Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

มีแผลหาง-ท้อง! ‘โลมาหลังโหนก’เกยตื้นตาย ‘หาดตะโล๊ะกาโปร์’ ปัตตานี

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688193

มีแผลหาง-ท้อง! 'โลมาหลังโหนก'เกยตื้นตาย 'หาดตะโล๊ะกาโปร์' ปัตตานี

มีแผลหาง-ท้อง! ‘โลมาหลังโหนก’เกยตื้นตาย ‘หาดตะโล๊ะกาโปร์’ ปัตตานี

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.31 น.

23 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 บ้านตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้พบเห็นโลมาหลังโหนก เกยตื้นตายบริเวณชายฝั่งของหาดตะโละกาโปร์  

โดยสภาพที่ชาวบ้านพบเห็นมีรอยช้ำ ส่วนหางและส่วนท้องเลือดไหลออกมา ซึ่งชาวบ้านยังไม่ทราบสาเหตุการตายของโลมาหลังโหนก ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

โดยเบื้องต้นชาวบ้านได้ประสานไปยังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางศูนย์วิจัยจะนำโลมาไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายเกิดจากอะไร

หากมีความข้อมูลเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเชียลระอุ!‘หมอริท’พุ่งติดเทรนด์ หลังฝากมุมคิดถึงภารกิจ‘โตโน่’

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688186

โซเชียลระอุ!‘หมอริท’พุ่งติดเทรนด์ หลังฝากมุมคิดถึงภารกิจ‘โตโน่’

โซเชียลระอุ!‘หมอริท’พุ่งติดเทรนด์ หลังฝากมุมคิดถึงภารกิจ‘โตโน่’

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 12.11 น.

โซเชียลระอุ!‘หมอริท’พุ่งติดเทรนด์ หลังฝากมุมคิดถึงภารกิจ‘โตโน่’

23 ตุลาคม 2565 แม้ “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักร้อง และนักแสดงหนุ่มชื่อดัง จะประสบความสำเร็จ และจบภารกิจว่ายข้ามแม่น้ำโขง ภายใต้โครงการ OneMan And The River หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ รวมระยะทางกว่า 15 กม. เพื่อระดมทุนจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลไทย และ สปป.ลาว โดยยอดบริจาคทะลุ 60 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่การพูดถึงภารกิจดังกล่าวกลับยังไม่จบตามไปด้วย

ล่าสุด “หมอริท เดอะสตาร์” หรือ หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช รุ่นน้องเพื่อนสนิท ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @MhorRitz ถึงโครงการ One Man And The River โดยได้ร่วมแสดงความยินดีที่ “โตโน่” เสียสละทำเพื่อสังคม จนประสบความสำเร็จและปลอดภัย พร้อมฝากมุมมองของตัวเองใน 2 ประเด็น มีเนื้อหาดังนี้

“ยินดีด้วยกับการ #ว่ายน้ำข้ามโขง ของพี่ #โตโน่ภาคิน ในวันนี้นะครับ ที่ปลอดภัย และได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก อย่างแรกต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความเสียสละของพี่ที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ คนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นแบบพี่ ไม่ได้หาได้ง่ายเลย นับถือใจจริงๆ

ในบทสัมภาษณ์มีหลายครั้งที่พี่พูดว่า ที่พี่มาว่ายน้ำครั้งนี้ เพราะหมอและพยาบาลเค้าเหนื่อยกว่า เสี่ยงกว่า เลยอยากขออนุญาตฝากมุมมองไว้ซักนิดครับ เผื่อพี่อาจจะลืมมองเหตุผลพวกนี้นะครับ (ไหนๆคนก็สนใจโครงการพี่เยอะแล้ว)

1. ต่อให้พี่ว่ายน้ำข้ามโขงเป็น 10 รอบ ได้เงินบริจาคมากว่า 1000 ล้าน หมอ พยาบาล เค้าก็เหนื่อยเท่าเดิมครับ ขอยกตัวอย่างในฝั่งของหมอนะครับ ระบบสุขภาพของประเทศไทยคือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า แปลว่า คนไทยจะป่วยยังไง ก็มีการรักษารองรับ  

(ซึ่งจริงๆดีกับคนไทยในบางมุมนะ เช่น คนจนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษา แต่ข้อเสียก็คือ คนไทยไม่ใส่ใจสุขภาพ เกิดปัญหา เช่น ติดเหล้า ติดบุหรี่ และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทำให้คนต้องมาโรงพยาบาลกันเยอะ) ซึ่งทำให้หมอต้องทำงานหนัก แต่ยังได้ค่าตอบแทนเท่าเดิม  

ซึ่งทุกวันนี้หมอไทยยังต้องทำงานเกินเวลาตามระเบียบกำหนด ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หมอๆก็ออกนอกระบบโรงพยาบาลรัฐกันหมด หมอก็น้อยลง งานก็ยังหนัก ผลิตหมอเท่าไหร่ก็ไม่พอ ก็วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ ถึงบอกว่าเงินบริจาคเยอะแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้หมอหายเหนื่อยครับ  

2. พี่บอกว่าหมอพยาบาลเสี่ยง คำถามคือ แล้วใครปล่อยให้หมอพยาบาลทำงานภายใต้ความเสี่ยง? ถ้ารู้ว่าเค้าทำงานแบบเสี่ยงอยู่ ทำไมผู้มีอำนาจโดยตรงถึงมองไม่เห็นและไม่สามารถจัดการปัญหานั้นโดยเร่งด่วนได้ หรืองบประมาณไม่เพียงพอ แล้วถ้างบไม่พอจริงๆ ทำไมไม่รายงานขึ้นไป ทำไมต้องรอเงินบริจาค?

ส่วนตัวมองว่า การบริจาคไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะครับ แต่ที่มา หลักการ จุดประสงค์ของโครงการและการนำเงินไปใช้ต้องชัดเจน รวมถึงควรสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไปในตัวด้วยครับ ถ้าพี่สื่อสารจุดนี้ได้ด้วย คิดว่าคนไม่เห็นด้วยน่าจะน้อยลงนะครับ และทำให้โครงการของพี่ดูมีเหตุสมควรมากขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ “หมอริท” ได้ทวีตข้อความดังกล่าว ทำเอาโลกโซเชียลร้อนระอุขึ้นมา โดย #หมอริท ขึ้นมาติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับแรกๆเลยทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดยาวที่สงขลา! ‘หาดสมิหลา’คึกคัก กรุ๊ปทัวร์มาเลย์แน่น

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688172

วันหยุดยาวที่สงขลา! 'หาดสมิหลา'คึกคัก กรุ๊ปทัวร์มาเลย์แน่น

วันหยุดยาวที่สงขลา! ‘หาดสมิหลา’คึกคัก กรุ๊ปทัวร์มาเลย์แน่น

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.32 น.

23 ตุลาคม 2565 วันหยุดสุดสัปดาห์ ตลอดทั้งวัน ที่บริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะเมืองสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลาใกล้กับชายหาดสมิหลาสงขลาคึกคัก มีรถบัสของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจอดเรียงรายเต็มลานจอดรถ หลังส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลง เพื่อเข้าไปยังชายหาดชายหาดสมิหลา บริเวณถนนมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินกันขวักไขว่ ทั้งเดินทางมาและเดินทางกลับ ร้านค้ารถเข็นบริเวณริมถนนขายดิบขายดี

ในขณะเดียวกัน ร้านค้าด้านใน ที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งของที่ระลึกมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เข้ามาอุดหนุนกันแน่นเช่นเดียวกัน ทำให้เศรษฐกิจในเมืองสงขลาดีขึ้น อย่างรวดเร็ว พ่อค้าแม่ค้าบริเวณชายหาดสมิหลายิ้มได้ทุกคน อีกทั้งบริเวณนางเงือกทองสัญลักษณ์ของชายหาดสมิหลาสงขลา วันนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เข้าคิวกันถ่ายรูปต้องยืนรอคิว เนื่องจากต้องการเก็บภาพนางเงือกทองกลับไปเป็นที่ระลึก

จากการพูดคุยกับไกด์ที่นำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา บอกว่า ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เริ่มออกมาท่องเที่ยวตามปกติ โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์วันศุกร์เสาร์และวันอาทิตย์จะจัดทัวร์เข้ามาเพียง 3 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสามารถมาท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาจับจ่ายซื้อของทั้งของกินและของฝาก ทำให้ในช่วงนี้เศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาดีขึ้น หลังจากที่มีการเปิดประเทศไปแล้วทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ที่เชียงคาน! นทท.แน่นเที่ยวหยุดยาว แม่ค้าปลื้มขายของดีเกินคาด

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688171

หนาวนี้ที่เชียงคาน! นทท.แน่นเที่ยวหยุดยาว แม่ค้าปลื้มขายของดีเกินคาด

หนาวนี้ที่เชียงคาน! นทท.แน่นเที่ยวหยุดยาว แม่ค้าปลื้มขายของดีเกินคาด

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.30 น.

23 ตุลาคม 25 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศทั่วไปของจังหวัดเลย ยังคงอากาศเย็นลงมีหมอกหนาในตอนเช้า โดยเฉพาะตามยอดเขาและในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆในจังหวัดเลย ทำให้แหล่งท่องเที่ยวหลายๆอำเภอ ทั้ง อ.ภูเรือ อ.หนองหิน อ.นาแห้วอ.ภูกระดึง รวมทั้ง อ.เชียงคาน คลาคล่ำไปด้วยนักเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ

โดยในช่วงวันหยุด 22- 24 ตุลาคม นักท่องเที่ยวคึกคักมากเป็นพิเศษ ถนนคนเดินเชียงคาน เรือนไม้เก่า อ.เชียงคาน จ.เลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกสาระทิศ 

จากสภาพบ้านเก่า ๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง บางหลังอายุกว่า 100 ปี จึงเป็นที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเดินทางมาท่องเที่ยวทำให้บรรยากาศบนถนนคนเดินเชียงคานกลับมาคึกคัก มีนักเที่ยวแน่นขนัด ที่หวังจะมาสัมผัสกับความหนาวในช่วงปลายฝนต้นหนาว ตลอดระยะถนนคนเดินกว่า 1.5 กม. จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

ทำให้บรรดาร้านอาหาร ผู้ประกอบการด้านที่พักโรงแรม รีสอร์ตและโฮมสเตย์ รวมทั้งพ่อค้าแม่ขายบนถนนคนเดินที่จำหน่ายทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารทั่วไป สินค้าหัตถกรรมสินค้าพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึกต่างๆที่มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ต่างยิ้มปลื้ม ขายของดีเกินคาด

รวมทั้งที่พักทั้งโรงแรม รีสอร์ต เต็มทุกแห่ง นักท่องเที่ยวล้นจนต้องออกมากางเต้นท์พักที่หน้าสถานนีตำรวจภูธรอำเภอเชียงคาน ทำให้กระแสการเงินสะพัดเป็นอย่างมากหลังจากมีผ่อนคลายการระบาดของโควิด19 ส่วนสภาพอากาศตามรายงานของอุตุนิยมวิทยาเลย

อุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ อ.เมืองเลย 21.7 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 22.8 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 20.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 23.0 องศาเซลเซียส ,อ.ท่าลี่ 21.0 องศาเซลเซียส ,อ.ภูกระดึง 19.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 17.5 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 20.0 องศาเซลเซียส ,อ.ปากชม 24.0 องศาเซลเซียส ,อ.นาด้วง 21.5 องศาเซลเซียส ,อ.ภูหลวง22.0 องศาเซลเซียส ,อ.ผาขาว 22.0 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 22.0 องศาเซลเซียส ,, อ.หนองหิน 22.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 16.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 13.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 14.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 16.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 18.0 องศาเซลเซียส.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ข้อมูลดี-ประกันสังคมถ้วนหน้า ยกระดับชีวิตแรงงานนอกระบบ

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688138

สกู๊ปแนวหน้า : ข้อมูลดี-ประกันสังคมถ้วนหน้า  ยกระดับชีวิตแรงงานนอกระบบ

สกู๊ปแนวหน้า : ข้อมูลดี-ประกันสังคมถ้วนหน้า ยกระดับชีวิตแรงงานนอกระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.55 น.

ยังคงอยู่กับงานเสวนา “วิกฤตข้าวของแพง ค่าแรงต่ำ : แรงงานนอกระบบอยู่กันอย่างไร” จัดโดย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ สมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ประเทศไทย และ Friedrich-Ebert-Stiftung Thailand ซึ่งเมื่อฉบับที่แล้ว (เสาร์ที่ 22 ต.ค. 2565) เป็นการสะท้อนปัญหาและข้อเรียกร้องของแรงงานนอกระบบหลายกลุ่ม ส่วนฉบับนี้เป็นมุมมองจากภาครัฐทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายการเมือง ว่ามีแนวทางใดที่จะช่วยเหลือแรงงานเหล่านี้ได้บ้าง

นภสร ทุ่งสุกใส ที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงรายงานการสำรวจแรงงานนอกระบบ ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติดำเนินการสำรวจทุกปี (สำหรับรายงานปี 2565 น่าจะเผยแพร่ได้ในช่วงต้นปี 2566) ซึ่งรายงานของปี 2564 พบว่า ประเทศไทยมีคนที่ยังมีงานทำ 37.7 ล้านคน ลดลงจากก่อนหน้าที่มีอยู่ประมาณ 39.5 ล้านคน และในบรรดาคนที่มีงานทำ 37.7 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ 19.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 52 ของจำนวนคนมีงานทำทั้งหมด สะท้อนภาพสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้คนออกไปอยู่นอกระบบมากขึ้น

“ประมาณ 75% ของแรงงานนอกระบบทั้งหมด อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ส่วนในกรุงเทพฯ-ภาคกลาง จะมีน้อยที่สุด ในเรื่องของระดับการศึกษา ส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา ประมาณ 56.5% ในเรื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แรงงานนอกระบบกว่าครึ่งทำงานอยู่ในภาคเกษตร แม้แต่บุคคลซึ่งเป็นแรงงานในระบบเดิมเมื่อเจอวิกฤตทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโควิด

แล้วมาต่อเนื่องด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสงคราม (รัสเซีย-ยูเครน) แล้วส่งผลต่อวิกฤตพลังงาน ทำให้แรงงานในระบบเหล่านี้จำเป็นต้องผันตัวเองออกไปสู่นอกระบบดังนั้นระบบเดียวที่ประเทศไทยรองรังบุคคลเหล่านี้ได้ก็คือภาคเกษตร เพิ่มมากขึ้นถึง 11.4 ล้านคน หรือ 58% ของคนที่อยู่เป็นแรงงานนอกระบบ แล้วก็ไปทำงานภาคบริการ-ภาคการค้า 32%” นภสร ระบุ

นภสร กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่การสำรวจในปี 2548 เป็นต้นมา “ค่าตอบแทน” เป็นปัญหาอันดับ 1 ของแรงงานนอกระบบ โดยได้ต่ำกว่าแรงงานในระบบราว 2-3 เท่า รองลงมาคือ “งานขาดความต่อเนื่อง” หมายถึงมีงานเข้ามาไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นรายได้จึงไม่สม่ำเสมอตามไปด้วย ในขณะที่ “งานหนัก” ตามมาเป็นปัญหาอันดับ 3 อีกด้านหนึ่ง งานของแรงงานนอกระบบไม่สามารถควบคุมด้านความปลอดภัยและการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้เมื่อเทียบกับการเป็นแรงงานในระบบ (เช่น แรงงานในโรงงาน) ซึ่งมีข้อกฎหมายกำหนดไว้

โดยปัจจุบัน กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างการปรับปรุงฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบที่มีอยู่หลายฐานและซ้ำซ้อนให้สมบูรณ์และเป็นฐานเดียวกัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2566 ซึ่งหากแล้วเสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการเชิญชวนให้แรงงานนอกระบบมาขึ้นทะเบียน ซึ่งจะทำให้รู้ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของแรงงาน นอกจากนั้นยังมีความพยายามเร่งรัดการออกกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ โดยหวังว่าจะประกาศใช้ได้ภายในปี 2566 สุดท้ายคือการทำแผนขับเคลื่อนการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ ในลักษณะแผน 5 ปี

นครินทร์ อมเรศ รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.-แบงก์ชาติ) ย้ำถึงความสำคัญของ “ข้อมูล” ที่เก็บกันมาตั้งแต่ยุคกระดาษจนถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่คน 1 คนอยู่ในฐานข้อมูลหลายชุดมาก ตั้งแต่ทะเบียนราษฎร ประกันสังคม-บัตรทอง การใช้สิทธิคนละครึ่ง บัญชีเงินฝาก การขึ้นทะเบียนอาชีพต่างๆ ฯลฯ คำถามที่น่าสนใจคือ “ทุกคนมีเลขประจำตัว 13 หลักใช้กันตลอดชีวิต แต่ทำไมต้องจัดเก็บข้อมูลใหม่ซ้ำซ้อนหลายชุด” และจะให้หน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลข้อมูลเหล่านี้นำมาเชื่อมต่อกันได้อย่างไร

และที่มากไปกว่านั้น “ทำไมจึงมีแต่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ภาคเอกชนที่มีทุนมาก และผู้กำหนดนโยบาย ที่สามารถใช้ข้อมูลได้ ทั้งที่จริงๆ ประชาชนก็ควรมีสิทธิที่จะได้ใช้ด้วย” เช่น คนคนหนึ่งอยากเปิดกิจการที่พักแรม เบื้องต้นคือต้องไปยื่นขออนุญาตกับหลายหน่วยงาน และเมื่อได้ใบอนุญาตประกอบกิจการมาแล้วก็ไม่ได้การันตีว่ากิจการจะไปรอด แต่ในความเป็นจริง มีข้อมูลที่สามารถทำให้วางแผนได้ว่าสมควรจะเปิดกิจการหรือไม่ เช่น จำนวนที่พักแรมในละแวกนั้น

หรือใครจะเปิดร้านขายของก็ควรได้ทราบว่าบริเวณรอบๆ นั้นมีร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของชำเปิดอยู่แล้วกี่แห่ง เป็นต้น “ครั้นจะให้คนธรรมดาๆ ทั่วไปที่ไม่ได้เรียนเรื่องการวิเคราะห์ตัวเลขไปทำเองก็คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องให้บริการประชาชนหรือไม่?” ทั้งนี้ ในประเทศอังกฤษมีกฎหมายกำหนดให้ธนาคารต้องแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ กับธุรกิจสตาร์ทอัพที่มาขอข้อมูลเพื่อไปทำธุรกิจให้บริการ ซึ่งก่อนจะมีกฎหมายนี้ มีสตาร์ทอัพเพียงรายเดียว แต่หลังมีกฎหมาย จำนวนสตาร์ทอัพก็เพิ่มขึ้นเป็น 200 ราย

แม้กระทั่งในไทยก็มีตัวอย่างอ้างอิงได้ นครินทร์ เล่าถึงช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังรุนแรงถึงขั้นรัฐต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ได้ยินเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบอกว่าไม่สามารถขอกู้เงินได้ แต่เมื่อมองออกไปก็เห็นภาพของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสั่งและส่งอาหาร จึงเกิดความคิดว่าในเมื่อผู้เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มทั้งร้านอาหารและผู้รับงานขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหารต่างก็มีข้อมูลรายได้ ก็น่าจะใช้ข้อมูลนี้ยื่นขอกู้เงินกับธนาคารได้ นำไปสู่การที่ ธปท. ชวนแพลตฟอร์มอย่างไลน์แมนมาจับมือกับธนาคารออมสิน สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้ 1,400 ราย เป็นเงิน 80 ล้านบาท

“กิจกรรมที่เราทำ ทำอย่างไรให้มันเป็นส่วนหนึ่งของภาพที่ผู้ให้บริการทางการเงินจะรู้จักเราได้ผมว่ามันถึงจุดที่ถ้าราชการยอมรับความจริงข้อหนึ่งซึ่งแบงก์ชาติยอมรับ คือเราทำเองไมได้ เราต้องทำด้วยกัน มันก็เท่านั้น แต่ทีนี้ข้อยากคือมันแค่ 80 ล้านบาท คนเดือดร้อนมันไม่ใช่ 1,400 คน มันคือ 14 ล้านคน จะเพิ่มจาก 80 ล้านให้เป็น 8 หมื่นล้าน หรือ 8 แสนล้านอย่างไร แบบที่ไม่ใช่ให้คนละเดือน ให้แล้วก็เจ๊งไป ผมว่ามันเป็นโจทย์ที่ด้วยความเคารพนะ มันไม่มีใครช่วยเรา แต่เราคงต้องใช้มือถือเพิ่มเติมไปมากกว่าการเช็คหวย”นครินทร์ กล่าว

สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กมธ.แรงงาน กำลังผลักดันให้ระบบประกันสังคมครอบคลุมและเท่าเทียมทั้งแรงงานในและนอกระบบ ซึ่งสำหรับคนเป็นแรงงานในระบบจะทราบดีว่า การได้เป็น
ผู้ประกันตนมาตรา 33 เมื่อถึงวันที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีมีโอกาสได้บำนาญ 3,000 บาท/เดือน ซึ่งอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ในขณะที่แรงงานนอกระบบ ในวัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป ได้เพียงเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท ซึ่งไม่พอกับการดำรงชีวิต

“ท้ายสุดจะไปมองเป้าหมายเลยคือระบบรัฐสวัสดิการ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ” ประธาน กมธ. แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โตโน่’ทำสำเร็จ ลุยเดี่ยวว่ายน้ำข้ามโขง ยอดเงินบริจาคแตะ60ล.

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688149

‘โตโน่’ทำสำเร็จ  ลุยเดี่ยวว่ายน้ำข้ามโขง  ยอดเงินบริจาคแตะ60ล.

‘โตโน่’ทำสำเร็จ ลุยเดี่ยวว่ายน้ำข้ามโขง ยอดเงินบริจาคแตะ60ล.

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

‘โตโน่’ทำสำเร็จ ลุยเดี่ยวว่ายน้ำข้ามโขง ยอดเงินบริจาคแตะ60ล.

“โตโน่” บวงสรวงพ่อปู่พญานาค ก่อนลุยเดี่ยวว่ายน้ำไป-กลับข้ามโขง ยอดบริจาคหาเงินช่วยโรงพยาบาลทั้งฝั่งไทยและสปป.ลาวแตะ 60 ล้าน กองเชียร์เฮลั่น

วันที่ 22 ตุลาคม 2565 บริเวณริมฝั่งโขงแลนด์มาร์คลานพญานาค ถนนสุนทรวิจิตรเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นบรรยากาศการเตรียมพร้อมกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขงของดาราหนุ่ม โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์เพื่อการกุศลหารายได้ช่วยโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว และโรงพยาบาลนครพนม ภายใช้ชื่อโครงการ OneMan And The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ระยะทางไป-กลับประมาณ 15 ก.ม.

เริ่มจากเวลา 07.30 น. โตโน่ พร้อมคุณแม่น้อย – สุดลมโชย คำวิลัยศักดิ์ แม่และแฟนสาว ณิชา- ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ คุณกรชกร ดังวัธนาวณิช คุณแม่ของน้องณิชา รวม กลุ่มดารานักแสดง อาทิ ฮาน่า-ฮาน่า ลีวิส ไข่มุก- รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช แม็กกี้-อาภา ภาวิไล แบมบี้-สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ แป้ง- ดาริน ตาแปง พิมพ์- ประพิมภรณ์ พิมพา และ อีฟ- ไอยวริญร์ ชื่นชอบ พร้อมทีมนักว่ายน้ำ 4 คน ทีมเรือคายัคอีก 4 คน ร่วมพิธีบวงสรวงพ่อปู่พญานาค

โดยพิธีได้ตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นชุดใหญ่ มีพานบายศรีพญานาค ผลไม้ 9 อย่าง ขนมหวาน 9 ชนิดขันหมากเบ็ง หมากพลู พวงมาลัย นำเขียวน้ำแดง ไข่ต้ม มีพระอาจารย์เทพนรินทร์ ชินรังษี วัดเทพนรินทร์อินทรมหาวราราม อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ที่โตโน่ศรัทธานิมนต์มาทำพิธีสวดบวงสรวงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาฟ้าดิน หน้าโต๊ะเครื่องเซ่นสรวงดังกล่าว

มีนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าฯนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าฯนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจากไทยและฝั่งลาว รวมทั้งโตโน่ คุณแม่โตโน่ คุณแม่ณิชา นักว่ายน้ำพร้อมทีมร่วมจุดเทียนชัยมงคลที่หน้าโต๊ะบวงสรวงเสร็จ พระอาจารย์เทพนรินทร์ ที่โตโน่ ศรัทธาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนักแสดง ได้นำวัตถุมงคลแจกให้ทีมนักว่ายน้ำส่วนโตโน่ พระอาจารย์รูปดังกล่าว ได้ถอดสร้อยพญานาคซึ่งทำจากหยก มอมให้โตโน่สวมใส่เพื่อคุ้มภัยอีกด้วย

ต่อจากนั้นพระสงฆ์ 5 รูป นำโดย พระครูสุตเจติภานุรักษ์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนที่กลุ่มดารานักแสดง 10 คน พร้อมด้วยนารำจากชมรมศรีโคตรบูรณ์ 280 ชีวิต ร่วมฟ้อนรำบวงสรวงองค์พ่อปู่พญานาครวม 2 เพลงคือ เพลงรำศรีโคตรบูรณ์ และออนซอนนครพนม ด้วยท่วงท่าที่อ้อนช้อยสวยสดงดงาม

ทั้งนี้ โตโน่ ยังได้ร่วมดูพิธีรำบวงสรวง พร้อมนั่งให้กำลังใจแฟนสาวและเพื่อนนักแสดงรำอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแฟนคลับโตโน่ ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวมาให้กำลังใจมากกว่า 500 คน จนบริเวณพิธีแน่นขนัดไปด้วยกองทัพสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอรายงานข่าว

โดยขณะทำพิธีตั้งแต่ช่วงตี 3 จนถึงรุ่งเช้ามีฝนตกอย่างหนัก กระทั่งช่วงสายและขณะทำพิธีบวงสรวง ได้มีสายฝนตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย มีรายงานว่า อาจมีการเลื่อนปล่อยตัว โตโน่ และทีมว่ายน้ำ ลงว่ายข้ามแม่น้ำโขงตามฤกษ์ในเวลา 10.09 น.

กระทั่งเวลาประมาณ 10.15 น. โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ก็เริ่มภารกิจว่ายน้ำข้ามโขง ภายใต้โครงการ One Man And The River โดยมีประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวร่วมให้กำลังใจ ทำให้ถนนสุนทรวิจิตรกลายเป็นอัมพาต

ล่าสุด เวลา 12.00 น. โตโน่ ขึ้นฝั่งจุดวัดพระธาตุศรีโคดตะบอง สปป.ลาว บรรยากาศคึกคักไปด้วยพี่น้องสปป.ลาว มาส่งเสียงเชียร์ยืนต้อนรับกันจำนวนมาก

โดยระหว่างนี้ โตโน่ เข้าพักรับประทานอาหารและพักผ่อน และในเวลาประมาณ 15.30 น. โตโน่ และทีมจะว่ายน้ำกลับไปยังจุด ลานพญาศรีสัตตนาคราช

สำหรับยอดบริจาคในโครงการ One Man And The River เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันทะลุ 55 ล้านบาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สอวช.ศึกษางานโอทอปเทรดเดอร์อยุธยา เตรียมปรับแผน พัฒนา ยกระดับรายได้ชาวบ้าน

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688128

สกู๊ปพิเศษ : สอวช.ศึกษางานโอทอปเทรดเดอร์อยุธยา  เตรียมปรับแผน พัฒนา ยกระดับรายได้ชาวบ้าน

สกู๊ปพิเศษ : สอวช.ศึกษางานโอทอปเทรดเดอร์อยุธยา เตรียมปรับแผน พัฒนา ยกระดับรายได้ชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“โอทอป เทรดเดอร์ (OTOP TRADER)” คือตัวกลางที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหลักของการจำหน่ายสินค้าโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ One Tambon One Product (OTOP) ซึ่งก็คือเรื่องของช่องทางการตลาด

โดย โอทอป เทรดเดอร์ จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมในการจำหน่ายสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพ มาตรฐานและศักยภาพทางการตลาด แต่ขาดโอกาสและช่องทางในการจำหน่าย, ดำเนินการกระจายสินค้าโอทอปจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ไปยังผู้ซื้อ ทั้งที่อยู่ภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ, พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าโอทอปให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และจัดหาแหล่งจำหน่ายสินค้า OTOP ในทุกรูปแบบซึ่งมีสองระดับ คือ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ จาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) นำโดย ดร.สิริพร พิทยโสภณรองผู้อำนวยการ สอวช. เดินทางเข้าพบ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์หรือ นายกอุ๊ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานโอทอปเทรดเดอร์ประเทศไทย ณ พุทธอุทยานมหาราชหลวงปู่ทวด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาดูงาน รับฟัง เรียนรู้รูปแบบบริหารจัดการ และกลไกการดำเนินงาน ที่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ นายวัชรพงศ์ ยังได้เชิญ นางยุราวรรณ ขันทอง ประธานโอทอปเทรดเดอร์ จังหวัดอ่างทอง และ นายทินกร บุญเงิน พัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะ ในฐานะที่เพิ่งได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ผลงานส่งเสริมช่องทางการตลาด 100 ร้าน OTOP ไทยยิ้ม โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าราคาถูกชิ้นละ 5 บาท และจัดจำหน่ายในร้านค้าชุมชน ร้านโชห่วยทั่วไปในพื้นที่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้ 2 ล้านบาทต่อปี

ประธานโอทอปเทรดเดอร์ประเทศไทย กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่เคยนำโอทอปไทย ไปออกร้านในต่างประเทศบ่อยครั้ง บอกได้เลยว่า สินค้าโอทอปที่ขายดี ไม่จำเป็นต้องมีแพ็กเกจสวยงาม แต่อาจเป็นสินค้าท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งอาหาร และของเล่นภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ที่เยอรมนี คนเข้าคิว รอกินผัดไทยและหอยทอดกันยาวเหยียด ขณะที่ญี่ปุ่น สินค้าขายดีกลับกลายเป็น ลูกข่าง ของเล่นเด็กโบราณ ที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจ ดังนั้นสินค้าไทย อาจต้องจัดลำดับให้เข้ากับตลาด เช่น ผ้าไหม ก็ควรจัดอยู่ในสินค้าไฮเอนด์ ที่เป็นของฝากมีราคาเป็นแบรนด์เนมของชาติไทย ส่วนอาหารที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ขนมถ้วย ขนมครก ต้องกินสดถึงจะอร่อย ก็ต้องมาหากินที่เมืองไทย เป็นมนต์เสน่ห์ของท้องถิ่น

“ตำบลบ้านใหม่ ก็มีละมุดที่รสชาติอร่อยมาก ผมได้ปลุกปั้นสร้างแบรนด์ ละมุด 100 ปีบ้านใหม่ เป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นำมาแปรรูปเป็นไอศกรีม จนได้รางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชน ระดับประเทศ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกระบวนการแผนงานที่ได้พยายามนำเสนอและผลักดัน เรื่องความคิด 1 ท้องถิ่น1 ทีมโอทอป เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนและตัวชาวบ้านในพื้นที่อย่างทั่วถึง” นายวัชรพงศ์ กล่าว

จากนั้น ทีมงาน สอวช. ได้เข้าดูงานที่ ห้อง อย.กลาง ซึ่งนายกอุ๊ ได้อธิบายว่า เป็นความร่วมมือของภาคีเครือข่าย มีสถาบันการศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมโอทอปเทรดเดอร์ประเทศไทย เป็นที่ปรึกษาพี่เลี้ยงในการยกระดับมาตรฐานการผลิตแบบครบวงจร จนกระทั่งถึงการจัดจำหน่าย ถือเป็นต้นแบบแห่งแรกขององค์กรปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย ที่สามารถขยายผลจนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และเข้ารับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมงานพัฒนาชุมชนที่มีความโดดเด่น จากการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำสร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ชุมชนให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อผลงาน “ศูนย์นวัตกรรมพัฒนามาตรฐานอาหารปลอดภัย” หรือ ห้อง อย.กลาง ที่ช่วยให้ชาวบ้านสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยสามารถขอเลขมาตรฐาน อย.ได้ โดยชาวบ้านไม่ต้องลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพียงนำวัตถุดิบและฝีมือมาทำเท่านั้น

โดย ห้อง อย.กลางถือเป็นต้นแบบแห่งแรกขององค์กรปกครองท้องถิ่นในประเทศไทยที่สามารถขยายผลไปได้ทั่วประเทศ หลายครั้งหน่วยงานต่างๆ มักเอาโครงการมาให้ชาวบ้านทำสุดท้ายเมื่อมีผลผลิตออกมา ก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน บางคนลงทุนทำผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หน่วยงานของรัฐออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงาม แต่ในกระบวนการผลิต การขอขึ้นทะเบียน อย.และจัดจำหน่ายชาวบ้านต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไม่รู้เมื่อไรจะได้คืนทุน แต่ ห้อง อย.กลาง ถ้ามีสินค้าอยู่แล้ว ก็มาทำมาตรฐาน อย. เพื่อนำผลิตและจำหน่ายได้ โดยชาวบ้านเสียค่าเช่าสถานที่เป็นค่าไฟ ค่าเครื่องจักร วันละ 300 บาท และหากมีออเดอร์เป็นจำนวนมาก ก็สามารถจ้างคนงานมาเองได้

ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมาคือ บริษัท PT Max mart ก็ได้ติดต่อมาว่า สนใจซื้อขนมไทยของทางร้าน เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านกาแฟพันธุ์ไทยทั่วประเทศ จึงขอมาดูความพร้อมและกำลังการผลิต ซึ่งหลังจากที่ได้มาดูห้อง อย.กลางเขาตัดสินใจเซ็นสัญญาทันที และสั่งออเดอร์ขนม 170,000 ชิ้นซึ่งเท่ากับการขายหน้าร้านและในทุกช่องทางของแม่ค้ารายย่อยถึงเกือบ 2 ปี เป็นการฉลองการสร้าง อย.กลางเสร็จพอดี และยังมีสินค้าชุมชนอีกหลายรายการ รอการขึ้นทะเบียน อย. และผลิตออกจำหน่าย ซึ่งกระบวนการขึ้นทะเบียนจะเร็วมากเนื่องจากผ่านกระบวนการทดสอบที่ อย.กลางแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการลดขั้นตอน และปลดล็อกปัญหาให้กับสินค้าชุมชนอย่างแท้จริง

ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ในส่วนของ สอวช. เอง ได้ดำเนินโครงการสร้างต้นแบบแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้วยนวัตกรรมภาครัฐ เพื่อให้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลวิเคราะห์สภาพปัญหากำหนดแนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการในพื้นที่นำร่องที่เป็นครัวเรือนที่อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ยากจน โดยมีการศึกษาในพื้นที่ ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ยกระดับรายได้ สนับสนุนการสร้างอำนาจต่อรองและสร้างช่องทางการตลาดในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งขึ้น ตลอดจนการสร้างแบรนด์ให้กับผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ยังดำเนินการใน 2 พื้นที่ในจังหวัดเชียงรายได้แก่ ตำบลดอยงาม อำเภอพาน ประชาชนในพื้นที่มีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง สามารถผลิตสินค้าและนำเข้าสู่ช่องทางการตลาดได้ อีกพื้นที่คือ ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น สอวช. ได้ทดลองโครงการนำร่อง 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาเทคนิคการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและช่องทางการตลาด และโครงการส่งเสริมการเพาะปลูกสมุนไพร

โดย สอวช. จะศึกษากระบวนการและช่วยสร้างเครือข่ายและระบบนิเวศที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมชุมชน ตลอดจนกำหนดบทบาทและออกแบบกลไกและมาตรการสนับสนุนให้ภาคีต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ในการยกระดับศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมให้กับชุมชน ทำให้เศรษฐกิจชุมชนขยายตัวอย่างเข้มแข็ง เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้ โดยเฉพาะกับประชากรกลุ่มฐานรากในชุมชน

“การเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ปัจจัยความสำเร็จ ตลอดจนทราบถึงเครือข่ายสนับสนุนที่เกี่ยวข้องว่า ได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อชุมชนได้อย่างไร และได้รับมุมมองใหม่จาก นายกอุ๊ อย่างมาก โดยเฉพาะการจัดตั้ง ห้อง อย.กลางในพื้นที่ ซึ่งเป็นโมเดลที่ดีมาก สอวช. เองก็ต้องนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการดูงานครั้งนี้ ไปปรับแผนการทำงานกับทางสถาบันการศึกษา และอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศในการทำงานกับชุมชนที่ต้องยึดชุมชนเป็นฐาน และสนับสนุนต่อยอดในสิ่งที่ชุมชนถนัด และทำได้ดีที่สุด ทั้งนี้ต้องรู้ด้วยว่า ตลาดของพวกเขาอยู่ที่ไหน จากนั้นทางสถาบันการศึกษาจะเป็นพี่เลี้ยง และสนับสนุนการใช้บริการ pilot plant ในมหาวิทยาลัย ตลอดจนการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนออกสู่ตลาด” ดร.สิริพร กล่าวในตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’หวังร่างกฎหมาย‘กัญชา’ สภาถกเสร็จทันในสมัยประชุมนี้

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688129

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7)พ.ศ.2562 กำหนดให้สามารถนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ และต่อมามีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565

ส่งผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และไม่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการใช้สารเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol : THC) เกินร้อยละ 0.2 โดยนับแต่ประกาศฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 เป็นต้นมามีรายงานการใช้กัญชานอกเหนือจากการใช้ทางการแพทย์ และรายงานผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกี่ยวเนื่องจากการใช้กัญชาออกมาเป็นระยะ ทำให้หลายภาคส่วนมีความห่วงกังวลถึงผลกระทบจากการใช้กัญชา

โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน สตรีตั้งครรภ์ และบุคคลที่มีโรคประจำตัวบางโรค เนื่องจากสาร THC ในกัญชามีผลต่อสมองเด็กและพัฒนาการของเด็กในระยะยาว รวมถึงผลกระทบในด้านอื่นๆ เช่น ความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะหรือการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหลังการใช้กัญชาซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยขณะนี้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้กัญชา กัญชง ที่ไม่เหมาะสมและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งจากเรื่องดังกล่าว กสม. ได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1.ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองสุขภาพตามประกาศต่างๆ ให้เกิดประสิทธิผล เช่น การปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชน สตรีตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร และบุคคลที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพ การควบคุมการผลิตและจำหน่ายหรือใช้กัญชา กัญชงที่ไม่ใช่ทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทั้งปริมาณกัญชา กัญชงที่ใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ต่างๆ การควบคุมลักษณะบรรจุภัณฑ์และฉลากต้องไม่มีลักษณะจูงใจเด็กและเยาวชนในการบริโภค ผลิตภัณฑ์ต้องให้ข้อมูลส่วนผสมของกัญชา กัญชง โดยละเอียด เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชงเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ

กำหนดมาตรการส่งเสริมและควบคุมคุณภาพการปลูกกัญชา กัญชงเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การใช้กัญชา กัญชงและผลกระทบในด้านสุขภาพทั้งในสถานพยาบาล สถานศึกษาและชุมชน รวมทั้งเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์การใช้กัญชา กัญชงเป็นระยะ โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการควบคุมการปลูกและการใช้ประโยชน์จากกัญชา

2.ข้อเสนอแนะในการจัดทำกฎหมาย รัฐสภาควรพิจารณาให้มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่รวบรวมมาตรการเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชงให้อยู่ในฉบับเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการใช้กัญชา กัญชงและเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งต้องบังคับใช้กฎหมายเข้าถึงมาตรการที่กำหนดได้โดยง่าย และควรพิจารณาให้มีมาตรการในการคุ้มครองด้านสุขภาพและควบคุมการใช้กัญชา กัญชงในกฎหมาย เช่น การควบคุมผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชงหรือสารสกัดที่ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ให้มีสาร THC ในปริมาณที่เหมาะสม

การควบคุมบรรจุภัณฑ์และฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องมีการให้ข้อมูลและคำเตือนด้านสุขภาพ การกำหนดห้ามโฆษณาเพื่อขาย/วางจำหน่าย การกำหนดพื้นที่ห้ามสูบกัญชาและบทกำหนดโทษ นอกจากนี้ ครม. ควรมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคมปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้กัญชา กัญชง เช่น กำหนดระดับของการสูบหรือบริโภคกัญชาที่ห้ามขับขี่ยานพาหนะและการห้ามทำงานกับเครื่องจักร ทำงานในที่สูงหรือทำงานในลักษณะอื่นที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

การกำหนดให้มีการตรวจจับระดับการสูบ/บริโภคกัญชาขณะขับขี่ยานพาหนะเช่นเดียวกับการตรวจจับแอลกอฮอล์ รวมทั้งพัฒนากฎหมายห้ามการขับขี่ยานพาหนะ และการทำงานกับเครื่องจักรในลักษณะอื่นที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุในขณะที่บริโภคกัญชา กัญชงไว้เป็นการเฉพาะ อนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการใช้กัญชาเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎร และผ่านการพิจารณาในวาระ 1 ไปแล้ว

จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาพิจารณาเป็นรายมาตรา และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 แต่มีการอภิปรายกันในสภาจนนำไปสู่การถอนร่างกฎหมายนี้ออกไปก่อน โดยทาง กสม. เห็นว่าจะต้องมีมาตรการทางกฎหมาย เป็นเครื่องมือสำคัญในการคลี่คลายความกังวลของหลายฝ่าย ที่มองว่ายังขาดมาตรการ ซึ่งจริงๆ มาตรการก็มีอยู่แล้วในกฎหมายลำดับรอง เพียงแต่อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย

“ข้อเสนอของที่ประชุมที่ผ่านมาก็คือว่าทำให้มันมาอยู่รวมกันในที่เดียวเพื่อง่ายและสะดวกในการดูแล แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่า ณ ขณะนี้ก็มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ประเด็นมันอยู่ที่กลไกการบังคับใช้ ข้อเสนอเราก็คือเพื่อให้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ที่สามารถใช้ได้มันมีการบังคับใช้จริง ก็ควรจะพิจารณาเรื่องของการพัฒนาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริงมากขึ้น มีประสิทธิผลมากขึ้น” น.ส.สุภัทรา กล่าว

ด้าน นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวเสริมว่า ในวันที่ 1 พ.ย.2565 ซึ่งจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เชื่อว่าทาง กมธ. คงจะนำร่างกฎหมายกัญชากลับเข้าไปพิจารณา และเชื่อว่าข้อเสนอของ กสม. ก็น่าจะเป็นประโยชน์ จึงหวังว่าจะสามารถผ่านออกมาประกาศใช้ได้ทันในสมัยประชุมนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มนุษย์ลุงแพ้เสียงแตร! หยิบมีดใต้เบาะฟันหัวคู่กรณี 3 ทีติด โชคดีโดนหมวกกันน็อก

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688156

มนุษย์ลุงแพ้เสียงแตร! หยิบมีดใต้เบาะฟันหัวคู่กรณี 3 ทีติด โชคดีโดนหมวกกันน็อก

มนุษย์ลุงแพ้เสียงแตร! หยิบมีดใต้เบาะฟันหัวคู่กรณี 3 ทีติด โชคดีโดนหมวกกันน็อก

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.55 น.

วันที่ 22 ตุลาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนน พร้อมระบุข้อความว่า แพ้เสียงแตรหรือลุง มีดพกแบบนี้ นำพาอาวุธไปในที่สาธารณะ นะลุง #พกมีดขับรถ #ผิดไม่ขอโทษควักมีดมาฟันอีก

เริ่มเรื่องเลย คือผมมาทางตรง และแกเนี่ยอยู่ๆ ออกจากซ้ายสุดจะตัดเข้าขวาสุดเพื่อกลับรถ แต่ไม่มองหลังเลยว่าทางตรงลงสะพานข้ามคลองกำลังจะขึ้นสะพานมุ่งหน้าสุขสวัสดิ์ ก็เลยบีบแตรเพื่อเตือนไป แต่สิ่งที่คนผิด ควรขอโทษ แต่สวนกลับผมมาด้วยคำว่า พ่อ xxx ตาย ก็เลยกลับไปถามว่าด่าพ่อผมทำไม ทั้งที่คุณผิดคุณควรขอโทษ แกก็ขึ้นใหญ่เลย จนคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เปิดใต้เบาะหยิบมีดขึ้นมา

ผมยืนดูมือซ้ายสั่นสายตาก็กวาดมองตามมีดว่าแกจะแทงตอนไหน สุดท้ายไม่แทง แต่ฟันมาที่หัว แต่ผมใส่หมวกกันน็อก ฟันมาสามที ผมไม่ได้วิ่งหนี แต่ผมกลัวไหม กลัวแหละ แต่ไม่ได้วิ่งหนีหรือหลบ ถามว่าสวนได้ไหม ผมสวนสบาย แต่ผมไม่อยากทำร้ายหรือใช้กำลัง มีสติเลยใช้คำพูดให้เบาลง แต่แกไม่เบาหรอก เลยไล่ผมหนี ผมเลยแกล้งหยิบมือถือมากดเบอร์ แต่ผมอัดคลิป รูปพรรณสัณฐานเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งความเฉยๆ

ใช้รถใช้ถนนเดี๋ยวนี้ นอกจากขับรถไม่มีความเคารพกฎจราจร ยังไม่มีความเกรงกลัวกฏหมายอีก พกอาวุธ ตัวเองผิดบอกถูก เถียงไม่สู้ควักอาวุธ น่ากลัวนะสมัยนี้ ในกรณีทำไมผมไม่สู้ หากผมใช้กำลังสู้ ผมตายคุ้มไหม ก็ไม่ เรื่องแค่นี้ เขาตาย ผมติดคุกคุ้มไหม ก็ไม่ ให้กฏหมายตัดสินคนแบบนี้จะดีกว่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยกเป็นฮีโร่! ‘อนุทิน’ร่วมแสดงความยินดี’โตโน่’ ยอดบริจาคทะลุ 58 ล้านบาท

Posted on October 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688136

ยกเป็นฮีโร่! 'อนุทิน'ร่วมแสดงความยินดี'โตโน่' ยอดบริจาคทะลุ 58 ล้านบาท

ยกเป็นฮีโร่! ‘อนุทิน’ร่วมแสดงความยินดี’โตโน่’ ยอดบริจาคทะลุ 58 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.25 น.

นครพนม-“โตโน่” จบภารกิจว่ายน้ำ “ONE MAN AND THE RIVER หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” ประสบความสำเร็จ ยอดบริจาคทะลุ 58 ล้านบาท

 วันที่ 22 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักอย่างมาก ของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมกับนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสุดลมโชย คำวิลัยศักดิ์ (แม่โตโน่) นางสาวณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา แฟนสาวของโตโน่) และคณะเพื่อนๆ ดารา นักร้อง รอต้อนรับ โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และทีมงานที่กำลังว่ายน้ำจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงกลับมายังจุดท่าน้ำพญาศรีสัตตนาคราช กับกิจกรรม ONE MAN AND THE RIVER หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งยอดการบริจาคจากผู้ใจบุญยังคงหลังไหลโอนเข้าบัญชีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ณ เวลา 18.30 น. มียอดบริจาคมากถึง 58,186,094 บาท 

โดยในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางมาเป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลนครพนม กล่าวขอบคุณและชื่นชมโตโน่และทีมงานที่ได้ทำกิจกรรมดี ๆ จนประสบความสำเร็จ ถือเป็นฮีโร่อีกคนที่ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมและคนหมู่มาก ซึ่งความตั้งใจที่แน่วแน่ในครั้งนี้ก็เพื่อนำเงินไปบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับทางโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ เพราะมีงบประมาณในแต่ละปีที่นำเสนอขึ้นมาตามความต้องการของโรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่แล้ว บางแห่งก็ได้รับการจัดสรรเยอะ บางแห่งก็ได้ปานกลาง บางแห่งที่มีศักยภาพก็ได้รับการจัดสรรตามสมควร ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเป็นประจำทุกปี แต่การทำกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเสริมศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาพี่น้องประชาชน ทั้งในจังหวัดนครพนม จังหวัดข้างเคียง รวมถึงประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ไม่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณทำให้ทุกคนมีความมั่นใจ ว่ามาเที่ยวนครพนมด้วยความสบายใจ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ด้าน โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ได้กล่าวความรู้สึกว่า ขอขอบคุณทุกคนเป็นอย่างมาก วันนี้ตนเองไม่ได้ทำสำเร็จ แต่เป็นคนไทยและคนลาวทุกคนที่ทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนลาวที่อยู่ที่นี่ หรือคนที่ดูผ่านระบบออนไลน์อยู่ ก็ขอให้มีทุกคนมีแต่ความสุข มีแต่ความดีงามเข้ามาในชีวิต ขอให้ทุกคนรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันแบบนี้ตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,375 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
อนุทิน โยนถาม สุริยะ แจงดราม่าย้าย อธิบดีฝนหลวง
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d