ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05084010759&srcday=2016-07-01&search=no
| วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626 |
หมอเกษตรทองกวาว
เทคนิคการตอนอินทผลัม
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ
ผมปลูกอินทผลัมไว้ในสวน มีอยู่ต้นหนึ่งติดผลแล้ว รสชาติค่อนข้างดี หวาน กรอบ ผมมีปัญหาจึงเขียน จ.ม. มาเรียนถามคุณหมอเกษตรว่า ผมเคยแยกหน่อออกจากต้นอินทผลัมแล้วไม่เคยรดน้ำสักครั้ง ดังนั้น ผมจะต้องทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอคำแนะนำด้วยครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ณรงค์ศักดิ์ ลิ้มธนากร
เลขที่ 27/8 บ้านปากพู่ หมู่ที่ 10 ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
ตอบ คุณณรงค์ศักดิ์ ลิ้มธนากร
อินทผลัม เป็นไม้ทะเลทราย มีน้ำอดน้ำทนสูง เมื่อนำมาปลูกในประเทศไทยก็ได้ผลดีน่าพอใจ โดยเฉพาะชนิดรับประทานผลสด ข้อมูลที่ได้จากการเสวนาอินทผลัมเมื่อปีก่อน จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน โดยผู้แทนจากห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สรุปว่า เมื่อปี พ.ศ. 2557 มูลค่าการซื้อขายอินทผลัมที่ห้างสรรพสินค้า ที่นำเข้ามาจากตะวันออกกลาง และผลผลิตภายในประเทศ คิดเป็นเงิน 2.5 และ 2.8 ล้านบาท ตามลำดับ อีกทั้งตลาดมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น
กลับมาเรื่องการขยายพันธุ์อินทผลัมกันอีกครั้ง ปัจจุบัน การขยายพันธุ์อินทผลัมทำได้ 3 วิธี คือ การเพาะเมล็ด การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการตอน หรือการแยกหน่อ ทั้งนี้ ผมขออธิบายเฉพาะวิธีตอนเท่านั้น เริ่มจากการเลือกหน่อที่มีขนาดพอเหมาะ ความยาวไม่เกิน 70 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของหน่อ อยู่ระหว่าง 30-40 เซนติเมตร ทำความสะอาดบริเวณรอยเชื่อมต่อของหน่อกับต้นแม่ เรียบร้อยแล้ว โปะโคนหน่อด้วยขุยมะพร้าวแช่น้ำ บีบน้ำให้หมาด หุ้มด้วยพลาสติกสีดำ ผูกเป็นกระเปาะเช่นเดียวกับตอนกิ่งไม้ทั่วไป แต่กระเปาะตอนอินทผลัมมีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้น ระวัง อย่าให้กระเปาะหมุน หรือขยับเขยื้อนได้
ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หน่อจะสร้างรากออกมารอบทิศทาง ครบ 45-60 วัน ตัดให้ขาดด้วยเลื่อยคม และสะอาด แยกออกจากต้นแม่ แล้วทารอยแผลทั้งต้นแม่และหน่อด้วยปูนแดง หรือสีน้ำมัน อย่างใดอย่างหนึ่ง นำหน่อที่ตัดออกมาปลูกลงในถุงเพาะชำขนาดพอเหมาะกับหน่อ ที่มีวัสดุปลูกสะอาด และระบายน้ำได้ดี เก็บในเรือนเพาะชำ เมื่อตั้งตัวได้ดี และนำปลูกลงในแปลงได้ตามความต้องการ
ปีนี้ ทุเรียน มีราคาแพงมาก เพราะติดผลน้อย
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ
ผมอยากทราบว่า เพราะเหตุใด ปีนี้ราคาทุเรียนจึงแพงมาก ผมเป็นผู้หนึ่งที่นิยมบริโภคทุเรียน ได้รับผลกระทบบ้างพอสมควร นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ยังหาซื้อได้ยากอีกด้วย ผมเกิดความสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใด การที่ผลผลิตที่มีน้อยนั้นเป็นจริง หรือเป็นข้ออ้างของนักธุรกิจค้าผลไม้ครับ ที่กล่าวว่าเป็นสาเหตุจากสภาวะแห้งแล้ง ขอคำอธิบายครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
วิทยา พันธุ์โสภณวิภาค
เลขที่ 72/15 เพชรเกษม 78 แยก 22 บางแคเหนือ บางแค กรุงเทพฯ 10160
ตอบ คุณวิทยา พันธุ์โสภณวิภาค
ปีที่ผ่านมาคาบเกี่ยวมาถึงปีนี้ เกิดสภาวะแห้งแล้งค่อนข้างรุนแรง บางช่วงลมพัดจัด ส่งผลให้การผสมเกสรของทุเรียนที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ไม่สมบูรณ์ แม้แต่ในสภาพธรรมชาติก็ตาม ทุเรียนเป็นพืชมีการผสมเกสรในเวลาเย็นถึงพลบค่ำ เพื่อหลบหลีกช่วงแสงแดดจ้า อากาศร้อน ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสมบูรณ์ของละอองเกสรตัวผู้
อย่างไรก็ตาม ความแห้งแล้งมิได้เกิดขึ้นมาในเฉพาะปีที่ผ่านมาเท่านั้น ด้วยความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์ของความแห้งแล้งเกิดขึ้นอยู่เสมอมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งผมเคยนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบทั่วกันมาก่อนนี้ โดยมีนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร นำปริมาณน้ำฝน จาก 97 ปี มาวิเคราะห์อย่างละเอียด พบว่า ทุกๆ 10 ปี จะเกิดภาวะฝนแล้ง 4 ปี แล้งพอทน 2 ปี และแล้งอย่างรุนแรง 2 ปี น้ำท่วมอีก 3 ปี มีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลเพียง 3 ปี เท่านั้น มีบันทึกไว้ว่า ในความแห้งแล้งในอดีต การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านต้องนำขุยไผ่ หรือ เมล็ดไผ่ มาขัดสีไปหุงรวมกับเผือกและกลอย ใช้บริโภคแทนข้าวก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และในปี พ.ศ. 2485 เกิดสภาวะน้ำท่วมรุนแรงในบริเวณภาคกลางของประเทศ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเรามีป่าไม้ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ก็ตาม มีผลกระทบทำให้ข้าวพันธุ์ดีสูญไปหลายพันธุ์
สภาวะแห้งแล้งปีที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อผลผลิตทุเรียน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่าทุกๆ ปี ประเทศไทยผลิตทุเรียนได้ไม่น้อยกว่า 550,000 ตัน แต่ปีนี้ผลิตได้เพียง 310,000 ตัน เท่านั้น แน่นอน ราคาทุเรียนย่อมแพงขึ้นตามกลไกตลาดครับ
ปลูกเฟิร์นเขากวาง ไม่นานกลับเหี่ยวเฉาตาย
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ
ผมซื้อเฟิร์นเขากวางที่ติดไว้กับแผ่นไม้จากร้านขายต้นไม้นำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน เจ้าของร้านบอกว่า ไม่ควรรดน้ำบ่อยๆ ให้รด 2-3 วัน ต่อครั้ง เดือนแรกๆ ก็ โอเค แต่เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 6-7 ต้นเฟิร์นกลับเหี่ยวแห้งตายอย่างช้าๆ ผมเกิดความสงสัยว่า เป็นเพราะเหตุใด ทั้งๆ ที่ผมทำตามคำแนะนำจากเจ้าของร้านค้าต้นไม้ทุกอย่าง ขอข้อคิดเห็นด้วยครับ ว่าผมต้องแก้ไขอย่างใด หากจะนำมาเลี้ยงอีกสักครั้งครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
โกวิทย์ สุวรรณวุฒิ
เลขที่ 118/5 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
ตอบ คุณโกวิทย์ สุวรรณวุฒิ
เฟิร์นเขากวาง เป็นไม้ประเภทเกาะอาศัยอยู่บนคาคบไม้ เฟิร์นชนิดนี้ ผิวใบด้านบนมีสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง กระเปาะที่สร้างสปอร์อยู่ที่ใบด้านล่างดังกล่าว ด้วยรูปร่างของใบคล้ายเขากวาง จึงเรียกกันว่า เฟิร์นเขากวาง แหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ ต้องการร่มเงา และมีความชื้นในบรรยากาศสูง การขยายพันธุ์ทำได้ทั้งการแยกต้นและเพาะสปอร์ วิธีหลังทำได้ไม่ยาก โดยการนำวัสดุปลูกใส่ลงในภาชนะบรรจุ แล้ววางไว้ใกล้กับต้นเฟิร์นที่เป็นหนุ่มสาวแล้ว เมื่อสปอร์ตกลงในวัสดุปลูก เช่น ขี้เลื่อยชุ่มน้ำ มันจะงอกเป็นต้นอ่อน และเติบโตเป็นต้นสมบูรณ์ต่อไป
การนำเฟิร์นเขากวางมาปลูกเลี้ยงในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ให้แซะต้นเฟิร์นออกจากแผ่นไม้ ปลูกลงในกระถางที่มีขนาดพอเหมาะกับต้นเฟิร์น โดยใช้ขี้เลื่อยแช่น้ำ คั้นให้หมาดเป็นวัสดุปลูก เก็บในที่ร่มรำไร หากต้องการให้เติบโตดี ควรรดด้วยปุ๋ยยูเรีย ละลายในน้ำสะอาดอย่างเจือจาง 2 เดือนครั้ง เมื่อเห็นว่าเติบโตจนล้นกระถาง ให้เปลี่ยนลงปลูกในกระถางที่ใหญ่ขึ้น
ความมีเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเฟิร์นชนิดนี้ คือ เมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่ จะสร้างใบออกมาครอบปากกระถางจนมิด เพื่อรักษาความชื้นไว้ในวัสดุปลูกไม่ให้ระเหยไปในอากาศ หมั่นดูแลให้น้ำพอชุ่มอย่างสม่ำเสมอ คุณจะปลูกเฟิร์นเขากวางได้สวยงามเกินความคาดหมายครับ