Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ประมวลภาพ’แม่คะนิ้ง’ความสวยงามจากธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691698

ประมวลภาพ'แม่คะนิ้ง'ความสวยงามจากธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ประมวลภาพ’แม่คะนิ้ง’ความสวยงามจากธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.01 น.

วันนี้ (12 พ.ย.65) เพจ ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำภาพปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า “เหมยขาบ” หรือ “น้ำค้างแข็ง” หรือ “แม่คะนิ้ง” มาโพสต์ลงในเพจ ซึ่งเป็นภาพเมื่อวันที่ 10-11 พ.ย. โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ย.อุณหภูมิ ณ ยอดภูกระดึงต่ำสุด 9.5 องศาฯ สูงสุด 24.0 องศาฯ และวันที่ 11 พ.ย.อุณหภูมิ ณ ยอดภูกระดึง ต่ำสุด 10.5 องศาฯ สูงสุด 24.0 องศาฯ 

สำหรับใครที่ต้องการจะไปสัมผัสอากาศหนาว และชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ สามารถเดินทางไปกันได้ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งเปิดท่องเที่ยวและพักแรม “บนยอดภูกระดึง” ไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา กระท่อม ในมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691695

คุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา กระท่อม ในมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์

คุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา กระท่อม ในมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.13 น.

คอส.คุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา ยาสูบ กระท่อม ในมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 9 – 20 พ.ย.65 ที่สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ 

เปิดแล้วมหัศจรรย์งานช้างจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2565 ซึ่งถือเป็นงานอลังการหนึ่งเดียวในโลก (Amazing Surin’s Elephant Festival 2022)  ระหว่างวันที่ 9 – 20 พ.ย.65 ที่สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเที่ยวกันอย่างหนาแน่นทุกปี และภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงช้าง การเลี้ยงอาหารช้าง ยังมีการแสดงสินค้า การออกบูธนิทรรศการของส่วนราชการต่างๆ รวมไปถึงการจัดแสดงคอนเสิร์ตทุกคืนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวอย่างปลอดภัย และมีความสุขมากที่สุด ทางจังหวัดจึงมี นโยบายให้การจัดงานท่องเที่ยวปลอดภัย ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ยาสูบ” ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการควบคุมคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวนั้น ทางคณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสุรินทร์ (คอส.) ซึ่งเป็นทีมบูรณาการตรวจ 

โดยปกครองจังหวัดสุรินทร์ ปกครองเมืองสุรินทร์ สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ สนธิกำลังร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ (กอ.รมน.) สถานพินิจจังหวัดสุรินทร์ สรรพสามิตเขตพื้นที่เมืองสุรินทร์ สาธารณสุขอำเภอเมืองสุรินทร์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และเครือข่ายเฝ้าระวังควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสุรินทร์ ออกตรวจเตือนประชาสัมพันธ์ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ รวมไปถึงกัญชาและกระท่อมให้กับผู้ประกอบการร้านค้า ที่ขายสินค้าทั้งภายในและรอบๆบริเวณจัดงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ 

โดยกำชับไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบให้กับเด็กต่ำกว่าเด็กอายุ 20 ปี ห้ามขายจัดโปรโมชั่น ห้ามขาย – ห้ามดื่ม ห้ามโฆษณาตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึง การห้ามขายเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาและกระท่อมเพื่อสันทนาการในเขตพื้นที่จัดงาน ซึ่งเป็นสถานที่ราชการและบริเวณรอบงานซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะตามกฎหมาย  

นอกจากนี้ยังออกตรวจสถานที่จัดงาน ทั้งบริเวณจัดงานแสดงสินค้า และบริเวณลานคอนเสิร์ต เพื่อให้เกิดความพร้อม มีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการกระทำผิด การเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ลดความเดือดร้อนหรืออันตรายจากผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ ให้ประชาชนมาเที่ยวงานมหัศจรรย์งานช้างประจำปี 2565 อย่างปลอดภัย และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัดสุรินทร์ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ได้ใจทั้งงาน! ‘ปู พงษ์สิทธิ์’เดือดจัด โจ๋ตีกันหน้าเวที ยุส่งตัวต่อตัวเลย!

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691656

ได้ใจทั้งงาน! 'ปู พงษ์สิทธิ์'เดือดจัด โจ๋ตีกันหน้าเวที ยุส่งตัวต่อตัวเลย!

ได้ใจทั้งงาน! ‘ปู พงษ์สิทธิ์’เดือดจัด โจ๋ตีกันหน้าเวที ยุส่งตัวต่อตัวเลย!

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.54 น.

ได้ใจทั้งงาน! ปู พงษ์สิทธิ์ เดือดจัด โจ๋ตีกันหน้าเวที ยุส่ง ตัวต่อตัวเลย!

โซเชียลแห่แชร์นาทีเดือด ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้ไปทำการแสดงในงานลอยกระทงที่ สนาม รด เชียงราย มีแฟนเพลงเดินทางไปร่วมชมคอนเสิร์ตจำนวนมาก จู่ๆเกิดเหตุวัยรุ่นปะทะคารมกันหน้าเวที ทั้งมีการขว้างปาสิ่งของใส่กัน ขณะที่ ปู พงษ์สิทธิ์ ประกาศลั่นกลางเวที ยุติการแสดงชั่วขณะ พร้อมทั้งสั่งสอนวัยรุ่นที่ก่อเหตุ (ชมคลิป)

https://www.tiktok.com/embed/v2/7164609916399832346?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F691656

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7164726456134798619?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F691656

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชียงรายจัดเทศกาลสีสันกาสะลอง นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวคึกคัก

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691640

เชียงรายจัดเทศกาลสีสันกาสะลอง นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวคึกคัก

เชียงรายจัดเทศกาลสีสันกาสะลอง นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.30 น.

ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากให้ความสนใจพากันเดินทางไปท่องเที่ยวบริเวณงานเทศกาลสีสันกาสะลอง ที่ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดเชียงราย ร่วมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนังกานเชียงราย การท่องเที่ยวและกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย และภาคเอกชนจัดขึ้นที่บริเวณลานกาสะลองศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย  

โดยเฉพาะการเข้าชมความสวยงามของต้นคริสต์มาสหมอกพันวา เป็นการร่วมมือกันของชาวบ้าน กลุ่มชนเผ่าบนพื้นที่ดอยตุงที่ใช้เวลาว่างมาร่วมแรงร่วมใจถักทอผ้า ด้วยผ้าธรรมชาติและวัสดุในท้องถิ่นสื่อถึงการใช้ชีวิตทีเรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ เถาสน ไหมย้อมสี ผ้าฝ้าย และหญ้าแฝก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลายปักผ้าและของตกแต่งบนเครื่องแต่งกายของ 6 ชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย 

ได้แก่ อาข่า ลาหู่ ลัวะ ไทใหญ่ ไทลื้อและม้ง ที่แต่ละชนเผ่าจะมีอัตลักษณ์การแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป เช่น การประดับโลหะที่หมวก การปักลวดลายประจำเผ่าหรือประดับผ้าแถบสีสันสดใส โดยทั้ง 6 ชนเผ่า ซึ่งผ้าทอมืขนาด 1,000 วา หรือ 2,000 เมตรเลยทีเดียว สำหรับยอดต้นคริสต์มาส ประดับด้วย “ต๋าแหลว” ที่มักจะใช้ในพิธีกรรมล้านนาเช่นพิธีสืบชะตาหรือประดับไว้ตรงประตู มีลักษณะเหมือนกับกระจกแปดทิศ เพื่อดักความชั่วร้าย โดยได้ทำพิธีเปิดไฟรับเทสกาลอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงคืนที่ผานมา โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน

สำหรับงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างสีสันและต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมารับลมหนาวภาคเหนือในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมเผยแพร่ เรื่องราวทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าแห่งล้านนาให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นโดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาผสมผสาน โดยแต่ละปีจะมีไฮไลท์สุดพิเศษแตกต่างกันออกไป เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมงาน โดยปีนี้จัดให้มีขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน ยาวไปเดือนสิ้นเดือนมกราคม 2566

นอกจากนี้ ภายในยังจัดให้มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าๆให้ได้ชมในช่วงวันหยุดสัปดาห์แลละวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมาก อีกทั้งยังมีอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ปิ้งย่าง หรืออาหารประเภทยำ รวมไปถึงอาหารประจำถิ่นของกลุ่มชนเผ่าโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าและชาวไทยใหญ่ ที่ได้รับความนิยมคือข้าวซอยน้อย ข้าวแรมฟืนและข้าวฟืนทอด ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชมหรือนั่งรับประทารบริเวณงานท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามตลอดจนการเลือกซื้อสินค้าชุมชน งานหัตถกรรมชนเผ่าแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมหรือสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายที่มีจำหน่ายไว้จำนวนมาก

โดยนายภาสกร กล่าวว่า ปัจจุบันเชียงรายมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและสถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลายทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่าวงต่อเนื่อง โดยมีเที่ยวบินเปิดบินถึงวันละ 52 เที่ยวบินต่อวัน ขณะที่ตามดอยสูงก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ภูชี้่ฟ้า ผาตั้ง ดอยตุง ดอยแม่สลองหรือดอยผาหมี อีกทั้งในช่วงสิ้นปีจะจัดให้มีงานเทศกาลดอกไม้อีก 2 งาน ซึ่งคาดว่าปีนี้การท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคัก

“ทางจังหวัดได้เน่้นย้ำให้ทางผู้ประกอบการต่างๆรวมทั้งพี่น้องประชาชนในการเป้นเจ้าบ้านที่ดีให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่เอารัดเอาเปรียบให้บริการในราคาที่เหมาะสมเพื่อให้การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนซึ่งอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดเชียงราย ซึ่งช่วงนี้ไปถึงต้นปีหน้า เชียงรายมีทัศนียภาพที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างมาก” นายภาสกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691637

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.33 น.

นักเรียนยุวเกษตรกร 3 โรงเรียน กว่า 150 คน จับมือกันลงแขกดำนา มุ่งฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว เรียนรู้วิถีชาวนา ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง

ที่ บริเวณทุ่งนาบ้านเกาะแต้ว หมู่ 6 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา เกษตรอำเภอเมืองสงขลา นำเด็กนักเรียนยุวเกษตรกร 3 โรงเรียนในอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งประกอบด้วย ยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์  ยุวเกษตรกรโรงเรียนชัยมงคลวิทย์ และยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านกลาง เรียนรู้วิถีชาวนา ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว ร่วมกับกลุ่มนาข้าวพื้นเมืองบ้านเกาะแต้ว รวมกว่า 150 คน ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กๆมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพการเกษตร ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยมีเกษตรกรกลุ่มนาข้าวพื้นเมืองบ้านเกาะแต้วร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็ก และร่วมลงแขกดำนากับเด็กๆ ซึ่งการลงแขกดำนาทำให้เด็กได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ของคนในชุมชนในครั้งอดีต ที่แทบจะไม่มีให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็น มีทักษะการเรียนรู้การทำการเกษตรที่สามารถพึ่งตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสืบทอดวัฒนธรรมอันดีของบรรพบุรุษ โดยได้จัดกิจกรรมให้เด็กๆได้เรียนรู้การทำนาดำและการลงแขกดำนา ร่วมกันปักดำนาข้าว พื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ โดยใช้ข้าวพันธุ์หอมเบา ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองพันธุ์ดีของตำบลเกาะแต้วที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์คู่ท้องถิ่น ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้การทำนา จากการลงมือทำจริง ได้ประสบการณ์จริงจากการเรียนรู้นอกห้องเรียน  สร้างความเพลิดเพลิน และความสนุกสนานให้แก่เด็กยุวเกษตรกรเป็นอย่างดี หลังจากนี้ไป เด็กๆยุวเกษตรกรทั้ง 3 โรงเรียนก็จะได้เข้ามาเรียนรู้ในแปลงนาที่ตนเองปักดำไว้ตลอดฤดูกาล อีกประมาณ 4 เดือนข้างหน้า จะได้เก็บเกี่ยวข้าวและจะได้ร่วมกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวต่อไป

ทั้งนี้ เด็กนักเรียนยุวเกษตรกร จำนวน 3 โรงเรียนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ถึงแม้ว่าทุกคนจะมาจากต่างโรงเรียน ต่างพื้นที่ แต่วันนี้รวมใจเป็นหนึ่งเดียว จับมือกันลงแขกดำนา เป็นการเรียนรู้การทำนาและวิถีการลงแขกดำนาของชาวนาแบบดั้งเดิม ด้วยการลงมือทำจริง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่หาไม่ได้ในห้องเรียนหรือในโรงเรียน แถมได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมาตลอดเวลาอีกด้วย

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เต๋าภูศิลป์’ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691636

'เต๋าภูศิลป์'ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

‘เต๋าภูศิลป์’ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.23 น.

“เต๋า ภูศิลป์” นักร้องดังนำทีมศิลปินบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ มนต์รักธาตุพนม หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อความศรัทธาสองฝั่งโขงไทยลาว ถวายเป็นพุทธบูชาองค์พระธาตุพนม พระธาตุประจำปีเกิดปีวอกและคนเกิดวันอาทิตย์ ตั้งเป้าส่งเสริมวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ดึงนางเองเอ็มวีสาวลาวใต้ ร่วมแสดง พร้อมถวายเสียงองค์พญานาค เป็นสิริมงคลในโอกาสปล่อยซิงเกิ้ลเอ็มวีใหม่วันแรก ถือโอกาสจุดธูปเลขมงคล ให้โชคแฟนคลับ 070 11 ขายเกลี้ยงแผง

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 11 พ.ย.65 ที่ลานแลนด์มาร์คองค์พญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีศิลปินนักร้องชื่อดัง เต๋า ภูศิลป์ หรือ ภูศิลป์ วารินรักษ์ หรือนายเกษม ศรีสมบูรณ์ อายุ 30 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี เจ้าของผลงานเพลงดัง อ้อมกอดเขมราฐ พร้อมคณะทีมงานศิลปินนักร้อง ข้าวทิพย์ ธิดาดิน,ลำเพลิน วงศกร,ก้านตอง ทุ่งเงิน ร่วมพิธีบวงสรวงบูชาองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยถือฤกษ์ วันที่ 11 เดือน 11 ปฐมฤกษ์ ถวายเครื่องเซ่นไหว้ ขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช ในโอกาสที่เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ และปล่อยเอ็มวีใหม่เป็นวันแรก ชื่อเพลง มนต์รักพระธาตุพนม เป็นมิวสิควีดีโอ รวมถึงเนื้อหาเพลงที่ถ่ายทำเกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ จ.นครพนม คือ องค์พระธาตุพนม และองค์พญาศรีสัตตนาคราช รวมถึงส่งเสริมขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมสองฝั่งไทยลาว ในมิวสิกเพลงดังกล่าวยังได้ มีนางเอก MV สาวสวยคือ น้องพุดทะสอน สีดาวัน สาวลาวใต้ที่เคยเล่นมิวสิกวีดีโอ เพลงอ้อมกอดเขมราฐ มาก่อน

หลังประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะบวงสรวงต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้ถือโอกาสร้องเพลงถวายเสียง ซิงเกิ้ลแรก มนต์รักพระธาตุพนม พร้อมรำถวายร่วมกันให้บรรดาแฟนแพลงได้ร่วมสนุกสนาน และรับฟังในโอกาสนี้ได้ถือโอกาสจุดธูปเลขมงคลให้โชคแฟนคลับ นำไปเสี่ยงโชคงวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 จุดได้เลข 070 รวมถึงเลขมงคล 11 ส่งผลให้ บรรดาแฟนคลับ คอหวยพากันนำไปเสี่ยงโชค ซื้อลอตเตอรี่จนเกลี้ยงแผง นอกจากนี้ยังได้จัดคณะกลองยาว จัดมหรสพดนตรี สร้างสีสันความสนุกสนานของบรรดานักร้องศิลปินลูกทุ่งหมอลำ เป็นการถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช และให้แฟนคลับได้ร่วมสนุกสนาน

เต๋า ภูศิลป์ หรือ ภูศิลป์ วารินรักษ์ เปิดเผยว่าวันนี้รู้สึกดีใจมาก อีกทั้งเป็นฤกษ์ดี ที่ได้นำทีมศิลปินนักร้อง มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ บวงสรวงขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์สองฝั่งโขง รวมถึงเป็นฤกษ์ดี วันที่ 11 เดือน 11 จึงถือโอกาสขอพรเปิดตัวซิงเกิ้ล รวมถึงเอ็มวีใหม่ในชื่อเพลง มนต์รักพระธาตุพนม เป็นซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่ถ่ายทำจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวของ จ.นครพนม มีองค์พระธาตุพนม องค์พญาศรีสัตตนาคราช

เนื้อหาเป็นเรื่องราวของความรักของสาวนครพนม โดยได้นางเอกสาวสวย น้องพุดทะสอน สีดาวัน สาวลาวใต้ ที่เคยเล่นมิวสิกวีดีโอ เพลงอ้อมกอดเขมราฐ มาก่อน เป็นการสื่อความหมายถึงความสมพันธ์ของไทยลาว แสดงในฐานะเป็นสาวนครพนม คู่รักที่มีความรักความศรัทธาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของ จ.นครพนม รวมถึงเป็นการ ส่งเสริม ประเพณีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามทั้งฝั่งไทยฝั่งลาว เพราะตนมีความผูกพันกับสายน้ำโขง พื้นเพเป็นชาว จ.อุราชธานี ที่สำคัญเกิดปีวอก และวันอาทิตย์ ที่มีองค์พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำวันเกิด จึงเกิดแนวคิดที่จะทำผลงานเพลงเกี่ยวข้องกับองค์พระธาตุพนม รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ จ.นครพนม และยากมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

เต๋า ภูศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับปีชง หลายคนเชื่อว่าปีวอกเป็นปีชง ซึ่งเป็นปีเกิดของตน แต่ตนเชื่อว่า ถ้าเรามีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะปีไหนดีทั้งหมด อยู่ที่ความตั้งใจ ถือว่าปีนี้ถึงเป็นปีชง แต่งานปังมาก มีงานตลอดเวลา  ส่วนเรื่องสุขภาพพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ เหนื่อยบ้าง พักบ้างแต่ยังไหว

ส่วนการทำบุญไม่ได้เจาะจงที่วัดไหน ขอให้มีโอกาส พร้อมจะทำบุญทุกวัด ล่าสุดไปทำบุญที่วัดศรเมือง เวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้เงินประมาณแสนบาท ถวายวัดเป็นอานิสงค์ผลบุญส่วนหนึ่ง  อย่างไรก็ตามในการสร้างผลงานเพลงทุกเพลง ตนมีความตั้งใจมากที่ จะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีอีสาน รวมถึงวัฒนธรรมชาวลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะเพลงล่าสุด มนต์รักพระธาตุพนม มีความตั้งใจมากที่ จะร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว  และเป็นความเชื่อความศรัทธาส่วนตัว จึงฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ในวันที่ 11 เดือน 11 ไม่คาดหวังจะได้กี่วิว เพียงได้ทำเพื่อความภาคภูมิใจ ในความเชื่อความศรัทธา อีกเรื่องฝากผลงานละครเรื่องซิ่นลายโส้จึงฝากติดตามด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691566

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“เรื่องสันติภาพและความยุติธรรมมันเป็น 1 ในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน แล้วเรามีปัญหาในเรื่องนี้มาก 12 ล้านคน เป็นอาชญากร มีชื่อในทะเบียนประวัติอาชญากรรม มี 5 หมื่นกว่าคนที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ติดคุกอยู่ เรื่องเหล่านี้จะแก้ไขอย่างไร กระบวนการยุติธรรมไทยถ้าจนก็ลำบากติดคุกไป เหลื่อมล้ำสูง คุกเต็มไปด้วยคนจนและมีสิ่งที่เรียกว่าแพะอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วก็สู้คดีลำบากเพราะติดคุกไปแล้วจะหาโอกาสสู้คดีมันสู้ยาก”

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “ปัญหาการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิดในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย” เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. 2565 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ถึงปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ที่ต้นตอของปัญหาคือ “การไม่ได้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์” แม้จะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม

ซึ่งที่มาของแนวคิดนี้คือหลักการแบ่งแยกอำนาจ โดยผู้ที่จะบอกได้ว่าใครผิด-ไม่ผิด มีเพียงศาลเท่านั้น ส่วนการตั้งข้อกล่าวหาของตำรวจเป็นการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นอำนาจบริหาร หากเป็นชั้นพนักงานสอบสวนก็เป็นผู้ต้องหา หากส่งฟ้องศาลแล้วก็เป็นจำเลย แต่ยังไม่ผิดจนกว่าศาลจะตัดสิน โดยรัฐธรรมนูญที่ใช้กันในปัจจุบันคือฉบับ 2560 มาตรา 29 วรรคสอง ระบุว่า ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้

และวรรคสามที่ระบุว่า การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจําเลยให้กระทําได้เพียงเท่าที่จําเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ซึ่งหลักนี้วางไว้มาตั้งแต่ปี 2492 แต่ในทางปฏิบัติ การเป็นอาชญากรเริ่มต้นตั้งแต่ถูกตำรวจตั้งข้อหา อาทิ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 12 การพิมพ์ลายนิ้วมือ กำหนดให้นำรายชื่อและประวัติของผู้ต้องหาทุกคนบันทึกลงในทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดของแต่ละคนว่ามีคดีอะไรและคดีนั้นกระบวนการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว และไม่สามารถลบออกได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทราบว่ามีการแก้ไขในส่วนของคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลตัดสินยกฟ้อง ทะเบียนประวัติก็จะถูกคัดแยกเพื่อลบออกต่อไป แต่สิ่งที่ต้องพยายามผลักดันให้แก้ไขกันต่อไปคือ กรณีที่ศาลตัดสินโทษเพียงรอลงอาญา หรือลงโทษปรับเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยควรให้ลบประวัติออกด้วย ซึ่งปัจจุบันยังลบประวัติในส่วนนี้ไม่ได้ ทั้งที่คนกลุ่มดังกล่าวไม่ควรถูกนับรวมเป็นอาชญากร และไม่มีประเทศใดที่ใช้เกณฑ์แบบนี้

“แม้กระทั่งติดคุก ในประเทศจำนวนมากเขาต้องถือว่าติดคุกต้องหลายเดือนขึ้นไป 6 เดือนขึ้นไปบ้างถึงเป็นอาชญากร ถ้าน้อยกว่านั้น เช่น ลหุโทษเราแค่ 1 เดือน เป็นอาชญากรหรือ? ติดคุกแค่ 1 เดือน แต่เรานี่หนักกว่า รอลงอาญาหรือว่าแค่โทษปรับก็เป็นอาชญากรแล้วลบไม่ได้เลย อันนี้ก็เป็นขั้นต่อไปที่กำลังดำเนินการว่าจะขอให้นอกจากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ศาลยกฟ้อง พลเมืองของเราแค่ศาลรอลงอาญาหรือแค่โทษปรับก็ควรลบให้เขาด้วย เพราะพวกเขาไม่ใช่อาชญากร

ผมเห็นว่าถ้าท่านไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมพูดในภาพรวม ส่วนใหญ่จะถือว่าอาชญากรคือผู้ทำผิดกฎหมายอาญา เขาถืออย่างนั้น ฉะนั้นแม้ว่าศาลจะรอลงอาญาหรือแค่โทษปรับคุณก็เป็นอาชญากรแล้ว แต่ไม่ได้! เราทำให้คนของเราประมาณ 10 ล้านคนไม่มีงานทำ สมัครงานดีๆไม่ได้ แล้วนี่เป็นสาเหตุสำคัญและเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่เราต้องไปนำเข้าแรงงานจากเพื่อนบ้านมาช่วยงานเรา เพราะคนไทยด้วยกันทำงานไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาแค่โทษปรับหรือว่ารอลงอาญา ต้องแก้ไข” อาจารย์ปริญญา กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังมีคำว่า “ปล่อยชั่วคราว” ซึ่งสะท้อนภาพกระบวนการยุติธรรมของไทย เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้จะเน้นขังไว้ก่อนเป็นหลักจนกว่าศาลจะตัดสินยกฟ้อง เว้นแต่มีเหตุจึงให้ปล่อยตัวไปชั่วคราวได้ ซึ่งก็คือการประกันตัวแต่ด้วยความที่ศาลมักจะไม่อนุญาตให้ประกันหากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ทำให้เมื่อตำรวจตั้งข้อหาก็จะมักจะตั้งข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดไว้ก่อนเพื่อหวังว่าผู้ต้องหาจะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว อีกทั้งเมื่ออยู่ในเรือนจำก็ต้องถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังที่ศาลตัดสินแล้วว่ากระทำผิด

ซึ่งที่มาของปัญหานี้คือ ในขณะที่รัฐธรรมนูญไทยรับรองหลักการเรื่องบุคคลย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสินว่าผิด ครั้งแรกในปี 2492 แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิฯ อาญา) มีมาตั้งแต่ปี 2477 ซึ่งสาเหตุที่ไม่มีการแก้ไข เพราะประเทศไทยมีการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญกันหลายครั้ง จนนานวันเข้าเรื่องนี้ก็ถูกลืมเลือนไป อย่างไรก็ตาม ป.วิฯ อาญา มีการแก้อยู่บ้าง เช่น ในปี 2547 มีการแก้ไขให้ระบุถ้อยคำในมาตรา 107 ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

รวมถึงแก้ไขในมาตรา 108/1 เพื่อไม่ให้ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ จึงมีการระบุเหตุแห่งการที่จะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไว้ ได้แก่ 1.ปล่อยแล้วอาจหลบหนี 2.ปล่อยแล้วอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน 3.ปล่อยแล้วอาจไปก่ออันตรายประการอื่น 4.ผู้ยื่นขอประกันหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่น่าเชื่อถือ และ 5.ปล่อยแล้วอาจทำให้เกิดอุปสรรคหรือความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือดำเนินคดีของศาล แต่ก็ยังไม่แก้ถ้อยคำว่าปล่อยชั่วคราว

“ปัจจุบันประมาณ 20% ของคนที่อยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ ประมาณ 20% ตัวเลขที่ 5 หมื่นกว่า กลมๆ ก็ 6 หมื่นคน ที่เป็นผู้ต้องขังในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ การพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการ หรือการพิจารณาคดีของศาล ซึ่งถ้ายึดตามมาตรา 29 ว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เรามีถึง 6 หมื่นคน 20% แล้วคุกจะไม่ล้นได้อย่างไร ทั้งๆ ที่หลักแล้วถ้ายังบริสุทธิ์อยู่ก็ต้องได้สู้คดีนอกคุก” อาจารย์ปริญญาระบุ

ด้าน รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในการดำเนินคดีอาญารัฐมีหน้าที่ค้นหาความจริง หากผู้ใดกระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษอย่างเหมาะสม แต่หากผู้ใดเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องคืนความยุติธรรมให้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าจะขังหรือปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด โดยหลักคิดว่าจะปล่อยหรือขัง เช่น ปล่อยแล้วจะหนีหรือไม่ จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ หรือไปก่อเหตุอันตรายหรือไม่ เป็นต้น

ดังนั้นในการดำเนินคดีอาญาสักคดีหนึ่ง ตั้งแต่กระบวนการสอบสวนจนถึงก่อนวันที่ศาลตัดสิน ระหว่างทางอาจไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาหรือจำเลยแม้แต่วันเดียวเลยก็ได้ โดยเมื่อเทียบกับ ป.วิฯ อาญา ของฝรั่งเศส มาตรา 144 ระบุว่า “การขังระหว่างพิจารณาคดีจะใช้เป็นมาตรการสุดท้ายหากวิธีอื่นใช้ไม่ได้แล้ว” โดยก่อนศาลจะสั่งขัง ยังมีมาตรการอื่นๆ ให้เลือกใช้ก่อน

ตั้งแต่มาตรการควบคุมโดยศาลกำหนดเงื่อนไข (อาทิ กำหนดวันรายงานตัวทุกสัปดาห์ ห้ามไปพบผู้เสียหายห้ามไปพบพยาน ฯลฯ) หากไม่ทำผิดเงื่อนไขก็ยังใช้ชีวิตปกติระหว่างการพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องถูกสั่งขัง หรือแรงขึ้นมาอีกคือมาตรการควบคุมที่บ้านโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์
(ติดกำไล EM) ในขณะที่ประเทศไทยนั้น ป.วิฯ อาญา ไม่ได้ระบุลำดับขั้นตอนแบบนี้ไว้ จึงกลายเป็นการทำกลับด้านกัน คือขังก่อนแล้วให้ไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และนี่เป็นจุดสำคัญที่ไทยต้องเปลี่ยนวิธีคิด

“สิ่งที่ดีขึ้นคือข้อบังคับประธานศาลฎีกา ซึ่งประกาศออกมาปีนี้เอง ปี’65 ผมว่าเป็นเรื่องที่ศาลเขาได้พัฒนาแล้วเขาได้ปรับไปก่อนกฎหมายวิฯ อาญา ท่านได้อธิบายเรื่องพวกนี้ไว้ในข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าแม้มีเหตุออกหมายขังได้แต่ศาลมีวิธีการป้องกันไม่ให้หลบหนีใช้วิธีอื่นได้ศาลจะงดออกหมายขังก็ได้ แต่มันเป็นแค่ข้อบังคับ เมื่อเป็นข้อบังคับประธานศาลฎีกาแต่ตัวพระราชบัญญัติก็คือประมวลกฎหมายวิฯอาญา ยังอยู่บนพื้นฐานของการขังเป็นหลักแล้วก็ไปขอปล่อยชั่วคราวอยู่ มันอาจจะไม่ได้แก้ทั้งระบบ

อันที่สองเมื่อเป็นข้อบังคับยากมากที่นักกฎหมายจะรู้และจะไปเรียน โดยเฉพาะนักศึกษาก็ยังไม่ได้เรียนเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นผมเห็นว่าเมื่อมันมีจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วในข้อบังคับประธานศาลฎีกา ข้อ 44/1 ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ด้วย ผมว่าสิ่งเหล่านี้ควรไปอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้เกิดการบังคับใช้อย่างเป็นมรรคเป็นผลจริงๆ ไม่ใช่มาขังเป็นหลักแล้วมาปล่อยชั่วคราวทีละคดีไป” อาจารย์ปกป้อง กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันที่ 13 พ.ย. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691587

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.47 น.

มีผู้ถามธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ว่า : ถ้ามีโลภ โกรธ หลง แสดงว่าเรามีอัตตา ใช่ไหมคะพระอาจารย์ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ตอบว่า : อ๋อ แน่นอนอยู่แล้ว อัตตามันเป็นตัวสุดท้ายที่เราจะไปแกะ ตอนนี้เอาตัวที่มันง่ายๆก่อน ตัวง่ายๆก็นี่ ตัวที่มันจะหลอกให้เราไปเปิดร้านขายยานี่ก็ง่ายหน่อย เราต้องคิดว่าเวลาเราไม่แน่นะ เกิดจะตายขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ เราต้องรีบขวนขวายทางธรรม วิธีหนึ่งก็คือนี่ อย่าไปคิดว่าเราต้องทำงานสะสมเงินทองไว้ แล้วเราจะได้ไปปฏิบัติธรรมได้ เราควรจะคิดว่าเราไปหาวัด อยู่วัดไหนดีกว่าที่เขาไม่เก็บสตางค์ กินข้าววัดได้ เพียงแต่ไปช่วยงาน ทำงานอะไรในวัด แล้วได้ปฏิบัติธรรมไปด้วยก็น่าจะดีกว่านะ 

อันนี้พูดแบบกลางๆ นะ อย่างที่เคยพูดว่าคนฉลาดหาสติ คนโง่หาสตางค์ สติเป็นที่พึ่งของใจได้ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ คนโง่ก็มัวคิดแต่หาสตางค์ คนฉลาดนี่หาแต่สติ ถ้ามีสติและใจมีอุเบกขาแล้ว อดมื้อกินมื้อก็อยู่ได้ นอนกับดินกินกับทรายก็อยู่ได้ แต่ถ้าหาสตางค์นี่ แสดงว่าสำอางแล้ว ต้องกินอย่างนั้น ต้องกินแบบนี้นะ ถ้าอย่างนี้ไปไม่รอด รับประกันได้ไปไม่รอด 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕ (ที่มา เพจพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดดีใจ! ‘เจ้ากังฟู’สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691565

สุดดีใจ! 'เจ้ากังฟู'สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

สุดดีใจ! ‘เจ้ากังฟู’สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.47 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 จากกรณี “เจ้ากังฟู” สุนัขเพศผู้ พันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ป่วยมีเนื้องอกหนักเกือบ 5 กิโลกรัม ห้อยต่องแต่งที่ใต้ท้อง ชอบเดินเล่นบนถนนสายยางซ้าย-ปากพระ หมู่ 1 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้พบเห็นรู้สึกสงสาร จึงแจ้งผู้สื่อข่าวให้มาช่วยนำเสนอจนกลายเป็นข่าวดัง ทำให้มีผู้ใจบุญมารับตัวไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ

โดยหลังจาก “เจ้ากังฟู” ได้รับการผ่าตัด และต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสัตว์ที่กรุงเทพฯ เป็นระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ ล่าสุด นายหัสนัย สามเกษร อาสาสมัครบ้านศักดิ์ระพี เพื่อสัตว์ด้อยโอกาส ได้เดินทางไปรับตัวเจ้ากังฟูจากกรุงเทพฯ นำมาส่งคืนเจ้าของถึงบ้านที่ จ.สุโขทัย แล้ว

นายหัสนัย บอกว่า บ้านอยู่นครสวรรค์ และเป็นอาสาสมัครบ้านศักดิ์ระพี เพื่อสัตว์ด้อยโอกาส คอยดูแลช่วยเหลือสุนัขในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พอทราบข่าว “เจ้ากังฟู” ก็รีบบึ่งรถมารับไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดเกือบ 40,000 บาทนั้น มีผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคเข้ามาเพื่อยืดชีวิตให้กับเจ้ากังฟู

“พอเจ้ากังฟูเห็นผมไปรับ ก็มีอาการกระโดดโลดเต้นดีใจ ส่งเสียงร้องทักทาย เอาหน้ามาถูตัว เหมือนกับรู้ว่าจะได้กลับบ้านแล้ว พอถึงสุโขทัยก็เลยต้องขังไว้ในกรงก่อน เพราะกลัวจะไปวิ่งเล่นซนบนถนน ดูแล้วคงคิดถึงบ้าน คิดถึงเจ้าของมาก”

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691545

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.02 น.

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเปรี้ยว จนน้ำลายสอ ต้องไปที่ร้านกุลรภัส กะปิหวาน กะปิ โหว่ น้ำปลาหวาน ที่มีเจ้าของเป็นอดีตข้าราชการสาว ผันตัวเองเป็นแม่ค้า ทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่ว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลไม้เปรี้ยวๆ มาจิ้มกินกันอย่างน้ำลายสอ กันทีเดียว

นางสาวกุลรภัส รุ่งเรือง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านกุลรภัส กะปิหวาน กะปิ โหว่ น้ำปลาหวาน  ถนนสังฆบูชา หรือถนนคนเดินตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า เดิมทีตนมีอาชีพรับราชการอยู่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลกตลอดเวลาก็มีความคิดอยากหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ประกอบกับตัวเองเป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวกับเครื่องจิ้มแต่พบว่าเวลาไปซื้อรับประทานจะมีเพียงผลไม้จิ้มกับน้ำปลาหวานธรรมดา แต่สำหรับตนนั้นชอบเครื่องจิ้มที่มีรสชาติแซ่บ ใส่น้ำปลาร้า ใส่กะปิ เน้นมีความเผ็ด เวลารับประทานกับผลไม้รสเปรี้ยวจะได้ความกลมกล่อม ความอร่อยฟินที่แตกต่าง เออรี่ออกมาหลังจากรับราชการมาได้ 25 ปีเต็มช่วงแรกๆก็หารายได้พิเศษเฉพาะวันเสาร์ แต่พอเริ่มทำอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูกลองการตลาดใช้เวลาในการทดลองตลาดนานถึง 4 ปีก่อนที่จะมาลงตัว

“ช่วงนั้นด้วยตนทำงานอยู่พัฒนาชุมชนอยู่แล้ว มีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จึงได้เข้าร่วมสู่กระบวนการ OTOP มีการพัฒนาสินค้าให้อยู่ได้นานขึ้น มีความอร่อย มีแพ็คเกจจิ้งดี เด่น น่ารับประทาน ดูสะอาด จึงเริ่มทำเป็นผลิตภัณฑ์กะปิโหว่และน้ำปลาหวานปลาร้าคั่วออกมา ซึ่งปรากฏว่าก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีออกมา จึงได้มีการพัฒนารสชาติของน้ำปลาหวานออกมาเป็น 10 รสชาติ และก็ดูว่าลูกค้าชื่นชอบอะไรมากที่สุด สุดท้ายมาลงตัวที่ 6 รสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบ โดยเฉพาะกลุ่มกะปิโหว่ จะมีอายุเก็บรักษาได้นานถึง 3 เดือน ขณะที่น้ำปลาหวานต้องแช่อยู่ในตู้เย็นจึงจะอยู่ได้นานถึง 1 เดือนครึ่ง”

นางสาวกุลรภัส กล่าวว่าข้อดีข้อเด่นของน้ำปลาหวานของที่นี่ จะไม่เหม็นคาวเหมือนกับพื้นที่อื่น เนื่องจากว่ามีการใส่เครื่องเทศเฉพาะทำให้รสชาตินัว มีกลิ่นหอม ที่สำคัญใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี อย่างเช่น กะปิโหว่ จะใช้กะปิของคลองโคน กะปิอย่างดีของจังหวัดสมุทรสงคราม มาเป็นส่วนผสมหลัก จากเครื่องปรุงเฉพาะพริกแล้วก็น้ำตาล 

ส่วนกะปิหวานปลาย่าง  จะใช้ปลาย่างจากปลาสร้อยเท่านั้น มีการอบคั่วให้หอม ไม่มีกลิ่นเหม็นคาว ผสมกับกะปิและน้ำตาล ส่วนน้ำปลาหวานจะใส่กุ้งแห้งอบลงไปเพิ่มขึ้น เป็นรสชาติเฉพาะตัว กะปิคลุกฝุ่นคล้ายๆพริกเกลือ เพียงแต่มีส่วนผสมหลักเป็นกะปิคลองโคน พริก น้ำตาลและก็เกลือเล็กน้อยคลุกผสมรวมกัน กะปิหวานปลาร้าคั่ว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเข้ามาช่วยพัฒนาใช้ปลาร้า จากจังหวัดสุโขทัยนำมาผสมกับเครื่องปรุงเฉพาะของกะปิหวาน ทำให้รสชาติกลมกล่อม ได้กลิ่นปลาร้า สำหรับคนที่ชื่นชอบปลาร้าโดยเฉพาะ  

นอกจากนี้ยังมีกะปิมันกุ้งเสวย สั่งมันกุ้งสมัยมาจากภาคใต้นำมาผสมกับพริกคั่วให้มีความผิดค่อนข้างมากแต่ได้รสชาติเฉพาะตัวตัวนี้เป็นอีกสินค้าที่ลูกค้านิยมชื่นชอบสำหรับราคาขายกระปุก 200 กรัมราคา 50 บาทและกระปุก 450 กรัม ราคา 100 บาท ปรากฏว่าลูกค้าชื่นชอบกระปุกใหญ่ เนื่องจากได้ปริมาณมากและทำให้กินได้จุใจมากกว่า นอกจากนี้ทางร้านยังมีผลไม้สด แบบเปรี้ยว อาทิ มะม่วงเบา มะดัน ตะลิงปลิง มะขามแช่อิ่ม มาจำหน่ายให้กับลูกค้าอีกด้วย

สำหรับช่องทางการขาย ขายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์  หน้าร้านถนนสังฆบูชา หรือถนนคนเดินตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ติดรั้ววัดจันทร์ตะวันออก เพจกุลรภัส กะปิหวาน  โทร 099-3344-659 097-3619459 เดลิเวอรี่ทุกช่องทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,371 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d