Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พิซซ่าเตาฟืน’เมืองโคราช อบจากเตาร้อนๆ กินฟินๆรับลมหนาว

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698920

'พิซซ่าเตาฟืน'เมืองโคราช อบจากเตาร้อนๆ กินฟินๆรับลมหนาว

‘พิซซ่าเตาฟืน’เมืองโคราช อบจากเตาร้อนๆ กินฟินๆรับลมหนาว

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.50 น.

18 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่สภาพอากาศกำลังหนาวเย็นอย่างตอนนี้ ทำให้ร้านจำหน่ายพิซซ่าเตาฟืน ที่บ้านไร่ ริมนา ที่บ้านจระเข้หิน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

โดยเป็นพิซซ่าแบบโบราณสูตรดั้งเดิม ซึ่งใช้ไม้ฟืนอบให้ความร้อน คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการรับประทานพิซซ่าร้อนๆ อบจากเตาใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งวัน จนทำให้ตอนนี้มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าเท่าตัวแล้ว

โดยมีนายวชิราวุธ คล้ายกิ่ง อายุ 59 ปี เชฟเจ้าของร้านพิซซ่าเตาฟืน บ้านไร่ ริมนา ลงมือปรุงวัตถุดิบและทำด้วยตัวเองถาดต่อถาด หอมกรุ่นชวนน้ำลายสอชวนต้องลิ้มลอง ลูกค้าทุกรายที่ผ่านไปผ่านมาต่างยกนิ้วให้

นายวชิราวุธ คล้ายกิ่ง อายุ 59 ปี เจ้าของร้านพิซซ่าเตาฟืน บ้านไร่ ริมนา กล่าวว่า ในช่วงนี้ที่อากาศเริ่มหนาวเย็นมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทำให้ลูกค้าทั้งเจ้าประจำและลูกขาขาจร นิยมเข้ามาสั่งพิซซ่ารับประทานที่ร้านกันมากขึ้น เพราะอยากกินแบบร้อนๆหน้าเตา อีกทั้งยังได้มารับชมกรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิมด้วย 

นอกจากนี้ทางที่ร้านยังมีการจัดสถานที่และให้บรรยากาศแบบบ้านสวน เน้นความเป็นกันเองเหมือนบ้านตัวเอง ทำให้ลูกค้าประทับใจและอยากที่จะมาถึงร้านกันมากขึ้น ยิ่งอากาศดีๆอย่างนี้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สร้างกำไร้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นเดียวกัน โดยในวันธรรมดาจะขายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 10 – 15 ถาด แต่ถ้าเป็นวันหยุดจะขายได้วันละ 30 – 40 ถาดเลยทีเดียว

สำหรับสูตรพิซซ่าเตาฟืนนั้น ก็คล้ายๆกับพิซซ่าทั่วๆไป เพียงแต่ปรับมาใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงใส่ไปในเตาอบเพื่อให้ได้กลิ่นควันไม้ ซึ่งจะมีกลิ่นหอมของไม้ติดไปกับตัวพิซซ่า ทำให้ได้อรรถรสในการกินอีกแบบ 

ทั้งนี้ไม้ที่นิยมนำมาใช้ก็จะเป็นไม้เนื้อแข็งที่ให้เชื้อเพลิงได้นานและมีกลิ่นหอม อย่างไม้ยูคาลิปตัส หรือ ไม้กระถินณรงค์ เป็นต้น สำหรับกิจการของร้านพิซซ่าเตาฟืน บ้านไร่ ริมนา เปิดมานานกว่า 3 ปี แล้ว และกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการบอกต่อกับไปตามโลกโซเชียลต่างๆหลายช่องทาง

ทางร้านจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ไปจนถึง 19.00 น. ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถโทรติดต่อสั่งจองล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 593 0997 หรือ 081 833 6884 โดยมีหลากหลายหน้าให้เลือกเหมือนร้านพิซซ่าทั่วไป เริ่มต้นที่ราคาถาดละ 199 บาท.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สุวินัย’โพสต์ขอพระราชทานอภัยโทษ กระทำสิ่งที่มิบังควร

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698917

‘สุวินัย’โพสต์ขอพระราชทานอภัยโทษ กระทำสิ่งที่มิบังควร

‘สุวินัย’โพสต์ขอพระราชทานอภัยโทษ กระทำสิ่งที่มิบังควร

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.04 น.

‘สุวินัย’โพสต์ขอพระราชทานอภัยโทษ กระทำสิ่งที่มิบังควร

18 ธันวาคม 2565 รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้…

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากได้กระทำสิ่งที่มิบังควรอันทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นข้าพระพุทธเจ้าเชื่อว่าประเทศไทยจะต้องดำรงคงอยู่กับสามสถาบันหลักคือ​ชาติ​ ศาสนา​ พระมหากษัตริย์​ตลอดไป​

และพลันที่มีผู้มิหวังดีต่อสถาบันหลักของชาติข้าพระพุทธเจ้าก็พร้อมจะใช้ความรู้​ ความคิด​ ความสามารถที่มีเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติเพื่อถวายชีวิตเป็นราชพลีเสมอมา

เมื่อได้รับทราบข่าวที่ได้สร้างความกังวลความทุกข์ใหญ่หลวงแก่ปวงชนชาวไทย​ ความทุกข์ดังกล่าวก็เป็นความทุกข์ของข้าพระพุทธเจ้าด้วย

ข้าพระพุทธเจ้า​จึงได้พยายามอย่างสุดความสามารถโดยเจตนาบริสุทธิ์ที่จะช่วยโดย​อำนาจแห่ง​ ‘จิตตานุภาพ’​ ตามสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยได้ประสบ บำเพ็ญปฏิบัติ และเชื่อมั่นมากว่าค่อนชีวิต โดยมิได้ทันยั้งคิดไปว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งมิบังควร​ อันอาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจากผู้ไม่หวังดีได้

เมื่อได้รับคำท้วงติงจากผู้ใหญ่​ที่เคารพนับถือ และมิตรสหายผู้หวังดี ข้าพเจ้าจึงได้ยุติการกระทำดังกล่าว​ทันที และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เข้ามาดำเนินการเป็นอย่างดีโดยมิได้บิดพลิ้วแม้แต่น้อย

ด้วยเหตุข้างต้น​ ข้าพระพุทธเจ้าได้สำนึกเสียใจต่อความมิบังควรและความอันทำให้ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาทที่ได้กระทำลงไป​ 

ข้าพระพุทธเจ้าจึงกราบขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ สมเด็จพระราชินี​ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์​ และพร้อมที่จะยอมรับผลของการกระทำใดๆอันมิบังควรที่ข้าพเจ้าได้กระทำลงไปทั้งทางกฎหมายและทางสังคม

ทั้งนี้ข้าพระพุทธเจ้าขอให้คุณพระรัตนตรัย​ อานุภาพแห่งบุรพกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์​ พระสยามเทวาธิราช​ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ เทวดาชั้นฟ้าในทุกชั้นได้อำนวยพรให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา​ ได้ทรงหายจากพระอาการประชวรให้เร็วที่สุดและปกป้องพระราชวงศ์ทุกพระองค์​ให้เป็นเสาหลักเป็นศูนย์ร่วมใจของคนไทยตลอดไป

สุวินัย ภรณวลัย

18 ธันวาคม 2565

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ความทุกข์เกิดจากจิต ไหว้’พระพลังแผ่นดิน’วัดดอยสวรรค์

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698912

ธรรมะวันอาทิตย์ : ความทุกข์เกิดจากจิต ไหว้'พระพลังแผ่นดิน'วัดดอยสวรรค์

ธรรมะวันอาทิตย์ : ความทุกข์เกิดจากจิต ไหว้’พระพลังแผ่นดิน’วัดดอยสวรรค์

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.19 น.

18 ธันวาคม 2565 ในช่วงวันหยุด ได้มีโอกาสเดินทางไปทำบุญ ทำทาน สร้างกุศลเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิต ที่วัดดอยสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาไม่สูงมากนัก ในเขตพื้นที่ ต.ห้วยไร่ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ  แม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก ปกคลุมด้วยป่าไม้ แมกไม้นาๆพันธุ์ขึ้นเต็มไปหมด จึงมีสภาพ ร่มรื่น เงียบ สงบ ตามธรรมชาติ ที่หาได้ ในวัดชนบท ของพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ

และด้วยเส้นทางเข้าวัดไม่ไกลจากตัวเมืองอำนาจเจริญเพียงแค่ไม่ถึง 10 กิโลเมตร จึงมีพุทธศาสนิกชน เดินทางไปทำบุญ ทำทาน สนทนาธรรม ปฏิบัติธรรม สู่หนทางดับทุกข์กับท่านเจ้าอาวาสวัดอย่างต่อเนื่อง แถมในวันสำคัญทางศาสนา มีหน่วยงานราชการในพื้นที่เข้าไปจัดกิจกรรมเป็นประจำอีกด้วย 

เมื่ออดีตที่ผ่านมา เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ ต.ห้วยไร่ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เดินธุดงส์ไปทั่วประเทศและข้ามแม่น้ำโขง ไปจำพรรษาที่ถ้ำแกลบ ภูเขาควาย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)ร่วม 10 ปี จึงได้กลับประเทศไทย กระทั่งเดินมาถึงใกล้ตัวเมืองอำนาจเจริญ บนยอดเขาเตี้ยๆ ปักกด ปฏิบัติธรรม ยามค่ำคืนตกดึกนิมิต เห็น เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา ต้องการให้อยู่ที่นี่ ทำเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางศาสนา จึงกลายเป็นวัดดอยสวรรค์

ด้วยเพราะแรงศรัทธา หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 51 จ.อำนาจเจริญ ร่วมกับชาวอำนาจเจริญ ก่อสร้างพระพุทธรูป นามว่า พระพลังแผ่นดิน ขึ้นที่หน้าผาบนยอดดอยสวรรค์ ที่ความสูง 25 เมตร ฐานกว้าง 20 เมตร สีเหลืองทั้งองค์ เด่นสง่า สวยงามยิ่งนัก ที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชน เดินทางไปกราบไหว้บูชาและฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ สู่ การดับทุกข์ทั้งปวง อย่างต่อเนื่อง

วัดดอยสวรรค์ สัดกัด ธรรมยุติ เทศกาลเข้าพรรษา จะมีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเดินทางเข้ามาจำพรรษาทุกปี ครั้งละ 6 – 10 รูป เมื่อถึงวันออกพรรษา พระสงฆ์และสามเณร จะแยกย้าย ออกเดินธุดงส์ไปตามที่ต่างๆ เพื่อโปรดสัตว์และเผยแผ่พุทธศาสนา บางรูปจะไปเป็นหลายปี จึงจะย้อนกลับมา ซึ่งเจ้าอาวาสดรูปปัจจุบัน หลังจากที่บวช ที่วัดผาน้ำทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด จะเดินทางธุดงส์ไปหลายที่รวมถึงข้ามไปที่ประเทศลาว จำพรรษาที่ถ้ำแกลบ ภูเขาควาย อยู่หลายปี จึงได้กลับเข้าประเทศไทย และได้เดินไปโปรดสัตว์สั่งสอนชาวบ้านหลายพื้นที่ในภาคอีสาน  

จนกระทั่งมาปักกดที่นี่ บนเนินเขาเตี้ยๆ เห็นว่า เหมาะที่จะจำพรรษา ก็เลยเข้าพรรษาอยู่ 1 พรรษา ก่อนออกพรรษา 1 วัน ได้นิมิต ว่า มีเจ้าที่ เจ้าป่า เทวดา ต้องการให้อยู่ที่นี่ ประกอบกับชาวบ้านที่มาถวายอาหารเป็นประจำ มีความประสงค์ให้อยู่ที่นี่เช่นกัน ด้วยแรงศรัทธา ชาวบ้านห้วยไร่ ทำการก่อสร้างเพิงมุงไพรหญ้า ทำเป็นศาลา และกุฏิ พอได้หลบแดดหลบฝน กว่า 10 ปี จึงเป็นรูปร่างวัดดอยสวรรค์ และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 จ.อำนาจเจริญ ร่วมกับพุทธศาสนิกชน ก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นมา นามว่า พระพลังแผ่นดิน บนยอดเขาหน้าผา เพื่อเป็นสัญลักษณ์การอนุรักษ์ป้าไม้และปัญหายาเสพติด

สำหรับกิจกรรมที่ทางวัดได้จัดเป็นประจำ คือ โครงการบวชนักเรียน นักศึกษา ภาคฤดูร้อน  ช่วงนักเรียนนักศึกษาปิดเทอม เดือน เมษายน ของทุกปี จะมีสามเณร เข้ามาจำวัดที่นี่ โดยรับมาจาก วัดสำราญนิเวศน์ (พระอารามหลวง) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ และมีการอบรมบาลีไวยากรณ์ ใช้เวลา 1 เดือน

เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ เทศนา ตอนหนึ่งว่า ที่แท้ธรรมะมันจะมีอยู่ที่ตัวเราและจิตเรา รูปธรรม คือกาย จิต คือ นามธรรม 2 อย่างทั้งหมดอยู่ที่รูปกับจิต การปฏิบัติธรรม คือ การให้เรามีสติ สติ ตัวสำคัญที่สุดในธรรมะ ให้รู้จักตัวเองแล้ว รู้จักทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้ามีสติน้อยเข้า เอาศีลมา ศีลก็มา ถ้าสติขาดศีลธรรม ศีลก็ขาดไปด้วย ถ้ามีสติ ธรรมก็มี ยิ่งมีสติมาก ธรรมะก็มีมากตามไปด้วย สติเป็นผู้รู้อยู่ตลอดกาลเวลา รู้ตัวตนของเรา รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา รู้ความนึก ความคิด รู้ร่างกายของเราว่ามันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ

ให้ดูมันอย่างนี้ เราไม่ได้ไปทำมันหรอก มันเปลี่ยนแปลงเองมัน ธรรมทั้งหลาย ค่อยเปลี่ยนแปลงไปแต่ต้นจนถึงที่สุด คือ รูปธรรม นามธรรม มีเกิดและมีดับ ให้สังเกตร่างกายของเราว่าเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร วันไหนมีจิตใจ น้อมไปในการปฏิบัติธรรม นั่นแหละ คือ กุศลจิต เป็นจิตฝ่ายธรรม ช่วงไหนจิตมันเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็ให้รู้ว่านี้เป็น อกุศลธรรม เป็นธรรมที่ไม่ควรเสพ เราไม่เอาเราก็ติดออก ละออก ละไปด้วย สติ ผู้รู้ เอาผู้รู้มาละความโกรธ ความหลง

เมื่อความโกรธเกิดขึ้น เราก็ละ เราละในขณะนั้น หรือ เรียกว่า ฆ่ากิเลส การฆ่ากิเลสต้องฆ่าขณะทีกิเลสมันเกิด ถ้ากิเลสไม่เกิดเราก็ไม่เห็นมัน คำว่า ฆ่าก็คือ ปล่อยวาง เราละนี้เอง แต่ธรรมดา กิเลสมันเกิดขึ้นของมันตลอด แต่ผู้รู้ก็รู้ทันตามทัน มีสติอยู่ตลอด ถ้าเรานั่งอยู่ความโกรธไม่เกิด ความโลภ ความหลงไม่เกิด เจาจะไปละอะไรตอนไหน ถ้าอารมณ์มากระทบให้เรารู้ทัน มันสติก็ตามทัน มันก็ดับ ก็ละ ถ้าไม่เกิดเราก็รู้ คือ เราครองสติอยู่ตลอดวัน เขาก็หมุนตาม เรื่องของวัฎฏะแต่สติของเรา ก็รู้ตามทันอยู่ขณะ ความโลก โกรธ หลง เกิดขึ้นมา ท่านเรียกว่า ฝ่ายโลกิยะ ผู้รู้ไม่เอากับฝ่ายโลกิยะ  

ท่านเรียกว่า ฝ่ายโลกุตตระ มันจะแยกอยู่ในจิตของเราเอง เมื่อมันเกิดขึ้น เราสละละทุกอย่าง ที่ไม่ดี มันก็จะสลายไปเอง  เมื่อเราอยู่ในโลกกระแส ความโลก โกรธ หลง มันก็มีอยู่ ก็เอาผู้รู้ คือ สตินี้แหละปัดออก เมื่อช่วงไหนจิตเราไม่หม่นหมอง เราก็รักษาเอาไว้ให้ได้น่านเท่าที่จะนาน อย่าให้อารมณ์ มากระทบออกไปได้ ถ้าเราทำได้อย่างนี้ ถือว่า เรามีสมาธิอยู่ตลอด สังขารมันเปลี่ยนแปลงไป เราก็รู้ว่านี้ เป็นธรรมะ พอนั่งนานมันจะปวด มันก็เป็นเรื่องของสังขาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันก็เป็นเรื่องของสังขาร ความเกิดก็เป็นทุกข์นี้แหละ คือ การฟังธรรมะ จากพระพุทธเจ้าแล้วทุกอย่างให้น้อมลงสู่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าใครทำอยู่ตลอด ยิ่งเห็นเร็ว ยิ่งรู้เร็ว เพราะสังขารธรรมจะปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา เรานั่งอยู่เราก็พิจารณาธรรมได้

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดเอง สรุปแล้วก็คือ มีเพียงรูปธรรม นามธรรม เป็นของไม่เที่ยง เมื่อไม่เที่ยงก็เป็นทุกข์  เมื่อเป็นทุกข์ก็เป็นอนัตตา เมื่อเป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน แล้วเราจะไปยึดถือเอาอะไร ทุกข์เกิดขึ้นจากจิต ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากจิต คือ ความโลภเกิดขึ้นมา ปล่อยวางไปนี้ เรียกว่า ความดับทุกข์ การดับความโลภ จัดเป็นนิโรธ ความดับทุกข์  สมาธิ แปลว่า จิตอยู่กับตัวเรา คือ สมาธิ ปัญญา มันจะหมุนไปด้วยกันในการปฏิบัติ ถ้าสติละเอียด ธรรมกิจจะละเอียด ถ้าจิตหยาบ ก็จะเห็นธรรมอันหยาบ

การนั่งสมาธิก็คือ การรวมจิตใจให้เป็นหนึ่ง  เมื่อจิตเป็นหนึ่งเรารวบรวมได้แล้ว ก็ดูธรรมะ คือ รูปธรรม นามธรรม ความนึก ความคิด ปรุงแต่งต่างๆให้รู้ทัน  ทุกสิ่งทุกอย่างเห็นแล้ว เกิดจากปัญญา ความรู้ ความเห็น เกิดจากสมาธิ แสงสว่างเกิดขึ้นแล้ว ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น ก็คือ เห็นรูป เห็นกายของเรานี่แหละ เห็นความเกิดดับ การนั่งสมาธิ ก็เพื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ ถ้าเรานั่งเอาฤทธิ์ เอาเดช มันก็ไม่พ้นวัฎฏะสงสาร เพราะไม่มีปัญญา การดับ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็คือ การดับทุกข์นั่นเอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่เต่า​มะเฟือง’ ขึ้นวางไข่​ 138 ฟอง​ รังที่ 4 ​ของฤดูกาล​ บนชายหาดเขาปิหลาย​

Posted on December 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698913

'แม่เต่า​มะเฟือง' ขึ้นวางไข่​ 138 ฟอง​ รังที่ 4 ​ของฤดูกาล​ บนชายหาดเขาปิหลาย​

‘แม่เต่า​มะเฟือง’ ขึ้นวางไข่​ 138 ฟอง​ รังที่ 4 ​ของฤดูกาล​ บนชายหาดเขาปิหลาย​

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.19 น.

18 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้​สื่อ​ข่าว​รายงาน​ว่า​ ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญฯ ร่วมอำนวยการและดำเนินการ กับ สทช.6 โดยนายประถม รัสมี ผอ.สทช.6 ,ส่วนส่งเสริมฯ ,ส่วนบริหารฯ ,ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ,ศอปล.ที่ 10 , ศอปล.ที่ 14 ดำเนินการย้ายไข่เต่ามะเฟือง ตามที่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 เวรประจำศูนย์ฯเต่ามะเฟืองได้รับแจ้งจาก นายธงชัย สุกแสง ราษฎรต.โคกกลอย

ว่าพบร่องรอยการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเล ที่ชายหาดเขาปิหลาย ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พิกัด 420933 E  909552 N  (ห่างจากคอกกั้นฟักไข่เต่ามะเฟือง ไปทางทิศเหนือ 2,132 ม.) จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ ร่องรอยการขึ้นมาวางไข่ของเต่าวัดร่องรอยขนาดพายหน้า จากซ้ายไปขวา 220 ซม. ขนาดอก 110 ซม. ร่วมกันขุดค้นหาตั้งแต่เเช้าจนถึงค่ำขุดไม่พบไข่เต่าแต่อย่างใด จึงยุติการขุดค้นหา ทำการกั้นเขตพื้นที่ไม่ให้มีการรบกวน จนวันที่ 17 ธ.ค. 65 จึงเข้าขุดค้นหากันต่อ

กระทั่งเวลา 18.00 น. จึงพบไข่เต่ามะเฟือง ตรวจสอบบริเวณพื้นที่ของหลุมวางไข่ปรากฎว่า อยู่ในแนวที่น้ำทะเลท่วมถึง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไข่เต่ามะเฟือง จึงทำการเคลื่อนย้ายพร้อมทั้งตรวจนับไข่เต่ามะเฟืองได้ทั้งสิ้น 138 ฟอง (ไข่ดี 116 ฟอง และไข่ลม 22 ฟอง) นำไปขุดหลุมฟักไข่ใหม่ ในพื้นที่คอกกั้นฟักไข่เต่ามะเฟืองของศูนย์เฝ้าระวังฯ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิเพื่อติดตามพัฒนาการของไข่เต่ามะเฟืองต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯปลื้มไทยผงาดคว้ารางวัล 4 ปีติด ประเทศที่มี‘ที่พัก’ได้รางวัลมากที่สุด

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698905

นายกฯปลื้มไทยผงาดคว้ารางวัล 4 ปีติด ประเทศที่มี‘ที่พัก’ได้รางวัลมากที่สุด

นายกฯปลื้มไทยผงาดคว้ารางวัล 4 ปีติด ประเทศที่มี‘ที่พัก’ได้รางวัลมากที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.03 น.

นายกฯปลื้มไทยผงาดคว้ารางวัล 4 ปีติด ประเทศที่มี‘ที่พัก’ได้รางวัลมากที่สุด

18 ธันวาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ในการประกาศรางวัล 14th annual Agoda Gold Circle Awards ไทยเป็นประเทศที่มีที่พักได้รางวัลมากที่สุด จากแพลตฟอร์มจองที่พักยอดนิยม Agoda โดยประเทศไทยได้รับรางวัลนี้ ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ที่พักที่เป็นหนึ่ง โดยผลสำรวจของรางวัลนี้ประเมินจากรีวิวของแขกผู้เข้าพักจริงต่อองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ได้แก่ ความคุ้มค่า ราคา การบริการ และความยืดหยุ่น (flexibility) โดย Agoda จะมอบเครื่องหมาย Gold Circle Award ในหน้าเพจ ได้เครดิต Agoda Growth Express (AGX) ซึ่งจะช่วยให้โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักต่างๆ มีความโดดเด่น และสามารถค้นหาในแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Agoda จะบริจาคต้นไม้กว่า 5,000 ต้น ให้กับ World Wide Fund for Nature (WWF) ในนามของผู้ที่ชนะรางวัล GCA อีกด้วย

รางวัลเหล่านี้ เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการด้านการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดงาน “Amazing Thailand 10 Million Celebrations” เพื่อฉลองที่ในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวมาเยือน ประเทศไทยครบ 10 ล้านคน และมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยนั้นเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือน เนื่องจากประเทศไทย มีธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมอันดีงาม อีกทั้งผู้คนยังเป็นมิตร ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากแล้ว ที่พักที่สวยงาม ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว และมีการบริการที่เป็นมิตรกับผู้มาพัก ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวติดใจการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมถึงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเกิดจากการทำงานอย่างหนักของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ในรูปแบบต่าง ๆ อุตสาหกรรมการบินและขนส่ง บริษัททัวร์ ธุรกิจนำเที่ยว กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ที่ให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาล จนสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาเข้าสู้ช่วงความฟื้นฟูด้วยกันได้ การที่ไทยเป็นประเทศที่มีที่พักรับรางวัล Agoda Gold Circle Awards มากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 เป็นข้อพิสูจน์ว่า ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐาน เป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง พร้อมปรับตัว และเป็นที่นิยมในกระแสโลก และขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมมือกันช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทย” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชวนชิม’ปลาเผาเกลือ’นครพนม เสริมทัพความอร่อย’ไก่ย่าง หนูนา หมูหันอบโอ่ง’ ย่างขายแทบไม่ทัน

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698898

ชวนชิม'ปลาเผาเกลือ'นครพนม เสริมทัพความอร่อย'ไก่ย่าง หนูนา หมูหันอบโอ่ง' ย่างขายแทบไม่ทัน

ชวนชิม’ปลาเผาเกลือ’นครพนม เสริมทัพความอร่อย’ไก่ย่าง หนูนา หมูหันอบโอ่ง’ ย่างขายแทบไม่ทัน

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.02 น.

ชวนชิมปลาเผาเกลือ “ครัวกิ่งดาว” เผยเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ไฟย่าง พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด เสริมทัพด้วยหนูนา หมูหันอบโอ่ง ไก่ย่าง 3 สายพันธุ์ สำคัญราคาถูกกว่าที่อื่น

18 ธันวาคม 2565 บริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นิตโย) สายนครพนม-สกลนคร ฝั่งขาออกเมืองนครพนม ก่อนถึงป้อมตำรวจทางหลวง ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นที่ตั้งของร้านครัวกิ่งดาวปลาเผา ถือเป็นร้านปลาเผาเกลือที่อร่อยที่สุด

โดยเฉพาะน้ำจิ้มเป็นสูตรเด็ดสุดยอด สอบถามเคล็ดลับความอร่อยจากเจ๊นกหรือนางกิ่งดาว บุญปก เจ้าของร้านวัย 53 ปี ทราบว่าใช้ปลานิลสดๆ ผ่าท้องควักไส้ทำความสะอาด ใช้สมุนไพร เช่น ตะไคร้ จะทุบให้แหลก พันด้วยใบเตยยัดเข้าไปในท้องปลา โรยด้วยเกลือป่นให้รอบตัวปลา แล้วนำไปใส่เหล็กย่างด้วยเตาถ่านไฟแรงพอประมาณ

ความสำคัญอยู่ที่ตรงนี้ คนย่างต้องมีความใจเย็นเป็นทุนเดิม จะต้องควบคุมไฟให้พอเหมาะ หากใช้ไฟแรงเกินเนื้อปลาจะแข็งกระด้าง ถ้าคุมไฟได้ที่ก็จะได้เนื้อปลาเผาเกลือสีขาวน่ากิน เนื้อแน่นฟูหวานฉ่ำ หอมกรุ่นกลิ่นสมุนไพร และไม่มีกลิ่นคาว มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างโอเมก้า 3 และไขมันดีจากปลา ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

โดยทางร้านจำหน่ายปลาเผาเกลือในราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 100 บาท มีเครื่องเคียงที่เสิร์ฟพร้อมกับปลาเผาหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดหอมหรือภาษาถิ่นเรียกว่าผักสลัด ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง ใบโหระพา ขนมจีน ยิ่งทำให้มีประโยชน์และได้คุณค่าของสารอาหารเพิ่มขึ้นไปอีก และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำจิ้มรสเด็ด 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ น้ำจิ้มใส่ถั่วรสชาติหวานมันกำลังดี กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติเผ็ดเปรี้ยวโดนใจ

นอกจากนี้ยังได้มีเมนูเด็ดมาเสริมทัพเพิ่มอีก เช่น หนูนาอบโอ่ง ไก่ย่าง 3 สายพันธุ์ และล่าสุดคือหมูย่างหรือหมูหันอบโอ่ง ซึ่งได้เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี  สามารถสั่งซื้อกลับบ้านได้ หรือจะนั่งกินที่ร้านก็ได้ และบริเวณรอบๆร้านก็จะมีทั้ง ส้มตำ ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ลาบ ก้อย  เมนูอาหารตามสั่ง พร้อมผลไม้ตามฤดูกาล เรียกว่ามาที่นี่ของกินเพียบ แถมราคาไม่แพงด้วย

เจ๊นก เล่าต่ออีกว่า ปกติปลาเผาเกลือจะขายได้วันละ 230 ตัว หากเป็นช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว จะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300 ตัว หนูนาอบโอ่งกับไก่ย่าง 3 สายพันธุ์ วันละประมาณ 30 ตัว ส่วนหมูหันอบโอ่งอยู่ที่ออเดอร์ลูกค้าสั่ง ซึ่งจากการสังเกตการณ์ พบว่าร้านนี้มีลูกค้าขาประจำเยอะมาก บางวันย่างไม่ทันก็มี เพราะความอร่อยแถมราคาถูก อาจต้องโทรสั่งจองล่วงหน้าที่เบอร์ 089-7803239 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00-19.00 น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ธนากร คุปตจิตต์’ คุม‘น้ำเมา’ต้องได้สมดุล

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698833

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ธนากร คุปตจิตต์’  คุม‘น้ำเมา’ต้องได้สมดุล

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ธนากร คุปตจิตต์’ คุม‘น้ำเมา’ต้องได้สมดุล

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.00 น.

“ปิดสถานบันเทิง (เฉพาะในย่านท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ) ตี 4”, “ยกเลิกเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.”, “แก้ไขกฎหมายห้ามโฆษณาที่เขียนไว้สุดโต่งจนทำอะไรไม่ได้เลย” เหล่านี้เป็นข้อเสนอของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ“น้ำเมา” เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ผู้ผลิตผู้ค้า ผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและสถานบันเทิง ตลอดจนภาควิชาการที่มองว่าการดื่มก็เป็นวิถีชีวิตรูปแบบหนึ่งบวกกับปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับรายได้มหาศาลจากเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว

แต่อีกด้านหนึ่ง “แรงต้าน” ทุกครั้งที่มีการนำเสนอเรื่องเหล่านี้ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน โดยมาจากผู้ที่เห็นผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ฯลฯ ซึ่งคนเหล่านี้จะตั้งคำถามว่า “เม็ดเงินจากความสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของผู้คนนั้นคุ้มค่ากันแล้วหรือ?” จนกลายเป็นข้อถกเถียงของทั้ง 2 ฝ่ายเสมอมา

“มันต้องเอาเรื่องของการให้ความรู้การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน พอเราบอกให้ความรู้ เฮ้ย! สอนให้คนกินเหล้า สมัยก่อนจำกันได้ไหม? สอนเพศศึกษาคนเขาก็ด่า โอ๊ย! ไปพูดได้อย่างไร ชี้โพรงให้กระรอก สุดท้ายเป็นอย่างไร? มันแก้ปัญหาได้เยอะในเรื่องของอันตราย เรื่องท้องก่อนวัยอันควร มีมิสเตอร์คอนดอมอย่างอาจารย์มีชัย วีระไวทยะ วันนี้มันต้องมาทบทวนว่าคุณต้องให้ความรู้อย่างนี้”

ธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) กล่าวถึงวิธีคิดเรื่องการลดผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสังคม ที่การเน้นห้ามเป็นหลักอาจไม่ใช่วิธีที่ได้ผล โดยยกตัวอย่างเรื่องการสอนเพศศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนวัยเรียน ซึ่งกว่าที่จะสังคมไทยจะยอมรับได้ก็เผชิญแรงต้านไม่น้อย ท่ามกลางสถิติ “ท้องวัยเรียน-แม่วัยรุ่น” ที่เพิ่มสูงขึ้น จนท้ายที่สุดทั้งรัฐและสังคมก็ต้องปรับวิธีคิดไปสู่การให้สอนได้ ซึ่งเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เช่นกัน เพราะที่ผ่านมากฎหมายที่มีอยู่ถูกมองว่ามีปัญหาและต้องทบทวน

โดยการทบทวนนั้นอาศัยช่องทางบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 77 วรรคหนึ่ง ที่ระบุว่า รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จําเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจําเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดํารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดําเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่างๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งต่อมาได้มีการออก พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มาเพื่อเป็นแนวปฏิบัติ

“ผมไม่เคยบอกว่าต้องขายให้เด็ก หรือกินเหล้าเมาขับรถได้ไม่ใช่! กฎหมายป้องกันเรื่องห้ามเด็กต้องเข้มข้น ต้องมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง เรื่องของเมาแล้วขับต้องจับจริง แต่ไม่ใช่คุณจะมาออกกฎหมายกันหมดในเรื่องการขาย เรื่องวัน-เวลา อะไรต่างๆ เหล่านี้ มันไม่ได้ป้องกันแล้ว คุณต้องการกำจัด หรือแม้แต่การโฆษณาที่บอกเห็นชื่ออะไรก็ผิดหมด” ธนากร ระบุ

ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นการแก้ไขกฎหมาย ว่า บางเรื่องเป็นกฎหมายระดับรองซึ่งสามารถปรับแก้ได้เลยในระดับบริหาร (เช่นกฎกระทรวงต่างๆ หรือมติ ครม.) อาทิ วัน-เวลาห้ามขายไม่จำเป็นต้องรอเข้าพิจารณาในที่ประชุมสภา จึงน่าจะมีการทดลองปรับแก้เพื่อให้เห็นผลที่เกิดขึ้น หากเป็น “เชิงบวก”ได้ผลดีด้านฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าก่อปัญหาก็ใช้ต่อไปแต่หากเป็น “เชิงลบ” ก่อปัญหาเพิ่มขึ้นมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ ก็ยังสามารถปรับแก้กลับไปเป็นรูปแบบเข้มงวดแบบเดิมได้

ขณะเดียวกัน “การมีกฎหมายคุมเข้มแบบสุดโต่งเกินไปยังเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม”เช่น เรื่องการห้ามโฆษณาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 นอกจากถ้อยคำในกฎหมายจะมีปัญหาแล้ว ยังเชื่อมโยงกับ “รางวัลสินบนนำจับ” ที่ผู้แจ้งเบาะแสจะได้ส่วนหนึ่งของค่าปรับเมื่อคดีสิ้นสุดลง ซึ่งเมื่อบวกกับกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหาที่ทำให้เป็นคดีความได้ง่าย หลายคนจึงเลือกจบเรื่องที่การจ่ายค่าปรับ ดีกว่าไปขึ้นศาลที่แม้จะมีคำตัดสินว่าอะไรถูก-ผิดแต่ก็เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า

“คดีไปถึงศาลน้อยมาก เวลาคนที่โดนจับ ถ้าจะสู้คดีคุณต้องมาประกันตัวก่อน ไหนจะเสียค่าทนาย ไหนจะเสียเวลา ไปเสียค่าปรับดีกว่า ยอมๆ ไป เขาก็ไปเก็บคะแนนว่าคดีเสียค่าปรับผิดเยอะๆ ที่จริงพวกนี้ลองดู ไม่ต้องประกันตัวแล้วสู้ในชั้นศาลได้ ผิดทีปรับอย่างเดียว ผมว่าสนุก มีเต็มศาลแน่ ทำกันไม่ไหว ตอนนี้ก็คือยอมเสียค่าปรับดีกว่า เพราะว่าเวลาประกันตัวมันต้องถูกควบคุมตัว เอาแล้ว! พิมพ์ลายนิ้วมือมันก็เสียประวัติ มันทำให้กระบวนการยุติธรรมมันผิดเพี้ยน เพราะมันไม่นำไปสู่การพิจารณาตัดสินอย่างชอบในชั้นศาลไง มันไม่ถึง”ธนากร กล่าว

ส่วนฝ่ายที่ออกมาต่อต้านทุกครั้งที่มีข้อเรียกร้องให้ลดความเข้มสุดของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงมาสู่สมดุลธนากร ระบุว่า เอาจริงๆ แล้วมีเพียงไม่กี่คน และส่วนใหญ่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ก็ต้องถามกลับเช่นกันว่า NGO เหล่านี้มีรายได้จากทางใด ทำไมถึงเจริญเติบโต มีรถเก๋งขับ สามารถไปดูงานต่างประเทศ นอกจากนั้น ตนเองมีโอกาสได้พูดคุยกับ NGO บางราย ถามว่าเหตุใดไม่มาช่วยกันให้ความรู้กลับได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ภารกิจ โดยงานที่ทำคือเน้นการป้องกันและปราบปรามมากกว่า

ขณะที่การทำงานร่วมกับพรรคการเมือง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เผยว่า จริงๆ แล้วประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากหลายพรรคทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะนักการเมืองต่างก็เห็นปัญหาของกฎหมาย และการแก้ไขสามารถเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครอยากเปิดตัวนักเพราะที่ผ่านมา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกตีตราในแง่ลบไว้มากบางครั้งอาจพอๆ กันหรือมากกว่ายาเสพติดบางชนิดที่ผิดกฎหมายด้วยซ้ำไป

“ประเทศเพื่อนบ้านนี่เขาพยายามหาอะไรที่มันลดอุปสรรคช่องว่างทั้งหมด แต่เราก็มาเป็นอย่างนี้ โอเค! เรื่องสาธารณสุขผมเข้าใจ แต่มันต้องมองภาพทุกมิติ ไม่ใช่มองสาธารณสุขอย่างเดียว คุณต้องมองเรื่องเศรษฐกิจ-สังคม คำว่าสังคมมันมีเรื่องคนอยู่อาศัย คนทำมาหากินด้วย อย่างนี้สำคัญ” ธนากร ฝากข้อคิด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’แนะแก้ไขปัญหา พิจารณาขรก.อุทธรณ์คำสั่งล่าช้า

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698842

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2565 ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่ากสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้อง 2 ราย เมื่อเดือน พ.ค.2565 ระบุว่า ภายหลังหน่วยงานราชการต้นสังกัดมีคำสั่งไล่ผู้ร้องออกจากราชการแล้ว ผู้ร้องทั้งสองได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

ซึ่งรายหนึ่ง ก.พ.ค. ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2562 อีกรายหนึ่งได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2562 แต่จนกระทั่งเดือน เม.ย. 2565ผู้ร้องทั้งสองยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณาอุทธรณ์จาก ก.พ.ค. แต่อย่างใด จึงร้องเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรม โดย กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว เห็นว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เพื่อแก้ไขอุปสรรคในการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการพลเรือน

เช่น ความไม่เป็นธรรมและมาตรฐานโทษที่เหลื่อมล้ำกัน ความล่าช้าในการพิจารณาสอบสวน และความซับซ้อนในการทำความเข้าใจในเรื่องกฎหมายและระเบียบทางวินัย เป็นต้น ซึ่งการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองถือเป็นกระบวนการในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองนั้น ให้ได้รับโอกาสในการโต้แย้งคำสั่งเพื่อให้มีการทบทวน แก้ไข หรือเพิกถอนคำสั่งอันถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง

สำหรับกรณีตามคำร้องทั้งสองนั้น ผู้ร้องทั้งสองได้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยต่อ ก.พ.ค. โดยที่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ได้วางกรอบเวลาของการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุขัดข้องที่ทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ให้ขยายเวลาได้อีกซึ่งไม่เกิน 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน รวมระยะเวลาอย่างช้าที่สุดในการพิจารณาวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ต้องแล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

“อย่างไรก็ดี ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในขณะที่ กสม. ได้รับคำร้องทั้งสองนี้ ก.พ.ค. ยังดำเนินกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองไม่แล้วเสร็จ โดยเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปี นับแต่ได้รับอุทธรณ์เมื่อปี 2562 อันไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในช่วงเวลาระหว่างนั้น ผู้ร้องทั้งสองถือเป็นผู้ถูกลงโทษให้ไล่ออกจากราชการจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ รวมทั้งไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมี ของข้าราชการ เป็นเวลายาวนานไปจนกว่า ก.พ.ค. จะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งลงโทษ

หรือในกรณีที่ผู้ร้องทั้งสองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ก็จะต้องนำคดีไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทำให้ระยะเวลาต้องยาวนานออกไปอีกจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาคดีอันเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่า ความล่าช้าในกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.พ.ค. ย่อมกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องซึ่งมีสถานะเป็นผู้อุทธรณ์ ทั้งสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหายและสิทธิประโยชน์อื่นๆ จึงถือเป็นการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน” ปิติกาญจน์ระบุ

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาประเด็นปัญหาความล่าช้าในเชิงระบบ พบว่า“ก.พ.ค. มีข้อจำกัดด้านอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ที่มีจำนวนน้อยกว่า 30 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับภารกิจซึ่งปัจจุบันมีเรื่องอุทธรณ์ทั้งเรื่องเดิมและเรื่องรับใหม่กว่า 1,000 เรื่อง” ทั้งปัจจุบันยังไม่มีการตรากฎหมายให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่สนองต่อภารกิจซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.พ.ค. โดยตรง ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจการบริหารงานซึ่งไม่อาจทำได้อย่างอิสระ

โดยเฉพาะในเรื่องขอรับการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ ด้วยเหตุนี้ กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2565 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหา สรุปได้ดังนี้ 1.ให้ ก.พ.ค. ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
เพื่อเป็นการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น และพิจารณาทบทวนแก้ไขหรือปรับปรุงกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ. 2551

เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการตามพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 โดยประการสำคัญคือ ต้องไม่กระทบต่อความเป็นธรรมที่จะอำนวยให้แก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย และให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) สนับสนุนอัตรากำลังในตำแหน่งนิติกรมาเป็นกรณีพิเศษโดยเร่งด่วน เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณงานด้านการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบนี้

2.ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่สนองต่อภารกิจซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.พ.ค. โดยตรง รวมทั้งควรทบทวนปรับปรุงบทบาทอำนาจหน้าที่ในส่วนของการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ โดยปรับบทบาทให้มีความยืดหยุ่นในการระงับข้อขัดแย้งอันเกิดจากการบริหารงานบุคคลแทนบทบาทเดิมที่พิจารณาในลักษณะองค์กรตุลาการ

“ในส่วนเรื่องร้องทุกข์ที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.ค. นั้น อาจมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีการร้องทุกข์ไปยังคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรม (อ.ก.พ. กรม) หรือคณะอนุกรรมการสามัญประจำจังหวัด (อ.ก.พ. จังหวัด) เพื่อให้การปฏิบัติงานของ ก.พ.ค. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและไม่ล่าช้า” กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : กสศ.สร้างนวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์ประเทศ ‘สร้างโอกาส สร้างอาชีพ’หลุดพ้นความยากจน

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698854

สกู๊ปพิเศษ : กสศ.สร้างนวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์ประเทศ  ‘สร้างโอกาส สร้างอาชีพ’หลุดพ้นความยากจน

สกู๊ปพิเศษ : กสศ.สร้างนวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์ประเทศ ‘สร้างโอกาส สร้างอาชีพ’หลุดพ้นความยากจน

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนสร้างโอกาส ให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาส ยากจนได้เรียนต่อสายอาชีพ ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของประเทศ แต่หากยังช่วยให้นักเรียนที่ยากจนได้มีงานทำงานและสร้างโอกาสในการหลุดพ้นความยากจนได้

ในงานสัมมนา จัดประชุมวิชาการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2565 “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงานด้วยการศึกษาสายอาชีพ” ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ที่คัดเลือกโดยสถานศึกษาอย่างมีส่วนร่วม มีจำนวนนักศึกษาทุนสะสมทั้งหมด9,614 คน สำเร็จการศึกษาแล้ว 3,056 คน ปัจจุบัน กสศ.เปิดรับสมัครผู้รับทุนการศึกษา ปีการศึกษา 2566 จำนวน 2,500 ทุน เข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและอื่นๆ ที่เปิดสอนในระดับ ปวช. ปวส. อนุปริญญา และ ประกาศนียบัตร 116 แห่ง ใน44 จังหวัด รวมกว่า 30 สาขา

สอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานระดับประเทศและท้องถิ่น เช่น สาขาเครื่องกล สาขาการจัดการโลจิสติกส์ สาขาเทคนิคการผลิต สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก สาขาอุตสาหกรรมเกษตรศาสตร์ และมีงานทำทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา

“นอกจากนี้ กสศ.จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษา พัฒนาระบบดูแลนักศึกษาและการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา พัฒนาแบบหลักสูตรที่เป็นนวัตกรรม เช่นการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต ดูแลช่วยเหลือนักศึกษาซึ่งร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตใจในสถานศึกษา ถือเป็น 1 ในนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตเยาวชน ให้เกิดพฤติกรรมและอารมณ์ที่เหมาะสม พร้อมรับมือต่อปัญหา ผ่านการพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการเป็นที่ปรึกษา สร้างทักษะและถ่ายทอดความรู้ ให้ครูสามารถจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิตแก่นักศึกษา และการเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายสุขภาพจิตและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ มีระบบส่งต่อเป็นรายกรณี เป็นการเชื่อมการศึกษาและระบบสุขภาพ” ดร.ไกรยส กล่าว

เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงต้นแบบการพัฒนานักศึกษาอาชีวะ ว่า การพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาและสายอาชีพ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยยกระดับคุณภาพของหลักสูตร พัฒนาสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย FirstS-Curve และ New S-Curve ให้ความสำคัญกับสาขา STEM (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมที่มีคุณค่าสู่เชิงพาณิชย์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาภาษาต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลและความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ

“หลังจากอาชีวะได้ร่วมมือกับ กสศ. ทำให้นักเรียนอาชีวศึกษาไม่ต้องกังวลในการมีงานทำอีกต่อไป และมีทักษะวิชาชีพ ภาษาต่างประเทศ และการดูแลเอาใจใส่
สุขภาพจิต และตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคและขยายโอกาส โดยมีความชัดเจนคือตัวเลขเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาน้อยลง” เรืออากาศโทสมพร กล่าว

บอกด้วยว่า ได้ นำข้อมูลจาก กสศ.มาพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการประเทศเพราะปัจจุบันตลาดแรงงานมีความต้องการกำลังคนที่มีทักษะค่อนข้างมากสิ่งที่ได้ร่วมกับ กสศ. ได้พัฒนาหลักสูตร ให้ทันกับโลกยุคใหม่ คือ ต้องลดเวลาเรียนทฤษฎี และเน้นการเรียนการปฏิบัติ รวมทั้งสร้างความสามารถที่ได้รับรองได้มาตรฐานสากล โดยร่วมกับองค์กรสากลระดับชั้นนำในการพัฒนาอาชีวะให้ได้มาตรฐานการรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ได้มาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม กสศ. และ สอศ.ทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาและสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนจากทุกสังกัด สอศ. และ อว. ซึ่งถือเป็นสถานศึกษาตัวแบบของการพัฒนาคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับ กสศ. และภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดภาพปลายทางใน 2 ด้านสำคัญ

ประกอบด้วย 1.การขยายทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่กว้างขวางขึ้น เพิ่มเติมจากที่ กสศ. สนับสนุนตัวแบบได้เพียง 1% ต่อรุ่น
หรือจำนวน 2,500 ทุนต่อปี ผ่านความร่วมมือหลายภาคส่วนที่มีทรัพยากร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

2.การส่งเสริมผู้บริหาร ครู และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในการดูแลเยาวชนครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ การศึกษา สุขภาพจิตใจ อาชีพ และโอกาสการมีงานทำ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเป็นอีกช่องทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ยากจนและด้อยโอกาส และการผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางรายได้และในมิติต่างๆ

ไม่เพียงการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาด้านอาชีวะ หาก กสศ. ยังสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น 1 ปี หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งทำให้นักศึกษาทุนมีอาชีพและความหลุดพ้นความยากจน

โดย นางสาวนัยนา ปานนอก นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล มหาวิทยาลัยบูรพาบอกว่า ทุนการศึกษา กสศ.ทำให้ชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง ช่วยแม่ทำงานกับการเรียนต่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะมีทุนในการเรียนต่อและเมื่อจบแล้วมีงานทำ

“แม่ทำงานคนเดียว ตอนนั้นถ้าไม่มีทุนก็คิดหนักเพราะว่าไม่มีเงินเรียนต่อ มีแม่เป็นเสาหลักในการหารายได้คนเดียวเนื่องจากพ่อเสียชีวิต ทุนการศึกษาทำให้มีโอกาสเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาลที่มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้ตั้งหลักชีวิตได้ เรียนจบมีงานทำ มีรายได้มาช่วยแม่” นางสาวนัยนากล่าว

ความสำเร็จของ นางสาวนัยนา ที่เรียนจบและมีงานทำ และกำลังจะซื้อบ้านให้กับแม่ ซึ่งเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว และอยู่ระหว่างการสมัครเรียนต่อพยาบาล ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน ด้วยการศึกษาสายอาชีพ” เพื่อหลุดพ้นความยากจนได้จริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชมตร.จราจรอุดรฯ ใช้ทักษะปฐมพยาบาลช่วยชีวิตหนูน้อยสำลักนม พ้นขีดอันตราย

Posted on December 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698887

ชื่นชมตร.จราจรอุดรฯ ใช้ทักษะปฐมพยาบาลช่วยชีวิตหนูน้อยสำลักนม พ้นขีดอันตราย

ชื่นชมตร.จราจรอุดรฯ ใช้ทักษะปฐมพยาบาลช่วยชีวิตหนูน้อยสำลักนม พ้นขีดอันตราย

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.42 น.

แห่ชื่นชมตำรวจจราจรอุดรธานี ใช้ทักษะปฐมพยาบาลช่วยชีวิตหนูน้อยสำลักนม พ้นขีดอันตราย “ศจร.ตร.” ชมเชย ยกเป็นตัวอย่างตำรวจ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศจร.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รอง ผอ.ศจร.ตร. ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจรของ ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ จราจร สภ.เมืองอุดรธานี ที่เข้าช่วยเหลือเด็กทารกชายวัย 6 เดือน สำลักน้ำนมจนตัวตัวเขียว ปฐมพยาบาล นำส่งโรงพยาบาลจนปลอดภัย โดยในโซเชียลมีเดียได้ส่งต่อภาพนาทีเข้าช่วยเหลือ และชื่นชมตำรวจจราจรนายนี้

พล.ต.ต.นิธิธรฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลาประมาณ 11.30 น. ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ จราจร สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการโรงพยาบาลอุดรธานี ว่ามีเหตุเด็กทารกชายอายุ 6 เดือน มีโรคประจำตัวลิ้นหัวใจรั่ว สำลักน้ำนมจนมีอาการตัวเขียว หน้าเขียว ด.ต.เจริญฯ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ นำเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ( AED ) และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นออกให้การช่วยเหลือ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบทารกอายุประมาณ 6 เดือน นอนอยู่ จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยจับทารกนอนตะแคง เพื่อให้นมไม่ไหลย้อนกลับเข้าไปที่ปอด และเปิดทางเดินหายใจให้เด็ก สักพักเด็กมีอาการดีขึ้น จากนั้นจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์นำทาง พาเด็กทารกส่งโรงพยาบาลอุดรธานี จนอาการปลอดภัย พ้นขีดอันตราย

หัวหน้าคณะฯ ศจร.ตร. กล่าวด้วยว่า ด.ต.เจริญฯ เป็นตัวอย่างของตำรวจจราจรที่มีความพร้อม มีทักษะ ความรู้ในการช่วยเหลือประชาชนด้านปฐมพยาบาล การกู้ชีพฉุกเฉิน และมีจิตวิญญาณตำรวจที่เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที  ซึ่ง ด.ต.เจริญ ฯ ผ่านการศึกษาและอบรมหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรการปฐมพยาบาลทางยุทธวิธี TCCC ( USA ), หลักสูตร EMT ( พนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ ) คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หลักสูตรครูผู้สอนปฐมพยาบาล CPR+AED  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, หลักสูตรตอบโต้สารเคมี, หลักสูตรทำงานและกู้ภัยที่อับอากาศ, หลักสูตรเชือกกู้ภัยขั้นสูง สากลและหลักสูตร Basic Life Support คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นต้น

“ถือว่าเป็นตำรวจที่มีความรู้ความสามารถช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดี โดยตำรวจจราจรหลายนายที่มีขีดความสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุด่วนเหตุร้ายบนท้องถนนได้เช่นกัน” พล.ต.ต.นิธิธรฯ กล่าว

พล.ต.ต.นิธิธรฯ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยให้นโยบายกำชับตำรวจจราจรทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มกำลังความสามารถทุกมิติ เน้นย้ำการให้เอาใจใส่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที เฝ้าระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดบนท้องถนน และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ทั้งนี้อยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนหากพบเหตุบนท้องถนน หรือขอความช่วยเหลือเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถให้ข้อมูล หรือแจ้งเบาะแส โทร. 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,927,877 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
ครั้งแรกกับ หมอลำ กลางเมือง ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้
คุณแหน 25 เมษายน 2569
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
เช็กความพร้อมสอบเทียบ อัครนันท์ ส่ง ครูจวง ลุย Surprise Visit
โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)
อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
อภิสิทธิ์ เชื่อยกเลิก MOU 44 ไร้ปัญหา เหตุ ไม่ได้ใช้งานจริง แนะขั้นตอน กม.ต้องรัดกุม ควบคู่จับตาเขมร

Recent Posts

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย
  • นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน
  • อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม
  • อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้
  • โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d