Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689553

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม  ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.21 น.

ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ กับเวทีนวัตกรรมทางสังคม กับการเร่งรัดเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน “เสียงผู้คนในพื้นที่ ภายใต้วิกฤตภูมิอากาศ-โลกรวน” ซึ่งร่วมจัดโดยหลายองค์กรและถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ “สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” โดยหนึ่งในนั้นคือการเสวนาหัวข้อ “ชุมชนท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นภาคอุตสาหกรรม” มีตัวแทนภาคประชาสังคมหลายกลุ่มร่วมให้มุมมอง

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง จากมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า เมื่อพูดถึง “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งได้ผ่านการทบทวนของ
สหประชาชาติและรัฐบาลนานาชาติในปี 2535 ที่มองว่า “ถ้าทิศทางการพัฒนาของโลกยังก้าวเดินไปที่เน้นภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว โลกหายนะอย่างแน่นอน”ซึ่งจะเกิดความไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัยหลากหลายเรื่อง ซึ่งภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องถอยหลัง 1 ก้าว เพราะเป็นสาเหตุในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การทำลายสิ่งแวดล้อม การสร้างภาวะโลกร้อน และการสร้างความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นอกจากนี้ สหประชาชาติยังให้บรรทัดฐานใหม่อีกว่า “จากนี้ไปรัฐบาลทุกประเทศต้องพาคนในชาติก้าวไปสู่ทิศทางพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จะต้องมี 3 เสาหลัก คือ 1.ประชาชนต้องมีส่วนร่วม มีส่วนร่วมในทุกๆ เรื่อง รวมไปถึงการตัดสินใจในนโยบายที่สำคัญของรัฐที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน 2.ประชาชนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งภาครัฐจะต้องจัดข้อมูลตามที่ประชาชนต้องการ

เช่น ข้อมูลเรื่องของสิ่งแวดล้อม และข้อมูลที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของประชาชนในกระบวนการมี
ส่วนร่วม เพื่อให้การมีส่วนร่วมของประชาชนมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความโปร่งใสอีกด้วย และ 3.การเข้าถึงความเป็นธรรม ซึ่งทุกรัฐบาลจะต้องมีการช่องทางและกลไกต่างๆ ที่จะเอื้อให้ประชาชนได้รับการปกป้องและคุ้มครอง สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา การฟ้องคดี และข้อมูลต่างๆ เพราะฉะนั้น 3 เสาหลักจะรองรับและพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

“ในปี พ.ศ.2535 ยังมีการพูดคุยกันชัดเจนว่าอุตสาหกรรมทุกแห่งจะต้องลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม จนนำไปสู่กลไกลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเกิดกฎหมาย PRTR ขึ้นมา ซึ่งในประเทศไทยกำลังรณรงค์กันในปัจจุบัน โดยปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและฐานข้อมูล ที่จะทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม และแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่างๆ เมื่อเทียบกับต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ที่โรงงานไหนมีการใช้สารเคมีที่ USPPA ประกาศออกมามากถึง 800 กว่าสาร จะต้องรายงานข้อมูลให้ USPPA รับทราบ” เพ็ญโฉม กล่าว

นันทวัน หาญดี จากสมาคมเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ถ้าพูดระบบนิเวศในจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบมีพื้นที่ติดกับป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถึงแม้จะติดกับป่า
รอยต่อแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปี เนื่องจากพื้นที่ป่ารอยต่อภาคตะวันออกในโซนของจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายจากนโยบายของรัฐ จึงทำให้ป่าสงวนถึงสัมปทานให้เอกชนตัดไม้เศรษฐกิจสำคัญออกไปทำให้ป่าเสื่อมโทรม

“ฉะนั้นการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตเพื่อการส่งออก ที่ให้ความสำคัญแต่การเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้มองเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรจึงเห็นภาพของการปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมาก ที่เข้าไปทดแทนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งทำให้เห็นปัญหาความไม่เป็นธรรมเรื่องของสิทธิในที่ดินและการเข้าถึงที่ดิน ถึงแม้จะได้ที่ดินมาครอบครองแต่ก็อยู่ในระบบเศรษฐกิจผูกกับระบบเศรษฐกิจโลก คือ การปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งรายได้ไม่พอเพียงเพราะราคาก็ถูกกำหนดจากกลไกตลาด” นันทวัน กล่าว

นันทวัน กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน” เป็นทางเลือกและทางรอดของเกษตรกร โดยบ้านยางแดงเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1 ใน 12 หมู่บ้านของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านที่ยากจน รายได้คนในชุมชนประมาณร้อยละ 10 ต่ำกว่าค่าครองชีพที่จะอยู่ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ “ชาวบ้านได้ตื่นรู้” จากการวิเคราะห์ถึงปัญหาเกิดขึ้นวิเคราะห์ฐานทรัพยากร และการพึ่งพา

จนนำไปสู่ความเข้าใจในวิถีชีวิตที่จะอยู่ได้จะต้องอยู่ในฐานทรัพยากรที่หลากหลาย ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องอาหาร และสามารถที่จะสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนของรายได้ เพราะฉะนั้นเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร การรักษาสิทธิ์ และใช้ประโยชน์ในการผลิตอาหาร เป็นการปกป้องความมั่นคงทางอาหารของสังคม และเป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชในท้องถิ่นและวัฒนธรรมด้วย

มานพ สนิทหาญดี จากเครือข่ายชายฝั่งบูรพา กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานกับชาวประมงและชายฝั่ง ได้พบเห็นปรากฏการณ์หลายเรื่อง ตั้งแต่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงนโยบายที่ลงไปชายฝั่งทะเลจนมาถึง EEC ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงการพัฒนาเชิงนโยบายในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมีจำนวนมาก ในส่วนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับทะเล

“ที่เห็นได้ชัด คือการกัดเซาะชายฝั่ง เห็นได้จากพื้นที่ระหว่างมาบตาพุดกับหาดแสงจันทร์ จ.ระยอง ที่มีเขื่อนหินเป็นชั้นๆ ถ้าหากคนภายนอกมองจะเห็นความสวยงามของธรรมชาติ แต่ว่าพื้นที่ที่หายไปจากการกัดเซาะและการเปลี่ยนแปลงจากสภาพน้ำทะเลมีจำนวนสูงขึ้น รวมถึงทรัพยากรบางอย่างที่หายไป เช่น ป่าชายเลน และแนวป้องกันการปะทะคลื่นต่างๆ หายไปนอกจากนี้ประเด็นการยกเลิกเขตควบคุมมลพิษ จะเป็นตัวเร่งให้กลับไปสู่การปลดปล่อยมลพิษให้สูงขึ้น การที่จะเป็นเมืองที่มีคาร์บอนต่ำจึงเป็นไปไม่ได้” มานพ กล่าว

พรพนา ก๊วยเจริญ จาก Land Watch Thailand กล่าวว่า หลายพื้นที่เรื่องระบบนิเวศ เรื่องความสำคัญของ
พื้นที่ และเรื่องเศรษฐกิจท้องถิ่น จะไม่ปรากฏในผังเมืองและไม่ได้ให้ความสำคัญ เช่นเดียวกับพื้นที่นาขาวัง ต.เขาดินอ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตปากแม่น้ำมีระบบนิเวศแบบ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ถึงแม้ในผังเมืองจะพูดถึงว่าจะต้องคำนึงถึงภูมินิเวศ แต่ว่าผังเมืองไม่ได้สนใจที่จะทำให้มีความสำคัญ

“สิ่งที่น่าสนใจคือไม่ปรากกฏอยู่ในนโยบายและกฎหมาย EEC ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ชาวบ้านปรับตัวจากสภาพภูมิอากาศเมื่อ 20 ปีก่อนเดิมทีทำนาอย่างเดียว แต่ปัจจุบันสามารถทำนาข้าวและทำประมงในพื้นที่ผืนเดียว และมีที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถทำได้ จึงแสดงให้เห็นว่า กระบวนการวางแผนตลอดจนถึงเรื่องความสำคัญระดับท้องถิ่น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์แล้ว” พรพนา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689552

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.13 น.

สุดตื่นตา! ‘พะยูน’ ฝูงสุดท้ายของไทย ว่ายน้ำดำผุดดำว่ายพลิกหงายท้อง อวดโฉมโชว์กลุ่มนักท่องเที่ยวในทะเล กลาง ‘เกาะลิบง’  กำนันเผยพบเห็นได้ไม่บ่อยนักบริเวณจุดดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่แหล่งหญ้าทะเล

 เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้ 1 พ.ย. 65 นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนัน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้บันทึกภาพและส่งต่อให้ผู้สื่อข่าว ในนาทีที่ พะยูน ตัวโต น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ว่ายน้ำอวดโฉม ทั้งดำผุดดำว่าย พร้อมและโชว์ลีลาพลิกหงายท้องไปมาจำนวนหลายครั้ง ระยะเวลานานกว่า 15 นาที ก่อนจะดำน้ำหายไป บริเวณหอชมพะยูน (สะพานหลีกภัย) หมู่ 4 บ้านบ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง ซึ่งพะยูนตัวดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดที่กลุ่มนักท่องเที่ยวยืนอยู่บนหอชมประมาณ 18 เมตร เท่านั้น สร้างความตื่นตาตื่นใจ และประทับใจให้กับน้ำท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต่างนำกล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพความน่ารักของพะยูนตัวดังกล่าวไว้

นายอับดุลรอหีม หรือ กำนันหีม กล่าวว่า วันนี้ตนนำพานักท่องเที่ยวชายหญิง จำนวน 5 คน  จากพื้นที่ จ.ตรัง จ.สงขลา และ กทม. หลังจากเดินทางมาเที่ยวบนเกาะลิบง จึงได้นำพามาที่หอชมพะยูน ซึ่งเป็นความบังเอิญเป็นอย่างมาก พะยูนตัวดังกล่าว ได้โผล่ขึ้นมาและมาว่ายอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวชื่นชม โดยจุดดังกล่าวห่างจากฝั่งประมาณ 800 เมตร พะยูนมักจะไม่ค่อยมาเล่นน้ำเท่าใดนัก ส่วนใหญ่หากจะพบเห็นก็จะเป็นแถบเขาบาตูปูเต๊ะ ที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล เนื่องจากเป็นแหล่งหญ้าทะเล ที่เป็นอาหารของพะยูน แต่ครั้งนี้พะยูนได้มาอยู่บริเวณไม่ไกลฝั่ง ซึ่งตนคาดว่าน่าจะมาเล่นน้ำ ไม่ได้มากินหญ้าทะเล เพราะจุดดังกล่าวหญ้าทะเลมีน้อย ไม่ชุกชุมเหมือนบริเวณเขาบาตูปูเต๊ะ และในระหว่างที่กำลังเดินกลับ นักท่องเที่ยวกลับได้พบเห็นเต่าทะเลด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความโชคดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

สำหรับ ‘พะยูน’ เป็นสัตว์ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย สำหรับ ‘เกาะลิบง’ นั้น เป็นแหล่งที่มีพะยูนฝูงสุดท้ายในประเทศไทย และมีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งยังมีแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่หญ้าทะเลในจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย รวมทั้งยังเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพะยูนน้อย ‘มาเรียม’ ก่อนหน้านี้อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689506

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.33 น.

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วนแล้ว

ออกผลไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 สำหรับรางวัลที่ 1 คือ หมายเลข 913106 แต่งวดนี้ทำให้เกิดการผุดแฮชแท็ก #หวยงวดนี้ ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ มีการพูดถึงตัวเลขรางวัลที่ 1 จำนวนมากเพราะดันไปตรงเป๊ะกับรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 256 ที่ผ่านมา นั่นคือ 613106 เพียงเปลี่ยนจากเลข 6 เป็นเลข 9 เท่านั้น 

ล่าสุด พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อํานวยการสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชี้แจงว่า ภายหลังการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 รางวัลที่ 1 เลขที่ออก 913106 ว่า การออกรางวัลของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดําเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้  ส่วนตัวเลขที่จะออกนั้น มีโอกาสเท่ากันทุกตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นเลขที่เพิ่งออกไปในงวดที่ผ่านมา หรือเลขที่ซ้ำกันทั้งหกหลัก ดังนั้น จึงไม่มีใครทราบหมายเลขที่จะออก รางวัลล่วงหน้าได้ ทุกหมายเลขมีโอกาสออกได้หมด

ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลราชวิถี ประธานกรรมการ ออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้ กล่าวว่า อุปกรณ์และขั้นตอนกระบวนการออกรางวัลสลาก สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบอุปกรณ์ ที่ให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อมั่นว่าการออกรางวัลของสํานักงานสลากฯ เป็นไปด้วย ความโปร่งใสทุกประการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689474

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.17 น.

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

1 พฤศจิกายน 2565 ชาวบ้านในชุมชนจันทร์ประทีป ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างตกใจกลัวเพราะว่ามีฝูงลิงจำนวน 5 ตัว ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ไต่มาตามสายไฟและกระโดดปีนป่ายอยู่บนหลังคาบ้าน รวมทั้งไปเก็บกินผลไม้ ทั้งเสาวรส มะม่วง และผลปาล์มของชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน

ชาวบ้านต้องออกมาช่วยกันตะโกนไล่ เพราะกลัวว่ามันอาจจะลงมาทำร้ายเด็กๆในชุมชนหรือแย่งชิงขนมจากเด็กที่เดินหิ้วอยู่ตามถนน เพราะดูท่าทางลิงฝูงนี้จะหิวมากและไม่กลัวคน โดยชาวบ้านได้ช่วยกันไล่ต้อนเพื่อให้ออกไปจากชุมชนบางคนก็สงสารซื้อแตงโมโยนขึ้นไปให้มันกิน สุดท้ายลิงฝูงนี้ก็ไต่ไปตามสายไฟริมทางรถไฟและลงมาพากันวิ่งข้ามทางรถไฟไปยังป่าอีกฝั่งซึ่งอยู่หลังวัดปลักกริมสระน้ำ

ชาวบ้านบอกว่าไม่เคยเห็นลิงฝูงนี้มาก่อนเพิ่งจะเข้ามาหาของกินในบริเวณชุมชนจันทร์ประทีป 2-3 ครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นลิงมาจากไหน บางครั้งก็หักกิ่งไม้จนตกใส่หลังคาบ้านเกือบแตก ต้องช่วยกันตะโกนไล่ เพราะกลัวว่ามันจะลงมาทำอันตรายเด็กๆที่วิ่งเล่นอยู่แถวนี้ แต่ก็สงสารเพราะดูแล้วสภาพน่าจะหิว จึงพากันมาเก็บกินผลไม้ และต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาจับไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่าน่าจะกลับมาอีก

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวเม่า’ขนมโบราณ…รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689454

'ข้าวเม่า'ขนมโบราณ...รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

‘ข้าวเม่า’ขนมโบราณ…รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.38 น.

ทุกฤดูกาลทำนาปลูกข้าว ระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ของทุกปี สตรีชาวนา จะนำข้าวไวต่อแสง หรือ ข้าวดอ ซึ่งจะมีความเจริญเติบโต ออกรวงเมล็ดข้าว เร็วกว่าปกติ เรียกว่า ข้าวน้ำนม เพื่อนำมาทำข้าวเม่า สำหรับรับประทานในครอบครัว หรือในหมู่เพื่อนฝูงญาติสนิทและแขกผู้มาเยือนสม่ำเสมอ เรียกว่า เป็นขนมโบราณ ที่ชาวอีสานนิยมบริโภคกันมาก เนื่องจากทำจากเมล็ดข้าวโดยตรง ปราศจากสารพิษเจอปน เรียกว่า ข้าวเม่าอินทรีย์ ซึ่งมีให้ทานปีละ 1 ครั้ง เฉพาะทำนาปีเท่านั้น

เป็นเพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองไปทั่วโลก ลามถึงประเทศไทย บวกกับโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา กระทั่งปัจจุบันโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบยังคงมีอยู่ ทำให้สตรีชาวนาอำนาจเจริญต้องมองหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ โดยการนำเอาขนมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สั่งสอนมาจากบรรพบุรุษ ออกวางจำหน่าย ในรูปแบบการผลิตข้าวเม่าเชิงพาณิชย์ จำหน่าย สร้างรายได้เป็นอย่างดี

อย่างเช่น นางจันทร์เพ็ญ  นาดี อายุ 40 ปี ชาวนา ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า ทำนาปี จำนวน 10 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวจ้าว 5 ไร่ และข้าวเหนียว 5 ไร่ และแบ่งไว้รับประทานส่วนหนึ่งให้ถึงปี ที่เหลือก็จะขายพอได้ค่าปุ๋ย โดยเฉพาะช่วงนี้เมล็ดข้าวยังไม่แก่เต็มที่ เมล็ดข้าวน้ำนม จึงนำเมล็ดมาทำข้าวเม่า ไปจำหน่ายในตลาดตัวเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งขายดีมาก ขายหมดทุกวัน ก็เก็บเป็นเงินทุน ไว้จ้างแรงงานเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงปลายปี

นางจันทร์เพ็ญ บอกถึงวิธีทำข้าวเม่า พอเข้าใจว่า การทำข้าวเม่าส่วนมากจะนำข้าวไวต่อแสง หรือข้าวดอ (ภาษาอีสาน) มาทำ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวชนิดอื่น โดยเริ่มแรก ต้องเดินตรวจเมล็ดข้าวในแปลงนาก่อน จากนั้น เลือกเอาเมล็ดข้าวที่พอดี คือไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป เรียกว่า ข้าวน้ำนม ต่อมาทำการเกี่ยวข้าว จนได้ตามต้องการ

จากนั้น นำรวงข้าวมาขูดเมล็ดออก ด้วยการใช้ไม้ประกบ 2 ข้างขูด เพื่อป้องกันรวงข้าวบาดมือ เสร็จแล้วนำเมล็ดข้าวใส่ถาดหรือกะละมัง ต่อมานำไปเทใส่กระทะ ตั้งบนเตาถ่านไฟไม่แรง คั่วจนได้ที่ เสร็จแล้วเอาใส่ถาดหรือกะละมัง ผึ่งให้เย็น คัดกากหรือเปลือกข้าวออก ก็จะได้เมล็ดข้าวสีเขียวอ่อน หอมติดจมูก เมื่อบริโภคแล้วจะมีรสชาติหวานมัน อร่อยแบบขนมพื้นบ้านโบราณ เป็นอันแล้วเสร็จ เรียกว่า ข้าวเม่า

สามารถนำไปจำหน่ายได้ โดยบรรจุถุงจำหน่ายในราคา 1 กิโลกรัม / 150 บาท ถ้าจะซื้อเป็นขีดก็ราคาขีดละ 20 บาท ซึ่งขายดีมาก บางคนกลับมาเยี่ยมบ้านจะกลับกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด จะแวะซื้อข้าวเม่าหลายสิบกิโลกรัมติดไม้ติดมือไปด้วย เพื่อเป็นของฝากเพื่อน พี่น้อง และมีจำนวนไม่น้อยที่ซื้อใส่พัสดุฝากทางไปรษณีย์ส่งให้ญาติพี่น้องตามต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร เพราะข้าวเม่าอยู่ได้หลายวันไม่เสียง่าย

นางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า ข้าวเม่า บางคนซื้อไปทานเลย แต่ก็มีนำไปแปรรูปเป็นขนมหลายชนิด เช่น ข้าวเม่าคลุก โดยการเอาข้าวเม่าไปคลุกเค้ากับมะพร้าว ที่ผ่านการขูดเป็นเส้นๆ ใส่เกลือน้ำตาลให้พอเหมาะ เรียกว่า ขนมข้าวเม่าคลุก หรือไม่ก็เอาไปทำข้าวเม่าทอด ก็มีให้ซื้อหารับประทานตามตลาดทั่วไป

นางจันทร์เพ็ญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกปีช่วงรอการเก็บเกี่ยวข้าว จะทำข้าวเม่ามาวางขายเป็น 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น เพราะปีนี้ฝนตกดี ได้ผลผลิตข้าวเต็มที่ จึงมีการทำข้าวเม่าเพิ่มขึ้น โดยมีลูกๆ ช่วยกันทำ ส่วนแม่ออกมาขาย ได้เงินวันละ 1,000 – 1,500 บาท เพื่อเป็นทุนในการศึกษาลูกและค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวด้วย

นางอรสา ทิมากร อายุ 50 ปี ลูกค้าชาวเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ขณะกำลังซื้อข้าวเม่า บอกว่า จะได้ทานข้าวเม่าปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนนี้แหละ วันนี้เดินหาซื้อข้าวเม่าไปทำเป็นของหวาน ไม่ว่าจะปรุงเป็นข้าวเม่าทอด ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่ากวน หรือจะทานข้าวเม่าสดๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน ซึ่งก็มีความสุขที่ได้ทำขนมหวานจากข้าวเม่าให้ลูกหลานได้รับประทานกัน เพื่อลูกหลานจะได้รู้ว่า ยังมีขนมพื้นเมืองโบราณ ที่ชื่อ ข้าวเม่า รสชาติอร่อยแบบไทยๆ ไม่แพ้ขนมชนชาติใดในโลก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689440

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.24 น.

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง เผยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเบตงร่วมหารือกับท “บางกอกแอร์เวย์ส” เปิดบินเส้นทาง “หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่” หลัง “นกแอร์” หยุดทำการบิน

1 พฤศจิกายน 2565 นายนรินทร์ เรืองวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จ.ยะลา กล่าวว่า กรณีนกแอร์หยุดทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนราคาตั๋วเครื่องบินสูง แต่ที่ผ่านมาทำตลาดได้เพราะรัฐบาล และ ททท.สนับสนุน โดยที่ผ่านมาสายการบินนกแอร์ ได้เปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-เบตง(ยะลา) 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว (สธทท.) และบริษัททัวร์ต่างๆที่ร่วมกันจัดแคมเปญ “เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์เบตง ” และหลังสิ้นสุดแคมเปญเฟส 2 ในสิ้นเดือน ต.ค.65 จะมีการยุติการเหมาที่นั่งนกแอร์เส้นทาง กรุงเทพฯ-เบตง เนื่องจากทางสายการบินนกแอร์อ้างว่ามีต้นทุนสูงมากในการบินตรงมาเบตง

นายนรินทร์ กล่าวว่า ส่วนหลังจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ทางนายภาณุ อุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเบตง ได้หารือกับทางบางกอกแอร์เวย์ส ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะเปิดบินเส้นทาง “หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่”  ใช้ระยะเวลา 25 นาที ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,500 บาท ถูกกว่าบินตรงจากกรุงเทพฯ-เบตง โดยขณะนี้กำลังเสนอเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ปลัดกระทรวงคมนาคมอนุมัติ จากนั้นจะมีการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่เปิดบริการช่วงปลายเดือน เม.ย.65 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้โดยสาร ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารแบบกรุ๊ปทัวร์ประมาณ 80-90% ขณะที่ผู้โดยสารทั่วไปประมาณ 10-20%

ด้านกรมท่าอากาศยาน แจ้งว่า ขณะนี้กลุ่มที่ปรึกษาโครงการออกแบบงานก่อสร้าง พร้อมศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ขยายทางวิ่ง (รันเวย์) ทางขับ (แท็กซี่เวย์) ลานจอดเครื่องบิน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และส่วนประกอบอื่นๆ ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ได้ส่งผลการศึกษามายังกรมท่าอากาศยานแล้ว และจะเสนอผลการศึกษาต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป และเปิดบริการประมาณปี 2571

สำหรับการขยายรันเวย์ครั้งนี้ จะเพิ่มความยาวจากเดิม 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร เพิ่มขึ้น 700 เมตร โดยขยายไปทางทิศตะวันตก 375 เมตร และทางทิศตะวันออก 325 เมตร เมื่อแล้วเสร็จจะรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ 180 ที่นั่งได้ อาทิ แอร์บัส A320 และโบอิ้ง B-737 จากปัจจุบันรองรับได้เพียงเครื่องบินขนาด 80 ที่นั่ง อาทิ Q400 และ ATR 72 นอกจากนี้จะขยายลานจอดอากาศยานจากเดิมที่มีขนาด 94×180 เมตร เป็นขนาด 94×240 เมตร ทำให้สามารถจอดอากาศยานขนาด 180 ที่นั่งได้พร้อมกัน 3 ลำ

ส่วนสาเหตุที่ไม่สร้างรันเวย์ให้ยาว 2,500 เมตรไปในคราวเดียวไม่ต้องมาขยายเพิ่มเติมอีก เนื่องจากการออกแบบรันเวย์ขึ้นอยู่กับความจำเป็น การศึกษาเมื่อปี 2550 พบว่า จะมีปริมาณผู้โดยสาร และเที่ยวบินในขนาดรันเวย์ที่ 1,800 เมตร รองรับได้อย่างเพียงพอ เมื่อเวลาผ่านไปการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินเปลี่ยนไปจึงขยายเพิ่มภายหลัง

ด้านนางกรณิช สุขการ ผอ.ท่าอากาศยานเบตง เปิดเผยว่า นกแอร์ ทำการบินครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางสนามบินยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานตามปกติ โดยทุกวันนี้มีผู้มาเยี่ยมชมที่ท่าอากาศยานเบตงบางวัน 100 – 200 คน มากสุดวันละ 300 คน โดยเข้ามาถ่ายภาพเยี่ยมชมอาคารสนามบิน นอกจากนี้ทางสนามบินยังคงมีการก่อสร้างจุดตรวจค้นรถยนต์ และยานพาหนะ บริเวณหน้าท่าอากาศยานและก่อนเข้าพื้นที่เขตการบิน เพื่อรองรับการเข้า-ออกท่าอากาศยาน

ขณะที่คนในพื้นที่สะท้อนราคาตั๋วโดยสารไม่จูงใจ เพราะสูงเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ในพื้นที่ อ .เบตง บางแห่งต้องปิดตัวลง แต่ถ้ามีโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเดินทางมาเบตงได้มาก โดยที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างบอกว่าโครงการดังกล่าว สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวได้มากโดยราคามัดรวมกันแล้วไม่ถึง 10,000 บาท โดยใช้เวลาท่องเที่ยวใน เบตง 2 วัน 3 คืน ที่ผ่านมา รัฐบาลและ ททท.ได้ให้การสนับสนุน รวมทั้ง ททท. สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว (สธทท.) และบริษัททัวร์ต่างๆได้ร่วมกันจัดแคมเปญที่ผ่านมามีการบินต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ ก็มีผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยวบิน

สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เบตง นั้น ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่เบตง มองว่าเบตงยังบอกว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เพียงแต่ว่าสถานการณ์โดยรวมของการท่องเที่ยววันนี้เปลี่ยนไป คือ ในวันที่สายการบินนกแอร์ เปิดให้บริการเส้นทางบินตรงสู่ “เบตง” นั้น ในขณะนั้นหลายประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ทำให้ทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและคนทั่วไปให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่วันนี้หลาย ๆ ประเทศได้เปิดประเทศแล้ว คนไทยต่างมีทางเลือกมากขึ้น และหันไปสนใจไปท่องเที่ยวต่างประเทศแทน เช่นเดียวกับผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวที่มีทางเลือกมากขึ้น และหันไปทำแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นอย่างมากเช่นกัน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต’เมืองสามหมอก’

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689439

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต'เมืองสามหมอก'

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต’เมืองสามหมอก’

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.08 น.

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับใบประกาศนียบัตรผู้พิชิต 4,088 โค้ง ได้ที่สมาคมฯ ณ ศูนย์ไทยใหญ่ศึกษา ในตัวเมืองได้ทุกท่าน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งท่านสามารถสัมผัสทะเลหมอกได้ทุกอำเภอ เช่น อำเภอปาย ที่ทะเลหมอกหยุนไหล และอำเภอปางมะผ้า ที่บ้านจ่าโบ่ และบ้านห้วยเฮี๊ยะ อำเภอเมือง ที่วัดพราตุดอยกองมู ลงไปที่อำเภอขุนยวม ที่ทุ่งบัวตองดอยแม่ฮ่องสอน ซึ่งเดือนพฤศจิกายนนี้ เข้าถึงช่วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ อำเภอแม่ลาน้อย ขึ้นไปจิบกาแฟที่บ้านดง บ้านห้วยห้อม ท่านก็จะสัมผัสเส้นทางที่มีทะเลหมอกได้ และอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย ท่านก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดคือ ที่กลอเซโล ทะเลหมอกสองแผ่นดิน ซึ่งทั้งหมดแม่ฮ่องสอน 7 อำเภอ เราจะได้เห็นทะเลหมอกได้ทุกอำเภอ หากนักท่องเที่ยวนอนพักค้างคืนที่อำเภอไหน ก็สามารถชมทะเลหมอกได้

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวอีกว่า ท่านนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาเที่ยวยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถมารับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต 4,088 โค้ง ได้ที่ทำการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ศูนย์ไทยใหญ่ศึกษา หรือตั้งจีพีเอสมาได้ที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นเกียรติประวัติว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนและพิชิตโค้งได้ถึง 4,088 โค้ง นอกจากนี้ ที่ศูนย์ไทยใหญ่ เรายังมีพระหมั่งกะหล่ามิ่งเมือง หรือพระเจ้าทันใจไทยใหญ่ พระหินอ่อน ที่นำมาจากประเทศเมียนมา ให้ท่านักท่องเที่ยวทุกท่านได้มากราบไหว้บูชาขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยว ทะเลหมอกทุกอำเภอ และเส้นทางที่น่าขับรถเที่ยวเป็นวงกลม ซึ่งมาจากเชียงใหม่ ตามเส้นทาง 1095 สายแม่มาลัย-ปาย-ปางมะผ้า-เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีโค้งถึง 2,224 โค้ง และสายทางหลวงหมายเลข 108 จาก เชียงใหม่-ฮอด-แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย-ขุนยวม-เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีโค้ง 1,864 โค้ง ซึ่งส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวจะขับรถเป็นเส้นวงกลมถึง 2 เส้นทาง เมื่อมารวมกันแล้ว ได้ 4,088 โค้ง ทางสมาคมฯ จึงได้ทำใบประกาศไว้ให้ผู้ที่พิชิตได้มารับที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ที่ทำการสมาคมฯ สามารถกดจีพีเอสมาได้เลย

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ออเดอร์แน่น! ‘กาละแมโบราณ’ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689434

ออเดอร์แน่น! 'กาละแมโบราณ'ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

ออเดอร์แน่น! ‘กาละแมโบราณ’ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.32 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ศาลาหมู่บ้านบ้านตีนเป็ด หมู่ 2 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กลุ่มแม่บ้านได้รวมตัวกันทำขนมกาละแมโบราณ ของดีบ้านตีนเป็ด ที่ทุกคนติดอกติดใจในรสชาติความอร่อย หอม มัน หวาน จนลูกค้าทั้งในอำเภอ ในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงชื่นชอบในรสชาติ จนเป็นที่รู้จักนิยมซื้อเป็นของฝาก

โดยสมาชิกแม่บ้านรวมตัวกันจำนวน 10 คน มี นายวิวัฒน์ วสันต์ ประธานศูนย์เรียนรู้บ้านตีนเป็ด เป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มแม่บ้าน หลังจากมีออเดอร์เข้ามา ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะเริ่มเตรียมวัสดุในการกวนกาละแมกันตั้งแต่ตีสี่ ใครมาเวลาไหนก็ลงเวลานั้น จะมีการลงชั่วโมงเวลาทำงานมากวนกาละแม รายได้หลังจากหักต้นทุนเหลือเงินเท่าไหร่ ก็จะมาหารชั่วโมงของแต่ละคน ก็จะเป็นรายได้ของแต่ละคน โดยกาละแม 1 กะทะ จะใช้เวลากวน 4 ชั่วโมง ใช้คนกวน 8 คน จับคู่กันสลับการกวนทุก 5 นาที เนื่องจากกาละแมจะมีความเหนียว ต้องใช้แรงเยอะ

ทั้งนี้ ลูกค้าหลักของที่นี่จะเป็นลูกค้าที่จัดงานแต่งงาน งานบวช หรือแม้แต่งานขาวดำ (งานศพ) โดยลูกค้าจะกำหนดว่าต้องการกี่กิโล อย่างเช่นงานแต่งงานต้องการนำไปเป็นของทานเล่นบนโต๊ะ ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะทำเป็นถุงเล็กๆ ห่อเป็นสามเหลี่ยม สามารถนำไปตั้งโต๊ะได้โต๊ะละหนึ่งถุง สำหรับคนทาน 8 คน หากเจ้าภาพงานใดต้องการเป็นขีดก็จะตัดเป็นขีด เป็นกิโลก็จะตัดเป็นกิโล ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะบริการตัดให้ตามต้องการ

จุดเด่นของกาละแมที่นี่คือ จะใช้คนกวน มีใช้เครื่องจักรกวนกาละแมบ้าง แต่ก็สู้คนกวนจากมือไม่ได้ จะใช้ฟืนเป็นหลักไม่ใช้ถ่าน กาละแมโบราณบ้านตีนเป็ดถือว่าเป็นกาละแมที่ทำสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กว่า 24 ปีแล้ว ส่วนผสมที่ลงตัวคือ ความหวานปานกลาง ไม่หวานมาก มัน หอมกะทิ ละลายในปาก โดยกาละแมที่นี่จะเหนียวนุ่ม ขนาดนำมาดึงให้ยาว สามารถดึงได้ยาวกว่า 40 เซนติเมตร โดยไม่ขาด ซึ่งต่างจากกาละแมที่อื่น

ส่วนผสมของกาละแม 1 กระทะ จะใช้แป้งข้าวเหนียว 10 กิโล มะพร้าวแก่ 100 ลูก นำมาคั้นเป็นกะทิ และเกลืออีกเล็กน้อย จุดเด่นคือ มะพร้าวต้องเป็นมะพร้าวที่แก่กำลังดี คือไม่อ่อนเกินไปและไม่แก่เกินไป นำส่วนผสมทุกอย่างใส่กะทะ ตั้งไฟพอเดือดก็เริ่มกวนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ กวนไปเรื่อยๆ จนแห้งพอดี ระหว่างกวนก็เติมไฟจากไม้ฟืนไปเรื่อยๆ ไฟแรงก็ไม่ได้ ไฟอ่อนก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องลงตัว ด้วยประสบการณ์ของแต่ละคน

จากนั้นนำมาแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยพลาสติกใสที่ตัดมาให้ได้ขนาดพอดีกับกาละแม 1 ชิ้น ห่อให้เป็นสามเหลี่ยม ทุกขั้นตอนใช้ความชำนาญของแต่ละคน ไม่ง่ายและไม่ยาก หากลูกค้าท่านใดสนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าก่อน 1 อาทิตย์ ช่องทางการติดต่อ สามารถเข้าไปที่เฟซบุ๊ก “ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาเพื่อการเกษตรต้นแบบ ธกส.บ้านตีนเป็ด” เบอร์ติดต่อ 0878855861

คุณเพ็ญนภา กล่าวว่า ส่วนผสมของการกวนกาละแม คือ แป้งข้าวเหนียว 10 กิโลกรัม มะพร้าว 100 ลูก น้ำตาลทราย 20 กิโล เกลือ หนึ่งกะทะจะได้ขนมกาละแม 50 กิโลกรัม ใช้เวลากวนทั้งหมด 4 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านบ้านตีนเป็ด โดยจะจัดจำหน่ายตามร้านค้าใกล้เคียงหรือรับตามออเดอร์ เช่น งานบวช งานแต่ง หรืองานศพ อีกทั้งมีร้านค้าของฝากทั่วไปในตัวอำเภอเข้ามารับไปขายด้วย หรือถ้าใครสนใจสั่งก็จะทำตามออเดอร์ ทางเรามีบริการส่งถึงที่หากลูกค้าไม่สะดวกมารับเอง สมาชิกแม่บ้านทั้งหมดจะมี 10 คน กาละแมของเราจะห่อเป็นทรงสามเหลี่ยมเล็กๆ ขนาดพอดีคำ หรือหากลูกค้าต้องการ อยากให้แพคแบบไหนตามใจลูกค้า ทางเรายินดีบริการตามที่ลูกค้าต้องการ

ด้าน คุณโสภา ชูดวง น้องจิ๊บ กล่าวว่า ความเหนียวหนึบของกาละแมที่นี่จะดึงไม่ขาดสามารถดึงได้ยาวกว่า 40 เซนติเมตร ถ้าเป็นกาละแมที่อื่นจะดึงไม่ได้ขนาดนี้ เพราะว่าของเราใช้กะทิสด ซึ่งมะพร้าวที่นำมาใช้ก็ต้องเป็นมะพร้าวที่มีอายุพอดีกับการทำกาละแม อ่อนเกินไปก็ไม่ได้หรือจะแก่เกินไปก็ไม่ได้ ซึ่งจะเป็นเทคนิคเฉพาะรวมไปถึงไฟอุณหภูมิในการกวน ที่อื่นอาจจะได้กลิ่นเหม็นของควันไฟ แต่ของเราจะเป็นกลิ่นหอมของมะพร้าว แต่ถ้าจะให้ออกไหม้ก็จะเป็นกลิ่นของมะพร้าวไหม้ จะเป็นสูตรเฉพาะของเราเอง โดยจะใช้วิธีการกวนด้วยมือเป็นกรรมวิธีแบบชาวบ้าน ทุกคนจะร่วมมือกันทำในส่วนของกลุ่มแม่บ้าน หนึ่งกระทะจะใช้เวลาในการกวน 4 ชั่วโมง โดยใช้คนประมาณ 6 – 8 คน และจับคู่กวน คู่ละ 5 นาที เราจะไม่สามารถทิ้งกะละแมเอาไว้ได้ เพราะเนื้อกาละแมจะนอนก้นและไหม้จึงต้องมีการกวนอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา จำนวนในการแพ็คใส่ถุง จะเป็น 80 ลูกต่อหนึ่งกิโล ในราคา 160 บาท ถ้าสั่ง 10 กิโลขึ้นไปจะอยู่ที่ 150 บาท ถุงเล็กๆ จะอยู่ที่ 40 บาท หากลูกค้าท่านใดสนใจต้องสั่งล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะวัตถุดิบที่นำมาทำจะเป็นวัตถุดิบสดใหม่เสมอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ’กิ่วแม่ปาน’ นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689413

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ'กิ่วแม่ปาน' นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ’กิ่วแม่ปาน’ นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นประธานเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ โดยเช้านี้ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิต่ำสุด 9 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปาน 10 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวต่างประทับใจ เพราะเจอแสงแรกยามเช้าที่สดใส

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดบริการวันแรก นักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวแต่เช้า หลังจากที่มีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม เนื่องจากต้องการให้ผืนป่าบริเวณดังกล่าวได้ทำการฝืนคืนสู่ธรรมชาติอันสวยงามของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ขณะเดียวกันทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังได้มีการจัดกิจกรรมมอบรางวัลใหญ่ให้กับนักท่องเที่ยว คือ บ้านพักฟรี 1 หลัง และผลไม้ท้องถิ่น สำหรับนักท่องเที่ยว 10 กลุ่มแรก ที่จะมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน โดยเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งพิธีเปิด 06.30 น.บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน กิโลเมตรที่ 42

สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น มีเส้นทางเดินเป็นวงรอบระยะทาง 3.2 กิโลเมตร ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณกว่า 2,000 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้สวยงาม

ด้าน นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังได้ฝากเตือนถึงนักท่องเที่ยวว่า นักท่องเที่ยวท่านใดที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด ควรจะงดเดินเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นและมีหมอกลงช่วงนี้ อาจทำให้โรคนี้กำเริบขึ้นได้ หรือถ้าถ้าหากต้องการเดินจริงๆ ควรบอกโรคประจำตัวให้กับเจ้าหน้าที่ทราบ และควรมียารักษาติดตัวมาด้วย

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! รูปหล่อ’ท้าวเวสสุวัณ’องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689405

ฮือฮา! รูปหล่อ'ท้าวเวสสุวัณ'องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

ฮือฮา! รูปหล่อ’ท้าวเวสสุวัณ’องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.50 น.

โค้งสุดท้าย! คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดพิธีปลุกเสก เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ราชบุรี โดยมี 2 เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคุณปิฎก เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และเจ้าคุณสุรศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม นั่งปรกอธิษฐานจิตรายนา แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าร่วมพิธีท้าวเวสสุวัณ สุดยอดชนวนมวลสาร มีมูลค่าสูงถึง องค์ละ 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทพพญาดา ในการประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ รุ่น 1 และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ โดยได้รับความเมตตาจาก พระภาวนาวิสุทธิโสภณ หรือ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสักโข เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง จ.สมุทรสงคราม เจ้าตำรา ชานหมาก ตะกรุดมหาปราบ พระเถราจารย์ที่มากไปด้วยความรู้ ความสามารถและสืบทอดสรรพวิชาอาคม เป็นเพชรน้ำเอกแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง นั่งปรกอธิษฐานจิต ร่วมกับ หลวงปู่ทอง พระทองคำแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน วัดดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร และ พระเถราจารย์ พระเกจิสายเมตตาบารมี แค้วคลาด โชคลาภพูลทวีจำนวน 10 รูป มีผู้ศรัทธามาร่วมพิธี จำนวนมาก

จากนั้น พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ทำพิธีจุดเทียนชัย ที่หน้าพระนั่งเมืองแก้ว และทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรม วัตถุมงคล เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ พร้อมทั้งประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ แก่ผู้ที่มากราบไหว้ขอพร

แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่มาร่วมพิธี คือ มูลค่าของรูปหล่อองค์บูชา ท้าวเวสสุวัณ ความสูง 21 นิ้ว ซึ่งมีการสร้างเพียงแค่ 9 องค์ เท่านั้น มูลค่าองค์ละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นองค์ท้าวเวสสุวัณที่มีราคาสูงที่สุดในประเทศไทย โดยองค์ท้าวเวสสุวัณทำการหล่อจากชนวนมวลสารนำฤกษ์ ประกอบด้วย ทองคำแท้มูลค่า 10 บาท เม็ดเงินบริสุทธิ์ ดีบุก ตะกั่ว อัลลอยด์เนื้อเงิน และ สัตตะโลหะ นอกจากนี้ ยังมีมวลสารนพศูลยอดพระปรางค์วัดพุทไธสวรรค์ นวะโลหะ แร่เหล็กน้ำพี้ เมฆสิทธิ์ มวลสารหลวงตาม้า และแผ่นจารพระเกจิคณาจารย์ 21 รูป โดยผู้เข้าร่วมพิธีต่างนำตัวเลขจากยอดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่มีราคาสูง คือ เลข 219 , 29 และ 38 นำไปเสี่ยงโชค หวังรวยในงวด 1 พ.ย.นี้

การสร้างท้าวเวสสุวัณ เพื่อเป็นเทวตานุสสติ ระลึกถึงคุณธรรมความดีของเทวดา ที่ท่านช่วยดูแลพิทักษ์รักษาปกป้องพระพุทธศาสนา และช่วยคุ้มครองพุทธศาสนิกชน ผู้เคารพในพระรัตนตรัยให้ปลอดภัยและร่มเย็นเป็นสุข เรื่องของท้าวเวสสุวัณนี้ มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลและปรากฎอยู่ในพระไตรปิฎกหลายแห่ง เช่นในพระสุตตันตปิฎก มีอาฏานาฏิยสูตร , พระมหาสมัยสูตร

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,834 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
อนุทิน โยนถาม สุริยะ แจงดราม่าย้าย อธิบดีฝนหลวง
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d