรณ์ เหล่าวงศ์วัฒนา ผอ. กศน. อำเภอเมืองปราจีนบุรี ได้จัดแสดง “พญาแร้งให้น้ำ” ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีต เป็นระบบปั๊มน้ำด้วยระบบสุญญากาศ ที่เรียกว่า “กาลักน้ำ” สามารถสูบน้ำจากบ่อ ซึ่งหัวใจสำคัญคือ การทำให้ถังบรรจุน้ำที่อยู่บนขอบสระเป็นสุญญากาศดูดน้ำจากที่ต่ำขึ้นถัง แล้วปล่อยออกในแนวระดับที่ต่ำกว่าถัง และใช้ระบบท่อให้มีขนาดเหมาะสม เพื่อให้การไหลของน้ำไม่เสียสมดุลในระบบสุญญากาศภายในถัง “พญาแร้งให้น้ำ” เป็นประโยชน์กับการเกษตร สามารถสูบน้ำได้ทั้งวันทั้งคืน มีราคาต่ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า หรือพื้นที่ที่ต้องการประหยัดพลังงานไฟฟ้า สามารถตั้งในพื้นที่ห่างไกลจากบ้านเรือน

ดร. วิเลขา ลีสุวรรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทนภาคเหนือ ได้นำทีมงาน กศน. อำเภอเชียงของ และ กศน. อำเภอแม่ฟ้าหลวง ร่วมจัดนิทรรศการ ในหัวข้อ วิถีการเรียนรู้ของชุมชน : บ้านครึ่งใต้” โดยมี นายประจัน กันทะสอน ผู้ใหญ่บ้านครึ่งใต้ ให้เกียรติมาเป็นวิทยากร บรรยายนำเสนอแก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิตของประชาชนบ้านครึ่งใต้ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตลอดจนถึงการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต่างๆ ในหมู่บ้าน

หลังจาก กศน. ได้เปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลพร้อมกันทั่วประเทศแล้ว หลายคนคงสงสัยว่า ศูนย์เรียนรู้ฯ แต่ละแห่งมีภารกิจอย่างไร ชาวบ้านจะได้เรียนรู้เรื่องใดบ้าง เพื่อค้นคว้าหาคำตอบมาฝากท่านผู้อ่าน จึงได้จัดทำรายงานพิเศษ เรื่อง “กศน. ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ สำนักงาน กศน. จังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี ลำพูน ยะลา ชุมพร ระนอง พิษณุโลก สุพรรณบุรี และนนทบุรี อยากรู้คำตอบ รีบเปิดอ่านได้ภายในฉบับนี้

กศน. ยะลา มั่นใจแนวคิด “ชีวิตพอเพียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05066010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

กศน. ยะลา มั่นใจแนวคิด “ชีวิตพอเพียง”

ช่วยพัฒนาอาชีพ นำสันติสุขสู่ชายแดนใต้

สืบเนื่องจากภาครัฐบาลได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางการบริหารประเทศ เพื่อมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลในทุกตำบล จำนวน 7,424 แห่ง

สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ได้สนองนโยบายรัฐบาล โดยจัด ครู กศน. ตำบล จำนวน 58 คน เข้ารับการอบรมความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดสู่ประชาชนในท้องถิ่นให้นำไปใช้พัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน 2559 สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา โดย คุณอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ได้มอบหมาย ให้ กศน. ทั้ง 8 อำเภอ ประกอบด้วย กศน. อำเภอเมืองยะลา รามมัน ธารโต กรงปินัง กาบัง บันนังสตา เบตง และยะหา ทำพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยพร้อมเพรียงกันในทุก กศน. ตำบล ทั้ง 58 แห่ง เพื่อเสริมสร้างให้คนในชุมชนหันมาทำการเกษตรแบบพอเพียง พออยู่ พอกิน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในแต่ละตำบลได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญเป็นประธานในพิธีเปิด อาทิ นายอำเภอ นายกเทศมนตรี นายก อบต. ฯลฯ มีนักศึกษา ประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

หลังจากเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ ประจำตำบลแล้ว ครู กศน. ตำบล จะทำหน้าที่ประสานกับชาวบ้านในแต่ละชุมชน คัดชาวบ้าน หมู่บ้านละ 30 คน มาร่วมอบรมหลักสูตรปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล ซึ่งเนื้อหาหลักสูตรที่จัดอบรมจะปรับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้าน หรือสภาพของพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก

เปิดศูนย์การเรียนรู้

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ประจำตำบลพร่อน

คุณอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ให้การต้อนรับ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประจำตำบลพร่อน โดยมี คุณราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา คุณก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ รวมทั้งผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติให้การต้อนรับ ณ กศน. ตำบลพร่อน หมู่ที่ 4 บ้านท่าวัง ตำบลพร่อน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

ขับเคลื่อนความรู้

เศรษฐกิจพอเพียง

สู่สถาบันศึกษาปอเนาะ

ขณะเดียวกัน สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ได้ดำเนินโครงการอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่สถาบันศึกษาปอเนาะ ที่ครูอาสาฯ ปอเนาะประจำการอยู่ ผอ. อุดร กล่าวว่า จากการหารือกับบรรดาโต๊ะครู ต่างมีความประสงค์ให้บรรดาผู้เรียนในปอเนาะได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเสนอให้ กศน. ตั้งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ในท้องถิ่น เพื่อจะได้นำนักเรียนปอเนาะมาศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะเช้าไปเย็นกลับได้ โดย กศน. ได้จัดตั้งฐานเรียนรู้ต่างๆ ตามบริบทชุมชน

ปัจจุบัน จังหวัดยะลา มีปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมหลายท่าน ที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกตัวอย่าง เช่น ลุงประสิทธิ์ ทองใส ปราชญ์ประจำจังหวัดยะลา มาร่วมเป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชาวบ้าน สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

ในทางปฏิบัติ กศน. จะบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานทหาร กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ ส่งเสริมความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และช่วยให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาประชาชน บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม นำสันติสุขสู่ชายแดนใต้ต่อไป

ทั้งนี้ ชาวยะลาส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนยางพารา เมื่อเจอวิกฤตราคายางตกต่ำ ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้าน การเผยแพร่หลักแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลดี ทำให้ชาวบ้านเกิดแนวคิดใหม่ๆ ในการทำเกษตรแบบผสมผสานมากขึ้น

ผอ. อุดร กล่าวทิ้งท้ายว่า “หลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่ดีมาก ผู้คนที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ล้วนมีความสุข เพราะทำให้เรารู้จักตัวเองว่า มีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน เข้าใจตัวเองว่า ควรจะทำอาชีพอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร และมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น ส่งผลให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข”

กศน. ลำพูน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05070010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

ธาวิดา ศิริสัมพันธ์

กศน. ลำพูน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ขับเคลื่อนการเกษตร โครงการ 1 ไร่ ได้ 1 แสน

โครงการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน นำโดย ดร. ยุพิณ บัวคอม ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน กับสถานศึกษาในสังกัด ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบของการทำบัญชีครัวเรือน การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูกผักปลอดสารพิษ ทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และตามความต้องการของชุมชน รวมถึงเน้นการสอดแทรกความเข้าใจเรื่องวิถีชีวิตพอเพียงให้ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนได้ตระหนักรู้และปฏิบัติด้วยความเข้าใจถึงแก่นแท้และจุดประสงค์ของเศรษฐกิจพอเพียง

ดร. ยุพิณ บัวคอม ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน กล่าวถึงกิจกรรมให้ฟังว่า เริ่มแรกเราจะให้ผู้เรียน กศน. เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ กับปราชญ์ชาวบ้าน และอีกส่วนหนึ่งก็จะให้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยใช้ กศน.ตำบลเราเป็นศูนย์ประสานงาน ในเรื่องการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และนอกจากการเปิดศูนย์แล้ว ที่ตำบลนาทราย ยังมีการจัดมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ รวมถึงทำตลาดนัดอาชีพของคนในชุมชนขึ้นมา ตอนนี้เราก็จะมีการตั้งคณะกรรมการทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล โดยทำงานร่วมกับ (กอ.รมน.) และหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน ส่วนศูนย์เราจะเป็นตัวเชื่อมตัวประสานให้ทุกหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงไปในภาพของจังหวัดลำพูน

โดย กศน. ลำพูน จะเน้นโครงการผักปลอดสารพิษ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ดูตามสภาพความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ว่าเหมาะสมจะทำอะไร โดยแต่ละอำเภอก็จะทำกิจกรรมแตกต่างกันไป

ตอนนี้ความคืบหน้าของโครงการคือ เริ่มต้นทำโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ แต่ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จและเป็นจุดเด่นของศูนย์เราคือ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ใช้วิธีแบ่งพื้นที่คล้ายๆ กับเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพาะเห็ด และมีการทดลองจดบันทึกก่อนว่า ถ้าทำแบบนี้ 1 ไร่ ในระยะเวลา 1 ปี จะมีรายได้ ประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถทำได้จริงและประสบความสำเร็จแล้ว จึงเริ่มมีการขยายผลไปยังตำบลอื่น เพราะเริ่มมองแล้วว่า โครงการ 1 ไร่ 1 แสน จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนในตำบลได้เป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น มีผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเองภายในครัวเรือน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่สำคัญคือได้บริหารจัดการในเรื่องของชุมชนเข้มแข็ง และได้สุขภาพที่ดีต่อคนในชุมชนอีกด้วย

กศน. พิษณุโลก เน้นการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05071010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

สุรเดช สดคมขำ

กศน. พิษณุโลก เน้นการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

จากการปฏิบัติจริงจากปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน

คุณนรา เหล่าวิชยา ผู้อำนวยการ กศน. จังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า หลักเปิดโครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลพร้อมกันทั่วประเทศ จังหวัดพิษณุโลกมีการดำเนินการเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทั่วทั้งจังหวัด 93 ศูนย์ เพื่อมีกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเยาวชนในด้านการเกษตรต่างๆ เช่น การทำปุ๋ยและการทำน้ำหมักชีวภาพ ให้ประชาชนได้เรียนรู้

“เมื่อศูนย์เราเปิดพร้อมแล้ว เราก็จะมีการพัฒนาประชาชนในแต่ละตำบล ตำบลละไม่น้อยกว่า 30 คน ที่เราจะให้ความรู้หลายๆ เรื่อง ทั้งการทำบัญชีครัวเรือน การทำปุ๋ย การปลูกพืชหมุนเวียน แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น เราต้องสร้างความพอใจของผู้เรียนเสียก่อน ว่าจิตใจพร้อมที่จะได้รับการฝึกหรือไม่ ว่าตนเองมีความพอเพียงมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ความอยากได้อยากมุ่งมี พอมันไม่เกิดความพอเพียงมันก็จะมีปัญหากับการเรียนรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งอย่างในตำบลหนึ่งที่พิษณุโลก ได้ทำการปลูกผักสวนครัว ส่วนหนึ่งเอาไว้ทานเอง อีกส่วนก็เพื่อการแบ่งปันเพื่อนบ้าน นี่คือการสร้างความพอเพียงที่จิตใจ เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่เราอยากจะปลูกฝังกับประชาชนในเรื่องการแบ่งปัน” คุณนรา กล่าว

คุณนรา บอกต่ออีกด้วยว่า นอกจากมีการจัดการเรียนรู้แล้ว ยังมีสถานที่จริงในการลงมือปฏิบัติอีกด้วย เพื่อให้ได้เรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นต้นแบบในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกิจกรรมในการสอนก็จะเน้นเรื่องการปลูกพืชมากกว่าการเลี้ยงสัตว์

“เราก็จะมีศูนย์เรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดในชุมชน เกิดจากการที่เราไปส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อที่เห็ดที่ได้จะได้นำมาเพาะให้เกิดดอก จากนั้นก็เรียนรู้การทำก้อนเชื้อ รวมทั้งกระบวนการแปรรูปด้วย ให้ชุมชนได้มีรายได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการปลูกไผ่ ในรูปแบบวนเกษตร เพื่อให้คนทั่วไปได้ไปศึกษาอีกด้วย” คุณนรา กล่าว

จากกิจกรรมดังกล่าว คุณนรา บอกว่า เมื่อมองในระยะยาว ผลที่คาดว่าจะได้รับอันเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน คือการเกิดการเรียนรู้ต่อตัวผู้เรียนเอง ทำให้รู้จักพอเพียง มีการอดออม และจะช่วยส่งผลต่อไปยังครอบครัวของผู้เรียนในเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

“สมมุติครอบครัวนี้ปลูกผัก เขาเรียนรู้ในการทำปุ๋ย ก็เท่ากับว่าเขาไม่มีรายจ่ายเรื่องปุ๋ย สามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ที่บ้าน ก็จะทำให้ประหยัดในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ก็จะเกิดผลดีต่อชุมชน สามารถจัดการหาซื้อปุ๋ยแบ่งกันใช้ได้ แบ่งกันใช้ในชุมชน ก็เกิดการเรียนรู้การประหยัดมากยิ่งขึ้น” คุณนรา กล่าว

ทั้งนี้ คุณนรา กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อยากให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมาสนใจเรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่ปัญหาในเรื่องการใช้จ่ายจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เพื่อที่จะได้มีการจัดการเรื่องการเงินที่ดี และจะช่วยส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต เพื่อที่สังคมจะได้มีทั้งความสุขทางกายและใจในทุกๆ ด้านต่อไปในอนาคตที่ยั่งยืน

กศน. อุบลราชธานี ขับเคลื่อนแม่พิมพ์ของชาติ และภาคการเกษตร สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05072010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

ธาวิดา ศิริสัมพันธ์

กศน. อุบลราชธานี ขับเคลื่อนแม่พิมพ์ของชาติ และภาคการเกษตร สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างยั่งยืน

กศน. อุบลราชธานี เตรียมความพร้อม 219 ตำบล สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีการดำเนินงานวางแผนแต่งตั้งประธานในแต่ละแห่ง แต่ละตำบล ทั้ง 219 ตำบล จะต้องมีกลุ่มมวลชนมาร่วมอย่างน้อย 100 คน ในทุกพื้นที่จะมีการอบรมให้ความรู้ จัดนิทรรศการ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องประชารัฐ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็ถือโอกาสนี้ให้ความรู้ โดยมีส่วนราชการมาให้ความรู้ตามความเหมาะสมของแต่ละอำเภอ

คุณประกอบ กุลบุตร ผู้อำนวยการ กศน. จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในส่วนของเศรษฐกิจพอเพียงว่า ได้มีการดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และได้จัดอบรมชาวบ้านไปแล้วเป็นบางส่วน มีการจัดโครงการอบรมครู กศน. ตำบล ในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์

1. เพื่อให้ครู กศน. ตำบล มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2. เพื่อให้ครู กศน. ตำบล มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพต่างๆ

3. เพื่อให้ครู กศน. ตำบล นำความรู้ที่ได้รับ ไปถ่ายทอดแก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย โดยกำหนดว่า ใน 1 อำเภอ จะต้องมีครูเข้าร่วมอบรม อำเภอละ 1 คน ซึ่งนโยบายนี้ก็ได้ดำเนินการแล้ว เหลือเพียงติดตามผล

ในภาคการเกษตร มีโครงการอบรมเกษตรกรแกนนำในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล

1. เพื่อให้เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2. เพื่อให้เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพต่างๆ

3. เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคการเกษตร พื้นฐานของชาวบ้านคือ เกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ดังนั้น การส่งเสริมและอบรมด้านการเกษตรจะช่วยเสริมความรู้ของชาวบ้านได้มาก เมื่อมีความรู้ชาวบ้านก็จะมีวิธีการทำเกษตรแบบลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและรายได้ให้ดีขึ้น

“สำหรับนักศึกษา กศน. อุบลราชธานี เรามีโครงการดีๆ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราก็ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมกิจกรรม เรามีต้นทุน อย่างน้อยเรามีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยทหาร ของหน่วยเกษตร ของหน่วยพัฒนาชุมชน ของหน่วยอื่นๆ มีมากมายเยอะแยะ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนและให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ” คุณประกอบ กล่าว

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05073010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

สุรเดช สดคมขำ

กศน. สุพรรณบุรี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เน้นศึกษาจากแหล่งเรียนรู้จริง

หลังจาก กศน. ได้เปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลพร้อมกันทั่วประเทศแล้ว คุณอรณิช วรรณนุช ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดสุพรรณบุรี ให้ข้อมูลว่า ทางจังหวัดสุพรรณบุรีเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือในเรื่องนี้ด้วย

“จังหวัดสุพรรณบุรี มีตำบลทั้งหมด 110 ตำบล จะมีการเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหน่วยงานแต่ละศูนย์ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแนวทางในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า จะมีแนวทางไปในทิศทางใด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” คุณอรณิช กล่าว

ทั้งนี้ คุณอรณิช บอกว่า จากโครงการดังกล่าวจะเป็นตัวขับเครื่องในการจัดสร้างกิจกรรม ให้ผู้ที่อยู่ในโครงการได้มีการตระหนัก พร้อมทั้งมีภูมิปัญญาในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะสามารถนำมาถ่ายทอดให้กับประชาชนทั่วไป

“ต่อไปเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ต่อไปทางเราต้องมีทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งหมด พร้อมทั้งกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ พร้อมทั้งหลักสูตรให้กับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ด้านนี้โดยตรง เราก็จะต้องจัดให้แต่ละตำบลมีข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้ศึกษาหาความรู้ และทางหน่วยงานก็จะพาผู้สนใจไปเรียนรู้ในสถานที่นั้นๆ เลย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถลงมือทำ” คุณอรณิช กล่าว

จากกิจกรรมที่เป็นการลงมือปฏิบัติจริง คุณอรณิช บอกว่า ที่อำเภอหนองหญ้าไซ ได้มีแหล่งเรียนรู้ที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากคือ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถมาศึกษาเรียนรู้ได้ครบตามหลักสูตรที่วางไว้ และสามารถนำมาประกอบการดำเนินชีวิตได้จริง

“อย่างที่อำเภอหนองหญ้าไซ ก็จะมีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จะอบรมด้วยกันหลายฐาน ใช้เวลาประมาณ 3 วัน 2 คืน ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้อีกที่หนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ ที่มีชื่อเสียงอีกที่หนึ่ง ต่อไปเมื่อเปิดศูนย์เรียนรู้ทั้งหมดมีพร้อมกัน ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี ก็จะไม่มีแค่แหล่งเรียนรู้ที่นี่เพียงที่เดียวแล้ว เราก็จะขยายออกไปทุกตำบลมากขึ้นกว่าเดิม” คุณอรณิช กล่าว

พร้อมกันนี้ คุณอรณิช บอกว่า การที่โครงการจะประสบผลสำเร็จได้นั้น ทาง กศน. จะต้องเป็นตัวกลางในการประสานงานต่างๆ เพื่อให้โครงการนี้ดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้ผู้สนใจที่มาเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพึ่งตนเองได้ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการดำเนินวิถีชีวิต เมื่อสถานการณ์รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือเรียกง่ายๆ ว่า มีการปรับตัวให้ทันโลกทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา

กศน ทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05075010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

กศน ทั่วไทย

หนึ่งตะวัน

ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ : แหล่งเรียนรู้ของชาวลุ่มน้ำปากพนัง

“พ่อสอนว่า…ทฤษฎีใหม่ ยืดหยุ่นได้ และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของเรา ทุกคนต้องมียืดหยุ่น”

ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บ้านหนำหย่อม เลขที่ 363 หมู่ที่ 2 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น “ศูนย์รวมปราชญ์ ศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทย” ของนายเชาวรัตน์ รักษาพล หรือ ครูเชาว์ เขาทะลุ ที่ให้ความสำคัญกับน้ำมากที่สุด “น้ำคือหัวใจของเกษตรกรไทย”

จากแนวความคิดสู่การปฏิบัติ

“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้พออยู่พอกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา พอใจในความต้องการ มีความโลภน้อย ยืนบนขาตนเองได้ พึ่งพาตนเองได้ ชีวิตย่อมมีความสุข โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ได้ และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนของการพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตนเอง

จากพื้นฐานดั้งเดิมของคนในชุมชนลุ่มน้ำปากพนัง พี่น้องส่วนใหญ่มีอาชีพทางด้านการเกษตร พ่อแม่บรรพบุรุษของเรา ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ แล้วทำงานราชการ ภาคเอกชน ไม่มีใครกลับมาทำอาชีพทางด้านการเกษตร หรือจะมีก็มีน้อยมาก ฐานทรัพยากรอาหารก็ลดน้อยลงทุกที การเดินทางในแต่ละวันของครูเชาว์ ได้พบได้เห็นช่องทางด้านการเกษตร เห็นช่องทางอาชีพ เห็นผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพทางด้านการเกษตรมากมายเช่นกัน จึงเกิดความคิดที่จะริเริ่มการสร้างบ้านหนำหย่อม

ครูเชาว์ เขาทะลุ เป็นที่รู้จักกันในแวดวงสื่อสารมวลชน จากลูกชาวนาที่เติบโตมาตามวิถีแห่งชีวิตคนลุ่มน้ำปากพนัง ได้ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ได้เห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่นับวันยิ่งประสบปัญหาต่างๆ มากมาย มีความเป็นอยู่ที่ถอยหลังลงเรื่อยๆ จนกระทั่งปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรได้สะท้อนสู่สังคม เรียกร้องความช่วยเหลือจากผู้รู้และรัฐบาล

และสัญญาณที่ดีก็ปรากฏ เมื่อรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริม ช่วยเหลือ ตระหนักถึงการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลุดพ้นจากภาระหนี้สิน จากการตกอยู่ภายใต้อำนาจนายทุน การจำนองและจำนำพื้นที่ทำกิน เกษตรกรเปลี่ยนสภาพจากในอดีตเป็นเจ้าของที่ดิน กลายมาเป็นผู้เช่าที่ดินจากนายทุน

แต่ในขณะเดียวกันก็มีเกษตรกรกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถฝ่าฟันผ่านวิกฤตมาได้ จนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพัฒนาความเป็นอยู่คุณภาพชีวิต คุณภาพครอบครัว จนก้าวไปสู่ความสุขได้ ทำให้เห็นความแตกต่างของคนสองกลุ่ม ทั้งที่มีอาชีพและพื้นฐานชีวิตในแบบเดียวกัน ปัญหาและความแตกต่างดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นมากขึ้น จนเกิดเป็นการจับกลุ่มพูดคุย ปรึกษาหารือ เวทีการเสวนา พบปะ ทั้งในรูปแบบของชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการ จนถึงนักการเมือง พูดคุยกันมากขึ้นตามลำดับ จึงเป็นเสมือนเวทีแห่งการเรียนรู้ เพื่อหาทางออกและพัฒนาคุณภาพชีวิตนั่นเอง

ที่มาของศูนย์เรียนรู้

สวนเกษตรทฤษฎีใหม่

ครูเชาว์โชว์

“เมืองเบี้ยซัด” หรือปัจจุบันคือ อำเภอปากพนัง บ้านเกิดเมืองนอนของครูเชาว์ เดิมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นเมืองท่า มีการทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก

จากหลักคิดที่ว่า “เราต้องภูมิใจกับอดีต เราต้องเรียนรู้ปัจจุบัน เราต้องสร้างสรรค์อนาคต” จึงได้คิดรวมพลัง รวมความคิด สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการเรียนเชิญผู้รู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพ มาร่วมกันจัดการเรียนรู้ขึ้น เพื่อให้เป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านประสบการณ์ตรง เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เกิดจากความตั้งใจ มุ่งมั่น จากผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ผู้ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยึดหลักการ “หัวใจเกษตร” 3 ประการ คือ

1. พอเพียง พอมีกิน

2. อยู่ดีมีสุข

3. มั่งมีศรีสุข

ข้อห้ามเกษตรกร มี 2 ข้อ คือ

1. อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

2. อย่ารุกราน อย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2557 ครูเชาว์ เขาทะลุ ได้ตัดสินใจรวบรวมผู้รู้ ผู้สำเร็จของแต่ละสาขาอาชีพ โดยเฉพาะผู้สนใจอาชีพทางด้านการเกษตร ก่อตั้ง “ชมรม ฅนลุ่มน้ำ พึ่งพาตนเอง” โดยมีเป้าหมายรวบรวมผู้รู้ในพื้นที่ให้เป็นครูผู้สอน เหมือนเข็มทิศในการดำเนินงาน ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งทางด้านวิชาการและประสบการณ์จริงจากการทำงานด้านการเกษตรมาทั้งชีวิต

สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นเสมือนแผนที่นำทางให้กับสมาชิกหรือบุคคลที่มีความสนใจในด้านการเกษตร ใครสนใจเรื่องอะไร สามารถไปเรียนรู้โดยตรงได้จากปราชญ์ที่ได้แนะนำไว้ให้ชมรม ฅนลุ่มน้ำ พึ่งพาตนเอง มี นายสมเกียรติ ทิศนุ่น นักธุรกิจที่ขันอาสามาเป็นประธานชมรม และคณะกรรมการอีก 16 คน จะทำหน้าที่ประสานงานให้กับผู้ที่มีใจรักการเกษตร เน้นการพึ่งพาตนเองเหมือนดั่งจุดมุ่งหมายชมรม บุคคลใดสนใจ เพียงแค่เข้ามาเรียนรู้ เปิดใจ เปิดตา เปิดรับความรู้ จากปราชญ์ ก็สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ได้ทันที การเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จากปราชญ์ผู้รู้ ครูแห่งภูมิปัญญา ทั้ง 10 คน ได้แก่

1. พ่อแอ็ด บ้านบางดุก ได้รับการยกย่องในเรื่องส้มโอทองดีและส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งได้ชื่อว่า “ราชินีส้ม” เมืองลุ่มน้ำปากพนัง

2. ลุงนัน (นายนัน ชูเอียด) บ้านหนองธง เชี่ยวชาญในเรื่องสะละ อินทผลัม มะละกอเรดเลดี้ จนมีผู้เดินทางไปศึกษาดูงาน

3. น้าเอียด (นายเลื่อน พรหมวี) บ้านหัวคู ขึ้นชื่อเรื่องสวนสมรม (สวนเกษตรผสมผสาน)

4. น้องบ่าว (นายสุรศักดิ์ เกิดคง) ชุมพร ชำนาญเรื่องมะนาว

5. ผู้ใหญ่ชลอ (นายชลอ เอี่ยมสุทธิ์) บ้านน้ำบ่อ เรื่องผักสวนครัว

6. ครูชาญ (นายชาญณรงค์ ไชยรัตน์) บ้านดิน เรื่องไบโอดีเซล และการสร้างบ้านจากดิน บุคคลตัวอย่างมูลนิธิบุคคล พอเพียง 2558

7. นางขวัญใจ กลับสุขใส ปลูกไผ่ควนขนุน ร่ำลือเรื่องพันธุ์ไผ่นานาชนิด และการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “น้ำไม้ไผ่”

8. คุณชลอ (นายชลอ วรรณสุข) บ้านบางบูชา รู้มากนักเรื่องฟักทอง

9. ผู้ใหญ่นัด (นายนัด อ่อนแก้ว) บ้านปันแต ขึ้นชื่อเรื่องข้าวสังข์หยด นำข้าวนาชุมชนขึ้นห้างดัง

10. พี่อ็อต (นายละม้าย เสนขวัญแก้ว) เขาพังไกร เรื่องข้าวไข่มดริ้น ปลูกฟื้นคืนพันธุ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองนครศรีธรรมราชได้อย่างงดงาม

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากส่วนราชการหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันสร้างเสริมความรู้ให้กับผู้สนใจอย่างถูกวิธี ในสาขาอาชีพด้านการเกษตร เช่น การปลูกส้มโอทับทิมสยาม ส้มโอทองดี มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ กล้วย หมาก มะนาว ชมพู่ ละมุด เสาวรส สะละพันธุ์สุมาลี ขนุน ไผ่ มะขาม มะละกอ เตย ข่า ชะอม ทุเรียนน้ำ ต้นจาก มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ ตะไคร้ มะกรูด ผักหวาน ผักบุ้ง ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 28 พันธุ์ ได้เรียนรู้เรื่องพันธุกรรมพืช ในพื้นที่เดียวกันว่าพืชชนิดไหน มีความเจริญเติบโตเป็นอย่างไร โดยมีปราชญ์ผู้รู้เป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดมา

ครูเชาว์ เล่าว่า “ถึงวันนี้ ผ่านมา 2 ปีกว่า สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ได้รับความสนใจและต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ จากกระทรวง ทบวง กรม ผู้ที่สนใจจากหลายหลากสาขาอาชีพ น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนที่เข้ามาเยี่ยมชมสวน ร่วมแลกเปลี่ยนเสนอแนะ เรื่องการพัฒนาอาชีพ ณ วันนี้ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ต้อนรับผู้มาเยือน 15,329 คน ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร และผู้ที่สนใจในด้านการเกษตรเป็นอย่างดี…”

จุดประกายจนประสบความสำเร็จ

ด้วยวิถีแห่งชีวิตลูกเกษตรกร ได้เรียนรู้จากครูผู้สอน เรียนรู้จากครูแห่งภูมิปัญญา ได้เห็นช่องทางที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรอยู่ได้ จากผลผลิตทางด้านการเกษตร แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ครูเชาว์ ให้ข้อคิดว่า “เราต้องเป็น ?นักธุรกิจเกษตรกร? คนทำสวนเราต้องเรียกว่า ?เจ้าหน้าที่สวน? ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน อาทิ 3 ปี เราจะไม่ซื้ออะไรกิน (ยกเว้น เกลือ หัวหอม หัวเทียม) 5 ปี เราต้องรวย เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ มาสนใจอาชีพเกษตรครับ”

ในฐานะที่ครูเชาว์ อดีตเคยเป็นครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน และเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณของครูอยู่ในตัว ไม่เคยลืมอดีตของตนเอง และรักพวกพ้อง จึงได้มีการประสานและร่วมคิดร่วมทำงานกับ ครู กศน. อย่างสม่ำเสมอ โดย นายสุรศักดิ์ อนันต์ ผอ.กศน. อำเภอปากพนัง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพนัง ได้มอบหมายให้ ครูอรวรรณ ศรียาโยชน์ ครูอาสาสมัครฯ และ นายทวนชัย จันทร์ศรีคง ครู กศน. ตำบล ผู้รับผิดชอบพื้นที่ตำบลหูล่อง สำรวจแหล่งเรียนรู้ และได้คัดเลือกบ้านหนำหย่อมแห่งนี้ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง

ประกอบกับครูเชาว์เป็นเจ้าของสวนที่มีจิตอาสา อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชน และมีความประสงค์ให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่เรียนรู้ ศึกษาดูงาน ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพนัง จึงเลือกให้ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ เป็นอีกหนึ่งแห่งที่นักศึกษา ผู้รับบริการได้เข้ามาศึกษาดูงาน เช่น การจัดค่ายส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ ฐานการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ของนักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นักศึกษาได้มาเรียนรู้ ดูของจริง มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย นางเกษร ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการโครงการส่งเสริมหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาและประชาชน มีความตระหนัก ซาบซึ้ง เกิดการรับรู้และเห็นความสำคัญในพระราชกรณียกิจการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพื้นที่ของตนเอง

คณะทำงานของโครงการวางแผนและถอดองค์ความรู้ ณ ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ถือเป็นการรวมพลังในการร่วมแรงร่วมใจพัฒนาความรู้และขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรูปธรรมในระดับชุมชนตามพระราชดำรัส “การพึ่งตนเอง เพื่อพัฒนาแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร”

ครูเชาว์ มีคติชีวิตว่า “สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันทำ อยากให้สังคมดี มีเงินช่วยเงิน มีแรงช่วยแรง ไม่มีเงินไม่มีแรง ช่วยให้กำลังใจ” ปรัชญาชีวิตที่ยึดมั่นมาตลอดคือ “สืบสาน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ของบรรพบุรุษ” จึงได้พัฒนาสวนแห่งนี้ให้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องการทำสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้เป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานของประชาชนในลุ่มน้ำปากพนัง

ท่านใดสนใจพาคณะมาศึกษาดูงาน ติดต่อที่ นายเชาวรัตน์ รักษาพล โทร. (089) 474-0111 ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ จึงนับเป็นภาคีเครือข่าย กศน. ที่มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่มีค่ายิ่งสำหรับชาวลุ่มน้ำปากพนัง

กศน. ทั่วไทย ภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05078010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

กศน. ทั่วไทย ภาคเหนือ

สุจิต เมืองสุข cheetahmom6@gmail.com

กศน. ช้างเผือก ร่วมกิจกรรมตามรอยพ่อ

นักศึกษา กศน. ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรม ?9 คำพ่อสอน…ในแบบของพ่อ? ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกิจกรรม คือ ร่วมชมนิทรรศการ ?9 คำพ่อสอน…ในแบบของพ่อ, เขียนปณิธานความดี ภายใต้แนวคิด ?ปลูกไทย ในแบบพ่อ? 1 คน 1 ปณิธาน, ประกวดเขียนเรียงความ, ประกวดอ่านคำสอนของพ่อ, ชมวีดีทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ?7 ทศวรรษ ใต้ร่มพระบารมี? เมื่อเร็วๆ นี้

กศน. ดอยเต่า พัฒนาบุคลากร

กศน. อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก และหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมและต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ในการพัฒนาหลักสูตร ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และความต้องการของผู้เรียน ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติและจัดกิจกรรมให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กศน. หาดเสี้ยว ตามรอยพระยุคลบาท

เมื่อเร็วๆ นี้ กศน. ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นำประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านตามรอยพระยุคลบาท ณ บ้านแม่สาน หมู่ที่ 6 ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนที่เข้าร่วมได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมภายในหมู่บ้านในรูปแบบของเศรษฐกิจพอเพียง

กศน. วังไทร จัดกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง

กศน. ตำบลวังไทร อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยกระบวนการบัญชีครัวเรือน และการปลูกผักสวนครัว โดยจัดขึ้นที่บ้าน คุณนิดหน่อย คงกล้า เกษตรกรภายในตำบล มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เมื่อเร็วๆ นี้

กศน. ลำปาง พัฒนาครู กศน. ตำบล

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สำนักงาน กศน. จังหวัดลำปาง ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดลำปาง จัดพัฒนาครู กศน. ตำบล ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ จำนวน 100 คน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พันเอกสุรคล ท้วมเสม รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม

กศนทั่วไทย ภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05081010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

กศนทั่วไทย ภาคใต้

ประกวดฐานเรียนรู้

นายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการ สถาบัน กศน. ภาคใต้ จัดประชุมหารือการดำเนินงานประกวดฐานเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในสถาบันการศึกษาปอเนาะต้นแบบดีเด่น ณ ห้องประชุมประกันฯ สถาบัน กศน. ภาคใต้

ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสตูล

เมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประธาน กศจ. จังหวัดสตูล เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสตูล (กศจ.) สตูล ครั้งที่ 4/2559 ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์ ชั้น 3 สพป. สตูล สำนักงาน กศน. จังหวัดสตูล มี นายเรวัฒน์ เพ็ชรสงฆ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดสตูล เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

ขวัญและกำลังใจ

นายอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา นางขนิษฐา มะลิสุวรรณ รองผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะบุคลากร กศน. จังหวัดยะลา ร่วมต้อนรับ เลขาธิการ กศน. นายสุรพงษ์ จำจด และเลขาธิการ สพฐ. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ในโอกาสตรวจเยี่ยม สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ชาว กศน. จังหวัดยะลา

เตรียมความพร้อม

รองผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี นายสุรสิทธิ์ สุดสาย ลงพื้นที่เยี่ยมชมการเตรียมความพร้อมการเปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นของ กศน. อำเภอเมืองปัตตานี และ กศน. อำเภอหนองจิก

อบรม ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ

นางเกษร ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ สำนักงานลูกเสือจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ขัั้นผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ (A.L.T.C.) ในระหว่าง วันที่ 18-24 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมแกรนด์เซาท์เทิร์น อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้เข้าอบรมเป็นผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนัก งาน กศน. จังหวัดนครศรีธรรมราช รวม 45 คน

ห้องสมุดเคลื่อนที่กระบี่

สำนักงาน กศน. จังหวัดกระบี่ ร่วมกับ กศน. อำเภอเมืองกระบี่ นำรถห้องสมุดเคลื่อนที่ให้บริการเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ในงานประชารัฐรวมใจ ร้อยสวนเมืองกระบี่ เมื่อ วันที่ 15 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พัฒนาการเกษตรกระบี่ ได้รับความสนใจจากเด็กๆ อย่างดี