Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จมใต้น้ำ28วัน! เปิดปฏิบัติการกู้ร่าง‘น้องมาวิน’กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

Posted on November 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693202

จมใต้น้ำ28วัน! เปิดปฏิบัติการกู้ร่าง‘น้องมาวิน’กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

จมใต้น้ำ28วัน! เปิดปฏิบัติการกู้ร่าง‘น้องมาวิน’กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.29 น.

20 พฤศจิกายน 2565 ภารกิจการค้นหาร่าง ‘น้องมาวิน’ วัย 18 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุตกจากเจ็ตสกี จมน้ำสูญหายไปในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความยากลำบากและมีอุปสรรคต่างๆ ทำให้ต้องยกเลิกภารกิจการค้นหาเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา รวมเวลาทั้งสิ้น 16 วัน แต่ทีมงานค้นหายังไม่ถอดใจ 

รวมถึง น.ส.เกสรา เฟื่องฟู หรือเก๋ ผู้เป็นแม่ของน้องมาวิน มีความหวังจะพบร่างลูกชาย จึงตัดสินใจจะค้นหาอีกครั้งในวันที่ 18 พ.ย. ตั้งเป้าหมายจะใช้เวลาค้นหา 2 วัน (19-20 พ.ย.65) จากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในหลายพื้นที่กว่า 200 ชีวิต ซึ่งร่วมวางแผนเตรียมอุปกรณ์ในการค้นหาร่างน้องมาวินอีกครั้ง และนำมาเป็นประสบการณ์ในการค้นหาเคสต่อๆไป เนื่องจากร่างน้องมาวินถือเป็นร่างที่ 9 จมหายไปในเขื่อนศรีนครินทร์

ข่าวเพิ่มเติม ทัพเรือพร้อมแล้ว! ส่งนักประดาน้ำกู้ร่าง’น้องมาวิน’ในเขื่อนศรีนครินทร์ 

ข่าวเพิ่มเติม ‘บิ๊กป้อม’สั่งกองทัพเรือ ช่วยนำร่าง’น้องมาวิน’ขึ้นฝั่ง จมเขื่อนลึกกว่า74เมตร

โดยตั้งกองอำนวยการศูนย์บัญชาการ ที่บริเวณริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บ้านหม่องกระแทะ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ของวานนี้ (19 พ.ย.65) เรือสแกน เจอวัตถุต้องสงสัย ต่อมาใช้โดรนใต้น้ำส่งลงไปสำรวจ พบคล้ายร่างมนุษย์ใต้น้ำในระดับความลึก 74 เมตร

เบื้องต้นเป็นศพสวมกางเกงขาสั้น สภาพนอนหงาย ร่างไม่เน่าเปื่อย สร้างความดีใจให้กับ น.ส.เกสรา เฟื่องฟู หรือเก๋ ผู้เป็นแม่ของน้องมาวิน ซึ่งยืนยันว่าเป็นศพของลูกชายจากเสื้อผ้าที่สวมใส หลังจากจมอยู่ใต้น้ำนานถึง 28 วัน

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 20 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆ ร่วมประชุมวางแผนในการนำร่าง ‘น้องมาวิน’ ขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟังและสังเกตการณ์ด้วยแต่อย่างใด โดยระบุว่าหากมีความพร้อมเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง 

สำหรับร่างของน้องมาวิน ที่ค้นพบวานนี้ พบว่า นอนหงายจมอยู่ใต้ท้องน้ำลึกประมาณ 74 เมตร และอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่ตกจากเจ็ทสกี ประมาณ 70 เมตร โดยจุดที่พบร่างมีระดับความลึกมาก สภาพน้ำด่านล่างมีความหนาวเย็น คลื่นแรง และทัศนวิสัยมืดสนิท ซึ่งเป็นอุปสรรคในการกู้ร่างและเสี่ยงอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเจ็ทสกีรวมทั้งเรือท้องแบนพร้อมอุปกรณ์โดนค้นหาใต้น้ำจำนวน 2 ตัว ไปยังจุดพบร่างของน้องมาวินเพื่อนำโดรนที่มีศักยภาพค้นหาใต้ท้องน้ำ ในระดับความลึกประมาณ 200 เมตร โดยจะใช้วิถีนำเบ็ดเกี่ยวติดกับโดรนหวังเกี่ยวเสื้อผ้าที่น้องสวมใส่แล้วดึงขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำ 

ระหว่างนี้ปรากฏว่ามีแพนักท่องเที่ยวลอยลำอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาจึงจำเป็นต้องร้องขอห้ามแพท่องเที่ยวเหล่านั้น ผ่านจุดค้นหาร่างของน้องมาวิน เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการค้นหาเพราะอาจทำให้เกิดคลื่น ซึ่งอาจทำให้ตำแหน่งที่กำหนดจุดไว้คลาดเคลื่อนได้ และจะส่งผลต่อการปฏิบัติภารกิจกู้ร่างในครั้งนี้

ขณะที่การทำงานของสื่อมวลชนก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอนุญาตให้สื่อมวลชนคัดเลือกตัวแทนเพียง 5 คนเท่านั้น เดินทางไปกับคณะของเจ้าหน้าที่เพื่อบันทึกภาพข่าว และหากทีมกู้ภัยใดขัดคำสั่งดังกล่าวจะให้หน่วยนั้นพักงานทันที โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า จะทำให้การปฏิบัติการกู้ร่างน้องมาวินขึ้นจากใต้ท้องน้ำยากลำบากยิ่งขึ้น ขณะที่แม่ของน้องมาวิน ก็ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพร่างของลูกชายเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทหารทีมงาน พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอกประวิทย์ รองนายกฯ ติดตามข่าวการค้นหาร่างน้องมาวิน และทราบว่าขณะนี้พบร่างแล้ว แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้เนื่องจากอยู่ในน้ำลึกประมาณ 70 เมตร ซึ่งท่านเป็นห่วงคณะทำงาน จึงได้สั่งการไปที่ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้จัดทีมนักประดาน้ำ กองทัพเรือ พร้อมให้นำห้อง Chamberและทีมแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ กองทัพเรือ เดืนทางมาสนับสนุนร่วมการค้นหาในครั้งนี้ 

โดยจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในวันนี้ เพื่อร่วมปฏิบัติการกู้ร่างทันที ซึ่งถือเป็นข่าวดีเนื่องจากทีมประดาน้ำกองทัพเรือมีขีดความสามารถและศักยภาพสูง หากได้มาร่วมช่วยเหลือทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะสามารถนำร่างน้องมาวินขึ้นมาได้ในวันนี้อย่างแน่นอน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิ่งกับพี่ตูน! ‘ตูน บอดี้สแลม’ร่วมวิ่งมาราธอน หารายได้มอบโรงพยาบาลเบตง

Posted on November 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693198

วิ่งกับพี่ตูน! 'ตูน บอดี้สแลม'ร่วมวิ่งมาราธอน หารายได้มอบโรงพยาบาลเบตง

วิ่งกับพี่ตูน! ‘ตูน บอดี้สแลม’ร่วมวิ่งมาราธอน หารายได้มอบโรงพยาบาลเบตง

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.48 น.

20 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 05.00 น. ที่สนามกีฬากลางเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่ง เบตง ฮาล์ฟ มาราธอน 21 พร้อมร่วมวิ่งในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยมี นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง หัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวเกือบ 2,000 คน เข้าร่วมวิ่ง ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความ

สำหรับการวิ่ง เบตง ฮาล์ฟ มาราธอน 21 มีผู้ร่วมวิ่งจำนวน 1,814 คน แบ่งเป็น 3 ระยะทาง คือ ระยะ 21 กิโลเมตร มีผู้ร่วมวิ่งจำนวน 383 คน ระยะ 10 กิโลเมตร  มีผู้ร่วมวิ่งจำนวน 495 คน ระยะ 5 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมวิ่งมากที่สุดจำนวน 936 คน ซึ่ง นายอธิวรา คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้อง ผู้ที่วิ่งการกุศลในโครงการก้าวคนละ ที่เริ่มจุดสตาร์จาก อ.เบตง จ.ยะลา-อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก็ได้มาร่วมวิ่งในระยะทาง 21 กิโลเมตรนี้ด้วย

สร้างความตื่นเต้น ประทับใจกับผู้ที่มาร่วมวิ่งเป็นอย่างมาก ที่ ตูน บอดี้สแลม กลับมาร่วมวิ่งในพื้นที่ อ.เบตง อีกครั้ง และหลังจากที่ช่วงค่ำวานนี้ ได้จัดแสดงคอนเสิร์ต ระเบิดความมัน มอบความสุข ให้กับผู้ที่เข้าร่วมวิ่งได้รับชม ที่โรงแรมแกรนด์แมนดารินเบตง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรรม เบตง ฮาล์ฟ มาราธอน 21  สะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดเส้นทาง

นายทิฆัมพร วงศ์นามโรจน์ ผู้บริหารโรงแรมแกรนด์แมนดาริน เบตง ทีมผู้จัดกิจกรรมวิ่ง “เบตง ฮาล์ฟ มาราธอน 21 เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นที่มีโอกาสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในฐานะคนเบตง กับการวิ่งการกุศลในโครงการก้าวคนละก้าว ซึ่งนำโดย นายอธิวรา คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม จาก อ.เบตง จ.ยะลา-อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้อำเภอเบตง

กลายเป็นที่รู้จักของผู้คนต่างพื้นที่มากขึ้น ตนจึงได้ร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวิ่งในอำเภอเบตงขึ้นอีกครั้ง ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เบตงเป็นสนามวิ่งถนนที่ได้มาตรฐานสากล ดึงดูดนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้าสู่เบตง ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ก็จะมอบให้กับโรงพยาบาลเบตง ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และดูแลสุขอนามัยให้แก่ประชาชนชาวเบตงด้วย

นอกจากนี้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ เสริมสร้างสุขภาพประชาชน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อให้เกิดผลดีทั้งในมิติสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจของอำเภอเบตงอีกด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทัพเรือพร้อมแล้ว! ส่งนักประดาน้ำกู้ร่าง’น้องมาวิน’ในเขื่อนศรีนครินทร์

Posted on November 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693195

ทัพเรือพร้อมแล้ว! ส่งนักประดาน้ำกู้ร่าง'น้องมาวิน'ในเขื่อนศรีนครินทร์

ทัพเรือพร้อมแล้ว! ส่งนักประดาน้ำกู้ร่าง’น้องมาวิน’ในเขื่อนศรีนครินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.20 น.

20 พฤศจิกายน 2565 พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นายมาวิน เนตร์เดชา อายุ 18 ปี ได้พลัดตกน้ำขณะนั่งซ้อนท้ายเจ็ตสกี กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และจมสูญหายตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของวันที่ 24 ตุลาคม 2565  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายได้ระดมสรรพกำลังในการค้นหาทั้งบนผิวน้ำ และใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 โดรนสำรวจใต้น้ำของทีมกู้ภัยได้พบร่างน้องมาวิน ลอยสูงจากผิวดินประมาณ 1-2 เมตร ที่ระดับความลึก 60 เมตร  ซึ่งเป็นระดับที่ลึกมาก ยากแก่การกู้ร่างขึ้นมา จำเป็นต้องใช้นักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง 

ในการนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ได้ประสานมายัง กองทัพเรือ จัดกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติการ ซึ่งพลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้จัดกำลังจากหน่วยของกองทัพเรือ ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานใต้น้ำสนับสนุนการกู้ร่างน้องมาวิน ดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์ในการกู้ร่างผู้เสียชีวิต

2. นายแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำพร้อมอุปกรณ์สนับสนุนนักประดาน้ำที่ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย

3. ชุดต่อต้านทุ่นระเบิดเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ Side Scan Sonar ของกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการสำหรับใช้ในการค้นหาตำแหน่งที่แน่นอนของร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งกำลังของกองทัพเรือชุดแรกจะเข้าพื้นที่ในเวลา 09.00 น. โดยจะมีการประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกว่าการดำเนินการจะบรรลุภารกิจ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า  สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่กองทัพเรือให้ความสำคัญ  โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนาย พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ  โดยมุ่งหวังในการเป็น กองทัพเรือที่ประชาชน เชื่อมั่นและภาคภูมิใจ ” The  Trusted Navy.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยังจับไม่ได้! ชาวอุทัยธานีผวา เจอ’จระเข้’เดินบนถนนช่วงกลางดึก

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693188

ยังจับไม่ได้! ชาวอุทัยธานีผวา เจอ'จระเข้'เดินบนถนนช่วงกลางดึก

ยังจับไม่ได้! ชาวอุทัยธานีผวา เจอ’จระเข้’เดินบนถนนช่วงกลางดึก

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.48 น.

20 พฤศจิกายน 2565 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา กู้ภัยเมืองพระชนก์ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ผ่านไปมา บนถนนสายอุทัย -โกรกพระ หมู่ 8 ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ว่าพบจระเข้ขนาดใหญ่ยาวกว่า 2 เมตร เดินอยู่บนถนน 

หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยชาวบ้าน พบว่าจระเข้ได้เดินลงไปในนาข้าวข้างทาง จึงนำกำลังไปยังบริเวณทุ่งนา  พบว่าจระเข้นอนอยู่ในนาข้าว  จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่ม พร้อมด้วยไฟฟ้าให้สว่างขึ้น  

ในระหว่าที่รอกำลังและไฟฟ้า จระเข้ได้คลานหนีไปก่อน จึงทำให้กู้ภัยเมืองพระชนก์ ยากกลับการทีจะติดตาม เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ  จึงได้ยุติในการที่ติดตาม จึงแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่า หากใครพบเจอจระเข้ในช่วงกลางวัน สามารถแจ้งยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเมืองพระชนก์ได้ทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บิ๊กป้อม’สั่งกองทัพเรือ ช่วยนำร่าง’น้องมาวิน’ขึ้นฝั่ง จมเขื่อนลึกกว่า74เมตร

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693187

'บิ๊กป้อม'สั่งกองทัพเรือ ช่วยนำร่าง'น้องมาวิน'ขึ้นฝั่ง จมเขื่อนลึกกว่า74เมตร

‘บิ๊กป้อม’สั่งกองทัพเรือ ช่วยนำร่าง’น้องมาวิน’ขึ้นฝั่ง จมเขื่อนลึกกว่า74เมตร

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.29 น.

บิ๊กป้อม สั่ง ผบ.ทร.จัดทีมนักประดาน้ำ กองทัพเรือ ช่วยค้นหาร่างน้องมาวิน หลังค้นพบร่างจมใต้ท้องน้ำลึกกว่า 70 เมตร แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้

20 พฤศจิกายน 2565 จากกรณี ‘น้องมาวิน’ วัย 18 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุตกจากเจ็ตสกี จมน้ำสูญหายไปในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ท้องที่ หมู่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2565 การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากและมีอุปสรรคต่างๆ ทำให้ต้องยกเลิกภารกิจการค้นหาเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา รวมเวลาทั้งสิ้น 16 วัน

แต่ทีมงานค้นหายังไม่ถอดใจ รวมถึง น.ส.เกสรา เฟื่องฟู หรือเก๋ ผู้เป็นแม่ของน้องมาวิน มีความหวังจะพบร่างลูกชาย จึงตัดสินใจจะค้นหาอีกครั้งในวันที่ 18 พ.ย. ตั้งเป้าหมายจะใช้เวลาค้นหา 2 วัน (19-20 พ.ย.65) จากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งร่วมวางแผนเตรียมอุปกรณ์ในการค้นหาร่างน้องมาวิน และนำมาเป็นประสบการณ์ในการค้นหาเคสต่อๆ ไป เนื่องจากร่างน้องมาวินถือเป็นร่างที่ 9 จมหายไปในเขื่อนศรีนครินทร์

ต่อมาวันที่ 19 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต่างๆ ร่วม 200 ชีวิต ได้ผนึกกำลังกันลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อค้นหาร่างน้องมาวินอีกครั้ง ด้วยการวางแผนการค้นหาแบ่งการทำงานอย่างชัดเจน โดยทีมโซนาร์ สแกนหาวัตถุใต้น้ำ, ทีมโดรนอากาศ ค้นหาทางอากาศ, ทีมโดรนใต้น้ำ ค้นหาในน้ำระดับความลึก 35-150 เมตร, ทีม scuba กู้ภัย ค้นหาใต้น้ำระดับความลึก 30 เมตร, ทีมเรือค้นหาตามผิวน้ำตามเกาะต่างๆ และหากพบร่าง ทางทีมนักดำน้ำเทคไดร์จะลงไปกู้ร่างทันที

 กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. เรือสแกน เจอวัตถุต้องสงสัย ต่อมาใช้โดรนลงไปตรวจสอบใต้น้ำ ปรากฎพบร่างคล้ายมนุษย์นอนหงายจมอยู่ใต้ท้องน้ำในระดับความลึก 70 เมตร โดย น.ส.เกสรา เฟื่องฟู หรือเก๋ แม่ของน้องมาวิน ได้ดูภาพจากจอมอนอเตอร์ ยืนยันว่า ร่างที่พบนั้นคือร่างของน้องมาวิน ซึ่งสร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่รวมทั้ง น.ส.เกสรา เป็นอย่างมาก

ทีมค้นหาได้แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมแรกอยู่ที่ระดับ 60 เมตร คนทีมที่สองที่ระดับ 45 เมตร ในลักษณะขั้นบันได โดยทีมแรกพร้อมโดรน พบร่าง น้องมาวิน แต่ไม่สามารถดำลงไปลึกกว่านี้ได้ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ จึงต้องกลับขึ้นมาก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์สนามทำการตรวจเช็คร่างกาย ซึ่งพบว่าบางรายมีอาการอ่อนเพลียต้องนำส่งโรงพยาบาล และต้องเฝ้าติดตามดูอาการ โดยแจ้งว่าจุดที่พบร่างมีระดับความลึกประมาณ 74 เมตร สภาพน้ำด่านล่างมีความหนาวเย็น คลื่นแรง และทัศนวิสัยมืดสนิท สุดท้ายภารกิจการค้นหาต้องยุติลงในเวลา 16.30 น.

ด้าน เล็ก ฝันเด่น จรรยา ธนากร ดารานักร้องนักแสดงชื่อดัง รวมทั้งนายเทิดศักดิ์ นัดสูงวงศ์ ทีมตอบโต้ภัยพิบัติเหตุการณ์นครปฐม นายชัยณัฐ วันเชียง ทีมกู้ภัยมังกร ครูฝึกนักดำน้ำ ที่ลงค้นหาน้องมาวิน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ร่วมกับทีมที่ลงไปค้นหาว่า แม่ของน้องมาวิน ยืนยันว่า ภาพจากโดรนใต้น้ำที่พบเป็น น้องมาวิน โดยยืนยันจากเสื้อผ้าที่สวมใส่

ซึ่งจุดที่พบวัดจากผิวน้ำในแนวดิ่งอยู่ที่ระดับความลึก 74 เมตร ซึ่งถือว่าลึกมากและอันตรายมาก เพราะโดยปกติระยะปลอดภัยอยู่ที่ 40 เมตร แต่หากจะดำในระดับความลึกมากกว่านั้นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีอุปกรณ์พิเศษเพื่อช่วยในการดำน้ำลึก ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการทำงานให้รัดกุม เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้ทำภารกิจนี้สำเร็จและเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่า ได้รับการประสานจากนายทหารทีมงานท่าน รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยท่านรองนายกได้ติดตามข่าวการค้นหาร่างน้องมาวิน และทราบว่าขณะนี้พบร่างแล้ว แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้เนื่องจากอยู่ในน้ำลึกประมาน70 เมตร ซึ่งท่านรองนายกฯเป็นห่วงคณะทำงาน

ท่านรองนายกฯจึงได้สั่งการไปที่ ผบ.ทร.ให้จัดทีมนักประดาน้ำ กองทัพเรือ พร้อมให้นำห้องChamberและทีมแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ กองทัพเรือ เดืนทางมาสนับสนุนร่วมการค้นหาในครั้งนี้ โดยจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในวันที่ 20 พ.ย.นี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯมั่นใจเอเปคส่งผลบวกภาคท่องเที่ยวทันที พร้อมพิจารณามาตรการสนับสนุน

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693185

นายกฯมั่นใจเอเปคส่งผลบวกภาคท่องเที่ยวทันที พร้อมพิจารณามาตรการสนับสนุน

นายกฯมั่นใจเอเปคส่งผลบวกภาคท่องเที่ยวทันที พร้อมพิจารณามาตรการสนับสนุน

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.14 น.

นายกรัฐมนตรีมั่นใจผลจากการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปคจะส่งผลบวกภาคท่องเที่ยวทันที แนะผู้ประกอบการรักษาคุณภาพบริการสร้างความประทับใจ พร้อมพิจารณามาตรการสนับสนุน

20 พฤศจิกายน 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มั่นใจว่าผลจากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เพิ่งสิ้นสุดลงไปนอกจากผลดีระยะยาวจากการผลักดันเศรษฐกิจ BCG ที่สร้างความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาธุรกิจ MSMEs และการเชื่อมโยงการค้าผ่านเขตการค้าเสรีเอเปค (FTAAP) แล้ว ผลบวกที่จะเกิดขึ้นทันทีคือภาคการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เนื่องจาก ตลอดช่วงเวลาการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปค โดยเฉพาะสัปดาห์การประชุมผู้นำระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.ที่ผ่านมา ไทยได้นำเสนอกิจกรรมต่างๆ เพื่อโปรโมททั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ศิลปะการต่อสู้เช่นมวยไทย ให้เป็นที่รู้จักและสื่อต่างชาติได้นำไปเสนอต่อ ขณะที่กิจกรรมระหว่างเยือนประเทศไทยของผู้นำหลายประเทศ ก็ได้กระตุ้นให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยอยู่ในความสนใจของชาวต่างชาติด้วย

“นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ผู้นำเอเปคจะเป็นแรงส่งต่อภาคการท่องเที่ยวในทันที ผนวกกับระยะนี้เป็นช่วงไฮซีซัน คาดว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทาง จึงขอให้ภาคธุรกิจผู้ประกอบการร่วมกับรักษาคุณภาพและมาตรฐานการบริการที่จะสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวกลับไปสู่จุดก่อนการระบาดของโควิด19 เน้นคุณภาพและความยั่งยืน” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  สำหรับมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะต่อไปนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อยู่ระหว่างเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เคยมอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้องให้หามาตรการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งเมื่อมีการเสนอแล้ว ครม. จะได้ทยอยพิจารณาเพื่อให้มีผลบังคับทันกับช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พ่อรอง เค้ามูลคดี’พาครอบครัว บวงสรวงพญานาค จุดธูปเจอเลขเสี่ยงทาย

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693184

'พ่อรอง เค้ามูลคดี'พาครอบครัว บวงสรวงพญานาค จุดธูปเจอเลขเสี่ยงทาย

‘พ่อรอง เค้ามูลคดี’พาครอบครัว บวงสรวงพญานาค จุดธูปเจอเลขเสี่ยงทาย

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.58 น.

20 พฤศจิกายน 2565 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริเวณด้านหลังแท่นประดิษฐานองค์พญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรจากพญาศรีสัตตนาคราช พญานาค 7 เศียรที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ด้านโชคลาภและความสำเร็จในกิจการงานต่างๆ โดยมีศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ตลอดจนนักกีฬาชื่อดัง และนักธุรกิจหลากหลายอาชีพจำนวนมาก เดินทางมากราบไหว้ขอพรอยู่เป็นประจำมิได้ขาด

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ดารา นักแสดง นักร้อง ได้พาครอบครัวอันแสนอบอุ่น คือ คุณพ่อรอง เค้ามูลคดี นักแสดงอาวุโส นักพากย์ และเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์-ละครโทรทัศน์) ประจำปี พ.ศ. 2560,โด่ง สิทธิพร สามี และน้องพริมมี่ลูกสาวแสนสวย

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนนักแสดง อาทิ วรรณษา ทองวิเศษ ควงหวานใจพระเอกลิเกสุดหล่อ/นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “อาท รณชัย” ที่คอยติดตามถ่ายภาพสวยๆอยู่ไม่ห่าง รวมทั้งธัญพร สนธิขันธ์ หรือ จอย ที-สเกิ๊ต ซึ่งเป็นวงสตริงหญิงล้วนที่ช่วงปี 2538 โด่งดังมากในหมู่วัยรุ่น จากค่ายเพลงคีตา เรคคอร์ดส หรือคีตา เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ และวาเนสซา บีเวอร์ นักร้อง นักแสดง นางแบบที่มีชื่อเสียงในยุค 90 โดยมีโหราศาตร์สากลในพระบรมราชินูปถัมภ์ อาจารย์วินไท  ไขนามเลขศาสตร์ดวงดาว(กระดานพลิกชีวิต) ซึ่งเป็นโหราศาสตร์ชื่อดังจากจังหวัดนครนายก เป็นเจ้าพิธีบวงสรวงอ่านโองการอัญเชิญเทพ

การนำครอบครัวและคณะเพื่อนนักแสดงมากราบไหว้องค์พญาศรีสัตตนาคราชในครั้งนี้ ยุ้ย ปัทมวรรณ,จอย ที-สเกิ๊ต,วาเนสซา บีเวอร์ และษา วรรณษา เปิดเผยว่าเดิมทีมีความศรัทธาต่อองค์พญานาคมานานแล้ว และเป็นจังหวะเหมาะที่พวกตนได้ร่วมกันทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม โดยเฉพาะน้ำหอมยี่ห้อ 2-o-clock ที่เป็นการคิดค้นกลิ่นหอมร่วมกัน ซึ่งพิสูจน์ได้ตอนเวลาไปเข้าฉากละครมักจะมีเพื่อนๆพี่ๆถามเสมอว่าใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร บางคนพูดเชิงติดตลกว่าอย่าเอาหน้ามาซุกทั้งวัน จึงมั่นใจว่าสูตรกลิ่นน้ำหอมนี้เป็นที่ถูกใจผู้คน แม้ยังไม่ทันขยายตลาดก็เริ่มมีคนเข้ามาขอซื้อแล้ว พวกเราจึงปรึกษากันว่าก่อนจะเปิดตัวน้ำหอมและเครื่องสำอางเต็มตัว ควรมาขอพรจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อเกิดความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป

ด้าน คุณพ่อรอง เค้ามูลคดี ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์-ละครโทรทัศน์) ประจำปี พ.ศ. 2560 เล่าย้อนกลับไปในอดีตประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา ว่า เคยเดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์ที่จังหวัดนครพนม สมัยนั้นกับปัจจุบันแตกต่างไปเยอะมาก แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือความน่ารัก อัธยาศัยไมตรีของชาวจังหวัดนครพนม ตนไปนั่งทานข้าวในร้านอาหารก็ยังมีคนจำได้ เข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปกันเยอะเลย และอยากฝากติดตามผลงานการแสดงที่จะออนแอร์ในเร็วๆนี้ทางช่อง 33

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากกลุ่มดารา นักแสดง นักร้อง ร่วมรำบวงสรวงถวายต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราชแล้ว อาจารย์วินไทได้เชิญคุณพ่อรอง เค้ามูลคดี จุดธูปมงคลเสี่ยงทายไว้ให้นักเสี่ยงโชค เพื่อนำไปเป็นแนวทางซื้อลอตเตอรี่ในงวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ซึ่งได้เลขมงคล 818 แต่บางคนกลับมองเห็นเป็นเลข 3 จึงมีคอหวยจำนวนมากถ่ายภาพส่งไปให้ญาติได้ดูกัน

ด้านคติความเชื่อต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีความเชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคแม่น้ำโขงด้านฝั่งลาว มีเศียร 7 เศียร เป็นตระกูลพญานาคที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์และพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นต้นตระกูลแห่งพญานาคทั้งหมด มีบริวาร 5,000 ตัว เป็นพญานาคที่ชอบรักษาศีลปฏิบัติธรรม และมาที่วัดพระธาตุพนมเสมอ เป็นเพื่อนกันกับพญาศรีสุทโธนาคราชที่ปกครองอยู่ทางฝั่งไทย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เปิดโครงการ ‘Abuse is Not Love’ จุดเริ่มต้นแก้ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693139

สกู๊ปพิเศษ : เปิดโครงการ ‘Abuse is Not Love’  จุดเริ่มต้นแก้ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก

สกู๊ปพิเศษ : เปิดโครงการ ‘Abuse is Not Love’ จุดเริ่มต้นแก้ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก (Intimate Partner Violence -IPV) ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของความรุนแรงที่พบเจอได้ง่ายที่สุดผ่านพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางร่างกาย วาจา จิตใจ และเพศ การทารุณกรรมทางการเงิน (Financial Abuse) รวมไปถึงการพยายามควบคุมพฤติกรรมของอีกฝ่าย ปัญหาความรุนแรงในคู่รักยังเป็นปัญหาสังคมหลักที่เกิดขึ้นในทุกสังคมและภูมิภาค

โดยหนึ่งในสามของสตรีทั่วโลกล้วนมีประสบการณ์กับความรุนแรงในคู่รักในชีวิต และมีผู้ประสบปัญหานี้เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำทุกฝ่ายต้องอยู่ใช้เวลาในเคหสถานร่วมกันมากขึ้นทำให้อัตราความชุกความรุนแรงต่อสตรีและบุคคลในครอบครัวในหลายประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดมากที่สุดถึง 60% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (YSL Beauty) ภายใต้ ลอรีอัล ประเทศไทย แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Abuse is Not Love”เพื่อเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนของความรุนแรงในคู่รัก (Intimate Partner Violence)ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นแก้ปัญหาความรุนแรงในคู่รักในประเทศไทยต่อไป

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากสถิติของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวทางหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน โดยในปี 2563 มีข่าวฆาตกรรมในคู่รัก มากถึง 323 ข่าว คิดเป็น 54.5% ของข่าวความรุนแรง
ในครอบครัวทั้งหมด เมื่อวิเคราะห์ข่าวฆาตกรรมในคู่รัก พบอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 30 ปี ถึง 54.1% สาเหตุหลักมาจากความหึงหวง ขาดสติเนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติด และความขัดแย้งเรื่องหนี้สิน

9 สัญญาณอันตราย (9 Warning Signs) ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในคู่รัก

1. ‘หมางเมิน’ ในวันที่พวกเขาโกรธ

2. ‘แบล็กเมล์’ ถ้าคุณปฏิเสธที่จะทำบางอย่าง

3. ‘ทำให้อับอายขายหน้า’ จนคุณรู้สึกไม่ดีกับตนเอง

4. ‘พยายามปั่นหัว’ เพื่อบังคับให้คุณทำหรือพูดบางอย่าง

5. ‘หึงหวง’ ในทุกอย่างที่คุณทำ

6. ‘ควบคุม’ ว่าคุณจะไปไหนและแต่งตัวแบบใด

7. ‘รุกราน’ ด้วยการตรวจโทรศัพท์หรือติดตามที่อยู่ของคุณ

8. ‘ตัดขาด’ ให้คุณออกจากเพื่อนและครอบครัว

9. ‘ข่มขู่’ ด้วยการบอกว่าคุณไม่ปกติและปลูกฝังความกลัว

ยิ่งไปกว่านั้น จากรายงานความรุนแรงต่อเด็กและสตรีปี 2564 พบหญิงไทยถูกทำร้ายร่างกาย จิตใจไม่ต่ำกว่า 7 คนต่อวัน มีการแจ้งความปีละ 30,000 ราย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มูลนิธิฯทำงานใกล้ชิดผู้ประสบปัญหา พบว่าหลายครั้งสามารถป้องกันไม่ให้รุนแรงบานปลายได้ หากผู้อยู่ในสถานการณ์มีความรู้ ความเข้าใจในสัญญาณความรุนแรงแต่เนิ่นๆ ดังนั้นตนหวังว่าโครงการ Abuse is Not Love จะทำให้ประชาชน ตระหนักเรื่องความรุนแรงในคู่รักมากขึ้น และส่งเสริมให้สังคมมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น 

นายจะเด็จกล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวยังคงเกิดขึ้นตลอด มีทั้งคู่รักชายหญิง คู่รักเพศเดียวกัน ทุกเพศมีโอกาสเผชิญความรุนแรงหมด ในแต่ละวันเรายังเห็นข่าวฆ่ากันตายในครอบครัว จนหลายคนอาจชาชิน ทั้งที่เป็นสิ่งที่ไม่ปกติมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลจึงพยายามประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มีกลไกและเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้เสียหาย

นายจะเด็จกล่าวว่า ผู้หญิงบางคนอาจดีใจว่าคนรักแสดงความหึงหวง และไม่คิดว่าเป็นความรุนแรงอะไร แต่ความรุนแรงนั้นไม่ได้มีเพียงการทุบตี ทำร้ายกันเห็นในเชิงรูปธรรม แต่ยังมีเชิงนามธรรม เช่น การใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ การเพิกเฉย ก่อนนำไปสู่ความรุนแรงที่ใหญ่กว่า จึงต้องมีการรณรงค์ในเรื่องนี้ รักหึงหวงไม่ใช่รักโรแมนติก แต่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ หรือการใช้อำนาจอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับการควบคุมคนรัก ก็อยากรณรงค์ว่ารักคือความเท่าเทียม รักคือการเคารพสิทธิกัน

“เมื่อมีความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว ผู้เสียหายไม่ควรอดทน บทเรียนผู้เสียหายที่มูลนิธิฯ ช่วยมา การอดทน ไม่ใช่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น คือ ผู้กระทำไม่อาจเลิกกระทำด้วยตัวเขาเอง ฉะนั้นผู้เสียหายต้องรักตัวเองให้มาก พาตัวเองออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้น” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าว

นางสาวเน (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเคยประสบกับสถานการณ์ถูกกระทำอย่างรุนแรง เล่าว่า ตอนอายุประมาณ 19 ปี ตนเริ่มคบหากับอดีตแฟนได้ประมาณ 1 ปี ช่วงแรกๆ ฝ่ายชายให้เกียรติ เอาใจใส่อย่างดี แต่พอช่วงหลังเริ่มดุด่า มีปากเสียงรุนแรง หึงหวง กล่าวหาว่าตนจะไปมีแฟนใหม่ ตอนทะเลาะกันมักจะมีญาติฝ่ายชายพูดจาเสียดสี มีอคติ แต่ตนยอมเพราะรักและอยากสร้างครอบครัวร่วมกัน แม้ถูกทำร้ายร่างกายก็อดทน เมื่อฝ่ายชายขอโทษก็หายโกรธ แต่สุดท้ายเหตุการณ์รุนแรงขึ้น มีการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ตบตี ชกต่อย ใช้มีดจี้คอ ผลักให้รถชน

“ที่รุนแรงสุดคือเตะที่ท้องอย่างแรงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและถึงแม้แพทย์แจ้งว่าตนตั้งครรภ์ แต่ฝ่ายก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ยังทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจเลิกและทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียวจนถึงปัจจุบัน โชคดีที่ได้รับคำแนะนำเสริมสร้างพลังใจจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเรื่อยมา โดยมีลูกเป็นกำลังใจสำคัญในการสู้กับปัญหาต่างๆ” นางสาวเน

ดังนั้น จึงอยากฝากถึงคู่รักทุกรูปแบบว่า ควรให้เกียรติกันไม่ควรกระทำความรุนแรงไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม และต้องจับสัญญาณความรุนแรงที่เขาแสดงออกมาให้ดี เพื่อจะได้หาทางเอาตัวเองออกจากความรุนแรงหรือยุติความสัมพันธ์ 

ขณะที่ จูลี่ เฮซเซล ผู้จัดการทั่วไปของ YSL Beauty ประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก เป็นหนึ่งในรูปแบบของความรุนแรงที่พบได้ง่ายสุด ทั้งร่างกาย วาจา จิตใจ และเพศ การทารุณกรรมทางการเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ การแก้ปัญหาคือการตระหนักสัญญาณเชิงพฤติกรรมและการแสดงออก ซึ่งโครงการ Abuse is Not Love จะช่วยรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้มากขึ้น โดยดำเนินการ 3 แนวทางคือ 1.สนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัยเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาความรุนแรงในคู่รัก 2.การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ 9 สัญญาณของความรุนแรงใน แก่ผู้คนอย่างน้อย 2 ล้านคนผ่านองค์กรพันธมิตรในหลากหลายประเทศ และ 3.อบรมพนักงาน YSL Beauty และBeauty Advisor เกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักในสถานที่ทำงาน

โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2563 ทาง YSL Beauty ได้ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นแล้วใน 17 ประเทศทั่วโลก และได้ให้ความรู้แก่เยาวชนกว่า 100,000 คนในการเข้าใจถึงสัญญาณอันตรายของความรุนแรงในคู่รัก และภายในปี 2573 YSL Beauty มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่ความรู้ให้กับคน 2 ล้านคนทั่วโลกผ่านความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นในหลายภูมิภาคทั่วโลก

สำหรับการดำเนินการโครงการ ‘Abuse is Not Love’ ในประเทศไทยจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2566 โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง YSL Beauty และมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลองค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง 9 สัญญาณอันตราย (9 Warning Signs) ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในคู่รักให้แก่คนไทยต่อไป โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ความรู้ในเรื่องความรุนแรงในคู่รักให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ 800 คนภายในปีแรกของโครงการ นอกจากนี้ยังจะมีกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อาทิ โร้ดโชว์ตามมหาวิทยาลัย การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงสัญญาณความรุนแรงในความสัมพันธ์ในวงกว้าง

“การสนับสนุนผู้หญิง โดยเฉพาะอิสรภาพของพวกเธอ เป็นความเชื่อหลักที่แบรนด์เรายึดมั่นมาโดยตลอด ความรุนแรงจากคู่รักทำให้พวกเธอไม่ได้รับความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี และอิสรภาพ เราจึงริเริ่มการทำงานที่ช่วยแก้ปัญหาที่ยับยั้งและเป็นอุปสรรคในการมีอิสรภาพตามคุณค่าและความเชื่อหลักของแบรนด์” ผู้จัดการทั่วไปของ YSL Beauty ประเทศไทย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(จบ) ถึงคราปรับใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชน

Posted on November 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693153

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(จบ)  ถึงคราปรับใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชน

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(จบ) ถึงคราปรับใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชน

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

(ต่อจากฉบับวันเสาร์ที่ 19 พ.ย. 2565) ยังคงอยู่กับงานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ทรัพยากร (มนุษย์) กับการเมือง : การเมืองว่าด้วยการจ้างงาน การจัดการกำลังคน และเจเนอเรชั่น” จัดโดยศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในตอนที่แล้ว รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายภาพวิวัฒนาการระบบการจ้างงานของไทย (หรือสยาม) จากอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงหลากหลายปัจจัยที่ท้าทายคนทำงานด้านบริหารจักการทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

ส่วนฉบับนี้ ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์ นักวิจัยอิสระในประเด็นนโยบายสาธารณะและกำลังคนภาครัฐ กล่าวถึงดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index)ซึ่งจัดทำโดยธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งพบว่า ในปี 2563 ไทยอยู่ในอันดับ 63 ของโลก ได้ 0.61 คะแนน หมายถึงเด็ก 1 คน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะสามารถสร้างผลิตภาพได้อยู่ที่ร้อยละ 60-61 ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนที่ผ่านมา นอกจากนั้น ไทยยังลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์เฉลี่ยประมาณ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อหัวต่อปี น้อยกว่าประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ถึง 3 เท่า

เมื่อดูต่อไปถึงโครงการกำลังพลในภาครัฐ ในปี 2563 เช่นกัน พบว่า5 อันดับแรกของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีจำนวนมากที่สุด ประกอบด้วย อันดับ 1 ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 25.35รองลงมา ข้าราชการพลเรือนสามัญ (ประจำกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ) ร้อยละ 24.97และอันดับที่ 3 ทหารประจำการ (ทหารอาชีพ) ร้อยละ 19.27 อันดับ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 14.86 และอันดับ 5 ตำรวจ ร้อยละ 12.64

ทั้งนี้ “มีการคาดการณ์กันว่าในอนาคตอันใกล้ หรืออีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องจ่ายเงินของภาครัฐให้กับคนที่ไม่ได้ทำงานแล้วมากกว่าคนที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน” เห็นได้จากการโตขึ้นของงบประมาณด้านบำเหน็จ-บำนาญเฉลี่ยร้อยละ 11 ต่อปี ในขณะที่งบค่าตอบแทนคนที่กำลังทำงานอยู่โตเฉลี่ยร้อยละ 1.7 ต่อปี และนี่คือหนึ่งในประเด็นท้าทายรัฐบาลชุดต่อไปหลังการเลือกตั้งในปี 2566

“แนวทางที่เขาจะใช้แก้ไขปัญหา เรื่องของการลดอัตรากำลังแน่นอนว่ายังคงอยู่ นอกจากนั้นส่วนราชการทั้งหมดจะต้องบรรจุอัตราว่างให้เสร็จภายใน 1 ปี เพื่อที่ให้การวิเคราะห์มันเสถียรที่สุด นอกจากนั้น ก.พ. (สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ก.พ.ร. (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)สำนักงบประมาณ จะต้องใช้ดิจิทัลในการทำงานมากขึ้น แล้วก็ใช้Outsource (จ้างเหมาภายนอก) ในบางตำแหน่ง

คือจะให้ส่วนราชการไปสำรวจเลยว่าอะไรทำ Outsource ได้อะไรที่ทำ Outsource ไม่ได้ ให้รีบมาบอกเลย เพราะว่าจะต้องปรับครั้งใหญ่ มันเริ่มมีปัญหาแรงกดดันในตัวงบประมาณแล้วจริงๆ นอกนั้นก็จะมีเรื่องของการกระจายอำนาจซึ่งก็เป็นไปได้ยากมาก แต่ก็เป็นแนวทางที่ถูกเสนอขึ้นไป แล้วก็มีรูปแบบการจ้างงานแบบใหม่ ก็คือพนักงานราชการเฉพาะกิจมาช่วยในการแก้ปัญหาตรงนี้” ชัชวินธ์ กล่าวถึงแนวคิดการแก้ปัญหากำลังคนของภาครัฐ

ชัชวินธ์ อธิบายเพิ่มเติมในคำว่า “พนักงานราชการเฉพาะกิจ” หมายถึงการพบกันครึ่งทางของลูกจ้างชั่วคราวซึ่งมีเงินเดือนที่น้อยและใช้ระยะการจ้างที่สั้น กับพนักงานราชการที่เงินเดือนมากกว่า แต่การจ้างจะลดลงมาเหลือเพียง 1 ปี แนวคิดนี้แม้จะท้าทายในประเด็นคนรุ่นใหม่อาจจะไม่เลือกเข้าไปทำงาน แต่ภาครัฐเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก แต่หลังจากนั้นส่วนราชการก็จะต้องบรรจุคนเข้าทำงานให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด
และยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหากำลังคนเป็นรายภาคส่วน แบ่งเป็น 1.กองทัพ การเปลี่ยนแปลงที่จะมาอย่างแน่นอนคือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนภารกิจ ซึ่งการจะทำได้สัดส่วนของข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหมก็ต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าข้าราชการทหาร แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องระมัดระวังคือการขยายอัตรากำลังของกองทัพเพื่อตอบสนองภารกิจซ้ำซ้อนกับพลเรือน เช่น การจัดการน้ำ การดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

2.ข้าราชการพลเรือน ต้องผลักดันหลักการ Open Government หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลการทำงานของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้, หลักการ Co-Production หมายถึงการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ (เอกชน-ประชาสังคม) ในการจัดบริการสาธารณะ เพื่อแบ่งเบาภาระของภาครัฐ และ 3.ภาคเอกชน การปรับตัวเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น แนวคิดเรื่อง Decentralized Autonomous Organization (DAO) หมายถึงการกระจายอำนาจในระดับทีม และใช้แอปพลิเคชั่นในการติดตามผลการทำงาน (Performance) เป็นระยะๆ,

การผลิตที่จะเป็นแบบ On-Demand มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนทำงานเพราะมีแนวโน้มที่การจ้างงานจะเป็นแบบสัญญาระยะสั้น หรือการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกำลังคนตามลูกค้าที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกัน องค์กรในภาคเอกชนต้องเผชิญความท้าทายจากความคาดหวังต่างๆ เช่น เป็นองค์กรที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรที่พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข เป็นองค์กรที่มีผู้นำดี ฯลฯ

“ที่จะเจอทั้ง 3 ส่วนไม่ว่าจะเป็นทหาร ข้าราชการพลเรือนหรือว่าธุรกิจ ก็คือเรื่องของการ Downsize (ลดขนาดองค์กร) เรื่องของ Network (การทำงานแบบเครือข่าย) Digital Transformation (เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีในการทำงาน) อันนี้เจอแน่ๆ ถ้าช้าจะมีปัญหามากเพราะพฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนไปค่อนข้างมากแล้ว AI (ปัญญาประดิษฐ์) อันนี้ผมคิดว่าเราเริ่มเรียนรู้จากจีนมากขึ้นแล้ว

ในวงการกฎหมายก็มีการศึกษาเรื่องนี้ เพราะอย่างที่จีนก็ใช้ในเรื่องของการคัดกรองคดีได้ค่อนข้างดีถึง 97% แล้วก็เรื่องของการเปิดพื้นที่ Co-Creation (มีส่วนร่วม) เรื่องของ Innovative Based (ฐานนวัตกรรม) และต้องคำนึงถึง Global Citizenship (ความเป็นพลเมืองโลก) ของคนรุ่นใหม่มากขึ้นด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่องค์กรจะต้อง Concern (ให้ความสำคัญ) มากๆ ขึ้นในภาพรวม” ชัชวินธ์ ระบุ

ในตอนท้าย ชัชวินธ์ กล่าวถึงข้อค้นพบเกี่ยวกับ “ปัจจัยที่ทำให้คนไทยลาออกจากที่ทำงาน (เดิม)” โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาองค์กรขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชนอย่างละ 1 แห่งพบว่า งานและสภาพการทำงานเป็นปัจจัยที่ทำให้คนลาออกมากที่สุดในฝั่งภาครัฐ (เช่น กฎระเบียบที่อึดอัด การเติบโตช้า พฤติกรรมการสั่งงานของหัวหน้างาน) ขณะที่ความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนลาออกมากที่สุดในฝั่งภาคเอกชน (หมายถึงเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในระนาบเดียวกันไม่ใช่หัวหน้างาน)

“อันนี้อาจจะต้องทุกเจน (Generation-รุ่นหรือช่วงวัย) เรื่องของการปฐมนิเทศ เรื่องของค่าตอบแทน เรื่องของการดูแลจิตใจ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำ ถ้าไม่ทำมีปัญหาแน่นอนถ้าเกิดเราอยากรักษาคนไว้” ชัชวินธ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สตูลสุดว้าว! พบยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีกลางทะเลวาฬบลูด้า 2 ตัวโผล่ว่ายน้ำอวดโฉม

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693112

สตูลสุดว้าว! พบยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีกลางทะเลวาฬบลูด้า 2 ตัวโผล่ว่ายน้ำอวดโฉม

สตูลสุดว้าว! พบยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีกลางทะเลวาฬบลูด้า 2 ตัวโผล่ว่ายน้ำอวดโฉม

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.41 น.

สตูลสุดว้าว! พบยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีกลางทะเลวาฬบลูด้า 2 ตัวโผล่เหนือน้ำบริเวณเส้นทางเกาะไข่ แหลมอ่าวสน ทิศใต้ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

วันที่ 19 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.นายมุมีน มาลินี ผู้ช่วยหัวหน้าอุททยานแห่งชาติตะรุเตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน อุทยานแห่งชาติตะรุเตาว่า พบวาฬ 2 ตัวโผล่เหนือน้ำบริเวณเส้นทางเกาะไข่ แหลมอ่าวสน ทิศใต้ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

โดยได้ทำการบันทึกภาพลงฐานข้อมูลทรัพยากรไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายมุมีน มาลินี ผู้ช่วยหัวหน้าอุททยานแห่งชาติตะรุเตา กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้ความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูล โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา เป็นท้องทะเลน้ำลึกและที่สำคัญจะพบวาฬบ่อยครั้ง โดยเฉพาะครั้งนี้เชื่อว่าเป็นวาฬบลูด้า โดยเป็นวาฬที่พบได้น้อยครั้ง เฉพาะพื้นที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอวดโฉมให้กับนักท่องเที่ยว โดยเมื่อปีที่แล้วมีรายงานพบวาฬบลูด้าแล้วครั้งหนึ่ง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,932,293 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ Asian Elephant Shower Jelly
สหรัฐฯ ตั้งข้อหา "เจมส์ โคมีย์" อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต "ทรัมป์" ในอินสตาแกรม
เพราะทุกวันคือรันเวย์! ‘Lady Gaga x Doechii’ ประชันลุคแฟชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร
ทายาทมหาเศรษฐีอินเดียยื่นมือช่วยฮิปโปโคเคน 80 ตัว หลังโคลอมเบียจ่อกำจัดทิ้ง
ศาลทหารอินโดฯ สั่งฟ้อง 4 ทหาร คดีสาดน้ำกรดใส่ "นักสิทธิมนุษยชน"

Recent Posts

  • ศาลเกาหลีใต้สั่งเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอกยอล” เป็น 7 ปี คดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
  • ศาลทหารอินโดฯ สั่งฟ้อง 4 ทหาร คดีสาดน้ำกรดใส่ “นักสิทธิมนุษยชน”
  • “กูเกิล” ทำข้อตกลงลับ “เพนตากอน” ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
  • ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”
  • “อีลอน มัสก์” ขึ้นศาลซัด OpenAI คือไอเดียของตน ก่อนถูกผู้บริหาร “ปล้น” ไปทำกำไร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d