รัฐบาล เตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โทษสูงสุดจำคุก ปรับไม่เกิน 140,000 บ.

รัฐบาล เตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โทษสูงสุดจำคุก ปรับไม่เกิน 140,000 บ.

รัฐบาล เตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โทษสูงสุดจำคุก ปรับไม่เกิน 140,000 บ.

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

รัฐบาลเตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก สินค้ายังมีเพียงพอ

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือในส่วนที่เกี่ยวข้องของ แต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน จะต้องมีอย่างเพียงพอ ร้านค้าผู้ประกอบการจะต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย

“รัฐบาลขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” 
        
“ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก จากการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน เพื่อดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีพฤติการณ์กักตุนสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน

เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน

เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.41 น.

เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน 

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เป็นความโชคดีที่ปิยบุตรออกมาจากพรรคประชาชน จะได้ตัดโปลิตบุโรออกไปอีกคน เพื่อให้พรรคทำงานได้จริงๆ เมื่อเปิดดู track recod ของปิยบุตรก็มีแต่เรื่องอื้อฉาว ตั้งแต่ดอดไปทำดีลกับใครต่อใคร ทั้งกับอภิรัชต์และกับอนุทินในสมัยนั้น ไปกินฟรีดื่มฟรีกับเค้า แต่สุดท้ายไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าฝ่ายอำนาจเก่าเค้าอยากจะเจรจาด้วย ซึ่งในความเป็นจริง เค้าไม่ได้อยากเจรจาอะไรด้วยทั้งนั้น

นี่ยังรวมถึงเรื่องลดเพดานต่างๆ ทั้งที่เคยทำนิติราษฎร์แต่สุดท้ายเรื่อง 112 ก็ไม่ขยับ วันนี้ ประกาศใหญ่โตว่าตัวเองโบกมือลาพรรคส้ม จะได้ไปทำอะไรที่อยากทำอย่างเสรี แต่เมื่อไม่มีกี่วันนี้ ยังนั่งด่าแก้วตาเพราะแก้วตาด่าพรรคอย่างเสรี นี่คือสถานการณ์กลับไม่ได้ไปไม่ถึง จะเป็นนักการเมือง ก็ขาดความน่าเชื่อถือ จะกลับเป็นนักวิชาการ ก็แปดเปื้อนการเมืองไปแล้ว น่าจะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสกับเมียนะคะ เปิดบาร์ไวน์ จะได้นั่งดื่มทุกวัน”

ล่าสุดนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้นายปวิน ถึงกรณีกล่าวหา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ดังกล่าว ระบุว่า “โพสต์นี้ของอ.ปวิณเป็นโพสต์ในมุมคนนอก ที่จะมีข้อมูลเป็นจิ๊กซอว์มาประติดประต่อแบบไหนไม่ทราบได้ แต่ก็เป็นสิทธิที่จะวิพากวิจารณ์

แต่ข้อเท็จจริงมีหนึ่งเดียว ดิฉันจึงขอใช้พื้นที่นี้ปกป้องความจริงไม่ให้ถูกบิดเบือน แสดงความรู้สึกความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อบันทึกไว้ในฐานะคนในที่มีประสบการณ์ทำงานเป็น

1. กรรมการคัดเลือกผู้สมัครสส. และสส.บัญชีรายชื่อ #พรรคอนาคตใหม่

2. สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหาร #พรรคก้าวไกล

ดิฉันร่วมทุกข์ร่วมสุข ทำงานกับอ.ปิยะบุตรมาตั้งแต่อาจารย์มาชักชวนก่อตั้งพรรคร่วมกันในปี 2561 และอยู่กับพรรคก้าวไกลจนถึงนาทีสุดท้าย

ดิฉันขอยืนยันว่าอ.ปิยะบุตรไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโรแบบที่ถูกกล่าวหา เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน ระมัดระวังตัวเรื่องการก้าวก่ายแทรกแซง ไม่วางตัวใหญ่โตใด ๆ

อ.ปิยะบุตรเป็นคนที่ทุ่มเททำงานหนัก เสียสละ น่าเคารพรัก เป็นแบบอย่างที่ดีในจิตวิญญาณของผู้สร้าง เป็นที่พึ่งทางใจยามเหนื่อยล้าท้อแท้ และมีคุณูปการต่อพรรคในทางที่ชอบ เช่น ส่งพลัง ให้กำลังใจ คำแนะนำปรึกษาเมื่อถูกร้องขอ

หลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม อ.ปิยะบุตรสนับสนุนโอบอุ้มพรรคตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ไม่เคยเสียมารยาท ไม่ก้าวก่ายแทรกแซงใด ๆ มีแต่พวกเราเรียกร้องขอคำปรึกษาและขอให้มาพบปะสังสรรค์กันบ้างนาน ๆ ครั้ง

เชื่อมั่นว่าผู้ร่วมงานจำนวนมากของดิฉันก็สามารถยืนยันข้อเท็จจริงนี้ตรงกัน

ถ้าไม่มีอ.ปิยะบุตรก็ไม่มีพรรคส้ม ที่เป็นยานพาหนะทางการเมืองเดียวของพวกเราในวันนี้

ดิฉันไม่อาจทนให้อ.ปิยะบุตรถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม จึงขอบันทึกประสบการณ์ที่ตัวเองได้สัมผัสมาจริงนี้เอาไว้

ท่านผู้อ่านมีสิทธิจะใช้ดุลยพินิจที่จะเชื่อถือใครก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคล”

เอาไหม?สูตร 200:200 เทพไท ชงรื้อระบบเลือกตั้ง หวังดัดหลังขบวนการซื้อเสียง

เอาไหม?สูตร 200:200 เทพไท ชงรื้อระบบเลือกตั้ง หวังดัดหลังขบวนการซื้อเสียง

เอาไหม?สูตร 200:200 เทพไท ชงรื้อระบบเลือกตั้ง หวังดัดหลังขบวนการซื้อเสียง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.06 น.

4 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง แก้ปัญหาซื้อเสียง

ผมทราบข่าวว่า นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการรับรองผลการเลือกตั้งว่า เตรียมประกาศรับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง 100 คน และส.ส.เขตอีก4เขตที่เหลือภายในวันนี้ คือวันพุธที่4มีนาคม เพื่อให้จำนวนส.ส.ครบถ้วน ตามเงื่อนไขการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน

ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต.สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอเวลา หรือประวิงเวลา หรือรับฟังข้อร้องเรียน หรือไตร่ตรองข้อมูลอย่างรอบคอบ ก่อนจะรับรองผล เพราะกฎหมายให้สิทธิ์กับกกต. สามารถรับรองผลได้ทันทีภายใน 60 วัน แต่กกต.ชุดนี้ไม่เลือกวิธีการตรวจสอบข้อร้องเรียน หรือใช้เวลาให้ครบตามเงื่อนไขของกฎหมาย แต่เร่งรับรองผลให้จบโดยเร็ว หวังจะให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาในทันที

จะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านี้กกต.รับรองส.ส.ในระบบเขต 396 เขต และยังขาดอยู่4เขต ที่มีการนับคะแนนใหม่ และเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ถ้าหากไม่มีปัญหาเหล่านี้ กกต.คงจะรับรองครบ 400 เขตไปแล้ว และวันนี้ก็ได้ประกาศรับรองส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่ออีก 100 คน

ในความเป็นจริง ถ้าจะพิจารณาเงื่อนไข หรือข้อร้องเรียนของส.ส.ในระบบในระบบเขต กับส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ จะเห็นได้ว่าส.ส.ในระบบเขตจะมีคำร้อง หรือจะมีข้อท้วงติงมากกว่าส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อด้วยซ้ำไป เพราะส.ส.ในระบบเขตมีปัญหา นับตั้งแต่เรื่องการปราศรัยหาเสียง การติดป้ายเกินจำนวนกำหนด การจัดเลี้ยงหัวคะแนน การซื้อเสียง ซึ่งมีปัญหามากมายแตกต่างกับส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งข้อร้องเรียนมีน้อยกว่า เพราะจะเห็นได้ว่า ถ้าหากมีการซื้อเสียง หรือทุจริตในการเลือกตั้งของส.ส.2ประเภทนี้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อมีปัญหาน้อยกว่า

จึงอยากเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มายังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังจากประชามติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการแก้ไข หรือจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ข้อเสนอที่เกี่ยวกับเรื่องระบบการเลือกตั้ง คืออยากจะให้มีการแก้ไขจำนวนส.ส. จากทั้งหมด 500 คน หรือที่เรียกว่าสภา 500 ให้เหลือจำนวนส.ส. 400 คน และในจำนวน 400 คน ให้แบ่งเป็นส.ส.ในระบบเขต 200 คน เป็นส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 200 คน

เหตุผลคือ ถ้าส.ส.ในระบบเขตจำนวนน้อยลง ทำให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น การซื้อเสียงจะยากขึ้น และการซื้อเสียงต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็น2เท่า ซึ่งจะทำให้การชื่อเสียงอาจลดน้อยลง หรือทำให้คนชื่อเสียงต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น จนที่สุดก็ไม่ประสบความสำเร็จในการซื้อเสียง

ส่วนส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ให้มีจำนวน 200 คน เพราะเชื่อว่าส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ จะมีการซื้อเสียงน้อยมาก ไม่มีพรรคการเมืองใดเน้นเรื่องการซื้อเสียงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะส่วนใหญ่จะให้ผู้สมัครส.ส.ในระบบเขตเป็นคนซื้อเสียง และผู้สมัครส.ส.ในระบบเขต จะซื้อให้กับตัวเอง จะไม่ยอมซื้อให้กับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเห็นจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่าคะแนนที่ได้รับการเลือกตั้ง ระหว่างผู้สมัครส.ส.เขตกับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ มีความแตกต่างกันมาก โดยส่วนใหญ่ส.ส.ในระบบเขตจะมีคะแนนสูงกว่าผู้สมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ นั้นแสดงว่าผู้สมัครส.ส.ในระบบเขต จะซื้อคะแนนให้กับตัวเอง ทิ้งพรรคที่ตัวเองสังกัด

เราจะเห็นว่า ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งในแต่ละเขต คะแนนจะอยู่ประมาณ 30,000-50,000 คะแนน แต่พรรคที่สังกัดจะได้คะแนน 5000-10,000 คะแนน เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ จะมีน้อยและทำได้ยากกว่า

ถ้าหากแก้ปัญหาการซื้อเสียง ซึ่งกำลังแพร่หลายมากที่สุดในขณะนี้ในเบื้องต้น ก็คือต้องแก้ไขโครงสร้างจำนวนส.ส. และประเภทของส.ส.ตามที่ได้นำเสนอมา

มท. สั่ง ผู้ว่าฯ เข้ม3มาตรการ รับมือผลกระทบจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง

มท. สั่ง ผู้ว่าฯ เข้ม3มาตรการ รับมือผลกระทบจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง

มท. สั่ง ผู้ว่าฯ เข้ม3มาตรการ รับมือผลกระทบจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.54 น.

‘มท.’ สั่ง ‘ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ’ เข้ม3มาตรการ ‘กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน-สร้างการรับรู้ไม่ตื่นตระหนก-กำกับดูแลการปฏิบัติราชการ’ เปิด ‘ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด-อำเภอ’ รับแจ้งกรณีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2569 เวลา 23.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงเวลาปัจจุบัน 

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่ 1. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ โดยป้องกันการฉกฉวยโอกาสการขึ้นราคาและการกักตุน รวมทั้งกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 2. สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจการดำเนินงานของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน และ 3. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาลและของทุกส่วนราชการอย่างเคร่งครัด

“นอกจากนี้ ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นช่องทางเพื่อรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนในกรณีมีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน แห่เข้าปั๊มกักตุน นายกฯยันมีแผนสำรอง

แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน  แห่เข้าปั๊มกักตุน  นายกฯยันมีแผนสำรอง

แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน แห่เข้าปั๊มกักตุน นายกฯยันมีแผนสำรอง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน แห่เข้าปั๊มกักตุน นายกฯยันมีแผนสำรอง เชลล์-คาลเท็กซ์ขึ้นพรวด

นายกฯ ยันมีแผนรับมือราคาน้ำมันจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ด้าน รมว.พลังงาน ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซล 7-10 วัน ย้ำไม่ต้องแตกตื่น ขอประชาชนอย่ากักตุน ชี้มีเพียงพอกับความต้องการพร้อมใช้กลไกดูแล ขณะที่ “เชลล์”-“คาลเท็กซ์” ปรับราคาน้ำมันแล้ว ส่วนบางจาก-ปตท.ยังไม่ปรับ

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงแผนรับมือจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของประเทศอิหร่าน ว่ามีมาตรการในการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน โดย ปตท.ที่แม้เป็นเอกชนแต่ก็ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐ มีกฎหมายว่าถ้ามีความจำเป็นด้านความมั่นคง สามารถสั่งห้ามส่งออกน้ำมันได้ ซึ่งขณะนี้ก็สั่งห้าม ยกเว้นประเทศลาว ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากปริมาณการใช้ภายในประเทศ เรากลั่นในประเทศได้ประมาณวันละ 170 ล้านลิตร ใช้อยู่ประมาณ 130 ล้านลิตร เราส่งไปที่ลาวประมาณวันละ 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งไปประเทศอื่นๆ ซึ่งตนให้นโยบายว่าถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้นส่วน 30 กว่าล้านลิตร ที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับประเทศต้องมีการกำหนดใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ต้องมีการทบทวนแล้วหรือไม่เพราะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันต้องดำเนินการ แต่เป็นกลไกตลาด เราจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการตรึงราคาสิ่งต่างๆที่มีผลต่อต้นทุนและการใช้ชีวิตของประชาชน ต่อข้อถามว่าหลายพื้นที่ประชาชนเริ่มกักตุนน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า เราตื่นตัวไว้ไม่เป็นไร แต่ยืนยันว่าช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน เรามีน้ำมันที่ใช้ได้ไม่ใช่แค่ 60 วัน ซึ่ง 60 วันหมายถึงถ้าไม่มีน้ำมันดิบเข้ามาเลย ซึ่งเราไม่ได้นำเข้าจากตะวันออกกลางเท่านั้น เรามีแหล่งน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นๆ ด้วย แน่นอนว่าหากกำลังผลิตของโลกหายไป กลไกตลาดอาจมีผลต่อราคาน้ำมัน ราคาแก๊สต่างๆ ซึ่งเราต้องพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน ห่วงอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า 1 วันก็ห่วงแล้ว เพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน ซึ่งของประเทศไทยคือเรื่องความปลอดภัยของคนไทย ค่าครองชีพของประเทศไทย เรื่องราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส การสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ต้องใช้ภายในประเทศ และยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรที่ส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย และคนไทยน้อยที่สุด

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงราคาน้ำมันท่ามกลางการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่าน้ำมัน 50% มาจากตะวันออกกลาง ยังมี 1 ใน 3 ที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีน้ำมันอีก 40% ไม่ผ่านตะวันออกกลาง ไทยยังมีเวลาในการหาแหล่งอื่น น้ำมันสำรองที่มีประมาณ 60 วัน นั่นหมายถึงกรณีที่ไม่มีมาจากแหล่งอื่นๆ ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย รวมถึงประทเศอื่นๆ ขอให้เชื่อมั่นว่าไทยมีน้ำมันใช้เพียงพอ

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี LNG แก๊สธรรมชาติเหลว นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า 20% โดยผ่านจากกาตาร์ 10-20% ไทยสามารถหาจากแหล่งอื่นได้ เช่น เพิ่มก๊าซในอ่าว รวมถึงเจรจากับมาเลเซีย หรือลาว เป็นแผนสำรอง พร้อมขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่าน้ำมัน ไฟฟ้า เราสามารถบริหารจัดการได้ ไม่ขาดแคลน ไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องราคาอาจต้องดูตามตลาดโลก ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“7-10 วันนี้ ยังไม่มีการขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้กองทุนเข้าไปช่วย ถ้ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นก็จะต้องไม่ขึ้นแบบกระชากจนส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน อาจเข้าไปช่วยแค่บางส่วน ดังนั้นราคาอาจมีการขยับบ้าง” รมว.พลังงาน กล่าว

ขณะเดียวกัน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงาน ได้เรียกผู้ค้าน้ำมันประชุมด่วนแล้ว เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือและเร่งจัดหาน้ำมัน ซึ่งได้ขอให้ผู้ค้าเร่งจัดหาจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณสำรองภายในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนกระแสข่าวที่มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศลาว และประเทศเพื่อนบ้านนั้น ขอยืนยันว่า การส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งประเทศไทยและลาว มีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพลังงาน ไม่เพียงแต่การส่งออกน้ำมันแต่ไทยก็นำเข้าไฟฟ้าจากลาว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน การกักตุนน้ำมันในปริมาณมาก เข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี ขอให้เชื่อมั่นว่าปริมาณสำรองภายในประเทศ มีใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ

ขณะที่ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ช่วงนี้ OR ยังไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค และติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า OR ได้เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่

อีกด้านหนึ่ง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยกรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ว่า บริษัท เชลล์ แจ้งปรับราคารวม 4 ชนิด มีผลในวันเดียวกันนี้ ดังนี้ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์E20 ราคา 30.44 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์91 ราคา 32.28 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์95 ราคา 32.85 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์95 ราคา 49.84 บาท/ลิตร (ไม่เปลี่ยนแปลง) เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 34.14 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 4.20 บาท) และ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาท/ลิตร (ไม่เปลี่ยนแปลง)

สำหรับปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ประกาศปรับราคาน้ำมันขายปลีก เช่นกัน ได้แก่ น้ำมันดีเซลขึ้น 1.80 บาท/ลิตร ยกเว้นน้ำมันพาวเวอร์ ดีเซล เทครอน ดี น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.90 บาท/ลิตร ยกเว้นน้ำมันเบนซิน โกลด์95เทครอน มีผลวันเดียวกันนี้ นับตั้งแต่เวลา11.00 น.

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.และปั๊มน้ำมันบางจาก บนถนนวิภาวดีรังสิต กทม.ที่ยังไม่มีการแจ้งปรับราคาน้ำมันพบว่ามีประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องคาดว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตื่นตระหนกกับราคาน้ำมัน ซึ่งประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ และติดตามประกาศทิศทางราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการได้จากกระทรวงพลังงาน เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตราคาน้ำมัน

ส่วนบรรยากาศปั๊มน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีประชาชนทั้งฝั่งไทยและเมียนมา พากันมารอคิวเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะเกรงว่าน้ำมันจะมีราคาสูงขึ้น เช่นเดียวกับที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีปริมาณรถยนต์และจักรยานยนต์จำนวนมาก แห่กันมารอเติมน้ำมันกันตั้งแต่เช้า จนกระทบต่อการจราจรบนถนนเพชรเกษม ซึ่งบางส่วนได้นำแกลลอน หรือภาชนะ มาเติมน้ำมันสำรองไว้ด้วย ขณะที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีรถยนต์และจักรยานยนต์ มารอต่อคิวยาวเพื่อเข้าเติมน้ำมันเพราะเกรงว่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ อาจจะปรับราคาสูงขึ้น

เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องเมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเบรนท์ อยู่ที่ 79.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.70 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 2.2 หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สัญญาดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นไปถึง 82.37 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนจะลดช่วงบวกลงมาปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 1.6 แตะที่ 72.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ในการซื้อขายครั้งก่อน สัญญาดังกล่าวได้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ก่อนจะปรับตัวลดลงมาแต่ยังคงปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3

นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อยังไม่มีสัญญาณการลดระดับความขัดแย้งในเร็ววัน ประกอบกับช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นในทางปฏิบัติ และการที่อิหร่านมีเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ทำให้ความเสี่ยงด้านราคายังคงอยู่ในขาขึ้นและจะเพิ่มมากขึ้นหากความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป

‘หนู’เร่งตั้งครม. หลังกกต.รับรองสส.4มี.ค.

'หนู'เร่งตั้งครม.  หลังกกต.รับรองสส.4มี.ค.

‘หนู’เร่งตั้งครม. หลังกกต.รับรองสส.4มี.ค.

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปธ.กกต.ย้ำประกาศรับรองสส.บัญชีรายชื่อ 100 ราย 4 มีนาคม ลั่นไม่หวั่นถูกฟ้อง ยันทำหน้าที่ตามกฎหมายสส.ทยอยรับหนังสือรับรองจาก กกต.แล้ว 253 คน ขณะที่สส.รายงานตัวสภาฯเป็นวันที่ 6 ยอดรวม 119 คน  ‘เลขาสภาฯเผยต้องรอกกต.รับรองสส.95-100%ก่อนนายกฯทูลเกล้าฯเปิดสภาฯนัดแรกเพื่อเลือก‘ปธ.-รองปธ.สภาฯ’‘อนุทิน’ไม่ตอบหน้าตาพรรคร่วม ย้ำรอกกต.รับรองสส.ให้ครบแล้ว ทุกอย่างจะดำเนินการด้วยความรวดเร็วในการตั้งรัฐบาล ‘ปิยบุตร’แยกทางพรรคส้ม ลั่นต่อจากนี้ขอคิด เขียน-พูดอย่างอิสระ

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569เวลา 10.15 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้เข้าตรวจเยี่ยมพร้อมสอบถามภาพรวมการเข้ารับหนังสือรับรองของสส.ใหม่

กกต.รับรองบัญชีรายชื่อพรุ่งนี้

โดยนายณรงค์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆถึงการประกาศรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อว่าน่าจะสามารถรับรองได้ภายในวันพุธนี้(4มี.ค.)และไม่มีการขยายกรอบเวลาการเข้ารับหนังสือรับรองที่ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 6 มีนาคมนี้

ไม่หวั่นถูกฟ้อง/ยันทำตามก.ม.

ส่วนที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกกต.เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการเลือกตั้งนั้น ประธาน กกต.ระบุว่า ไม่มีความกังวลใจ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ของเราตามกฎหมาย และเป็นสิทธิของผู้ยื่นเรื่องฟ้องร้องและกกต.ก็จะสู้คดีต่อไป ไม่มีอะไร

สส.รับหนังสือรับรอง243คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังคงมีการเปิดให้ สส. ใหม่เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการแต่งตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขต แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดก็ตาม โดยคนแรกที่เดินทางมารับหนังสือรับรอง เป็นสส.สมัยแรก คือ นายวรายุทธ จงอักษร สส.เขต 2 จ.ยโสธรพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นนายพิษณุพลธี สส.ปทุมธานีเขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายนพ ชีวานันท์ สส.พระนครศรีอยุธยาเขต2 พรรคภูมิใจไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสรุปภาพรวม 3 วันที่ผ่านมา มี สส. ใหม่รับหนังสือรับรองจาก กกต.แล้ว 243 คน จาก 396 คน ที่กกต.ประกาศรับรอง

สส.รายงานตัวสภาวันที่ 6ยอด118คน

ที่บริเวณห้องโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา ในการเปิดรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบแบ่งเขต ชุดที่ 27 ต่อ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังคงเปิดให้ ส.ส.เดินทางเข้ามารายงานตัว สส.ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30น.ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

โดยช่วงเช้ามีสส.พรรคภูมิใจไทย มารายงานตัว 3 คนได้แก่นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สส.เพชรบูรณ์ เขต 5 นายพิษณุ พลธี สส.ปทุมธานีเขต 7 และนายนพ ชีวานันท์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2

ทำให้ขณะนี้มี สส. มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 118 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคโอกาสใหม่ ยังเหลืออีก 278 คน

เลขาสภาฯแจงเปิดสภานัดแรก

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์กรณีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกว่าต้องรอดูว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะรับรองสส.ครบ95%หรือ100%วันไหน หากกกต.ประกาศรับรองครบแล้ว ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.)จะประสานมาที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมาจากทางสลน.

‘หนู’รับรองสส.ครบเร่งตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.10น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)บอกว่าจะมีการรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 4 มี.ค.ว่า“ท่านพูดแล้วหรอสาธุขอบคุณ”

เมื่อถามว่าหลังกกต.รับรองแล้วได้วางไทม์ไลน์ไปจนถึงการตั้งคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่าอย่างที่บอกขั้นตอนกว่าจะมาถึงการดำเดินการของตนคือต้องรับรองสส.ให้ครบ เมื่อครบแล้ว เลขาธิการสภาฯจะแจ้งมา เพื่อให้ตนได้ลงนามกราบบังคมทูลขอเปิดสภาฯมีขั้นตอนอยู่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เมื่อถามว่าระหว่างนี้จะวางตัวผู้มาเป็นรัฐมนตรีได้แล้วเสร็จใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เอาเป็นว่าทุกอย่างจะดำเนินการด้วยความรวดเร็วเมื่อถามว่าตัวเลขพรรคร่วมฯนิ่งแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว

ขอรอโหวตเลือกนายกฯก่อน

เมื่อถามว่าจะมีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้เลือกนายกฯต้องดูก่อนว่าใครจะได้เป็นนายกฯทุกอย่างมีกระบวนการมีขั้นตอน ถ้าตนได้เป็นนายกฯตนก็ต้องทำในสิ่งที่คนนั้นต้องทำ ไม่ทำให้ผิดหวังไม่ทำให้เสียหายต่อประเทศไม่ทำให้ล่าช้าและจะต้องมีประสิทธิภาพถ้าตนได้เป็น แค่นั้นแหละ เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตให้ทั้งพรรคจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า“ทีละขั้นตอน ขอให้ได้รับการรับรองก่อน”

ปัดไม่ได้ตอบว่าไม่นั่งกลาโหม

เมื่อถามว่าได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม เลยมีชื่อบิ๊กด.มาเป็นรมว.กลาโหม นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้พูดเลยผู้สื่อข่าวถามจะนั่งควบกลาโหมหรือไม่ ถ้าไม่นั่งจะคุมได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวเป็นคนถามเองแต่เวลาไปเขียนข่าวเขียนอีกอย่างหนึ่ง ท่านถามว่าจะนั่งกลาโหมหรือไม่ แล้วไม่นั่งจะคุมได้หรือไม่ ตนก็ต้องตอบว่าเป็นนายกฯต้องคุมทุกกระทรวง ตนไม่ได้ตอบว่าไม่นั่งกลาโหมแป๊บเดียวก็ไปพาดหัวแบบนั้นงานก็เข้าตนฉะนั้นเรื่องตำแหน่งต่างๆยังมีขั้นตอน ตนยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นหรือไม่เพราะยังไม่โหวตเลยฉะนั้นก็อย่าเพิ่งเอาเป็นวันๆพรุ่งนี้

ทุกพรรคนัดแต่ชิงรายงานตัว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า“ถ้ามีการรับรองสส.ครบก็จะมีขั้นตอนต่อไป ผมเชื่อว่าเลขาฯสภาฯรอสส.ไปรายงานตัวไม่ต้องห่วงสส.ไม่บอกว่ารออีก3วันไปรายงานตัวหรอกน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขาธิการนายกฯที่อยู่กับตนแค่บอกว่าพรุ่งนี้รับรองวันนี้ก็ไปเอาเอกสารรอไว้แล้วขนาดบอกว่าให้นัดไปรายงานตัวด้วยกันทุกพรรคเขานัดหมดแต่ตอนนี้ชิงไปรายงานตัว200-300คนแล้ว อย่าไปกังวลเรื่องพวกนี้ในส่วนที่ตนรับผิดชอบรับรองว่าไม่มีล่าช้าแน่นอน”

เมื่อถามอีกว่าวันรับรองสส.จะยกไปรายงานตัวทั้งพรรคเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ไปค่อนพรรคแล้วจะไปสองสามรอบทำไม บัญชีรายชื่ออย่างตนก็เตรียมไว้หากวันที่ 4มี.ค.ประกาศรับรองตอนบ่ายไปไม่ทัน วันรุ่งขึ้น8โมงเช้าตนก็ออกจากบ้านไปแล้วใครจะตามไปก็ไปแค่นั้นเอง ตนก็เห่อของตน

เมื่อถามย้ำถึงกรณีมีการโยนชื่อบิ๊กด.มาเป็นรมว.กลาโหม นายอนุทินหันไปทางนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศก่อนบอกว่าตอนนี้มีแต่บิ๊กอ้วน

‘มนพร’งงข่าวนั่งรองปธ.สภาฯ2

ด้าน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวนั่งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่2ว่า ตนก็งง เพราะพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันไม่ทราบว่าส่งข่าวมาจากไหน ขณะนี้กระบวนการรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่เสร็จสิ้นพรรคยังไม่มีการเรียกประชุมอีกทั้งตนก็ยังไม่ได้ไปรายงานตัวซึ่งจะไปรายงานตัวในวันที่ 4 มีนาคมนอกจากนี้โดยหลักการก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเนื่องจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องออกมายืนยันก่อนว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดบ้างเนื่องจากขณะนี้เราทราบจากเพียงหน้าสื่อเท่านั้นว่าจะไปจับมือกับพรรคใดบ้าง

ทำได้ทุกตำแหน่ง-จะทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าหากพรรคติดต่อมาพร้อมที่จะทำหน้าที่หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่าตนทำได้ทุกหน้าที่ เพราะเราเป็นผู้แทนราษฎรเราต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพรรคไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตาม ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจและเลือกเราเข้ามาทำงานอีกสมัยหนึ่งตนก็จะทำหน้าที่ทุกหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ตำแหน่งอะไรตนก็ทำสุดชีวิต ทุ่มเททุกอย่างให้เต็มที่ต้องรอให้กระบวนการแรกเสร็จสิ้นก่อน ส่วนกระบวนการที่สองจะเป็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ที่จะดูว่าใครที่มีความเหมาะสมในตำแหน่งใดบ้าง ย้ำว่าตนสามารถทำงานได้ทุกหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด

‘ปิยบุตร’โพสต์แยกทางพรรคส้ม

ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน(ปชน.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ภายหลังการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคประชาชนครั้งสุดท้ายในเวทีปราศรัยที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมก็จบภารกิจตามที่พรรคประชาชนใช้งานผมเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม 13 วันหลังวันเลือกตั้ง พรรคประชาชนได้เชิญผมเป็นวิทยากรบรรยายให้กับว่าที่ ส.ส.และอดีตผู้สมัครของพรรคทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมได้ตอบรับคำเชิญ บรรยายไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ผมจะนำคำบรรยายนี้มาเผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษรในเพจต่อไปนอกจากนี้ ก็เป็นตัวตั้งตัวตีจัดวงธรรมชาติกลุ่มย่อย ปลอบใจ ให้กำลังใจ กับผู้ผิดหวัง ยินดีกับผู้สมหวัง ให้ข้อคิดกับคนที่แพ้และชนะเลือกตั้ง ขอบคุณทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังในการหาเสียงและรณรงค์ ไปหลายวงตามสมควร

ลั่นจากนี้ขอเขียน-พูดอย่างอิสระ

นายปิยบุตรระบุอีกว่าจนถึงตอนนี้ ก็น่าจะชัดเจนว่า ผมปลดเปลื้องพันธะผูกพันกับพรรคประชาชนได้ครบถ้วนตามภารกิจแล้ว จึงขอกลับมาใช้ความรู้ที่พอมีอยู่บ้าง คิด พูดและเขียน อย่างอิสระ ไม่ได้เกี่ยวกับหรือกระทำในนามของพรรคแต่อย่างใดผมยังมีงานเขียนที่ค้างไว้อยู่ได้แก่กำเนิดพรรคอนาคตใหม่, ทฤษฎีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตั้งพรรค, ทฤษฎีพรรคการเมืองแบบมาร์กซิสต์และแบบซ้าย, รวมคำปราศรัยการเมืองและบทวิจารณ์และข้อเสนอถึงพรรค, บันทึกการเดินทาง ทัศนศึกษา ในประเทศต่างๆ และคำบรรยายในชั้นปริญญาโท 2 หัวเรื่อง (บรรยายครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะลาออกมาตั้งพรรคการเมือง)

นอกจากนี้ ผมได้รวบรวมข้อเขียนที่อยู่ในเพจ คลิป การสัมภาษณ์ คำบรรยาย และผลงานทั้งหมด นำไปไว้รวมในเว็บไซต์ของผม(กำลังทำ คาดว่าไม่เกินหนึ่งเดือน น่าจะเผยแพร่ได้) และในปีนี้ จะพยายามทำต้นฉบับและออกหนังสือให้ได้ 1 เล่ม ขอเอาใจช่วยให้พรรคประชาชนประสบความสำเร็จ แลไปข้างหน้า จนกว่าเราจะพบกันอีก

ลั่น‘ไทยแลนด์เฟิร์ส’ ‘อนุทิน’สั่งเตรียมแผนการอพยพ พร้อมนำ300ชีวิตกลับประเทศ

ลั่น‘ไทยแลนด์เฟิร์ส’  ‘อนุทิน’สั่งเตรียมแผนการอพยพ  พร้อมนำ300ชีวิตกลับประเทศ

ลั่น‘ไทยแลนด์เฟิร์ส’ ‘อนุทิน’สั่งเตรียมแผนการอพยพ พร้อมนำ300ชีวิตกลับประเทศ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นายกฯ”ลั่น ไทยแลนด์เฟิร์ส” ดูแลคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมทุกออปชั่นนำคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิต กลับไทยรวมถึงประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบด้วย เผยคนไทยยังมีขวัญกำลังใจดี “สีหศักดิ์”คาดการสู้รบ“อิหร่าน-อิสราเอล”ยืดเยื้อ บอกพร้อมแผนมาตราการอพยพ ชี้หน่วยงานราชการยังเป็นเป้าหมายอยู่

เมื่อเวลา 10.55น. วันที่ 3มีนาคม2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับทราบสถานการณ์ และความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

พร้อมนำ300คนไทยในอิหร่านกลับบ้าน

ต่อมาเวลา 13.10 น. นายอนุทิน แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้จัดให้มีการประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูต และสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆแถบตะวันออกกลาง

เมื่อถามว่า ทางสถานทูตสะท้อนปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรารับฟังทุกปัญหา ซึ่งในภาพรวมขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคนที่นั่นถือว่ายังดีอยู่ และมีการแนะนำให้ดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตีต่างๆ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งเราได้กำหนดไว้ว่าในจุดที่อันตรายที่สุดคือที่ประเทศอิหร่าน เราจะเร่งดำเนินการนำคนไทยประมาณ 300 คน รวมเจ้าหน้าที่ของราชการด้วย ให้มีบทสรุปว่าให้ถอยออกจากประเทศนั้นมาตั้งหลักในเมืองไทยก่อน เรามีคนไทยไม่เกิน 300 คน ถือว่าโชคดีที่เราสามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านั้นในขีดความสามารถที่เรามีอยู่ได้

กำชับอำนวยความสะดวกคนไทยเต็มที่

เมื่อถามว่า วิธีการจะนำมาที่ชายแดนตุรกีตามที่รมว.ต่างประเทศ ระบุไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของเราปัจจัยที่จะทำให้เขากลับมาที่ประเทศไทยครบหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ที่สถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล จะต้องเร่งประสานงาน เพราะประเทศนั้นจะต้องมีวีซ่าขาออกด้วย ไม่ใช่วีซ่าขาเข้าเพียงอย่างเดียว เช่น วันนี้ถ้าอยู่ในอิหร่าน จะไปกรอกคำร้องอะไรคงเป็นไปไม่ได้ เพราะระบบการให้บริการทางราชการขณะนี้คงไม่ได้เป็นไปตามปกติ แต่เราจะดำเนินการทุกวิถีทาง

เมื่อถามว่า ขณะนี้กังวลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แต่ส่วนใหญ่พวกเขาได้รับการแนะนำว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ได้รับความปลอดภัย และในประเทศเหล่านั้นมีระบบป้องกันภัย โดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูงจะมีระบบป้องกันภัยของเขา แต่เราก็ต้องเป็นห่วงคนของเรา จึงได้กำชับท่านทูตทั้งหลายว่าให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ถ้าบุคคลใดประสงค์จะกลับประเทศไทยต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง และขอชื่นชมจิตใจของพี่น้องเหล่านั้น ถ้าเทียบกับเปอร์เซ็นต์ที่ประสงค์จะกลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% ถ้านับจำนวนรายหัว เขายังมีความมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ตรงนั้นได้

คนไทยในอิสราเอลขอกลับปท.20คน

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีคนไทยที่อิสราเอลประสงค์จะเดินทางกลับไทยจำนวนเท่าใด นายกฯ กล่าวว่า มีชาวไทยในอิสราเอล ประมาณ 60,000 กว่าคน มีความประสงค์จะเดินทางกลับ 20 คน ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป คนไทยที่ไปประกอบอาชีพที่นั่นส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ส่วนใหญ่อยู่ในโซนที่ปลอดภัย และตนได้ประชุมกับทูตไทยประจำอิสราเอล พบว่าคนไทยยังมีขวัญกำลังใจดี และเชื่อมั่นว่าจะดูแลตัวเองได้

เมื่อถามว่า คนไทยในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน จะดำเนินการต่อจากอิหร่านเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีที่ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งที่ยูเออี มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทาง ทำให้ทางเลือกในการเดินทางยังเยอะอยู่ ซึ่งในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับวิธีปกติได้ แต่รัฐบาลได้มีการเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ สถานทูตจะจัดให้มีการนำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่งที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

สั่งกต.แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ทุกวัน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนแจ้งไปยังรมว.ต่างประเทศ และปลัดกระทรวงฯ ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตอยู่ตลอด จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า การดูแลไม่ใช่เฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว แต่เป็นการดูแลคนในประเทศที่เป็นคู่กรณีที่อาศัยในประเทศไทย โดยได้มีการกำชับหน่วยงานความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องนี้เป็นอย่างดี มีการแบ่งหน้าที่กันไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

เปิดทุกออปชั่นรับคนไทยกลับจากอิหร่าน

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ในส่วนของอิหร่านปัจจัยต่างๆถือว่าเอื้ออำนวย เพราะมีคนเพียง 270-300 คน จะเช่าเหมาลำหรือส่งจากเมืองไทยไปก็ดำเนินการได้หมดเราเปิดไว้ทุกออฟชั่น ขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่านบอกว่าพร้อมหมดแล้ว ในที่ประชุมตนก็บอกว่าถ้าอันตรายทูตก็กลับมาด้วยกลับมาทีเดียวเลย แต่ทั้งหมดคือสถานการณ์ที่เป็นอยู่นาทีนี้ ถ้าพรุ่งนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปก็ปรับ แต่โครงสร้างความพร้อมเกิดขึ้นแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆ แต่ละประเทศมีปัจจัยต่างกัน ซึ่งท่านทูตแต่ละประเทศได้เตรียมไว้หมดทั้งเรื่องของงบประมาณ น้ำดื่ม หรือการใช้จ่ายต่างๆ ถ้าอยากจะกลับประเทศไทยจริงๆสถานทูตสำรองที่นั่งหรือสำรองอะไรต่างๆ เราจัดไว้หมด มีการกำหนดไว้ในทุกๆประเทศที่มีฮับมีไฟลท์บินได้เยอะที่จะกลับเมืองไทยได้เลย

ขณะที่ ในส่วนกองทัพอากาศผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีการเตรียมพร้อมที่ท่านบอกว่าเตรียมเครื่องบินไว้ 5-6 ลำ ซึ่งต้องขอบคุณท่านด้วย แต่ก็ยังมีออฟชั่นอื่นๆ และไม่จำเป็นต้องเป็นสายการบินไทยก็ได้ ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตของไทยได้ประสานงานไปหมดแล้ว

‘สีหศักดิ์’คาดการสู้รบยืดเยื้อ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการประเมินวิกฤตของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง จะไปถึงระดับไหน ว่า ดูแล้วยืดเยื้อแน่นอน อาจจะขยายและบานปลายออกไป ซึ่งทุกคนก็มองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่ดูแล้วตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล กับเหตุการณ์สู้รบฮามาส-อิสราเอล เป็นคนละแบบกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล ไม่ใช่แค่ อิหร่าน อิสราเอล ยูเออี บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และจะไปที่ไซปรัส มันต่างกันเยอะในแง่ของระดับพื้นที่ และจำนวนคนไทยด้วย โดยเหตุการณ์ฮามาส-อิสราเอล พุ่งไปที่อิสราเอล มีคนไทยจำนวน 40,000 คน แต่การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล ครั้งนี้เป็น 100,000 คน ซึ่งเราต้องมีความเร่งด่วนในการช่วยเหลือที่อิหร่านก่อน เราก็มีมาตรการ เรื่องที่หลบภัยต่างๆ และการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อิหร่านได้ขอให้คนไทยทั้งหมดออกมา และเราก็หาทางอพยพคนไทยกลับมาประเทศไทย

เตรียมพร้อมแผนอพยพ

ส่วนที่อื่นหากคนไทยจะกลับก็บอกเรามา ก็ดูว่าจะต้องออกเส้นทางไหน อย่างที่อยู่ยูเออีก็มีแผนที่จะเปิดน่านฟ้า เราก็จะดูเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ ที่บาห์เรนก็มีการโจมตีหนัก เราจะดูแลคนไทยให้ปลอดภัย อพยพจากที่เสี่ยงคือสถานที่ที่ใกล้ฐานทัพสหรัฐอเมริกา เรามีแผนที่จะไปที่ไหนอย่างไร ตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ตื่นตระหนกเกินไป

เมื่อถามว่า สถานทูตไทยในอิหร่าน ตอนนี้ตกอยู่ในเป้าหมายหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าหน่วยราชการเป็นเป้าหมายอยู่ แต่ยังไม่เสียหาย ยังได้รับผลกระทบ เราพยายามจะไม่ให้เกิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นั้นเราคาดการณ์ไม่ได้

กต.ตั้งวอร์รูมเกาะติดตลอด24ชม.

นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รายงานว่า สถานการณ์สู้รบล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่ และสื่อแต่ละประเทศรายงาน โดยประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก ในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ในอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล พบว่ามีการเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเตหะราน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย ในส่วนของอิสราเอลก็มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีทางภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล สำหรับการโจมตีในพื้นที่อื่น อิสราเอลก็ได้มีการโจมตีขยายพื้นที่ออกไป ไม่เฉพาะอิหร่าน แต่ออกไปยังเลบานอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดห้องวอร์รูมติดตามสถานการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพื่อมอนิเตอร์ข่าวและข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“โดยรวมแล้ว ท่าทีของรัฐบาลครั้งนี้สะท้อนการบริหารวิกฤตแบบสมดุล คือ ดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด รักษาจุดยืนทางการทูตที่สร้างสรรค์และเตรียมมาตรการเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง”

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน

อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน

อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.24 น.

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ระบุว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ผมได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน

นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชน อีกครั้งหนึ่ง

 ปั๊ม ปตท ทุกปั๊ม ขายน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท

อนุทิน-ธนนนท์ ร่วมเวียนเทียนวัดบวรฯ ประชาชนเอ่ยชม หล่อเหมือนเด็กเลย

อนุทิน-ธนนนท์ ร่วมเวียนเทียนวัดบวรฯ ประชาชนเอ่ยชม หล่อเหมือนเด็กเลย

อนุทิน-ธนนนท์ ร่วมเวียนเทียนวัดบวรฯ ประชาชนเอ่ยชม หล่อเหมือนเด็กเลย

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

วันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 20.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา นางสาวธนนนท์ นิรามิษ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

โดยนายอนุทินสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน แบบเรียบง่าย เดินเวียนเทียนรอบพระอุโบสถพร้อมกับประชาชนที่มาร่วมพิธี และบางช่วงมีประชาชนขอถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน พร้อมเอ่ยปากชมว่า “ ตัวจริงหล่อ หล่อเหมือนเด็ก ๆ เลย”