Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691894

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

13 พฤศจิกายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และนักธุรกิจกลางคืน โพสต์คลิปขณะออกกำลังกาย พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้…

“วันอาทิตย์ออกกำลังกาย ให้เห็นก่อนว่า

มีวินัย (ไม่แดกสะเปะสะปะ)

วิ่ง 40 นาที (ไม่วิ่งเต้น)

เล่นเวท (ไม่เล่นพวก)

ตีเชือก (ไม่ตีกิน)

ว่ายน้ำ (ไม่กินตามน้ำ) 

บริหารปอด (ไม่บริหารปากหาเงินชั่วเข้ากระเป๋า)

บ้าพลัง (ไม่บ้าหาเรื่อง)”

ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ เผชิญหน้ากับนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล พร้อมประกาศท้าชกกับนายสันธนะ ถ้ายืนได้เกิน 1 นาที พร้อมก้มกราบ

https://www.facebook.com/watch/?v=1306138663473088

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691816

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.16 น.

รมว.ท่องเที่ยว ฯ  พร้อม คณะ ททท. ชมกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” แสดงแสงสีสร้างสีสันบรรยากาศให้แม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านผู้ว่าฯททท.เตรียมดันเป็นกิจกรรมประจำปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา

วานนี้  12 พฤศจิกายน 2565 ที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. นำคณะสื่อมวลชน ลงเรือ ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก  เพื่อชมกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” ปรากฎการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในช่วง High Season  ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ พร้อมทั้งขยายเวลาการท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน โดยจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จัดกิจกรรม โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายน 2565 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน 6 พื้นที่หลัก ประกอบด้วย

 1. สะพานพระราม 8 : “ทอแสง วิจิตร ตระการ” การแสดง Light Show & Laser เพื่อต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ตามแนวคิด ‘Open. Connect. Balance.’ และเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมา โดยมีการย้อมไฟกับเส้นสายของสะพานพระราม 8 เกิดเป็นสีสันบรรยากาศ และฉายแสงเลเซอร์เป็นลวดลายและข้อความ ประกอบกับเสียงเพลงที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับดนตรีสากล จากศิลปิน The Sound of Siam จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

 2. ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : “วิจิตร ปราการ ธารธารา” การแสดง Projection Mapping ประกอบแสงสี และ Effect พิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองวิถีแห่งสายน้ำตราบอดีตจวบปัจจุบัน ที่มีการเดินเรือค้าขาย การเดินทางติดต่อทางการทูต วิถีชีวิตของคนไทยกับสายน้ำ และการต่อสู้เพื่อความสุขสงบสันติของแผ่นดินโดยใช้กำแพงป้อมที่งดงามเป็นพื้นที่ฉายภาพ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น.   และ 21.45 น. (มีการแสดง Effect พิเศษในช่วงวันหยุด 12,13,17,18,19,26,27 พฤศจิกายน 2565)

 3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร : “นฤมิต วิจิตร นาฏกรรม” การแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ ผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ   บอกเล่าเรื่องราวของประเพณีอันเรืองงามคู่สายน้ำเจ้าพระยา โดยมีหนังใหญ่และการแสดงทางวัฒนธรรม  ที่สืบเนื่องกับแม่น้ำร่วมแสดง สื่อถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย ตลอดจนความสุข ที่เปี่ยมมิตรไมตรีและรอยยิ้ม จัดแสดงในช่วงวันหยุด 12,13,17,18,19,26,27 พฤศจิกายน 2565  วันละ 3 รอบ เวลา 19.30 น. 20.30 น. และ 21.30 น.

 4. สะพานพระพุทธยอดฟ้า : “วิจิตร เรืองรอง ท้องนที” การแสดง Illumination Light Show ประกอบดนตรีที่สื่อถึงประสบการณ์การเดินทางแห่งความสุขในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดออกมาเป็นการเล่นแสงไฟตามจังหวะเพลงที่น่าตื่นตาตื่นใจสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกไปค้นหา จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น. และ 21.45 น. (มีการแสดง Effect พิเศษในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565)

 5. ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก : วิจิตรไทยแลนด์” การฉาย Projection Mapping ไปยังพื้นผิวอาคาร เป็นถ่ายทอดเรื่องราวของเสน่ห์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และนำเสนอ SOFT POWER สำคัญในเมืองไทย   เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อันมหัศจรรย์ ทั้ง FOOD FILM FASHION FIGHT FESTIVAL จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

6.ไอคอนสยาม : วิจิตรธารา มหาปรากฏการณ์” การประดับไฟตกแต่งไอคอนสยามแบงคอกอิลูมิเนชั่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ด้วยพลังงานสะอาดจาก Solar Cell นวัตกรรมใหม่ที่สอดรับกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  สู่ชั้นบรรยากาศ และการแสดง The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 4 รอบ เวลา 18.15 น. 19.15 น.  20.15 น. และ 21.15 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศในแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมุมมองในการชม แสงสีได้สวยงามที่สุดจะเป็นการล่องเรือในเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจุดที่ทำการแสดง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทำการแสดง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดประเทศตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีคนไทยทุกคนเห็นแล้วว่าตั้งแต่เปิดประเทศจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วประมาณ 8 ล้านคน จึงเป็นการตอบโจทย์ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะวันนี้การจัดกิจกรรม Vijit Chao Praya (วิจิตรเจ้าพระยา) จะเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มาดูและเที่ยวชมความวิจิตรงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะแสงสีเสียงริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีวัดวาอารามที่สวยงามเช่นวัดกัลยาณมิตร กองทัพเรือ ไอคอนสยาม หรือ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก รวมไปถึงสะพานที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น เช่น สะพานพระราม 8 และสะพานพุทธ ซึ่งสะท้อนถึงความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มั่นใจว่าไม่แพ้แม่น้ำใดใดในโลก เป็นความสวยงาม ความสง่าของประเทศ และที่สำคัญมีการแสดงแสงสีเสียงจำลองเรือ       สุพรรณหงส์ ที่วัดกัลยาณมิตร ที่สวยงามมาก จึงอยากให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีการต่อยอดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งส่วนตัวจะพยายามหารือกับนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นไปได้ก็จะของบประมาณในเรื่องของบูสเตอร์ช็อต เพื่อจัดกิจกรรมดี ๆ เหล่านี้ จึงเชื่อมั่นว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นชีวิตให้ผู้ประกอบการ ทั้งร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ธุรกิจเรือท่องเที่ยว ให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่ได้ปิดกิจการไปในช่วงสถานการณ์โควิด วันนี้ต้องบอกว่าเราฟื้นแล้วและเริ่มเดินได้แล้ว จากนโยบายการเปิดประเทศ ของนายกรัฐมนตรี

รมว.การท่องเที่ยวยังกล่าวอีกว่า สำหรับการตั้งเป้าการท่องเที่ยวในช่วงจัดกิจกรรมวิจิตรเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 12 ถึง 27 พฤศจิกายนนี้นั้น มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาลงเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่น้อยกว่า 9 หมื่นคน และคาดว่าสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 210 ล้านบาท  ซึ่งสิ่งเหล่านี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้ และมั่นใจว่าจะทำได้

“เป้านี้น่าจะทะลุได้ เช่นเดียวกับการตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในปีนี้ 10 ล้านคน  ถึงขณะนี้มีความมั่นใจว่าเป็นไปตามเป้า ส่วนของรายได้ทั้งหมดอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำลังหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร ให้ปีหน้าการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นตามเป้าที่ตั้งไว้  และในปีหน้าตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยว 20 ล้านคน และมั่นใจจะเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนเป้าหมายด้านรายได้ยังค่อนข้างที่จะลำบาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะหาวิธีการ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วจะต้องทำอย่างไรทำอย่างไรให้มีการใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน“ นายพิพัฒน์กล่าว

 ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ถือเป็นปีแรกที่ ททท. จัดทำกิจกรรมนี้ขึ้นมาดังนั้นจะต้องมีสิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการอย่างไอคอนสยาม ริเวอร์ ซิตี้ฯ เรือนำเที่ยว เรืออาหาร ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเยาวชน นักเรียน ทหารเรือ ซึ่งเสมือนเป็นเจ้าของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืน โดยเชื่อว่ากิจกรรม ระหว่างวันที่ 12 ถึง 27 พ.ย.นี้  จะได้กระแสตอบรับที่ดี จึงจะศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายเวลาและทำให้กลายเป็นกิจกรรมประจำปีที่เกิดขึ้นได้ในช่วงหลังลอยกระทงจนกระทั่งถึงปีใหม่ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นแม่น้ที่สวยที่สุดของโลก  และเป็นการต่อยอดกิจกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว พร้อมรองรับการขยายเวลาเศรษฐกิจในช่วงกลางคืน ตามนโยบายของรัฐมนตรีอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’ ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

Posted on November 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691767

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’  ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’ ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อพูดถึง “อาหารฉายรังสี” เชื่อว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจกันดีแล้วว่า “ปลอดภัย” แต่ในส่วนของผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่น อาจยังลังเลใจในเรื่องความคุ้มค่ากับการลงทุน

สทน.จับมือ มรภ.เชียงราย แห่งแรกในภาคเหนือ

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ความรู้ภายใต้หัวข้อเรื่อง “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง ได้เห็นโอกาสทางธุรกิจ

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมาดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า เชียงราย เป็นจังหวัดที่มีอาหารพื้นถิ่นและสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบ เช่น ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ข้าว สับปะรด ฯลฯ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการขยายช่องทางการตลาดได้

ทั้งนี้ “การฉายรังสี” เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหาร ที่มาจากการแปรรูปเพื่อถนอมอาหารตามภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ อีกทั้ง “อาหารฉายรังสี” ยังเป็นมาตรฐานการบริโภคปลอดภัยที่สากลให้การยอมรับด้วย สทน. จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้พร้อมเปิดรับสมัครผู้ประกอบการภาคเหนือ ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นเข้าร่วมโครงการ “การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี” โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าขนส่งผลิตภัณฑ์มาทดลอง ค่าฉายรังสี ค่าตรวจวิเคราะห์เชื้อ รวมถึงค่าดำเนินการต่างๆ

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้เรื่อง “การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อาหารด้วยการฉายรังสี” / “future food trend และงานพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่น” / “การขออนุญาต อย. กับอาหารพื้นถิ่น” และการบรรยาย เรื่อง “การตรวจสอบการเจือปนน้ำตาลในน้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ ด้วยเทคนิควิเคราะห์ไอโซโทปเสถียร” รวมทั้งเสวนาพูดคุยกับผู้ประกอบการตัวจริงที่ประสบความสำเร็จด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสี ได้แก่ คุณพรเทพ เทพเสนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แหนมสไลด์ แหนมตุ้มจิ๋ว” ตราสุทธิลักษณ์ และ คุณวสันต์กอบุตร กรรมการผู้จัดการบริษัท แคร์ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ฉัยรัย ปูไข่ดองฉายรังสี”

เปิดตัวเทคโนโลยี การตรวจสอบน้ำตาลในน้ำผึ้งและน้ำผลไม้

ต่อมา วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ความรู้ภายใต้
หัวข้อเรื่อง “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากลเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่น และนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ได้เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ และเข้าใจประโยชน์ของการฉายรังสีในอาหารเพื่อแก้ไขกระบวนการผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการมากขึ้น

ดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเนื้อหาครอบคลุมความรู้ทุกแง่มุม ตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีในอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นและการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี เพื่อการยื่นขอเลขสารบบ หรือเลข อย.

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวผลงานวิจัยเรื่อง“การตรวจสอบการเจือปนน้ำตาลในน้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ ด้วยเทคนิควิเคราะห์ไอโซโทปเสถียร” เพื่อยกระดับสินค้ากลุ่มน้ำผึ้งและน้ำผลไม้ เช่น น้ำมะพร้าวสดและน้ำมะพร้าว UHT ด้วย โดยขณะนี้ สทน. มีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์พร้อมให้บริการตรวจพิสูจน์ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น

ติวเข้มผู้ประกอบการ จ.กำแพงเพชร

จากนั้น วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการภายใต้หัวข้อ “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

ดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า ภาคเหนือ นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น เป็นจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวแล้ว เรื่องของ “อาหารพื้นถิ่น” ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สามารถพัฒนา เพื่อนำมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สทน. มุ่งสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเทคโนโลยี “การฉายรังสีในอาหาร”

พร้อมกันนี้ยังเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ ได้เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ และเข้าใจประโยชน์ของการฉายรังสีในอาหาร เพื่อแก้ไขกระบวนการผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการมากขึ้น

โดย จ.กำแพงเพชร มี “แกงขี้เหล็ก นครชุม”เป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ พัฒนาเป็นก้อนปรุงสำเร็จรูป เพิ่มโอกาสสู่การส่งออกได้ เหมือนเช่นเครื่องแกงไตปลาก้อน พร้อมปรุง ซึ่งเป็นสุดยอดอาหารพื้นถิ่น หรือ Product Champion ของภาคใต้

ภายในงาน นอกจากจะมีการบรรยายให้ความรู้ในด้านต่างๆ แล้ว ยังมีการเปิดเวทีเสวนา โดยมี ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสีมาร่วมพูดคุย ได้แก่ คุณพรเทพ เทพเสนา บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แหนมสไลด์แหนมตุ้มจิ๋ว” ตราสุทธิลักษณ์ และ คุณพรพิมล รักษาผลเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไตปลาก้อนพร้อมปรุง ตราบ้านบนนบ จ.พัทลุง มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์

โดยคุณพรเทพ ได้สรุปให้เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการฉายรังสีในอาหาร ผ่าน 3 อ. ได้แก่ 1.อนามัย คือการที่ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคอยู่ในอาหาร 2. อายุ คือ การช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ และ 3.โอกาส คือ การที่ผลิตภัณฑ์สามารถวางจำหน่ายได้ยาวนานขึ้นจากเดิม เป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเราเอง

ด้าน คุณพรพิมล ได้กล่าวเชิญชวนให้เพื่อนผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพราะนอกจากจะได้รับคำปรึกษาต่างๆ แบบฟรีๆ จากนักวิจัยแล้ว ยังทำให้ได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้นส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมาก เพราะผลที่ได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่า ทั้งยังช่วยย่นระยะเวลาในการผลิต และสามารถตอบรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่าเดิม

ทั้งนี้ สทน. เปิดรับสมัครผู้ประกอบการภาคเหนือที่ประสบปัญหาในการผลิตหรือต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นเข้าร่วมโครงการ “การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น
ด้วยการฉายรังสี” เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับคำปรึกษาแนะนำ พร้อมนำผลิตภัณฑ์มาตรวจวิเคราะห์และทดลองฉายรังสีได้ โดยนักวิจัยของ สทน. จะเป็นผู้ดูแลการวิจัยและสรุปผลการวิจัยให้ผู้ประกอบการ ซึ่งทาง สทน.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าขนส่งผลิตภัณฑ์มาทดลองค่าฉายรังสี รวมถึงค่าดำเนินการทดลองต่างๆ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 15 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สาธารณูปโภคพื้นฐาน’ต้องเข้าถึง แม้อยู่ระหว่างแก้ปัญหา‘สิทธิที่ดิน’

Posted on November 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691754

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ที่อยู่อาศัย-ที่ทำกิน” เป็นหนึ่งในประเด็นพิพาทสำคัญของสังคมไทย และเป็นภาพสะท้อนปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” ได้ชัดเจนอย่างมากภาพหนึ่ง กล่าวคือ ในขณะที่ที่ดินจำนวนมากอยู่ในความครอบครองของบุคคลหรือองค์กรจำนวนน้อยเพียงหยิบมือ แต่คนอีกไม่น้อยไม่มีที่ดินเป็นของตนเองและต้องถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้บุกรุก” อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐบ้าง-เอกชนบ้าง กลายเป็นข้อพิพาทที่ต้องต่อสู้กันไป หลายพื้นที่ชาวบ้านได้อยู่ต่อภายใต้สัญญาเช่าระยะยาวที่พอรับได้ หลายพื้นที่มีหนทางย้ายออกไปตั้งชุมชนใหม่แบบพอรับไหว แต่หลายพื้นที่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ

ดังตัวอย่างของ “ชุมชนแออัดในจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งถูกหยิบยกมาบอกเล่าในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 โดย นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2564-2565 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 5 คำร้อง เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและการจัดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้แก่คนจนเมืองในชุมชนแออัด 20 แห่งของ จ.ภูเก็ต ครอบคลุมประชาชนมากกว่า 2,400 ครัวเรือน

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อาศัยและทำกินอยู่บนที่ดินของรัฐ ทำให้มีคู่กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ และต้องประสบปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายชุมชนถูกไล่รื้อที่พักอาศัย และไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ถนน สะพานฯลฯ ได้ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงไฟฟ้าและประปาในอัตราสูงกว่าคนทั่วไปเนื่องด้วยเป็นผู้อาศัยในที่ดินของรัฐชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า“หลายชุมชนเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดภูเก็ต (คทช.จังหวัดภูเก็ต) ได้มีมติอนุญาตให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน” แต่ในเรื่องของการจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนั้มมีข้อจำกัดด้านระเบียบข้อบังคับ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่

โดย กสม. มีข้อเสนอแนะ 1.ข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้จังหวัดภูเก็ตประสานการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคของประชาชนในชุมชนที่มีการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่แล้วตามโครงการจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมกันนี้ ให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนในชุมชนที่อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทหรือการจัดสรรที่ดินด้วย

และให้คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค พิจารณาแก้ไขปรับปรุงระเบียบข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าประกันการใช้น้ำจากประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดินซึ่งมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดูแลและมีทะเบียนบ้านชั่วคราว โดยให้เรียกเก็บในอัตราเดียวกับผู้ขอใช้น้ำทั่วไป เพื่อไม่ให้เป็นการเลือกปฏิบัติและเป็นภาระแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน นับแต่ที่ได้รับแจ้งรายงานฉบับนี้

2.ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย 2.1 ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดแนวนโยบายในภาพรวมโดยแยกระหว่างสิทธิในการจัดการที่ดินและสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะ เพื่อเป็นการอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจสามารถจัดทำระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น ให้แก่ประชาชนในชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของรัฐได้ ในระหว่างการจัดสรรที่ดินหรือแก้ไขปัญหาข้อพิพาท

โดยให้เร่งรัดการดำเนินงานในภาพรวมของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่1 ก.พ. 2565 มีมติรับทราบแนวทางและมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบแก้ไขปัญหา 2.2 ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งรัดการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินหรือที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในภาพรวมทั้งประเทศโดยเร็วและให้ชี้แจงหรือรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทราบเป็นระยะ

และให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดภูเก็ต (คทช.จังหวัดภูเก็ต) พิจารณาคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนของชุมชนที่มีกรณีพิพาทบางแห่ง โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน และร่วมกันดำเนินการจัดหาพื้นที่แห่งใหม่สำหรับจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนชุมชนในพื้นที่พิพาท

ทั้งนี้ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายขอคืนพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้ใช้ประโยชน์ของชุมชนบางแห่งตามคำร้อง โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วย อนึ่ง ต่อข้อกังวลว่า ข้อเสนอแบบนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เข้าไปใช้ที่ดินอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ นายวสันต์ ชี้แจงว่า ข้อเสนอของ กสม. เน้นไปที่ประชาชนในชุมชนที่เบื้องต้นได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ตามโครงการของ คทช.

“สิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นเรื่องที่จำเป็น เมื่อไปผูกโยงกับเรื่องการจัดการที่ดินก็ทำให้เกิดผลกระทบ ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะมีกรณีคล้ายกันแบบนี้ ซึ่งได้มีการแยกเรื่องสิทธิในที่ดินกับเรื่องสิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคออกจากกันก็จะทำให้ประชาชนไม่ประสบความเดือดร้อนมาก”นายวสันต์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(จบ) มี‘ประวัติ’ตัดโอกาสกลับตัวใหม่

Posted on November 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691765

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(จบ)  มี‘ประวัติ’ตัดโอกาสกลับตัวใหม่

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(จบ) มี‘ประวัติ’ตัดโอกาสกลับตัวใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

(ต่อจากฉบับวันที่ 12 พ.ย. 2565)

ยังคงอยู่กับงานสัมมนาวิชาการ “ปัญหาการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิด ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย”จัดโดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตอนที่แล้วกล่าวถึงผลกระทบจากแนวคิดเรื่องการประกันตัวที่เน้นการขังเป็นหลัก-ปล่อยเป็นรายกรณีไป ส่วนในตอนนี้จะว่าด้วยอีกปัญหาหนึ่งคือ “ประวัติอาชญากรรม” ที่ทำให้คนจำนวนมากไม่มีที่ยืนในสังคม โดยไม่แยกว่าจะเป็นความผิดแบบใด หรือแม้แต่ไม่แยกว่าคดีนั้นศาลตัดสินถึงที่สุดว่าผิดจริงแล้วหรือไม่

พล.ต.ต.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร (ผบก.ทว.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ฐานข้อมูลประวัติอาชญากรที่รวบรวมไว้ มีจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 16 ล้านรายการ ในเบื้องต้นทางกองทะเบียนฯ ได้พิจารณาไปแล้วประมาณ 3 ล้านรายการ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มที่เข้าหลักเกณฑ์ 1.3 ล้านรายการ กับไม่เข้าหลักเกณฑ์อีก 1.7 ล้านรายการ

กระทั่งในช่วง 1 ปีล่าสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้ามาขับเคลื่อนเรื่องนี้ในชื่อโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” โดยจากฐานข้อมูลที่ค้างอยู่ 12 ล้านรายการ ตรวจสอบพบ 7.5 ล้านรายการ ทางสถานีตำรวจได้รายงานมาแล้วว่ามีผลคดีถึงที่สุด ส่วนที่เหลืออยู่อีก 4.5 ล้านรายการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ กับคดีที่ขาดอายุความ

สำหรับในกลุ่ม 7.5 ล้านรายการ มีอยู่ราว 8 แสนรายการ หรือ 8 แสนคน เข้าเกณฑ์ได้รับการคัดแยกหรือลบประวัติ โดยเกณฑ์ดังกล่าวมี 19 ข้อ เช่น เสียชีวิต อัยการสั่งไม่ฟ้อง ศาลยกฟ้อง กฎหมายแก้ไขให้เรื่องนั้นไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ถูกลงโทษปรับเพียงสถานเดียว ถอนคำร้องทุกข์ มีการรื้อคดีมาสอบใหม่แล้วพบว่าคนคนนั้นไม่ใช่ผู้กระทำผิด เป็นความผิดที่ผู้กระทำเป็นเยาวชนหรือเป็นคดีความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น ส่วนที่เหลืออีกราว 6.8 ล้านรายการไม่เข้าข่ายเกณฑ์นี้ เพราะเป็นกลุ่มที่ศาลตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว

“เดิมเราก็มองว่าเราจะรอจากสถานีตำรวจหรือหน่วยสอบสวนอื่น เช่น บช.ก. บช.ปส. ตำรวจท่องเที่ยว หรือ สอท. จะแจ้งกลับมา ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผู้บังคับบัญชาให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรดำเนินการในเชิงรุก เป็น Big Data เชื่อมโยงอะไรได้ อย่างนี้เราทำแล้ว อย่างเช่นเราจะพิสูจน์การตายเราก็ไปที่กรมการปกครอง ไปดูจากทะเบียนราษฎร์ อย่างนี้เราทำไปแล้ว และในส่วนของทางศาล ถ้าเราจะนำเรียนท่านขอข้อมูล บางทีทางเทคนิคพอมีจำนวนเยอะหลายๆ รายการ พอเอามารวมกัน มาจับคู่กันมันอาจจะเจอกันลำบาก

เพราะระบบการเขียน AI มันจะไม่ตรงกันมากนัก แต่ในทางปฏิบัติที่ทำอยู่ในปัจจุบันมันก็ไม่ต้องไปทางนั้นทางเดียว เราอาจจะใช้วิธีรับฟังจากประชาชน คือทางศาลท่านรู้อยู่แล้ว อาจจะมีคำพิพากษาติดไว้ในที่ของตัวเอง หรืออัยการมีหนังสือไปถึงผู้ต้องหาหรือจำเลยว่าสถานะของเขาเป็นอย่างไร อันนี้ถ้าเป็นฝ่ายพวกนี้นำมาเสนอเรา เรานำมาพิจารณาได้ ในส่วนของคดีที่พิจารณาแล้ว เราสามารถขอกับทางราชทัณฑ์ได้ ราชทัณฑ์ก็จะมีว่าคนไหนพ้นโทษแล้ว คนไหนติดคุกมาแล้ว เราก็เอาตรงนี้มาใช้ได้” พล.ต.ต.เจนเชิง ระบุ

ชัยวัฒน์ ร่างเล็ก รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงร่างกฎหมายทะเบียนประวัติอาชญากร ว่า เหตุที่มีร่างแก้ไขกฎหมายนี้ขึ้นเพราะต้องการแก้ไขปัญหาเดิมๆ ที่ผ่านมา เช่น 1.กำหนดนิยามอาชญากรให้หมายถึงผู้ที่ศาลมีคำตัดสินว่าผิดจริงแล้วเท่านั้น แก้ปัญหาที่องค์กรต่างๆ มาขอตรวจประวัติคนสมัครงานแล้วพบข้อมูลส่วนนี้ด้วยแล้วตัดโอกาสการได้งานทำ แม้เป็นกรณีเพิ่งถูกจับและอัยการยังไม่สั่งฟ้องด้วยซ้ำ

2.การจัดเก็บประวัติอาชญากรรมจะแบ่งเป็น 2 ชั้น คือชั้นที่เปิดเผยได้และไม่ได้ โดยในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ไม่มีการลบประวัติอาชญากรรม แต่จะแบ่งว่าความผิดระดับใดมีระยะเวลาเท่าใดหลังพ้นโทษ โดยหากพ้นโทษแล้วไม่ได้ทำผิดอีกในระยะเวลาที่กำหนดประวัตินั้นจะไม่ถูกเปิดเผยเป็นการทั่วไปอีก เหตุที่มีกฎหมายแบบนี้ก็เพื่อให้คนที่เคยพลาดพลั้งได้มีที่ยืนในสังคม

ซึ่งร่างกฎหมายใหม่ของไทยก็นำหลักนี้มาใช้ อาทิ คดีที่กระทำผิดขณะยังเป็นเยาวชน คดีที่ได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ล้างมลทิน คดีที่ผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตภายนอกแล้วตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ความผิดโดยประมาท ความผิดลหุโทษ ความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท กลุ่มนี้จะไม่มีการเปิดเผยประวัติเป็นการทั่วไปอีก ปัจจุบันร่างกฎหมายนี้ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

“อีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถเปิดเผยได้ กรณีที่เปิดเผยได้เจตนาคือเพื่อคุ้มครองสังคม เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถต่อยอดเพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอีกกลุ่มได้ ฉะนั้นในเรื่องการเปิดเผยได้จะเป็นประวัติอาชญากรรมหรือข้อมูลเกี่ยวกับการต้องหาคดีตามหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ คือเปิดเผยตามหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือหน่วยงานความมั่นคง หรืออาชีพสำคัญๆ” รอง ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม กล่าว

รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวเสริมในส่วนของร่างแก้ไขกฎหมายประวัติอาชญากรรม ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของคนจำนวนมาก ตั้งแต่คนที่ถูกจับกุมดำเนินคดีแต่ภายหลังศาลตัดสินยกฟ้อง หรือแม้แต่คนที่เคยทำผิดถึงชดใช้โทษในเรือนจำครบแล้วออกมาก็ไม่สามารถดำรงชีพอย่างมนุษย์ปุถุชนเพราะหางานทำไม่ได้ แน่นอนว่าคดีบางประเภทที่ร้ายแรง เช่น คดีทางเพศ คดีก่อการร้าย อาจกำหนดเงื่อนไขให้เปิดประวัติได้ แต่คดีอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อเวลาผ่านไปอาจไม่ต้องเปิดเผยอีก เพื่อให้ใช้ชีวิตปกติในสังคมได้

ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อผู้กระทำผิดได้รับโทษแล้ว ออกจากเรือนจำแต่ยังมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิต เท่ากับไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แม้จะได้รับการฝึกทักษะอาชีพขณะถูกจองจำอยู่ก็ตาม แต่อีกประเด็นที่เป็นปัญหากระบวนการยุติธรรมคือ “ระบบกล่าวหา” ในฐานะที่ทำงานในกระทรวงยุติธรรมมาตลอดจนเกษียณ โดยเริ่มต้นจากงานนักสังคมสงเคราะห์ในกรมราชทัณฑ์ ทำให้มีโอกาสได้พบเห็นชีวิตของผู้ต้องขัง หลายคนไม่มีทนายความ หลายคนเข้าไม่ถึงการประกันตัวเพราะความเหลื่อมล้ำด้านฐานะ

และแม้ต่อมาจะมีระบบการเข้าถึงทนายความ แต่ในความเป็นจริงคือทนายความในชั้นสอบสวนกับชั้นศาลเป็นคนละคนกัน “การสู้คดีในระบบกล่าวหาจึงเป็นการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียม” เพราะในทางกลับกัน คนร่ำรวยมีฐานะดี สามารถหาทนายความมาทำงานได้ต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณาคดีในศาล อีกทั้งเข้าถึงการยื่นขอประกันตัว จึงมีโอกาสต่อสู้คดีได้มากกว่า..เรื่องนี้จะแก้ไขกันอย่างไร?

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเจริญทางธรรมเราไม่ได้มองที่ลาภยศสรรเสริญสุข เรามองความเจริญทางใจ

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691773

การเจริญทางธรรมเราไม่ได้มองที่ลาภยศสรรเสริญสุข เรามองความเจริญทางใจ

การเจริญทางธรรมเราไม่ได้มองที่ลาภยศสรรเสริญสุข เรามองความเจริญทางใจ

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.03 น.

การเจริญทางธรรมเราไม่ได้มองที่ลาภยศสรรเสริญสุข เรามองความเจริญทางใจ ซึ่งเป็นของยากที่จะมองเห็นกัน เราเลยไม่ค่อยเชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เพราะว่าหนึ่ง..ผู้กระทำเราก็มองไม่เห็น ผู้กระทำไม่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนร่างกาย เป็นใจเป็นผู้รู้ผู้คิด แล้วผลที่เกิดขึ้นกับใจผู้รู้ผู้คิดเราก็มองไม่เห็น เราก็ไม่รู้กัน เราก็เลยไม่ค่อยเชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เราเชื่อผลที่จะเกิดทางโลกทางลาภยศสรรเสริญ ทางความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

ถ้าเราไม่ได้มาศึกษาทางธรรม เราจะไม่เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องการกระทำ ถ้ามาศึกษาแล้วเราจะเริ่มเข้าใจว่าผู้กระทำคือ..ใจ กรรมแปลว่าการกระทำ ผู้กระทำคือใจ การกระทำด้วยใจทำอย่างไร..ก็ทำด้วยความคิดนี่เอง ความคิดนี่แหละเป็นผู้กระทำผู้สั่งให้ร่างกายไปพูดหรือไปทำอะไรต่อไป การกระทำจึงมี ๓ ช่องทางด้วยกัน

ทำทางใจก็เรียกว่า..มโนกรรม ทำทางวาจาก็เรียกว่า.. วจีกรรม ทำทางกายก็เรียกว่า..กายกรรม เวลาเราเอาข้าวของมาใส่บาตรนี้ เรากำลังทำกายกรรม แต่ก่อนที่เราจะใส่บาตรได้ เราต้องมีมโนกรรมก่อน ใจต้องสั่งก่อนว่าเดี๋ยววันนี้ต้องใส่บาตร ร่างกายก็ไปเตรียมอาหารไปเตรียมของต่างๆไว้ พอพระมาก็ถวายพระใส่บาตรไป ผู้กระทำคือใจ ผู้คิดคือใจ ผู้สั่งให้ทำคือใจ และผู้สั่งให้ร่างกายทำก็คือใจคอยควบคุมทุกขั้นตอน ตักข้าวใส่บาตรนี้ใจเป็นผู้กระทำ เพียงแต่ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือเพราะใจไม่มีเครื่องมือ เหมือนกับคนที่ไม่มีมีด อยากจะทำกับข้าวก็ทำไม่ได้ ต้องมีมีดเป็นเครื่องมือ 

ดังนั้น ขอให้เราเข้าใจว่า วจีกรรมคือการพูดกับกายกรรมคือการทำทางร่างกายนี้ ไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยตรง ผู้กระทำโดยตรงคือใจ ผ่านทางวจีกรรม ผ่านทางมโนกรรม แล้วการจะกระทำให้มีผลขึ้นมาต้องผ่านทางกายกรรมและวจีกรรมก่อน ถ้าคิดอย่างเดียวแต่ยังไม่ทำนี้ ผลยังไม่เกิด เช่น วันนี้คิดจะทำบุญแต่ตื่นสาย คิดว่าจะใส่บาตรแต่ตื่นสาย เลยไม่ได้ใส่บาตร ก็ยังไม่ได้บุญ เพราะยังไม่สำเร็จครบถ้วนบริบูรณ์

การจะทำให้บุญหรือบาปสำเร็จได้นี้ ต้องเริ่มที่ใจก่อน เริ่มที่ความคิดก่อน เมื่อคิดแล้วต้องมีการกระทำต่อทางวาจาหรือทางกาย ถึงจะทำให้บุญหรือบาปที่เราคิดนี้สำเร็จผลขึ้นมา ผล..ก็คือความรู้สึกสุขทุกข์ในเบื้องต้น เวลาเราทำบุญทำความดี เราจะมีความสุขใจ เวลาเราทำบาปทำไม่ดี เราจะมีความทุกข์ใจไม่สบายใจ อันนี้เป็นขั้นต้น ผลที่เกิดนี้มันเป็นเพียงแต่เป็นเหมือนหนังตัวอย่างให้เราได้สัมผัสรับรู้ว่าเราได้ทำแล้ว เกิดผลขึ้นมาแล้ว แต่ผลของบุญของบาปยังไม่หมด มันจะเก็บอยู่ในความทรงจำของเรา อยู่ในใจของเรา มันจะมาทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่งก็ตอนที่ร่างกายของเราตายไป 

ตอนนั้นเราไม่มีร่างกาย ใจ..ก็ต้องอาศัยบุญหรือบาปนี้เป็นผู้ให้เราได้เสพสิ่งที่เราอยากเสพกัน สิ่งที่เราอยากเสพกันก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อารมณ์ต่างๆ ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ที่พวกเราทำกิจกรรมต่างๆกัน เราทำบุญเราก็เสพกลิ่นรสรูปแบบหนึ่ง เสพอารมณ์แบบหนึ่ง เสพความรู้สึกแบบหนึ่ง เราทำบาปเราก็เสพอารมณ์แบบหนึ่ง เสพความรู้สึกแบบหนึ่ง ผ่านทางตาหูจมูกลิ้นกาย อันนี้มันเป็นสิ่งที่ใจของเราต้องมีให้เสพอยู่เรื่อยๆ พอเวลาที่ไม่มีร่างกาย ใจก็ไม่สามารถใช้ร่างกายไปเสพรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆได้ เพื่อให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ้นมา ใจก็เลยต้องอาศัยรูปเสียงกลิ่นรสที่ได้บันทึกเอาไว้ จดจำเอาไว้ในความทรงจำ 

เช่น ตอนที่เรานอนหลับร่างกายเราไม่สามารถไปหารูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาให้ใจเสพได้ ใจก็เลยต้องไปเอารูปเสียงกลิ่นรสที่ได้บันทึกไว้ คือการกระทำต่างๆ ที่เราทำในขณะที่เราตื่นนี่มันจะถูกบันทึกไว้หมดเลย ตั้งแต่เราลืมตาขึ้นมาจนถึงเวลาเรานอนหลับนี้ เหตุการณ์ต่างๆที่เราไปทำมีทั้งบุญทั้งบาป มีทั้งไม่เป็นบุญไม่เป็นบาป มันก็จะเก็บในใจของเรา แล้วพอเวลาเรานอนหลับนี้เหตุการณ์เหล่านั้นก็จะมาปรากฏเป็นภาพขึ้นมาในใจของเรา 

ใจของเรานี้เป็นเหมือนจอภาพยนตร์ แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราบันทึกไว้มันก็จะมาฉายบนจอภาพยนตร์ เราเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ในตอนที่เราเห็นในตอนที่เรานอนหลับ ว่าเป็นความฝัน ความจริงมันเป็นเหตุการณ์ที่เราได้บันทึกเอาไว้ในขณะที่เราตื่น แล้วเป็นเหตุการณ์ดีหรือไม่ดีนี้อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนมีกำลังมากกว่ากัน ถ้าเราบันทึกเหตุการณ์ที่ดีไว้มีกำลังมากกว่าเหตุการณ์ที่ไม่ดี เหตุการณ์ทีในจอในมโนภาพของเรา ในตอนที่เรานอนหลับ นั่นแหละเรียกว่าเป็นการแสดงผลของบุญที่เราได้ทำไว้ ถ้าเราฝันดีมีมโนภาพที่ดีในตอนที่เรานอนหลับก็แสดงว่าบุญที่เราทำนี้มีมากกว่าบาปที่เราทำ บุญมันจึงเป็นตัวที่แสดงผลก่อน 

ถ้าเราฝันไม่ดีนี้ก็แสดงว่าบาปที่เราทำนี้มีมากกว่าบุญที่เราได้ทำไว้ บาปมันก็เลยแสดงมโนภาพที่ไม่ดี มโนภาพที่มีแต่เรื่องวุ่นวายต่างๆ เรื่องทุกข์ใจต่างๆ นี้มันจะปรากฏขึ้นมาในตอนที่เรานอนหลับ ตอนที่เราตายมันก็เหมือนกับตอนที่เรานอนหลับนี่เอง ต่างกันตรงที่ว่าเวลาเรานอนหลับ พอเราตื่นขึ้นมาเรายังได้ร่างกายอันเก่าอยู่ แต่เวลาเราตายก็เหมือนกับเรานอนหลับ เวลาเราตายเราทิ้งร่างกายอันเก่า แล้วเวลาเราตื่นขึ้นมาใหม่เราก็ได้ร่างกายอันใหม่ ก็คือตอนที่เรามาเกิดใหม่นั่นเอง 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!กบสีทองตัวอ้วนแสนรู้ในคลอง’วัดหนองกรับ’ใครเรียกมาจับได้ ‘มีโชค’

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691761

ฮือฮา!กบสีทองตัวอ้วนแสนรู้ในคลอง'วัดหนองกรับ'ใครเรียกมาจับได้ 'มีโชค'

ฮือฮา!กบสีทองตัวอ้วนแสนรู้ในคลอง’วัดหนองกรับ’ใครเรียกมาจับได้ ‘มีโชค’

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.19 น.

วันที่ 12 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านว่า ที่วัดหนองกรับ ม.3 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบเรื่องแปลกและเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านและประชาชนที่แวะเวียนเข้ามาทำบุญเป็นอย่างมาก หลังมีชาวบ้านไปทำบุญแล้วพบกบสีทอง ตัวอ้วน ลอยคออยู่ในคลองหลังวัดหนองกรับ และแสนเชื่อง เมื่อชาวบ้านเรียกให้มาก็ว่ายน้ำมาหา 

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดหนองกรับพบนายเริงฤทธิ์ รามบูรพา อายุ 49 ปี ผู้ดูแลวัดหนองกรับได้พาไปยังจุดที่ชาวบ้านบอกว่าพบกบสีทอง ซึ่งอยู่หลังวัด ชาวบ้านเรียกว่า “คลองหลังวัดหนองกรับ” 

นายเริงฤทธิ์ เล่าว่า เมื่อก่อนด้านหลังเป็นป่ารกร้างไม่มีการใช้งาน ภายหลังทางวัดได้มาตัดหญ้าทำความสะอาดและบูรณะให้เป็นที่ปล่อยสัตว์น้ำ หลังจากนั้นก็ติดป้ายเป็นเขตอภัยทานของวัดได้ 2 เดือนแล้ว

ต่อมาได้มีชาวบ้านมาทำบุญ และบอกว่าพบกบสีทองตัวอ้วนว่ายน้ำ ลอยคออยู่ในน้ำก็ลองเรียกกบดูจู่ๆ กบก็ว่ายน้ำมาหาและจับลูบที่ตัวได้ ตนก็สงสัยจึงไปดูพบว่ามีกบสีทองจริง ตนคิดว่ากบตัวนี้น่าจะมาอยู่หลังจากที่ได้ทำจุดนี้เป็นเขตอภัยทาน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อกบตัวนี้ว่า “เจ้าทอง” เพราะว่าตัวกบมีลักษณะสีทอง ซึ่งแปลกจากกบตัวอื่นๆที่เคยเห็น ตนสังเกตดูว่าส่วนใหญ่เจ้าทอง ถ้าเป็นผู้หญิงจะเรียกมาและลูบจับได้ง่ายมาก ส่วนผู้ชายน้อยคนที่จะได้เข้าไปลูบจับเจ้าทองได้

ผู้สื่อข่าวชายจึงพิสูจน์ลงไปจับปรากฏว่า เจ้าทองได้หดหัวลงไปแอบใต้น้ำ แต่สามารถแตะเจ้าตัวเจ้าทองได้ แต่ต้องแตะที่บริเวณใต้น้ำเท่านั้นไม่ได้โผล่หัวมาให้ลูบหรือเกาคางได้แบบผู้หญิงจับ

ส่วนประชาชนที่แวะเวียนเข้ามาทำบุญในวัดต่างก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมากและจะมาหาเจ้าทอง และเชื่อว่าถ้าเรียกเจ้าทองมาหาได้ก็ถือว่าจะได้โชค หลังจากนั้นจึงจะขึ้นไปขอพรที่หุ่นพี่นาง 2 ตน และจุดธูปลุ้นเลข ส่วนชาวบ้านที่จุดธูปได้เลข 316 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กะถ่ายวิว! แต่กลายเป็นหลักฐาน รถชน5คันรวด ชาวเน็ตอึ้งแพลนกล้องตาม

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691717

กะถ่ายวิว! แต่กลายเป็นหลักฐาน รถชน5คันรวด ชาวเน็ตอึ้งแพลนกล้องตาม

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.08 น.

หนุ่มถ่ายคลิปเล่นๆวิวยามค่ำคืน แต่กลายเป็นหลักฐานชัด จับภาพนาทีรถชน 5 คันรวด ชาวเน็ตอึ้ง แพลนกล้องตามอย่างกับรู้ล่วงหน้า

12 พ.ย.2565 ผู้ใช้ติ๊กต๊อก penphutphustipcharoon เผยภาพนาทีเกิดเหตุ โดยระบุข้อความประกอบว่า ” มาแล้วครับ คลิปสำหรับนักใช้รถใช้ถนน #ดูไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ครับ “ ซึ่งในช่วงแรกเป็นวินาทีที่เจ้าของคลิปถ่ายวิวยามค่ำคืน จากนั้นได้แพลนกล้องมาบนถนน แล้วจับภาพไปที่รถเก๋งคันสีเหลือง ขับมาด้วยความเร็ว ทันใดนั้น เกิดอุบัติเหตุขึ้นทันที ชนท้ายกัน มีรถยนต์ในที่เกิดเหตุครั้งนี้ ถึง 5 คันด้วยกัน

ทำให้คลิปนี้ กลายเป็นที่สนใจชาวเน็ต ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าบังเอิญมาก เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จากภาพวิวกลายเป็นหลักฐานซะงั้น ขณะที่บางคนก็บอกว่า สายตาคนกว้างกว่ากล้อง รถจอดติดเป็นแถว 2 คัน มาเร็ว คนถ่าย คำนวณความเร็ว แพลนกล้องตาม ได้ภาพสวยเลย  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หวิดไปแล้ว! หนูน้อยวัยขวบเศษ โผล่ยืนกลางถนน สิบล้อเบรคตัวโก่ง

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691709

หวิดไปแล้ว! หนูน้อยวัยขวบเศษ โผล่ยืนกลางถนน สิบล้อเบรคตัวโก่ง

หวิดไปแล้ว! หนูน้อยวัยขวบเศษ โผล่ยืนกลางถนน สิบล้อเบรคตัวโก่ง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.22 น.

หวิดไปแล้ว! หนูน้อยวัยขวบเศษ โผล่มายืนกลางถนนกลางคืน สิบล้อเบรคตัวโก่ง

12 พ.ย.2565 เป็นนาทีระทึกหวิดถึงชีวิตจริงๆ เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก ponlawatmix เผยภาพจากกล้องหน้ารถบรรทุก ขณะเดินทางตอนช่วงเวลากลางคืน ก็ขับตามรถเทรลเลอร์ไปเรื่อยๆในช่วงเวลากลางคืน บนถนน 2 เลนสวนกัน แต่จู่ๆรถคันหน้าเบรกกะทันหัน ทำให้รถคันหลังพยายามแซงขึ้นไป แต่ก็ต้องเบรคสนิทไปตามๆกัน เมื่อพบว่ามีเด็กน้อยวัยขวบเศษมายืนอยู่กลางถนน

ด้านพี่โชเฟอร์เทรลเลอร์ ก็รีบลงมาอุ้มเด็กคนนี้ทันที ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาดูเหตุการณ์ โดยเจ้าของคลิปยังได้ระบุข้อความไว้ว่า 

ต้องสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ครับ เกือบจะไม่ได้โตซะแล้วนะหนูน้อย #เจอแต่ในข่าวไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง #ไม่มีใครอยากให้เกิด #ดีที่พี่เทรลเลอร์กับผมเบรคทัน #เด็กปลอดภัย

ขณะที่ชาวเน็ต เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิผู้ปกครองที่ไม่ดูแลบุตรหลานใกล้ชิด ถ้าละสายตาอีก ครั้งหน้าอาจจะไม่โชคดแบบนี้

009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7164792512303975707?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F691709

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำรวจหนุ่มแชร์ประสบการณ์ป่วย ‘มะเร็งปอด’ ระยะลุกลาม พร้อมฝากข้อคิดชีวิตไม่แน่นอน

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691703

ตำรวจหนุ่มแชร์ประสบการณ์ป่วย 'มะเร็งปอด' ระยะลุกลาม พร้อมฝากข้อคิดชีวิตไม่แน่นอน

ตำรวจหนุ่มแชร์ประสบการณ์ป่วย ‘มะเร็งปอด’ ระยะลุกลาม พร้อมฝากข้อคิดชีวิตไม่แน่นอน

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.42 น.

วันที่ 12 พฤศจิกายน 256 ภายหลัง นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อายุ 28 ปี เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ได้เปิดเพจชื่อ สู้ดิวะ เล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ล่าสุด พ.ต.ต.รุ่งคุณ จันทโชติ สารวัตร(สอบสวน)กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเล่าเรื่องราวการป่วยเป็นมะเร็งเพื่อเป็นประสบการณ์ให้กับผู้อื่น โดยระบุว่า “เป็นตำรวจ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เป็นเรื่องธรรมดา แต่เราชอบออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจเลยนะ ถึงขั้นเสพติดเลยก็ว่าได้ กินเหล้า สังสรรค์บ้าง ตามประสาวัยรุ่น แต่ไม่สูบบุหรี่นะ ที่บ้านก็ไม่มีใครสูบ

พอวันสงกรานต์ ปี 65 อยู่ๆ ปวดแขนขวา แข็งๆ ตึงๆ งอลำบาก สีเริ่มเปลี่ยน ไปหาหมอตั้งหลายที่ก็ให้แต่แก้อักเสบมาทาน ก็ไม่หาย 3 วันต่อมา มีบวมๆ ที่คอด้วยนะ เลยไปหาหมอ รพ.ตร. เขาจับเราแอดมิทเลย ให้ยาแก้อักเสบ 6 วัน ก็ไม่หาย

เลยเจาะชิ้นเนื้อที่คอไปตรวจ อีกอาทิตย์นึงผลออก…. !!!ผ่ามๆ!!! เป็นมะเร็งปอด ระยะลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองจ้าาาา ช็อกเลยทีเดียว แต่ตอนนั้นตั้งสติดีมาก ไม่ท้อเลย คิดหาทางแก้ไขอย่างด่วน

ขั้นตอนการรักษาคือ คีโม (เคมีบำบัด) + ฉายรังสี(ฉายแสง)บริเวณทรวงอก โอ้โห อธิบายความทรมานออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยจ้า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แสบหลอดอาหาร ตื่นทุกชั่วโมง ต้องนอนคว่ำเท่านั้น ชีวิตเน้อออออ… แต่ไม่เป็นไร อดทน ฮึบๆ เชื่อว่ามันต้องหาย

หมอมาร์คจุด เตรียมฉายแสงละจ้า เออ…ผมร่วงจริงๆ แต่มันค่อยๆ ร่วงนะ (ในภาพคือโกนหัวซะเลย) มันร่วงเป็นหย่อมๆ

นี่ฉายแสงเกือบจะครบคอร์ส 33 ครั้งละ คอไหม้เลยจ้าาา เมื่อครบคอร์ส เริ่มลอกเป็นสะเก็ด คิดบวกเข้าไว้ อย่าท้อ อย่าหมกอยู่แต่ในห้อง ออกมาสูดอากาศ สวนสาธารณะบ้าง

แต่ตอนนี้นี้คือวิ่งไม่ได้แล้วนะ หอบ เหนื่อย ไอเยอะ เลยได้แต่เดินๆ แกว่งๆ แขน ดูคนอื่นออกกำลังกายมันก็ทรมานดีเนอะ555+

เข้าเครื่อง PET Ct ดูว่า การรักษาตอบสนองมั้ย ช็อกอีกรอบ…!!! ไม่ตอบสนองเลย !!! เซลล์เนื้อร้ายขนาดเท่าเดิม 1.4 ซม. ในปอด ยังไม่พอ กระจายไปตับอีกหลายจุด กระจายไปกระดูกสันหลังอีกจุดนึง

ตอนนั้นคือ ใจมันตกไปอยู่ตาตุ่มจริงๆ หมอบอกคงต้อง เปลี่ยนแผนการรักษาจากที่จะให้หายขาด เป็นประคองไปเรื่อยๆ ก็คือ คงคีโม ไปเรื่อยๆ (ในใจคือปล่อยแล้วนะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด)

แต่ในความโชคร้ายมันก็ยังมีความโชคดี หมอเอาชิ้นเนื้อที่เคยเจาะไว้ ไปตรวจด้วยการย้อมสีเพิ่มเติม จึงรู้ว่า เซลล์กลายพันธ์ ชนิด ALK ซึ่งพบน้อยมากในคนเอเชีย (ทุกวันนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้เลย ว่าเป็นมะเร็งจากสาเหตุใด)

หมอแจ้งว่า มียามุ่งเป้า (targeted therapy) ซึ่งมันจะไปกดให้เซลล์ร้าย สงบ แล้วก็ใช้ชีวิตกับมันไปเรื่อยๆ กินยาตลอดชีวิต จนกว่าจะดื้อยา

ก็ลองยาตัวนี้มาได้เดือนกว่าๆ แล้ว รู้สึกดีขึ้นนะ เพลียน้อยลง เริ่มออกกำลังกายได้ดีมากขึ้น ก็ขอให้มันตอบสนอง แล้วก็คงต้องกอดคอกันไปกับมัน

ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำอวยพร มันช่วยได้จริงๆ นะ อยากจะฝากถึงทุกๆ คน ทุกๆ อย่างในชีวิตไม่แน่ไม่นอนจริงๆ แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ต้อง “ตั้งสติ” เตรียมรับมือ

และสิ่งที่อยากจะบอก กาดอกจันทร์ 100 ดวง คือ คำว่า “ใจ” ใจมันต้องได้นะ ยาจะดีแค่ไหน แต่ถ้าใจไม่ได้ ยามันก็ไม่ได้ผลหรอก”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @รุ่งคุณ จันทโชติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,095 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น

Recent Posts

  • บิ๊กโจ๊ก ส่ง ทนาย ร้อง กสม. ปม โฆษก ตร. แถลงข่าวเปิดคลิปเสียง สินบนทองคำ
  • นายกฯ นำแถลงผลงานกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ปกรณ์วุฒิ บี้เปิดสำนวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ขู่บุก ป.ป.ช. ทวงหลักฐานสัปดาห์หน้า
  • รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
  • เจาะลึกปมร้อน ย้ายอธิบดี สะเทือนเก้าอี้สุริยะ?

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d