Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ไม่ถึง5นาทีโดนสูบเกือบ2แสน หมดเลยโบนัสลูกน้อง

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699155

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ไม่ถึง5นาทีโดนสูบเกือบ2แสน หมดเลยโบนัสลูกน้อง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.12 น.

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ ไม่ถึง 5 นาที โดนสูบเงินจากบัญชีเกือบ 2 แสน

ผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อว่า abbus1911 ได้มาเล่าอุทาหรณ์วิธีการของมิจฉาชีพหลอกดูดเงินจากบัญชีไปจำนวน 176,000 บาท โดยระบุว่า

…และแล้ววันซวยของผมก็มาถึง ผมโดนมิจฉาชีพหลอกเงินไปภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ผมเสียเงินไป 176,000 บาท และอาจจะเสียมากกว่านี้ด้วย ถ้าผมไหวตัวไม่ทัน ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมโดนยังไง และจะป้องกันยังไง มิจฉาชีพรายนี้โทรมาหาผม โดยอ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร อ้างว่าจะปิดแอพคนละครึ่งให้ ไม่งั้นจะต้องเสียภาษีส่วนเกิน ถ้าไม่ปิดแอพ ซึ่งก็ทำให้ผมหลงเชื่อ จากนั้น เค้าให้ผมแอดไลน์กับเขา ให้ผมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น

โดยเขาให้เราตั้งรหัส 2 ครั้ง พอถึงช่วงตอนนี้ จะมีหน้าจอค้างขึ้นมา เขาบอกว่าห้ามแตะโทรศัพท์ วินาทีนั้น ที่เราห้ามแตะโทรศัพท์ มันคือช่วงที่เค้ากำลังสูบเงินเรา แต่ความโชคดีของผม ผมเริ่มเอ๊ะใจขึ้นมา ผมพยายามปิดเครื่องและออกจากแอพ ให้ได้ไวที่สุด เพราะมิจฉาชีพน่าจะสูบเงินเราได้ ตอนเราค้างอยู่ในแอพ พอผมปิดเครื่อง แล้วเปิดเครื่อง ผมก็ตรวจสอบเงินในบัญชี ปรากฎว่าเงินหายไปตามนี้เลย คือผมไหวตัวทัน คือจริงๆในโทรศัพท์เครื่องนั้นมีแอพหลายธนาคาร และมีเงินอยู่เยอะมากในโทรศัพท์เครื่องนี้ แต่เขาทำได้แค่แอพเดียว นี่คือเงินพนักงานของผมสิ้นปีนี้

และจากนั้น ได้ไปแจ้งตำรวจ ซึ่งเราก็ทำได้แค่ตามขั้นตอนที่ตำรวจบอก ซึ่งเปอร์เซ็นการได้คืนน้อยมาก จึงอยากเรื่องให้เป็นอุทาหรณ์หลายๆคน ถึงแม้จะเสพข่าวตลอดแต่เมื่อเกิดกับตัวเองก็พลาดได้…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699151

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.05 น.

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่พื้นที่สีเขียวโอบกอดไว้ เป็นรูปตัว G กลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่รู้จักกันดี… 
“หมู่บ้านแม่กำปอง” 

มนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศที่สงบ เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน การพูดจาของคนในหมู่บ้านไพเราะ มีน้ำใจ ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไปอย่างกว้างขวาง 

มนต์เสน่ห์ของ “แม่กำปอง” ที่หลายคนหลงใหลคงหนีไม่พ้นธรรมชาติที่ยังคงสวยงาม และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับมาสูดอากาศให้เต็มปอด เดินเล่นชิลๆ เดินถ่ายรูป เดินหาของกิน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใครชอบเที่ยวแบบ Slow life 

แต่แน่นอนว่าเมื่อไรที่มีคนไปจำนวนมากหรือเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เปลี่ยนไปแล้วมีผลดีผลเสียต่อชุมชนหรือไม่?



ไม่มีใครจะรู้สึก 

“สัมผัส” ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ดีไปกว่า… 

“ผู้คนแห่งแม่กำปอง”…

“อดีตพ่อหลวง” ธีรเมศร์ ขจรพัฒนภิรมย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ , ประธานการท่องเที่ยวโดยชุมชนแม่กำปอง และอดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง เปิดเผยกับทีมข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ถึงความพิเศษของชุมชนท่องเที่ยวแม่กำปอง ว่า แม่กำปองมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีหลายปัจจัยเพราะตนจะไม่ทำให้เป็นเฉพาะท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ด้วย สิ่งที่จูงใจนักท่องเที่ยวคือต้นทุนทางธรรมชาติ และการมีอัธยาศัยของคนในชุมชน รวมถึงอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และจะมีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตนเป็นผู้บุกเบิกคนแรกและปี 2543 ตนเริ่มเปิดหมู่บ้านแม่กำปองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยรูปแบบการพักเป็นแบบโฮมสเตย์โดยให้นักท่องเที่ยวพักกับชาวบ้าน ปัจจุบันรูปแบบอย่างนั้นก็ยังมีอยู่ แต่มาตอนนี้มาในรูปแบบของบ้านพักก็เพิ่มขึ้น 

“ต้นทุนเป็นตัวสำคัญ เช่น ต้นทุนทางธรรมชาติ ต้นทุนวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีอยู่ ถ้าเราไม่มีต้นทุนตรงนี้ให้ยั่งยืนอนาคตเราอาจจะเจอกับสิ่งที่เปลี่ยนไป ถ้าความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นเยอะก็จะทำให้กระแสหรือความต้องการของนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสวิถีดั้งเดิมก็จะลดน้อยลง ดังนั้นผมจะเน้นต้นทุนธรรมชาติมากที่สุด โดยเน้นการจัดการดูแลทรัพยากร และกรรมการหมู่บ้านจะตั้งกฎกติกาขึ้นมาภายในหมู่บ้าน หากใครจะสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมาก็ต้องสร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติให้มากที่สุด เน้นให้เป็นวิถีแบบเดิมๆ และเน้นการปลูกฝังลูกหลานให้กลับมาทำงานบ้านเกิด” 

อดีตผู้ใหญ่บ้านผู้บุกเบิกหมู่บ้านแม่กำปอง ให้ความเห็นอีกว่า มีความกังวลเกี่ยวกับนายทุน แต่ทางหมู่บ้านฯก็มีข้อกำหนดที่ชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่ ปี 2559 ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะมีนายทุนเข้ามาแฝงอยู่ในหมู่บ้านฯ โดยคนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ต้องเป็นทายาท หากไม่เป็นทายาทก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าอยู่อย่างเดียวได้โดยไม่มีการประกอบธุรกิจใดๆ แต่ต้องมาทำข้อตกลงกันก่อน 10 ปีที่ผ่านมา 

“หมู่บ้านแม่กำปองเราเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่ว่า ลูกหลานที่ไปทำงานข้างนอกกลับเข้ามาอยู่กับพ่อแม่มาขยายกิจการ จากเดิมที่เป็นโฮมสเตย์ก็ทำเป็นบ้านพักเปิด ร้านค้าขึ้นมา จึงทำให้มีจำนวนบ้านเพิ่มขึ้น ตอนนี้บ้านของชาวบ้านที่อยู่จริงๆมีแค่ 120 หลังคาเรือน ที่เหลือเป็นบ้านพักทั้งหมด เมื่อก่อนจะเป็นพื้นที่โล่งทั้งหมด แต่เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นรายได้ของชาวบ้านก็ดีขึ้น การท่องเที่ยว 10 ปีหลังมานี้ผลตอบรับดีมาก ถือว่าอยู่ในความพอดี”

“อดีตพ่อหลวง” กล่าวว่า หากถามว่าการท่องเที่ยวจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ มันก็จะกระทบในส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ดีขึ้น ผมคิดว่าเราลดการตัดต้นไม้ไปส่วนหนึ่งเมื่อคนในหมู่บ้านหันมาประกอบกิจการ เพราะเมื่อก่อนคนในหมู่บ้านฯประกอบอาชีพปลูกใบเมี่ยงใบชา ซึ่งจะต้องมีการต้ม พอมีการต้มก็ต้องหาฟืนก็จะเข้าไปหาไม้ในป่ามา ผมเห็นว่าตรงนี้ช่วยให้ต้นทุนทางธรรมชาติกลับมาดีขึ้นได้

“ทุกวันนี้ผมกันนายทุนไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้าน เพราะอย่างที่ถามมาว่ากลัวหรือไม่ว่าธรรมชาติจะหายไป ชาวบ้านจะขายที่ดินให้นายทุนมาทำกิจการภายในหมู่บ้านฯ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะมีข้อห้ามและกติการ่วมกันอยู่ โดยจะมีบทลงโทษ โดยจะตัดสวัสดิการออกทั้งหมด หมู่บ้านแม่กำปองรายได้ส่วนหนึ่งทุกหลังจะต้องจ่ายสวัสดิการชุมชน เพื่อนำมาพัฒนาหมู่บ้าน ระเบียบก็คือระเบียบ ซึ่งในอดีตเคยมีเราผลักดันออกไปนอกหมู่บ้านเลย ผมยังเชื่ออยู่ว่าหมู่บ้านฯจะไม่ถูกกลืนไปโดยนายทุน เพราะผมเติมเต็มความคิดให้กับชาวบ้านตลอด” พ่อหลวงพรมมินทร์ พวงมาลา อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง กล่าว 

สำหรับพื้นที่ของหมู่บ้านแม่กำปองนั้น เป็นเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตรกว่า พอเข้ามาในพื้นที่แม่กำปองขึ้นไปก็จะเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ลักษณะของหมู่บ้านฯจะเป็นเหมือนรูปตัว G ซึ่งศูนย์กลางของหมู่บ้านแม่กำปองก็คือ “วัดคันธาพฤกษา” หรือ “วัดแม่กำปอง” ซึ่งมีโบสถ์กลางน้ำ และพิพิธภัณฑ์เมี่ยงอยู่ด้วย 

“ผมอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาสัมผัสดูว่าระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ว่าธรรมชาติยังดีอยู่กับบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และไมตรีของชาวบ้านที่ยังเป็นดังเดิม และหากมาแม่กำปองมาแล้วต้องมาหา “ยำใบเมี่ยง-เทมปุระใบเมี่ยง” กินดู เพราะถือว่าเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านแม่กำปอง” พ่อหลวงพรมมินทร์ พวงมาลา อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง กล่าวทิ้งท้าย 

ขณะที่ “พี่น้อย” ชาวบ้านรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ตนอยู่ที่แม่กำปองมาตั้งแต่ ปี 2539 ตั้งแต่ค่าแรงงานเมื่อก่อนถ้าเป็นผู้หญิง 130 บาท ผู้ชาย 150 บาท แต่ตอนนี้ ผู้หญิง 500 บาท และผู้ชายถ้าต่ำกว่า 600 บาท ก็จะไม่ทำ เป็นเพราะการท่องเที่ยวและความเจริญเข้ามาสังคมชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเป็นคนมีจิตใจที่ดีกับเพื่อนกับฝูง แต่ตอนนี้จะกลายเป็นนักธุรกิจ คนหนุ่มที่พอมีกำลังก็จะออกรถมารับนักท่องเที่ยว ผู้หญิงก็จะมาขายของให้นักท่องเที่ยว 

“วิถีชีวิตล้วนมีแต่เงินนำหน้า ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนไหว้วานเด็กๆทำโน้นทำนี้เล็กๆน้อยก็อาสาช่วย แต่ตอนนี้กลับต้องจ้างถึงจะทำ ตอนนี้การท่องเที่ยวกลืนวิถีชีวิตของชาวบ้านหมด การท่องเที่ยวดีในเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวไม่ดีเพราะทำให้ของทุกอย่างแพงไป ชีวิตของชาวบ้านกลายเป็นคนเมืองคือต้องหาเงิน หากมองในแง่ความเป็นอยู่เงินทองดีขึ้น แต่สังคมความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนไป แน่นอนว่าคนรุ่นเก่าไม่ชอบ เพราะเสียงดังรบกวน นักท่องเที่ยวพุกพล่าน พักผ่อนไม่เต็มที่ จากหมู่บ้านที่สงบ แต่คนรุ่นใหม่ชอบ อย่าลืมว่า แม่กำปองดีที่สุด คือ อากาศดี , อารมณ์ดี , อาหารดี” พี่น้อย กล่าว 

ทั้งนี้ ขณะที่ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ได้ลงพื้นที่ ก็ได้พูดคุยกับ ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าความเป็นมาของแม่กำปองให้ฟังว่า โฮมสเตย์ตอนนี้มีนิดเดียว แต่บ้านพักมีจำนวนมาก ยังไงถึงจะเป็นโฮมสเตย์ก็ไม่ได้พักกับชาวบ้านแล้วเหมือนกัน เพราะแยกออกไปคล้ายๆบ้านพัก แต่มีห้องมาสร้างติดกับบ้าน ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ที่เมื่อก่อนจะมีนักท่องเที่ยวมาพักที่บ้านของชาวบ้านจริงๆ เรียกมากินข้าวล้อมวงกัน แต่ตอนนี้รายได้มันเพิ่มขึ้นก็จริง แต่มันก็ไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน แม่ทำโอมสเตย์ตั้งแต่ ปี 2543 ตอนนี้ก็มีลูกหลานมาทำต่อเป็นแบบบ้านพักเป็นห้องๆ 

“ตอนนี้กฎระเบียบของหมู่บ้านเปลี่ยนไป ตั้งแต่เปลี่ยนพ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) มันไม่เหมือนเดิมแล้ว หละหลวมไปหมดทุกอย่าง แม่กลัวธรรมชาติมันจะหายไป คนเก่าแก่แบบเราก็คิดถึงบรรยากาศแบบเดิมๆ เพราะเมื่อก่อนแม่กำปองดีมากเดี่ยวนี้แย่ เงินไม่มีค่า ถ้าแลกกับความสุข ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนเดินไปทักทายเพื่อนบ้านพูดคุยกัน แต่ปัจจุบันถ้าเราไม่ทักเขา เขาก็ไม่ทักเรา แต่เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีเมื่อนักท่องเที่ยวมาพักเราก็ต้องต้อนรับอย่างดี” ชาวบ้านในหมู่บ้านแม่กำปอง กล่าวทิ้งท้าย 

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเกิดคำถามขึ้น? หากย้อนกลับไปสัก 10 ปีก่อน จะรู้ได้เลยว่ากลิ่นไอ และเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของ “แม่กำปอง” ถูกกลืนไปด้วยวัตถุนิยม หรือทุนนิยม ผู้คนเดินกันพลุกพล่าน ไม่ต่างกับสถานที่เที่ยวทั่วไป คนในพื้นที่ต่างขยายอาณาจักรของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ร้านค้า คาเฟ่ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่ขาดสาย 

แน่นอนธรรมชาติที่ “แม่กำปอง” ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป “ลึกๆ” แล้วมันคืออะไร?!!  “เบื้องลึก” ของ “ชาวบ้าน” และ “ผู้มาเยือน” คงมี “คำตอบ” อยู่ในส่วน “ลึก” ของจิตใจ!?!?!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์’เรือหลวงสุโขทัย’ จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699118

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์'เรือหลวงสุโขทัย' จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์’เรือหลวงสุโขทัย’ จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.46 น.

19 ธ.ค.65 เพจเฟสบุ๊ก ThaiArmedForce.com  ได้โพสต์ข้อเขียนวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์ #เรือหลวงสุโขทัย จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน โดยมีเนื้อหาดังนี้

Disclaimer: การวิเคราะห์ต่อไปนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่กองทัพเรือแถลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่ใช่ข้อมูลที่ครบถ้วน ดังนั้นควรถือว่าเป็นความเห็นเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด เนื่องจากยังมีข้อมูลอีกมากที่เรายังไม่ทราบ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ควรไปอ้างอิงว่าบทวิเคราะห์นี้คือข้อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

—————-
เราอ่านคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ โฆษกกองทัพเรือ อีกครั้ง คิดว่าน่าจะพอระบุสาเหตุในเบื้องต้นได้คือ

“เนื่องจากขณะนั้นบริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง ทำให้เรือเอียงจนทำให้มีน้ำทะเลบางส่วนไหลเข้าระบบเครื่องไฟฟ้าผ่านท่อไอเสียข้างเรือ ส่งผลให้เครื่องไฟฟ้าดับส่งผลต่อเครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน ซึ่งผลจากเครื่องจักรใหญ่และเครื่องจักรช่วยหยุดทำงานดังกล่าว เป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมเรือได้ และส่งผลให้น้ำเข้าภายในตัวเรืออย่างรวดเร็วจนทำให้เรือเอียง

…. เรือหลวงกระบุรี ได้เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ เมื่อเวลา 20.40 น. และพยายามเข้าเทียบเรือหลวงสุโขทัย เพื่อส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และช่วยเหลือกำลังพลจำนวน 106 นาย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคลื่นลมยังคงรุนแรง ต่อมาเรือหลวงสุโขทัย มีอาการเอียงมากขึ้นและได้จมลงเมื่อเวลา 00.12 น.”
ซึ่งสรุปคร่าว ๆ ก็คือ น้ำเข้าเรือมากจากท่อไอเสียจนเรือจมนั่นเอง
—————————
เรื่องนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ

1. ท่อไอเสียที่เราคาดน่าจะเป็นท่อไอเสียบริเวณแนวน้ำ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเครื่องยนต์ทำงานก็จะมีแรงผลักน้ำออกมาตลอด และมีกลไกไม่ให้น้ำเข้าเรือ และโดยปกติถ้าน้ำเข้าเรือก็จะมีการสูบน้ำออก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ชัดว่าการที่น้ำทะเลไหลเข้าท่อไอเสียมากจนทำให้เครื่องจักรใหญ่หรือเครื่องยนต์หยุดทำงานนั้นเกิดจากอะไร
แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วถ้าน้ำเข้าเรือ เรือรบจะสามารถควบคุมความเสียหายได้ด้วยการปิดท่อ ถ้าปิดไม่สำเร็จก็จะต้องทำการปิดห้องที่น้ำท่วม ซึ่งก็จะทำให้เรือแม้จะเสียสมดุลไปบ้างแต่ก็ยังลอยอยู่ได้ แต่การที่เรือเอียงลงมาน่าจะหมายถึงการควบคุมความเสียหายไม่สำเร็จจนทำให้น้ำทะลักเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ จนจมลงในที่สุด ซึ่งนี่คือหนึ่งใน Chain of Event ที่นำไปสู่การจมของเรือ

2. เรือหลวงกระบุรีพยายามเข้าเทียบเพื่อส่งเครื่องสูบน้ำให้กับเรือหลวงสุโขทัย แต่ไม่สามารถเทียบได้เพราะคลื่นลมแรง ตรงนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือน่าจะมีปัญหาบางอย่างกับเครื่องสูบน้ำของเรือหลวงสุโขทัยที่ทำงานไม่ได้หรือทำงานได้แต่ไม่สำเร็จหรือไม่ และแม้แต่เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่บนเรือหลวงสุโขทัยก็ยังไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้จนต้องหาทางนำเครื่องสูบน้ำจากเรืออื่นมาช่วยกู้เรือ เครื่องสูบน้ำก็น่าจะเป็นอีกหนึ่ง Chain of Event เช่นเดียวกัน

3. เราไม่ทราบภาวะและเงื่อนไขของการที่ทำให้การควบคุมความเสียหายหรือ Damage control ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งคงต้องมีการสอบสวนต่อไป แต่เป็นได้ทั้งการที่กำลังพลทำทุกอย่างถูกต้องตามหลักแต่ไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้เนื่องจากสภาวะที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป หรือการควบคุมความเสียหายไม่สำเร็จจากความผิดพลาดของคนหรืออุปกรณ์ อันนี้ยังไม่มีทางที่จะรู้ได้ในตอนนี้

แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลก็คือ ดูสถานการณ์แล้วน่าเป็นห่วงเหมือนกันว่า ทำไมการควบคุมความเสียหายถึงไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่สถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวัดจากสาเหตุคือน้ำเข้าท่อไอเสีย ไม่ใช่เรือพลิกคว่ำ การควบคุมความเสียหายน่าจะลดความรุนแรงได้ ตรงนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากำลังพลผิดเสียทีเดียว แต่ควรเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ
—————————
4. เมื่อถอยออกมามองนั้น ไม่แน่ใจว่าการประเมินข่าวอากาศก่อนที่จะส่งเรือออกปฏิบัติการนั้นมีการประเมินมากน้อยเพียงใด เพราะเรือหลวงสุโขทัยเป็นเรือขนาดไม่ใหญ่นัก โดยมีขนาดไม่ถึง 1 พันตัน การทนทะเลจึงน้อยกว่าเรือใหญ่ลำอื่น ถ้ามีการแจ้งเตือนล่วงหน้า อาจจะต้องดูว่าการประเมินสถานการณ์และสภาพอากาศก่อนส่งเรือออกไปนั้นทำอย่างสมบูรณ์แล้วหรือไม่ หรือสภาพที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่มีเหตุแจ้งเตือนมาก่อน เพราะในพื้นที่ก็มีเรือขนส่งของเอกชนล่มจากสภาพอากาศเช่นกัน

5. เรือมีกำลังพลที่ไม่ใช่ประจำเรือร่วมเดินทางไปราว 30 กว่าคน ไม่แน่ใจว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพของเรือหรือไม่ แต่ถ้าให้ TAF คิดไว ๆ ก็น่าจะส่งผลแต่ไม่น่าจะมากขนาดนั้น ตรงนี้ยังไม่แน่ใจ ส่วนอื่นก็อาจจะส่งผลคือเมื่อมีคนเพิ่มขึ้น อุปกรณ์กู้ภัยเช่นแพยางหรือเรือยางอาจจะไม่พอ หรือกำลังพลที่ขึ้นเรือมานั้นได้รับการบรรยายสรุปถึงการหนีภัยหรือกู้ภัยหรือไม่
แต่สิ่งที่แน่ใจได้คือการเตรียมการ เพราะมีรายงานว่ากำลังพลที่ไม่ใช่ประจำเรือนั้นไม่มีเสื้อชูชีพ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงมากที่อาจจะมีผู้เสียชีวิตได้ อันนี้น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่ามีความผิดพลาดชัดเจน
—————————
6. ย้อนกลับไปที่การควบคุมความเสียหาย ถ้าเกิดจากอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมจริง ๆ นั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดจากการซ่อมบำรุงเรือ ซึ่งการซ่อมบำรุงเรือมีปัญหามากในช่วงหลัง โดยเฉพาะหลังจากที่กองทัพเรือจัดหาเรือดำน้ำซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงมีโครงการเกี่ยวเนื่องแต่ไม่เป็นความเร่งด่วนอย่างการจัดหาเรือหลวงช้างที่กองทัพเรือบอกว่านำมาสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวมมากกว่า 7 พันล้านบาท

ผู้บัญชาการทหารเรือท่านที่แล้วกล่าวอย่างชัดเจนว่าเรือและอากาศยานของกองทัพเรือจำนวนมากไม่ได้รับการซ่อมบำรุงตามวงรอบจนส่งผลต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ในปีงบประมาณ 2566 กองทัพเรือจึงของบประมาณซื้ออาวุธน้อย แต่เน้นไปที่การซ่อมบำรุงเรือมากกว่า

ซึ่งถ้าสาเหตุเกิดจากความไม่พร้อมของอุปกรณ์จริง ก็ถือว่าผู้บัญชาการทหารเรือท่านที่แล้ววางแผนได้ถูกต้อง แต่แค่เหตุการณ์มาเกิดก่อนเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งผลกระทบที่เกิดจากการวางแผนและเปลี่ยนแผนของผู้บัญชาการทหารเรือในอดีตที่เปลี่ยนมาจัดหาเรือดำน้ำและเรือบัญชาการยกพลขึ้นบกจนทำให้ไม่มีทรัพยากรมากพอในการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ในภาพรวม

ปกติแล้ว กองทัพไทยมักจะวางแผนงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ แต่แผนในการส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุงนั้นไม่ชัดเจน หรือทำไม่ได้ตามแผนและเลือกไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์มากกว่าจะซ่อมบำรุง ซึ่งกองทัพไทยยังมีโครงการจัดซื้ออาวุธที่มีราคาแพงและมีค่าซ่อมบำรุงแพงอีกหลายโครงการ เช่นโครงการจัดหาเรือดำน้ำ หรือโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงว่า การจัดซื้ออาวุธราคาแพงจะดึงทรัพยากรโดยรวมของกองทัพทำให้ความพร้อมรบต่ำลงหรือไม่
—————————
7. โดยสรุปก็คือต้องย้ำอีกครั้งว่า บทความนี้ไม่ได้สรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติในครั้งนี้ เพราะเรายังไม่มีข้อมูลมากไปกว่าคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกองทัพเรือ ดังนั้นสาเหตุอาจจะเป็นไปได้ทุกอย่างตั้งแต่กำลังพลและกองทัพเรือทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่สภาวะธรรมชาติที่ต้องเผชิญมากเกินกว่าจะรับมือไหว หรือมีความผิดพลาดบางอย่างที่ทำให้สถานการณ์ที่ควรจะควบคุมได้กลายเป็นความคุมไม่ได้และต้องเสียเรือทั้งลำไปในที่สุด ตรงนี้ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ถึงจะสามารถสรุปได้

แต่สิ่งที่จะพูดได้ก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่น่าจะมาจาก Chain of Events หลายเหตุการณ์ที่ประกอบกันจนทำให้เกิดเหตุในที่สุด และข้อต่อที่ควรพิจารณามากที่สุดคือ การควบคุมความเสียหายหรือ Damage Control ที่ทำได้ตามขั้นตอนหรือไม่ หรือมีอุปกรณ์สำคัญสำหรับการควบคุมความเสียหายพร้อมใช้งานหรือไม่ ซึ่งการควบคุมควาเสียหายจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้
—————————
8. สำหรับเกร็ดความรู้จากอุบัติเหตุครั้งนี้ก็คือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่กองทัพเรือมีเรือจม โดยเหตุการณ์เรือจมใหญ่ ๆ ของกองทัพเรือในอดีตคือ

– เหตุการณ์เรือหลวงธนบุรีจมในยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเรือหลวงธนบุรีถูกกองเรือฝรั่งเศสยิงจนจมลง เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2484 ในกรณีพิพาทอินโดจีน ที่ถือเป็นยุทธนาวีครั้งแรกและครั้งเดียวของกองทัพเรือไทย

– เหตุการณ์เรือหลวงสมุยถูกจมโดยเรือดำน้ำ USS Sealion ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 2488 โดยเรือหลวงสมุยไปรับน้ำมันจากสิงคโปร์ และถูกเรือดำน้ำยิงจมลง

– เหตุการณ์เรือหลวงศรีอยุทธยา ถูกจมลงในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในปี 2502 ซึ่งเรือถูกระดมยิงและถูกทิ้งระเบิดจากกองทัพอากาศ โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ต้องกระโดดเรือหนีออกมา

9. อีกเกร็ดหนึ่งก็คือ ในกองทัพเรือไทยนั้นมีหลักการตั้งชื่อเรือคอร์แวตต์ซึ่งจะตั้งชื่อตามเมืองหลวงและยุคสมัยของไทย ทำให้เรามีเรือที่มีชื่อครบทั้งสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ สิ่งที่น่าสนใจคือเรือส่วนใหญ่ที่ถูกตั้งชื่อนั้นมีจุดจบที่ไม่ปกติทั้งสิ้น อย่างเรือหลวงธนบุรีถูกจมลงหลังจากทำการรบกับฝรั่งเศส เรือหลวงศรีอยุทธยาจมจาเหตุการณ์ทางการเมือง และล่าสุดคือเรือหลวงสุโขทัยจมลงเมื่อวานนี้ ยังคงเหลือเรือหลวงรัตนโกสินทร์ที่ยังใช้งานได้อยู่

10. มูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์นี้น่าจะมากกว่า 5 พันล้านบาท นอกจากความเสียหายจากตัวเงินแล้ว ยังมีความเสียหายที่เกิดกับขีดความสามารถของกองทัพเรือ เพราะเรือหลวงสุโขทัยเป็นเรือรบเพียงหนึ่งใน 5 ลำของกองทัพเรือไทยที่ถือว่าเป็นเรือชั้นแนวหน้าที่มีขีดความสามารถสูง ปฏิบัติการรบได้สามมิติคือบนฟ้า ผิวน้ำ และใต้น้ำ การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้กองทัพเรือไทยเหลือเรือผิวน้ำชั้นแนวหน้าเพียง 4 ลำเท่านั้นคือเรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงภูมิพล

ขอบคุณข้อมูล ThaiArmedForce.com

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthaiarmedforce%2Fposts%2Fpfbid02C2PDCn3FjwrBtqrJsvytCjQA3S5Lmwuq8n6XPPfwDK9ALh2dQQkfziCR1yaCR9s4l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699106

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

ที่พักโพสต์ชี้แจงคลิปดราม่า ลูกค้า บนสะปัน จ.น่าน จบดราม่าทั้ง 2 ฝ่าย หมูกระทะเป็นเหตุ

19 ธ.ค.2565 จากกรณีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้โพสต์ภาพและคลิปพร้อมระบุข้อความว่าโดนเจ้าหน้าที่ที่พักบนสะปัน จ.น่าน ออกมาโวยกลางดึก หลังจากตนได้สั่งหมูกระทะข้างนอกเข้ามาทานเพิ่มในที่พัก ซึ่งก็มีการโต้เถียงจนกลายเป็นคลิปไวรัล มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นักท่องเที่ยวแฉที่พักชี้หน้าด่า เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก สะปันซีวิว ที่พักบ้านสะปัน บ่อเกลือ น่าน Sapan See View ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงดราม่าที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

สวัสดีและกราบขออภัย จาก สะปันซีวิว นะคะ

จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นข่าวเกิดขึ้นกับที่พักในขณะนี้ ประเด็นเรื่องหมูกระทะ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นการสื่อสารที่เข้าใจไม่ตรงกันระหว่างแอดมิน ลูกค้า และผู้ดูแลที่พัก จึงทำให้เกิดการโต้เถียง และเหตุการณ์บานปลาย ส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจต่อลูกค้าที่เกิดเหตุ รวมถึงลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้าพัก ทางที่พักน้อมรับ และกราบขออภัยเป็นอย่างสูง จะนำไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้นค่ะ ทั้งนี้ต้องกราบขออภัยพี่น้องคนน่านที่ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเสียหาย กราบขอภัยมากๆค่ะ 

นอกจากนี้ทางที่พักขอรับผิดชอบ ด้วยการโอนชำระเงินค่าที่พักคืนให้กับลูกค้า และจะดำเนินการถอนแจ้งความให้ค่ะ ทั้งนี้ขอความกรุณานะคะ รบกวนไม่ส่งข้อความก่อกวน หรือถ้อยคำหยาบคาย เข้ามาในอินบ๊อกของที่พักนะคะ

สุดท้ายขอบพระคุณท่านนายอำเภอบ่อเกลือใต้ที่ได้ประสานหาทางออกให้จบลงด้วยดีทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆท่านที่เข้าใจและขออภัยมา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ก็ได้โพสต์ข้อความไม่ติดใจดราม่า โดยระบุว่าที่พัก ได้โอนเงินคืนเต็มจำนวน พร้อมจบปัญหาดราม่าดังกล่าว

จากที่ทางที่พักสะปันซีวิวได้ออกมาชี้แจงและขอโทษทางเราทั้ง 3 คนและทางที่พักได้โอนเงินคืนเต็มจำนวน

ในส่วนลูกค้านะครับ ทางเราทั้ง 3 คนไม่ติดใจอะไรแล้วนะครับเพราะอยากให้เรื่องทุกอย่างจบ

เรื่องทั้งหมดอาจจะเกิดการสื่อสารของทั้งลูกค้าและพี่แอดมินทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปคนละประเด็น ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย ทางเราทั้ง 3 คนต้องขอโทษในส่วนตรงนี้ด้วยนะครับ ทางเราไม่ได้มีเจตนารีวิวที่พักให้เสียหายเลย

และทั้งนี้ทางผมเจ้าของโพสจะขอลบโพสที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์บานปลายเพื่อจบเรื่องราวทุกอย่างนะครับ ขอบคุณ #รายการคุยทะลุดราม่า #นายอำเภอบ่อเกลือ #ท่านปลัด #ท่านกำนันที่ช่วยไกล่เกลี่ยให้เรื่องราวจบลงด้วยดีนะครับ 

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า จ.น่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆมากมายไว้รอบริการนักท่องเที่ยวนะครับ ช่วงนี้อากาศกำลังหนาวมาเที่ยวกันเยอะๆนะครับ อย่าพึ่งตัดน่านออกจากรายการที่พักนะครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่างแย่! นักท่องเที่ยวแฉที่พักชี้หน้าด่า เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699049

อย่างแย่! นักท่องเที่ยวแฉที่พักชี้หน้าด่า เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

อย่างแย่! นักท่องเที่ยวแฉที่พักชี้หน้าด่า เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.26 น.

ดราม่าสนั่น! นักท่องเที่ยวโพสต์เสียความรู้สึก เจอเจ้าหน้าที่ที่พักรีสอร์ท ชี้หน้าด่า เหตุเพราะสั่งหมูกระทะมากิน ต้องหอบเสื้อผ้าย้ายออกกลางดึก หาที่นอนใหม่

กลายเป็นดราม่าสนั่นโซเชียล เมื่อนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมเล่าประสบการณ์การเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในสะปัน จ.น่าน แต่กลับต้องขนเสื้อผ้าออกมากลางดึก เพราะโดนผู้ดูแลรีสอร์ทชี้หน้าด่า ด้วยเหตุผลที่ว่า หิ้วหมูกระทะจากข้างนอกเข้ามากิน ทั้งที่ได้ติดต่อขออนุญาตกับทางแอดมินเพจรีสอร์ตไว้แล้ว  

โดยข้อความดังนี้

“สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขอรีวิวเหตุการณ์ที่พึ่งเจอกับตัวเองเมื่อ 20.00 วันที่ 16/12/65 ที่สะปันแห่งหนึ่ง เนื่องจากเราเป็นคน จ.น่าน ที่มีเพื่อนๆมาเที่ยวน่านครั้งแรก เราเลยเป็นคนพามาเที่ยวเพราะบ้านเราสวยมาก บรรยากาศดี เพื่อนได้จองที่พักไว้ 2 หลัง หลังละ 1500 และ 1200 บาท ก่อนเข้าพัก ทางที่พักได้แจ้งกฏชัดเจนว่าห้ามนำอาหารจากข้างนอกมาทาน เราก็ได้สั่งอาหารก่อน 17.00 ตามกฎทางที่พัก เราสั่งหมูกะทะชุดละ 499 สำหรับ 2 ท่าน และเพิ่มชุดเสริมอีก 1 ชุดกลัวไม่อิ่ม 

พอถึงเวลา ที่พักก็เอามาส่งตามปกติ เรากินไปซักพัก พวกเราเริ่มคุยกันว่ามันไม่พอ เลยขออนุญาตแอดมินว่าสั่งเพิ่มได้มั้ย ทางแอดมินตอนแรกไม่ยอม เราก็เลยถามตามตรงๆว่า เรามาไกลมากไม่อิ่มแล้วไม่อนุญาตให้ซื้อข้างนอกมากิน แล้วเราหิวจะให้ไปหาซื้อที่ไหน (ขับรถมาไกลมาก เราอยากนั่งกินแบบชิวๆเก็บบรรยากาศพักผ่อนก่อนไปทำงานต่อ) พอแอดมินอนุญาต เราก็สั่งหมูกะทะมาเพิ่ม 1 ชุดจากข้างนอก 

ที่นี้พอผู้ดูแลมาเจอ มาชี้หน้าว่าพวกเราว่าที่พักห้ามสั่งอาหารเข้ามา คุณสั่งอาหารเข้ามาแบบนี้ผมเสียเปรียบมั้ย เพราะคุณมาใช้แก๊สกระป๋องของที่พัก เตาของที่พัก เราก็พยายามชี้แจงว่า เราได้ขออนุญาตและทักบอกแอดมินแล้ว ผู้ดูแลบอกว่าตอนนั้นที่แอดมินโทรมาผมไม่ได้รับสาย ไม่รู้ว่าจะสั่งหมูกะทะมา

เราก็ชี้แจงว่าเรามาครั้งแรก คุณควรจะกลับไปคุยกับแอดมินคุณก่อนมั๊ยก่อนที่จะมาต่อว่าลูกค้าว่า เราได้ขออนุญาตก่อนสั่งเข้ามาแล้ว แต่เค้าก็ไม่เข้าใจ 

ตอนนั้นกลัวมากๆๆ เราเลยแจ้งให้ตำรวจมาเคลียร์ และพวกเรา 3 คนต้องออกจากที่พักมาตอน 21.50 เพื่อมาหาที่นอนใหม่ เพราะเรื่องหมูกะทะ และยอมเสียค่าที่พัก 

พวกเราขอแค่ความเห็นใจคือ มันมืดมากแล้วไม่ให้เราสั่งอาหารเข้ามาทาน ที่พักก็ควรจะซัพพอร์ตให้สมกับราคาที่ลูกค้าจ่าย นั่งเครื่องบินมาตั้งไกล ขับรถมา 10 ชั่วโมง เพื่อให้เรามาอดข้าวเพื่อรอพรุ่งนี้เช้า 

#เสียความรู้สึกมาก #การบริการแย่ห่วยแตกสุดๆ #ถ้าที่พักมาเห็นควรจะอบรมพนักงานดูแลให้บริการดีกว่านี้ ถ้ารับฟังข้อตำหนิของลูกค้าไม่ได้ไม่สมควรมาทำงานบริการ เพราะเราก็ค้าขายไม่เคยทำกับลูกค้าแบบนี้เลย #ขอบคุณตำรวจสภบ่อเกลือที่มาไกล่เกลี่ยให้นะครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงวัย58แค้น!! หวังได้แอ้มสาวรุ่นลูกวัย 19 ถูกหลอกสูญเงินกว่า 2 แสน

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699020

ลุงวัย58แค้น!! หวังได้แอ้มสาวรุ่นลูกวัย 19 ถูกหลอกสูญเงินกว่า 2 แสน

ลุงวัย58แค้น!! หวังได้แอ้มสาวรุ่นลูกวัย 19 ถูกหลอกสูญเงินกว่า 2 แสน

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.05 น.

18 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายหวิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า ตนเองถูกสาววัย 19 ปี ซึ่งเป็นสาวรุ่นลูกหลอกให้รักหลอกให้หลงแถมหลอกจะให้มีอะไรด้วย แต่สุดท้ายรอมาเกือบปี ยังไม่ได้แม้แต่จับขาอ่อน อยากจะให้เจ้าตัวแสดงตัวตนออกมาไม่ใช่มาหลอกคนแก่แบบนี้ และอยากเตือนผู้ชายด้วยกันระวังสาวคนนี้หลอก

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับ นายหวิน โดยเจ้าตัวบอกว่า รู้จักกับ “น้องทราย” ตอนนี้ก็น่าจะอายุ 19 ปี หลอกเอาเงินทีละ 1,000-3,000 บาท 1 เดือนหมดไปเป็นหมื่่นบาท รวมแล้วกว่า 200,000 บาท ซึ่งผู้หญิงคนนี้บอกว่าจะให้นอนด้วยแถมถ่ายภาพหวิวส่งมาให้ดูแล้วนัดให้ตนเองไปรอที่รีสอร์ทที่นั่นที่นี่บ้าง สุดท้ายไม่ได้แอ้มหรือเห็นแม้แต่ขาอ่อน ยอมรับคิดมากเพราะสูญเงินไปเยอะ ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรกันเลย แถมทุกวันนี้ยังทักมาขอเงินและหลอกตนเองไปเรื่อยๆ อยากให้ผู้หญิงคนนี้พูดตรงๆ ออกมาเลยว่าจะเอาอย่างไร

นายหวิน บอกว่า รู้จักน้องทรายคนนี้เป็นคน ต.วังทอง อ.บ้านดุง เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 64 โดยมีคนรู้จักในหมู่บ้านแนะนำให้รู้จัก โดยตนเองแซวว่าอยู่สวนยางคนเดียวเหงาอยากมีสาวๆ  พอเจอกันครั้งแรกในฐานะที่ตนเองเป็นคนใจอ่อนก็เอาเงินให้เลย 3,000 บาท เขาก็เอาเงินไปซื้อหมูกระทะมาเลี้ยงเพื่อนๆ จากนั้นน้องทราบก็มากระซิบบอกตนเองว่า ให้ไปรอที่สวนยางพาราเลยเดี๋ยวกินหมูกระทะเสร็จจะเข้าไปให้มีอะไรด้วย วันนั้นตนรอทั้งคืนเลยเขาก็ไม่มา ก็พอยอมรับได้คิดว่าน้องเขาคงเมาต่อมาเขาก็ติดต่อมาทางเฟซบุ๊กเรื่อยๆ มาขอเงินที่ละ 1,000-3,000 บาท ให้ ตนเองก็ส่งให้ตลอด เพราะหวังจะได้มีอะไรกับเขา เพราะเขาก็ย้ำตลอดว่าให้ไปรอรีสอร์ทเลยเดี๋ยวจะเข้าไปหา เขาพูดแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ตอนนี้ขาอ่อนก็ยังไม่ได้จับ

“รวมแล้วเดือนๆ หนึ่งสาวทรายทักมาขอเงินหมดไปหลายหมื่นต่อเดือนทั้งจ่ายค่าเทอมไปเรียนที่อุดรให้ด้วย จ่ายไปแล้วเกือบ 200,000 บาทเศษ นี่จะถึงปีแล้วยังไม่ได้เห็นหน้า ขาอ่อนก็ไม่ได้จับ เสียดายเงินมาก ยอมรับว่าอาจจะโง่ไปหน่อยแต่ผู้ชายก็บางทีเหงาก็อยากมีอะไรบ้าง ตอนนี้ทางลูกสาวรู้เรื่องแล้วบอกว่า พ่ออย่าเอาเงินให้ผู้หญิงคนนี้อีก ถามว่าตนเองอายไหม ยอมรับอายเพราะกลัวชาวบ้านรู้ และนี่เป็นครั้งแรกที่ตนเองเจอสาวรุ่นลูกหลอก เขาไม่น่าจะทำกับผมเลย จริงๆ แล้วในเมื่อเขามาหลอกผม ส่งภาพหวิวมาให้ผมดู ผมก็ยอมรับเกิดอารมณ์ แถมมานัดให้ตนไปรอที่รีสอร์ทที่โน่นที่นั่นสุดท้ายเขาก็ไม่ไป มันช่างช้ำใจเหลือเกิน อยากให้เขาพูดมาชัดเจนเลยว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่มาหลอกทักเอาเงินอยู่แบบนี้ บางทียอมรับตัดใจลำบากเพราะเป็นคนใจอ่อน ใจก็อยากได้คืนเงินบ้างเดี๋ยวเมียจะรู้ว่าเงินหายไปไหน หรือจะให้ตนเองมีอะไรสักครั้งอาจจะยกหนี้ให้” นายหวิน กล่าว 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางฝั่งน้องทรายเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างใด.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวาหนัก!! ‘เล็ก ท่ากระดาน’ หนุ่มอันตราย ‘ทุบรถ-ปาหิน’ ใส่ นทท.

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698975

ผวาหนัก!! 'เล็ก ท่ากระดาน' หนุ่มอันตราย 'ทุบรถ-ปาหิน' ใส่ นทท.

ผวาหนัก!! ‘เล็ก ท่ากระดาน’ หนุ่มอันตราย ‘ทุบรถ-ปาหิน’ ใส่ นทท.

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.00 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ธ.ค.65 ชาวบ้านบ้านท่ากระดาน หมู่ 2 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า มีชายคลุ้มคลั่งเดินเพ่นพ่านตะเวนอยู่บนถนนสายเขื่อนศรีนครินทร์ – ศรีสวัสดิ์ บริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลท่ากระดาน โดยชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมที่อันตรายต่อชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์สัญจรไปมามาบนถนนสายดังกล่าวเป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบพบว่า ชายคนดังกล่าวชื่อ นายเล็ก (ไม่ทราบนามสกุล) อายุประมาณ 40 ปี เป็นคนในพื้นที่ เคยดมกาวติดต่อกันนานหลายปี จนทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง มักมีอารมณ์ฉุนเฉียว ชอบแสดงอาการไม่เป็นมิตรกับบุคคลแปลกหน้าหรือรถยนต์นักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา บางครั้งจะเดินถือไม้ไปยืนกลางถนนและฟาดตีใส่รถที่ผ่านไปมา บางครั้งก็ใช้ก้อนหินขนาดเล็กและใหญ่ปาใส่รถนักท่องเที่ยวทำให้เกิดความเสียหาย บางวันก็จะนั่งนอนช่วยตัวเองต่อหน้าผู้คนจนทำให้ชาวบ้านต่างระอาในพฤติกรรมของนายเล็กเป็นอย่างมาก 

ผู้ร้องเรียนได้เปิดเผยว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกสงสารแต่ก็มีความหวาดกลัวกับพฤติกรรมของนายเล็ก อยากให้ช่วยหาหน่วยงานอะไรก็ได้มาช่วยหน่อย แต่เดิมนายเล็กก็แค่เดินเร่ร่อนไปเรื่อย แต่ตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา อาการคลุ้มคลั่งของนายเล็กเริ่มหนักขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม นายเล็กมีลักษณะคล้ายคนสติไม่ดี ตาขวาง พูดจาคนเดียว นายเล็กมีอาการคล้ายคนป่วยทางจิตมานานหลายปีแล้ว เจ้าหน้าที่เคยมารับตัวส่งไปบำบัดที่รพ.ท่ากระดาน แต่สุดท้ายทางโรงพยายาลก็ส่งกลับ โดยทางโรงพยาบาลให้เหตุผลว่า เขาพูดจารู้เรื่อง สามารถตอบคำถามได้ จึงปล่อยตัวกลับ แต่พฤติกรรมของนายเล็กในช่วงนี้อาการผิดปกติเยอะ มีทั้ง ตะโกนด่า ช่วยเหลือตัวเองอยู่หน้าร้านค้าต่างๆ มีการถือไม้จะไล่ตีคน ที่น่ากลัวที่สุดคือการปาก้อนหินใส่คน ใส่รถ จึงอยากร้องขอให้ช่วยหาหน่วยงานโดยตรงมาช่วย

ที่ผ่านมาชาวบ้านได้แจ้งตำรวจกับโรงพยาบาลแถวบ้านไป เขาก็นิ่งนอนใจ โดยตำรวจให้เหตุผลว่า ส่งตัวไปเดี๋ยวโรงพยาบาลก็ส่งตัวกลับ เพราะมันถามตอบรู้เรื่อง แต่กลัวว่าอาการจะหนัก จึงอยากให้หาวิธีแก้ให้หน่อย รบกวนจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือมาก.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า!! ‘น้องหมา’ สู้กับ ‘งูเห่า’ ปกป้องเจ้านาย สุดท้ายโดนกัดตาย

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698935

เศร้า!! 'น้องหมา' สู้กับ 'งูเห่า' ปกป้องเจ้านาย สุดท้ายโดนกัดตาย

เศร้า!! ‘น้องหมา’ สู้กับ ‘งูเห่า’ ปกป้องเจ้านาย สุดท้ายโดนกัดตาย

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.19 น.

18 ธ.ค.65 ที่บริเวณบ้านเลขที่ 37หมู่ 3 ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีงูเห่าตัวขนาดใหญ่ได้เลื้อยเข้ามาภายในไต้ถุนบ้าน และทางเจ้าของบ้านได้ไช้ไม้เขี่ยไล่งูให้ออกจากพื้นที่ไต้ถุนบ้าน แต่เจ้างูตัวใหญ่ไม่ยอมง่ายๆได้ชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อๆ และยังมีสุนัขจำนวน 3 ตัว รุมเห่าไล่ต่องูเห่า แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สุนัขเพศเมีย สีดำสลับขาวที่ชื่อฟ้า ได้พุ่งเข้าไปงับคองูเห่าออกมาพร้อมสลับไปมาอย่างแรง โดยมีสุนัขอีก 2 ตัว คอยช่วยวิ่งไล่เห่าขูงูตลอดเวลา ก่อนที่งูเห่าจะหลุดจากปากงู และหมาที่ชื่อฟ้าก็งับไปที่คองูเห่าและสบัดไปมาอยู่สักครู่ก่อนงูเห่าและสุนัขที่ชื่อฟ้าต่างแยกออกจากกัน

ซึ่งคลิปวีดีโอที่เจ้าของบ้านถ่ายไว้มีเสียงตะโกนเรียก ฟ้าฟ้าอยู่ตลอดเวลา โดยเจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ยินเสียงหมาเห่าไต้ถุนบ้านจึงลงมาดูและได้เปิดไฟส่องสว่างพบว่ามีงูตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 1.50 เมตร เลื้อยเข้ามาไต้ถุนบ้าน จึงได้เรียกญาติพี่น้องที่อยู่อยู่บ้านติดกันมาช่วยกันใช้ไม้เขี่ยไล่งูและถ่ายคลิปไปด้วย และพบว่างูแผ่แม่เบี้ยคิดว่าเป็นงูเห่า แต่ขณะที่ญาติช่วยกันใช้ไม่เขี่ยไล่งูอยู่นั้น หมาที่ชื่อฟ้าได้เข้ากับคองูเห่าและต่อสู้กันตนเองตกใจได้ตะโกนเรียกฟ้าฟ้าโดยทั้งงูและหมาได้รับบาดเจ็บทั้งคู่งูไปไหนไม่ไหวจึงใช้กะละมังคลอบไว้ พร้อมทั้งโทรแจ้งนางสาวระฐา ตะเพียนทอง ที่ชำนาญในการจับงูมาจับออกไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ พบว่าเป็นงูเห่ามีรอยโดนคมเขี้ยวหมาหลุยจุด

ส่วนหมาที่ชื่อฟ้านั้นมีอาการเริ่มซึม นอนลงที่พื้น เนื่องจากโดยคมเขี้ยวของงูเห่า จึงรีบนำหมาขึ้นท้ายรถยนต์กระบะเพื่อไปโรงพยาบาลสัตว์ในจังหวัดอ่างทอง แต่โรงพยาบาลสัตว์ได้ปิดหมดแล้วจึงเดินทางต่อไปยัง โรงพยาบาลสัตว์ในจังหวัดลพบุรี เมื่อไปถึงหมอบอกว่าหมาได้ตายลงแล้วระหว่างตางสร้างความเสียใจให้แก่คนในครอบครัว จึงได้เดินทางกลับนำตัวฟ้ามาฝังไว้ยังดงกล้วยหน้าบ้าน

ฟ้าเป็นหมาเพศเมียไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่เนื่องจากเป็นหมาจรที่อาศัยอยู่ในระแวกบ้าน และได้ให้ข้าวปลาอาหารกินจนคุ้นเคยและได้มาอาศัยอยู่ภายในบ้านตลอดมา และเจียมตัวมากหากจะเข้ามาหาคนภายในบ้านชอบนอนหมอบ ทำตัวดีฉลาดมาก ที่ผ่านมาเคยกัดงูที่เข้าบ้านจนงูตายมาแล้วจำนวน 3 ตัว

ด้านยายฉลอง วัย 70 ปี เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังต่อว่า ฟ้ามีลูก1ตัวชื่อว่าตัง เวลาตนเองไปไหนจะติดตามตลอดเข้าสวนทำงานก็จะนั่งเฝ้าหากตนเองไปวัดก็จะนั่งรออยู่ที่หน้าบ้านจนกว่าจะกลับมา เมื่อฟ้าโดนงูกัดตายหลังต่อสู้กับงู  เจ้าตังลูกขอฟ้าวันนี้ไม่ยอมกินข้าวปลาอาหารเลย คาดว่าคงเสียใจที่แม่ของมันตายลงไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชายชราวัย83ปี อาศัยเพียงลำพัง ในกระต๊อบเก่าทรุดโทรม

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698931

ชายชราวัย83ปี อาศัยเพียงลำพัง ในกระต๊อบเก่าทรุดโทรม

ชายชราวัย83ปี อาศัยเพียงลำพัง ในกระต๊อบเก่าทรุดโทรม

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.52 น.

18 ธันวาคม 2565 นายวัสนต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าตนได้รับแจ้งจากนางสาวฐิสา นาคจีน ผู้ใหญ่บ้านบ้านหมอเฒ่า หมู่ที่ 2 ต.ช่องสะเดา ว่าภายในหมู่บ้านมีผู้สูงอายุเป็นชายอาศัยอยู่เพียงลำพังคนเดียว ซึ่งบ้านที่อาศัยอยู่นั้น เก่าทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

หลังจากได้รับแจ้งตนจึงพร้อมด้วยนางสร้อยเพ็ชร บุญประชุม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 นางสาวคณัสนันท์ น้อยทิพย์ สารวัตรกำนัน ตำบลช่องสะเดา ร่วมเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในการหาแนวทางให้ความช่วยเหลือ

ปรากฎว่าเมื่อไปถึงพบนายเพิง ธรรมแท้ อายุ 83 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 67 หมู่ 2 บ้านหมอเฒ่า ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง ส่วนสภาพของบ้านสร้างด้วยฝาไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงด้วยจากผสมกับสังกะสี ส่วนเสาของบ้านเป็นไม้ขนาดเล็ก ตัวบ้านทั้งหลังเอียง บางส่วนพังลงกับพื้นไปแล้ว ส่วนตัวบ้านที่เหลืออยู่ไม่รู้ว่าจะพังลงเมื่อไร

เบื้องต้น ตนได้มีการพูดคุยกับคุณตา ทราบว่าตัวคุณตาเป็นคนดั้งเดิมในหมู่บ้าน โดยคุณตามีลูก 2 คน คนหนึ่งได้หายสาบสูญไป ส่วนอีกคนหนึ่งทราบว่าไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ และส่งเงินมาให้คุณตาใช้เดือนละ 500 บาท ปัจจุบันคุณตาไม่มีบ้านเป็นของตนเองต้องมาขออาศัยที่ดินของคนอื่นสร้างกะต๊อบอาศัยอยู่เพียงลำพัง จากสภาพของบ้านตนเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับคุณตาได้  จึงจำเป็นต้องหาทางช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านขึ้นมาใหม่

โดยวันนี้จะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาประชุมหารือกันว่าจะช่วยเหลือคุณตาด้วยวิธีไหน แต่ในเบื้องต้นตนได้รวบรวมเงินมาได้แล้วจำนวนหนึ่งเพื่อนำไปสร้างบ้านให้คุณตา แต่ก็คงไม่เพียงพอ ดังนั้นหากมีใครต้องการให้ความช่วยเหลือคุณตา สามารถประสานมาหาตนได้โดยตรงที่เบอร์โทร 081 773 3857 นายวสันต์ กล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องการ์ฟิว’เสือดาวสวนสัตว์โคราช! ทายผลบอลโลกคู่ชิง ‘อาร์เจนตินา’ชนะ’ฝรั่งเศส’

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698927

'น้องการ์ฟิว'เสือดาวสวนสัตว์โคราช! ทายผลบอลโลกคู่ชิง 'อาร์เจนตินา'ชนะ'ฝรั่งเศส'

‘น้องการ์ฟิว’เสือดาวสวนสัตว์โคราช! ทายผลบอลโลกคู่ชิง ‘อาร์เจนตินา’ชนะ’ฝรั่งเศส’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.07 น.

สีสันบอลโลกคู่ชิง น้องการ์ฟิว เสือดาวแห่งสวนสัตว์นครราชสีมา ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบชิงชนะเลิศ ตะปบเหยื่อโอชะ ฟันธง ทีมฟ้าขาว อาร์เจนตินา ชนะ ทีมตราไก่ ฝรั่งเศส

18 ธันวาคม 2565 ที่ส่วนจัดแสดงสัตว์ป่าเสือดาว ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงสัตว์ และพนักงานดูแลสัตว์ ร่วมกันจัดกิจกรรมเชียร์ฟุตบอลโลกอย่างสร้างสีสัน การแข่งขันฟุลบอลโลก 2022 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติอาร์เจนตินากับทีมชาติฝรั่งเศส ในคืนวันนี้อาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2565 เวลา 22.00 น.

โดยรูปแบบกิจกรรม เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ได้นำชิ้นเนื้อไปผูกไว้กับธงชาติของทั้ง 2 ทีม ก่อนที่จะชักรอกเนื้อพร้อมธงชาติเข้าไปภายในส่วนแสดงโดยมีน้องการ์ฟิว เสือดาว เพศเมีย เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ก่อนที่น้องการ์ฟิวจะเลือกกระโดดตะปบชิ้นเนื้อที่ผูกไว้กับธงทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งน้องการ์ฟิวได้ทายว่าค่ำคืนนี้ ทีมชาติอาร์เจนตินา ชนะ ทีมชาติฝรั่งเศสอย่างแน่นอน

สำหรับการแสดงโชว์ทายผลฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศของน้องการ์ฟิวนั้น ก็ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจและความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมทายผลฟุตบอลโลก 2022 นี้ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสวนสัตว์ เพื่อให้สอดรับกับช่วงฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 เพื่อสร้างความสนุกสนานและความบันเทิง ให้กับของนักท่องเที่ยวเท่านั้น โดยไม่สนับสนุนให้เล่นการพนัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,927,827 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
คุณแหน 25 เมษายน 2569
โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)
ครั้งแรกกับ หมอลำ กลางเมือง ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้
เช็กความพร้อมสอบเทียบ อัครนันท์ ส่ง ครูจวง ลุย Surprise Visit
SHEEP จัดเต็ม ดึงพลังคู่จิ้น เติ้ล-เฟิร์สวัน เป็น Collection Presenter
อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

Recent Posts

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย
  • นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน
  • อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม
  • อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้
  • โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d