อว.เปิดศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ลุยผลักดันนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

อว.เปิดศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ลุยผลักดันนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

อว.เปิดศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ลุยผลักดันนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.58 น.

นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี เปิดศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (National Semiconductor Training Centers: NSTCs) โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เข้าร่วม โดยมี ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) พร้อมคณะผู้บริหาร มจพ.ร่วมให้การต้อนรับ ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)

จากนั้น นางสาวศุภมาส ได้ร่วมเปิดสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (Thai Semiconductor Industry Trade Association: THSIA) ร่วมกับนายวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล นายกสมาคมฯ ณ อุทยานเทคโนโลยี มจพ. พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการผลิตบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และศูนย์ความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่และระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มจพ.

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของโลก เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ประเทศไทยต้องเร่งการเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีในโลกยุคใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่หรือ New Growth Engine เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งสร้าง “กำลังคนสมรรถนะสูง” ให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของบริษัทภายในประเทศรวมถึงเพื่อรองรับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มเติมในอนาคต

“กระทรวง อว.ได้กำหนดแผนอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบนโยบาย “อว. for Semiconductor” ตั้งเป้าหมายพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง จำนวน 80,000 คน ภายใน 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) มุ่งเน้นการ บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานชั้นนำระดับโลก และขับเคลื่อนโปรแกรมการผลิตและพัฒนากำลังคนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการ Semiconductor Bootcamp เพื่อเตรียมนักศึกษาชั้นปี 3 – 4 เข้าสู่อุตสาหกรรมจริง การพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อ Upskill/Reskill โปรแกรม Train the trainer เพื่อพัฒนาอาจารย์และนักวิจัย ตลอดจนทุนปริญญาเอกแบบมุ่งเป้าด้าน IC Design โดยเฉพาะการจัดตั้ง National Semiconductor Training Centers ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพัฒนากำลังคน และการสร้างความร่วมมือเชิงลึกร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ไทยจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก นำไปสู่การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” รมว.ระทรวง อว.กล่าว

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า กระทรวง อว.ได้ผลักดันการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอย่างเป็นระบบ  มีการจัดทำแผนการพัฒนากำลังคนและขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเข้มข้น พร้อมริเริ่มจัดตั้ง National Semiconductor Training Centers ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแกนกลางในการประสานความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายระดับโลก กำหนดทิศทาง และสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการวิจัย โดยในระยะแรก อว. ได้คัดเลือกสถาบันที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน จำนวน 3 แห่ง เพื่อให้การพัฒนากำลังคนครอบคลุมตลอด Value Chain ประกอบด้วย 1.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะมุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC Testing และการขับเคลื่อนเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาที่ดำเนินการหลักสูตร Sandbox วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC Packaging และการสร้างความร่วมมือในเชิงลึกกับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศและ 3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC and PCB Layout Design และการสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับสถาบันต่างประเทศ

“ในปี 2568 ตั้งเป้าพัฒนากำลังคนอย่างน้อย 1,200 คน พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ มากกว่า 10 แห่ง กระทรวง อว.ขอย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน National Semiconductor Training Centers ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย ให้สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ปลัดกระทรวง อว.กล่าว

มร.อด.ร่วมแสดงในพิธีเปิดงาน ‘Thai Festival in Ho Chi Minh City’ ตอกย้ำความเป็นไทยผ่านงานศิลปะ-งานฝีมือ

มร.อด.ร่วมแสดงในพิธีเปิดงาน 'Thai Festival in Ho Chi Minh City' ตอกย้ำความเป็นไทยผ่านงานศิลปะ-งานฝีมือ

มร.อด.ร่วมแสดงในพิธีเปิดงาน ‘Thai Festival in Ho Chi Minh City’ ตอกย้ำความเป็นไทยผ่านงานศิลปะ-งานฝีมือ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โชว์เปิดงาน – มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีได้รับเชิญจาก สถานกงศุลใหญ่ ณ นครโฺฮจิมินห์ นำแฟชั่นผ้าทอชุมชนสู่สากล โดย FTCDC UDRU และการแสดงทุนวัฒนธรรมไทย ร่วมแสดงในงานเทศกาล “Thai Festival in Ho Chi Minh City” โดยมี ผศ.ดร.ธีระยุทธ์ เพ็งชัย รองอธิการบดี มร.อด. , รศ.นาวา วงษ์พรม หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ผ้าอีสาน , อ.แพรวพิลาส ราโชมาส รองคณบดีโครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ , ผศ.ปุณชรัศมิ์ วรก้องกิจ , อ.ศุทธินี สมศรี และนักศึกษาสาขาวิชาการแสดง ร่วมแสดงในพิธีเปิดงาน และเดินแบบผ้าไหมไทยจากศูนย์ FTCDC จำนวน 12 ชุด โดย อ.อโณทัย สิงห์คำ และนายวรายุทธ สมปาน ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ตอกย้ำความเป็นไทยผ่านงานศิลปะและงานฝีมือ

มรภ.อบ.พัฒนานวัตกรรม IoT ยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล

มรภ.อบ.พัฒนานวัตกรรม IoT ยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล

มรภ.อบ.พัฒนานวัตกรรม IoT ยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (Flagship Project) โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จากการลงพื้นที่สำรวจ ต.นิคมลำโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพน้ำในเขื่อนสิรินธร ทำให้ปลานิลเกิดอาการน็อคน้ำและตายจำนวนมาก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกร

โดย ผศ.ดร.สุภาวีร์ มากดี คณบดีคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มรภ.อบ. เปิดเผยว่า หลังจากทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่ก็พบกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลา คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพน้ำในเขื่อนสิรินธร ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย เกิดความเสียหาย คณะฯจึงได้ริเริ่มโครงการวิจัย “การออกแบบและพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการเพาะเลี้ยงปลานิลด้วยเทคโนโลยี LoRa IoT” เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายที่มีระยะทางในการสื่อสาร รับ-ส่งข้อมูลได้ในระยะไกลหลายกิโลเมตร ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และต้นทุนต่ำ จึงได้พัฒนาระบบต้นแบบนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิ – การติดตามคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ผ่านการวัดค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO), ความเป็นกรด-ด่าง (pH) และอุณหภูมิน้ำ , – เฝ้าระวังสถานการณ์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่พัฒนาขึ้น โดยเฉพาะ , – รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดความเสี่ยงจากน้ำเน่าเสียหรือสภาพอากาศแปรปรวน , – นวัตกรรมนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจเชิงป้องกันได้อย่างทันท่วงที ลดความเสียหายจากการตายของปลานิล ส่งเสริมอัตราการเจริญเติบโตและการรอดชีวิตของปลา ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มรายได้และผลกำไร

ถึงแม้การลงพื้นที่เพื่อดำเนินงานปรับปรุงการติดตั้งระบบติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำการเพาะเลี้ยงปลานิลด้วยเทคโนโลยี LoRa IoT จะเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ทีมนักวิจัยยังคงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัดค่าพารามิเตอร์คุณภาพน้ำ นอกจากนี้ คณะฯยังได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนสิรินธร พร้อมจัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาระบบให้แก่เกษตรกร เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ – บจก.ยูโร-ไทย บริดซ ร่วมลงนามส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่นักเรียน

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ - บจก.ยูโร-ไทย บริดซ ร่วมลงนามส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่นักเรียน

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ – บจก.ยูโร-ไทย บริดซ ร่วมลงนามส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่นักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร่วมมือพัฒนา – ดร.อรทัย โยธินรุ่งเรือง สุดสงวน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และ Mr. Miloslav Zeman กรรมการผู้จัดการ บจก.ยูโร-ไทย บริดซ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาไฟฟ้า และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลิตกำลังคนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ภายใต้โครงการ “สถานประกอบการร่วมจัดการศึกษา” ณ ห้องประชุม Vienna Conference Room อาคารปฏิบัติการฯ เวียนนาพาราไดซ์

ปส.เดินหน้าขับเคลื่อน R2R ต่อยอดแนวคิดเพื่อพัฒนางานวิจัยการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี

ปส.เดินหน้าขับเคลื่อน R2R ต่อยอดแนวคิดเพื่อพัฒนางานวิจัยการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี

ปส.เดินหน้าขับเคลื่อน R2R ต่อยอดแนวคิดเพื่อพัฒนางานวิจัยการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ขับเคลื่อน R2R – น.ส.อัมพิกา อภิชัยบุคคล รองเลขาธิการ ปส. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การต่อยอดแนวคิดเพื่อพัฒนางานวิจัยในการสนับสนุนการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการริเริ่มแนวคิดงานวิจัย R2R สำหรับการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และต่อยอดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของหน่วยงานและประเทศ โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ปส. เข้าร่วมกว่า 40 คน ณ ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท จ.ราชบุรี

เปิดอบรม AI in Education ยกระดับครูอาชีวะเอกชน ติวเข้มสู่ห้องเรียน

เปิดอบรม AI in Education ยกระดับครูอาชีวะเอกชน ติวเข้มสู่ห้องเรียน

เปิดอบรม AI in Education ยกระดับครูอาชีวะเอกชน ติวเข้มสู่ห้องเรียน

วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ติวเข้ม – นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “นวัตกรรมการศึกษาแห่งอนาคต (AI in Education) สำหรับครูอาชีวศึกษาเอกชน” โดยมี นางสมฤดี ฉิมมุสิก ผู้อำนวยการสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน และมีครูอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 100 คน จากสถานศึกษา สังกัด สอศ. ภาคเอกชน จำนวน 50 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

​มวล.เยือนไต้หวัน แลกเปลี่ยนนักศึกษา พร้อมดันงานวิจัยระดับนานาชาติร่วมกัน

​มวล.เยือนไต้หวัน แลกเปลี่ยนนักศึกษา พร้อมดันงานวิจัยระดับนานาชาติร่วมกัน

​มวล.เยือนไต้หวัน แลกเปลี่ยนนักศึกษา พร้อมดันงานวิจัยระดับนานาชาติร่วมกัน

วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.ดร.พิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์ รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดี มวล. นำทีมคณาจารย์และเจ้าหน้าที่สำนักวิชาการจัดการ เดินทางไปยังประเทศไต้หวัน เยือน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไต้หวัน ได้แก่ Hungkuang University , National Kaohsiung University of Hospitality and Tourism และ National Sun Yat-sen University เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยในระดับนานาชาติ ภายใต้กรอบโครงการ International Leadership in Education and Research Network (iLEARN) และ Reinventing University

ซึ่งการเดินทางไปเยือน Hungkuang University ครั้งนี้สำนักวิชาการจัดการได้จากหารือร่วมกันร่วมกับผู้บริหาร Hungkuang University โดยจะมีการสนับสนุนให้นักศึกษาของทั้ง 2 สถาบันเป็น Buddy ร่วมทำกิจกรรมแบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะการฝึกทักษะภาษาอังกฤษและภาษาจีนในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งยังมีทุนเรียนฟรีสำหรับสหกิจศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปี ในปี 2568 และทุนฟรีสำหรับ International Summer Course ที่สนับสนุนการเดินทางและค่าลงทะเบียน ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการตลาดดิจิทัลเข้าร่วมในโครงการ อีกทั้งทางคณาจารย์ของสำนักวิชาการจัดการยังได้รับเชิญให้ไปเป็น Visiting Professor เพื่อร่วมสอนการทำอาหารไทยและการบริหารจัดการท่องเที่ยวให้กับนักศึกษาของ Hungkuang University ด้วย

นอกจากนี้ สำนักวิชาการจัดการยังได้เดินทางไปยัง National Kaohsiung University of Hospitality and Tourism ซึ่งนักศึกษาหลักสูตรโปรเชฟของสำนักวิชาการจัดการ จะได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน พร้อมทั้งมีการวางแผนลงนามความร่วมมือเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าเล่าเรียนและสนับสนุนที่พักสำหรับนักศึกษาที่ไปศึกษาที่สถาบันแห่งนี้

ส่วนการเยือน National Sun Yat-sen University ซึ่งมีการเซ็น MOU วิจัยฟื้นฟูป่าชายเลน-แลกเปลี่ยนทางวิชาการร่วมกันมาก่อนหน้านี้ ภายใต้โครงการ Reinventing โดยมี รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ หัวหน้าโครงการฯ ได้มีการพูดคุยหารือวางแผนพัฒนาโครงการ การศึกษาแนวทางการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “Blue Carbon” ด้วยทุนสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

 “การเดินทางเยือนทั้ง 3 สถาบันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้เป็น คนเก่งและคนดี เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต พร้อมทั้งยังมีการพัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยในระดับนานาชาติ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล ”  ผศ.ดร.พิมพ์ลภัส กล่าว

รมว.ศธ.ลงพื้นที่นครพนม ตรวจความพร้อมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาฯ

รมว.ศธ.ลงพื้นที่นครพนม ตรวจความพร้อมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาฯ

รมว.ศธ.ลงพื้นที่นครพนม ตรวจความพร้อมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาฯ

วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตรวจความพร้อม – พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปศักยภาพและความพร้อมของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เพื่อตรวจสอบพื้นที่การก่อสร้างท้องฟ้าจำลอง และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด และ Central Lab หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี โดยมีนายธนากร ดอนเหนือ อธิบดี สกร. และผู้อำนวยการสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดนครพนม ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม

สิ้นพระเอกชื่อดัง ไพโรจน์ สังวริบุตร จากไปสงบวัย72ปี

สิ้นพระเอกชื่อดัง  ไพโรจน์ สังวริบุตร  จากไปสงบวัย72ปี

สิ้นพระเอกชื่อดัง ไพโรจน์ สังวริบุตร จากไปสงบวัย72ปี

วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สายบันเทิงเศร้า สิ้นพระเอกดัง“เอ๋-ไพโรจน์ สังวริบุตร”นักแสดง-ผู้กำกับในตำนาน จากไปอย่างสงบวัย 72 ปี แฟนคลับร่วมแสดงความอาลัย

ข่าวเศร้าช็อกวงการบันเทิง เอ๋-ไพโรจน์ สังวริบุตร เสียชีวิตอย่างสงบเพราะโรคหัวใจกำเริบ (หลอดเลือดหัวใจอุดตัน) เมื่อเวลา 03.00น.วันที่ 3มิ.ย.2568 ที่ จ.นครราชสีมา สิริอายุได้ 72ปี กำหนดสวดพระอภิธรรม ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร สำหรับพิธีรดน้ำศพ จะมีขึ้นในวันที่ 4มิถุนายน2568 การจากไปของพระเอกรุ่นใหญ่สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการบันเทิงไทยอย่างมาก

หากเอ่ยถึงชื่อ“ไพโรจน์ สังวริบุตร”คนไทยหลายรุ่นคงต้องนึกถึงชายหนุ่มร่างโปร่ง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและแววตาทะเล้นที่ปรากฏอยู่บนจอเงินในบท“ตั้ม”จากภาพยนตร์’วัยอลวน’อันโด่งดังในยุค2510–2520 เขาคือพระเอกผู้ก้าวข้ามกาลเวลา จากภาพลักษณ์ของวัยรุ่นสุดแนวในวันนั้น สู่ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือในวันนี้ และยังคงยืนหยัดเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ไทย

“ไพโรจน์ สังวริบุตร”เกิดเมื่อวันที่ 18พฤษภาคม2496 ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เติบโตมาในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์กับวงการบันเทิงโดยตรง เป็นบุตรชายของนายคารม สังวริบุตร และนางพรพรรณ วรรณมาตย์ มีพี่สาวชื่อ จีราภา ปัญจศิลป์ เจ้าของคณะละครวิทยุอัชชาวดี และเป็นหลานชายของไพรัช สังวริบุตร ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง

หากเอ่ยถึงชื่อ ไพโรจน์ สังวริบุตร คนไทยหลายรุ่นคงต้องนึกถึงชายหนุ่มร่างโปร่ง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม และแววตาทะเล้นที่ปรากฏอยู่บนจอเงินในบท “ตั้ม” จากภาพยนตร์ วัยอลวน อันโด่งดังในยุค 2510-2520 เขาคือพระเอกผู้ก้าวข้ามกาลเวลา จากภาพลักษณ์ของวัยรุ่นสุดแนวในวันนั้น สู่ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือในวันนี้ และยังคงยืนหยัดเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ไทย

เส้นทางชีวิตและจุดเริ่มต้นในวงการ ไพโรจน์ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อ “เอ๋” เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2496 ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์กับวงการบันเทิงโดยตรง เป็นบุตรชายของ นายคารม สังวริบุตร และ นางพรพรรณ วรรณมาตย์ มีพี่สาวชื่อ จีราภา ปัญจศิลป์ เจ้าของคณะละครวิทยุอัชชาวดี และเป็นหลานชายของ ไพรัช สังวริบุตร ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ก่อนเข้าสู่วงการบันเทิง เขาสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส.สาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์ จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ และต่อมาได้รับปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก

เส้นทางการแสดงเริ่มต้นด้วยบท “โกมินทร์” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง วัยอลวน (2519) ที่กลายเป็นภาพยนตร์แห่งยุค สร้างปรากฏการณ์ทั้งรายได้และกระแสความนิยมอย่างถล่มทลาย บท“ตั้ม”ในวัยอลวน ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทภาพยนตร์ธรรมดา แต่มันกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยมานานนับสิบปี ตั้ม คือหนุ่มนักศึกษาทะเล้น ขี้เล่น อารมณ์ดี มีมุมอบอุ่นน่ารัก และจริงใจในความรัก เป็นภาพสะท้อนของวัยรุ่นยุค 70s ที่มีความฝัน มีหัวใจ มีอารมณ์ขัน ไพโรจน์ ถ่ายทอดบทบาทนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความเป็น “คนธรรมดาที่น่ารัก” มากกว่าจะเป็น “พระเอกที่อยู่บนหิ้ง” และนั่นเองคือจุดที่ทำให้เขาแตกต่างจากพระเอกในยุคเดียวกัน

อีกหนึ่งความสำเร็จที่ไม่อาจละเลยได้คือการจับคู่กับ จิ๋ม-ลลนา สุลาวัลย์ ในบท โอ๋ คู่รักของตั้มในภาพยนตร์ วัยอลวน ทั้งสองกลายเป็นคู่ขวัญที่คนดูหลงรักและเชียร์ให้เป็นคู่จริงนอกจอ ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบของกระแส “คู่จิ้น” ในวงการบันเทิงไทย ที่เกิดขึ้นก่อนคำว่าคู่จิ้นจะถือกำเนิดเสียอีก แม้ช่วงหลังไพโรจน์จะลดบทบาทการแสดงลง แต่เขายังคงเดินหน้าสร้างผลงานในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ หนึ่งในผลงานที่น่าจดจำคือ วัยอลวน 5:ตั้ม-โอ๋ ตัวตึง (2565) ซึ่งเขานั่งแท่นผู้กำกับและเล่าเรื่องราวต่อยอดจากภาพยนตร์ต้นฉบับโดยยังคงรักษาเสน่ห์ของตัวละครไว้ได้อย่างซาบซึ้ง ด้านเกียรติประวัติ ได้รับเกียรติประทับรอยมือที่ ลานดารา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เมื่อปี พ.ศ.2552 เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้สร้างผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการบันเทิงไทย ด้านชีวิตส่วนตัว ไพโรจน์เคยเปิดใจผ่านสื่อถึงความรักต่างวัยกับภรรยาที่อายุน้อยกว่าถึง 21 ปี พร้อมยอมรับว่าความรักของเขานั้นต้องผ่านบทพิสูจน์และความเข้าใจเช่นเดียวกับที่ตั้มเคยมีให้กับโอ๋ในจอ

ไพโรจน์ คือพระเอกผู้ไม่จำเป็นต้องหล่อเหลาแบบฉบับ แต่เป็นพระเอกที่ “คนดูหลงรัก” เพราะเขาคือภาพแทนของผู้ชายธรรมดาที่มีเสน่ห์เหลือล้น เขาไม่ได้เพียงแต่สร้างภาพยนตร์ หากแต่สร้างความทรงจำให้แก่คนดูทุกยุคทุกสมัยและไพโรจน์ คือ“ตั้ม”ที่เราไม่เคยลืมและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

‘นายกฯ’นำปชช. ถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระราชินี’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

'นายกฯ'นำปชช. ถวายพระพรชัยมงคล 'สมเด็จพระราชินี' เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘นายกฯ’นำปชช. ถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระราชินี’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 21.26 น.

นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568

3 มิถุนายน 2568 เวลา 19.49 น. ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง  นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568 โดยมี ผู้แทนประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคู่สมรสเดินทางถึงพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรี ผู้แทนประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ทำวันทยหัตถ์หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้ววางพุ่มทอง พุ่มเงิน จากนั้นนายกรัฐมนตรี ถวายธูปเทียนแพ  จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ความว่า

“ขอพระราชทานกราบบังคมทูล พระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวแพทองธาร  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่ได้มาพร้อมกันอยู่ ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้และที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนทั่วโลก มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่เวียนมาบรรจบ ครบรอบอีกวาระหนึ่งในวันนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ  ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ จนเป็นที่ประจักษ์  แก่ผองพสกนิกรครอบคลุมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านสาธารณสุข ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยแผ่สายธารแห่งพระเมตตาบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน เพื่อให้เป็นรากฐานอันมั่นคงของครอบครัว นำพาไปสู่ความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติสืบไป

ในศุภวาระอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทาน พระราชานุญาตนำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญ พร้อมจตุรพิธพรชัย พระเกียรติคุณเกริกไกรแผ่ไพศาล ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ“

จากนั้น ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา 2 จบ  ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวนำว่า “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี