Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1) 2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689765

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1)  2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1) 2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.00 น.

“ปัจจุบันเรื่องสุขภาพจิต กลายเป็นประเด็นที่สังคมมีความตระหนักถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์หลายอย่างล้วนเป็นสิ่งเร้าที่อาจทำให้เกิดการสะสมความเครียดในจิตใจ” ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาครอบครัว การงาน การเจ็บป่วยหรือโรคภัยต่างๆ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งหากใครจัดการความเครียดต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้ อาจมีแนวโน้มภาวะทางอารมณ์ผิดปกติ หรือต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิตค่อนข้างสูง จนบางคนอาจถึงขั้นกลายเป็น “ผู้ป่วยโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ” ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยพบว่า “ปีงบประมาณ 2564 มีการให้บริการผู้ป่วยจิตเวช จำนวน 327,527 คน เพิ่มขึ้นจากปีงบ 2563 ที่มีจำนวน 265,202 คน” รวมถึงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคทางจิตที่มักเกิดปัญหากับการทำงาน ที่มารับบริการด้านจิตเวช ประจำปีงบประมาณ 2564 อาทิ โรคจิตเภท 284,273 คน โรคอารมณ์สองขั้ว 34,675 คน โรคซึมเศร้า 353,267 คน และโรคจิตอื่นๆ 102,703 คน นอกจากนี้ จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ยังพบอีกว่า ประชากร 1 ใน 8 คน หรือ 970 ล้านคนทั่วโลก กำลังเผชิญกับความเจ็บป่วยด้านสุขภาพจิต

อาทิ โรคซึมเศร้า วิตกกังวล โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่วนรายงานของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปีงบประมาณ 2564 พบว่า มีการขึ้นทะเบียนคนพิการประเภท 4 ด้านจิตใจหรือพฤติกรรม จำนวน 164,230 คน คิดเป็นร้อยละ 7.84 ของคนพิการที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด และส่วนใหญ่อายุ 15-59 ปีซึ่งยังอยู่ในวัยทำงาน ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำคัญทั้งในระดับประเทศและโลกที่สังคมมิอาจเพิกเฉย

ทั้งนี้ “จากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2565 เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. … ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ” โดยคณะกรรมการการแพทย์ของ ก.พ. ก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษา

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎ ก.พ. ดังกล่าวมีการ “ยกเลิกโรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ” ซึ่งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ ออกจากลักษณะต้องห้าม ของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน ขณะที่มีการ “เสนอให้โรคจิต(Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ เป็นลักษณะต้องห้าม” ซึ่งลักษณะต้องห้ามดังกล่าว อาจมีความไม่สอดคล้องกับประเด็นในด้านสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพของกลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช

และนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีให้การรับรอง ซึ่งการระบุให้โรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน อาจส่งผลให้กลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช ปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการรักษา

ทำให้สภาวะความเจ็บป่วยมีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนเป็นการซ้ำเติมและตีตราต่อคนพิการทางจิตสังคมว่าไม่สามารถทำงานได้ ทั้งๆ ที่กลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและหายขาดจากโรคได้ หากได้รับการรักษาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ประเด็นนี้จึงเป็นที่มาของเวทีเสวนา “ปิดช่องว่าง สร้างโอกาส เพิ่มความเป็นธรรม กับประเด็นสุขภาพจิต จิตเวชและจิตสังคม” จัดโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ชวนผู้คนที่เกี่ยวข้องมาขบคิด แลกเปลี่ยน และรับฟังความคิดเห็น

ด้วยเพราะกฎหมายเป็นฐานคิดที่สำคัญต่อการมองเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงขยายความกฎหมายในมุมที่เกี่ยวข้องและควรนำมาตีความด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ในสายตาทางกฎหมาย มองคนกลุ่มจิตเวช/จิตสังคม ผ่านประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วยมาตราต่างๆ โดยในประเด็นด้านการประกอบอาชีพ สิ่งสำคัญคือเรื่องกระบวนการ

เช่น อาชีพผู้พิพากษา ต้องมีกระบวนคัดกรองที่มีหลักฐานทางการแพทย์รับรอง “แต่เนื่องจากโรคทางจิตมองไม่เห็นทางกายภาพ จึงเป็นเรื่องที่ประเมินค่อนข้างยาก” แต่มีความสำคัญมาก เพราะสุขภาพจิตส่งผลต่อสุขภาพกายและการแสดงออกของมนุษย์ นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องหลักความเสมอภาคที่ว่า สิ่งที่มีสาระสำคัญเหมือนกัน ต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกัน ซึ่งสาระสำคัญของมนุษย์มีสองเรื่องคือ กายและจิต

“ถ้าคนขาขาดถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นคนขับรถ ย่อมไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาค เนื่องจากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีมิติทางจิตใจ เป็นเรื่องที่มองไม่เห็น จึงต้องอาศัยองค์ความรู้ของจิตแพทย์ อธิบายให้เห็นว่า บุคคลนั้นๆ มีความบกพร่องในระดับที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งถ้าถูกประเมินว่าจิตไม่เหมือนกับบุคคลทั่วไป หากต้องมีการปฏิบัติงาน ถือว่าไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาค” ศ.ดร.บรรเจิด อธิบาย

ดังนั้น กระบวนการที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์จึงเป็นสิ่งสำคัญของประเด็นนี้ เช่น การคัดกรองคนก่อนเข้าทำงานต้องเป็นกระบวนการที่มีองค์ความรู้รองรับชัดเจนโดยผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ และการกำหนดเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีข้อมูลเชิงวิชาการรองรับชัดเจนและเชื่อถือได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยอมรับ นอกจากนี้กระบวนการระหว่างทาง ก็เป็นเรื่องสำคัญ

“การค้นหาคนที่เกิดปัญหาสุขภาพจิตระหว่างการทำงาน ถ้าสามารถค้นหาและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว ก็จะไม่เกิดผลกระทบต่อสังคม และยังเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ไม่ให้เกิดการพิพากษาจากสังคม ดังนั้น ต้องสร้างความเข้าใจในสังคม และหาจุดร่วมเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ทั้งผลต่อภาครัฐหรือประโยชน์ต่อส่วนรวม พร้อมๆ กับการปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ป่วย ซึ่งอาจไม่ใช้แค่การทบทวนกฎ ก.พ. แต่ต้องมองระดับมหภาค โดยต้องสร้างมาตรการทางสังคม เพื่อให้เกิดดุลยภาพที่สมดุลและเป็นธรรมร่วมกัน” ศ.ดร.บรรเจิด กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2565)

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689699

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.03 น.

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

2 พฤศจิกายน 2565 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “5 กลุ่มมาเฟียจีนในไทย” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ชูวิทย์’ลากไส้’ 5 กลุ่มมาเฟียจีน’หากินในไทย ทุกกลุ่มเชื่อม’กงสีใหญ่’ข้ามชาติ) มีเนื้อหาดังนี้…

“การโยงมาเฟียจีนในเมืองไทยว่ามี 5 กลุ่ม ทั้งหมดขึ้นต่อ mr.a และ mr.a ขึ้นต่อ mr.b และ mr.b ขึ้นต่อ “นายเจ้าเหว่ย” โดยระบุว่านายเจ้าเหว่ยไม่เคยเข้ามาที่ประเทศไทย

แค่นี้ก็ส่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องมาเฟียธรรมดาเสียแล้ว!!!!

และอาจเกี่ยวโยงกับการเมืองระหว่างประเทศ ที่กำลังรณรงค์กันทั่วโลกว่า “จีนคือภัยคุกคามที่จะต้องถูกจัดการหรือทำลาย”!!!!

เพื่อต้องการต่อต้านจีนและทำลายภาพลักษณ์ของคนจีน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือลงทุน หรือค้าขาย หรือนักท่องเที่ยว ซึ่งกำลังโผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ดในขณะนี้ ทั้งๆที่ 3 ปีนับแต่โคบ้าระบาดก็มีการปิดประเทศตลอดมา!!!!

ต้องเข้าใจก่อนว่า “นายเจ้าเหว่ย” เป็นใคร?

ก็จะเข้าใจโครงสร้างของเรื่องว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น!!!!

1.มีข้อตกลงจัดตั้งเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำระหว่างจีน-ลาว ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับอำเภอเชียงแสน เชียงของ ของจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่กว้างขวางกว่า 100 ตารางกิโลเมตร มีการลงทุนสร้างเมืองเป็นวงเงินกว่าแสนล้านบาท มีสภาพ ที่กล่าวขวัญกันว่า เหมือนกับการยกฮ่องกงมาอยู่ฝั่งตรงกันข้ามเชียงราย

2.เขตเศรษฐกิจดังกล่าวมีคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจทำนองเดียวกับ eec ของประเทศไทยมีประธานที่เป็นตัวแทนจากจีนและลาว

ฝั่งลาวได้แต่งตั้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเฉลิมชัยเป็นประธานผู้แทนฝ่ายประเทศลาว ทางจีนมีนายเจ้าเหว่ยเป็นประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมฝ่ายจีน และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำด้วยดีมานานแล้ว

3.มีการตั้งกองกำลังผสมของเขตเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลลาว ส่วนน้อยมาจากจีนและท้องถิ่น ทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด มีผลงานโด่งดังมาก

4.นายเจ้าเหว่ยถูกสหรัฐคว่ำบาตร แต่ไม่ได้มีการดำเนินคดีหรือออกหมายจับใดๆ

ในอดีตทราบว่านายเจ้าเหว่ยเคยเดินทางไปประเทศลาวผ่านประเทศไทย และได้หยุดการเดินทางผ่านประเทศไทย เมื่อมีการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระหว่างจีนลาวแล้ว ก็ไม่ได้เดินทางผ่านประเทศไทย

5.นายเจ้าเหว่ย เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานบางหน่วยในประเทศจีน ไม่ใช่มาเฟีย หรือคนไร้ถิ่นฐานดังที่ถูกกล่าวหา และเขาก็ไม่มีธุรกิจใดๆในประเทศไทย การเอานายเอนายบีไปเชื่อมโยงกับนายเจ้าเหว่ย จึงมีลักษณะชอบกล

ยิ่งขยายลามไปถึงสถานทูตจีนที่จะต้องปรึกษาหารือเพื่อป้องกันคนจีนมาเมืองไทย ก็บานไปกันใหญ่แล้ว

ในกรณีคนจีนมาทำอะไรที่ประเทศไทย ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยที่ต้องดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย สถานทูตจีนไม่มีอำนาจปฏิบัติการในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และที่เรียกกันว่าคนจีนนั้นมีการจำแนกแยกแยะไหมว่าเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าใดบ้างเป็นคนไต้หวันหรืออดีตหน่วยงานของไต้หวันในประเทศไทยบ้างหรือไม่

การเชื่อมโยงดังกล่าวจึงอาจมุ่งเป้าไปที่ความสัมพันธ์ไทยจีนก็ได้ ลองนึกดูถ้าจีนเกลียดไทย ไทยเกลียดจีน อะไรจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

6.เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและชาวโลกเดินทางไปยังเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ที่เขาคาดหมายแล้วว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ดังนั้นจึงได้ตกลงกับลาวสร้างท่าอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้นที่เมืองบ่อแก้วของลาว ติดกับเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อเปิดสนามบินนี้เต็มตัวแล้วนักท่องเที่ยวทั่วโลกก็ไม่จำเป็นจะต้องบินมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงรายหรือเชียงใหม่เพื่อเดินทางต่อไปยังเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำอีกแล้ว

ตอนนั้นก็จะรู้สึก!!!!

พี่น้องประชาชนภาคเหนือจะต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวขนาดไหนก็นึกดูกันเอาเอง!!!

การเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมก็สะดุดการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยวทางแม่น้ำโขงก็สะดุด ถ้าคนที่ไปมาสู่สะดุดอีกพวกหนึ่งแล้วจะเหลืออะไร จะมิใช่เท่ากับการปิดประเทศหรอกหรือ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689649

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.53 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 เผยแพร่เหตุการณ์สุนัขพิตบูล 2 ตัว ของชาวบ้าน ที่หลุดพังรั้วเข้ามาในบ้าน และกำลังไล่กัดเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งพยายามต่อสู้กับสุนัข 2 ตัว จนข้าวของในร้านกระจัดกระจาย เหตุเกิดภายในขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน ต.ท้ายหาด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยข้อความระบุว่า  บันทึกเตือนภัย !!! เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น !!! ช่วงบ่ายวันนี้ หมาพิตบูล 2 ตัวของชาวบ้านหลุดพังรั้วเข้ามาในบ้าน น้องได้ยินเสียงดังเลยเดินไปดูเจอหมา 2 ตัวพุ่งมากัดน้องได้รับบาดเจ็บ ส่วนเราเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเปิดประตูเข้าบ้านไม่รู้ว่ามีหมา ตกใจเพราะหมาปรี่เขามาจะกัดเราอีก หนีแทบไม่ทัน

ได้ยินลูกตะโกนบอก แม่อย่าเข้ามา !! อย่าเข้าบ้าน น้องโดนหมากัดแล้ว บอกว่าโดนหมากัด เราก็นึกว่าหมาอยู่หลังบ้าน เลยจะรีบเปิดประตูเข้าไปช่วย แต่หมาอยู่หน้าบ้านมันเห็นเรามันวิ่งปรี่เข้ามาเลย ดีที่เราเห็นหมาก่อนเลยออกประตูมาได้ทัน หมาแรงเยอะมากดันประตูแทบพัง

อยู่ในบ้านเราแท้ๆ ยังโดนกัด เลี้ยงหมาพิตบูลเพื่ออะไร เรากลัวอยู่แบบหวาดระแวง ถ้าคุณเจอแบบนี้จะทำยังไง หมอฉีดยาเยอะมากลูกเจ็บมากๆเลย แต่แม่เจ็บกว่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้น’หลวงพ่อเสน่ห์’เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689639

สิ้น'หลวงพ่อเสน่ห์'เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

สิ้น’หลวงพ่อเสน่ห์’เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.22 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พระครูอุปกิตสารคุณ หรือที่ลูกศิษย์ รู้จักในนาม หลวงพ่อเสน่ห์ เจ้าอาวาสวัดพันสี หมู่ 1 ตำบลท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ได้มรณภาพลงเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ที่โรงพยาบาลใน จ.นครสวรรค์ หลังเข้ารับการรักษาตัวจากอาการอาพาธเมื่อช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา สิริอายุ 91 ปี 69 พรรษา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก

โดยประวัติของ “หลวงพ่อเสน่ห์ กตปุญโญ” หรือ “พระครูอุปกิตสารคุณ” เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคม ปัจจุบันอายุ 91 ปี หลวงพ่อเสน่ห์ กตปุญโญ หรือ พระครูอุปกิตสารคุณ เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีคณะศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมไปถึงวงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคล รู้จักท่านในนามของพระเกจิอาจารย์ เรืองวิทยาคม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพันสี หมู่ 1 ตำบลท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี และเจ้าคณะตำบลหนองขาหย่าง-ท่าโพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทอผ้าขิด’ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689629

'ทอผ้าขิด'ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

‘ทอผ้าขิด’ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.56 น.

2 พฤศจิกายน 2565 การทอผ้าขิด หนึ่งในสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ต.คำพระ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่รุ่นสู่รุ่น ด้วยลวดลายหลากหลายแบบอีสานแท้ๆ ผลิตเป็นสินค้า กลายเป็นหมอนขิด กระเป๋าและอื่นๆเกือบ 100 ชนิด วางจำหน่ายอยู่ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ทว่าที่โดดเด่น เป็นบุญตาแก่บรรดานักท่องเที่ยวที่พบเห็นมากที่สุดก็คือ การทอผ้าฝ้ายขิดคำพระเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในหลวงรัชกาลที่ 9 (เมื่อครั้งยังไม่สวรรณคต) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2543  ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายขิดยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาว 2,199.99 เมตร ก็มีไว้ให้ชมที่นี่เช่นกัน 

นางสมจิตร หลักวัฒน์ รองประธานศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เล่าถึงความเป็นมาของการทอผ้าฝ้ายขิดคำพระว่า  จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ได้ระบุว่า ยายของนางภา สุพล ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการทอผ้าชิดให้ นางทอง สุพล(เกิดเมื่อปี พ.ศ.2433) โดยเป็นการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ชนิดต่างๆ เพื่อทำเป็นหมอนไว้ใช้ในครัวเรือน

ต่อมาการทอผ้าขิดได้รับความสนใจและรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากปี พ.ศ.2518 จ.อุบลราชธานี (เมื่อครั้งอำนาจเจริญเป็นอำเภอหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี)ได้จัดประกวดผ้าในงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานีและนางทอง สุพล ได้ทอผ้าขิดและทำเป็นหมอนขิดส่งเข้าประกวด ปรากฏว่า ได้รับรางวัลที่ 1 ทำให้ชาวบ้านสนใจและได้มีการถ่ายทอดความรู้ด้านการทอผ้าในหมู่บ้านเรื่อยมา และนำผลงานเข้าประกวดในงานกาชาด จ.อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2523

โดยนางฮู้ ลาภาอุตม์ ได้รับรางวัลที่ 2 จึงถือว่า การทอผ้าขิดคำพระเป็นมรดกตกทอดภูมิปัญญาที่ได้สืบสานต่อกันมา ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม มีการสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนและขยายไปสู่หมู่บ้านใกล้เคียง จึงมีการผลิตหมอนขิดทั้งอำเภอ จนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ ถ้าเอ่ยถึงหมอนขิด จะต้องมาจาก อ.หัวตะพาน เท่านั้น 

นางสมจิตร หลักวัฒน์ รองประธานศูนย์วิสาหกิจชุมชน ต.คำพระ กล่าวว่า ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ เมื่อปี พ.ศ.2531 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวตะพาน ปัจมีสมาชิกประมาณ 102 คน ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดผ้าขิด ณ ศูนย์ศีลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี พ.ศ.2537 และได้พัฒนาบริหารจัดการกิจการของกลุ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบของจังหวัดอำนาจเจริญ

ซึ่งกิจกรรมของกลุ่มประกอบด้วย การทอผ้าลายขิด จากด้ายฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ,การแปรรูปจากผลิตภัณฑ์จากผ้าขิด,การบริหารศูนย์วิสาหกิจชุมชน อ.หัวตะพาน ซึ่งตั้งอยู่หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคำพระ และการหาตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ส่วนหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ,สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ/จังหวัด,สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด,องค์การบริหารส่วนตำบลคำพระ,หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด 

ผลงานของกลุ่มที่ประทับใจ เช่น เมื่อปี พ.ศ.2537 ได้รับรางวัลชนะเลิศกรรมการพัฒนาดีเด่นระดับเขต, ได้รับรางวัลชนะเลิศผ้าขิดย้อมสีธรรมชาติ รางวัลที่ 1 -2 -3 ณ.ศูนย์ศีลปาชีพบางไทร, พ.ศ.2539 ได้รับรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านหัตถกรรมสร้างสรรค์ มูลนิธิหม่อมฯงามจิตร, พ.ศ.2541 ได้รับรางวัลตำบลพัฒนาดีเด่น,ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าถวายผ้าขิดเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ,พ.ศ.2544 ได้รับรางวัลแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นอันดับ 2 ของประเทศ, พ.ศ.2545 ได้รับรางวัลแปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์,ได้รับรางวัลชนะเลิศชุมชนไทยสู้ภัยเศรษฐกิจและได้รับมาตรฐานสินค้า ระดับ 5 ดาว ของจังหวัดอำนาจเจริญ 4 ดาวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,พ.ศ.2547 ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มผช.15(1)2546) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547, พ.ศ.2549 ได้รับมาตรฐานสินค้า ระดับ 5 ดาว ขอประเทศและปี พ.ศ.2550 ได้รับรางวัลประกวดผ้าขิด รางวัลที่ 1,2,3 ในงานกาชาด จ.อำนาจเจริญ อีกด้วย 

ส่วนที่โดดเด่นประชาชนเข้ามาชมมากที่สุด ก็คือการทอผ้าฝ้ายขิดยาวที่สุดในโลก ความยาว 2,199.99 เมตร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2543 เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลบเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการทอมือลงลวดลายในเนื้อผ้าฝ้ายที่ลงตัวกลมกลืน กลายเป็นลายโบราณ 72 ลาย สวยงามมาก ก็ได้นำมาแสดงไว้ที่นี่ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้! ‘ป้ายจราจร’ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689619

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้!  'ป้ายจราจร'ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้! ‘ป้ายจราจร’ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.47 น.

2 พฤศจิกายน 2565 ที่บ้านห้วยป่าน ตำบลผาสามยอด อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ชาวบ้านในหมู่บ้านรวมกลุ่มกันนำเศษวัสดุเหลือใช้ พระชุมชนท้องที่ท้องถิ่น โรงเรียน ร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทำป้าย เครื่องหมายสัญญาณ จราจรใช้เองในหมู่บ้าน ลดอุบัติเหตุในชุมชนได้ผล คนขับรถต่างถิ่นเห็นแล้วอึ่ง แบบนี้ก็มีด้วย

นายรุ่ง แต้จั้น ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตำบลผาสามยอด 10 หมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ในเรื่องป้ายจราจรที่ทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ขณะนี้มีหมู่บ้านนำร่อง 3 หมู่บ้านได้แก่ บ้านห้วยป่านหมู่ที่  1บ้านห้วยป่าน หมู่ที่ 9 , บ้านห้วยสวรรค์หมู่ที่ 8 ตอนนี้มีการติดตั้งและผลิตไปแล้วประมาณ 70 – 80 ป้ายในทั้งสามหมู่บ้าน โดยชุมชนมีการตั้งเป้าไว้ประมาณ 200 ป้าย และมีการรับบริจาคและผลิตอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องมาจากการแยกขยะในชุมชน โดยการนำวัสดุเหลือใช้ในที่นี้ก็คือการนำถาดเหล็กที่ใช้ในเวลานำอาหาร ภัตตราหารต่างๆไปถวายพระ ที่อยู่ในวัดต่างๆในพื้นที่ทางชุมชน คิดดัดแปลงทำอย่างไรให้นำไปใช้ประโยชน์ได้

เมื่อก่อนนี้เราจะนำวัสดุเหลือใช้แบบนี้หากเก่าหรือเสียก็จะนำไปทิ้งจนเป็นของเก่าหมดค่า ทิ้งไว้เฉยเฉย ซึ่งขนาดนี้สามารถนำไปทำเป็นป้ายจราจร อะไรต่างๆได้เป็นการเริ่มจากไอเดียเล็กๆของชาวบ้านในหมู่บ้านที่ช่วยกันคิดในหลายหลายคน ออกมาต่อยอดและไป ร่วมกับชุมชนไปร่วมกับอบต.ผาสามยอด และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน

นายรุ่ง เล่าอีกว่า วัสดุเหลือใช้ชิ้นแบบนี้นำมาจากวัดวุฒิ​สมานชัย ซึ่งพระครูสมานชัยวุฒิ รองเจ้าคณะอำเภอเอราวัณ ท่านได้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะเหลือใช้แล้วในปัจจุบันก็นำมาบริจาคให้กับกลุ่มชุมชนในหมู่บ้าน นำไปทำป้ายจราจรติดตาม 3 แยก 4 แยกในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นภาพเก่าถาดพาข้าวเก่าซึ่งจะเป็นลวดลาย สีสัน ภาพวาดในรูปต่างๆ สวย เป็นลายดอกไม้ สีสันสดุดตา ซึ่งขณะนี้มีการสำรวจแล้วประมาณ 50 หมู่บ้าน จะต้องมีการทำขึ้นมาเพิ่มอีกประมาณ 200 ป้าย ซึ่งขณะนี้ได้ลงมือทำไปประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว

โดยได้รับผลตอบรับจากชุมชนได้ดีมาก มีผลดีกับชุมชน เป็นสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายจราจรที่เห็นชัดเจนในการเป็นสัญลักษณ์เส้นทางเรื่องหมาย ความปลอดภัยซึ่งสิ่งเหล่านี้ชุมชนมีส่วนร่วมในการชี้พิกัดว่าจุดไหน มุมไหนแยกไหนสามแยกสี่แยกไหนเป็นจุดเสี่ยงซึ่งจะต้องใช้ป้ายแบบไหนสัญลักษณ์อย่างไรชุมชนก็มีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก

สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากซื้อเพียงเหล็กเป็นเสาและถาดนั้น ก็นำมาจากวัดเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ส่วนสีทางองค์การบริหารส่วนตำบลผาสามยอด เป็นผู้สนับสนุน ส่วนแรงงานการทำต่างๆก็เป็นของคนในชุมชน ซึ่งจะนัดกันมาทำในวันที่ว่างหลังจากไปทำสวนทำไร่ทำนา เสร็จทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนชาวบ้าน ส่วนปกครองท้องถิ่น อบต. วัด โรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทุกคนร่วมกันทำจนสำเร็จมาได้เกินครึ่งไปแล้ว ที่สำคัญเราได้ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้นำมาใช้ประโยชน์ที่ได้ผลเกินคาด

หากใครสนใจหรือต้องการ บริจาค สิ่งของที่เหลือใช้ แนวแปลกๆ ติดต่อโทรศัพท์ 087 947 4394

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ ‘วัดพระธาตุดอยกองมู’แม่ฮ่องสอน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689614

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ 'วัดพระธาตุดอยกองมู'แม่ฮ่องสอน

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ ‘วัดพระธาตุดอยกองมู’แม่ฮ่องสอน

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.55 น.

ชวนเที่ยวงานนมัสการพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประเพณีลอยกระทงสวรรค์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ณ วัดพระธาตุดอยกองมู 4-8 พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู เจริญพรเชิญร่วมทำบุญในงานนมัสการพระธาตุดอยกองมู (ประเพณีลอยกระทงสวรรค์) ณ วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2565 นี้ ภายในงานมีการทำบุญตักบาตรเท่าอายุ ลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ (ธาตุเลปา) อีกทั้งยังมีมหรสพสมโภช เช่น การประกวดร้องเพลง การแสดงดนตรี การแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ลิเกไทใหญ่ ( จ้าดไต) และการประกวดดอกไม้ไฟ

ในงานประเพณีดังกล่าว มีการลอยกระทงสวรรค์ ขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยกระทงดังกล่าวประดิษฐ์จากลูกโป่งอัดแก๊ส  ผูกเชือกกับกระทงทำจากกระดาษสาสีสดใส  มีเทียนเล่มเล็กๆ  อยู่ตรงกลางกระทงสมัยก่อนจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำลำธารไม่มาก  ชาวแม่ฮ่องสอนจึงเปลี่ยนวิธีการลอยกระทงโดยลอยขึ้นฟ้า โดยชาวไทใหญ่มีความเชื่อว่า การได้ลอยกระทงสวรรค์ จะส่งผลให้ตนเองและครอบครัว มีแต่ความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใดจะสมประสงค์และพ้นจากโรคเคราะห์ภัยพาลทั้งปวง ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ของเมืองสามหมอก และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

นอกจาการลอยกระทงสวรรค์แล้ว ยังมีการบูชาพระธาตุดอยกองมู คือการบูชาธาตุทั้งสี่ (ธาตุเลปา)  ซึ่งประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ คนไทใหญ่เชื่อว่า เมื่อธาตุใดธาตุหนึ่งอ่อน หมายความว่าไม่มีพลังจะไปสร้างความสมดุลกับธาตุที่เหลือ ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง จึงต้องเสริมธาตุเพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายก็คือการถวายธาตุทั้งสี่บูชาพระธาตุนั่นเอง

วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมเรียกว่า วัดปลายดอย เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดยจองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ.2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนองค์แรก จากวัดสามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689592

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.06 น.

‘สลากดิจิทัล’ งวด 1 พ.ย. มีผู้ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ มีถูก 10 ใบคนเดียวได้เงินรางวัล 60 ล้านบาท ส่วนงวดหน้ามีสลาก 14.92 ล้านใบ

2 พฤศจิกายน 2565 พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวภายหลังการออกรางวัลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า สลากดิจิทัลงวดที่ผ่านมา มีรางวัลที่ 1 จำนวน 14 ใบ รวมเป็นเงิน 84 ล้านบาท โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 รายเดียว 10 ใบ ได้รับเงินรางวัล 60 ล้านบาท ส่วนอีก 4 ใบ เป็นของผู้โชคดี 2 ราย ถูกรางวัลรายละ 2 ใบ คนละ 12 ล้านบาท

สำหรับสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565  มีจำนวน 14,929,000 ใบ โดยสลากทั้งหมด เป็นของตัวแทนจำหน่าย 29,858 ราย จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 06.00 – 23.00 น. ทุกวัน จนกว่าสลากจะหมด 

สำหรับการอำนวยความสะดวก ในการรับเงินให้เป็นไปด้วยความสะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก ด้วยการโอนเงินรางวัล ผ่าน G-Wallet ในแอป ฯ เป๋าตังได้ภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งผู้ถูกรางวัลสามารถโอนต่อไปยังบัญชีของธนาคารอะไรก็ได้  จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมกราคม 2566 อย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ’อบจ.บุรีรัมย์’ หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689588

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ'อบจ.บุรีรัมย์' หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ’อบจ.บุรีรัมย์’ หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.12 น.

2 พฤศจิกายน 2565 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 18.00 น. นายประพันธ์ เนาวบุตร พนักงานขับรถองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และยังเคยเป็นพนักงานขับรถให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 11 คน และรองผู้ว่าอีก 5 คน ได้นำเงินสด​ เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท รวมจำนวน 100,000 บาท ไปส่งมอบให้กับทางธนาคารกรุงไทย​ สาขาบุรีรัมย์ หลังจากพนักงานธนาคารได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เกินไปพร้อมกับเงินกู้สหกรณ์ที่นายประพันธ์ ได้รับอนุมัติและนัดมารับเงินที่ธนาคารในวันนี้  

โดยนายประพันธ์ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่​ 1 พ.ย.65 ได้เดินทางไปรับเงินกู้สหกรณ์ที่ธนาคารกรุงไทย​ สาขาบุรีรัมย์ ที่ทำเรื่องยื่นกู้เอาไว้ 178,270 บาท หลังจากเซ็นเอกสารเรียบร้อยก็นั่งรอรับเงิน  เมื่อพนักงานธนาคารทำเอกสารและนับเงินเสร็จตนก็รับเงินแล้วเอาใส่กระเป๋าทันที  โดยที่ไม่ได้นับซ้ำอีกรอบเพราะมั่นใจว่าพนักงานคงนับหลายรอบแล้ว    

จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านเพื่อเตรียมจะนำเงินกู้ไปใช้หนี้ แต่พอไปถึงบ้านลูกสาวก็เอาเงินออกมานับถึงทราบว่ามีเงินเกินมาอีก 100,000 บาท เพราะลูกสาวนับได้ทั้งหมด 278,270 บาท ก็ตกใจเพราะยอดเงินกู้ของตัวเองคือ 178,270 บาท จึงคิดว่าพนักงานน่าจะจ่ายเงินมาเกิน เมื่อรู้ว่ามีเงินเกินมาตนจึงรีบนำเงินที่กู้มาไปใช้หนี้ 

จากนั้นก็นำเงินที่ทางธนาคารให้เกินมา 100,000 บาท ไปส่งมอบคืนให้กับทางธนาคารถึงแม้จะเป็นช่วงค่ำ และธนาคารปิดทำการแล้วแต่ยังมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่เพราะตนเองรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งกลัวว่าพนักงานธนาคารที่จ่ายเงินเกินมาจะเดือดร้อน จึงรีบนำเงินไปส่งมอบคืน  

นายประพันธ์ ยังบอกอีกว่า ถึงแม้ว่าตนเองจะมีหนี้สินอยู่หลายแสนบาท แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาของใคร ซึ่งส่วนตัวเป็นคนตรงไปตรงมาและถือความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ ที่ผ่านมาก็เคยขอให้ไปช่วยราชการเป็นพนักงานขับรถให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดถึง 11 คน และรองผู้ว่าฯ อีก 5 คน ก็ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด  

ขณะที่​ พนักงานธนาคาร ก็บอกว่าเพิ่งจะทราบว่าเงินหาย จำนวน 100,000 บาท เพราะหลังจากปิดทำการแล้วต้องนับรวมยอดเงิน แต่ยอดเงินในระบบกับจำนวนเงินจริงไม่ตรงกัน ก็กำลังเช็คในระบบว่า วันนี้มีใครมาเบิกถอนเงินบ้างเพราะคิดว่าอาจจะให้เงินเกินไปด้วย ซึ่งระหว่างที่กำลังตรวจสอบลูกค้าก็ได้นำเงิน 100,000 บาท มาส่งคืนให้พอดี ก็ดีใจและขอบคุณลูกค้าที่ได้นำเงินมาส่งคืนเอง ก็ชื่นชมในความซื่อสัตย์ของลูกค้าคนดังกล่าวด้วย ที่เมื่อทราบว่ามียอดเงินเกินไปก็รีบนำมาส่งคืน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689583

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.51 น.

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.จิระวัฒน์ หอมอ้ม อายุ 42 ปี ชาวบ้านหนองสว่าง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า สุนัขที่บ้านถูกยิงเสียชีวิต ตอนนี้จับมือใครดมไม่ได้ เสียใจหนักมากเพราะสุนัขตัวนี้เลี้ยงเหมือนลูก คนในครอบครัวทั้งสามีและลูกชายทั้ง 2 คน กินไม่ได้นอนไม่หลับ และที่หมู่บ้านมีเหตุสุนัขตายปริศนาหลายตัวแล้ว ไปแจ้งความแล้วอยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ด้วย หวั่นไปก่อเหตุอีก 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.จิระวัฒน์ ซึ่งเปิดภาพเก่าของสุนัขที่ชื่อ “กาฟิว” ให้ดู แต่เจ้าตัวเห็นแล้วถึงกับน้ำตาคลอ และบอกว่าสุนัขตัวนี้ทั้งครอบครัวรักเหมือนลูก เลี้ยงมาคู่กับสุนัขอีกตัว คนทั้งหมู่บ้านจะรู้ว่า “กาฟิว” เป็นสุนัขที่ฉลาด แสนรู้ ขี้เล่น เข้าได้กับทุกคน ไม่ดุ หากวิ่งไปไหนรอบหมู่บ้าน สุนัขในหมู่บ้านจะไม่กัด ถือเป็นดาราสุนัขประจำหมู่บ้าน จึงอยากให้ตำรวจตามจับคนร้าย เพราะไม่รู้จะไปก่อเหตุฆ่าสุนัขอีกหรือไม่ นึกภาพแล้วคิดว่าพอคนร้ายใช้ปืนยิง แล้วนำไปกดน้ำให้เลือดออกหมด แล้วนำร่างมาทิ้งในในโรงเรียน บอกได้คำเดียวว่าเสียใจอย่างมาก

ขณะที่นายนิคม หอมอ้น อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองเลี้ยงกาฟิวมาตั้งแต่เล็กๆ ภรรยา คือ น.ส.จีระวัฒน์ ป้อนข้าวป้อนน้ำตั้งแต่ตัวเล็ก กาฟิวเป็นหมาแสนรู้ ไม่ดื้อ อยู่ด้วยกันมา 10 ปี ไม่เคยมีเรื่องให้ทุกข์ใจ จะเป็นหมาขี้อ้อน เวลาอยากออกไปวิ่งเล่นก็จะมองหน้าเจ้าของทำหน้างอนๆ หรือหากจะนอน กาฟิวก็จะใช้เท้าเขี่ยเสื่อเพื่อปูนอนเอง เป็นความน่ารักที่ทำให้ครอบครัวเราผูกพัน

สำหรับวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 24 ต.ค.65 เจ้ากาฟิวนั่งรถซาเล้งไปกับภรรยาของตน เพื่อซื้อของมาขายในตลาดบ้านดุง ส่วนตนไปเฝ้าเวรที่โรงเรียน พอกลับมาจากตลาด เวลาประมาณ 14.00 น. ไม่เห็นกาฟิวแล้ว แต่ในกล้องวงจรปิดเห็นวิ่งมายังสนามฟุตบอล ต่อมาเวลา 17.00 น. มีคนมาบอกว่า กาฟิว ตายอยู่ข้างใต้อาคารข้างห้องน้ำ จึงรีบไปดูปรากฏว่าร่างของกาฟิวมีสภาพเปียกไปทั้งตัว เหมือนคนร้ายล้างคราบเลือด บริเวณช่องท้องถูกยิงด้วยปืนอัดลม มีลูกกระสุนฝังใน

“ตนแปลกใจว่าถ้า กาฟิว ถูกยิงตรงที่พบ ทำไมไม่มีรอยเลือดเปรอะเปื้อน พบแต่ตรงช่องท้องที่ถูกยิงและบริเวณปาก เป็นรอยเลือดนับหยดได้เลย เชื่อว่าคนร้ายยิงกาฟิวจากที่อื่น แล้วล้างน้ำหรือกดตัวลงน้ำให้เลือดไหลหมด จากนั้นก็อุ้มมาทิ้งในโรงเรียน” นายนิคม กล่าว

นายนิคม กล่าวว่า พอกาฟิวตายทั้งบ้านเสียใจมากทั้งภรรยา ลูกชายอีก 2 คน กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องเข้าใจคนรักหมา เขารักเหมือนคนในครอบครัว ตนอยากหาตัวคนร้ายให้ได้ ตอนนี้ยังก็มีคนสงสัยอยู่ แต่เราไม่มีหลักฐาน แต่จะหาหลักฐานตามหาคนฆ่ากาฟิวมาให้ได้ อยากถามเขาเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องฆ่ากาฟิว มันทำอะไรผิด ทำไมไม่มาบอกกันดีๆ จะไปฆ่ามันทำไม

ขณะที่ชาวบ้าน เชื่อว่า ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีคนล่าสุนัข และฆ่าตายมาแล้วหลายตัว จากนั้นจะนำร่างของสุนัขมาทิ้งในโรงเรียน ใน 3 เดือนที่ผ่านมาตายมาแล้วหลายตัว โดยชาวบ้านบอกอีกว่าที่หมู่บ้านมีคนล่าสุนัขกินเลือดเพื่อเป็นยาชูกำลัง และอยากให้ตำรวจตามจับให้ได้ ไม่เช่นนั้นสุนัขก็จะเป็นเหยื่อคนล่ากินเลือดชูกำลังไปอย่างไม่มีวันจบ

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,801 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
อนุทิน โยนถาม สุริยะ แจงดราม่าย้าย อธิบดีฝนหลวง
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d