Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สุดจัด‘กะหล่ำห่อ’!เลาะริมโขง‘นครพนม’ ชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรฤดูหนาว

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700039

สุดจัด‘กะหล่ำห่อ’!เลาะริมโขง‘นครพนม’ ชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรฤดูหนาว

สุดจัด‘กะหล่ำห่อ’!เลาะริมโขง‘นครพนม’ ชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรฤดูหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.54 น.

สุดจัด‘กะหล่ำห่อ’!เลาะริมโขง‘นครพนม’ ชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรฤดูหนาว

22 ธันวาคม 2565 “จังหวัดนครพนม” ในช่วงนี้ มีสภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลดีต่อพื้นที่เกษตรริมฝั่งโขง โดยถือเป็นพื้นที่สำคัญ ที่มีชาวบ้านอยู่อาศัยริมแม่น้ำโขงเขต อ.เมืองฯ และ อ.ธาตุพนม หันมาทำเกษตรปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด บนเนื้อที่ริมฝั่งกว่า 1,000 ไร่ ส่งขายป้อนตลาดทั่วภาคอีสาน สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดปีละหลายล้านบาท ถือเป็นแหล่งผลิตพืชผลการเกษตรที่สำคัญของภาคอีสานแห่งหนึ่ง

เช่นเดียวกันในพื้นที่ ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม พบเกษตรกรกำลังเร่งปรับพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ผักคะน้า ผักบุ้ง ต้นหอม ผักกาด นอกจากนี้ยังมีผลผลิตการเกษตรที่กำลังเก็บเกี่ยวส่งขายสู่ตลาด คือ กะหล่ำปลี หรือชาวบ้านเรียกว่ากะหล่ำห่อ หลังจากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลดีให้ผลผลิตการเกษตรสวยงาม โตเร็ว ให้ผลผลิตมากกว่าทุกปี ทำให้ชาวบ้านเกษตรกรริมฝั่งน้ำโขงหันมาปลูกกะหล่ำปลีมากขึ้น อีกทั้งในปีนี้ถือว่าได้ราคาสูง ตกราคากิโลกรัมละประมาณ 12-15 บาท

ในสภาพอากาศหนาวเย็น นอกจากจะให้ผลผลิตสวนเกษตรสวยงามโตเร็ว ยังส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยทาง อบต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม ได้มีการประชาสัมพันธ์ จัดพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้เดินทางมาท่องเที่ยวชื่นชมความสวยงาม ในแปลงเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงสัมผัสธรรมชาติอากาศหนาว ริมสองฝั่งโขงไทยลาว เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ ไปปรุงเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอีกด้วย

ด้านนายทองเลิศ เอมโอษฐ์ อายุ 72 ปี เกษตรกรชาวบ้านบึงหล่ม ต.ดงขวาง ถือเป็นเกษตรกรผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง เปิดเผยว่า ตนทำการเกษตรมานานหลายสิบปี โดยฤดูแล้งจะปรับพื้นที่เกษตรริมฝั่งน้ำโขง ปลูกพืชผักการเกษตรหลากหลายชนิด เช่น ฟักทอง มะระ แตงกวา คะน้า  ผักหวาน และ บวบ เป็นต้น ซึ่งผักพวกนี้ที่จะขึ้นได้ดีในฤดูนี้ เพราะมีลักษณะที่ทนแล้งหรือชอบน้ำน้อย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหน้าหนาวนี้ ผลที่ให้ผลผลิตดี มักเป็นผักที่กินใบเป็นส่วนใหญ่ และชอบอากาศหนาว ๆ คือ กะหล่ำปลี หรือกะหล่ำห่อ โดยตนปลูกบนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ตามกำลังที่ทำได้ เป็นการสร้างรายได้แบบพอเพียง ใช้เวลาปลูกราว  2 เดือน ก็สามารถเก็บผลลิตได้แล้ว ปีนี้ถือว่าราคาดีขายประมาณกิโลกรัมละ 12-15 บาท ช่วงนี้เก็บผลผลิตวันละประมาณ 1 ตัน สร้างรายได้วันละประมาณ 10,000 บาท ส่วนผลผลิตในภาพรวมแต่ละปีจะได้ประมาณ 15 -20 ตัน/ไร่  มีพ่อค้าแม่ค้ารับซื้อไม่อั้น

หลังเก็บผลผลิตหัวกะหล่ำปลีขายหมด จะสามารถเก็บส่วนยอดหรือแขนงดอกกะหล่ำขายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย และมีราคาสูงประมาณ กิโลกรัมละ 30-40 บาท โดยตลาดมีความต้องการสูง ลูกค้านิยมสั่งซื้อไปผัด  ที่สำคัญสภาพดินริมโขง เหมาะแก่การเพาะปลูก เป็นดินตะกอนไม่ต้องใส่ปุ๋ย และปลอดสารพิษ อีกทั้งยังใช้น้ำโขงธรรมชาติ ลดต้นทุนในการปลูกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทยเน้นเรียนกับกูรูทางธุรกิจสร้างประสบการณ์จริง

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700023

คณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทยเน้นเรียนกับกูรูทางธุรกิจสร้างประสบการณ์จริง

คณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทยเน้นเรียนกับกูรูทางธุรกิจสร้างประสบการณ์จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.18 น.

เมื่อเร็วๆนี้คณะบริหารธุรกิจ  วิชา Consumer Behavior for Digital Marketing หรือพฤติกรรมผู้บริโภคสำหรับการตลาดดิจิตัล ระดับชั้นปริญญาตรี ได้เชิญคุณวันเฉลิม ร่มไทรสิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โลตัสประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมเสวนาพิเศษและ Workshop เพื่อเปิดประสบการณ์จริงการเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกดิจิตัลด้วยกรณีศึกษาและบทเรียนจากธุรกิจจริง ให้นักศึกษาฝึกตั้งคำถามและเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับโลกการตลาดจริงโดยเฉพาะการตลาดครัวเรือน ที่สำคัญให้นักศึกษาได้สามารถสัมผัสโลกการตลาดจริงในธุรกิจใหญ่ของประเทศจากการทางานขององค์กรใหญ่ เพื่อเรียนรู้ก่อนออกไปทำงานหรือเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง

นายชิติสรรค์ ภูริเศรษฐีสกุล คณะบริหารธุรกิจ กลุ่มวิชาธุรกิจดิจิทัลและนวัตกรรม เล่าว่า “วันนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนการตลาด ถ้าต้องการจะโฆษณาสินค้าต้องทำอย่างไรผ่านทางช่องทางไหนบ้าง เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและตัวแอปพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำสิ่งที่เรียนในครั้งนี้ไปต่อยอดในอนาคต ที่สำคัญจากการเข้าเรียนครั้งนี้ทำให้มองถึงปัญหาของลูกค้าและสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพื่อที่จะได้ผลิตสินค้าและการบริการออกมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด การเรียนผ่านวิทยากรหรือผู้มีประสบการณ์ตรงถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษานั้น เป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษเพราะทุกท่านที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์จริง รู้จริงและมีกรณีศึกษาต่าง ๆ มานำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักศึกษาในการแก้ไขหรือเตรียมรับมือกับที่ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงาน”

นางสาวรัตนากร จันทร์โชติ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด กล่าวว่า “การเรียนครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงโครงสร้างภายในเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผู้บริโภคของห้างเทสโก้โลตัส ส่งผลให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้และประยุกต์ใช้ในอนาคต เพื่อต่อยอดในตอนเรียนจบและต้องการที่จะสร้างธุรกิจเป็นองตัวเอง อนาคตหากต้องได้ริเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถประยุกต์นำเรื่องของเทคนิคการวิเคราะห์ผู้บริโภคเพื่อที่จะได้ทราบถึงความต้องการของลูกค้า จากนั้นนำผลการวิเคราะห์ที่ได้มาสรุปและสร้างคอนเทนต์ออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด เพื่อเพิ่มลูกค้า เพิ่มความถี่และเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของเรา ปัจจุบันสื่อดิจิทัลช่วยในเรื่องของการค้าขายหรือว่าการทำกระบวนการต่าง ๆ ในการเพิ่มลูกค้าให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการได้ ช่วยลดต้นทุนในการโฆษณาหรือการทำการส่งเสริมการตลาดได้มากขึ้น”

นางสาวกัญญาณัฐ สุทธิเวช คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด เปิดเผยว่า “การเรียนวันนี้ได้เรียนรู้การวิเคราะห์ลูกค้าว่าลูกค้าต้องการอะไรและผลสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์นำมาเริ่มต้นคิดค้นและผลิตสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ออกมาวางจำหน่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในส่วนของยอดขายที่เราต้องไม่คิดแบบเดิมแต่ต้องเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้าให้มากขึ้น โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือธุรกิจมากขึ้น สามารถเป็นช่องทางการจัดจำหน้ายที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่ปลายนิ้วโดยที่ไม่ต้องออกเดินซื้อสินค้าเองเหมือนกับสมัยก่อน การเรียนการสอนในรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะนักศึกษาได้ผ่อนคลายและได้แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันนอกเหนือจากในบทเรียน อีกทั้งยังได้เรียนรู้แนวคิดและสิ่งต่าง ๆ จากผู้มีประสบการณ์ตรงที่เราสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจได้เป็นอย่างดี”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระบี่ชวนสัมผัส 5 แหล่งเที่ยว‘ยอดนมสาว’ ผู้มาเยือนยกย่อง‘ฟูจิ’เมืองไทย

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700018

กระบี่ชวนสัมผัส 5 แหล่งเที่ยว‘ยอดนมสาว’ ผู้มาเยือนยกย่อง‘ฟูจิ’เมืองไทย

กระบี่ชวนสัมผัส 5 แหล่งเที่ยว‘ยอดนมสาว’ ผู้มาเยือนยกย่อง‘ฟูจิ’เมืองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.10 น.

กระบี่ชวนสัมผัส 5 แหล่งเที่ยว‘ยอดนมสาว’ ผู้มาเยือนยกย่อง‘ฟูจิ’เมืองไทย

22 ธันวาคม 2565 นายปราโมทย์ สังข์รอด ประธานท่องเที่ยวชุมชนตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ว่า อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ เขาพนมเบญจา

“เขาพนมเบญจา” เป็นภูเขามียอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่ เรียกว่า “ยอดนมสาว” มีความสูงประมาณ 1,397 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนและสัมผัสต่างยกย่องว่า คือ “ฟูจิเมืองไทย”

“เขาพนมเบญจา” ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง อ่าวลึก และเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 30 ของประเทศและเป็นอุทยานแห่งชาติทางบกแห่งเดียวของจังหวัดกระบี่ ที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ แต่การเดินทางขึ้นไปค่อนข้างลำบาก เพราะต้องเดินผ่านป่าเขาที่มีความลาดชันระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 วัน

ทางชุมชนท่องเที่ยวอำเภอเขาพนม จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันสร้างแหล่งท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัยได้มาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสัมผัสอากาศหนาวเย็น จึงได้มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวขึ้น 5  แห่ง ได้แก่ ควนเชยเขา , ภูธารแก้ว , บ้านไร่ชายเขา , ควนเขาตะวัน และควนผึ้งฮิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีพื้นที่รวมกันกว่า 3,000 ไร่ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

โดยเฉพาะที่ “ควนเชยเขา” สามารถมองได้ถึง 360 องศา ทิศเหนือติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ อำเภอชัยบุรี ด้านทิศตะวันตกติดอำเภออ่าวลึก ทิศตะวันออกจดจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอทุ่งใหญ่ และทิศใต้ติดอำเภอเมืองกระบี่ เป็นสิ่งที่ชาวอำเภอเขาพนมภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ค่าบริการสำหรับกางเต็นท์ คิดหลังละ 100 บาท รองรับคณะได้กว่า 100 คน ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจ “ควนเชยเขา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระพยอม’ แนะพระพ่นไฟปลุกเสกพระเครื่องทำเสียฟอร์มมัวแต่หาฤทธิ์ จนพัดหลัก

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699996

'พระพยอม' แนะพระพ่นไฟปลุกเสกพระเครื่องทำเสียฟอร์มมัวแต่หาฤทธิ์ จนพัดหลัก

‘พระพยอม’ แนะพระพ่นไฟปลุกเสกพระเครื่องทำเสียฟอร์มมัวแต่หาฤทธิ์ จนพัดหลัก

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.22 น.

‘พระพยอม’ แนะพระพ่นไฟปลุกเสกพระเครื่องทำเสียฟอร์มมัวแต่หาฤทธิ์ จนพัดหลัก

จากกรณีพระอาจารย์อุทัย ฌานุตฺตโม หรือ (พระอาจารย์ติ๊ก) เจ้าอาวาสวัดป่าห้วยลาด ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย ทำพิธีปลุกเสกพระเครื่อง เป็นพระเครื่องรุ่นเจ้าสัวแสนล้าน รุ่นเศรษฐีสร้างโบสถ์ที่วัดป่าบ้านยางน้อย ต.บ้านเหล่า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ขณะนำพระเครื่องมากองอยู่ตรงหน้าแล้วทำพิธีอมน้ำมันแล้วพ่นไฟ เกิดไฟลุกท่วมใบหน้าและเสื้อที่สวมใส่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บและถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสม 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่วัดสวนแก้ว ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับพระพยอมกัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าพระพยอมกล่าวว่า กรณีพระสงฆ์ปลุกเสกพระเครื่องทำให้ไฟลุกท่วมใบหน้าทำให้นึกถึงคำโบราณบอกว่าอย่าเล่นกับไฟเล่นกับหมา หมาเลียปากเล่นกับสากสากตีหัวเล่นกับผัวเดี๋ยวคลอดลูกไม่ไม่หยุดไม่หย่อน ที่จริงเราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าอย่าเล่นกับไฟแสดงว่าไม่มีใครสอนพยายามสร้างฟอร์มแต่ฟอร์มไม่ขึ้น ทำแบบนี้เสียฟอร์ม อุตส่าห์ตั้งกล้องเพื่อจะสร้างฤทธิ์เดชสร้างฟอร์มคงจะต้องไปนั่งเจ็บใจตั้งกล้องไว้อย่างดีเที่ยวนี้คิดว่าคงจะฟอร์มใหญ่ชื่อเสียงดังกระหึ่ม หาหลายแบบหลายวิธีเพื่อให้มีชื่อเสียง

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ต้องมีความเพียรความขยันความมีปัญญา มันถึงจะทำให้ชื่อเสียงเกิดขึ้นได้ถ้าโง่ถ้าขี้เกียจเอาทางลัดเอาทางมักง่าย จะเป็นแบบนี้ เดี๋ยวนี้พระมีการสร้างของขลังของศักดิ์สิทธิ์สร้างฤทธิ์สร้างเดชจำนวนมาก พระพุทธโฆษาจารย์สอนไว้ว่ามัวแต่หาฤทธิ์ จนพัดหลักถ้าอยู่กับหลักก็ไม่ต้องมาหน้าไหม้ ถูกไฟลวกไม่ต้องไปเรียกคนด้วยฤทธิ์ด้วยเดช.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เวลาเกิดความเจ็บปวด’ให้บริกรรมพุทโธหรือสวดมนต์ให้ใจมีงานทำจะได้ไม่คิดถึงความเจ็บ

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699964

'เวลาเกิดความเจ็บปวด'ให้บริกรรมพุทโธหรือสวดมนต์ให้ใจมีงานทำจะได้ไม่คิดถึงความเจ็บ

‘เวลาเกิดความเจ็บปวด’ให้บริกรรมพุทโธหรือสวดมนต์ให้ใจมีงานทำจะได้ไม่คิดถึงความเจ็บ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.10 น.

“กลัวตาย กลัวเจ็บ”…ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน ต้องทำการบ้าน ต้องฟังเทศน์ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์ ที่จะสอนวิธีแก้ปัญหาใจ เช่น ความกลัวตาย กลัวเจ็บ เมื่อได้ศึกษาแล้ว ก็ต้องซ้อม ต้องทำการบ้าน พิจารณาความตายอยู่เรื่อยๆ เกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย พอพร้อมแล้วก็ต้องเข้าห้องสอบ ห้องสอบของความเจ็บไข้ได้ป่วยก็คือการนั่งภาวนานานๆ หลายชั่วโมง เวลาเจ็บก็ไม่ต้องลุกไม่ต้องขยับ ใช้สติ สมาธิ ปัญญาทำใจให้สงบ 

ถ้าใจสงบความเจ็บปวดของร่างกายก็จะไม่เป็นปัญหา เพราะไม่รุนแรง ที่รุนแรงคือความทุกข์ใจที่เกิดจากความกลัวความเจ็บของร่างกาย ความอยากให้ความเจ็บหายไป ความอยากหนีจากความเจ็บไปจะทำให้ใจปั่นป่วน ถ้าไม่มีสติ สมาธิ ปัญญาก็จะทนนั่งไม่ได้ จะต้องขยับ เปลี่ยนอิริยาบถ ถ้ามีสติมีสมาธิมีปัญญา ก็จะควบคุมใจให้สงบได้ ขั้นต้นก็ต้องใช้สมาธิคุมไปก่อน เพราะก่อนที่จะใช้ปัญญาได้ต้องมีสมาธิก่อน

เวลาเกิดความเจ็บปวดก็บริกรรมพุทโธๆ ไป หรือสวดมนต์ไป สวดบทไหนก็ได้ให้ใจมีงานทำ จะได้ไม่คิดถึงความเจ็บ ไม่คิดอยากให้ความเจ็บหาย ไม่คิดอยากจะเปลี่ยนอิริยาบถ พอใจมีงานทำ ใจจะไม่มีโอกาสผลิตสมุทัย คือความอยากให้ความเจ็บของร่างกายหายไป ความทุกข์ใจที่รุนแรงกว่าความทุกข์ของร่างกายหลายสิบเท่า ก็จะไม่เกิด พอไม่มีความเจ็บทางใจ ความเจ็บทางร่างกายก็จะไม่เป็นปัญหา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ‘เสี่ยแผงทุเรียน’เมืองระยองใจป้ำแจกโบนัสลูกน้อง 5 เดือน+50,000

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699953

ฮือฮา! 'เสี่ยแผงทุเรียน'เมืองระยองใจป้ำแจกโบนัสลูกน้อง 5 เดือน+50,000

ฮือฮา! ‘เสี่ยแผงทุเรียน’เมืองระยองใจป้ำแจกโบนัสลูกน้อง 5 เดือน+50,000

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.46 น.

วันที่ 22 ธ.ค.65 เมื่อเวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านทุเรียนนายดำ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เนื่องจากได้มีการแจกโบนัสช่วงสิ้นปีให้กับลูกน้องในร้านทุกคนคนละ 5 เดือน + 50,000 บาท เนื่องปีนี้ทางร้านได้กำไรจากการขายทุเรียนออนไลน์และขายหน้าร้านเกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ จึงอยากให้ลูกน้องที่ร้านได้โบนัสและมีเงินเที่ยวปีใหม่หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งปี

นายทรงศักดิ์ จันทร์คล้าย อายุ 40 ปี และ น.ส.อภิชญาพร พรมเนตร อายุ 39 ปีเจ้าของแผงทุเรียน กล่าวว่า ปีนี้ตนได้แจกโบนัสให้กับลูกน้อง 5 เดือนและบวกเงินพิเศษอีก 50,000 บาท เพราะลูกน้องเหนื่อยกันมาทั้งปี บางคนอาจจะมองว่าทำงานในร้านทุเรียนเงินอาจจะได้ไม่มาก ตนอยากให้หลายๆ คนมองว่าไม่จำเป็นต้องทำงานบริษัทใหญ่ๆ ถึงจะมีโบนัส ร้านเล็กๆ อย่างตนก็สามารถแจกโบนัสให้ลูกน้องได้เหมือนกัน เพราะตนแจกทุกปีอยู่แล้ว ปีที่แล้วก็แจกโบนัสให้ลูกน้อง 5 เดือน+30,000 บาท พอเข้าสู่ฤดูของทุเรียนทางร้านของตนก็จะคืนกำไรให้ลูกค้าขายทุเรียนในราคาลูกละ 5 บาทแน่นอน 

นายธนาคม อนุเวช อายุ 22 ปีพนักงานร้านทุเรียนนายดำ เล่าให้ฟังว่า มาทำงานปีนี้เป็นปีแรกก็ได้โบนัสเลย 50,000 บาท เพราะช่วงโควิดตนไม่มีงานทำ เพราะว่าตกงาน พอมาสมัครงานที่นี่ปีแรกก็ได้ทำเลย ตนดีใจมากที่ได้โบนัสปีนี้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูผิดอะไร? แม่วัย 24 ร่ำไห้สามีอุ้มลูก 11 เดือนหนีจากบ้านวอนขอลูกคืน

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699945

หนูผิดอะไร? แม่วัย 24 ร่ำไห้สามีอุ้มลูก 11 เดือนหนีจากบ้านวอนขอลูกคืน

หนูผิดอะไร? แม่วัย 24 ร่ำไห้สามีอุ้มลูก 11 เดือนหนีจากบ้านวอนขอลูกคืน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.18 น.

วันที่ 22 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.วังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก น.ส.นิตยา อายุ 24 ปี เพื่อเป็นสื่อกลางวอนคนให้ช่วยตามหาลูกชาย ชื่อ “น้องข้าวปั้น” อายุ 11 เดือนที่ถูกสามีพาหนีออกไปจากบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 9 ธันวาคมจนผ่านมา 10 กว่าวันแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าลูกชายอยู่ที่ไหน ทำให้ทุกคนในครอบครัวเป็นห่วงมาก แทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกคืนเพราะคิดถึงลูก

น.ส.นิตยา บอกว่า อยู่กินกับสามี อายุ 34 ปีชาวอุตรดิตถ์มานานเกือบ 5 ปีแล้ว จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือ “น้องข้าวปั้น” ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตกันปกติ ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกัน แต่จู่ๆเขาก็พาลูกหนีไป ทำทุกคนงงไปหมด โดยวันเกิดเหตุตนเองทำงานอยู่ในห้างฯที่ตัวอำเภอฯ พอเลิกงานก็เลยโทรถามสามีว่าจะกินอะไร จะซื้อไปให้ แต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ จึงโทรไปถามพี่สาว พี่สาวก็บอกว่าเขาเก็บเสื้อผ้าจะไปนอนที่บ้านพ่อ ที่อยู่อีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกัน แต่พอโทรถามพ่อ พ่อบอกว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ “หนูเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว ก็เลยรีบขี่รถจักรยานยนต์มาตามหาลูก จนรถล้มได้รับบาดเจ็บ”

พอวันรุ่งขึ้น (10 ธ.ค.) ก็ไปตามหาลูกที่บ้านญาติของสามีที่อุตรดิตถ์ แต่เขาว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้มาที่นี่ เลยไม่รู้ว่าจะตามหายังไงต่อ จนกระทั่งสามีส่งไลน์มาบอกว่า “พี่ออกมาทำงานแล้ว ขอยืมเงินซื้อเสื้อ เพราะใส่ตัวเดียวมา 3 วันแล้ว และต้องซื้อแพมเพิร์ส ของใช้ลูกอีก” จึงโอนไปให้ 1,000 บาท พร้อมพยายามส่งข้อความอ้อนวอนถามสามีว่า “พี่ทำงานอยู่ที่ไหน ลูกอยู่กับใคร อยากคุยกับลูก อยากเจอลูก” แต่เขาก็ไม่บอก และไม่ยอมให้คุยกับลูก แค่ส่งรูปมาให้ดูต่างหน้าเท่านั้น

“หนูอยากรู้ว่าหนูทำผิดอะไร ทำไมต้องพรากลูกพรากแม่ หนูเลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิด สู้ทำงานทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้มีกินมีใช้ นาข้าวก็ทำ ว่างจากงานประจำก็ไปขายขนม หาเงินซื้อนม ซื้อแพมเพิร์สให้ลูก หนูสามารถเลี้ยงดูเขาได้ แล้วการที่เอาลูกไปให้คนอื่นเลี้ยงดูแทนจะดีกว่าได้ยังไง และวันที่ 28 ธันวาคมนี้ก็จะครบวันเกิดลูก 1 ขวบพอดีอุตส่าห์ไปสั่งทำเค้กรูปหน้าลูกเพื่อจะจัดงานวันเกิดให้ หนูอยากได้ลูกกลับคืนมา ขอความเมตตาคนที่พบเห็น ทราบเบาะแส หรือคนที่เลี้ยงดูอยู่ ช่วยโทรมาบอกหนูด้วย เบอร์ 063-9640325” น.ส.นิตยา กล่าวด้วยน้ำตา

นางราตรี อายุ 49 ปี แม่ น.ส.นิตยา ซึ่งเป็นยายของ “น้องข้าวปั้น” พูดทั้งน้ำตาว่าเป็นห่วงหลาน คิดถึงหลาน และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพาหลานหนีออกจากบ้านไปด้วย อยู่ด้วยกันก็ไม่เคยทะเลาะกัน ทำเอาคนในบ้านไม่เป็นอันกินอันนอน กลัวหลานจะตรากตรำ อยากให้กลับมาพูดคุยกันดีๆ อย่าให้เด็กต้องลำบาก หรือพรากไปจากอกคนเป็นแม่เลย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ก็มันหนาว! ภาพฮากร๊าก..โยมอย่าเล่นแบบนี้ หลวงพ่อใจคอไม่ดี

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699931

ก็มันหนาว! ภาพฮากร๊าก..โยมอย่าเล่นแบบนี้ หลวงพ่อใจคอไม่ดี

ก็มันหนาว! ภาพฮากร๊าก..โยมอย่าเล่นแบบนี้ หลวงพ่อใจคอไม่ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.53 น.

ก็มันหนาว! ภาพฮากร๊าก..โยมอย่าเล่นแบบนี้ หลวงพ่อใจคอไม่ดี

22 ธ.ค.2565 หลวงพ่อเกือบวิ่ง!! ชาวเน็ตพากันแชร์ภาพที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร ได้โพสต์ภาพโยมมานั่งรอใส่บาตรแต่เช้าตรู่ที่บริเวณหน้าบ้าน แต่อย่างที่หลายคนทราบดีว่าสภาพอากาศตอนนี้ลดลงจนหนาวเย็นในหลายพื้นที่ ทำให้คุณโยมรายนี้ต้องหอบผ้าห่มมานั่งคลุมระหว่างรอพระมาใส่บาตร จนทำให้ภาพนี้ กลายเป็นไวรัลดังเลยทีเดียว -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อสายเปย์มอบโฉนดที่ดิน-เงิน-ทองค่ากว่า 20 ล้านเซอร์ไพรส์ลูกชายคนเดียวรับปริญญา

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699903

พ่อสายเปย์มอบโฉนดที่ดิน-เงิน-ทองค่ากว่า 20 ล้านเซอร์ไพรส์ลูกชายคนเดียวรับปริญญา

พ่อสายเปย์มอบโฉนดที่ดิน-เงิน-ทองค่ากว่า 20 ล้านเซอร์ไพรส์ลูกชายคนเดียวรับปริญญา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

พ่อสายเปย์นำโฉนดที่ดิน 10 แปลงเนื้อที่ประมาณ 2,000 ตารางวาใจกลางเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเงินสดและทองรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทมาแสดงความยินดีกับลูกชายเพียงคนเดียวในวันรับปริญญา

วันที่ 22 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่รับปริญญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ซึ่งปีนี้เป็นปีที่มีบัณฑิตมารับปริญญาเยอะที่สุด ก่อนจะถึงวันรับปริญญาจริงในวันที่ 24 ธันวาคม 2565 ที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้วันนี้ครอบครัวของบัณฑิตพากันมาเป็นครอบครัว บางครอบครัวก็ขนกันมาทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่น้องเพื่อนฝูง มาแสดงความยินดีกับลูกหลานทำให้ภายในมหาวิทยาลัยฯ ที่กว้างใหญ่แคบไปถนัดตาและแน่นอนว่าญาติที่มาแสดงความยินก็จะมีของมาแสดงความยินดี บ้างก็เป็นช่อดอกไม้เงิน พวงมาลัยเงิน ร่มเงิน หรือแม้แต่พวงมาลัยทุเรียน แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดเห็นจะเป็นของครอบครัวดิษบรรจง ที่วันนี้คุณพ่อคือ ร.ต.ไวยวุฒิ ดิษบรรจง อายุ 59 ปี ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยภรรยาที่วันนี้หอบมรดกเป็นโฉนดที่ดิน 10 แปลง เงินสด และทองคำ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านมามอบให้กับนายธนเดช ดิษบรรจง อายุ 30 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวในโอกาสที่เรียนจบอย่างเป็นทางการ ท่ามกลาง ลุงป้า น้าอา และคุณย่าในวัย 89 ปี ที่ร่วมแสดงความยินดี

ร.ต.ไวยวุฒิ ดิษบรรจง อายุ 59 ปี บอกว่าตนเป็นข้าราชการทหารอีกเพียง 1 ปีก็จะเกษียณอายุแล้ว ตัวภรรยาก็มีธุรกิจส่วนตัวอยู่ เก็บหอมรอบริบทรัพย์สมบัติกันเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นที่ดินที่ค่อยๆ ซื้อเก็บไว้ใกล้ ๆ บ้าน บริเวณซอยวัดเขื่อนขันธ์ ม.9 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก จนถึงวันนี้ลูกชายเพียงคนเดียวเรียนจบอย่างเป็นทางการตนก็เลยนำโฉนดที่ดิน 10 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,000 ตารางวา พร้อมด้วยเงินและทองตามความเชื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกชาย แต่เอาจริงๆ สมบัติเหล่านี้ยังไงก็เป็นของลูกอยู่แล้วเพราะเราก็มีเขาเพียงคนเดียว แต่วันนี้ก็อยากหาอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นที่มาแสดงความยินดี แถมท้ายว่าลูกชายตนหัวใจไม่ว่างน๊า มีคนดูใจอยู่แล้ว

ด้านนายธนเดช ดิษบรรจง อายุ 30 ปี กล่าวว่า ตนเรียนอยู่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม รหัส 60 เรียนจบไปเมื่อปี 2562 เรียนจบก็ไปทำงานเป็นลูกจ้างของของบริษัทซัพพลายเออร์ ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 พิษณุโลก รับหน้าที่เกี่ยวกับประจำรถเครื่องปั่นไฟ และปีนี้เป็นปีที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งวันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ ก่อนจะเดินทางไปรับจริงวันที่ 24 ธันวาคม 2565 ที่ จ.เชียงใหม่ วันนี้ดีใจมากที่พ่อนำโฉนดที่ดินมามอบให้ จริงๆ ก่อนหน้านี้ตนแซวพ่อเฉยๆ ว่าวันรับปริญญาอย่างได้แบงก์พันเป็นช่อดอกไม้ของขวัญก็พูดเล่นๆ จนวันนี้พ่อกับญาติมาถึงก็ควักโฉนดที่ดิน เงิน และทอง มามอบให้ก็ปลื้มใจมากๆ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสู้ชีวิตทำธุรกิจเจ๊งมีเงินเหลือ 600 บาทตัดสินใจกลับบ้านวังทองทำ’ผัดไทยบ้านเจ้า’ขายดี

Posted on December 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699890

หนุ่มสู้ชีวิตทำธุรกิจเจ๊งมีเงินเหลือ 600 บาทตัดสินใจกลับบ้านวังทองทำ'ผัดไทยบ้านเจ้า'ขายดี

หนุ่มสู้ชีวิตทำธุรกิจเจ๊งมีเงินเหลือ 600 บาทตัดสินใจกลับบ้านวังทองทำ’ผัดไทยบ้านเจ้า’ขายดี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.05 น.

หนุ่มวัย 44 ปีออกไปทำธุรกิจในเมืองกรุงเจอพิษโควิด เศรษฐกิจตกต่ำไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ เดินทางกลับบ้านเกิดมีเงินติดตัวเหลือเพียง 600 บาทตัดสินใจนำสูตรผัดไทยของคุณอา ซื้อวัตถุดิบมาเรียนรู้จนได้สูตรที่คงที่เหมือนต้นตำรับ โพสต์ลงในกลุ่ม ‘คนวังทอง’ ปรากฏมีคนสั่งซื้อ จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำ “ผัดไทยบ้านเจ้า” ขายมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

นายยุทธภูมิ สุวรรณพร อายุ 44 ปี เจ้าของร้านผัดไทยบ้านเจ้า 122 หมู่ 1 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนได้ไปทำธุรกิจส่วนตัวที่เมืองกรุง ซึ่งธุรกิจช่วงแรกดีมาก จนมาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากพิษโควิด ทำธุรกิจไม่สามารถไปต่อได้ จึงพาภรรยากลับมาบ้านเกิดที่ อ.วังทอง ช่วงนั้นเหลือเงินติดตัวไม่มาก จึงคิดว่าจะทำอะไรต่อดี จึงนึกได้ว่าครอบครัว คุณป้า คุณอา มีอาชีพทำผัดไทยวังทองขายแถวโรงเรียนไทยกล้า แต่ได้เลิกขายไปแล้ว

จึงได้นำสูตรผัดไทยดังกล่าวมาสร้างเป็นอาชีพ โดยเริ่มต้นจากเงินที่มีอยู่ 600 บาทซื้อวัตถุดิบทำผัดไทยมาเรียนรู้ ทดลองผัดตามสูตรแล้วโพสต์ลงในกลุ่มคนวังทอง ปรากฏมีคนสนใจสั่งซื้อจึงได้นำมาเรียนรู้ผัดแล้วนำไปส่งลูกค้าตามที่สั่งไว้ ปรากฏว่าผลตอบรับดี จึงไปรับออเดอร์ทางช่องทางออนไลน์แล้วขี่จักรยานยนต์ตระเวนส่งลูกค้าจนมีเงินเก็บก้อนหนึ่งก็มาเปิดขายหน้าร้าน โดยตัวร้านอยู่ก่อนถึงศาลเจ้าแม่ทองคำเจ้าแม่ทับทิม 100 เมตร จึงตั้งชื่อร้านว่า “ผัดไทยบ้านเจ้า”

นายยุทธภูมิ กล่าวว่า หลังจากทุกอย่างลงตัวจึงได้ทำเมนูผัดไทยออกมาหลากหลายเมนู โดยเฉพาะผัดไทยสูตรเด็ดที่ลูกค้าต้องลองชิมให้ได้คือ “ผัดไทยบ้านเจ้า” ที่เป็นผัดไทยที่มีเครื่องแน่น มีการผัดกากหมูกับกุ้งแห้งจนหอม เติมน้ำต้มเส้นจนนิ่มราดด้วยน้ำซอสผัดไทยที่ปรุงด้วยน้ำมะขามและสูตรลับเฉพาะของทางร้าน มีความลงตัว ใส่เต้าหู้ทอด พร้อมถั่วงอก ใบกุยช่าย ตั้งกระทะ ใส่ไข่ติดพอแตก ใส่เส้นที่ผัดลงไปตกแต่งหน้าด้วย 5 หน้า

ประกอบด้วย กุ้งลวก ไข่เยี่ยวม้า หมูหมัก หมูกรอบ และกากหมู (สูตรเฉพาะของร้านเรา) ซึ่งหากใส่หน้าครบจะราคาจานละ 80-100 บาท แต่หากเป็นผัดไทยธรรมดาใส่ไข่ไม่ใส่เครื่องราคาจานละ 40 บาท ผัดไทยกากหมู 50 บาท หน้าหมูหมักกากหมู 60 บาท ฯลฯ และด้วยผัดไทยของเราเป็นสูตรโบราณ จึงเน้นถั่วลิสงคั่ว พริกคั่วสดใหม่ทุกวัน มีการใส่มะม่วงเพิ่มความเปรี้ยว แต่หากใครชอบเปรี้ยวมากก็มีมะนาว และผักเคียงมาให้เพิ่มเติมด้วย ใส่ผักชีฝรั่งหั่นฝอยเพิ่มความหอม นับเป็นผัดไทยโบราณที่หาทานได้ยาก รสชาติกล่อมกล่อม อร่อยลงตัวมากอีกสูตรหนึ่งเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ช่วงนี้ภายในร้านยังมีผัดกระเพรา ซึ่งรสชาติเด็ดเพราะทางร้านใส่พริกถึง 3 อย่างคือพริกจินดา พริกขึ้นหนูและพริกแห้ง ทำให้ผัดกระเพรารสชาติเผ็ดร้อน หอมอร่อยแตกต่างจากกระเพราะที่อื่นๆ ราคาผัดกระเพราเริ่มต้นที่ราคา 40 บาท เพิ่มไข่ 10 บาท 

นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจอยากแวะไปชิมผัดไทยบ้านเจ้า สามารถเดินทางไปนั่งทาน ที่ร้านผัดไทยบ้านเจ้า ซึ่งตั้งอยู่ถนนริมน้ำวังทอง ห่างจากถนนสตรีทอาร์ต ประมาณ 500 เมตร และอยู่ก่อนถึงศาลเจ้าแม่ทองคำเจ้าแม่ทับทิม 100 เมตร หรือติดตามสั่งจาก เพจผัดไทยบ้านเจ้า หรือโทรศัพท์ 0829817636 โดยทางร้านมีบริการจัดส่ง ภายในเขตเทศบาลวังทองฟรี ไกลจากร้านรัศมีเกิน 5 กิโลเมตร คิดค่าขนส่ง 20 บาท -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,927,573 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

มหากาพย์เดือดทะลุจอ ปู มัณฑนา ฟาด หนุ่ม กรรชัย รัว ลั่นแจ้งความช่อง 3 แล้ว
"มิน อ่อง หล่าย" ประกาศกฎอัยการศึก 60 อำเภอทั่วเมียนมา
ข่าวดีชาวหาดใหญ่! จูรี คุย เอกนิติ จ่ออนุมัติ 1,089 ล้าน เยียวยาซ่อมแซมบ้าน
แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
คนละครึ่งพลัส ปรับเกณฑ์ใหม่ รัฐจ่าย60ต่อ40
กรมการข้าว จับมือ มูลนิธิข้าวไทยฯ GISTDA และ BDI พัฒนาระบบฐานข้อมูลข้าวไทยแบบ Real time
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
โต้อุ้ม 'ศักดิ์สยาม'คดีซุกหุ้น ปปช.แจงยิบ ยันไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน
วันนี้รู้ผล! ศาลนัดฟังคำสั่งคดีจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล จับตา 10 สส. เสี่ยงหยุดปฏิบัติหน้าที่

Recent Posts

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย
  • นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน
  • อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม
  • อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้
  • โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d