ปักหมุด! จุดเล่นน้ำ‘สงกรานต์’ Water Festival 2025

ปักหมุด! จุดเล่นน้ำ‘สงกรานต์’ Water Festival 2025

ปักหมุด! จุดเล่นน้ำ‘สงกรานต์’ Water Festival 2025

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.41 น.

ปักหมุด!กางจุดเล่นน้ำ‘สงกรานต์’ส่วนกลาง-ภูมิภาค ในงาน Water Festival 2025 ชวนประชาชนร่วมกิจกรรมรับความสุขอย่างชุ่มฉ่ำ

9 เมษายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนคนไทยร่วมกิจกรรมในงาน “Maha Songkran World Water Festival 2025” ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความสุขอย่างชุ่มฉ่ำ ได้แก่

1) 11-15 เมษายน 2568 กิจกรรม “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” กับสงกรานต์ที่ ถนนราชดำเนิน & ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ  

2) 13-15 เมษายน 2568 ณ สยามสแควร์ ในงาน “สงกรานต์สยามผ้าขาวม้า สาดสนุก สุดอะเมซิ่ง”  เนรมิตสยามสแควร์ให้กลายเป็นสวนน้ำ กับ สงกรานต์สยามผ้าขาวม้า   

3) 14 เมษายน 2568 ในงาน Amazing Bangkok Songkran Parade 2025  ณ ถนนสีลม มีขบวนพาเหรดสงกรานต์ของชาว LGBTQIA+ ที่ร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ จัดงานภายใต้แนวคิดสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทย 

4) 12-14 เมษายน 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ ในงาน S2O Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีสงกรานต์ระดับโลกผสมผสานระหว่าง “ดนตรี” และ “น้ำ”

5) 10 – 15 เมษายน 2568 ณ  One Bangkok ในงาน One Bangkok, One Lagoon Splashing Songkran Rhythms เนรมิตรังสรรค์พื้นที่ใจกลางกรุงให้เป็นโอเอซิส ผสานสายน้ำและศิลปะวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยมีเอกลักษณ์ 

6) 10 – 16 เมษายน 2568 ณ ไอคอนสยาม ในงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025 ภายใต้แนวคิด “สาดสนุกมหาสงกรานต์ สายธารแห่งเสน่ห์ไทย” 

7) 12-14 เมษายน 2568 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน Thai Rhythm Songkran Festival 2025

สำหรับไฮไลต์การจัดงาน Water Festival 2025 ในส่วนภูมิภาค เช่น

1) 12-15 เมษายน 2568 จ.เชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวง: ประเพณีปี๋ใหม่เมือง สรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญ ของวัดเจดีย์หลวง จุดประทีปบูชาพระธาตุ พร้อมลิ้มรสอาหารเหนืออร่อยแบบล้านนาแท้ ๆ

2) 12-13 เมษายน 2568 จ.ลำพูน ณ ตลาดนัดสงกรานต์ ถนนรถแก้ว: ทำบุญสรงน้ำพระ ชมขบวนแห่ของดีเวียงลำพูน ชอปของดีของชุมชนและลิ้มรสอาหารล้านนา

3) 13-15 เมษายน 2568 จ.ขอนแก่น ณ วัดไชยศรี บ้านสาวะถี: ร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์แบบอีสานดั้งเดิม พร้อมทำบุญเสริมสิริมงคลด้วยการตักบาตรหน้าสิมและสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณ การแสดงหมอลำสาวะถี

4) 12-13 เมษายน 2568  จ.อุดรธานี ณ ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง: ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ไทยพวนบ้านเชียง เพื่อรับพรจากผู้สูงอายุ ทำบุญตักบาตรสรงน้ำพระ

5) 12-13 เมษายน 2568 จ.ภูเก็ต ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี หรือลานมังกร ซอยรมณีย์และวัดไม้ขาว: ชวนสวมใส่ชุดเคบาย่า เดินเล่นรอบเมืองภูเก็ต ถ่ายรูปเช็กอินลงโซเชียล ชวนชิมและเดินเล่นชิล ๆ อุดหนุนของดีของชุมชน โดยในวันที่ 13 เมษายน 2568 เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการตักบาตรข้าวสุกและข้าวสารอาหารแห้ง ที่วัดไม้ขาวเพื่อความเป็นสิริมงคล

“รัฐบาลเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่มีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำ แต่เป็นเทศกาลแห่งความรัก ความกตัญญู และความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งควรค่าแก่การส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลก สงกรานต์ไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง เราต้องการให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต” นายอนุกูล กล่าว

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.01 น.

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

วัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 “ปิดเทอมเติมธรรม” มีเยาวชน 8,000 คน จากศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัด กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ระยะเวลาการอบรม ตั้งแต่วันที่ 1- 30 เมษายน พ.ศ. 2568 (ระยะเวลา 30 วัน) ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ

บรรยากาศที่ ศูนย์บวชวัดพระธรรมกาย มี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นพระอุปัชฌาย์โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 จำนวน 400 กว่ารูป พร้อมคณะเจ้าภาพ ผู้ปกครอง และคณะญาติ เข้าร่วมพิธีเวียนประทักษิณ และพิธีขอขมามอบผ้าไตร เป็นจำนวนมาก ภายในพิธีขอขมา นาคธรรมทายาทมีโอกาสเขียนบันทึกความในใจถึงพระคุณของบิดามารดาด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อทุกชีวิตของครอบครัว การถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารโดยขาดการใช้วิจารณญาณส่งผลให้แต่ละคนแยกตัวเองออกมาจากสังคมปกติ และยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา อันเนื่องมาจากขาดวินัยในตนเอง การบรรพชาสามเณร“ปิดเทอมเติมธรรม” จึงเป็นเป็นการสร้างพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมใหม่ให้กับเยาวชน หลังลาสิกขาจึงเป็นการปรับพฤติกรรมเด็กและเยาวชนไทยให้เข้าสู่วิถีชีวิตที่ดีงาม เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ เป็นพลเมืองดีของชาติและเกิดพลังสืบสานพระพุทธศาสนา

ด้าน พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ในฐานะประชาสัมพันธ์โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 กล่าวว่า วัดพระธรรมกาย และศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดทั่วประเทศจัดพิธีบรรพชาสามเณร ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2567 ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัด จำนวนกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงวัดพระธรรมกายด้วย โดยปีนี้มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ และผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด จำนวน 8,000  คน ซึ่งในระหว่างการเข้าร่วมในโครงการ เยาวชนจะได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ด้วยการศึกษาธรรมะ ปลูกฝังให้เยาวชนมีความรัก และศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีใจรักการปฏิบัติธรรม เกิดความรักเคารพในพระรัตนตรัย เป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ ‘สุข สนุก อบอุ่น ใฝ่ธรรม’ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งปลูกฝังให้มีความกตัญญูต่อบิดามารดา และผู้มีอุปการคุณ

สำหรับโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของชมรมพุทธศาสตร์สากล ฯ, ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ, องค์การพุทธโลก (World Alliance of Buddhists – WAB), องค์กรอาสาสมัครเพื่อสันติภาพ (V-PEACE), หน่วยงานทางการศึกษา ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ, โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ, ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน, เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก, วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย ระหว่างวันที่ 1 – 30 เม.ย. 2568 (ระยะเวลา 30 วัน) ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ และวัดพระธรรมกาย สามารถติดตามข่าวสารข้อมูลโครงการได้ที่ http://www.xn--b3c5a0b.com/ และ http://www.dmycenter.com หรือที่ IG, Facebook, twitter @dhammakayainfo หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-831-1234

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครม.เห็นชอบการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น Tentative List ของศูนย์มรดกโลก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้1. เห็นชอบเอกสารนำเสนอ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Kung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น(Tentative List)ของศูนย์มรดกโลก

2. เห็นชอบให้ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกลงนามในเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซองศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

3. มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ นำเสนอเอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ“Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin”เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก ต่อ ศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์’พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์'พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร'

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์’พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.15 น.

กระทรวงศึกษาธิการชี้แจง กรณีมีข่าวเฟคนิวส์ ประเด็น พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าวกันในโซเชียล ข้อความว่า “กระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….” นั้น จริงๆ แล้ว เรื่องนี้เกิดจากเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ถึงประเด็นการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ซึ่งได้ประชุมถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมและแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเจตนารมณ์ของ ศธ.ต้องการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ตามข้องกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ โดย ศธ.ได้ย้ำว่าการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้านั้น จะดำเนินการเฉพาะภายในขอบเขตของสถานศึกษาเพียงอย่างเดียว ซึ่ง พณ.มีความเข้าใจและเห็นชอบในหลักการที่จะปรับแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะมีช่องทางที่สามารถแก้ไขระเบียบข้อบังคับตามประกาศ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ผมก็ให้ความเห็นไปว่า “การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แต่ทั้งนี้ จะต้องกำหนดเงื่อนไขป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ไปสุ่มเสี่ยงกับกับการพนันด้วย ซึ่งเป็นการให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ขัดข้องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานที่ให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชน จึงต้องมีเงื่อนไขในการดำเนินการตามกฎหมายเดิม เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างเคร่งครัดด้วย” ปลัด ศธ.กล่าว และว่า ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านักข่าวต้นฉบับนี้แปลความหมายการสัมภาษณ์ตนอย่างไร เพราะมีนักข่าวหลายสำนักมาสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่เห็นมีฉบับไหนลงเหมือนกับที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้กระทรวงศึกษาธิการเสียหายเป็นอย่างมาก

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.15 น.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อโรงเรียนที่ว่างได้ 11 เม.ย.นี้ พร้อมเร่งสำรวจอาคารโรงเรียนที่เสียหายหนัก และเตรียมนำหลักสูตรฯรับมือภัยพิบัติ-ภัยธรรมชาติ ลงสู่ห้องเรียน

8 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. โดยนำข้อสั่งการของ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ รายงานการสำรวจสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2568) พบว่า มีสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ รวม 2,944 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น กลุ่มสีเขียว (เสียหายเล็กน้อย/ไม่เสียหาย) จำนวน 2,512 แห่ง กลุ่มสีส้ม (เสียหายปานกลาง) จำนวน 353 แห่ง และกลุ่มสีแดง (เสียหายหนัก) จำนวน 66 แห่ง โดยจังหวัดที่มีสถานศึกษารายงานผลกระทบเข้ามามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. เชียงใหม่ 247 แห่ง 2. กรุงเทพมหานคร 214 แห่ง 3. ลำปาง 169 แห่ง 4. พิจิตร 163 แห่ง 5. กาญจนบุรี 157 แห่ง ทั้งนี้ สพฐ. ได้ประสานวิศวกรอาสาซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 กว่าคน ลงพื้นที่สำรวจสถานศึกษาในกลุ่มสีส้มและสีแดงก่อน เพื่อยืนยันว่าอาคารสถานที่ในโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายสามารถใช้งานได้หรือไม่ หากอาคารใดเสียหายหนักไม่สามารถใช้งานได้ต้องสั่งหยุดใช้ไปก่อน แต่หากเสียหายปานกลางหรือเสียหายน้อย ก็จะรีบดำเนินการของบประมาณเพื่อมาซ่อมแซมให้แล้วเสร็จทันก่อนวันเปิดภาคเรียน 1/2568 ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้

สำหรับการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 และ ม. 4 ซึ่งได้เลื่อนจากวันที่ 29-30 มีนาคม มาเป็นวันที่ 5-6 เมษายน 2568 เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว นั้น โดยภาพรวมพบว่าสามารถจัดการสอบได้เรียบร้อยดี ไม่มีการร้องเรียนหรือพบเรื่องทุจริตใดๆ และมีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จัดสอบ โดยในวันที่ 4 เมษายน โรงเรียนทุกแห่งที่เป็นสถานที่จัดสอบได้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแบบเสมือนจริง ซึ่งทุกโรงเรียนให้ความร่วมมือดีมากและได้ผลตอบรับที่ดีจากนักเรียนและผู้ปกครอง ต่อไปอาจมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำทุกเดือน ไม่ใช่แค่ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวเท่านั้น ต้องมีการรับมือภัยจากเหตุอื่นๆ ด้วย เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากมนุษย์ แผนการอพยพ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนและครูมีทักษะชีวิต สามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยทั้งหลายได้ ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนที่พลาดหวังในการสอบ สามารถตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนและจำนวนที่นั่งว่าง ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ภายในวันที่ 11 เมษายน จากนั้นยื่นความจำนงผ่านระบบออนไลน์ วันที่ 17-22 เมษายน ประกาศผล 24 เมษายน และมอบตัว 27 เมษายน 2568 ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าบุตรหลานจะมีที่เรียนอย่างแน่นอน

“นอกจากนี้ ด้วยเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ทบทวนหลักสูตรการเรียนการสอน การเรียนรู้การป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ลงสู่ห้องเรียน โดยเราได้วิเคราะห์แล้วพบว่าในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ และภัยธรรมชาติอยู่แล้ว ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ 1. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ชั้น ป.6, ม.1-3, ม.4-6) 2. สุขศึกษาและพลศึกษา (ชั้น ป.1-3, ป.6) และ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ชั้น ป.6, ม.6) และในหนังสืออ่านเพิ่มเติม ภัยพิบัติทางธรรมชาติและการรับมือภัยพิบัติ (ชั้นประถม-มัธยม) เพียงแต่เป็นการสอนให้ความรู้อย่างเดียว ยังไม่ได้สอนการปฏิบัติจริง จากนี้ก็จะมีการกำชับไปยังเขตพื้นที่และสถานศึกษาทุกแห่ง ให้มีการนำหลักสูตรลงสู่การปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบเสมือนจริง เพื่อให้นักเรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.16 น.

ครม.เห็นชอบการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม‘พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์’ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น Tentative List ของศูนย์มรดกโลก

8 เมษายน 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Kung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก

2. เห็นชอบให้ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกลงนามในเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซองศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

3. มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาตินำเสนอเอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร” สร้างเครือข่ายผู้บริหารงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA ร่วมผลักดันการพัฒนาผลงานวิจัยคุณภาพที่มุ่งเน้นการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยให้เกิดวิสัยทัศน์ในการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาภาคอุตสาหกรรมเกษตร สร้างการบูรณาการเครือข่ายและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA โดยได้รับเกียรติจากดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดหลักสูตรฯ

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวจะเน้นการสร้างเครือข่ายงานวิจัยให้ผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สถาบันการศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับ PMU ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงานวิจัย ตั้งแต่การจัดสรรทุน การบริหารงบประมาณ การวางแผนโครงการวิจัย ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

ด้าน นายศิริศักดิ์ เปรมปิยะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรนี้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยรุ่นที่ 1 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 และ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2568 และรุ่นที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 และ 10 – 12 มีนาคม 2568โดยทางผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทุนวิจัยของ ARDA และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการเกษตรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนและให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมตลอดหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.ทิศทางงานวิจัยภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการใช้ประโยชน์งานวิจัยในธุรกิจเกษตร , 2.การปฏิรูประบบวิจัย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างโอกาสในการบริหารงานวิจัยร่วมกัน , 3.การวางแผน การจัดการโครงการวิจัย และการเขียนบทสรุปและรายงานวิจัย , 4.การใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการวิเคราะห์โครงการวิจัย และ 5.การทำงานเป็นทีม

“ถึงแม้การลงทุน R&D เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก แต่หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต การอบรมหลักสูตรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างงานวิจัยคุณภาพและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านการเกษตรไปขยายผลสู่ภาคเอกชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศต่อไป”  ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พัฒนาหลักสูตร – รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และรศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์ ผ่าน KMITL Masterclass ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 อาคารกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สจล.

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจ ศธ.ว่า ได้มอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวาดภาพระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว ณ ประเทศญี่ปุ่น และนักเรียนได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชียด้วย

“ขอให้นักเรียนทั้ง 3 คน ได้เก็บภาพในวันนี้ เป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง ในการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ พร้อมขอให้นำรางวัลครั้งนี้ สร้างเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ต่อเนื่องต่อไป” รมว.ศธ. กล่าวและว่า…

สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติ และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ คือ 1. ด.ญ.วริศรา สัมฤทธิ์ โรงเรียนอนุบาลวังสามหมอ จ.อุดรธานี ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการแข่งกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว เข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผลงานของเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมคัดเลือกกว่า 90 ประเทศ , 2.ด.ญ.ฐิตาภัทร์ กิจดี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัล All-around ชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships  (การแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และ 3.ด.ญ.พิชญธิดา สมศรี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันประเภทคู่ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships (การแข่งขันกีฬาสแต็ค    ชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี  นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 77 จังหวัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า การประชุม ผอ.สพท. รูปแบบใหม่นี้ นอกจากแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายด้านการศึกษาให้ ผอ.สพท. ได้รับทราบและปฏิบัติแล้ว ต้องการให้เขตพื้นที่ต่างๆ ได้รายงานผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ. ซึ่งเป็นการรายงานผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นแล้ว จนเห็นผลเป็นรูปธรรมตามสภาพจริงในพื้นที่ โดยไม่สร้างภาระให้กับครูและบุคลากรฯ รวมถึงโรงเรียน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเราต้องการวัดสมรรถนะของ ผอ.สพท. ในเรื่องการนำนโยบายของ ศธ. และ สพฐ. ลงสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ ผอ.เขต ทุกคนต้องทำได้ ต้องสามารถสื่อสารกับผู้บริหารและครูของโรงเรียนในสังกัด ให้นำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเชิงประจักษ์ได้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริหาร ครูและบุคลากรฯ ชุมชน และสาธารณชน ได้รับรู้รับทราบว่ามีการดำเนินงานสำเร็จในเรื่องใดบ้าง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง การลดภาระครูและบุคลากรฯ การขับเคลื่อน OBEC Zero Drop out “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” การพัฒนาการศึกษาตามแนวทาง PISA การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และโครงการสุขาดี มีความสุข เป็นต้น

จากนั้น ได้รับชมการนำเสนอผลการดำเนินงานของเขตพื้นที่ต่างๆ อาทิ สพม.นนทบุรี นำเสนอการทำโครงการตามพระราชดำริ และกิจกรรมของนักเรียน ณ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์, สพม.สระบุรี นำเสนอการขับเคลื่อน Learn to Earn การสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค, สพป.นครพนม เขต 1 นำเสนอหุ่นยนต์อัจฉริยะจากฝีมือนักเรียน ณ โรงเรียนสุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา), สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 นำเสนอการนำพระราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในด้านการสร้างอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย, สพม.พิจิตร นำเสนอการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบ Active Learning ณ โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ, สพป.นราธิวาส เขต 3 นำเสนอการขับเคลื่อน Soft Power คีตมวยไทย และการส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาไทย-จีน-อังกฤษ ณ โรงเรียนอนุบาลระแงะ และ สพป.นครราชสีมา เขต 4 นำเสนอโครงการมัคคุเทศก์น้อยแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในชุมชน ณ โรงเรียนบ้านทะเล (เสมาประชาสรรค์) เป็นต้น โดย เลขาธิการ กพฐ. กล่าวชื่นชม ว่าแต่ละเขตพื้นที่สามารถนำเสนอได้ดี เห็นผลงานที่สำเร็จได้ชัดเจน แต่บางเขตยังมีปัญหาเรื่องระบบเสียง จึงขอให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้, การยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET, การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมิน PISA,  ส่วนนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.  เรื่องการนำคะแนนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา, การสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ,  ขณะที่ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน, โครงการ Thai Youth Streets Art, การเสริมสร้างความเข้มแข็งการเยี่ยมโรงเรียน  และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ, โรงเรียนร่วมพัฒนา, โรงเรียน Connext ED, โครงการสุขาดี มีความสุข,  และโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น