Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หมอแล็บแพนด้า’อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697306

'หมอแล็บแพนด้า'อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

‘หมอแล็บแพนด้า’อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.14 น.

10 ธ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความที่เห็นแล้วต้องอึ้ง เนื่องจากเป็นการลงประกาศขายธนบัตรปลอมเป็นปึกๆในโลกโซเซียล โดยประกาศขายผ่านทางเพจ”จำหน่ายแบงค์-ธนาบัตร”อย่างโจ่งครึ่มแบบไม่กลัวเกรงต่อกฏหมาย ซึ่งมีข้อความระบุว่า…

เตรียมส่งให้ลูกค้าวันนี้อีก 2 ล้าน 8 แสนครับ ไม่ลงบ่อยแต่มีเรื่อยๆนะครับ วันนี้มีอีก 4 ล้านนะครับใครที่สนใจอยากสั่งสอบถามเข้ามาได้เลยครับ เอาไปใช้หนี้ได้ จ่ายค่าเทอมได้ จ่ายค่ารถค่าบ้านได้ บอกเลยแบงค์ทำมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะไม่ได้เอาหลอกตาคนอื่นเน้นใช้งานจริง

ขณะที่หมอแล็บแพนด้า ระบุว่า ธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่าธนบัตรปลอมจากกลุ่มดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามท้องตลาดจริง ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความติดเห็นจำนวนมาก อาทิ คนซื้อต้องโง่ขนาดไหน ขนาดคนขายมันยังขายแบงค์ปลอมแลกเงินจริงอยู่เลย, จะมาขายทำไม ทำไมไม่ไปใช้เองวะ,ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ เหมือนเพจโชว์รูปแบงค์จริงที่ไปก็อปมา รีวิวก็สร้างเอง พอมีคนโอนเงินให้แล้วบล็อกหรือเปล่า,มันเกรียนครับหมอ คนบ้าอะไรเอาของปลอมมาขายอีกทีเพื่อ!!!,

อนึ่ง โทษฐานปลอมหรือแปลงธนบัตร คือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 240 ส่วนคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 244 แต่ถ้าคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมยันขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 245

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FMTlikesara%2Fposts%2Fpfbid08bqRWj9wKjaPNBvJtB5gMpvU4VkZNkCan7Gg4UAZBsEQzWHYRUWvQtFUVeGhH28vl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง ‘ปู่ถลา’ บรรพบุรุษชนเผ่า

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697305

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง 'ปู่ถลา' บรรพบุรุษชนเผ่า

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง ‘ปู่ถลา’ บรรพบุรุษชนเผ่า

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.46 น.

พลังศรัทธาชาวผู้ไทยเรณู จัดประเพณีบวงสรวงปู่ถลา บรรพบุรุษชนเผ่า เชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัว ฮือฮาประทับร่างทรง ถวายเครื่องเซ่นไหว้สุดโปรด ก้อยดิบใส่เลือดสด เลขเด็ด 84 เกลี้ยงแผง

ที่ศาลเจ้าปู่ถลา ในเขตเทศบาลตำบลเรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ชนเผ่าผู้ไทยเรณูนครร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์บวงสรวงเจ้าปู่ถลา ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษของเผ่าผู้ไทยหรือภูไท เคารพนับถือที่สุด ได้มีนางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่เรียกว่าเจ้าจ้ำ หรือร่างทรงปู่ถลา และนายสุเมธ แก้วมณีชัย อายุ 60 ปี ผู้ดูแลประกอบพิธีกรรมความเชื่อ นำชาวบ้านลูกหลานชนเผ่าผู้ไทยเรณูนคร พร้อมด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว จากทั่วสารทิศ ได้เดินทางมาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้

โดยการประกอบพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้เจ้าปู่ถลา สิ่งที่ขาดไม่ได้และเชื่อกันว่าเป็นของโปรดเจ้าปู่ถลา คือ เนื้อวัวสด จึงต้องมีหัววัว ขาวัว ทั้ง 4 ขา และหางวัว นำมาจัดวางใส่ถาดถวาย รวมถึงเมนูจากเนื้อวัว ประกอบด้วย ก้อยดิบ ใส่เลือด ลาบเนื้อ ย่างเครื่องใน ต้มเนื้อ นอกจากนี้ยังมีบุหรี่ เหล้าขาว ส่วนดอกไม้ที่จะถวายต้องเป็นสีแดงจึงเน้นดอกกุหลาบเป็นหลัก และหลังจัดเครื่องสักการะบูชาถวายเจ้าปู่ถลาแล้ว ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนรอคอยกลายเป็นที่ฮือฮาเสมอคือเจ้าปู่ถลา ได้ประทับร่างทรงนางสุเพ็ญศรี  ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่ชนเผ่าผู้ไทยเรณุนคร ภาษาถิ่นเรียกว่าเจ้าจ้ำหรือร่างทรงปู่ถลา มีอาการสั่นนั่งชันเข่าเหมือนคนแก่ และพูดคุยสื่อสารกับชาวบ้าน ระบุว่า เจ้าปู่ถลามารับเครื่องเซ่นไหว้ โดยเฉพาะก้อยดิบ ลาบเลือดวัวสดๆ ซดกินจนหมดถ้วย สูบบุหรี่พร้อมกันครั้งละ 2 มวน และยกขวดเหล้าขาวดื่มเป็นอึกๆ พร้อมอวยพรให้ลูกหลาน มีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง

และที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งอย่าง คือทางลูกหลานเผ่าผู้ไทย ได้ขอเลขมงคลประจำงวดวันที่ 16 ธันวาคม 65 เจ้าปู่ถลาไม่ทำให้ผิดหวังได้บอกเลขมงคล 84 ทุกคนต่างพากันไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่จนเกลี้ยงแผง

ด้าน นายสุเมธ แก้วมณีชัย อายุ 60 ปี เจ้าจ้ำ ผู้ดูแลการประกอบพิธีแก้บน เซ่นไหว้บวงสรวงเจ้าปู่ถลา กล่าวว่า สำหรับเจ้าปู่ถลาเป็นมเหศักดิ์หลักเมือง บรรพบุรุษ ผู้ปกปักรักษา ชนเผ่าผู้ไทยมาแต่อดีต ตามประเพณีความเชื่อ โดยจากตำนานชนเผ่าผู้ไทย มีการอพยพย้ายถิ่นมาจากเมืองวังอ่างคำ สปป.ลาว ข้ามน้ำโขงมาก่อตั้งบ้านเมือง ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม และมีความเชื่อว่าเจ้าปู่ถลาคือบรรพบุรุษ เป็นทหารนักรบผู้กล้าที่ต่อสู้ดูแลชนเผ่าผู้ไทย ดูแลบ้านเมืองมาแต่อดีต หลังมีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาก่อตั้งที่ อ.เรณูนคร จึงมีการปั้นรูปเหมือนเจ้าปู่ถลา ตามประเพณีความเชื่อ โดยมีคนได้นิมิตเห็นรูปร่างหน้าตา ก่อนนำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าปู่ถลาแห่งนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งเมืองอายุนานเกือบ 200 ปี ทำให้เกิดความเคารพศรัทธามาถึงปัจจุบัน

 ทั้งนี้ เจ้าปู่ถลาชาวผู้ไทยเชื่อกันว่าเป็นทหารกล้า ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีหูทิพย์ ตาทิพย์สร้างปาฏิหาริย์ให้กับลูกหลานที่มาขอพรบนบานศาลกล่าว ทั้งให้โชคลาภ คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย จึงมีการสืบทอดประเพณีบวงสรวงเจ้าปู่มาทุกปี โดยลูกหลานชาวผู้ไทย ประชาชน นักท่องเที่ยว จะมากราบไหว้บูชา นำเครื่องราง วัตถุมงคล ไปเก็บรักษาตามความเชื่อ และเป็นสิริมงคล

นายสุเมธ แก้วมณีชัย กล่าวต่อว่าที่ขาดไม่ได้ในการถวายเครื่องสักการบูชาเจ้าปู่ถลา หรือการแก้บนจะต้องมีการนำวัวที่ชำแหละสดๆ นำเนื้อมาทำลาบดิบ ก้อยดิบ ใส่เลือดสด จะต้องนำส่วนหัวของวัว หาง และขา 4 ขามาถวายด้วย โดยจากข้อมูลการลงทะเบียน พบว่าในแต่ละปีจะมีคนที่นำวัวมาเชือดแก้บน หลังประสบความสำเร็จตามที่บนบานไว้ และเป็นเครื่องเซ่นไหว้ถวาย ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัวถือเป็นพลังศรัทธาความเชื่อของชนเผ่าผู้ไทยที่มีมาแต่อดีต จากเดิมจะนำมาเชือดในพื้นที่ศาลเจ้าปู่ถลา ปัจจุบันจะนำไปเชือดชำแหละที่โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลเรณูนคร เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญปีนี้ทางอำเภอเรณูนคร ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง และชนเผ่าผู้ไทย จัดสร้างหอเจ้าปู่ถลาหลังใหม่ ตั้งเป้างบประมาณกว่า 20 ล้านบาท โดยมาจากเงินปัจจัยที่เกิดจากพลังศรัทธาไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ คาดแล้วเสร็จในปี 2569 เพื่อเฉลิมฉลองครบ 200 ปี อ.เรณูนคร ไปในคราวเดียวกัน 

ด้าน นางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่ชนเผ่าผู้ไทยเรณูนครเรียกว่า เจ้าจ้ำ หรือร่างทรงปู่ถลา กล่าวว่าศาลเจ้าปู่ถลา ถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาว อ.เรณูนคร ที่เป็นชนเผ่าผู้ไทย เชื่อว่าสามารถคุ้มครองปกปักษ์รักษาให้ประชาชน มีความร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงขอพรให้สมหวังได้ มีหลายคนที่มาขอพรแล้วประสบความสำเร็จ อาทิ การขอให้ลูกหลานสอบเรียนต่อ หรือสอบเข้าทำงานได้ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมีหลายคนได้ตามคำขอพรมาแล้ว ทำให้ในทุกปีจะมีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธานำวัวเป็นตัวๆมาเชือดถวายแก้บนตามที่ได้ขอพรเจ้าปู่ถลา สมความปารถนา เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 1 -2 ตัว ยกเว้นวันพระ โดยจะนำมาชำแหละสดๆ นำหัววัว พร้อมด้วยขาวัว 4 ขา รวมกับหางด้วย ถวายเจ้าปู่ถลาพร้อมทั้งมีลาบเนื้อสดใส่เลือดสดสีแดง จัดพาอาหาร หลังถวายปู่ถลาเรียบร้อย ส่วนที่เหลือจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านลูกหลานกิน ถือเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อที่มีมาแต่อดีต ที่สำคัญตามความเชื่อของชาวเรณูผู้ไทย เจ้าปู่ถลายังเป็นที่พึ่งทางจิตใจชองชาวผู้ไทยเรณูนคร และประชาชนทั่วไป ในเรื่องของการขอโชคลาภ ไปจนถึงการขอพรอื่นๆ มักมีคนมาบนบาลศาลกล่าว แล้วแต่ความประสงค์ต้องการ แต่เมื่อได้ดังประสงค์แล้ว ต้องมีการแก้บนด้วยการนำวัวเป็นตัว มาเชือดชำแหละกราบไหว้บูชาแก้บน 

นางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล กล่าวอีกว่า ส่วนการที่จะเป็นตัวแทน หรือเจ้าจ้ำของปู่ถลา จะต้องสืบทอดมาจากปู่ย่าตายาย และสืบทอดมาจากพิธีกรรมความเชื่อเท่านั้น ขณะที่ตนไม่คิดว่าจะได้มาเป็นตัวแทนเจ้าปู่ถลา แต่เกิดขึ้นจากเรื่องปาฏิหาริย์ ที่เกิดจากความเชื่อ ปกติตนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเนื้อดิบ แต่พอปู่ประทับทรง จะกินทุกอย่างแบบไม่รู้ตัว ถือเป็นประเพณีความเชื่อชนเผ่าผู้ไทยที่อธิบบายยาก ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะมีความเชื่อ ความศรัทธา

ทั้งนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทย ถือเป็น 1 ใน 9 ชนเผ่าของ จ.นครพนม ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ปีนี้จัดขึ้นระว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2565 โดยเจ้าปู่ถลา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเรณูผู้ไทย เป็นมเหศักดิ์หลักเมืองที่ชาวผู้ไทยให้ความเคารพศรัทธามาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าปู่ถลาเป็นเจ้าเมืองทหารกล้า ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า ดูแลปกปักษ์รักษาบ้านเมือง และดูแลชาวผู้ไทยมาแต่อดีต ทางอำเภอเรณูนครได้มีการก่อตั้งศาลเจ้าปู่ถลาหรือหอเจ้าปู่ถลา ตั้งอยู่ท้ายเมืองเรณูไปทางตะวันตก ห่างจากวัดปัจฉิมวาส 200 เมตร เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าหากใครได้มีโอกาสมาร่วมงานบวงสรวงบูชางานเจ้าปู่ถลา จึงถือเป็นมงคลแก่ชีวิตมีความร่มเย็นเป็นสุข ทำให้ทุกปีจะมีลูกหลาน สายเลือดชาวผู้ไทย ที่เดินทาง ไปทำงานต่างจังหวัดกลับมาร่วมงาน ทุกคืนจะมีการจัดมหรสพคบงันตามประเพณี ทั้งดนตรีลูกทุ่งหมอลำ รวมถึงการแสดงฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อถวายเจ้าปู่ถลา และส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับเครื่องเซ่นไหว้ก็มี ช้าง (เหล้าไห) ม้า (สุรา) และวัว จะนำวัวเป็นไปเชือดสังเวยที่ศาลเจ้าปู่ถลา แล้วทำลาบเลือด ซึ่งเป็นอาหารโปรด  ส่วนเนื้อให้นำไปทำแกง การเซ่นไหว้เจ้าปู่ถลาชาวผู้ไทย เรียกว่าแก้บ๊ะหรือแก้บน เมื่อผู้ใดได้มาบนกับเจ้าปู่ถลาไว้ จะต้องมาแก้บนทุกครั้ง ส่วนอาหารที่เหลือจากการเซ่นไหว้เจ้าปู่ เมื่อเจ้าปู่ฯอิ่มแล้ว สามารถนำมากินต่อได้ ประเพณีใหว้ปู่ถลา ปู่ถลา คือ ความเชื่อของชาวเรณูนครว่าเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษชาวผู้ไทย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองเว เรณูนคร และปกป้องดูแลให้ความช่วยเหลือชาวผู้ไทยในการกระทำ กิจใดๆ ทุกอย่าง ถ้าใครยกมือไหว้ร้องขอบนบานให้ปู่ช่วยเหลือ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะต้องแก้บนตามที่บอกกล่าว ในทุกๆ ปี ชาวผู้ไทยทั้งเมืองเรณูนคร จึงร่วมใจกันเลี้ยงปู่ถลาในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 และจะมีมหรสพคบงัน -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง ‘เกาะปูยู’ ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697301

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง 'เกาะปูยู' ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง ‘เกาะปูยู’ ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.07 น.

หรอยนิ..เที่ยวสตูล   เปิดประสบการณ์ใหม่เที่ยวหน้าฝนให้ฟิน ชมถ้ำลอดสัมผัสหมอกหุบเขาสองแผ่นดิน ลิ้มรสหอยหลอดยักษ์กั้งตัวโต้โต

เที่ยวหน้าฝนที่ไหนจะฟินเท่าเที่ยวใต้สุดแดนสยามฝั่งอันดามัน ที่นี่ “เกาะปูยู” อ.เมือง จ.สตูล นั่งเรือออกจากฝั่งท่าเทียบเรือปูยู  ที่ ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล เพียง 4 กิโลเมตร หรือประมาณ 15 นาที ก็จะพบความสวยงามทั้งสองฝั่งสองข้างทางไม่ว่าจะเป็นป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ฝูงนกกระยางสีขาวนับร้อยตัวต่างพากันมารอต้อนรับบนต้นป่าโกงกางสร้างสีสันให้ผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย  จากนั้นแล่นเรือออกมาเพียงไม่นาน เหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนหุบเขาท่ามกลางสายหมอกกลางฝน เปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยว และได้รับกลิ่นอายธรรมชาติของหุบเขาสันกาลาคีรีซึ่งเป็นที่แบ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย ก่อนที่เรือชาวบ้านจะพามุ่งหน้าไปยังถ้ำลอดปูยู โพรงหินที่เชื้อเชิญให้เข้าเยี่ยมชมธรรมชาติด้วยระยะทางความยาวเพียง 50 เมตร เสมือนหลุดไปอีก 1 เมืองสร้างความมหัศจรรย์และน่าตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย

นักท่องเที่ยว เล่าให้ฟังว่า มาเที่ยวครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกน้ำขึ้นไม่ได้ลอดถ้ำปูยู เลยมาลุ้นอีกรอบได้ลอดสมใจเหมือนหลุดไปอีกเมืองมีความสวยงามสมดั่งใจ  สวยมากอยากเชิญชวนมาเที่ยวปูยูกันเยอะ ๆนะคะ เพราะนั้งเรือไม่ไกลจากฝั่ง ได้ชมความสวยงามของธรรมชาติท้องทะเลสตูล

นายไพรัช สุขงาม ผอ.ททท.สำนักงานสตูล กล่าวว่า สตูลก็สามารถเที่ยวหน้าฝนได้ เป็นการเปิดประสบการณ์ความแปลกใหม่  ได้สัมผัสความสวยงามของหุบเขากลางหมอกหลังฝนตก เหมือนได้เที่ยวต่างประเทศ แต่ที่นี่อยู่ที่สตูล สวยงามเดินทางมาอย่างมาก เปลี่ยนประสบการณ์มาสัมผัสธรรมชาติที่ทะเลสตูลกัน

นอกจากความสวยงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ตำบลปูยู  ที่นี่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นปูตัวโต หอยพิมตัวใหญ่ กั้ง และหอยไม้ไผ่หรือที่รู้จักกันในนามหอยหลอดยักษ์ เป็นหนึ่งเดียวของอาหารชั้นเลิศมาจากแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่นี่ของชาวตำบลปูยู

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้มาเยือนที่นี่   ยังมีอาหารเมนูพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อไว้บริการไม่ว่าจะเป็นกั้งทอดกระเทียมพริกไทย  หอยหลอดยักษ์จิ้มน้ำซีฟู้ด  หรือแกงตอแมะอาหารพื้นถิ่นแหลมมลายูที่ขึ้นชื่อก็ชวนให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการท่องเที่ยวได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลปูยู  โทร 074-750-914 กองศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  เพื่อประสานกลุ่มแม่บ้านจัดหาอาหารตามฤดูกาล  เรือนำเที่ยว ให้บริการเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่  เที่ยวใกล้ตัวเมือง  นั่งเรือไม่ไกล  สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนหมู่บ้านชายแดนไทยมาเลเซีย   เที่ยวหน้าฝนสุดฟินให้  หรอยนิ  ที่สตูล.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697262

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“55 ปี” เป็นระยะเวลาการดำรงอยู่ของ “อาเซียน (ASEAN)”หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2510 ที่ประเทศไทย จากเริ่มต้นมีสมาชิกร่วมก่อตั้งจำนวน 5 ประเทศ จนล่าสุดในเดือน พ.ย. 2565 เพิ่งต้อนรับ ติมอร์เลสเต เข้าเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 11 ขณะเดียวกัน อาเซียนยังได้รับความสนใจจากชาติมหาอำนาจต่างๆ ทั่วโลก แต่อีกด้านหนึ่ง อาเซียนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถรวมกันเป็นประชาคมได้อย่างเข้มแข็ง หากเทียบกับประชาคมที่คล้ายกันอย่างสหภาพยุโรป (EU)

เมื่อเร็วๆ นี้ มีวงเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ถนนทุกสายมุ่งสู่อาเซียน : สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือแค่ประชุมประจำปี” จัดโดยศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่ง ศ.ดร.นภดล ชาติประเสริฐ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ และที่ปรึกษาสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าถึงจะบอกว่าอาเซียนเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องการเมือง

โดยช่วงแรกของการก่อตั้งเป็นความร่วมมือของชาติในกลุ่มโลกเสรีเพื่อรับมือภัยคุกคามจากชาติในกลุ่มโลกคอมมิวนิสต์ ขณะเดียวกัน ยังมีการเข้ามาของมหาอำนาจทั้ง 2 ค่าย คือสหรัฐอเมริกาในฝ่ายโลกเสรี และสาธารณรัฐประชาชนจีนในฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งจีนนั้นขัดแย้งกับสหภาพโซเวียตแม้จะเป็นมหาอำนาจร่วมค่ายคอมมิวนิสต์เหมือนกัน และไม่พอใจที่สหภาพโซเวียตพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ผ่านเวียดนาม ดังนั้น อาเซียนจึงโดดเด่นขึ้นมาในฐานะเวทีประลองกำลังในระดับโลก

กระทั่งในทศวรรษ 1990 (ปี 2533-2542) สงครามเย็นสิ้นสุดลง กระแสโลกเชื่อว่าคงไม่มีสงครามใหญ่ๆ กันอีก จึงมุ่งไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งอาเซียนก็เริ่มปรับตัวเช่นกัน จากการก่อตั้งของกลุ่มชาติโลกเสรี 5 ประเทศ ในเวลาต่อมาอาเซียนเปิดรับความหลากหลายทางการเมือง หรือแม้แต่ความแตกต่างทางเศรษฐกิจ จนล่าสุดที่เพิ่งรับติมอร์เลสเตเข้าเป็นชาติสมาชิก

“ความเป็นศูนย์กลางอาเซียนเป็นปรากฏการณ์เฉพาะมากของประเทศโลกที่ 3 ซึ่งก็ไม่ได้มีเห็นในที่อื่น แม้จะมีการรวมกลุ่มในภูมิภาคต่างๆ ก็ตาม ก็ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นตรงนี้จริงๆ นักวิชาการญี่ปุ่นท่านหนึ่งก็เคยมาแลกเปลี่ยนกับผมด้วยซ้ำว่าบทบาทของอาเซียนก็มีลักษณะพิเศษนะ เมื่อมีการประชุมระดับผู้นำอาเซียนที่เราเรียกว่าประชุมสุดยอดอาเซียน เราสามารถเชิญประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่เจรจาให้ส่งผู้แทนระดับสูงหรือระดับผู้นำรัฐบาลมาพูดคุยกันได้

คือเป็นประเทศกำลังพัฒนาในโลกที่ 3 ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจก็ไม่ได้ใหญ่ แต่สามารถเป็นที่รวมของผู้นำของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ญี่ปุ่นเองเขาบอกว่าเขายังทำไมได้เลย อยู่ๆ จะจัดประชุมแล้วก็ไปเชิญผู้นำประเทศมหาอำนาจต่างๆให้มาประชุมกันอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำ แต่อาซียนทำได้ อันนี้เป็นบทบาทซึ่งน่าจะเป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากยุคสงครามเย็นอันนี้เป็นบทบาทซึ่งหลายๆ คนมองข้ามไป” ศ.ดร.นภดล กล่าว

หลังปี 2543 เป็นต้นมา จีนเริ่มพัฒนาประเทศจนสามารถแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาได้ แต่ในทางกลับกันอาเซียนกลับมีบทบาทร่วมกันน้อยลง ศ.ดร.นภดล ตั้งข้อสังเกตว่า ในยุคนี้ชาติมหาอำนาจเลือกเจรจากับชาติในอาเซียนเป็นรายประเทศมากกว่าจะพูดคุยในนามอาเซียน ขณะที่อาเซียนเองก็ไม่สามารถหาฉันทามติได้แม้จะเป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับอาเซียนเอง เช่น ประเด็นทะเลจีนใต้ ประเด็นแม่น้ำโขง ประเด็นการรัฐประหารในเมียนมา เป็นต้น

ขณะที่ ศ.ดร.กิตติ ประเสริฐสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ และที่ปรึกษาศูนย์ญี่ปุ่นศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง 3 ชาติอาเซียนที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ในปี 2565 คือไทย (APEC) อินโดนีเซีย (G20) และกัมพูชา (อาเซียน) ทั้ง 3 ประเทศ แม้จะอยู่ในอาเซียนเหมือนกัน แต่บทบาทที่ออกมาคือต่างคนต่างเล่นโดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศตนเอง โดยเฉพาะไทยและอินโดนีเซีย ส่วนกัมพูชาเนื่องจากเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนจึงยังอยู่ในกรอบของอาเซียน

ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะย้ำกันเสมอว่า “อาเซียนเป็นศูนย์กลาง(ASEAN Centrality)” แต่หากขาดการประสานความร่วมมือกันการผลักดันวาระร่วมให้โลกเห็นว่าอาเซียนให้ความสำคัญกับเรื่องใดอย่างแข็งชัดจึงยังไม่เห็นภาพชัด เช่น กรณีของประเทศไทยที่ผลักดันเศรษฐกิจ BCG (Bio Economy – เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular Economy – เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green Economy – เศรษฐกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) คำถามคือแล้วอาเซียนรับ BCG แบบเดียวกันไทยได้หรือไม่? จึงสร้างฉันทามติและพันธมิตรด้าน BCG ในอาเซียนได้ไม่มากพอ

“แน่นอนว่าหลายชาติยังไม่พร้อม ชาติที่อาจจะยังพัฒนาน้อยก็ยังไม่พร้อม แต่ว่ามันมีหลายชาติที่พร้อม ถ้าเรา Coordinate (ประสานความร่วมมือ) และผลักดันไปด้วยกันในนามของอาเซียน อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ไปคุยหรือ Coordinate กับชาติอาเซียนบ้างเลยนะ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะมีความแข็งขันมากกว่านี้ เพื่อผลักดัน Agenda (วาระ) ของอาเซียนในเรื่องต่างๆไม่เฉพาะ BCG อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง” ศ.ดร.กิตติ กล่าว

ดร.กิตติ กล่าวต่อไปว่า คำว่า อาเซียนเป็นศูนย์กลาง (ASEAN Centrality) เกิดขึ้นมาได้ประมาณ 16-17 ปีแล้ว เมื่อมีการจัดประชุม East Asia Summit ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากอาเซียน +3 (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) อาเซียน +6(เพิ่มอินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และ +8 (ดึงสหรัฐฯ กับรัสเซียมาด้วย) แต่ด้วยความที่อาเซียนหวั่นเกรงจะถูกกลบบทบาทโดยชาติมหาอำนาจต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงกว่าทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ จึงเริ่มย้ำเรื่องอาเซียนเป็นศูนย์กลางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หรือก็คือคำคำนี้มาจากความรู้สึกไม่มั่นคง(Insecure) ของอาเซียนเอง

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ชี้ว่าชาติสมาชิกอาเซียนไม่ได้พยายามผลักดันบทบาทอาเซียนให้ชัด คือในปี 2561 ที่มีการพบกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ในขณะนั้น)กับ คิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งพบว่า สิงคโปร์เน้นย้ำว่าผู้นำของทั้ง 2 ชาติ เลือกสิงคโปร์เป็นสถานที่เจรจา แต่ไม่มีการกล่าวอ้างใดๆ ถึงอาเซียน โดยสิ่งที่อยากเห็นคือเมื่อชาติในอาเซียนจะแสดงบทบาทขอให้เน้นย้ำถึงการเป็นสมาชิกอาเซียน

ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าในเดือน พ.ย. 2565 มีทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชา ประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย และประชุม APEC ที่ประเทศไทย หากพิจารณาเฉพาะชาติในอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่แสดงบทบาทได้โดดเด่น เนื่องจาก 1.ร่วมประชุมครบทั้ง 3 งาน เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่เป็นสมาชิก G20 2.วิสัยทัศน์ของผู้นำ นั่นคือ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

“น่าจะเป็นครั้งที่โดดเด่นมากที่อินโดนีเซียประกาศแผนวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Global Maritime Fulcrum หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ยุทธศาสตร์แกนสมุทรโลก นั่นก็คือเปรียบให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางของทั้งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ก็คือเป็นแกนกลางหลักเหมือนกันในสถาปัตยกรรมของอินโด-แปซิฟิก แล้วก็มีการกำหนด Boundaries (ขอบเขต) โดยคร่าวๆ ด้วยว่าอาณาบริเวณที่อินโดนีเซียน่าจะทำ Power Projection (การฉายภาพแห่งอำนาจ) ว่ามันควรจะแผ่ไปถึงไหนบ้าง

ซึ่งมันก็ทับๆ กับ Concept (แนวคิด) เดิมที่เป็น Concept เรื่องเขตแดน-ดินแดนของอินโดนีเซีย ที่เรียกว่านูสันตารา (Nusantara) มันก็เป็นชื่อ Concept ในเชิงดินแดน มหารัฐที่คุมมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ มันก็ทับกัน แล้วอินโดนีเซียก็ใช้ตรงนี้ที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ทาง Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์) ไปผลกักเรื่อง ASEAN Centrality ซึ่งคำนี้ก็มีมานานพอสมควรแล้ว แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานของรัฐบาลอินโดนีเซีย ก็ผลักดันให้ชาติสมาชิกอาเซียนจำนวนไม่ใช่น้อยเลยน้อมรับในเรื่องนี้” รศ.ดร.ดุลยภาค ระบุ

จากบทบาทที่โดดเด่นข้างต้น ทำให้ในการประชุมอาเซียนประจำปี 2566 ซึ่งอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพตามวาระเวียนของการเป็นประธานอาเซียน น่าจะมีแรงกดดันไม่น้อยไปถึงรัฐบาลทหารในเมียนมา ซึ่งในการประชุมอาเซียนครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้นำอินโดนีเซียก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าผิดหวังที่รัฐบาลทหารในเมียนมาไม่สามารถดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนได้ อีกทั้งพยายามกีดกันไม่ให้ผู้แทนรัฐบาลทหารเมียนมาร่วมประชุมด้วย

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลที่ทราบ รัฐบาลชุดปัจจุบันของอินโดนีเซียค่อนข้างเห็นใจฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ดังนั้น จึงต้องจับตามองว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างมิน อ่อง หล่าย ก็ประกาศว่า หากในปี 2566 สถานการณ์ทางการเมืองสงบและสามารถเจรจาสันติภาพกับฝ่ายต่อต้านได้ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งก็อาจจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากอินโดนีเซียได้ แต่ก็ต้องดูว่าเลือกตั้งด้วยระบบใดและจะมีกลุ่มใดร่วมเจรจาสันติภาพบ้าง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การอยู่แบบหรูหรา ฟุ่มเฟือย เป็นการอยู่แบบกิเลส อยู่กับความทุกข์โดยไม่รู้สึกตัว

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697243

การอยู่แบบหรูหรา ฟุ่มเฟือย เป็นการอยู่แบบกิเลส อยู่กับความทุกข์โดยไม่รู้สึกตัว

การอยู่แบบหรูหรา ฟุ่มเฟือย เป็นการอยู่แบบกิเลส อยู่กับความทุกข์โดยไม่รู้สึกตัว

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.37 น.

การอยู่แบบหรูหราการอยู่แบบฟุ่มเฟือยนี้ มันเป็นการอยู่แบบกิเลสต่างหาก เป็นการอยู่กับความทุกข์โดยไม่รู้สึกตัว เพราะมันจะต้องใช้เงินทองมาก จะต้องเสียเวลาให้กับการหาเงินหาทอง เมื่อทำงานหาเงินหาทองก็จะต้องเจอปัญหาต่างๆ เจออุปสรรคต่างๆ เจอความเครียดต่างๆ ท่านจึงเลือกทางกินอยู่แบบที่มันมีอุปสรรคมีความเครียดมีปัญหาน้อยที่สุด ก็คือมักน้อย เอาเท่าที่จำเป็น เช่น อาหารก็ขอแค่วันละมื้อเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่จู้จี้จุกจิกว่าจะต้องเป็นอาหารชนิดนั้นชนิดนี้ ถ้าคนให้เขากินได้ เขากินอะไรได้ เขาให้เรามา เราก็กินได้เหมือนกันอาหารที่เขาให้มา ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเลือกว่าเรากินอาหารชนิดนั้นชนิดนี้นะ 

เวลาไปบิณฑบาตเขียนเมนูไว้ติดฝาบาตรไหม ใครจะใส่บาตรนี่อ่านเมนูก่อนนะ ไม่มีหรอก ท่านก็เดินไปเปิดฝาบาตรไป ใครอยากจะใส่อะไรก็ใส่ไป กลับมาวัดท่านก็หยิบสิ่งที่ท่านพอฉันได้ หยิบเอามาฉัน แล้วก็ฉันแค่มื้อเดียวก็พอ ร่างกายมันต้องการอาหารแค่มื้อเดียวเท่านั้นต่อวัน ไม่จำเป็นจะต้องกินสี่ห้ามื้อ ห้าหกมื้อ บางคนกินทั้งวันทั้งคืน พอปากว่างแล้วปั๊บเดี๋ยวกินอีกแล้ว หาอะไรมาไม่กินก็ดื่ม กินอยู่นั่นดื่มอยู่นั่น จนกลายเป็นลูกโป่งพองแล้ว

นี่คือการกินอยู่แบบไม่มีหลักมักน้อยสันโดษ กินตามความอยาก กินจนกระทั่งกลายเป็นตุ่มกันไป แล้วก็มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนกัน โดยไม่รู้สึกตัว แล้วก็ไปโทษโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ได้ไปโทษคนกิน คนกินนี่แหละเป็นตัวไปสร้างโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา กินมากน้ำหนักเกิน น้ำตาลมาก ไขมันมาก เกลือมาก กินของเค็มมากๆ ก็ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง กินน้ำตาลมากก็เกิดเบาหวาน กินไขมันมากก็เกิดไขมันอุดตัน เป็นโรคหัวใจ เป็นโรคอะไรต่างๆนี้ เป็นโรคที่เกิดจากการกินทั้งนั้นแหละ 

สมัยก่อนยุคที่ไม่มีความเจริญทางด้านการกินการอยู่นี้ โรคภัยไข้เจ็บแบบนี้ไม่ค่อยมี สมัยก่อนนี้หาดูสิหาคนอ้วนดูได้ยาก มีแต่คนผอมๆทั้งนั้น เพราะไม่มีอะไรกินมากๆเหมือนสมัยนี้ ร้านอาหารเต็มไปหมด เดินไปแทบทุกแห่งทุกหนนี้ มีร้านอาหารเต็มไปหมด สมัยก่อนนี้ร้านอาหารไม่ค่อยมี ต้องซื้อมาทำกินกันเอง อันนี้เป็นเพราะกินอยู่แบบไม่มีธรรมะเป็นผู้คอยกำกับ 

ธรรมะก็คือเหตุผลความต้องการของร่างกาย ร่างกายต้องการเพียงใด ก็ให้มันเพียงนั้นก็พอ อย่าให้มันมาก มันไม่ยินดีหรอกร่างกาย ให้มันอ้วน มันอยากอ้วนที่ไหน กินแล้วก็อ้วนกัน แล้วก็ต้องไปเสียเงินรีดน้ำหนักกันอีก ลดน้ำหนักกันอีก เพราะไม่รู้จักห้ามปรามกิเลสความอยากกิน หาความสุขจากการกิน หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะของอาหาร นี่มันเป็นการหาความทุกข์ทั้งนั้น

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระครูวัดดังสุดทนโจรชั่วย่องฉกเงินตู้บริจาค 3 รอบนำคลิปโพสต์ให้โยมแจ้งเบาะแส

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697230

พระครูวัดดังสุดทนโจรชั่วย่องฉกเงินตู้บริจาค 3 รอบนำคลิปโพสต์ให้โยมแจ้งเบาะแส

พระครูวัดดังสุดทนโจรชั่วย่องฉกเงินตู้บริจาค 3 รอบนำคลิปโพสต์ให้โยมแจ้งเบาะแส

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.13 น.

เจ้าอาวาสวัดพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง อำเภอพระธาตุพนม สุดทนโจรบาปย่องฉกเงินตู้บริจาค 3 รอบ นำคลิปวงจรปิดโพสต์ผ่านสื่อโซเซียลเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสคนร้ายเข้าไปลักขโมยเงินตู้บริจาคภายในวัด พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.หลักศิลา ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

วันที่ 9 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพระครูวินัยธร วิวัฒน์ ญาณวัฑฒโน อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง บ้านศรีบุญเรือง หมู่ 11 ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้โพสต์ภาพคลิปจากกล้องวงจรปิดเผยแพร่ผ่านสื่อโซเซียล เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสคนร้ายที่เข้าไปลักขโมยเงินตู้บริจาคภายในวัด เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.จำรัส เริ่มศรี สารวัตรสอบสวน สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบเก็บหลักฐาน ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

โดยจากข้อมูลพบว่า คนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งหลายหน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยทางเจ้าอาวาสวัดเคยทำทาน ไม่ขอแจ้งความดำเนินคดี มาแล้ว 2 ครั้ง สูญเงินบริจาคไปประมาณ 1,000–2,000 บาท แต่ย่ามใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ตรวจสอบจากภาพวงจรปิดเชื่อว่าเป็นโจรแก๊งเดิม ที่เคยก่อเหตุมาก่อน ครั้งนี้สุดเหลือจะทนจึงต้องนำภาพบันทึกจากวงจรปิดมาเผยแพร่ วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส และให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ทั้งนี้ ทางด้านชุดสืบสวน สภ.หลักศิลา มีการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าเป็นบุคคลในพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียงแถววัด และพอรู้ตัวแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมสรุปพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครพนมอนุมัติออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี กำราบไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก

พระครูวินัยธร วิวัฒน์ ญาณวัฑฒโน อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง บ้านศรีบุญเรือง หมู่ 11 ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์คนร้ายเข้ามาลักขโมยเงินในตู้บริจาคที่ตั้งอยู่ใกล้องค์พระธาตุน้อยศรีบุญเรือง ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์สำคัญอีกแห่งของ อ.ธาตุพนม ครั้งแรกคนร้ายก่อเหตุเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ช่วงกลางคืนคนร้ายเข้ามา 2 คน โดยไม่ปิดบังใบหน้า คาดว่าได้เงินบริจาคไปกว่า 1,000 บาท ครั้งที่สองห่างกันประมาณ 1 เดือน ช่วงเดือนกันยายน 2565 ก็ย่องเข้ามาก่อเหตุ 2 คนเหมือนเดิม ตัดกุญแจตู้บริจาคได้เงินไปอีก 1,000 บาทเศษ

โดยสองครั้งที่ผ่านมา คิดว่าทำทานไป ไม่คิดว่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก คงต้องใช้วิธีการป้องกันดูแลเข้มงวดขึ้น กระทั่งครั้งล่าสุดคน้รายย่ามใจเข้ามาก่อเหตุคนเดียว ใช้วิธีเอาไม้แหย่เข้าไปในช่องตู้บริจาค เชื่อว่าใช้กาวแปะที่ปลาทยไม้ติดเอาเงินขึ้นมาจากตู้บริจาค สังเกตพฤติกรรมก่อเหตุด้วยความใจเย็นไม่เกรงกลัวกฎหมาย

จากการสอบถามญาติโยม ดูจากพฤติกรรมและรูปพรรณ เชื่อว่าเป็นบุคคลเดิม น่าจะเป็นเยาวชนอายุประมาณ 20 ปีไม่ปิดบังใบหน้า สอบถามเชิงลึกมั่นใจว่าเป็นคนในพื้นที่หมู่บ้านละแวกใกล้เคียง ทั้งนี้ได้นำหลักฐานจากภาพวงจรปิด ไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมมาดำเนินคดี เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ก่อไว้ ถือว่าเป็นภัยส่งคม และไม่อยากให้ไปก่อเหตุที่อื่นซ้ำอีก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กาฬสินธุ์เปิดตัวอุทยานธรณีจีโอพาร์คพร้อมมุ่งสู่ระดับสากล

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697212

กาฬสินธุ์เปิดตัวอุทยานธรณีจีโอพาร์คพร้อมมุ่งสู่ระดับสากล

กาฬสินธุ์เปิดตัวอุทยานธรณีจีโอพาร์คพร้อมมุ่งสู่ระดับสากล

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.23 น.

จังหวัดกาฬสินธุ์เปิดตัวอุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมพัฒนาต่อยอดอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของเขตอุทยานธรณี ทั้ง 7 อำเภอ ตั้งเป้าก้าวเข้าสู่ระดับประเทศ และระดับสากล

วันที่ 9 ธ.ค.65 ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ดร.ดรุณี สายสุทธิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายยศวัฒน์ เธียร์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พัฒนา พึ่งพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark โดยมีนางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นางสาวโชติมา ยามี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร พร้อมด้วยส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

โดย จ.กาฬสินธุ์มีความพร้อมในการเป็นอุทยานธรณี และได้ประกาศเขตอุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ระดับจังหวัด จำนวน 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสหัสขันธ์ คำม่วง สมเด็จ ห้วยผึ้ง กุฉินารายณ์ นาคู และอำเภอเขาวง  สำหรับอุทยานธรณี คือพื้นที่เชื่อมโยงมรดกทางธรณีวิทยา ทางนิเวศวิทยา ทางวัฒนธรรม และผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อการอนุรักษ์ การศึกษา และพัฒนาอย่างยั่งยืน

จากนั้นนายศุภศิษย์  กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้ร่วมแถลงข่าวได้ทำการกะเทาะเปลือกไข่ไดโนเสาร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดตัว อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark หรือ กาฬสินธุ์จีโอพาร์ค และย้ำว่า ทางจังหวัดพร้อมที่จะพัฒนาต่อยอด ร่วมกับทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชน ในการขยายผล อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark ไปสู่ระดับประเทศ และระดับสากลต่อไป ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์มีความพร้อมในทุกด้านทั้งทางด้านแหล่งบรรพชีวิต อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความงามด้านวัฒนธรรม และอีกมากมาย

ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์ มีมรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าทางวิชาการทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นที่สุดคือ ซากดึกดำบรรพ์และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ด้านธรณีวิทยาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่แผ่นอนุทวีปอินโดไชน่า จากหลักฐานทางธรณีวิทยาที่พบตะกอนกรวดทราย โคลน รวมถึงซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ ถูกพัดพามา และทับถมกันเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ยุคจูแรสสิค 150 ล้านปีก่อน โดยชั้นหินในจังหวัดอยู่ในหมวดหินย่อยที่อยู่ในหินโคราช และ จ.กาฬสินธุ์ยังมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น ตลอดการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็งด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจรเหงื่อตก! ร้านทองในสงขลาเอาบ้าง งัดลูกซองโชว์ ชวนลูกค้าซื้อทอง

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697190

โจรเหงื่อตก! ร้านทองในสงขลาเอาบ้าง งัดลูกซองโชว์ ชวนลูกค้าซื้อทอง

โจรเหงื่อตก! ร้านทองในสงขลาเอาบ้าง งัดลูกซองโชว์ ชวนลูกค้าซื้อทอง

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.16 น.

โจรเหงื่อตก! ร้านทองในสงขลาเอาบ้าง งัดลูกซองโชว์ ชวนลูกค้าซื้อทอง

ร้านทองพลอยกนก จ.สงขลา โพสต์ภาพเกาะติดกระแส โจรปล้นร้านทอง ที่จังหวัดตาก แล้วโดนเจ้าของร้านดีกรีแชมป์แม่นปืนซัดร่วงเสียชีวิตไป 1 ราย

โดยเจ้าของร้านทองพลอยกนกถือปืนลูกซองโชว์ พร้อมระบุแคปชั่นเชิญชวนให้มาซื้อทอง ว่า ” ร้านเปิดนะครับวันนี้ “ เห็นแบบนี้แล้ว โจรมีสะดุ้งแน่นอน  -009
 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPloykanokGoldShop%2Fposts%2Fpfbid02z2i4cWAQgV4KqUAsUqKVvwytNHoWJipT9mrRbXY27ff8kT5fn6jmgvnDSpKzcwH7l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พาเที่ยวจุดท่องเที่ยวใหม่ ‘ถนนเชียงคาน สองกาลเวลา’

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697099

พาเที่ยวจุดท่องเที่ยวใหม่ 'ถนนเชียงคาน สองกาลเวลา'

พาเที่ยวจุดท่องเที่ยวใหม่ ‘ถนนเชียงคาน สองกาลเวลา’

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.27 น.

เมื่อค่ำวันที่ 8 ธ.ค.65 ที่ผ่านมาที่ลานวัฒนธรรมวัดศรีคุนเมือง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายอำเภอเชียงคาน นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมกันทำพิธีเปิดถนนเชียงคาน สองกาลเวลา แหล่งท่องเที่ยวใหม่ในอำเภอเชียงคาน

นายกมล คงปิ่น นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน กล่าวว่า ตามที่เทศบาลตำบลเชียงคาน ได้รับรางวัลที่ 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหาร จัดการที่ดีประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ประเภททั่วไป (เทศบาลตำบล) โดยได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ นวัตกรรมพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชียงคานนิยม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเราได้นำเอาหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นแกนกลางการพัฒนามุ่งให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยดึงเอาเอกลักษณ์หรือทุนที่รายล้อมเชียงคานอยู่หรือความหมายของเทศบาลตำบลเชียงคาน คือ ความเป็น “เชียงคานนิยม” ทั้งทุนทางวัฒนธรรมภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม ทุนทาง ธรรมชาติวิถีริมโขงมาพัฒนาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ 

ดังนั้น การพัฒนาการบริหารจัดการที่ดีในระยะต่อมาในปี 2566 นี้ จึงมุ่งยกระดับนวัตกรรม การท่องเที่ยวเชียงคานนิยม (หรือเชียงคานนิยม ภาค 2) บนความต้องการของพี่น้องประชาชน ที่ได้สะท้อน แนวคิด ผ่านเวทีสาธารณะ ที่ชาวบ้าน ผู้ประกอบการที่อยู่โซนวัดศรี คุนเมือง ถึงวัดโพนชัย อยากให้พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว จึงมีชุมชนก่อการดี ได้รวมตัวกัน มีเทศบาลตำบล เชียงคานหนุนเสริม โดยทุนทางวัฒนธรรมเชียงคานที่มีอยู่มาเป็นแกนกลางพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้การมีส่วนร่วม ของ “บ ว ร : บ้าน วัด โรงเรียน ราชการ” 

โดยใช้พื้นที่ลานวัฒนธรรมวัดศรีคุนเมืองเป็นศูนย์กลาง เรื่อยไป ตามถนนชายโขงถึงวัดโพนชัย ที่นักท่องเที่ยวยังไปไม่ถึง เพื่อการกระจายและสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน มีรายได้เสริม จากการเติบโตของการท้องเที่ยวเชียงคาน ให้เป็นตลาดที่ปลอดโฟมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การแต่งกาย ภาษาพูด อาหารพื้นบ้าน ขนมหวานพื้นถิ่น ถนนสร้อยสาที่เป็นภูมิปัญญาเชียงคาน การลอย ผาสาด มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว การแสดงการละเล่น ทุกวันศุกร์ – เสาร์ของทุกสัปดาห์ 

ดังนั้น ภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนประกอบอาชีพ มีรายได้ อีกทั้งสืบสาน รักษา และต่อยอดตามพระบรมราชโองการของในหลวงรัชการที่ 10 มาเป็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาท้องถิ่นเชียงคานในระยะที่ 2 นี้

นายกมล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับลักษณะจุดเด่นของของถนนเส้นนี้ประมาณ 500 เมตร ที่เป็นถนนเส้นเดียวกันถนนชายโขงแต่ เริ่มตั้งแต่วัดศรีคุณเมือง ไปยังซอย 0 ทั้งสองฝั่งร้านค้านั้นจะมีภาพการจำลองและมีการขายของ มีชาวบ้าน แต่ตัวแบบโบราณ จำน่ายสินค้าที่ยุคโบราณ จะมีการขายขนมรุ่น ปู่ย่า ตายาย เช่นอาหารพื้นบ้าน เช่น กุ้ง หอย ปูปลา นึ่ง ย่างต่างต่างแบบวิถีคนเชียงคาน ขนมขบเคี้ยว เช่น อ้อยควั่นที่มีคนขายรุ่นยาย รุ่น ย่ามาจำหน่าย ข้าวเหนี่ยวปิ้ง กล้วยปิ้ง ผัดหมี่โบราณ ส้มหมู แจ่วบอง เมี่ยงโค้น ข้าวแต๋นโบราณ พร้อมสาธิตการทำ ผาสาดและจำหน่ายผาสาด เพื่อทำการลอยเคราะห์ ซึ่งผาสาดนั้น มีกิจกรรมและนำไปลอยในแม่น้ำโขงได้ เสื้อผ้า โบราณ สินค้าพื้นบ้าน ไว้รอนักช๊อปปิ้ง รุ่น สองกาลเวลา อยู่ที่เชียงคาน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดจะทน! หนุ่ม23ท้อชีวิตปัญหาครอบครัว นั่งกลางถนนหวังให้รถเหยียบ

Posted on December 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697086

สุดจะทน! หนุ่ม23ท้อชีวิตปัญหาครอบครัว นั่งกลางถนนหวังให้รถเหยียบ

สุดจะทน! หนุ่ม23ท้อชีวิตปัญหาครอบครัว นั่งกลางถนนหวังให้รถเหยียบ

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.49 น.

หนุ่มบ้านดุง วัย 23 ปี ท้อชีวิต น้ำตาซึม โลกนี้ชั่งโหดร้าย แม่ตาย อยู่กับตายาย นั่งกลางถนนหวังให้รถเหยียบตาย ระบายท้อชีวิต รอพ่อมารับตั้งแต่ ป.6 จนถึงป่านนี้ 23 ปี นานถึง 11 ปี ยังไม่มารับ วันนี้อยากตายให้รู้ไปเลย โดนล้อลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ หนำซ้ำเพิ่งได้เงินวันเกิด 200 โดนตาเรียกคืน

8 ธ.ค.65 นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดต รับแจ้งจากแฟนเพจว่ามีคนนั่งกอดเข่ากลางถนนสาย อ.บ้านดุง-บ้านดุงใหญ่ โค้งอันตรายขายเกลือ กลัวจะเกิดอันตราย เพราะมีรถวิ่งผ่านไปมาจำนวนมาก หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ พบกับชายหนุ่มนั่งกอดเข่ากลางถนนจริง สอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ชื่อนายโอ๊ต อายุ 23 ปี ชาวบ้านหนองเตยโนนสวรรค์ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี จากนั้น จึงได้นำออกจากกลางถนนมานั่งข้างถนนมานั่งริมฟุตบาทข้างถนนทันที

นายโอ๊ต น้ำตาซึม ระบายเรื่องราวชีวิตของตนเองว่า วันนี้ขอผมได้ตายได้มั้ย คนทางบ้านจะได้สบาย สาเหตุที่ผมมานั่งกลางถนนเพราะอยากตาย อาศัยอยู่กับตาและยาย แม่เสียชีวิตนานแล้ว พ่อไปทำงาน รับปากจะมารับไปอยู่ด้วย รับปากจะมาวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มา เลื่อนไปปลายปี ผมรอพ่อมาตั้งแต่ผมอยู่ ป.6 จนถึงตอนนี้อายุ 23 ปี นานกว่า 11 ปี ยังไม่มารับเลยและอีกอย่างเมื่อวานเป็นวันเกิดผม 23 ปีพอดี ตาเอาเงินให้ 200 บาท เป็นของขวัญวันเกิดและดันมาถามเอาคืนจะเอาไปซ่อมรถซาเล้ง ผมก็บอกตาและยายแล้วอย่าให้ผมฟิวส์ขาด ถ้าผมฟิวส์ขาด ผมไม่ได้กลัวตาย หนุ่มท้อชีวิตพูดไปก็ร้องไห้ไป

ผมมานั่งกลางถนนหวังให้รถเหยียบตาย วันนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เมื่อวานตาให้เงิน 200 บาทเนื่องในงานวันเกิด แต่สุดท้ายก็มาโอ้อ่าวเอาคืน มันใช่อยู่หรือ นายวีระพล จึงได้มอบเงิน 200 ให้เนื่องในวันเกิดและถามว่าเล่นยาเสพติดมั้ย นายโอ๊ตก็บอกว่าไม่เล่นครับ กินแต่ยาแก้ชัก และนายวีระพลรับปากจะซื้อโทรศัพท์ให้ หลังจากนายโอ๊ต อยากได้โทรศัพท์เป็นของขวัญวันเกิดด้วย จากนั้นตร.ชุดสายตรวจสภ.บ้านดุง ได้พาตัวนายโอ๊ตกลับบ้านไปพักผ่อนที่บ้านเพื่อสติอารมณ์ ล่าสุดพ่อได้ติดต่อมาจะมารับลูกชายไปภายในอาทิตย์นี้ -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,930,728 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน
ศุภจี แจงกระทู้ถามสว. ยันใช้การตลาดแบบใหม่ เกษตรกร ไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน ดึงอินฟลูฯ ช่วย
สว.เศรณี โวยราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนเช็กสต็อก ด้าน ศุภจี ฟาด พูดไม่สร้างสรรค์
หญิง นราวัลย์ ขอบคุณทุกฝ่ายหลังเสร็จสิ้นพิธีส่งพ่อสามีเผยสภาพจิตใจ ลิฟท์ สุพจน์ ดีขึ้นเพราะได้แรงใจดี
สว.คิกออฟซื้อข้าวกินเองวันแรก! บิ๊กเกรียง ลั่นมั่นใจช่วยประหยัดงบประมาณ
พริษฐ์ อำลาตำแหน่งโฆษกพรรคส้ม ส่งต่อ ลิซ่า มั่นใจช่วยสื่อสารเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีกว่าเดิม
เอ็ดดี้ ชำแหละการศึกษาชายแดนใต้ เมื่อห้องเรียนกลายเป็นสนามชี้อนาคต
อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว'รวยไม่ไหวแล้ว'
สะพัดพรรคส้มเคาะแล้ว ดร.โจ ชัยวัฒน์ ทิ้งเก้าอี้สส. ลงชิงผู้ว่ากทม.
ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

Recent Posts

  • มือปืนยิงงานเลี้ยง ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์
  • รถไฟชนประสานงา ที่ชานกรุงจาการ์ตา ดับแล้ว 4 ศพเจ็บหลายสิบ
  • กลุ่มมือปืนไนจีเรียบุกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ลักพาตัวเด็กหลายสิบราย
  • อิหร่านเสนอ ให้สหรัฐฯ ยุติสงครามก่อน ค่อยคุยเรื่องเปิดช่องแคบ
  • ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d